Blog

  • ผู้ว่าโคราช เปิดงาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน” ครั้งที่ 6 ย้อนรอยประวัติศาสตร์สถานีรถไฟเก่า กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 27/12/2025 17:24

    ผู้ว่าโคราช เปิดงาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน” ครั้งที่ 6 ย้อนรอยประวัติศาสตร์สถานีรถไฟเก่า กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

    วันที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 น. นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นางสาวภคนันท์ ศิลาอาสน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา นายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนา (กำนันเบ้า) อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ นายวีระวัฒน์ มิตรสูงเนิน นายกเทศมนตรีตำบลโคกกรวด หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมขึ้นขบวนรถไฟจากสถานีรถไฟนครราชสีมา เดินทางไปยังสถานีรถไฟโคกกรวด เพื่อเป็นประธานเปิดงาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน ครั้งที่ 6”

    การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน ส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน รวมถึงเป็นการรำลึกถึงสถานีรถไฟโคกกรวด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่มีความเก่าแก่และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดนครราชสีมา

    ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การจัดนิทรรศการสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นบ้านเก่าโคกกรวดและพิพิธภัณฑ์คนโคกกรวด การจัดทำจุดเช็กอินถ่ายภาพ “ไชน่าทาวน์โคกกรวด” การเยี่ยมชมการลงยาโบราณหมอยาชัยณรงค์ การแสดงอุทยานเพลงเก่า รวมถึงการออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน ซึ่งประกอบด้วยอาหารและของดีของอร่อยประจำตำบลโคกกรวด เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อและสัมผัสวิถีชีวิตของคนในพื้นที่

    ทั้งนี้ งาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน ครั้งที่ 6” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–28 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณสถานีรถไฟบ้านโคกกรวด ตำบลโคกกรวด อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

    ภาพ/ข่าว กัญศลักษณ์ รุ่งสุขประเสริฐ ผู้สื่อข่าว TOPNEWsทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    5

    ปก web ตรวจเยี่ยมกำลังพล

    เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ

    กระบี่คึกคัก สมัคร ส.ส.วันแรก

    “เอกสิทธิ์” นำทัพ 30 ผู้สมัคร “พรรคปวงชนไทย” รับเลือกตั้งสส. ขอโอกาสคนกรุงฯ-สมุทรปราการ มุ่งเป้าแก้ปัญหาผู้ใช้แรงงาน เดินหน้าฟื้นศก.ประเทศ

    พิจิตร รับสมัคร สส.ทั้ง 3 เขต เป็นไปอย่างคึกคัก กองเชียร์นับพันคนแห่เชียร์คนที่รัก พรรคที่ชอบ

    อุตรดิตถ์ รับสมัคร สส.วันแรก สุดคึกคัก ประชาชนให้กำลังใจผู้สมัคร

    เลือกตั้งเมืองแพร่ คึกคัก! 4 พรรคใหญ่ตกลงใช้ ‘เบอร์เดียว’ ทั้งจังหวัด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1437355&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11AO7UhTpHxu3KAeBLFLPf

  • นโยบายพรรคประชาชาติ สู้ศึกเลือกตั้ง 2569 ชู “0-10-100” กลยุทธ์พลิกฟื้นเศรษฐกิจ

    นโยบายพรรคประชาชาติ สู้ศึกเลือกตั้ง 2569 ชู “0-10-100” กลยุทธ์พลิกฟื้นเศรษฐกิจ

    เปิดนโยบายพรรคประชาชาติ ดัน ยุทธศาสตร์ “ประชาชาติเพื่อสันติภาพและคุณภาพชีวิต 0-10-100” ปราบโกงให้เป็น 0 เศรษฐกิจฐานรากแข็งแรง GDP โต 10% และนิติรัฐและนิติธรรม สิทธิเสรีภาพ เสมอภาคและเป็นธรรม 100%

    วันที่ 27 ธันวาคม 2568 ปี่กลองเลือกตั้งดังทั่วประเทศแล้ว พามาดูรายละเอียดนโยบายพรรคการเมือง ก่อนให้ประชาชนตัดสินใจลงคะแนนใช้สิทธิเลือกตั้งที่จะถึงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยในส่วนของพรรคประชาชาติ ได้เปิดนโยบายและยุทธศาสตร์ “ประชาชาติเพื่อสันติภาพและคุณภาพชีวิต 0-10-100”

