Blog

  • เช็กข่าวชัวร์ : กรมการท่องเที่ยว ร่วมมือ 8 ประเทศ จัดโครงการลุ้นเที่ยวฟรี จริงเหรอ?

    เช็กข่าวชัวร์ : กรมการท่องเที่ยว ร่วมมือ 8 ประเทศ จัดโครงการลุ้นเที่ยวฟรี จริงเหรอ?

    เช็กข่าวปลอม กรมการท่องเที่ยว ร่วม 8 ประเทศ จัดโครงการลุ้นเที่ยวฟรี จริงหรือไม่

    กำลังมีการส่งต่อข้อมูลในโลกออนไลน์ โดยแอบอ้างชื่อ กรมการท่องเที่ยว ว่าได้ร่วมมือกับ 8 ประเทศ จัดโครงการลุ้นเที่ยวฟรี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และศาสนา จนอาจทำให้ประชาชนหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ กองบรรณาธิการ Sanook News ได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นนี้

    คำถาม

    มีการโฆษณาว่า กรมการท่องเที่ยว ได้จัดโครงการร่วมกับ 8 ประเทศ ให้ประชาชนลงทะเบียนลุ้นเที่ยวฟรี จริงหรือไม่?

    การตรวจสอบ

    กองบรรณาธิการ Sanook News ได้ตรวจสอบข้อมูลไปยัง กรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism) โดยตรง และพบว่ากรมการท่องเที่ยวได้ออกประกาศเตือนประชาชนแล้วว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้มาจากกรมการท่องเที่ยวแต่อย่างใด แต่เป็นการหลอกลวงของมิจฉาชีพ ที่สร้างเพจเฟซบุ๊กปลอมและแอบอ้างชื่อเพื่อหลอกให้ประชาชนกดลิงก์หรือลงทะเบียน

    กรมการท่องเที่ยว จึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อกดลิงก์หรือลงทะเบียนใด ๆ กับเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวโดยเด็ดขาด หากไม่แน่ใจหรือเกิดความสงสัย สามารถโทรสอบถามได้ที่กรมการท่องเที่ยวโดยตรง

    ข้อเท็จจริง

    ข้อมูลเรื่องกรมการท่องเที่ยว ร่วม 8 ประเทศ จัดโครงการลุ้นเที่ยวฟรี “เป็นข่าวปลอม” และเป็นการแอบอ้างชื่อหน่วยงานรัฐโดยมิจฉาชีพ

    อ้างอิง

    1. ประกาศเตือนภัยจาก กรมการท่องเที่ยว Department of Tourism
    2. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 0 2141 3333 หรือ อีเมล webmaster@tourism.go.th
    3. เพจเฟซบุ๊ก กรมการท่องเที่ยว Department of Tourism

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9854298/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2n81HOwNw_UoYQEQFl49Gk

  • ฮอยอันเริ่มกลับมาคึกคัก หลังน้ำท่วมคลี่คลาย เร่งทำความสะอาดรับฤดูท่องเที่ยว : อินโฟเควสท์

    ฮอยอันเริ่มกลับมาคึกคัก หลังน้ำท่วมคลี่คลาย เร่งทำความสะอาดรับฤดูท่องเที่ยว : อินโฟเควสท์

    ฮอยอัน เมืองเก่าแก่ของเวียดนาม เริ่มมีนักท่องเที่ยวเดินทางกลับมาแล้ว ขณะที่ชาวบ้านกำลังเร่งทำความสะอาดโคลนและซากปรักหักพังเพื่อเปิดสถานที่ท่องเที่ยวนี้อีกครั้ง หลังน้ำท่วมครั้งใหญ่สร้างความเสียหายอย่างหนักในภาคกลางและคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 35 ราย

    มีการพบเห็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวเวียดนามและชาวต่างชาติเดินเล่นตามริมแม่น้ำและเยี่ยมชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่โรงแรม ร้านค้า และร้านอาหารส่วนใหญ่กำลังเร่งทำความสะอาดต้อนรับฤดูท่องเที่ยวช่วงปลายปี

    น้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้ท่วมถนนสายสำคัญในฮอยอัน ทำให้ธุรกิจหลายร้อยแห่งต้องปิดทำการชั่วคราว นอกจากนี้ ยังทำให้มีผู้สูญหาย 5 ราย และบาดเจ็บ 60 ราย บ้านเรือนมากกว่า 16,500 หลังถูกน้ำท่วมขัง ขณะที่อีก 361 หลังได้รับความเสียหาย

    น้ำท่วมยังได้สร้างความเสียหายแก่พื้นที่นาข้าวและพืชผลอื่น ๆ มากกว่า 5,300 เฮกตาร์ ทำลายสวนผลไม้เกือบ 800 เฮกตาร์ และทำให้ปศุสัตว์รวมถึงสัตว์ปีกมากกว่า 42,000 ตัวล้มตายหรือถูกกระแสน้ำพัดพาไป ในส่วนของการฟื้นฟูระบบไฟฟ้า พื้นที่ประสบภัยส่วนใหญ่ได้รับการกู้คืนแล้ว แต่ยังมีครัวเรือนประมาณ 75,000 หลังที่ยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้

