Blog

  • ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัดนิยาม ผู้สมัคร อบต. ต้องนับตั้งแต่ ‘เสนอตัว’ ไม่ใช่วันได้สมัครต่อ กกต.

    ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัดนิยาม ผู้สมัคร อบต. ต้องนับตั้งแต่ ‘เสนอตัว’ ไม่ใช่วันได้สมัครต่อ กกต.

    “ดร.ณัฏฐ์ วงศ์เนียม” ผ่าปมกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น หลังนักการเมือง อบต.ฮือฮาแจกของช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ ระบุชัด สถานะ ผู้สมัคร เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ประกาศตัวลงสนาม ไม่ใช่วันที่ยื่นใบสมัครต่อ กกต. พร้อมเตือนผิดกฎเหล็กหาเสียงล่วงหน้า โทษหนักถึงจำคุก 1–10 ปี และตัดสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี

    29 พฤศจิกายน 2568 – สืบเนื่องข้อถกเถียงความเห็นต่าง ระหว่างนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.และ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปมท้องถิ่น อบต.แจกของน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นั้น ทำให้นักการเมืองท้องถิ่น ผู้เสนอตัวเป็นว่าที่ ผู้สมัคร นายก อบต.และสมาชิก อบต.ที่จะหมดวาระ สับสนว่า จะเชื่อความเห็นของบุคคลใดกันแน่

    ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า ปมแจกของน้ำท่วมหาดใหญ่ทำให้เกิดข้อโต้แย้ง ระหว่าง นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. บอกว่า ท้องถิ่น อบต.แจกของน้ำท่วม เป็นความผิด ส่วน ผศ.ดร.ปริญญาฯ บอกว่า ท้องถิ่น อบต.สามารถทำได้ เพราะยังไม่ได้เป็นผู้สมัคร เพราะสถานะผู้สมัคร นับแต่วันยื่นใบสมัคร ทำให้นักการเมืองท้องถิ่น ผู้เสนอตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร นายก อบต.หรือ ว่าที่ ส.อบต. สับสนว่า คำว่า ผู้สมัคร นับแต่เมื่อใด ถึงจะไม่กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เพราะมีอัตราโทษรุนแรง

    พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ได้กำหนดกฎเกณฑ์ในการหาเสียงล่วงหน้าและข้อห้ามไว้ใน มาตรา 64(1) (2) ,65 โดย กกต.ได้ออกระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 ไว้ในข้อ 6

    เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะการกำหนดเวลาหาเสียงล่วงหน้าก่อนครบกำหนดวาระ เพื่อป้องกันเอารัดเอาเปรียบระหว่างผู้บริหารชุดปัจจุบันและผู้เสนอตัวเป็นผู้สมัครในการลงสมัครแข่งขัน

    ภาษาชาวบ้าน คือ ให้ผู้เสนอตัวเป็นผู้สมัครหาเสียงล่วงหน้าได้เสมอภาค แต่ห้ามแจกเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ก่อนสมัครและหลังสมัคร ไม่สามารถกระทำได้ เพราะมีบทลงโทษและนำค่าใช้จ่ายของผู้สมัครไปนับรวมกับค่าใช้จ่ายในการหาเสียงทั้งหมด

    แต่ปัญหาข้อถกเถียง อาจทำให้ประชาชนสับสนว่า คำว่า “ผู้สมัคร” จะนับแต่สมาชิกภาพความเป็นผู้สมัครนับแต่เมื่อใด หากยึดบทนิยาม มาตรา 4 แห่ง พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 เขียนไว้ว่า “ผู้สมัครรับเลือกตั้ง”เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น    

    สถานะของคำว่า “ผู้สมัครรับเลือกตั้ง” ไม่ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า นับแต่วันที่สมัครรับเลือกตั้งหรือไม่

    หากพิจารณาถึงเจตนารมณ์ตามมาตรา 64(1) เปิดโอกาสให้ผู้เสนอตัวเป็นผู้สมัครในการหาเสียงและต้องนำค่าใช้จ่ายในการหาเสียงมานับรวม

    ย่อมแสดงว่า เจตนารมณ์กฎหมายท้องถิ่นให้นับแต่วันที่เสนอตัวเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง มิใช่วันที่สมัครรับเลือกตั้ง

    การอธิบายของ ผศ.ดร.ปริญญา ฯที่ให้ถือผู้สมัครนับแต่วันที่ได้สมัคร

    ภาษาชาวบ้าน คือ ยังไม่เป็นผู้สมัคร ยังไม่ผิด หากแจกของน้ำท่วม จึงเป็นการอธิบายที่เด็ก ป.1 ก็ตอบได้

    ดร.ณัฏฐ์ ระบุว่าหากอธิบาย แบบนายแสวง เลขาธิการ กกต. ตอบแบบสั้น ไม่ขยายความ ประชาชนย่อมสับสน เพราะมีทั้งหลักและข้อยกเว้น หากเป็นแจกเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ อันเกิดจากภัยธรรมชาติ หรือภัยพิบัติสาธารณะอย่างร้ายแรง มิใช่แจกทรัพย์สินเพื่อคะแนนนิยมทางการเมือง เป็นข้อยกเว้น มาตรา 65 วรรคสอง สามารถกระทำได้เช่นกัน  

    กฎเหล็กในการหาเสียงล่วงหน้าสำหรับผู้สมัครนักการเมืองท้องถิ่น จ้องสร้างคะแนนนิยมในภาวะพี่น้องประชาชนตกทุกข์ยาก เอารัดเอาเปรียบ เป็นนาทีชีวิต เป็นการช่วยเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง ย่อมมีบทลงโทษ ตามมาตรา 126 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีหรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนดยี่สิบปี.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/905613/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZBBLxBWvdrVrgAYcbjBHP

  • “นฤมล” สั่ง ศธ.ระดมกำลังลุยฟื้นฟูภาคใต้ ตั้ง Fix It Center 50 ศูนย์ ซ่อมบ้าน-ซ่อมชีวิต เผชิญอุทกภัยถล่มหนัก | TOPNEWS

    “นฤมล” สั่ง ศธ.ระดมกำลังลุยฟื้นฟูภาคใต้ ตั้ง Fix It Center 50 ศูนย์ ซ่อมบ้าน-ซ่อมชีวิต เผชิญอุทกภัยถล่มหนัก | TOPNEWS

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า ในวันพรุ่งนี้(30 พ.ย.)ตนจะเดินทางลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดจัดเตรียมกำลังคน เครื่องมือ และชุดปฏิบัติการให้พร้อมเต็มที่ และให้ทุกส่วนปฏิบัติการสอดคล้องและประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด โดยมุ่งเป้า ฟื้นเมือง คืนชีวิตให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติเร็วที่สุด โดยเฉพาะการฟื้นฟูบ้านเรือน โรงเรียน และสาธารณูปโภคที่เสียหาย ซึ่งต้องการทั้งเครื่องมือ เครือข่ายช่าง และกำลังคนจิตอาสาในพื้นที่จำนวนมาก

    โดย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)ได้ตั้งศูนย์ Fix It Center 50 ศูนย์ทั่วพื้นที่ภาคใต้ให้บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ประกอบอาชีพ เครื่องจักรกล และรถจักรยานยนต์ของประชาชนซึ่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งจะสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน และสนับสนุนให้ประชาชนสามารถกลับไปประกอบอาชีพได้เร็วขึ้น