    0% โกง หรือการทุจริต – งบถึงมือประชาชน

    • ปราบโกงให้เป็น 0 : บังคับใช้กฎหมาย ปราบปรามการทุจริตทุกรูปแบบ
    • ปราบปรามนักค้ายาเสพติดให้เป็น 0 : ผู้จำหน่ายผู้ค้ายาเสพติดต้องปราบปราม ยึดทรัพย์และไม่ให้มีที่ยืนในพื้นที่ จชต นำกัญชาเป็นยาเสพติดใช้เฉพาะการแพทย์หรือการศึกษาวิจัยเพื่อการแพทย์ และให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติด ต้องมีการอนุญาตในการใช้
    •  ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้เป็น 0% : พัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ได้มาตรฐานเดียวกัน ทุกคนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ส่งเสริมการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ
    • ขจัดอัตราการออกกลางคันให้เป็น 0% (Zero Dropout) : กำหนดแนวนโยบายและแนวปฏิบัติที่มุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนทุกคนอยู่ในระบบการศึกษาอย่างต่อเนื่องจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรืออย่างน้อยจนมีทักษะชีวิตและทักษะอาชีพที่พึ่งพาตนเองได้ โดยถือว่า “เด็กทุกคนมีคุณค่า รัฐ ชุมชน และสังคมต้องไม่ปล่อยให้ใครหลุดออกจากระบบ”

    10% โต (GPP) – เศรษฐกิจฐานรากแข็งแรง

    • “การลงทุนขนาดใหญ่เพื่อพลิกโฉมสามจังหวัดชายแดน” โดยสร้างเขตพัฒนาเต็มพื้นที่สามจังหวัดและสี่อำเภอในจังหวัดสงขลา เนื่องจากมีผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบมา 20 กว่าปี มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้ การยกเว้นอากรนำเข้าและส่งออกในรูปแบบ Freeport การยกเว้นภาษีขายทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีท้องถิ่นหรือภาษีรูปแบบเฉพาะในรูปแบบ Duty Free และผนวกการส่งเสริมการลงทุนตามรูปแบบของ BOI เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจที่มีพลังในอนาคต อันจะสร้างงาน สร้างอาชีพ และยกระดับพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มีความน่าสนใจและสามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคต่อไป
    •  ผลักดัน “นิคมอุตสาหกรรมฮาลาล” ให้สำเร็จเป็นรูปธรรม อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ
    • ส่งเสริมและยกระดับแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่นให้มีศักยภาพและมีความโดดเด่น เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และเสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของชุมชน ด้วยต้นทุนทางวัฒนธรรม (Soft Power) เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นกลไกหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่มีความยั่งยืน จัดทำแผนที่การท่องเที่ยวเชิงเชื่อมโยงที่บูรณาการแหล่งท่องเที่ยว ร้านค้า ร้านอาหาร ที่พัก และผู้ประกอบการเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนภายในชุมชน
    • ยกระดับและสนับสนุนธุรกิจร้านอาหารไทยหรือร้าน “ต้มยำ” ชายแดนใต้และประเทศเพื่อนบ้านที่สร้างรายได้ให้กับพื้นที่พร้อมกับยกระดับแรงงานท้องถิ่นและเร่งจัดหาแหล่งงานในประเทศเพื่อนบ้าน
    •  จัดตั้ง “กองทุนหมู่บ้านแห่งความสำเร็จ” ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และสถานการณ์ความขัดแย้ง เพื่อเป็นเครื่องมือสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนในระดับชุมชน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินในระดับฐานราก ให้ชุมชนมีแหล่งเงินทุนหมุนเวียนของตนเอง ลดปัญหาการขาดแคลนเงินทุน กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและการสร้างอาชีพ สร้างงาน แหล่งเงินทุนหมุนเวียน และดำเนินกิจการที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน
    •  ล้างหนี้ กยศ. ทั้งหมด ด้วยระบบแบ่งภาระอย่างเป็นธรรม ผู้กู้ยืมชำระเงินต้นเพียง 10% ของยอดหนี้ทั้งหมด ส่วนที่เหลือ 90% ให้ปลดหนี้ การปฏิบัติงานดังกล่าวถือเป็นการชดใช้หนี้ต่อรัฐในรูปแบบแรงงานและบริการสาธารณะ โดยรัฐต้องรับรองสถานะและสิทธิของผู้เข้าร่วมอย่างชัดเจน มุ่งใช้กำลังคนเพื่อภารกิจเร่งด่วนของประเทศและชุมชน ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกปฏิบัติงานในภารกิจที่สอดคล้องกับความจำเป็นของรัฐและชุมชน อาทิ การป้องกัน บำบัด และฟื้นฟูผู้เสพและผู้ใช้ยาเสพติดในระดับหมู่บ้านและชุมชน งานด้านสาธารณสุขชุมชนและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน งานพัฒนาท้องถิ่นและชุมชน งานด้านความมั่นคงของประเทศ งานด้านสาธารณสุข งานด้านการศึกษา งานจัดการและพัฒนาฐานข้อมูลดิจิทัลภาครัฐ โดยรัฐจัดค่าตอบแทนและคุ้มครองผู้ปฏิบัติงาน พร้อมให้ความคุ้มครองด้านสวัสดิการขั้นพื้นฐานตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงาน
    •  แก้ไขกฎหมายสหกรณ์ฯ โดยให้มี “สหกรณ์ปลอดดอกเบี้ย” เป็นประเภทหนึ่งของสหกรณ์ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย ซึ่งในปัจจุบันมีเฉพาะสหกรณ์ที่มีระบบดอกเบี้ย ส่งผลให้ขัดหรือแย้งกับหลักการของศาสนาอิสลามซึ่งห้ามมีดอกเบี้ย ดังนั้นจึงผลักดันให้แก้กฎหมายมี “สหกรณ์ปลอดดอกเบี้ย”
    • ประกอบพิธีฮัจญ์ราคาถูก โดยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก และค่าบริการนำแสวงบุญ โครงการบัญชีเงินฝากอัลฮัจญ์ สถาบันการเงินรัฐสนับสนุน Top up สูงกว่า (ผลตอบแทนสูงกว่า) และแจกรางวัลมากกว่า เช่น แจกทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละ 2 รางวัล
    •  สนับสนุนให้มีการให้สวัสดิการและค่าตอบแทนแก่บุคลากรทางศาสนาของทุกศาสนา กรณีศาสนาพุทธ ได้แก่ พระภิกษุสงฆ์ บุคลากรและองค์กรในพระพุทธศาสนา กรณีศาสนาอิสลาม ได้แก่ อิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น กรรมการอิสลามมัสยิด และกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ตลอดจนบุคลากรของศาสนาอื่นๆ รวมทั้งส่งเสริมให้มีกิจกรรมข้ามวัฒนธรรมระหว่างศาสนิกชนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ระหว่างกัน

