Blog

  • คอลัมน์การเมือง – จับตาแคนดิเดตนายกฯ ‘ดร.การดี เลียวไพโรจน์’

    หลังจาก “พรรคประชาธิปัตย์” เปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ โดยนอกเหนือจาก “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” กับ “นายกรณ์ จาติกวณิช” แล้ว อีกหนึ่งรายชื่อที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ “ดร.การดี เลียวไพโรจน์” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ที่ก้าวเข้ามาเป็นความหวังใหม่ในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศ

    ดร.การดี ไม่ใช่คนหน้าใหม่ในวงการวิชาการและธุรกิจเทคโนโลยี รวมถึงวงการเมืองด้วย เธอสั่งสมประสบการณ์มายาวนาน ทั้งในบทบาทนักวิชาการ ผู้บริหารองค์กรชั้นนำ และที่ปรึกษาด้านนโยบายระดับชาติ โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม สินทรัพย์ดิจิทัล และการมองอนาคต ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่

    ระหว่างปี 2546-2548 เธอดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์สถาบันเทคโนโลยีสิรินธร (SIIT) และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์ และผู้อำนวยการบริหาร Thammasat Business Consulting Center (TBCC)

    ปี 2553-2554 เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ด้านนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผลักดันการจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) ในยุคที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ

    เธอยังเป็น อดีตกรรมการผู้จัดการ C asean ได้สร้าง Ecosystem เชื่อมโยงเทคโนโลยีในกลุ่มอาเซียน และเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่การขยายผลระดับชาติ

    ร่วมก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ICORA ผลักดันการเปลี่ยนแปลงและการออกกฎหมายที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ และร่วมก่อตั้งศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา FutureTalesLab และดำรงตำแหน่ง Chief Foresight Officer โดยมุ่งสำรวจอนาคตเพื่อออกแบบเมืองและธุรกิจสู่อนาคตที่ยั่งยืน

    ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และที่ปรึกษาด้าน Deeptech Commercialization สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC)

    ดร.การดี ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยง เจอกัน” ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร ทางช่อง watchdog หมาเฝ้าบ้าน ไว้น่าสนใจว่า “เราจะใจร้ายมาก ถ้าผู้ใหญ่เอาประโยชน์วันนี้ แต่ปล้นอนาคตของลูกหลานไป”

    โดยเฟซบุ๊ก “หมาเฝ้าบ้าน” เรียบเรียงบทสัมภาษณ์เผยแพร่ไว้ว่า

    ❏ เปิดตัว “การดี” ในสนามเลือกตั้ง — ฟ้าใหม่ของประชาธิปัตย์

    บรรยากาศการเมืองเข้าสู่โหมดเลือกตั้งเต็มตัว ทุกพรรคเร่งเปิดเกมหวังยึดพื้นที่ความสนใจของประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปิดตัว 3 แคนดิเดตบัญชีนายกรัฐมนตรี โดยย้ำว่าเป็น “ของจริง” ทั้งอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์เอง ดร.การดี เลียวไพโรจน์ และ กรณ์ จาติกวณิช หนึ่งในชื่อที่ถูกจับตามากที่สุด คือ “ดร.การดี” นักวางกลยุทธ์ด้านอนาคตศาสตร์และเทคโนโลยีเชิงลึก ที่ก้าวเข้าสู่การเมืองพร้อมคำถามสำคัญ ทำไมอภิสิทธิ์เลือก “การดี” และประชาชนจะได้อะไรจากแคนดิเดตนายกฯ รายนี้

    ❏ จากอาจารย์มหาวิทยาลัยสู่ Deep Tech Startup

    ดร.การดี แนะนำตัวอย่างเรียบง่าย เธอเป็นคุณแม่ลูกสอง อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยสอนทั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์ (SIIT) และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ก่อนผันตัวสู่ภาคเอกชนมากว่าสิบปี ทำงานด้าน Deep Tech Startup และงานวิจัยอนาคตศาสตร์

    ความเชี่ยวชาญที่เธออยากนำมาช่วยประเทศ คือการ “มองอนาคตจากข้อมูลปัจจุบัน” เพื่อออกแบบความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของเศรษฐกิจไทย

    “เราจะช่วยกันทำให้ไทยหายจน และพัฒนาประเทศในระยะยาว”

    ❏ มือใหม่การเมือง แต่ไม่ใหม่กับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

    เธอยอมรับตรงไปตรงมาว่าเป็นมือใหม่ในสนามการเมือง แต่เชื่อมั่นว่าทีมประชาธิปัตย์มีความพร้อม โดยมีอภิสิทธิ์เป็นผู้นำที่เข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจ–สังคมไทย และมีบทบาทบนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม ขณะที่คุณกรณ์ จาติกวณิช ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติจาก The Banker ในเครือ Financial Times ให้เป็นรัฐมนตรีคลังโลก ปี 2010

    “ดิฉันจะเติมเต็มทีมด้วยมุมมองใหม่ สร้างเศรษฐกิจใหม่ เพื่อเตรียมงานดีๆ ในอนาคตให้ลูกหลานของเรา”

    ❏ เปลี่ยนการเมืองที่ผู้หญิงหวาดกลัว ให้เป็นพื้นที่คุณภาพ

    ก่อนตัดสินใจลงสนาม เธอได้รับคำเตือนจากครอบครัวและเพื่อนฝูง แต่เลือกเดินต่อ เพราะเชื่อว่าการเมืองไทยต้องเปลี่ยนได้ โดยเฉพาะภาพจำที่เป็นพื้นที่ “น่าสะพรึงกลัว” สำหรับผู้หญิง

    ดร.การดี มองว่าการเมืองควรให้คุณค่ากับประสบการณ์ ความสามารถ และความซื่อสัตย์ต่อประเทศ มากกว่าการต่อรองอำนาจ

    “อยากเป็นส่วนหนึ่งของจุดเปลี่ยน ทำให้การเมืองใสสะอาด มีคุณภาพ

    เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้จริง”