    ด้านกรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.)ได้รวบรวมกำลังจากหน่วยงานในเครือ สกร.จำนวนมากพร้อมชุดอุปกรณ์ทำความสะอาด ข้าวสารอาหารแห้ง และของจำเป็น เพื่อเร่งคืนสภาพพื้นที่ชุมชนให้ปลอดภัยและกลับมาใช้ประโยชน์ได้โดยเร็ว

    ในส่วนของ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะรับผิดชอบล้างและฟื้นฟูโรงเรียนในพื้นที่ เพื่อเร่งให้โรงเรียนสามารถเปิดเรียนได้ทันตามกำหนด และลดผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน โดยจะเน้นการทำความสะอาดห้องเรียน ระบบไฟฟ้า สนาม และอาคารเรียนที่ได้รับผลกระทบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1407776&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BAJCPVB8r5plrnB1bB0xP

  • นายกฯ เตรียมนำทีมเศรษฐกิจลงพื้นที่สงขลาดูสภาพจริงพรุ่งนี้ ก่อนกำหนดนโยบายฟื้นฟูหลังวิกฤตน้ำท่วม : อินโฟเควสท์

    นายกฯ เตรียมนำทีมเศรษฐกิจลงพื้นที่สงขลาดูสภาพจริงพรุ่งนี้ ก่อนกำหนดนโยบายฟื้นฟูหลังวิกฤตน้ำท่วม : อินโฟเควสท์

    สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ (ภาพ: Thaigov)

    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและโฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้เวลา 13.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยจะนำคณะประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง, นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์,นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.), นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย, นายฉัตรชัย ศิริไล ประธานสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ, นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รักษาการผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน และนายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ลงพื้นที่จ.สงขลา เพื่อให้ไปเห็นสถานการณ์และปัญหา เพื่อนำมาสู่การออกนโยบายเพื่อขับเคลื่อนฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 พ.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/550027&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1SLSIP__IshmZBsfh02EJn

  • ‘นิพนธ์-สรรเพชญ’  เสนอ 3 มาตรการช่วยน้ำท่วม  ‘ฟื้นคน-เมือง-เศรษฐกิจสงขลา’

    ‘นิพนธ์-สรรเพชญ’ เสนอ 3 มาตรการช่วยน้ำท่วม ‘ฟื้นคน-เมือง-เศรษฐกิจสงขลา’

    นายสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา โพสต์ข้อความผ่านเพจ สรรเพชญ บุญญามณี กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงในจังหวัดสงขลาที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและส่งผลกระทบเป็นวงกว้างว่า

    นี่คือวิกฤตที่กระทบทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชนและระบบเศรษฐกิจภาพรวมของภาคใต้ ซึ่งสงขลาในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจด้านบริการ การท่องเที่ยว การแปรรูปสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และการค้าชายแดน ได้รับผลกระทบอย่างหนัก “เครื่องยนต์เศรษฐกิจ” หยุดชะงักทันทีเมื่อเกิดน้ำท่วมครั้งนี้

    นายสรรเพชญระบุว่า จากการลงพื้นที่ต่อเนื่องหลายวัน พบว่าประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบทุกมิติ บ้านเรือนเสียหาย ถนนเชื่อมต่อหลายสายถูกตัดขาด น้ำดื่มและน้ำประปาขาดแคลน โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเมืองสงขลา พะวง เกาะยอ และเขารูปช้าง ที่ต้องพึ่งพาน้ำประปาจากหาดใหญ่เพียงแห่งเดียว ทำให้เกิดปัญหาโดยทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง เด็กเล็ก และหญิงตั้งครรภ์ ยังต้องการการดูแลอย่างเร่งด่วน

    'นิพนธ์-สรรเพชญ'  เสนอ 3 มาตรการช่วยน้ำท่วม  'ฟื้นคน-เมือง-เศรษฐกิจสงขลา'

    ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา นายสรรเพชญจึงเสนอให้รัฐบาลเร่งเดินหน้า “มาตรการฟื้นฟูแบบองค์รวม” ครอบคลุมทั้งคน เมือง และเศรษฐกิจ เพื่อให้สงขลาสามารถกลับมายืนได้อย่างมั่นคง และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต ดังนี้

    3 มาตรการ “ฟื้นคน – ฟื้นเมือง – ฟื้นเศรษฐกิจสงขลา”

    1. ฟื้นคน – เยียวยาอย่างครอบคลุมและเข้าถึงง่าย

    • เร่งจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัย ลดขั้นตอนเอกสาร
    • กระจายอาหาร น้ำดื่ม ถุงยังชีพให้ถึงพื้นที่ที่ยังเข้าไม่ถึง
    • ช่วยเหลือเชิงรุกกลุ่มเปราะบาง
    •  ซ่อมแซมบ้าน โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และสถานพยาบาล

    2. ฟื้นเมือง – โครงสร้างพื้นฐานพร้อมรับมือภัยพิบัติ

    • ผลักดันการก่อสร้าง โรงผลิตน้ำประปาใหม่ในอำเภอเมืองสงขลา ลดการพึ่งพาหาดใหญ่
    • ซ่อมถนน คลองระบายน้ำ ระบบไฟฟ้า–สื่อสาร ในพื้นที่เสี่ยงซ้ำซาก
    • ยกระดับศูนย์พักพิงให้มีมาตรฐานด้านสุขาภิบาล
    • อัปเกรดระบบแจ้งเตือนน้ำท่วม–น้ำทะเลหนุนให้ทันสมัย
    • กำจัดขยะ ตะกอน น้ำเสียหลังน้ำลด

    3. ฟื้นเศรษฐกิจ – ให้ผู้ประกอบการและชุมชนเดินต่อได้

    • พักชำระหนี้ต้น–ดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นและ SMEs
    •  ฟื้นฟูเกษตรกรและประมงพื้นบ้าน สนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำ เครื่องมือที่เสียหาย
    • เร่งซ่อมเส้นทางสู่ด่านชายแดนเพื่อให้การค้าฟื้นตัว
    • กระตุ้นท่องเที่ยวหลังน้ำลด ทั้งเมืองเก่าสงขลา เกาะยอ หาดใหญ่ และดึงนักท่องเที่ยวมาเลเซียกลับมา
    • สนับสนุนตลาดชุมชนและธุรกิจรายเล็กให้ฟื้นตัวควบคู่

    นายสรรเพชญกล่าวว่า “ผมขอฝากความหวังของพี่น้องชาวสงขลาให้รัฐบาลเร่งพิจารณามาตรการเหล่านี้โดยด่วน เพื่อให้สงขลาก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน”
     

    'นิพนธ์-สรรเพชญ'  เสนอ 3 มาตรการช่วยน้ำท่วม  'ฟื้นคน-เมือง-เศรษฐกิจสงขลา'

    ในขณะเดียวกัน นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายสรรเพชญ บุญญามณี ก็ได้ลงพื้นที่ในอำเภอบางกล่ำและอำเภอหาดใหญ่ 4 จุด วันนี้ (29 พ.ย.2568) ได้แก่