    ทั้งนี้ ภาคการท่องเที่ยวและการบริการถือเป็นแกนหลักทางเศรษฐกิจของฮอยอัน และสร้างรายได้เกือบ 2 ใน 3 ของรายได้ในภูมิภาคเมื่อปีที่แล้ว โดยข้อมูลของทางการระบุว่า เมืองนี้ต้อนรับนักท่องเที่ยวมากกว่า 4.4 ล้านคน ซึ่งเป็นชาวต่างชาติถึง 3.6 ล้านคน

    แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยการประเมินความเสียหายทางการเงินอย่างเป็นทางการ แต่เจ้าของร้านค้าขนาดเล็กรายงานความสูญเสียในระดับหลายร้อยล้านดอง ซึ่งเทียบเท่ากับเงินหลายพันดอลลาร์สหรัฐ

    อย่างไรก็ตาม ทางการยังคงออกประกาศเตือนถึงระดับน้ำในแม่น้ำที่สูงขึ้นและความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วมซ้ำ เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกต่อเนื่องในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 พ.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/542231&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2VgvGvcfXK_PSeMGZDCU0k

  • คณะการท่องเที่ยวฯ DPU ดึงเชฟดังสร้างแรงบันดาลใจให้กับ นศ. ตั้งเป้าปั้นนักบริการรุ่นใหม่ เข้าใจทั้งงานครัวและลูกค้า – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    คณะการท่องเที่ยวฯ DPU ดึงเชฟดังสร้างแรงบันดาลใจให้กับ นศ. ตั้งเป้าปั้นนักบริการรุ่นใหม่ เข้าใจทั้งงานครัวและลูกค้า – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – บรรยากาศในห้องเรียนประกอบอาหารของนักศึกษาคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ดูคึกคักกว่าปกติ เมื่อผู้สอนที่มาปรากฏตัวหน้าชั้นเรียนเป็นเชฟชื่อดังระดับประเทศ นักศึกษาทุกคนต่างตั้งใจฟังและลงมือทำตามที่เชฟสอนด้วยตาเป็นประกาย

    เรียนรู้งานบริการผ่านเมนูขนมจากเชฟมืออาชีพ

    ไม่เพียงแค่กลิ่นขนมที่หอมอบอวล แต่บรรยากาศในห้องเรียนยังอบอวลไปด้วยความตั้งใจและแรงบันดาลใจของเด็ก ๆ เพราะวันนี้พวกเขาได้เรียนรู้การทำขนมจาก เชฟเต้ – จักรพรรดิ์ พจน์ชัยกุล เชฟขนมชื่อดังที่ชนะการแข่งขันในเวทีระดับประเทศ และเป็นหนึ่งในเชฟที่ไม่เคยหยุดการพัฒนา

    “ผมไม่ได้มาสอนให้นักศึกษาทำขนมเป็นอย่างเดียว แต่อยากให้น้อง ๆ เข้าใจว่าขนม คือ ส่วนหนึ่งของงานบริการที่ต้องมีความใส่ใจ เมนูที่นำมาสอนวันนี้ คือ ชูครีมและเครมบรูเล ซึ่งเป็นเมนูที่ไม่ซับซ้อนแต่มีเทคนิคและความละเอียดอ่อน เพื่อให้น้องๆ ได้รับความรู้และความสนุกจากการทำขนม เป็นการจุดประกายความสนใจให้แก่นักศึกษาคณะการท่องเที่ยวฯ ที่แม้ไม่ใช่นักศึกษาที่เรียนด้านเชฟโดยตรง แต่ก็ต้องมีความเข้าใจในส่วนงานครัว ซึ่งความรู้ด้านขนมที่เป็นศาสตร์สากล จะช่วยเสริมทักษะให้กับนักศึกษาการโรงแรม สามารถต่อยอดในงานอีเวนต์ หรืองานจัดเลี้ยงต่าง ๆ ได้    นอกจากนี้การทำขนมในครัวยังได้เรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการปริมาณงาน การจัดลำดับ และการทำงานเป็นทีมเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุด” เชฟเต้กล่าวและเสริมว่า นอกเหนือจากสอนเทคนิคทำขนม สิ่งที่สอดแทรกในชั้นเรียน คือ แนวคิด Chef to Business คือ การเป็นเชฟที่เข้าใจทั้งงานครัว การตลาด การรู้จักเทรนด์ของผู้บริโภค การบริหารเวลา และสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดได้ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์ในการประกอบอาชีพของนักศึกษาในอนาคต

    “เชฟยุคนี้ไม่ได้แค่ทำขนมให้อร่อย แต่ต้องคิดได้เหมือนนักธุรกิจด้วย เพราะสุดท้าย อาชีพเชฟก็คือ ธุรกิจที่ต้องสร้างคุณค่าและรายได้ ซึ่งนักศึกษาควรมีมุมมองในเรื่องนี้ด้วย อาชีพนี้รายได้เริ่มต้นอาจไม่ได้สูง แต่หากฝึกฝนจนมีชื่อเสียง รายได้ก็จะมากขึ้นและมีความมั่นคง สิ่งสำคัญ คือ ความมุ่งมั่น’ กับ ใจที่ไม่ยอมแพ้ เพราะแค่ความรักในอาชีพไม่พอ ต้องมีความมุ่งมั่น มีวินัย และลงมือทำให้มากพอ อย่าทำครึ่ง ๆ กลาง ๆ  ไม่เช่นนั้น ปีศาจท้อ’ จะกัดกินความฝันจนหมด ซึ่งเด็กรุ่นใหม่โชคดีที่มีเทคโนโลยีและช่องทางเรียนรู้ที่ไม่จำกัด ดังนั้น หากอยากเก่งเร็วต้องไม่หยุดที่จะลงมือทำ ในวงการอาหารมีการแข่งขันสูงแต่เต็มไปด้วยโอกาส สิ่งนี้จะเป็นแรงผลักดันที่ดีให้ทุกคนพัฒนาศักยภาพของตัวเอง” เชฟเต้กล่าวทิ้งท้าย 