    ❏ “ไทยหายจน” ไม่ใช่คำขวัญ แต่คือการรื้อโครงสร้าง

    แคมเปญ “ไทยหายจน” เกิดจากการตั้งคำถามกับการแก้ปัญหาแบบระยะสั้นที่ทำให้ประเทศติดกับดักหนี้ ทั้งหนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะ พรรคมองว่าต้องรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจ สร้างรายได้ใหม่ด้วยเทคโนโลยี และกำหนดตำแหน่งของไทยในเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจน

    เธอชี้ว่าในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เศรษฐกิจไทยเคยฟื้นตัวท่ามกลางวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ จีดีพีเติบโตถึง 7% ตลาดทุนได้รับความเชื่อมั่น และดัชนีความโปร่งใสอยู่ในอันดับ 80 ดีกว่าปัจจุบันที่อยู่อันดับ 107 อย่างชัดเจน

    ❏ อย่าปล้นอนาคตลูกหลานด้วยนโยบายเอื้อคะแนนนิยม

    ดร.การดี วิจารณ์การเมืองที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เอื้อต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือหวังคะแนนนิยมระยะสั้น โดยไม่ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการศึกษาที่จำเป็น ทั้งที่มีแผนพัฒนาจากสภาพัฒน์ วางไว้แล้ว เพียงเพราะไม่ได้เอื้อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

    “ควรถึงจุดเปลี่ยนได้แล้วด้วยการแก้ที่ต้นตอ เพราะการแก้ที่ปลายเหตุ โดยไม่มองระยะยาว คือการปล้นอนาคตลูกหลาน”

    ❏ ทีมแคนดิเดต-ดีเอ็นเอเดียวกัน ไม่ใช่ทำงาน
    คนเดียว

    เธอย้ำว่าแคนดิเดตนายกฯ ของประชาธิปัตย์ไม่ใช่ตัวบุคคลโดดเดี่ยว แต่เป็นทีมที่ทำงานร่วมกันมานาน มีดีเอ็นเอเดียวกัน และมีรองหัวหน้าพรรคที่เชี่ยวชาญหลากหลายด้าน พร้อมแก้ปัญหาเชิงระบบร่วมกัน

    ❏ “นักการเมืองแบบนี้ ฉันจะไม่มีวันเป็น”

    ช่วงท้าย ดร.การดี เปิดใจว่าเธอเตือนตัวเองเสมอ ถึงขั้นอัดคลิปเป็นไดอารี ว่าจะไม่กลายเป็นนักการเมืองที่ตนเองรังเกียจ ไม่ทรยศอุดมการณ์ ไม่เอาประโยชน์พวกพ้องเหนือประเทศ และยึดหลักการตรวจสอบอำนาจอย่างโปร่งใส

    เธออ้างคำสอนของ อาจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ที่ยึดถือเป็นธงนำ เพื่อไม่หลงสู่กับดักของอำนาจและผลประโยชน์ และมั่นใจว่าตัวเองทำได้ เพราะไม่เคยทะเยอทะยานเพื่อตัวเองมีแต่ความตั้งใจบริสุทธิ์ที่จะทำเพื่อบ้านเมือง

    “สิ่งที่ถูกต้องคือถูกต้อง แม้ไม่มีใครทำ สิ่งที่ผิดคือผิด แม้ทุกคนทำ”

    ในวันที่การเมืองเต็มไปด้วยดีลลับและการจับมือที่ไม่อธิบายกับประชาชน ดร.การดี บอกว่า ความอึดอัดนี้เอง คือแรงผลักให้เธอเลือกก้าวเข้ามา เพื่อพิสูจน์ว่าการเมืองที่ซื่อสัตย์และมองอนาคตประเทศเป็นศูนย์กลาง ยังเป็นไปได้จริง

    ขณะที่ นายปฐม อินทวโรดม กรรมการผู้จัดการบริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) โพสต์ ระบุว่า

    “ทำไมในบรรดาคนดิจิทัลที่ลงสู่สนามการเมืองผมมั่นใจใน ดร.การดี เลียวไพโรจน์ มากที่สุด?”

    โดยเขาบอกว่า…

    “สนามการเลือกตั้ง 2026 น่าจับตาที่สุดสำหรับคนดิจิทัล เพราะมีคนดังลงสู่การเมืองครั้งนี้หลายคน บ้างมาด้วยอุดมการณ์ บ้างมาด้วยความตั้งใจดีต่อบ้านเมือง แต่ถ้าถามผมตรงๆ ว่า ใครคือคนที่ผมมั่นใจที่สุด คำตอบชัดเจนและไม่ลังเล ดร.การดี…

    ไม่ใช่เพราะอาจารย์อ้อพูดเก่ง ไม่ใช่เพราะโปรไฟล์ดูสวย แต่เพราะอาจารย์อ้อคือคนที่ทำงานจริง เห็นของจริง และเข้าใจโครงสร้างจริง ตั้งแต่ระดับเทคโนโลยี ไปจนถึงระดับนโยบาย

    เหตุผลแรก : เข้าใจ “ดิจิทัลเชิงระบบ” ไม่ใช่แค่เครื่องมือ

    หลายคนพูดถึง AI, Data, Cyber แต่ อาจารย์อ้อเข้าใจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ กฎหมาย โครงสร้างข้อมูล มาตรฐานความปลอดภัย ไปจนถึงผลกระทบต่อคนทำงานและประชาชน อาจารย์อ้อไม่ขายฝันด้วยคำหรู แต่แปลงเรื่องยากให้เป็นนโยบายที่เดินได้จริง

    เหตุผลที่สอง: ประสบการณ์ภาคสนาม ไม่ใช่แค่ทฤษฎี

    อาจารย์อ้อผ่านงานทั้งฝั่งรัฐและเอกชน เห็นข้อจำกัดของระบบราชการ และเห็นความเร็วของโลกธุรกิจ ความเข้าใจสองฝั่งนี้สำคัญมาก เพราะนโยบายที่ดีต้อง “เชื่อม” ไม่ใช่ “ชน” ระหว่างรัฐกับเอกชน