    100% นิติรัฐและนิติธรรม – สิทธิเสรีภาพ เสมอภาคและเป็นธรรม

    • การศึกษามีคุณภาพ เท่าเทียม ทั่วประเทศ ต้องมี “การศึกษาภาคบังคับ” ถึงมัธยมปลาย (ม.6) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 100% สำหรับคนไทยทุกคนที่มีศักยภาพและประสงค์จะศึกษา ต้องเป็นการศึกษาฟรีถึงอุดมศึกษา และมุ่งสร้างระบบการศึกษาที่รับประกันว่า เด็กและเยาวชนทุกคน ไม่ว่าจะเกิดที่ใด มีฐานะหรืออัตลักษณ์ใด จะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพมาตรฐานเดียวกัน พร้อมให้การสนับสนุนเพิ่มเติมตามความจำเป็นของแต่ละพื้นที่และแต่ละบุคคล
    • ชุมชนเป็นศูนย์กลางขจัดยาเสพติด 100% : ยึดแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยให้ “ชุมชน” เป็นแกนหลักในการป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟูอย่างรอบด้าน แทนการพึ่งพาเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายจากรัฐเพียงอย่างเดียว โดยคืนบทบาทให้ชุมชนเป็นเจ้าของปัญหาและเจ้าของคำตอบ รัฐทำหน้าที่หนุนเสริม เพื่อให้การแก้ปัญหายาเสพติดเกิดผลจริงและยั่งยืนในระยะยาว
    • ความขัดแย้งประชาชนกับรัฐเรื่องที่ดิน ป่าไม้ ต้องได้รับการ “พิสูจน์สิทธิ 100%” ที่หลักเกณฑ์การพิสูจน์มีความเป็นธรรม ใช้ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชุมชนได้ ดำเนินการให้เป็นรูปธรรม ภายในกรอบระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี และผลักดันให้มีกฎหมายนิรโทษกรรมแก่ราษฎรผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและป่าไม้ ที่เกิดความผิดพลาด ประกาศป่าหรือที่สงวนหวงห้ามครั้งแรกทับที่ประชาชน และผิดพลาดจากการกระทำของรัฐอื่น อาทิ ผู้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่า (ยุค คสช.) เป็นราษฎรที่ยากไร้และไร้ที่ทำกิน ได้ถูกดำเนินคดี

    ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

    แก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่บางแห่งของจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี “กระบวนการสันติภาพเป็นวาระแห่งชาติ” เป็นกลไกขับเคลื่อนการเมือง รวมทั้งนิรโทษกรรมเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่สันติภาพและสันติสุข มี “ศูนย์เฝ้าระวังภัย” เป็นกลไกคุ้มครองชีวิตประชาชน และการพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบท คือ