    สร้าง “เป็ดพรีเมี่ยม” รู้รอบด้าน ทำงานได้หลากหลาย

    ดร.ยุวรี โชคสวนทรัพย์ คณบดีคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม DPU เล่าให้ฟังถึงวัตถุประสงค์ที่เชิญเชฟมืออาชีพมาสอนนักศึกษาในหลักสูตรการโรงแรมและธุรกิจอาหาร ว่า คณะฯ ไม่ได้มีเป้าหมายให้นักศึกษากลายเป็นเชฟเต็มตัว แต่ต้องการให้ “เข้าใจ” งานบริการในภาพรวมมากขึ้น รู้ว่าขนมแต่ละชนิดมีที่มา รสชาติ การจัดเก็บ และวิธีนำเสนออย่างไร เพื่อสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในงานโรงแรมได้จริง ไม่ว่าจะอยู่ในส่วนของแผนกต้อนรับส่วนหน้า (Front Office) ฝ่ายขาย หรือแผนกจัดเลี้ยง เพราะปัจจุบันโรงแรมต่าง ๆ มักมีร้านเบเกอรี่จำหน่ายอยู่ในโรงแรม เมื่อมีคำถามจากแขกที่มาพักต้องสามารถให้คำแนะนำได้อย่างถูกต้องเหมาะสม หรือนักศึกษาจะนำความรู้ไปต่อยอดเป็นเจ้าของกิจการร้านขนมเองก็สามารถทำได้

    “หลักสูตรการโรงแรมและธุรกิจอาหารของ DPU มีแนวคิดที่จะผลิตบัณฑิตให้เป็น เป็ดพรีเมียม นั่นคือนักศึกษาได้เรียนรู้หลากหลายด้าน ทำงานได้หลายอย่าง และพร้อมตอบสนองความต้องการของแขกหรือลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้อย่างมืออาชีพ เราสอนให้นักศึกษาเป็นคนที่เข้าใจทุกส่วนงานของโรงแรม แม้ไม่ได้ลงมือทำทุกอย่างเอง แต่ต้องรู้ว่ากระบวนการเหล่านั้นเป็นอย่างไร เพื่อเสริมความเข้าใจและเพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพในอนาคตให้แก่นักศึกษาของเรา ดร.ยุวรีกล่าว

    คณบดีคณะการท่องเที่ยวฯ กล่าวอีกว่า เชฟที่เชิญมาสอนแต่ละครั้ง ทางคณะฯ คัดเลือกอย่างพิถีพิถัน เน้นผู้ที่อยู่ในสายอาชีพจริงและมีชื่อเสียงในวงการ เพราะนอกจากจะมาสอนเทคนิคการทำขนมแล้ว ยังมาแบ่งปันประสบการณ์ชีวิต เส้นทางอาชีพ และแรงบันดาลใจ กระตุ้นให้นักศึกษาอยากเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตนเอง สำหรับความรู้เรื่องอาหารและขนมอบ คือ อีกหนึ่งประตูสำคัญที่เชื่อมโยงไปสู่งานบริการในโรงแรมและการเป็นผู้ประกอบการได้ อีกทั้งอาหารหรือขนมที่ถูกรังสรรค์และจัดวางอย่างพิถีพิถัน ล้วนสะท้อนหัวใจของ Hospitality หรือ งานบริการที่มาจากความเข้าใจและความใส่ใจ

    สัมผัสโลกการทำงานจริงด้วยประสบการณ์ตรง

    อาจารย์ชงค์สุดา โตท่าโรง หัวหน้าหลักสูตรการโรงแรมและธุรกิจอาหาร DPU ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจัดโครงการและกิจกรรมเพื่อให้นักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์จริง กล่าวว่า หลักสูตรการโรงแรมและธุรกิจอาหารของ DPU ต้องการให้นักศึกษาเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์จริงมากกว่าแค่ในห้องเรียน แนวทางการเรียนการสอนจึงเน้น ประสบการณ์ตรง ซึ่งถือเป็นหัวใจของหลักสูตร โดยกว่า ร้อยละ 80 ของรายวิชาจะพานักศึกษาออกไปดูงานจริง ทั้งโรงแรมระดับนานาชาติ โรงงานผลิตอาหาร ไปจนถึงฟาร์มออร์แกนิก เพื่อให้เข้าใจวงจรอุตสาหกรรมบริการอย่างครบมิติ และครอบคลุมรอบด้านที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้ อีกทั้งยังมีการเรียนกับเชฟมืออาชีพระดับประเทศ เช่น เชฟเต้จักรพรรดิ์ พจน์ชัยกุล และ เชฟโอ๋ญาณัช มะอาจเลิศ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญอาหารไทย ที่มาถ่ายทอดเทคนิคเฉพาะทางเพื่อปลุกศักยภาพและสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษา จากการได้สัมผัสโลกการทำงานจริงอย่างใกล้ชิดกับเชฟมืออาชีพ