    ศาลาลุงทอง, วัดโคกสมานคุณ, ชุมชนรัชมังคลา และวัดเกาะเสือ รวมถึงพื้นที่ในอำเภอเมืองสงขลา โดย “ครัวบุญญามณี” ดำเนินภารกิจช่วยเหลือติดต่อเป็นวันที่ 6 แล้ว สำหรับวันนี้ได้มอบอาหารและสิ่งของรวมกว่า 20,000 ชุด ประกอบด้วย

    • อาหารปรุงสดจากครัวบุญญามณี 4,000 กล่อง
    • บริษัทอาคเนย์คอนกรีต มอบข้าวเหนียวไก่ทอด 1,500 กล่อง
    • บริษัทสยามอินเตอร์เนชั่นแนลฟู้ด ผลิตแซนวิชทูน่า 1,000 กล่อง และข้าวผัดปลาทูน่า 3,500 กล่อง
    • น้ำดื่มรวมกว่า 10,000 ขวด

    ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่

    • มูลนิธิเนชั่นปันน้ำใจ เครือเนชั่น มอบฟาร์มเฮาส์และขนมพร้อมทาน 7,000 กล่อง
    • วิทยาลัยอาชีวศึกษา มอบอาหาร 2,000 กล่อง 

    นายนิพนธ์ระบุว่า ขณะนี้ประชาชนยังเดือดร้อนด้านน้ำดื่มอย่างหนัก เนื่องจากหลายพื้นที่น้ำประปาไม่ไหล อีกทั้งเสื้อผ้าไปกับน้ำหมดจึงจำเป็นต้องเร่งกระจายความช่วยเหลือให้ทั่วถึงและเร่งการเยียวยาโดยด่วนที่สุด

    'นิพนธ์-สรรเพชญ'  เสนอ 3 มาตรการช่วยน้ำท่วม  'ฟื้นคน-เมือง-เศรษฐกิจสงขลา'

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/734244&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2w3d38EmO9CvlZOK8O9MqD

  • “นิพนธ์-สรรเพชญ” ช่วยผู้ประสบภัยต่อเนื่อง เสนอ 3 มาตรการฟื้นคน-เมือง-เศรษฐกิจ

    “นิพนธ์-สรรเพชญ” ช่วยผู้ประสบภัยต่อเนื่อง เสนอ 3 มาตรการฟื้นคน-เมือง-เศรษฐกิจ

    “นิพนธ์-สรรเพชญ” มอบอาหารกว่า 20,000 ชุด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ครัวบุญญามณี ดำเนินภารกิจติดต่อเป็นวันที่ 6 พร้อมเสนอ 3 มาตรการ “ฟื้นคน-ฟื้นเมือง-ฟื้นเศรษฐกิจสงขลา”

    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นายสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสงขลา โพสต์ข้อความผ่านเพจสรรเพชญ บุญญามณี ถึงสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงในจังหวัดสงขลา ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและส่งผลกระทบเป็นวงกว้างว่า นี่คือวิกฤติที่กระทบทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชนและระบบเศรษฐกิจภาพรวมของภาคใต้ ซึ่งสงขลาในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจด้านบริการ การท่องเที่ยว การแปรรูปสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และการค้าชายแดน ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เครื่องยนต์เศรษฐกิจหยุดชะงักทันทีเมื่อเกิดน้ำท่วมครั้งนี้

    นายสรรเพชญ ระบุต่อไป จากการลงพื้นที่ต่อเนื่องหลายวัน พบว่าประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบทุกมิติ บ้านเรือนเสียหาย ถนนเชื่อมต่อหลายสายถูกตัดขาด น้ำดื่มและน้ำประปาขาดแคลน โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเมือง ตำบลพะวง ตำบลเกาะยอ และตำบลเขารูปช้าง ที่ต้องพึ่งพาน้ำประปาจากอำเภอหาดใหญ่เพียงแห่งเดียว ทำให้เกิดปัญหาโดยทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง เด็กเล็ก และหญิงตั้งครรภ์ ยังต้องการการดูแลอย่างเร่งด่วน

    ในฐานะ สส.สงขลา จึงเสนอให้รัฐบาลเร่งเดินหน้ามาตรการฟื้นฟูแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งคน เมือง และเศรษฐกิจ เพื่อให้สงขลาสามารถกลับมายืนได้อย่างมั่นคง และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต ดังนี้

    3 มาตรการ “ฟื้นคน – ฟื้นเมือง – ฟื้นเศรษฐกิจสงขลา”

    1. ฟื้นคน – เยียวยาอย่างครอบคลุมและเข้าถึงง่าย

    • เร่งจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัย ลดขั้นตอนเอกสาร
    • กระจายอาหาร น้ำดื่ม ถุงยังชีพให้ถึงพื้นที่ที่ยังเข้าไม่ถึง
    • ช่วยเหลือเชิงรุกกลุ่มเปราะบาง
    • ซ่อมแซมบ้าน โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และสถานพยาบาล

    2. ฟื้นเมือง – โครงสร้างพื้นฐานพร้อมรับมือภัยพิบัติ

    • ผลักดันการก่อสร้างโรงผลิตน้ำประปาใหม่ในอำเภอเมืองสงขลา ลดการพึ่งพาหาดใหญ่
    • ซ่อมถนน คลองระบายน้ำ ระบบไฟฟ้า-สื่อสารในพื้นที่เสี่ยงซ้ำซาก
    • ยกระดับศูนย์พักพิงให้มีมาตรฐานด้านสุขาภิบาล
    • อัปเกรดระบบแจ้งเตือนน้ำท่วม-น้ำทะเลหนุนให้ทันสมัย
    • กำจัดขยะ ตะกอน น้ำเสียหลังน้ำลด

    3. ฟื้นเศรษฐกิจ – ให้ผู้ประกอบการและชุมชนเดินต่อได้

    • พักชำระหนี้ต้น-ดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นและ SMEs
    • ฟื้นฟูเกษตรกรและประมงพื้นบ้าน สนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำ เครื่องมือที่เสียหาย
    • เร่งซ่อมเส้นทางสู่ด่านชายแดนเพื่อให้การค้าฟื้นตัว
    • กระตุ้นท่องเที่ยวหลังน้ำลด ทั้งเมืองเก่าสงขลา เกาะยอ หาดใหญ่ และดึงนักท่องเที่ยวมาเลเซียกลับมา
    • สนับสนุนตลาดชุมชนและธุรกิจรายเล็กให้ฟื้นตัวควบคู่

    นายสรรเพชญ เผยอีกว่า “ผมขอฝากความหวังของพี่น้องชาวสงขลาให้รัฐบาลเร่งพิจารณามาตรการเหล่านี้โดยด่วน เพื่อให้สงขลาก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน”

    ขณะที่วันนี้ นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายสรรเพชญ ลงพื้นที่ในอำเภอบางกล่ำ และอำเภอหาดใหญ่ 4 จุด ได้แก่ ศาลาลุงทอง, วัดโคกสมานคุณ, ชุมชนรัชมังคลา และวัดเกาะเสือ รวมถึงพื้นที่ในอำเภอเมืองสงขลา โดยครัวบุญญามณี ดำเนินภารกิจช่วยเหลือติดต่อเป็นวันที่ 6 แล้ว วันนี้ได้มอบอาหารและสิ่งของรวมกว่า 20,000 ชุด โดยนายนิพนธ์ ระบุว่า ขณะนี้ประชาชนยังเดือดร้อนด้านน้ำดื่มอย่างหนัก เนื่องจากหลายพื้นที่น้ำประปาไม่ไหล อีกทั้งเสื้อผ้าไปกับน้ำหมด จึงจำเป็นต้องเร่งกระจายความช่วยเหลือให้ทั่วถึงและเร่งการเยียวยาโดยด่วนที่สุด.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2898858&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bg3DaAX7tpT09NdnWH47g