    • กำหนดให้การสร้างสันติภาพเป็นวาระแห่งชาติ โดยใช้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นคณะกรรมการถาวรระดับชาติ พิจารณาทบทวนหรือยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และกฎอัยการศึก เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การใช้กฎหมายปกติและการบริหารงานโดยพลเรือน
    • การแก้ไข พ.ร.บ. ศอ.บต. ให้มีกระบวนการสันติภาพและความคุ้มกันทางกฎหมาย แก่คณะพูดคุยและผู้เข้าร่วมกระบวนการสันติภาพทุกฝ่าย ไม่ให้ถูกฟ้องร้องในข้อหายุยงปลุกปั่น นำมาตรการถอนฟ้องหรือพักโทษมาใช้กับผู้ที่พร้อมเข้าสู่กระบวนการสันติภาพ พร้อมตั้งกองทุนเยียวยาที่เป็นธรรมและครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
    • นิรโทษกรรมทางอาญา แพ่ง และปกครอง แก่ผู้กระทำความผิดที่มีมูลเหตุจากการแสดงออกทางการเมือง อุดมการณ์ทางความคิด หรือการชุมนุมที่มีความเกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรม ภาษา อัตลักษณ์ หรือชุมนุมทางความคิดและการเมือง
    • มี “ศูนย์ความช่วยเหลือภัยพิบัติ” ทั้งภัยจากมนุษย์สร้างขึ้นและภัยจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือ การเยียวยา และการฟื้นฟู รวดเร็ว เป็นธรรม และมีเอกภาพในการช่วยเหลือ

    นโยบายประชาชาติมีเจตจำนงที่มีคุณธรรม ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และการเมืองที่มุ่งสร้างสันติภาพและสันติสุข สามารถเกิดขึ้นได้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2904591&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1LwqiT4Y9kUZbQmJOo7PXt

  • ผู้ว่าโคราช เปิดงาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน” ครั้งที่ 6 ย้อนรอยประวัติศาสตร์สถานีรถไฟเก่า กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 27/12/2025 17:24

    ผู้ว่าโคราช เปิดงาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน” ครั้งที่ 6 ย้อนรอยประวัติศาสตร์สถานีรถไฟเก่า กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

    วันที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 น. นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นางสาวภคนันท์ ศิลาอาสน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา นายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนา (กำนันเบ้า) อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ นายวีระวัฒน์ มิตรสูงเนิน นายกเทศมนตรีตำบลโคกกรวด หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมขึ้นขบวนรถไฟจากสถานีรถไฟนครราชสีมา เดินทางไปยังสถานีรถไฟโคกกรวด เพื่อเป็นประธานเปิดงาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน ครั้งที่ 6”

    การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน ส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน รวมถึงเป็นการรำลึกถึงสถานีรถไฟโคกกรวด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่มีความเก่าแก่และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดนครราชสีมา

    ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การจัดนิทรรศการสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นบ้านเก่าโคกกรวดและพิพิธภัณฑ์คนโคกกรวด การจัดทำจุดเช็กอินถ่ายภาพ “ไชน่าทาวน์โคกกรวด” การเยี่ยมชมการลงยาโบราณหมอยาชัยณรงค์ การแสดงอุทยานเพลงเก่า รวมถึงการออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน ซึ่งประกอบด้วยอาหารและของดีของอร่อยประจำตำบลโคกกรวด เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อและสัมผัสวิถีชีวิตของคนในพื้นที่

    ทั้งนี้ งาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน ครั้งที่ 6” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–28 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณสถานีรถไฟบ้านโคกกรวด ตำบลโคกกรวด อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

    ภาพ/ข่าว กัญศลักษณ์ รุ่งสุขประเสริฐ ผู้สื่อข่าว TOPNEWsทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    5

    ปก web ตรวจเยี่ยมกำลังพล

    เช็กอินพะเยา..งานดนตรีในสวนและแสงสีสุดอลังการ ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เติมรอยยิ้มให้ทักทายนักท่องเที่ยวริมกว๊านฯ

    กระบี่คึกคัก สมัคร ส.ส.วันแรก

    “เอกสิทธิ์” นำทัพ 30 ผู้สมัคร “พรรคปวงชนไทย” รับเลือกตั้งสส. ขอโอกาสคนกรุงฯ-สมุทรปราการ มุ่งเป้าแก้ปัญหาผู้ใช้แรงงาน เดินหน้าฟื้นศก.ประเทศ

    พิจิตร รับสมัคร สส.ทั้ง 3 เขต เป็นไปอย่างคึกคัก กองเชียร์นับพันคนแห่เชียร์คนที่รัก พรรคที่ชอบ