    เราอยากให้เด็ก ๆ เป็นมากกว่าผู้ให้บริการ แต่เป็นคนที่เข้าใจระบบทั้งหมดของงานด้านการโรงแรมและธุรกิจอาหาร สามารถต่อยอดไปเป็นผู้ประกอบการได้ในอนาคต” อาจารย์ชงค์สุดาย้ำเป้าหมายสำคัญของหลักสูตร

               ส่วน “น้องบีม – ภัทรดา แก้วผ่อง” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาการโรงแรมและธุรกิจอาหาร DPU เจ้าของมงกุฎ Miss Wheelchair Thailand 2025 บอกว่า การได้เรียนที่ DPU ทำให้มั่นใจมากขึ้นว่าผู้พิการสามารถเติบโตในสายงานโรงแรมได้ ซึ่งหลักสูตรที่เรียนไม่เพียงได้เรียนรู้ภาคทฤษฎีเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติจริงกับเชฟมืออาชีพ ได้เรียนรู้เทคนิคที่ละเอียดอ่อนต่าง ๆ อีกทั้งยังมีการเรียนรู้นอกสถานที่ทั้งโรงแรมและธุรกิจอาหารชั้นนำ ทำให้เข้าใจระบบงานจริงตั้งแต่การต้อนรับจนถึงการจัดการงานครัว แม้จะต้องใช้วีลแชร์ในการเรียน แต่บีมบอกว่าไม่เคยรู้สึกเป็นอุปสรรค เพราะสิ่งแวดล้อมของ DPU ออกแบบให้ผู้เรียนทุกคนสามารถเข้าถึงและลงมือทำได้เต็มที่ เธอตั้งใจจะนำประสบการณ์เหล่านี้ไปใช้ประกอบอาชีพด้านโรงแรม พร้อมกับต่อยอดธุรกิจร้านกาแฟเล็ก ๆ ของครอบครัวต่อไป

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/11/03/590673/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aiS7u7d0Q4hqEjyr3oa9i

  • กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ผนึกทรู คอร์ปอเรชั่น เสริมแกร่งมาตรการดูแลความปลอดภัยเชิงรุก | เดลินิวส์

    กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ผนึกทรู คอร์ปอเรชั่น เสริมแกร่งมาตรการดูแลความปลอดภัยเชิงรุก | เดลินิวส์

    กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ผนึกทรู คอร์ปอเรชั่น เสริมแกร่งมาตรการดูแลความปลอดภัยเชิงรุก

    พร้อมต้อนรับสู่ไทยแลนด์…กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ผนึกทรู คอร์ปอเรชั่น เสริมแกร่งมาตรการดูแลความปลอดภัยเชิงรุก และยกระดับการสื่อสารดูแลนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5264278/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3t_NGdqnt4LBixcq_HUOt1

  • “กัมพูชา” สั่งปิดกาสิโน 4 แห่ง ในเมืองสีหนุวิลล์ เข้าข่ายลักลอบโกงผ่านระบบไอที

    “กัมพูชา” สั่งปิดกาสิโน 4 แห่ง ในเมืองสีหนุวิลล์ เข้าข่ายลักลอบโกงผ่านระบบไอที

    “กัมพูชา” นำกำลังสั่งปิดด่วน กาสิโน 4 แห่ง ในเมืองสีหนุวิลล์ เข้าข่ายต้องสงสัยว่าได้กระทำความผิดฐานปกปิดและฉ้อโกงโดยใช้ระบบเทคโนโลยี

    สำนักข่าว freshnews ของกัมพูชา รายงานข่าว เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (2 พ.ย.68) ที่เมืองสีหนุวิลล์ สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการการพนันทางการค้าแห่งกัมพูชา (CCGC) และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำโดยพลโท Sieng Sen ร่วมกับฝ่ายบริหารจังหวัดพระสีหนุ ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ และกรมแรงงานจังหวัดพระสีหนุ ภายใต้การประสานงานกระบวนการ โดยนาย Chhiv Ikkong รองอัยการศาลจังหวัดพระสีหนุ ได้สั่งระงับและปิดกิจการ ของกาสิโน 4 แห่งในจังหวัดพระสีหนุ

    โดยปฏิบัติการณ์นี้เป็นไปตามคำสั่งรัฐบาล เรื่องการรณรงค์เพื่อปราบปรามการฉ้อโกงทางเทคโนโลยี ซึ่งกาสิโน 4 แห่งในจังหวัดพระสีหนุที่ถูกระงับและปิดโดยหน่วยงานพิเศษ ได้แก่ กาสิโน Jin Pei Group, Jin Pei, G.C. Casino; และ Pei Casino 4 เนื่องจากต้องสงสัยว่าได้กระทำความผิดฐานปกปิดและฉ้อโกงโดยใช้ระบบเทคโนโลยี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/international/morning/450785&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lIfOGGdLE71iAsywmft6U