    เหตุผลที่สาม: ยึดผลลัพธ์มากกว่าวาทกรรม

    ในวันที่การเมืองเต็มไปด้วยเสียงโหวกเวกโวยวาย อาจารย์อ้อเลือกใช้ข้อมูล เลือกวัดผล และเลือกความคุ้มค่า อาจารย์อ้อเชื่อในคำถามง่ายๆ แต่ทรงพลัง-ทำแล้วดีขึ้นจริงไหม ประชาชนได้อะไร ประเทศแข่งขันได้หรือเปล่า

    เหตุผลที่สี่ : กล้าพูดความจริง แม้ไม่หวานหู

    ดิจิทัลไม่ใช่เวทมนตร์ และ AI ไม่ได้แก้ทุกอย่างได้ในคืนเดียว อาจารย์อ้อกล้าบอกข้อจำกัด กล้าพูดถึงต้นทุน และกล้าออกแบบทางเลือกที่สมเหตุสมผล นี่คือความซื่อสัตย์ที่การเมืองต้องการ

    สุดท้าย : ผมไม่ได้เชียร์เพราะรู้จักกันมานาน แต่เชียร์เพราะ ประเทศต้องการนักออกแบบนโยบายที่เข้าใจโลกจริง ในวันที่โลกไม่เคยรอใคร และเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วกว่าโครงสร้างรัฐ

    ถ้าเราต้องการการเมืองที่ไม่ใช่แค่พูด แต่ ทำให้เกิดผล

    ถ้าเราต้องการดิจิทัลที่ไม่ใช่แค่คำสวย แต่ยกระดับชีวิตคน

    ผมเชื่อว่า ดร.การดี เลียวไพโรจน์ คือคนที่ตอบโจทย์นั้นได้ดีที่สุดในเวลานี้

    สรุป : ดร.การดี ไม่ใช่ “สีสันใหม่” ไม่ใช่ “เครื่องประดับ” หรือ “ผักแต่งจาน” ในพื้นที่การเมือง หากแต่เป็น “คลังสมอง” และ “มือทำงาน” ที่ถูกเลือกมาอย่างแหลมคม เพื่อภารกิจ “ช่วยชาติ” อันเป็นหัวใจสำคัญของงานการเมืองที่ “พรรคประชาธิปัตย์” ในยุคของการกลับมาใหม่ ของ “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” มุ่งหน้าไป เพื่อนำพาประเทศไทยสู่การเปลี่ยนแปลง

    ต้องตามลุ้นว่า 2 คะแนนในมือคนไทยที่มีสิทธิเลือกตั้งทุกคน จะร่วมลงขันกับพรรคประชาธิปัตย์เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศให้เข้าสู่ยุค “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น” กับพวกเขาหรือไม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/columnist/65020&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1x_ra0PiwqAH-eR9UHysZz

  • เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ | TOPNEWS

    เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ

    • เผยแพร่ : 27/12/2025 22:09

    ผู้ว่าฯ พะเยา เปิดงาน “Music & Light in the Park” เปลี่ยนสวนสาธารณะริมกว๊านฯ เป็นสวรรค์แห่งแสงสีและเสียงดนตรี พร้อมลงพื้นที่ทักทายนักท่องเที่ยวอย่างเป็นกันเอง มั่นใจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรองและสร้างรายได้สู่ชุมชนส่งท้ายปี 2568

    เมื่อค่ำวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ สวนสาธารณะริมกว๊านพะเยา นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการในบรรยากาศสุดประทับใจ โดยก่อนเริ่มพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เดินเยี่ยมชมพื้นที่และทักทายพูดคุยกับพี่น้องประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมความงดงามของแสง สี เสียง และทุ่งดอกไม้ประดับ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองท่ามกลางลมหนาวริมกว๊านพะเยา

    งาน “Music & Light in the Park” จัดขึ้นภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันจังหวัดพะเยาให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาด (Must Visit) ในฐานะเมืองรองที่มีศักยภาพสูง เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ ร้านค้า และชุมชนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

    ภายในงานจัดเต็มด้วยไฮไลท์พิเศษ ทั้งการแสดงดนตรีสดท่ามกลางบรรยากาศในสวน การประดับตกแต่งไฟ (Illumination) ที่สะท้อนเงาน้ำกว๊านพะเยาอย่างสวยงามตระการตา และจุดถ่ายภาพเช็กอินที่ทันสมัย ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสีสันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของพะเยาให้มีความยั่งยืนและเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น.

    มัฆวาน-อารยา ทีมข่าวทั่วไทย

    11SOCAIL 16-9 copy

    hgfghfg

    “ชาญยุทธ–รัฐกิจ” แท็กทีมเพื่อไทย ลุยศึกเลือกตั้งชลบุรี ชู “สมาร์ตซิตี้” คืนความปลอดภัย-ฟื้นเศรษฐกิจพัทยา

    เตรียมจัดการประกวด Miss Seven Queen 2026

    “นายกฯอนุทิน” หวังกัมพูชารักษาสัญญาหยุดยิง ก่อนลงพื้นที่บุรีรัมย์ ประสานฝ่ายความมั่นคง ดูแลชาวบ้านศูนย์อพยพย้ายกลับ

    ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 สวนนงนุชพัทยามอบของขวัญสุดพิเศษ ชวนสัมผัสทะเลดอกไม้บานสะพรั่งทั่วทั้งสวน

    เมียนมาเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 5 ปี

    ยูเอ็นยินดีไทย-กัมพูชาบรรลุข้อตกลงหยุดยิง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1437834&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18XXGRyA1rmfgYBtwWTTO7

  • เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ | TOPNEWS

    เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ

    • เผยแพร่ : 27/12/2025 22:09

    ผู้ว่าฯ พะเยา เปิดงาน “Music & Light in the Park” เปลี่ยนสวนสาธารณะริมกว๊านฯ เป็นสวรรค์แห่งแสงสีและเสียงดนตรี พร้อมลงพื้นที่ทักทายนักท่องเที่ยวอย่างเป็นกันเอง มั่นใจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรองและสร้างรายได้สู่ชุมชนส่งท้ายปี 2568