    อุตรดิตถ์ รับสมัคร สส.วันแรก สุดคึกคัก ประชาชนให้กำลังใจผู้สมัคร

    เลือกตั้งเมืองแพร่ คึกคัก! 4 พรรคใหญ่ตกลงใช้ ‘เบอร์เดียว’ ทั้งจังหวัด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1437355&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11AO7UhTpHxu3KAeBLFLPf

  • รัฐบาลโอนเงินรางวัลแบบเรียลไทม์ตรงถึงนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬา รวมกว่า 487 ล้านบาท จากการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33

    รัฐบาลโอนเงินรางวัลแบบเรียลไทม์ตรงถึงนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬา รวมกว่า 487 ล้านบาท จากการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33

    รัฐบาลโอนเงินรางวัลแบบเรียลไทม์ตรงถึงนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬา รวมกว่า 487 ล้านบาท จากการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ณ ราชอาณาจักรไทย

    ณ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก การกีฬาแห่งประเทศไทย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีมอบเงินรางวัลและแสดงความยินดีแก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา และคณะเจ้าหน้าที่ ที่เข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน
    ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.พัฒพงศ์ พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (แทน) ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย,นายธนา ไชยประสิทธิ์  รองประธานและเลขาธิการโอลิคปิคแห่งประเทศไทยฯ นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย , และผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทย เข้าร่วมพิธี
    ทั้งนี้ รัฐบาลไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มอบเงินรางวัลสนับสนุนแก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬา รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 487,365,000 บาท แบ่งเป็นเงินรางวัลนักกีฬา จำนวน  335,700,000 บาท ,ผู้ฝึกสอน จำนวน 50,955,000บาท  และสมาคมกีฬา 100,710,000 บาท โดยดำเนินการโอนเงินในรูปแบบเรียลไทม์เข้าบัญชีของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬาโดยตรง จากผลงาน 500 เหรียญรางวัล ประกอบไปด้วย 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน และ 113 เหรียญทองแดง ประกอบไปด้วย

    – สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน  36,832,500 บาท
    ผลงาน 12 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน และ 5 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาฮอกกี้แห่งประเทศไทย​รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 34,020,000 บาท
    ผลงาน 4 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย   รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 25,207,500 บาท
    ผลงาน 6 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬายูยิตสูแห่งประเทศไทย   รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน  24,585,000 บาท
    ผลงาน 14 เหรียญทอง 11 เหรียญเงิน และ 5 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย  รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน  24,900,000 บาท
    ผลงาน 11 เหรียญทอง 10 เหรียญเงิน และ 12 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬากาบัดดี้แห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 22,185,000  บาท
    ผลงาน 4 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน
    18,225,000 บาท

    ผลงาน 13 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 14,490,000 บาท
    ผลงาน 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน

    – สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 14,010,000 บาท

    ผลงาน 2 เหรียญทอง และ 2 เหรียญเงิน

    – สมาคมกีฬาคริกเก็ตแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน  12,600,000 บาท
    ผลงาน 2 เหรียญทอง

    – สมาคมกีฬาวู้ดบอลแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 12,150,000 บาท
    ผลงาน 6 เหรียญทอง และ 2 เหรียญเงิน

    – สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 11,655,000 บาท

    ผลงาน 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาแฮนด์บอลแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 11,340,000 บาท

    ผลงาน 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน

    – สมาคมกีฬาฟิกเกอร์และสปีดสเก็ตติ้งแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน
    11,122,500 บาท

    ผลงาน 7 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 10,920,000 บาท  

    ผลงาน 2 เหรียญทอง

    – สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 10,912,500  บาท

    ผลงาน 10 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาหมากรุกสากลแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 10,350,000 บาท
    ผลงาน 5 เหรียญทอง

    – สมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 9,892,500 บาท
    ผลงาน 6 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาเบสบอลแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 8,400,000 บาท
    ผลงาน 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน

    – สมาคมกีฬาคาราเต้แห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 8,340,000 บาท
    ผลงาน 4 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน
    8,212,500 บาท

    ผลงาน 5 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 8,100,000 บาท
    ผลงาน 4 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 5 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 7,987,500 บาท
    ผลงาน 10 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 7,965,000 บาท
    ผลงาน 5 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 7,740,000 บาท
    ผลงาน 1 เหรียญทอง และ 3 เหรียญเงิน

    – สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 7,275,000 บาท
    ผลงาน 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 6,862,500 บาท
    ผลงาน 6 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 6,862,500 บาท
    ผลงาน 14 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 6,412,500  บาท
    ผลงาน 11 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 6,412,500 บาท
    ผลงาน 3 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง
    – สมาคมกีฬายูโดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน  
    5,782,500 บาท
    ผลงาน 4 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน  5,400,000 บาท
    ผลงาน 2 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน

    – สมาคมกีฬายิงธนูแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน  5,272,500 บาท
    ผลงาน 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน
    5,175,000 บาท
    ผลงาน 1 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 6 เหรียญทองแดง
    – สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 5,062,500 บาท
    ผลงาน 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 4,837,500 บาท
    ผลงาน 9 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 4,725,000 บาท
    ผลงาน 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 4,410,000 บาท
    ผลงาน 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน

    – สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน
    4,387,500 บาท
    ผลงาน 4 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬายิงเป้าบินแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 3,937,500 บาท
    ผลงาน 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาเทคบอลแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 3,600,000 บาท
    ผลงาน 5 เหรียญทอง

    – สมาคมกีฬาซอฟท์บอลแห่งประเทศไทย  รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 3,360,000 บาท
    ผลงาน 2 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน
    3,262,500 บาท
    ผลงาน 5 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน
    3,037,500 บาท
    ผลงาน 3 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาปันจักสีลัตแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 2,812,500 บาท
    ผลงาน 3 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาคิกบ๊อกซิ่งแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 2,587,500 บาท
    ผลงาน 4 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬายิงปืนรณยุทธแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 2,362,500 บาท
    ผลงาน 3 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาวูซูแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 2,250,000 บาท
    ผลงาน 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 2,025,000 บาท
    ผลงาน 3 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาปีนหน้าผาแห่งประเทศไทย  รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 1,687,500 บาท
    ผลงาน 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟแห่งประเทศไทย  รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 1,575,000  บาท
    ผลงาน 3 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน

    – สมาคมกีฬาเนตบอลแห่งประเทศไทย  รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 1,260,000 บาท
    ผลงาน 1 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬามวยปล้ำแห่งประเทศไทย  รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 1,237,500 บาท
    ผลงาน 1 เหรียญเงิน และ 9 เหรียญทองแดง

    – สมาคมกีฬาปัญจกีฬาแห่งประเทศไทย รับเงินรางวัลสนับสนุนจำนวน 1,350,000 บาท
    ผลงาน 2 เหรียญทอง และ 4 เหรียญทองแดง

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า’ในนามของรัฐบาล ผมได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอนุทิน ชาญวีรกุล และรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ต้องขอแสดงความชื่นชมต่อ นักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา เจ้าหน้าที่ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ร่วมกันสร้างความสำเร็จให้กับมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

    ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นเกียรติประวัติของประเทศชาติ เพราะประเทศไทยสามารถทำสถิติครองเหรียญรางวัลรวมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ความสำเร็จทั้งหมดนี้ เกิดจากความเสียสละ ความมุ่งมั่น และความร่วมมือของทุกภาคส่วน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของวงการกีฬาประเทศไทยอย่างชัดเจน ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รางวัลและความสำเร็จที่ทุกท่านได้รับ จะเป็นขวัญและกำลังใจในการพัฒนาต่อยอดศักยภาพ สปิริต และความตั้งใจ ในฐานะตัวแทนของประเทศไทยต่อไป สำหรับนักกีฬาที่อาจยังไม่ประสบความสำเร็จในครั้งนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน กีฬา มีแพ้ มีชนะ หากยังคงฝึกฝน พัฒนา และไม่ย่อท้อ โอกาสย่อมเป็นของทุกคนเสมอ”

    สุดท้ายนี้ ในนามของรัฐบาลและพี่น้องชาวไทย ผมขอกราบขอบพระคุณทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมกีฬา และนักกีฬาทุกท่าน ที่ร่วมกันสนับสนุนและขับเคลื่อนวงการกีฬาของชาติอย่างต่อเนื่อง ขอให้ทุกท่านจงภาคภูมิใจ เพราะผลงานที่ท่านสร้าง ไม่เพียงเป็นเกียรติแก่ตนเองและครอบครัว แต่ยังเป็นเกียรติประวัติของประเทศชาติอีกด้วย”
    ขอบคุณข่าว โดย : กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/63974&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FSmbiPiKRKn_qJjqxAC0C

  • เช็กพิกัด ‘จุดกางเต็นท์ฟรี’ 39 แห่ง ทล. เปิดให้บริการรับท่องเที่ยวปีใหม่ 2569

    เช็กพิกัด ‘จุดกางเต็นท์ฟรี’ 39 แห่ง ทล. เปิดให้บริการรับท่องเที่ยวปีใหม่ 2569

    ทั่วไป

    27 ธ.ค. 2025 เวลา 20:08 น.