  • กระทรวงศึกษาฯญี่ปุ่นเผย เด็กขาดเรียน-ถูกบูลลี่พุ่งเป็นประวัติการณ์ในปี 67 : อินโฟเควสท์

    กระทรวงศึกษาฯญี่ปุ่นเผย เด็กขาดเรียน-ถูกบูลลี่พุ่งเป็นประวัติการณ์ในปี 67 : อินโฟเควสท์

    ผลสำรวจล่าสุดของกระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่นเผยให้เห็นว่า ในปีงบประมาณ 2567 มีเด็กนักเรียนจำนวน 353,970 คนในโรงเรียนประถมและมัธยมต้นที่ขาดเรียน 30 วันขึ้นไป ทำสถิติสูงสุดระดับใหม่ โดยเพิ่มขึ้น 2.2% จากปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 12 ติดต่อกันแล้ว

    ในจำนวนดังกล่าว ประกอบด้วยเด็กประถม 137,704 คน เพิ่มขึ้น 5.6% และเด็กมัธยมต้น 216,266 คน เพิ่มขึ้น 0.1% โดยรวมกันคิดเป็นสัดส่วน 3.9% ของเด็กนักเรียนทั้งหมด ซึ่งทางกระทรวงฯ ให้เหตุผลว่า จำนวนเด็กขาดเรียนเพิ่มขึ้นเพราะพ่อแม่และผู้ปกครองตระหนักมากขึ้นว่านักเรียนไม่ควรถูกบังคับให้ไปโรงเรียน

    ผลสำรวจระบุเพิ่มเติมว่า ในจำนวนนี้ มีเด็ก 42,978 คนที่เรียนหนังสือในสถาบันทางเลือก เช่น โรงเรียนอิสระหรือศูนย์สนับสนุนการศึกษา ขณะที่เด็ก 13,261 คนเรียนหนังสือที่บ้านผ่านการเรียนทางไกล อย่างไรก็ตาม มีเด็กมากถึง 135,724 คนที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น ครูแนะแนวของโรงเรียน

    นอกจากนี้ ผลสำรวจชี้ว่า การกลั่นแกล้งในโรงเรียนประถม มัธยมต้น และมัธยมปลาย มีมากถึง 769,022 กรณีเท่าที่ตรวจพบ โดย 1,405 กรณีในจำนวนนี้ถือว่าเป็น “เหตุการณ์ร้ายแรง” ถึงขั้นส่งผลให้เกิดอันตรายต่อร่างกายหรือต้องขาดเรียนเป็นเวลานาน ซึ่งตัวเลขทั้งสองต่างสูงเป็นประวัติการณ์ โดยกระทรวงฯ ระบุว่าตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเพราะมีการตรวจพบมากขึ้น พร้อมกับแสดงความกังวลต่อเหตุการณ์ร้ายแรงที่เพิ่มมากขึ้น

    ในจำนวนดังกล่าว ประกอบด้วยการกลั่นแกล้งในโรงเรียนประถม 610,612 กรณี, โรงเรียนมัธยมต้น 135,865 กรณี, โรงเรียนมัธยมปลาย 18,891 กรณี และโรงเรียนสำหรับผู้พิการ 3,654 กรณี โดยมีโรงเรียน 30,204 แห่งที่รายงานว่ามีการกลั่นแกล้งในโรงเรียน หรือคิดเป็น 83.9% ของโรงเรียนทั้งหมด

    ในบรรดาเหตุการณ์ร้ายแรงนั้น มี 490 กรณีที่ไม่ได้รับการระบุว่าเป็นการกลั่นแกล้งจนกระทั่งสถานการณ์รุนแรงขึ้น ขณะเดียวกัน จำนวนกรณี ความรุนแรงในโรงเรียนประถม มัธยมต้น และมัธยมปลาย เพิ่มขึ้น 18.2% จากปีก่อนหน้า เป็น 128,859 กรณี ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

    จำนวนเด็กนักเรียนที่เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายซึ่งโรงเรียนมีการบันทึกไว้ อยู่ที่ 413 ราย โดยในจำนวนนี้มี 8 รายที่ได้รับการยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับการกลั่นแกล้ง

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 พ.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IRA20IQ4EGCKJSRBWGI6KYB41SG4ESF4&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2m-RM3mO9NysnKBd8F7SQJ

  • ราคาทองทะยานสูงจุดใหม่ จุดประกายกระแสขุดทองครั้งใหม่ในแคลิฟอร์เนีย

    ราคาทองทะยานสูงจุดใหม่ จุดประกายกระแสขุดทองครั้งใหม่ในแคลิฟอร์เนีย

    ราคาทองคำที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้จุดประกายกระแสการขุดทองครั้งใหม่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยมีทั้งนักขุดทองมืออาชีพและผู้ที่เพิ่งเริ่มสนใจหันมาลงทุนในกิจกรรมนี้มากขึ้น

    แมตต์ เจมส์ นักขุดทองวัย 34 ปี ผู้ดำเนินรายการช่อง YouTube “Mountaineer Matt” เปิดเผยว่าการที่ราคาทองเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาและแตะจุดสูงสุดที่ 4,380 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ส่งผลให้ช่องโซเชียลมีเดียของเขามีผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นอย่างมาก