    เมื่อค่ำวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ สวนสาธารณะริมกว๊านพะเยา นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการในบรรยากาศสุดประทับใจ โดยก่อนเริ่มพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เดินเยี่ยมชมพื้นที่และทักทายพูดคุยกับพี่น้องประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมความงดงามของแสง สี เสียง และทุ่งดอกไม้ประดับ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองท่ามกลางลมหนาวริมกว๊านพะเยา

    งาน “Music & Light in the Park” จัดขึ้นภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันจังหวัดพะเยาให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาด (Must Visit) ในฐานะเมืองรองที่มีศักยภาพสูง เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ ร้านค้า และชุมชนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

    ภายในงานจัดเต็มด้วยไฮไลท์พิเศษ ทั้งการแสดงดนตรีสดท่ามกลางบรรยากาศในสวน การประดับตกแต่งไฟ (Illumination) ที่สะท้อนเงาน้ำกว๊านพะเยาอย่างสวยงามตระการตา และจุดถ่ายภาพเช็กอินที่ทันสมัย ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสีสันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของพะเยาให้มีความยั่งยืนและเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น.

    มัฆวาน-อารยา ทีมข่าวทั่วไทย

    เมียนมาเลือกตั้ง

    ยูเอ็นยินดีไทย-กัมพูชาหยุดยิง

    สหรัฐ-อียูขานรับข้อตกลงหยุดยิงไทย-กัมพูชา

    แผ่นดินไหว 7.0 แมกนิจูดเขย่าเกาะไต้หวัน

    “อนุทิน” บอกจับได้เลข 37 เด็ดที่หนู เชื่อไม่มีปัญหา ลุยหาเสียงทุกที่ ขอเน้นให้ประชาชนดูชื่อพรรค

    ถนนมิตรภาพโคราช – มอเตอร์เวย์ M6 รถหนาแน่นตลอดวัน ปชช.ทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา ร่วมฉลองเทศกาลปีใหม่

    สภ.แม่สะเรียง-เทศบาลเมืองยวมใต้ ลงพื้นที่ติดธงแดง-ป้ายแจ้งเตือนจุดเสี่ยงอันตราย

    “สันติสุข” ลั่นหยุดยิงครั้งนี้ ไม่เหมือนยุครัฐบาล (หลาน) อังเคิล รอบนี้ทหารไทยจัดเขมรอยู่หมัด กราบขอบคุณวีรชนทหาร-ตร. ร่วมทวงคืนศักดิ์ศรีแผ่นดิน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1437834&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18XXGRyA1rmfgYBtwWTTO7

  • เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ | TOPNEWS

    เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ

    • เผยแพร่ : 27/12/2025 22:09

    ผู้ว่าฯ พะเยา เปิดงาน “Music & Light in the Park” เปลี่ยนสวนสาธารณะริมกว๊านฯ เป็นสวรรค์แห่งแสงสีและเสียงดนตรี พร้อมลงพื้นที่ทักทายนักท่องเที่ยวอย่างเป็นกันเอง มั่นใจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรองและสร้างรายได้สู่ชุมชนส่งท้ายปี 2568

    เมื่อค่ำวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ สวนสาธารณะริมกว๊านพะเยา นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการในบรรยากาศสุดประทับใจ โดยก่อนเริ่มพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เดินเยี่ยมชมพื้นที่และทักทายพูดคุยกับพี่น้องประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมความงดงามของแสง สี เสียง และทุ่งดอกไม้ประดับ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองท่ามกลางลมหนาวริมกว๊านพะเยา

    งาน “Music & Light in the Park” จัดขึ้นภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันจังหวัดพะเยาให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาด (Must Visit) ในฐานะเมืองรองที่มีศักยภาพสูง เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ ร้านค้า และชุมชนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

    ภายในงานจัดเต็มด้วยไฮไลท์พิเศษ ทั้งการแสดงดนตรีสดท่ามกลางบรรยากาศในสวน การประดับตกแต่งไฟ (Illumination) ที่สะท้อนเงาน้ำกว๊านพะเยาอย่างสวยงามตระการตา และจุดถ่ายภาพเช็กอินที่ทันสมัย ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสีสันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของพะเยาให้มีความยั่งยืนและเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น.

    มัฆวาน-อารยา ทีมข่าวทั่วไทย

    ปก web ติดธงแดงระวังจุดเสี่ยง

    11SOCAIL 16-9 copy

    หยุดยาวปีใหม่ ปชช.ทยอยเดินทาง ส่งผลให้ถนนสายเอเชียมุ่งหน้าขึ้นเหนือ ช่วงนครสวรรค์ รถเริ่มแน่น

    กำแพงเพชร เชิญผู้ที่สนใจร่วมการแข่งขันกีฬาเปตอง เทิดพระเกียรติ 125 ปี ชิงถ้วยพระราชทาน

    เปิดหมายเลข สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคการเมือง สู้ศึกเลือกตั้ง 69

    เชียงใหม่ มาดาม หยก หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ นำลูกทีม ลงสมัครเลือกตั้ง สส.เชียงใหม่ 5 เขต

    นครสวรรค์ จัดการแข่งขันทักษะ ROV NSM ESports Tournament ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครสวรรค์ ชั้น 3

    นายกเทศมนตรีเมืองน่าน เยี่ยมชมการทดสอบระบบแสงสี โซนการแสดง “แสงฮักแห่งเมืองใหม่” ณ สวนสาธารณะศรีเมือง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1437834&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18XXGRyA1rmfgYBtwWTTO7

  • เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ | TOPNEWS

    เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ

    • เผยแพร่ : 27/12/2025 22:09

    ผู้ว่าฯ พะเยา เปิดงาน “Music & Light in the Park” เปลี่ยนสวนสาธารณะริมกว๊านฯ เป็นสวรรค์แห่งแสงสีและเสียงดนตรี พร้อมลงพื้นที่ทักทายนักท่องเที่ยวอย่างเป็นกันเอง มั่นใจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรองและสร้างรายได้สู่ชุมชนส่งท้ายปี 2568