    เช็กพิกัด 'จุดกางเต็นท์ฟรี' 39 แห่ง ทล. เปิดให้บริการรับท่องเที่ยวปีใหม่ 2569

    เช็กพิกัด ‘จุดกางเต็นท์ฟรี’ 39 แห่ง ทั่วประเทศ ‘กรมทางหลวง’ เปิดให้บริการรับท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569

    ท่องเที่ยว วันหยุดยาว เทศกาลปีใหม่ 2569 นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า กรมทางหลวง (ทล.) ได้ขานรับนโยบายของกระทรวงคมนาคม ‘H.N.Y. 2569 – Happiness of All, Network of Care, and Year of Safety’ ในการดำเนินงานเพื่อให้ประชาชนมีความสุขในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความปลอดภัย การให้บริการที่เป็นมาตรฐานสากล รวมทั้งส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และความมั่นคงของประเทศ โดยจัดเตรียมสถานที่ให้บริการ ‘จุดกางเต็นท์’ ทั่วประเทศ 39 แห่ง สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปพักผ่อน พักค้างคืน พร้อมลานจอดรถ โดยสามารถเข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569

    ซึ่งจุดกางเต็นท์ฟรีที่ได้จัดเตรียมไว้นั้น แบ่งเป็น ภาคเหนือ 30 แห่ง , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 แห่ง , ภาคกลาง 4 แห่ง และภาคใต้ 1 แห่ง โดยพื้นที่กางเต็นท์จะตั้งอยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของหมวดทางหลวง มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก และให้บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบริการน้ำดื่ม ห้องสุขา ‘โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น’ ดังต่อไปนี้

    จังหวัดเชียงใหม่ (จำนวน 4 แห่ง) ในพื้นที่

    • หมวดทางหลวงจอมทอง ทล.1009 ตอน จอมทอง – ดอยอินทนนท์ กม.30+700
    • หมวดทางหลวงแม่แตง ทล.1095 ตอน หนองโค้ง – กิ่วคอหมา กม.14+584
    • หมวดทางหลวงเชียงดาว ทล.107 ตอน แม่ทะลาย – หัวโท กม.84+215
    • หมวดทางหลวงพร้าว ทล.1001 ตอน บ้านโป่ง – พร้าว กม.88+270

    จังหวัดลำปาง (จำนวน 4 แห่ง) ในพื้นที่

    • หมวดทางหลวงแจ้ห่ม ทล.1035 ตอน สำเภาทอง – สันติสุข กม.52+500 
    • หมวดทางหลวงแม่พริก ทล.1 ตอน แม่เชียงรายบน – ดอนไชย กม.589+500
    • หมวดทางหลวงสบปราบ ทล.1 ตอน สบปราบ – เกาะคา กม.650+700
    • หมวดทางหลวงห้างฉัตร ทล.11 ตอน แยกภาคเหนือ – ขุนตาน กม.481+500

    จังหวัดเชียงราย (จำนวน 1 แห่ง) ในพื้นที่

    • หมวดทางหลวงแม่ลาว ทล.1 ตอน พาน – บ้านร่องขุ่น กม.896+845

    จังหวัดแม่ฮ่องสอน (จำนวน 2 แห่ง) ในพื้นที่

    • หมวดทางหลวงแม่ฮ่องสอน ทล.1095 ตอน ห้วยซลอบ – แม่ฮ่องสอน กม.197+907
    • หมวดทางหลวงปาย ทล.1395 ตอน ทางเข้าปาย กม.4+100

    จังหวัดพะเยา (จำนวน 1 แห่ง) ในพื้นที่

    • หมวดทางหลวงผาช้างน้อย ทล.1148 ตอน สะเกิน – สบทุ กม.82+000

    จังหวัดน่าน (จำนวน 2 แห่ง) ในพื้นที่

    • หมวดทางหลวงนาน้อย ทล.1083 ตอน เด่นชาติ – นาน้อย กม.69+485 
    • หมวดทางหลวงบ่อเกลือ ทล.1081 ตอน หลักลาย – บ่อเกลือ กม.67+110

    เช็กพิกัด 'จุดกางเต็นท์ฟรี' 39 แห่ง ทล. เปิดให้บริการรับท่องเที่ยวปีใหม่ 2569

    จังหวัดกำแพงเพชร (จำนวน 5 แห่ง) ในพื้นที่

    • สำนักงานแขวงทางหลวงกำแพงเพชร ทล.1 ตอน ปากดง – นครชุม กม.453+076 
    • หมวดทางหลวงคลองขลุง ทล.1 ตอน โนนปอแดง – ปากดง กม.423+809 
    • หมวดทางหลวงโกสัมพีนคร ทล.1 ตอน นครชุม – วังเจ้า กม.476+553
    • หมวดทางหลวงคลองลานพัฒนา ทล.1117 ตอน คลองแม่ลาย – อุ้มผาง กม.55+000
    • หมวดทางหลวงนครชุม ทล.1 ตอน ปากดง – นครชุม กม.455+365