  • “สรรเพชญ”ชง 3 มาตรการหลังน้ำท่วมสงขลา ฟื้นคน-ฟื้นเมือง-ฟื้นเศรษฐกิจ

    “สรรเพชญ”ชง 3 มาตรการหลังน้ำท่วมสงขลา ฟื้นคน-ฟื้นเมือง-ฟื้นเศรษฐกิจ

    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดสงขลา ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงสร้างผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนเท่านั้น แต่ยังสะเทือนต่อระบบเศรษฐกิจทั้งจังหวัดและพื้นที่ภาคใต้โดยตรง เพราะสงขลาถือเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านบริการ ท่องเที่ยว การแปรรูปสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และการค้าชายแดน เมื่อเกิดน้ำท่วม “เครื่องยนต์เศรษฐกิจ” เหล่านี้จึงต้องหยุดชะงักลงทันที

                                “สรรเพชญ”ชง 3 มาตรการหลังน้ำท่วมสงขลา ฟื้นคน-ฟื้นเมือง-ฟื้นเศรษฐกิจ

    จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องหลายวัน นายสรรเพชญ ระบุว่า พบประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนรอบด้าน ทั้งบ้านเรือนเสียหาย ระบบสาธารณูปโภคใช้งานไม่ได้ ถนนสายหลักหลายเส้นถูกตัดขาด น้ำดื่มและน้ำประปาขาดแคลนหนัก โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเมืองสงขลา พื้นที่พะวง เกาะยอ และเขารูปช้าง ซึ่งต้องพึ่งพาระบบประปาจากหาดใหญ่เป็นแหล่งเดียว ทำให้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินระบบไม่สามารถรองรับได้ทันที

    นอกจากนี้ ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง เด็กเล็ก และหญิงตั้งครรภ์ ยังคงต้องการความช่วยเหลือเชิงรุก ทั้งด้านอาหาร ยารักษาโรค อุปกรณ์จำเป็น และการดูแลด้านสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด

    ชงแผนใหญ่ “3 ฟื้น” กู้สงขลา

    ในฐานะ สส.พื้นที่ นายสรรเพชญ เสนอให้รัฐบาลเร่งเดินหน้า “มาตรการฟื้นฟูแบบองค์รวม” ครอบคลุมทั้งประชาชน เมือง และระบบเศรษฐกิจ เพื่อให้สงขลาสามารถกลับมายืนได้อย่างมั่นคง และลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติซ้ำในอนาคต ภายใต้ 3 แกนหลัก คือ

    1) ฟื้นคน เยียวยาให้ครอบคลุมและเข้าถึงจริง

    – เร่งจ่ายเงินเยียวยา ลดขั้นตอนเอกสารให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้รวดเร็ว

    – กระจายอาหาร น้ำดื่ม ถุงยังชีพ ให้ถึงจุดที่ยังเข้าไม่ถึง

    – ดูแลกลุ่มเปราะบางเชิงรุก

    – ซ่อมแซมบ้านเรือน โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และสถานพยาบาล

    2) ฟื้นเมือง เสริมโครงสร้างพื้นฐานให้รับมือภัยพิบัติ

    -ผลักดันการก่อสร้าง โรงผลิตน้ำประปาแห่งใหม่ในอำเภอเมืองสงขลา ลดการพึ่งพาระบบจากหาดใหญ่

    – ซ่อมถนน ระบบคลองระบายน้ำ ไฟฟ้าและสื่อสารในพื้นที่เสี่ยงซ้ำซาก

    – ยกระดับศูนย์พักพิงให้ได้มาตรฐานสุขาภิบาล

    – พัฒนาระบบเตือนภัยน้ำท่วม–น้ำทะเลหนุนให้ทันสมัย

    – เร่งกำจัดขยะ ตะกอน และ น้ำเสียหลังน้ำลด

    3) ฟื้นเศรษฐกิจ ให้ธุรกิจและชุมชนเดินต่อได้

    – พักชำระหนี้ต้น–ดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs

    – ฟื้นฟูเกษตรกรและประมงพื้นบ้าน สนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำ–เครื่องมือที่เสียหาย

    – เร่งซ่อมเส้นทางสู่ด่านชายแดน กระตุ้นการค้าระหว่างประเทศ

    – กระตุ้นท่องเที่ยวหลังน้ำลด โดยเฉพาะเมืองเก่าสงขลา เกาะยอ หาดใหญ่ และดึงนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียกลับมา

    –  สนับสนุนตลาดชุมชนและธุรกิจขนาดเล็กให้ฟื้นตัวควบคู่กัน 

    “ผมขอฝากความหวังของพี่น้องชาวสงขลาให้รัฐบาลเร่งพิจารณามาตรการเหล่านี้โดยด่วน เพื่อให้จังหวัดสงขลาก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน” นายสรรเพชญ กล่าว

                                 “สรรเพชญ”ชง 3 มาตรการหลังน้ำท่วมสงขลา ฟื้นคน-ฟื้นเมือง-ฟื้นเศรษฐกิจ   “สรรเพชญ”ชง 3 มาตรการหลังน้ำท่วมสงขลา ฟื้นคน-ฟื้นเมือง-ฟื้นเศรษฐกิจ

    ระดมแจกอาหารไม่หยุดต่อเนื่องวันที่ 6

    วันเดียวกัน นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายสรรเพชญ บุญญามณี ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยในอำเภอบางกล่ำ อำเภอหาดใหญ่ และอำเภอเมืองสงขลา รวม 4 จุด ได้แก่ ศาลาลุงทอง วัดโคกสมานคุณ ชุมชนรัชมังคลา และวัดเกาะเสือ โดยใช้ “ครัวบุญญามณี” เป็นฐานหลักในการจัดทำอาหารแจกจ่ายต่อเนื่องเป็นวันที่ 6

    สำหรับภารกิจในวันนี้ มีการมอบอาหารและสิ่งของจำเป็นรวมกว่า 20,000 ชุด ประกอบด้วย

    อาหารปรุงสดจากครัวบุญญามณี 4,000 กล่อง

    ข้าวเหนียวไก่ทอด จากบริษัทอาคเนย์คอนกรีต 1,500 กล่อง

    แซนด์วิชทูน่า 1,000 กล่อง และข้าวผัดปลาทูน่า 3,500 กล่อง จากบริษัทสยามอินเตอร์เนชั่นแนลฟู้ด