    การสร้างรายได้จากโซเชียลมีเดีย

    ‘ช่องโซเชียลมีเดียของผมกำลังมีผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนในตอนนี้’ แมตต์ เจมส์ กล่าวในระหว่างการสำรวจพื้นที่ภาคเหนือของแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสขุดทองครั้งแรกเมื่อกลางศตวรรษที่ 19

    การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ชมวิดีโอและค่าคอมมิชชันจากการขายอุปกรณ์ที่เขาใช้ในการขุดทองได้กลายเป็นแหล่งรายได้เสริมใหม่ แม้ว่า เจมส์ จะยอมรับว่ายังไม่ได้รวยจากกิจกรรมนี้ แต่สามารถใช้จ่ายเพื่อดูแลอุปกรณ์และสนับสนุนงานอดิเรกของเขาได้

    ธุรกิจอุปกรณ์ขุดทองเติบโต

    โคดี้ แบลนชาร์ด เจ้าของร้าน Heritage Gold Rush วัย 35 ปี ซึ่งประกอบธุรกิจขายอุปกรณ์ขุดทองตั้งแต่เครื่องมือพื้นฐานอย่างจอบและตะแกรง ไปจนถึงเครื่องตรวจจับโลหะแสนทันสมัยที่มีราคาหลายพันดอลลาร์ เผยว่าเห็นการเติบโตอย่างมหาศาลของธุรกิจในช่วงเวลาสั้น ๆ

    แบลนชาร์ด ซึ่งทำงานเป็นพนักงานสุขาภิบาลและจัดทัวร์ขุดทองแบบเสียค่าใช้จ่าย กล่าวว่าสามารถเพิ่มผลผลิตการขุดทองจาก 1 ออนซ์ต่อปีเป็น 3 ออนซ์ต่อปีด้วยการใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง

    แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ได้รับประโยชน์

    Columbia State Historic Park ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อนุรักษ์ชุมชนผู้ขุดทองในอดีต ให้บริการนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศได้ลองขุดทองที่ Matelot Gulch Mining Company

    นิคาอิลา เดอลอเรนซี ซึ่งครอบครัวดำเนินธุรกิจสถานที่แห่งนี้มาแล้วกว่า 60 ปี รายงานว่ามีนักท่องเที่ยวและยอดขายอุปกรณ์เพิ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเธออธิบายว่าพื้นที่ที่ไฟป่าเผาผลาญและการกัดเซาะทำให้มีตะกอนที่ดีสำหรับการขุดทอง

    มุมมองของผู้ขุดทองใหม่

    ชาร์ลีน เฮอร์นันเดซ ซึ่งมาขุดทองกับครอบครัว แสดงความหวังว่าแคลิฟอร์เนียกำลังจะเข้าสู่ยุคขุดทองสมัยใหม่ โดยเธอมองว่าท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของระบบเงินตราและสกุลเงิน ทองคำเป็นสิ่งที่พึ่งพาได้และมีความมั่นคง

    ‘เมื่อผู้คนมีการศึกษาและเข้าใจถึงความสำคัญและความปลอดภัยของทอง อาจเกิดกระแสขุดทองรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากที่เราอ่านในประวัติศาสตร์’ ฮอร์นันเดซ กล่าว

    นิคาอิลา เดอลอเรนซี  ซึ่งครอบครัวของเธอบริหารบริษัท Matelot Gulch Mining Company ในอุทยานประวัติศาสตร์แห่งรัฐโคลัมเบียของรัฐแคลิฟอร์เนีย ถือขวดบรรจุทองราคา 4,000 ดอลล่าร์

    นิคาอิลา เดอลอเรนซี ซึ่งครอบครัวของเธอบริหารบริษัท Matelot Gulch Mining Company ในอุทยานประวัติศาสตร์แห่งรัฐโคลัมเบียของรัฐแคลิฟอร์เนีย ถือขวดบรรจุทองราคา 4,000 ดอลล่าร์

    นักขุดทองที่บริษัท Matelot Gulch Mining ใน Columbia State Historic Park ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนยุคตื่นทองที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้

    นักขุดทองที่บริษัท Matelot Gulch Mining ใน Columbia State Historic Park ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนยุคตื่นทองที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้

    ยูทูปเบอร์ แมตต์ เจมส์  (ซ้าย) และ โคดี้ แบลนชาร์ด  จาก Heritage Gold Rush ใช้เครื่องตรวจจับโลหะในเมืองเอลโดลาโด้ รัฐแคลิฟอร์เนีย

    ยูทูปเบอร์ แมตต์ เจมส์ (ซ้าย) และ โคดี้ แบลนชาร์ด จาก Heritage Gold Rush ใช้เครื่องตรวจจับโลหะในเมืองเอลโดลาโด้ รัฐแคลิฟอร์เนีย

    โคดี้ บลานชาร์ด แห่ง Heritage Gold Rush ใช้เครื่องตรวจจับโลหะ เปลี่ยนงานอดิเรกให้กลายเป็นธุรกิจท่ามกลางความสนใจในการสำรวจที่กลับมาอีกครั้ง

    โคดี้ บลานชาร์ด แห่ง Heritage Gold Rush ใช้เครื่องตรวจจับโลหะ เปลี่ยนงานอดิเรกให้กลายเป็นธุรกิจท่ามกลางความสนใจในการสำรวจที่กลับมาอีกครั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/gold-price-surge-new-california-gold-rush&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BxrHf2sMiTlY5NPkqSKqZ