    เมื่อค่ำวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ สวนสาธารณะริมกว๊านพะเยา นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการในบรรยากาศสุดประทับใจ โดยก่อนเริ่มพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เดินเยี่ยมชมพื้นที่และทักทายพูดคุยกับพี่น้องประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมความงดงามของแสง สี เสียง และทุ่งดอกไม้ประดับ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองท่ามกลางลมหนาวริมกว๊านพะเยา

    งาน “Music & Light in the Park” จัดขึ้นภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันจังหวัดพะเยาให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาด (Must Visit) ในฐานะเมืองรองที่มีศักยภาพสูง เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ ร้านค้า และชุมชนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

    ภายในงานจัดเต็มด้วยไฮไลท์พิเศษ ทั้งการแสดงดนตรีสดท่ามกลางบรรยากาศในสวน การประดับตกแต่งไฟ (Illumination) ที่สะท้อนเงาน้ำกว๊านพะเยาอย่างสวยงามตระการตา และจุดถ่ายภาพเช็กอินที่ทันสมัย ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสีสันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของพะเยาให้มีความยั่งยืนและเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น.

    มัฆวาน-อารยา ทีมข่าวทั่วไทย

    SOCAIL 16-9_2o

    ปก web “มาดามหยก” นำทีมลุยศึกเลือกตั้งเชียงใหม่

    นครสวรรค์ จัดการแข่งขันทักษะ ROV NSM ESports Tournament ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครสวรรค์ ชั้น 3

    นายกเทศมนตรีเมืองน่าน เยี่ยมชมการทดสอบระบบแสงสี โซนการแสดง “แสงฮักแห่งเมืองใหม่” ณ สวนสาธารณะศรีเมือง

    พสบ.ทภ.2 ร่วมส่งมอบบ้านช่วยเหลือทหารกล้า เหยียบทุ่นระเบิดปราสาทตาควาย

    “รมว.ต่างประเทศ” สหรัฐ แถลงการณ์ ยินดีไทย-กัมพูชา หยุดยิง เรียกร้อง 2 ประเทศ ยึดปฏิบัติตามข้อตกลงทันที

    น่าน วันแรกสมัครเลือกตั้ง สส. คึกคัก 11 พรรคส่งผู้สมัคร 26 คน กกต.ย้ำโปร่งใส

    ผู้ว่าฯ นครสวรรค์ เปิดงาน Nakhon Sawan Credit Bank Launch 2025 เปิดโลกการเรียนรู้ไร้ขีดจำกัดเพื่อเด็ก-เยาวชน-และคนนครสวรรค์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1437834&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18XXGRyA1rmfgYBtwWTTO7

  • เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ | TOPNEWS

    เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ

    • เผยแพร่ : 27/12/2025 22:09

    ผู้ว่าฯ พะเยา เปิดงาน “Music & Light in the Park” เปลี่ยนสวนสาธารณะริมกว๊านฯ เป็นสวรรค์แห่งแสงสีและเสียงดนตรี พร้อมลงพื้นที่ทักทายนักท่องเที่ยวอย่างเป็นกันเอง มั่นใจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรองและสร้างรายได้สู่ชุมชนส่งท้ายปี 2568

    เมื่อค่ำวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ สวนสาธารณะริมกว๊านพะเยา นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการในบรรยากาศสุดประทับใจ โดยก่อนเริ่มพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เดินเยี่ยมชมพื้นที่และทักทายพูดคุยกับพี่น้องประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมความงดงามของแสง สี เสียง และทุ่งดอกไม้ประดับ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองท่ามกลางลมหนาวริมกว๊านพะเยา

    งาน “Music & Light in the Park” จัดขึ้นภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันจังหวัดพะเยาให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาด (Must Visit) ในฐานะเมืองรองที่มีศักยภาพสูง เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ ร้านค้า และชุมชนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

    ภายในงานจัดเต็มด้วยไฮไลท์พิเศษ ทั้งการแสดงดนตรีสดท่ามกลางบรรยากาศในสวน การประดับตกแต่งไฟ (Illumination) ที่สะท้อนเงาน้ำกว๊านพะเยาอย่างสวยงามตระการตา และจุดถ่ายภาพเช็กอินที่ทันสมัย ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสีสันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของพะเยาให้มีความยั่งยืนและเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น.

    มัฆวาน-อารยา ทีมข่าวทั่วไทย

    ปก web คึกคักแต่เช้า “เพื่อไทย” ส่งครบ 6 เขต

    ปก web แม่ฮ่องสอน วันแรกคึกคัก

    “อนุทิน” ลั่นหลักการภูมิใจไทย ชัดเจนไม่เอา “รื้อ แก้ 112” โดนสื่อซักพรรคปชน. อ้างไม่มีนโยบาย แต่จะใช้รวมเงื่อนไขกม.นิรโทษกรรมคนทำผิด

    “อนุทิน” นำทีมผู้สมัครสส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคภูมิใจไทย ลงชื่อสมัครเลือกตั้ง ย้ำแคนดิเดต มี 2 คน มั่นใจได้ที่นั่งมากกว่าเดิม

    เมืองกาญจน์คึกคัก! สมัคร สส.วันแรกครบทุกเขตพรรคใหญ่-พรรคใหม่กองเชียร์ล้นสนาม

    สหกรณ์ออมทรัพย์ครูมุกดาหาร จำกัด จัดประชุมใหญ่สามัญปี 2568 เดินหน้าเพื่อมวลสมาชิกให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข พร้อมมอบทุนการศึกษาจำนวน 200 ทุน และจับสลากของขวัญปีใหม่

    “พิพัฒน์“ เดินสายเปิดเกมเลือกตั้งเมืองคอน มั่นใจ ภูมิใจไทยทวงคืนสิทธิ์คนใต้

    พ.ต.อ.สมชาย เขียวจักร์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ นโยบายเทศกาลปีใหม่ สภ.ดอยสะเก็ด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1437834&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18XXGRyA1rmfgYBtwWTTO7

  • กกท. มอบเงินรางวัลกว่า 487 ล้านบาท พร้อมยกย่องทัพนักกีฬาไทย ในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33

    กกท. มอบเงินรางวัลกว่า 487 ล้านบาท พร้อมยกย่องทัพนักกีฬาไทย ในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33

    วันเสาร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.40 น.