    อาหารพร้อมรับประทานและขนมรวม 7,000 กล่อง จากมูลนิธิเนชั่นปันน้ำใจ เครือเนชั่น

    อาหาร 2,000 กล่อง จากวิทยาลัยอาชีวศึกษา

    น้ำดื่มกว่า 10,000 ขวด

                                    “สรรเพชญ”ชง 3 มาตรการหลังน้ำท่วมสงขลา ฟื้นคน-ฟื้นเมือง-ฟื้นเศรษฐกิจ

    นายนิพนธ์ ระบุว่า ขณะนี้ปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มยังเป็นเรื่องเร่งด่วน เนื่องจากหลายพื้นที่ระบบประปายังไม่สามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติ อีกทั้งประชาชนจำนวนมากสูญเสียเสื้อผ้าและของใช้ไปกับกระแสน้ำ จึงจำเป็นต้องเร่งกระจายความช่วยเหลือ ควบคู่กับการเร่งดำเนินการเยียวยาจากภาครัฐอย่างเต็มที่และทั่วถึง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/politics/645308&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vg8XOzMQAHV_Vqf9REkS3

  • วิกฤตใหญ่ มหาอุทกภัย น้ำท่วมภาคใต้ เปิดหุ้นรับ-เสียประโยชน์ 

    วิกฤตใหญ่ มหาอุทกภัย น้ำท่วมภาคใต้ เปิดหุ้นรับ-เสียประโยชน์ 

    Stock

    วิกฤตใหญ่ มหาอุทกภัย น้ำท่วมภาคใต้ เปิดหุ้นรับ-เสียประโยชน์ 

    นักวิเคราะห์เผย หุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากสถานการณ์น้ำท่วมคือกลุ่มซ่อมสร้างและวัสดุก่อสร้าง เช่น HMPRO, GLOBAL, DOHOME, TOA, TASCO และ SCC เนื่องจากความต้องการซ่อมแซมบ้านและโครงสร้างพื้นฐานหลังน้ำลด ส่วนกลุ่มที่คาดว่าจะเสียประโยชน์คือกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และการท่องเที่ยว แต่ผลกระทบโดยตรงประเมินว่าอยู่ในวงจำกัด เช่น CENTEL และ ERW มีการปิดบริการโรงแรมบางแห่งชั่วคราวซึ่งกระทบรายได้รวมเพียง 1-2%

    • หุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากสถานการณ์น้ำท่วมคือกลุ่มซ่อมสร้างและวัสดุก่อสร้าง เช่น HMPRO, GLOBAL, DOHOME, TOA, TASCO และ SCC เนื่องจากความต้องการซ่อมแซมบ้านและโครงสร้างพื้นฐานหลังน้ำลด
    • กลุ่มที่คาดว่าจะเสียประโยชน์คือกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และการท่องเที่ยว แต่ผลกระทบโดยตรงประเมินว่าอยู่ในวงจำกัด เช่น CENTEL และ ERW มีการปิดบริการโรงแรมบางแห่งชั่วคราวซึ่งกระทบรายได้รวมเพียง 1-2%
    • สถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการเดินทางของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียซึ่งเป็นตลาดหลัก โดยพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ลดลง 12% ในช่วงสัปดาห์ที่มีฝนตกหนัก
    • แม้ผลกระทบโดยตรงต่อ GDP ของประเทศจะไม่รุนแรงเท่ามหาอุทกภัยปี 2554 แต่น้ำท่วมได้ส่งผลกระทบเชิงลบต่อจิตวิทยาการลงทุนและสร้างความไม่แน่นอนทางการเมืองในช่วงใกล้เลือกตั้ง

    ภาคใต้กำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ขยายวงกว้างและยาวนานกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่เพียงกระทบต่อชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่น แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงระดับประเทศ โดยเฉพาะต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ซึ่งกำลังเผชิญทั้งแรงกดดันจากปัญหาน้ำท่วมและความไม่แน่นอนทางการเมืองในช่วงใกล้เลือกตั้ง ทำให้ภาพรวมตลาดยังถูกกดดันจากปัจจัยลบหลายด้านและยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

    ภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังคงติดขัดจากประเด็นน้ำท่วมภาคใต้ที่ยังมีความรุนแรงอยู่ในช่วงนี้ ทำให้นำไปสู่ความเชื่อมั่นทางการเมืองลดน้อยลงไปด้วย จึงทำให้หุ้นไทยไม่เฟอร์ฟอร์มเลย ณ ขณะนี้ 

    แต่อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจจังหวัดสงขลา มีสัดส่วนแค่ 1 ใน 25 ของกรุงเทพฯ เท่านั้น จึงนำมาเทียบกับช่วงปี 2554 ไม่ได้ แต่ทว่า เริ่มมีสัญญาณที่ดีน้ำไม่ท่วมแล้ว ขณะที่กนง.หากมีสัญญาณว่าจะปรับลดดอกเบี้ยมากขึ้นก็อาจจะทำให้ดัชนีหุ้นไทยมีการกลับมารีบาวด์ขึ้นมาได้เร็ว 

    “หากเทียบช่วงน้ำท่วมในราวปี 2554 ประมาณ 2 เดือน ดัชนีหุ้นไทยลงไปประมาณ 24% ถือว่าลงมาค่อนข้างเยอะ เนื่องจาก World Bank ออกมาบอกว่า เศรษฐกิจไทยมีความเสียหายเยอะ จึงคาดการณ์ที่ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท และในปีนี้ด้านหอการค้าคาดการณ์ไว้ที่น้ำท่วมนานในทุก ๆ 1 วัน จะทำให้เกิดความเสียหายประมาณ 1- 1.5 หมื่นล้านบาท ยังคงต้องเฝ้าติดตามต่อไปว่าจะท่วมนานหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติก็มีการชะลอตัวลงไปด้วย” 

    สำหรับหุ้นที่ได้รับประโยชน์จะได้จากหุ้นซ่อมสร้างต่าง ๆ เช่น HMPRO GLOBAL DOHOME และกลุ่มทาสีบ้านหลังจากที่น้ำลดลงแล้วได้แก่หุ้น TOA รวมถึงกลุ่มซ่อมสร้างถนนที่ต้องใช้ปูนเยอะขึ้นได้แก่ TASCO SCC 

    กรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน และ นักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย บล. ซีจีเอส-อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เริ่มมีความกังวลต่อกลุ่มค้าปลีก และกลุ่มอื่น ๆ เซนติเมนไม่ค่อยดี ต้องยอมรับว่าประเด็นเรื่องน้ำท่วมเป็นจิตวิทยาที่ทำให้การเมืองเกิดความไม่แน่นอน เพราะฉะนั้นในช่วงที่ใกล้จะเลือกตั้ง ในช่วงแรกยังคงมองว่า พรรคภูมิใจไทยอาจจะได้รับคะแนนเสียงค่อนข้างมากแต่ทว่าในขณะนี้ทำให้เกิดความไม่แน่นอนขึ้น เพราะอาจทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจจึงเกิดการขายหุ้นออกมาก่อน 

     “จิตวิทยาลบจากปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาค ผลกระทบจากน้ำท่วมต่อ GDP ไทยยังไม่มากนัก เนื่องจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบคิดเป็นไม่ถึง 10% ของ GDP แต่ส่งผลต่อ จิตวิทยาการลงทุนและคะแนนเสียงเลือกตั้งมากกว่า โดยหุ้นที่ได้ประโยชน์เชิงจิตวิทยาระยะสั้น ได้แก่กลุ่มสร้างบ้าน เช่น GLOBAL HMPRO”

    บล.กรุงศรี ระบุว่า สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่ายังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของภาคใต้ รวม 10 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยหลายพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