  • เปิดงาน ยลถิ่นภูมิปัญญา วิจิตราวังจันทน์

    เปิดงาน ยลถิ่นภูมิปัญญา วิจิตราวังจันทน์

    รองผู้ว่าฯ นิสิต สวัสดิเทพ เปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว “ยลถิ่นภูมิปัญญา วิจิตราวังจันทน์” สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น เชื่อมโยงวิถีชุมชนสู่การท่องเที่ยว

    วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ที่บริเวณโบราณสถานพระราชวังจันทน์ อำเภอเมืองพิษณุโลก นายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก กิจกรรม “ยลถิ่นภูมิปัญญา วิจิตราวังจันทน์” ซึ่งจัดขึ้นโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ระหว่างวันที่ ๑ – ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ โดยบูรณาการร่วมกับจังหวัดพิษณุโลก เทศบาลนครพิษณุโลก และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก

    โดย นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยววิถีชุมชน ที่นำภูมิปัญญา เอกลักษณ์ และวิถีชีวิตของชุมชนต่าง ๆ ในจังหวัดพิษณุโลกมารวบรวมและเผยแพร่ เพื่อสร้างความประทับใจและส่งเสริมให้จังหวัดพิษณุโลกเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์

    กิจกรรม “ยลถิ่นภูมิปัญญา วิจิตราวังจันทน์” มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัดพิษณุโลก สร้างกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และโบราณสถาน รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

    ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น

    • การแสดงศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวพิษณุโลกทั้ง ๙ อำเภอ
    • การแสดงละครเสภาเรื่อง “ขุนช้างขุนแผน ตอนพระไวยแตกทัพ” จากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร
    • การแสดงนาฏยศิลป์จากคณะ “เพชรจรัสแสง”
    • การบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์โดยวงซิมโฟนี่ ออเคสตร้า
    • การออกร้านจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนกว่า ๖๐ ร้าน
    • การประชาสัมพันธ์บริการท่องเที่ยวจากผู้ประกอบการด้านโรงแรมและที่พัก

    พร้อมกิจกรรม “ชิม ชม ช๊อป แชะ แชร์” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่

    นอกจากนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกยังได้จัดให้มีการเผยแพร่พระราชกรณียกิจ และจุดลงนามถวายความอาลัย แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

    การจัดโครงการครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ชุมชนท่องเที่ยว และกลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชน รวมถึงการสนับสนุนด้านการแพทย์ ความปลอดภัย และการสื่อสาร เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ

    แสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.phitsanulokhotnews.com/2025/11/03/191789&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xjw_h-FpmihxBfgZcRkcp

  • เฉลิมฉลองภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย ณ เทวาศรม เขาหลัก การเดินทางอันน่าหลงใหลสู่ยุคทองแห่งสยาม

    เฉลิมฉลองภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย ณ เทวาศรม เขาหลัก การเดินทางอันน่าหลงใหลสู่ยุคทองแห่งสยาม

    เฉลิมฉลองภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย ณ เทวาศรม เขาหลัก การเดินทางอันน่าหลงใหลสู่ยุคทองแห่งสยาม มรดกวัฒนธรรมภาคใต้ และอาหารไทยเหนือกาลเวลา

    ท่ามกลางสายลมและเสียงคลื่นที่ขับกล่อม ‘เทวาศรม เขาหลัก‘ เชิญทุกท่านร่วมดื่มด่ำความงามของวัฒนธรรมไทยและประเพณีอันเหนือกาลเวลา ผ่านกิจกรรมสุดพิเศษตลอดเดือนพฤศจิกายน ที่ร้อยเรียงความน่าหลงใหลของภูมิปัญญา ศิลปะ และอาหารไทยไว้อย่างละเมียดละไม

    จากบรรยากาศสยามวันวานในค่ำคืนใต้แสงจันทร์ ไปจนถึงศิลปะการแสดงโนราอันศักดิ์สิทธิ์ริมชายหาด ทุกค่ำคืนคือการเชื่อมโยงผู้มาเยือนกับรากเหง้าแห่งวัฒนธรรมอันงดงาม เรียบง่าย และเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ

    คืนวันเพ็ญ “ลอยกระทง” – ย้อนสู่ยุคทองแห่งสยาม

    5 พฤศจิกายน 2025 | 18:00 – 22:00 | ณ Takola Lawn

    ย้อนเวลากลับไปสู่ความสง่างามของยุคทองแห่งสยาม กับค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง “ลอยกระทง” ที่ได้แรงบันดาลใจจากกรุงเทพฯ ยุค 1950s ท่ามกลางมนต์เสน่ห์ของบทเพลงลูกกรุงและดนตรีแจ๊สอันไพเราะ พร้อมมื้ออาหารบุฟเฟต์สุดพิเศษ ที่รังสรรค์อาหารไทยสี่ภาคอย่างประณีต และซีฟู้ดสดใหม่จากทะเลอันดามันย่างบนเตาถ่านหอมกรุ่น อีกทั้งในค่ำคืนนี้ แขกผู้มาเยือนยังสามารถร่วมประดิษฐ์โคมและกระทงด้วยตนเอง ก่อนปล่อยให้ลอยไปตามสายน้ำใต้แสงจันทร์ พิธีกรรมเล็ก ๆ ที่เปี่ยมความหมาย แทนคำขอบคุณและการเริ่มต้นใหม่อย่างอ่อนโยน