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีมอบเงินรางวัลและแสดงความยินดีให้แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอนสมาคมกีฬา และเจ้าหน้าที่ ที่เข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 โดยมี ดร.พัฒพงศ์ พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย, นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, นักกีฬา, ผู้ฝึกสอน, สมาคมกีฬา, เจ้าหน้าที่, สื่อมวลชน และคณะผู้บริหาร กกท. เข้าร่วม ณ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก กกท. เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลและพี่น้องประชาชนชาวไทย ขอแสดงความชื่นชมและยกย่องนักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา เจ้าหน้าที่ รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างผลงานอันน่าภาคภูมิใจ ในการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน นับเป็นความสำเร็จอันสำคัญและเป็นเกียรติประวัติของประเทศชาติ ที่นักกีฬาทีมชาติไทยสามารถสร้างชื่อเสียงและนำความภาคภูมิใจมาสู่พี่น้องประชาชนชาวไทยอีกครั้ง

    จากผลงานของทัพนักกีฬาไทยที่สามารถคว้าเหรียญรางวัลรวมทั้งสิ้น 500 เหรียญ ประกอบด้วย 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน และ 113 เหรียญทองแดง ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากความเสียสละ ความมุ่งมั่น และการทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา เจ้าหน้าที่ และบุคลากรกีฬาทุกภาคส่วน อีกทั้งยังสะท้อนถึงศักยภาพและความสามารถของวงการกีฬาไทยที่เป็นที่ประจักษ์ในเวทีนานาชาติอย่างชัดเจน

    โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความสำเร็จและรางวัลที่นักกีฬาทุกคนได้รับในครั้งนี้ จะเป็นขวัญและกำลังใจสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง ยึดมั่นในสปิริตของการเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และกติกาการแข่งขันอย่างเคร่งครัด เพื่อธำรงไว้ซึ่งชื่อเสียงของประเทศชาติ และประสบความสำเร็จในการแข่งขันครั้งต่อๆไป

    ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และ กกท. ได้มอบเงินรางวัลสนับสนุนแก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬา รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 487,365,000 บาท แบ่งเป็นเงินรางวัลสำหรับนักกีฬา 335,700,000 บาท ผู้ฝึกสอน 16,185,000 บาท และสมาคมกีฬา 100,710,000 บาท โดยดำเนินการโอนเงินในรูปแบบเรียลไทม์เข้าบัญชีของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬาโดยตรง จากผลงานรวม 500 เหรียญรางวัล ประกอบด้วย 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน และ 113 เหรียญทองแดง ดังนี้ สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 36,832,500 บาท จากผลงาน 12 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน และ 5 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาฮอกกี้แห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 34,020,000 บาท จากผลงาน 4 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง, 

    สมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 25,207,500 บาท จากผลงาน 6 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬายูยิตสูแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 24,585,000 บาท จากผลงาน 14 เหรียญทอง 11 เหรียญเงิน และ 5 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 24,900,000 บาท จากผลงาน 11 เหรียญทอง 10 เหรียญเงิน และ 12 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬากาบัดดี้แห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 22,185,000 บาท จากผลงาน 4 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, 

    สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 18,225,000 บาท จากผลงาน 13 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 14,490,000 บาท ผลงาน 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน, สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 14,010,000 บาท จากผลงาน 2 เหรียญทอง และ 2 เหรียญเงิน, สมาคมกีฬาคริกเก็ตแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 12,600,000 บาท จากผลงาน 2 เหรียญทอง, สมาคมกีฬาวู้ดบอลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 12,150,000 บาท จากผลงาน 6 เหรียญทอง และ 2 เหรียญเงิน, สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 11,655,000 บาท จากผลงาน 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาแฮนด์บอลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 11,340,000 บาท จากผลงาน 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน, 

    สมาคมกีฬาฟิกเกอร์และสปีดสเก็ตติ้งแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 11,122,500 บาท จากผลงาน 7 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 10,920,000 บาท จากผลงาน 2 เหรียญทอง, สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 10,912,500 บาท จากผลงาน 10 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาหมากรุกสากลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 10,350,000 บาท จากผลงาน 5 เหรียญทอง, สมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 9,892,500 บาท จากผลงาน 6 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง, 

    สมาคมกีฬาเบสบอลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 8,400,000 บาท จากผลงาน 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน, สมาคมกีฬาคาราเต้แห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 8,340,000 บาท จากผลงาน 4 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 8,212,500 บาท จากผลงาน 5 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 8,100,000 บาท จากผลงาน 4 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 5 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 7,987,500 บาท จากผลงาน 10 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง, 

    สมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 7,965,000 บาท จากผลงาน 5 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 7,740,000 บาท จากผลงาน 1 เหรียญทอง และ 3 เหรียญเงิน, สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 7,275,000 บาท จากผลงาน 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 6,862,500 บาท จากผลงาน 6 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 6,862,500 บาท จากผลงาน 14 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 6,412,500 บาท จากผลงาน 11 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, 

    สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 6,412,500 บาท จากผลงาน 3 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬายูโดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 5,782,500 บาท จากผลงาน 4 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน  5,400,000 บาท จากผลงาน 2 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน, สมาคมกีฬายิงธนูแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน  5,272,500 บาท จากผลงาน 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 5,175,000 บาท จากผลงาน 1 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 6 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 5,062,500 บาท จากผลงาน 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, 

    สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 4,837,500 บาท จากผลงาน 9 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 4,725,000 บาท จากผลงาน 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 4,410,000 บาท จากผลงาน 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน, สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 4,387,500 บาท จากผลงาน 4 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬายิงเป้าบินแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 3,937,500 บาท จากผลงาน 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, 

    สมาคมกีฬาเทคบอลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 3,600,000 บาท จากผลงาน 5 เหรียญทอง, สมาคมกีฬาซอฟท์บอลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 3,360,000 บาท จากผลงาน 2 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 3,262,500 บาท จากผลงาน 5 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 3,037,500 บาท จากผลงาน 3 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาปันจักสีลัตแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 2,812,500 บาท จากผลงาน 3 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาคิกบ๊อกซิ่งแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 2,587,500 บาท จากผลงาน 4 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, 

    สมาคมกีฬายิงปืนรณยุทธแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 2,362,500 บาท จากผลงาน 3 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาวูซูแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 2,250,000 บาท จากผลงาน 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 2,025,000 บาท จากผลงาน 3 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาปีนหน้าผาแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 1,687,500 บาท จากผลงาน 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 1,575,000 บาท จากผลงาน 3 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน, สมาคมกีฬาเนตบอลแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 1,260,000 บาท จากผลงาน 1 เหรียญทองแดง, สมาคมกีฬามวยปล้ำแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 1,237,500 บาท จากผลงาน 1 เหรียญเงิน และ 9 เหรียญทองแดง และสมาคมกีฬาปัญจกีฬาแห่งประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 1,350,000 บาท จากผลงาน 2 เหรียญทอง และ 4 เหรียญทองแดง 

    การมอบเงินรางวัลในครั้งนี้ ถือเป็นการเชิดชูเกียรติและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาไทยอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับวงการกีฬาไทยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/sport/460404&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3FX7QkCFYtsRojQe6eu17Z

  • ตม. โต้กัมพูชา ปล่อยเฟกนิวส์กล่าวหาไทย คุกคามชาวต่างชาติ หวังทำลายบรรยากาศท่องเที่ยว

    ตม. โต้กัมพูชา ปล่อยเฟกนิวส์กล่าวหาไทย คุกคามชาวต่างชาติ หวังทำลายบรรยากาศท่องเที่ยว

    Loading…

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/fast/content/2904403&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1W_73yuthwPVn5glr-BbYL

  • เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ | TOPNEWS

    เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ

    • เผยแพร่ : 27/12/2025 22:09

    ผู้ว่าฯ พะเยา เปิดงาน “Music & Light in the Park” เปลี่ยนสวนสาธารณะริมกว๊านฯ เป็นสวรรค์แห่งแสงสีและเสียงดนตรี พร้อมลงพื้นที่ทักทายนักท่องเที่ยวอย่างเป็นกันเอง มั่นใจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรองและสร้างรายได้สู่ชุมชนส่งท้ายปี 2568

    เมื่อค่ำวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ สวนสาธารณะริมกว๊านพะเยา นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการในบรรยากาศสุดประทับใจ โดยก่อนเริ่มพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เดินเยี่ยมชมพื้นที่และทักทายพูดคุยกับพี่น้องประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมความงดงามของแสง สี เสียง และทุ่งดอกไม้ประดับ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองท่ามกลางลมหนาวริมกว๊านพะเยา

    งาน “Music & Light in the Park” จัดขึ้นภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันจังหวัดพะเยาให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาด (Must Visit) ในฐานะเมืองรองที่มีศักยภาพสูง เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ ร้านค้า และชุมชนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

    ภายในงานจัดเต็มด้วยไฮไลท์พิเศษ ทั้งการแสดงดนตรีสดท่ามกลางบรรยากาศในสวน การประดับตกแต่งไฟ (Illumination) ที่สะท้อนเงาน้ำกว๊านพะเยาอย่างสวยงามตระการตา และจุดถ่ายภาพเช็กอินที่ทันสมัย ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสีสันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของพะเยาให้มีความยั่งยืนและเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น.

    มัฆวาน-อารยา ทีมข่าวทั่วไทย

    SOCAIL 16-9_2o

    image

    สหกรณ์ออมทรัพย์ครูมุกดาหาร จำกัด จัดประชุมใหญ่สามัญปี 2568 เดินหน้าเพื่อมวลสมาชิกให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข พร้อมมอบทุนการศึกษาจำนวน 200 ทุน และจับสลากของขวัญปีใหม่

    “พิพัฒน์“ เดินสายเปิดเกมเลือกตั้งเมืองคอน มั่นใจ ภูมิใจไทยทวงคืนสิทธิ์คนใต้

    พ.ต.อ.สมชาย เขียวจักร์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ นโยบายเทศกาลปีใหม่ สภ.ดอยสะเก็ด

    เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ

    กระบี่คึกคัก สมัคร ส.ส.วันแรก

    “เอกสิทธิ์” นำทัพ 30 ผู้สมัคร “พรรคปวงชนไทย” รับเลือกตั้งสส. ขอโอกาสคนกรุงฯ-สมุทรปราการ มุ่งเป้าแก้ปัญหาผู้ใช้แรงงาน เดินหน้าฟื้นศก.ประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1437834&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18XXGRyA1rmfgYBtwWTTO7

  • แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2569 ‘นโยบายทรัมป์’ อาจขวางการเติบโต | เดลินิวส์

    แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2569 ‘นโยบายทรัมป์’ อาจขวางการเติบโต | เดลินิวส์

    ตลอดปี 2568 สงครามการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ส่งผลให้ตลาดหุ้นผันผวนอย่างรุนแรง ภารกิจของเขาในการเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมายหลายล้านคน ทำให้ตลาดแรงงานหดตัว และลดรายได้จากประกันสังคม และนโยบายภาษีได้ทำให้ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของสหรัฐเพิ่มขึ้นประมาณ 1,100 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 34,309 ล้านบาท) ในปี 2568 ตามข้อมูลจากกลุ่มเดอะ แท็กซ์ ฟาวเดชัน

    ผู้เชี่ยวชาญหลายรายยังมองในแง่ดีว่า แนวโน้มการเติบโตในปีหน้าอาจยังคงที่แม้จะล่าช้า ขณะที่ความไม่แน่นอนอาจมาจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เพื่อคาดการณ์แนวโน้มของปี 2569 พวกเขาได้พิจารณาผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) อัตราการจ้างงาน ราคาผู้บริโภค เงินเฟ้อ และปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์อื่น ๆ

    องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) คาดการณ์ว่า จีดีพีที่แท้จริงจะชะลอตัวลง 1.7% ในปีหน้า โดยอ้างถึงการเติบโตที่ซบเซาในการจ้างงาน การชะลอตัวของการอพยพเข้าเมือง ภาษีนำเข้าที่ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น และการลดงบประมาณรายจ่าย ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศของรัฐบาล

    โออีซีดีเตือนว่า “นโยบายการคลังอยู่ในเส้นทางที่ไม่ยั่งยืน” และผลกระทบเต็มรูปแบบของการเพิ่มภาษีนำเข้า อาจยังไม่ปรากฏให้เห็นอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ดี สถาบันการเงินบางแห่งมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้น ต่อจีดีพีที่แท้จริงของสหรัฐ

    ด้าน รอยัล แบงก์ ออฟ แคนาดา คาดการณ์ว่า จะมีอัตราการเติบโต 2.2% ในปีหน้า ขณะที่เอสแอนด์พี โกลบอล คาดการณ์การเติบโตของจีดีพีที่แท้จริงไว้ที่ 2% โดยข้อจำกัดไว้ว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคจะแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีข้างหน้า

    มอร์แกน สแตนลีย์ คาดการณ์อย่างคลุมเครือว่า การเติบโตในปี 2569 จะอยู่ในระดับปานกลาง พร้อมกับความเป็นไปได้ที่หลากหลาย โดยแนะนำว่า จีดีพีอาจเติบโตได้ถึง 3.2% แม้ธนาคารจะแสดงความเห็นเชิงบวกต่อการลงทุนในเอไอ แต่ก็เตือนว่า ปัจจัยอื่น ๆ เช่น ภาษีศุลกากรและการอพยพ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่าที่คาดไว้

    การใช้จ่ายของผู้บริโภคและแนวโน้มราคายังเป็นตัวชี้วัดสำคัญ ในการพิจารณาความมั่นใจของครัวเรือนที่มีต่อเศรษฐกิจ โดยการใช้จ่ายที่มากขึ้นจะแสดงให้เห็นว่า ผู้คนจะสามารถซื้อสินค้าได้ ซึ่งนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน ขณะที่หลายคนเฝ้ารอผลกระทบของภาษีศุลกากรต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

    เจ.พี. มอร์แกน เชส กล่าวถึงปี 2569 ว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจ และตลาดของภาษีศุลกากร อาจรับมือได้ง่ายกว่าที่นักลงทุนกังวลในเดือนเม.ย. โดยอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภค และผลกำไรของบริษัทต่าง ๆ จะยังคงแข็งแกร่ง

    ทั้งนี้ทั้งนั้น ศาลฎีกาของสหรัฐกำลังอยู่ระหว่างพิจารณาว่า จะอนุญาตให้ทรัมป์เก็บภาษีศุลกากรคู่ค้าเกือบทุกประเทศและดินแดนบนโลกต่อหรือไม่ ซึ่งไม่ว่าคำตัดสินจะออกมาอย่างไร ก็มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ของสถาบันการเงินในปีหน้า

    ขณะเดียวกัน นักลงทุนจำนวนมากมองว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในปี 2569 คือ “ฟองสบู่ปัญญาประดิษฐ์” ซึ่งหมายถึงความกังวลอย่างกว้างขวางว่า การลงทุนทางการเงินในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ที่เกิดจากความการเก็งกำไรเกินควร และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในทางปฏิบัติ อาจยังไม่ถึงจุดที่สามารถสร้างผลกำไรที่แท้จริงได้

    หากฟองสบู่ดังกล่าวแตก ดังเช่น “วิกฤติฟองสบู่ดอตคอม” ระหว่างปี 2540-2543 และวิกฤติเชื่อที่อยู่อาศัยในปี 2551 ก็อาจกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาทางเศรษฐกิจในเชิงลบ ซึ่งรวมถึงการทำให้ตลาดหุ้นตกต่ำ กำไรของบริษัทลดลง หรือผู้บริโภคลดการใช้จ่ายลง และอื่น ๆ อีกมากมาย

    อย่างไรก็ดี เจ.พี. มอร์แกน เชส มั่นใจว่าจะ “ไม่มีฟองสบู่ปัญญาประดิษฐ์” แต่เตือนนักลงทุนให้ลดความตื่นเต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาอยู่ โดยอธิบายว่า ข้อจำกัดทางกายภาพ สังคม และการเมืองต่อการขยายตัวของเอไอ ควรทำหน้าที่เป็นตัวปรับสมดุล ช่วยยับยั้งความกระตือรือร้นที่มากเกินไปของนักลงทุน และให้เวลาตลาดแรงงานมากขึ้น ในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น

    นักวิเคราะห์ของแบงก์ออฟอเมริกาเชื่อว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วในภาคเทคโนโลยีในปัจจุบัน “ยังคงมั่นคง” และไม่เหมือนกับฟองสบู่ในอดีต พร้อมกล่าวว่า ความกังวลเกี่ยวกับฟองสบู่เอไอที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น “เกินจริง” โดยคาดว่า การลงทุนในเอไอจะยังคงเติบโตในอัตราที่มั่นคงในปี 2569

    เมื่อเดือนส.ค. นายแซม อัลต์แมน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของโอเพนเอไอ ซึ่งเป็นผู้พัฒนาแชตจีพีที ได้แสดงความกังวลต่อแนวโน้มดังกล่าว โดยตั้งคำถามว่า “เราอยู่ในช่วงที่นักลงทุนตื่นเต้นกับเอไอมากเกินไปหรือไม่?” และ “ความคิดเห็นของเขาคือ “ใช่” แต่ในขณะเดียวกัน อัลต์แมนก็เชื่อว่า เอไอคือ “สิ่งที่สำคัญที่สุด” ที่เกิดขึ้นในรอบหลายปีที่ผ่านมา.

    เครดิตภาพ : AFP, GETTY IMAGES

    ทีมข่าวต่างประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5442316/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw34XvJTBGFcTq_GQGAl0FlS