    โดยประเมินผลกระทบต่อภาคโรงแรมและร้านอาหารอยู่ในระดับจำกัด 1–4% คาดว่าอยู่ในวงจำกัด โดยคำนวณจากจำนวนสาขาและโรงแรมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งผลกระทบโดยตรงต่อโรงแรมถือว่าจำกัด มีเพียงสองบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากการปิดให้บริการชั่วคราว CENTEL ปิดโรงแรม 1 แห่ง ราว 1% ของรายได้รวม และสาขาในธุรกิจอาหารได้รับผลกระทบ 27 แห่งจากทั้งหมด 1,390 สาขา ราว 1% ของรายได้ รวมผลกระทบประมาณ 2% ขณะที่ ERW ปิดโรงแรม Hop Inn ชั่วคราว 3 แห่งในสงขลา ราว 2% ของรายได้รวมจาก 87 แห่ง ส่วน MINT ไม่ได้รับผลกระทบในธุรกิจโรงแรม เนื่องจากไม่มีโรงแรมในพื้นที่ประสบภัย แต่มีร้านอาหารได้รับผลกระทบ 20 สาขา ต่ำกว่า 1% ของรายได้รวม

    ขณะที่ผลกระทบต่อกลุ่มร้านอาหารยังคงจำกัดเช่นกัน สอดคล้องกับสัดส่วนสาขาที่ตั้งในพื้นที่น้ำท่วม AU ได้รับผลกระทบ 1 สาขาในหาดใหญ่ ราว 4% ของรายได้จาก 60 สาขา M ได้รับผลกระทบ 18 สาขาจากทั้งหมด 675 สาขา ราว 2–3% ของรายได้ และ ZEN ได้รับผลกระทบ 1 สาขา ต่ำกว่า 1% ของรายได้ โดยรวมแล้ว ร้านอาหารส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบจากความเสียหายโดยตรง แต่ได้รับแรงกดดันจากกำลังซื้อในพื้นที่ที่ชะลอตัวลงมากกว่า

    อย่างไรก็ตาม แม้ผลกระทบต่อธุรกิจจะไม่รุนแรง แต่ความเสี่ยงสำคัญในช่วงสั้นคือผลต่อความเชื่อมั่นและการตัดสินใจเดินทาง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดหลักคิดเป็น 14% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด สะสม 4.1 ล้านคน YTD

    นอกจากนี้ ในสัปดาห์17–23 พ.ย.2568 จำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ลดลง 12% WoW จากเหตุฝนตกหนักและน้ำท่วมในช่วงสุดสัปดาห์ คาดว่ายอดนักท่องเที่ยวอาจชะลอต่อเนื่องอีก 1–2 สัปดาห์ ก่อนทยอยฟื้นกลับสู่ระดับปกติเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย

    ทั้งนี้ “กรุงเทพธุรกิจ” ได้รวบรวมหุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากอุทกภัยน้ำน้ำท่วม และกลุ่มที่คาดว่าอาจจะเสียประโยชน์ มีดังนี้ 

    หุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากอุทกภัยน้ำท่วมภาคใต้ 

    บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL

    • วิทูร  สุริยวนากุล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
    • หมวดธุรกิจ พาณิชย์
    • ผลตอบแทนราคา 5 วัน 11.11 %   
    • ผลตอบแทนราคา 1 เดือน  -13.91%
    • กำไร 9 เดือน 1,535 ล้านบาท
    • รายได้ 9 เดือน  24,571 ล้านบาท

    บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)หรือ HMPRO

    • วีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ
    • หมวดธุรกิจ พาณิชย์
    • ผลตอบแทนราคา 5 วัน +9.40%   
    • ผลตอบแทนราคา 1 เดือน  -7.25%
    • กำไร 9 เดือน 4,410 ล้านบาท
    • รายได้ 9 เดือน  52,862 ล้านบาท

    บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA 

    • จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
    • หมวดธุรกิจ วัสดุก่อสร้าง
    • ผลตอบแทนราคา 5 วัน +4.88%   
    • ผลตอบแทนราคา 1 เดือน  +3.20%
    • กำไร 9 เดือน 2,073 ล้านบาท
    • รายได้ 9 เดือน  16,194 ล้านบาท

    บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC

    • ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่
    • หมวดธุรกิจ วัสดุก่อสร้าง
    • ผลตอบแทนราคา 5 วัน  +1.92%   
    • ผลตอบแทนราคา 1 เดือน  -11.00%
    • กำไร 9 เดือน 17,767 ล้านบาท
    • รายได้ 9 เดือน  386,188 ล้านบาท

    บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD

    • นำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่
    • หมวดธุรกิจ วัสดุก่อสร้าง
    • ผลตอบแทนราคา 5 วัน -%   
    • ผลตอบแทนราคา 1 เดือน  +2.90%
    • กำไร 9 เดือน 744 ล้านบาท
    • รายได้ 9 เดือน  17,717 ล้านบาท

    บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME

    • อดิศักดิ์ ตั้งมิตรประชา กรรมการผู้จัดการ
    • หมวดธุรกิจ พาณิชย์
    • ผลตอบแทนราคา 5 วัน -0.55%   
    • ผลตอบแทนราคา 1 เดือน  -10.78%
    • กำไร 9 เดือน 504 ล้านบาท
    • รายได้ 9 เดือน  22,337 ล้านบาท

    บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK

    • ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่
    • หมวดธุรกิจ บริการรับเหมาก่อสร้าง
    • ผลตอบแทนราคา 5 วัน -1.60%   
    • ผลตอบแทนราคา 1 เดือน  -20.13%
    • กำไร 9 เดือน 2,884 ล้านบาท
    • รายได้ 9 เดือน  34,784 ล้านบาท

    บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON

    • ภาคภูมิ ศรีชำนิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม/กรรมการผู้จัดการใหญ่
    • หมวดธุรกิจ บริการรับเหมาก่อสร้าง
    • ผลตอบแทนราคา 5 วัน -2.59%   
    • ผลตอบแทนราคา 1 เดือน  -31.52%
    • กำไร 9 เดือน 1,017 ล้านบาท
    • รายได้ 9 เดือน  23,532 ล้านบาท

    บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO

    • ชัยวัฒน์ ศรีวรรณวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่
    • หมวดธุรกิจ วัสดุก่อสร้าง
    • ผลตอบแทนราคา 5 วัน -3.45%   
    • ผลตอบแทนราคา 1 เดือน  +0.72%
    • กำไร 9 เดือน 1,025 ล้านบาท
    • รายได้ 9 เดือน  20,209 ล้านบาท

    ขณะที่หุ้นที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้ ได้แก่ กลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร กลุ่มท่องเที่ยว แต่ทว่านักวิเคราะห์คาดว่าจะได้รับผลกระทบในวงจำกัดเท่านั้น 

    วิกฤตใหญ่ มหาอุทกภัย น้ำท่วมภาคใต้ เปิดหุ้นรับ-เสียประโยชน์ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/finance/stock/1209685&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NgJPIYDoMzq8Xb_hVe4Sz

  • ไทยไร้หน่วยงานดูแลซื้อขายทอง จ่อคุมเข้มร้านทอง ส่งรายงานธุรกรรม

    ไทยไร้หน่วยงานดูแลซื้อขายทอง จ่อคุมเข้มร้านทอง ส่งรายงานธุรกรรม

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/finance-56&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xKlhlsjwq-HMLzQ3AQeHx

  • วิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่เศรษฐกิจเสียหาย 2 หมื่นล้าน คาดใช้เวลา 3 ฟื้นฟู

    วิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่เศรษฐกิจเสียหาย 2 หมื่นล้าน คาดใช้เวลา 3 ฟื้นฟู

    วันนี้ (29 พ.ย.2568) นายทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา ประเมินความเสียหายหลังสถานการณ์น้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างและลึก ทั้งอาคารบ้านเรือน สถานประกอบการ ทั้ง ธุรกิจค้าปลีก สถานบริการ โรงแรม รถเสียหายร้อยละ 80-90 เครื่องมือดำเนินธุรกิจ อุปกรณ์สำนักงาน คอมพิวเตอร์ เครื่องจักรจมน้ำต้องลงทุนใหม่ จากการลงพื้นที่สำรวจเบื้องต้น พบว่าธุรกิจได้รับผลกระทบหนักไม่สามารถดำเนินการกลับมาได้ในเร็ววัน

    จึงขอให้รัฐเร่งฟื้นฟูเยียวยาประชาชน และภาคธุรกิจที่หยุดดำเนินการมาตั้งแต่ 20 พ.ย. ขาดรายได้ แต่สิ้นเดือนยังมีค่าใช้จ่ายรออยู่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็กหรือเอสเอ็มอีอาจจะอยู่ได้ไม่ถึง 1 เดือน

    “ควรนำเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจลงมาฟื้นฟูหาดใหญ่โดยตรง อย่ามองว่าหาดใหญ่เป็นแค่น้ำท่วมตามฤดูกาลจ่ายเงินหัวละ 9,000 บาท เยียวยาแล้วจบ เพราะไม่จบ ผู้ประกอบการต้องการแพ็กเกจที่รวดเร็ว ตรงกับความต้องการ มีกำลังใจที่จะฟื้นธุรกิจ”

    ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา เสนอแนวทางแก้ปัญหาระยะเร่งด่วน โดยขอให้รัฐบาลเร่งออกแพ็กเกจช่วยเหลือที่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการในพื้นที่ เช่น การให้ประกันสังคมจ่ายเงินเยียวยาลูกจ้าง ในช่วงที่ธุรกิจไม่สามารถประกอบกิจการได้ การปล่อยสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยต่ำเป็นระยะเวลานานเพียงพอ 3-5 ปีที่จะฟื้นฟูธุรกิจได้และมีวงเงินสินเชื่อเพียงพอ ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันที่ยุ่งยากเพราะบางรายยังมีหนี้เก่าอยู่

    การลดเงื่อนไขการเคลมประกันภัยและการได้รับการชดเชยที่เหมาะสม รวมไปถึงการพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยอย่างน้อย 3 เดือนก่อนเพื่อให้ธุรกิจตั้งหลักได้ก่อน เพราะหากธุรกิจไม่สามารถประกอบกิจการได้จะส่งผลต่อการจ้างงานจำนวนมาก

    นอกจากนี้ ยังเสนอให้รัฐบาลเร่งอัดแพ็กเกจเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวหาดใหญ่ทันทีหลังฟื้นฟู เช่น การเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยว โดยชูโปรแกรม “หาดใหญ่พร้อมเปิดเมือง” โดยใช้มาตรการทางภาษี เช่น ลดหย่อนภาษีได้สองเท่าทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ ที่มาใช้บริการหรือซื้อสินค้าจากร้านค้าที่จดทะเบียนใน อ.หาดใหญ่เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยว ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินกลับเข้ามาในระบบเศรษฐกิจได้เร็ว

    ส่วนระยะยาว เสนอให้รัฐบาลวางแผนรับมือแก้ปัญหาน้ำท่วมโดยวางโครงสร้างขนาดใหญ่ เนื่องจากปัจจุบันมีหลายปัจจัยเข้ามาเพิ่มทำให้ระบบการระบายน้ำที่มีอยู่ไม่เพียงพออีกต่อไป ทั้งปริมาณน้ำจากพื้นที่ต่างๆ การขยายตัวของเมือง ปริมาณน้ำฝน จึงควรวางแผนรับมือ มีแผนเผชิญเหตุที่รวดเร็วเพื่อลดความสูญเสียจำนวนมากเหมือนเหตุการณ์ครั้งนี้ และหากรัฐไม่ทำอะไรจะทำให้สูญเสียโอกาสทั้งการค้า การท่องเที่ยวและการลงทุนในพื้นที่จังหวัดสงขลา เนื่องจากไม่เชื่อมั่นในระบบป้องกันอุทกภัย

    สำหรับประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบ เห็นว่า รัฐควรเร่งเยียวยาช่วยเหลือ จัดหาที่พักที่ได้มาตรฐาน ระหว่างที่ซ่อมแซมที่พักอาศัย ซึ่งอาจจะพักในโรงแรมที่ยังไม่สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวได้ เพื่อลดความแออัดในศูนย์อพยพ ซึ่งประชาชนบางส่วนมีศักยภาพที่จะพักอาศัยได้

    นายทรงพล ประเมินว่าจากวิกฤติน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ครั้งนี้ เมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจของเมืองหาดใหญ่หากธุรกิจไม่สามารถกลับมาเดินการได้ในช่วง 3 เดือนนี้ จะเสียหายนับหมื่นล้านบาท และยังประเมินว่าเศรษฐกิจหาดใหญ่จะกลับมาฟื้นตัวได้จะต้องใช้เวลา 3 เดือน

    “ความเสียหายครั้งนี้ กระทบเป็นวงกว้างและลึกสร้างความเสียหายมากกว่าปี 2553 เป็นเท่าตัว ที่ประเมินไว้ที่ 17,000 ล้านบาท และจากตัวเลขความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินไว้อยู่ที่ 25,000 ล้านบาทก็ไม่น่าจะเกินความจริง”

    อ่านข่าว : 

    นายกฯ ยอมรับรัฐบาลบกพร่องน้ำท่วม จ่อฟันตั๋วบินหาดใหญ่แพง

    ตั๋วเครื่องบินไปหาดใหญ่ราคาพุ่ง พบสูงเกือบ 1 หมื่นบาท

    น้ำท่วม 8 จังหวัดใต้ยอดเสียชีวิตสะสม 162 คน – สงขลาหนักสุด 126 คน

    #น้ำท่วม #น้ำท่วมใต้ #น้ำท่วมใต้2568 #น้ำท่วมภาคใต้2568 #ฝนตกหนัก #น้ำท่วมหาดใหญ่
    #น้ำท่วมสงขลา #เขต8 #เราจะฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน #มหาอุทกภัยภาคใต้2568 #ข่าวไทยพีบีเอส #ข่าวที่คุณวางใจ #ThaiPBSnews #ThaiPBSศูนย์ข่าวภาคใต้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/358978&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2TcZuIx7J_GfWmEFzbuija