    ไฮไลท์ของงาน:

    • การแสดงดนตรีสดเพลงลูกกรุงและแจ๊สสุดคลาสสิก
    • กิจกรรมประดิษฐ์โคมและกระทง
    • บุฟเฟ่ต์อาหารทะเลและอาหารไทย 4 ภาค
    • ลอยกระทงท่ามกลางแสงจันทร์

    ราคา: ผู้ใหญ่ 2,200++ บาท (2,500++ บาท ในวันงาน) | เด็ก (5-11 ปี) 1,100++ บาท

    “โนราริมทะเล” – เทิดทูนภูมิปัญญาไทยและมรดกทางวัฒนธรรมภาคใต้

    สัมผัสความงดงามและการเรื่องเล่าศักดิ์สิทธิ์ของ ‘โนรา’ การแสดงฟ้อนรำพื้นเมืองของภาคใต้ ท่ามกลางบรรยากาศริมชายทะเลอันน่าประทับใจ

    การแสดงโนรา 8 พฤศจิกายน 2025 | 18:30 – 19:00 | ริมชายหาด

    เพลิดเพลินกับการแสดงพื้นเมืองที่สะท้อนมรดกทางวัฒนธรรมภาคใต้ เมื่อร่างกายของผู้ร่ายรำขยับไปตามจังหวะ โนราได้ถ่ายทอดตำนานแห่งภาคใต้ให้ฟื้นคืนชีวิตอีกครั้ง ณ ริมชายหาด เทวาศรม เขาหลัก เชิญแขกผู้มาเยือนร่วมรับชมการแสดงโนราอันศักดิ์สิทธิ์ ที่บอกเล่าเรื่องราวโบราณผ่านลีลาร่ายรำ เครื่องแต่งกาย และบทขับร้องที่งดงาม พร้อมการฉายภาพยนตร์สารคดีกลางแจ้งเกี่ยวกับโนรา และค็อกเทลสูตรพิเศษจากบาร์ริมทะเล

    TRADITION IN MOTION: NORA THAI FIT9 พฤศจิกายน 2025 | 10:00 – 11:30 | Takola Lawn

    ร่วมค้นหาความสง่างามในทุกการเคลื่อนไหว ผ่านกิจกรรมเวิร์กชอป “Nora Thai Fit” เรียนรู้ศิลปะการเคลื่อนไหวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท่วงท่าโนรา ถ่ายทอดโดยครูผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเปิดประสบการณ์แห่งสติ สมาธิ และความอ่อนช้อยอันมีรากฐานมาจากประเพณีวัฒนธรรมอันงดงาม

    ห้องอาหารตะโกลา – หัวใจแห่งศิลปะอาหารไทย

    ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบของ เทวาศรม เขาหลัก “ห้องอาหารตะโกลา” ห้องอาหารไทยที่ได้รับรางวัล Bib Gourmand จาก MICHELIN Guide Thailand (2564-2567) ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมไทยในครั้งนี้ ชวนทุกท่านมาร่วมดื่มด่ำมนต์เสน่ห์ของอาหารไทย ผ่านสองเซ็ตเมนูซิกเนเจอร์ ที่ผ่านการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน เพื่อถ่ายทอดความงดงามของศิลปะอาหารไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นในทุกมิติ:

    The Heritage Menu – มรดกแห่งสยาม

    การเดินทางข้ามกาลเวลาผ่านรสชาติ ‘อาหารไทยสี่ภาค’ ที่สะท้อนสมดุลแห่งรสชาติและความละเมียดในทุกจาน ด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นและสูตรต้นตำรับที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์และเสน่ห์ของอาหารไทยอันน่าภาคภูมิใจ

    Gems of the Andaman – อัญมณีแห่งอันดามัน

    แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมอาหารชายฝั่งเมืองตะกั่วป่า ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งอันดามันผ่านวัตถุดิบทะเลสดใหม่ และวัตถุดิบจากชุมชนท้องถิ่น ซึ่งทุกจานล้วนถูกนำมาปรุงด้วยความพิถีพิถัน ผสมผสานกรรมวิธีตำรับโบราณที่สะท้อนรากเหง้าและภูมิปัญญาของชุมชนภาคใต้ไว้ในทุกคำ

    เทวาศรม เขาหลัก ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัส ‘มรดกและจิตวิญญาณแห่งความเป็นไทย’ ที่ยังคงงดงามเหนือกาลเวลา ผ่านหลากหลายกิจกรรมที่ล้วนรังสรรค์มาเพื่อ เฉลิมฉลองความงดงามของศิลปะ ภูมิปัญญา และหัวใจแห่งความเป็นไทย ที่ยังคงเปล่งประกายอยู่ในดินแดนสยาม เมืองแห่งรอยยิ้ม

    สำหรับการจองและข้อมูลเพิ่มเติม:

    โทรศัพท์: +66 (0)76 592 277

    อีเมล: [email protected]


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12761457&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vIzQsLfYVsJEWMzqRru73