  • น้ำท่วมใต้ ซัดท่องเที่ยวเสียหายหมื่นล้าน สทท. ชง 5 ยุทธศาสตร์กู้เศรษฐกิจ

    น้ำท่วมใต้ ซัดท่องเที่ยวเสียหายหมื่นล้าน สทท. ชง 5 ยุทธศาสตร์กู้เศรษฐกิจ

    วินทร์ กุมภเศรษฐ์ เผยแพร่เมื่อ : 29 พ.ย. 2568, 17:08 1

    นายรัชชพร พูลสวัสดิ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า สถาการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจรวมไปถึงธุรกิจท่องเที่ยวอย่างกว้างขวาง ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก รายได้ในชุมชนลดลง และเกิดภาวะขาดสภาพคล่องของผู้ประกอบการอย่างรุนแรง คาดว่าสร้างมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจโดยรวมไม่ต่ำหว่า 11.8 – 23.6 หมื่นล้านบาท ทั้งเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ความเสียหายต่อวันทางด้านการท่องเที่ยว 1,000-1,500 ล้านบาท

    นายรัชชพร พูลสวัสดิ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)

    ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 4 และไตรมาสที่ 1 ในปี 2569  โดยเฉพาะเทศกาลตรุษจีนซึ่งเป็นเทศกลาลสำคัญในการเดินทางท่องเที่ยวของตลาดต่างประเทศที่มีเชื่อสายจีน เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน และประเทศจีน จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้องมีมาตรการฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้กลับมาดำเนินการได้อย่างมีมาตรฐานโดยด่วน เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สร้างรายได้และความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการ

    นายรัชชพร กล่าวเสริมว่า สทท. เตรียมเสนอ ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบในแผนยุทธศาสตร์ดังต่อไปนี้ 1.เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟูเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวภายใน 90 วัน 2.อนุมัติมาตรการพักชำระหนี้ 12 เดือนสำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยว 3.อนุมัติโครงการ Soft Loan ดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ระยะเวลา 5 ปี 4.อนุมัติงบประมาณในการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานและแคมเปญตลาด 5.มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์บัญชาการฟื้นฟู

    ทั้งนี้เพื่อให้ธุรกิจท่องเที่ยวกลับมาเปิดไม่น้อยกว่า 80–100% ภายใน 60 วัน รายได้ท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องเพียงพอ ลดความเสี่ยงล้มละลาย รวมถึงแรงงานกลับเข้าสู่การทำงานมากกว่า 90% ชุมชนท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มขึ้น ลดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ และสร้างความมั่นใจแก่ตลาดต่างประเทศ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยหลังเกิดภัยพิบัติ สร้างภาพลักษณ์ “Thailand is Ready”

    สำหรับรายละเอียดของขอเสนอแผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟูเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ในระยะเร่งด่วนดังทั้ง 5 ยุทธศาสตร์ มีรายละเอียดต่อไปนี้

    ยุทธศาสตร์ที่ 1 การฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและแหล่งท่องเที่ยวที่ไดรับผลกระทบอย่างเร่งด่วนภายใน 45 วัน คือ ซ่อมแซมถนนหลัก–รองที่ได้รับความเสียหาย ฟื้นฟูระบบไฟฟ้า น้ำประปา อินเทอร์เน็ต ปรังปรุงสภาพแหล่งท่องเที่ยวจุดชมวิว แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ให้พร้อมรับบริการ และทำความสะอาดพื้นที่ท่องเที่ยวแบบ Big Cleaning รวมถึงการฟื้นฟูท่าเรือและระบบขนส่ง อาทิ การซ่อมแซมท่าเรือโดยสารและท่าเรือท่องเที่ยว ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร ปรับปรุงระบบความปลอดภัยบริเวณท่าเรือ และมาตรการด้านความปลอดภัย โดยติดตั้งระบบเตือนภัยน้ำท่วม จัดตั้งจุดกู้ชีพและหน่วยตอบสนองเหตุฉุกเฉิน จัดอบรมความปลอดภัยสำหรับผู้ประกอบการ

    ยุทธศาสตร์ที่ 2  มาตรการด้านการเงินและธนาคาร โดยพักชำระหนี้ผู้ประกอบการท่องเที่ยว 12 เดือน คือ  พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 12 เดือนทุกธนาคารพาณิชย์ ไม่คิดดอกเบี้ยผิดนัด และไม่ถือเป็นข้อมูลลบในเครดิตบูโร และธนาคารสามารถนับเป็นสินเชื่อพิเศษไม่ถือเป็น NPL รวมถึงออกโครงการสินเชื่อดดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อการปรับปรุงและสภาพคล่อง ดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ต่อปี ระยะเวลาชำระคืน 5 ปี ปลอดชำระเงินต้นปีแรก วงเงินสูงสุดต่อรายสำหรับโรงแรม 20–50 ล้านบาท บริษัททัวร์–ร้านอาหาร 5–10 ล้านบาท SMEs–ชุมชนท่องเที่ยว 1–2 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการซ่อมแซมอาคาร, ลงทุนในอุปกรณ์ และเสริมสภาพคล่องหมุนเวียน โดยให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) หรือรัฐร่วมค้ำประกัน 100%

    ยุทธศาสตร์ที่ 3 การฟื้นฟูตลาดและการสื่อสารสร้างความเชื่อมั่น แบ่งเป็น ตลาดในประเทศ อยากให้รัฐบาลจัดแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว “เที่ยวใต้ช่วยไทย” โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าโรงแรมและค่าเดินทาง โดยใช้หลักการเที่ยวไทยคนละครึ่งมาปฎิบัติตลอดระยะเวลา 6 เดือน และสนับสนุนมาตราการทางด้านภาษีให้บริษัทที่เดินทางประชุมและสัมมนาไปในพื้นที่ประสบภัย โดยให้สิทธิทางภาษี 2 เท่าของค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลา 6 เดือน รวมถึงส่งเสริมการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวทุกเดือนในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569

    ขณะที่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน อยากให้มีการจัดแคมเปญ “THAILAND is Ready” พร้อมร่วมมือสายการบินเพิ่มเที่ยวบินช่วงตรุษจีน และทำโฆษณาเชิงรุกผ่านสื่อดิจิทัลจีน จัด Mega FAM Trip เชิญสื่อ–KOL จากประเทศกลุ่มป้าหมายลงพื้นที่ รวมถึงฟื้นความเชื่อมั่น ผ่านการจัดทำ Dashboard รายงานการฟื้นฟูแบบ Real-time รายงานความพร้อมให้ตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

    ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาศักยภาพแรงงาน อยากให้มีการฝึกอบรมทักษะบริการ ภาษา จีน–อังกฤษ ฝึกอบรมความปลอดภัยและการปฐมพยาบาล มาตรการเยียวยารายได้แรงงานระหว่างฟื้นฟู โดยรัฐบาลประกาศยกเว้นเงินประกันสมทบจากนายจ้างและลูกจ้าง 6 เดือน

    ยุทธศาสตร์ที่ 5 การบริหารแผนแบบบูรณาการ ผ่านการจัดตั้งศูนย์บัญชาการฟื้นฟูการท่องเที่ยว (TRCC) บูรณาการหน่วยงาน อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงแรงงาน  ธนาคารแห่งประเทศไทย  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  การท่าอากาศยาน  ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง  สมาคมผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมมีระบบติดตามและประเมินผล ตัวชี้วัดรายสัปดาห์ เช่น การเปิดบริการโรงแรม จำนวนผู้ได้รับ Soft Loan ความคืบหน้าซ่อมโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมรายงานคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกสัปดาห์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ejan.co/economics/4fwzepdi23v4&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3JCzjlDO8n76OZtDtZKlng