    จังหวัดตาก (จำนวน 5 แห่ง) ในพื้นที่

    • หมวดทางหลวงหนองบัวใต้ ทล.1 ตอน วังเจ้า – ตาก กม.511+826
    • หมวดทางหลวงแม่สลิด ทล.1 ตอน วังม่วง – แม่เชียงรายบน กม.560+449
    • หมวดทางหลวงท่าสองยาง ทล.105 ตอน แม่สลิดหลวง – แม่เงา กม.115+550
    • หมวดทางหลวงคีรีราษฎร์ ทล.1090 ตอน ห้วยน้ำริน – อุ้มผาง กม.88+050
    • หมวดทางหลวงอุ้มผาง ทล.1090 ตอน อุ้มผาง – กะแง่คี กม.165+799

    จังหวัดสุโขทัย (จำนวน 1 แห่ง) ในพื้นที่

    • หมวดทางหลวงแม่สิน ทล.101 ตอน ศรีสัชนาลัย – แม่สิน กม.184+219

    จังหวัดพิษณุโลก (จำนวน 1 แห่ง) ในพื้นที่

    • หมวดทางหลวงแก่งโสภา ทล.12 ตอน วังทอง – เข็กน้อย กม.296+100

    จังหวัดเพชรบูรณ์ (จำนวน 1 แห่ง) ในพื้นที่

    • หมวดทางหลวงเขาค้อ ทล.2196 ตอน นางั่ว – ทุ่งสมอ กม.23+600

    จังหวัดเลย (จำนวน 3 แห่ง) ในพื้นที่

    • หมวดทางหลวงภูกระดึง ทล.201 ตอน ผานกเค้า – หลักร้อยหกสิบ กม.266+737
    • หมวดทางหลวงปากชม ทล.211 ตอน ปากชม – เชียงคาน กม.148+350
    • หมวดทางหลวงภูเรือ ทล.21 ตอน หนองบง – ภูสวรรค์ กม.376+834

    จังหวัดบึงกาฬ (จำนวน  1 แห่ง) ในพื้นที่

    • หมวดทางหลวงศิวิไล ทล.222 ตอน ท่ากกแดง – บึงกาฬ กม.102+526

    จังหวัดสกลนคร (จำนวน 1 แห่ง) ในพื้นที่

    • หมวดทางหลวงคำหอม ทล.213 ตอน สร้างค้อ – สกลนคร (โค้งปิ้งงู) กม.155+600

    จังหวัดหนองคาย (จำนวน 1 แห่ง) ในพื้นที่

    • หมวดทางหลวงสังคม ทล.211 ตอน ศรีเชียงใหม่ – ห้วยเชียงดา

    จังหวัดอุบลราชธานี (จำนวน 1 แห่ง) ในพื้นที่

    • หมวดทางหลวงโขงเจียม ทล.2222 ตอน โขงเจียม – สะพือ กม.0+925

    จังหวัดกาญจนบุรี (จำนวน 2 แห่ง) ในพื้นที่

    • หมวดทางหลวงไทรโยค ทล.323 ตอน หนองสามพราน – แก่งประลอม กม.100+000
    • หมวดทางหลวงทองผาภูมิ ทล.323 ตอน แก่งประลอม – ทองผาภูมิ กม.181+058

    จังหวัดอุทัยธานี (จำนวน 2 แห่ง) ในพื้นที่

    • หมวดทางหลวงบ้านไร่ ทล.3011 ตอน บ้านไร่ – บ้านใต้ กม.5+006
    • ศูนย์บำรุงทางและบริการประชาชน (เป็นพื้นที่อยู่ในความรับผิดชอบของหมวดทางหลวงบ้านไร่) ทล.3011 ตอน บ้านไร่ – บ้านใต้ กม.24+200

    จังหวัดราชบุรี (จำนวน 1 แห่ง) ในพื้นที่

    • หมวดทางหลวงสวนผึ้ง ทล.3208 ตอน น้ำพุ – เมืองผาปกค้างคาว กม.43+550

    เช็กพิกัด 'จุดกางเต็นท์ฟรี' 39 แห่ง ทล. เปิดให้บริการรับท่องเที่ยวปีใหม่ 2569

    ทั้งนี้ หากประชาชนมีความประสงค์ต้องการจองพื้นที่กางเต็นท์ สามารถจองได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรี ทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) รวมทั้งสามารถจองด้วยตนเอง ณ จุดกางเต็นท์ โดยกรมทางหลวงขอความร่วมมือประชาชนโปรดดูแลสิ่งแวดล้อมบริเวณที่พัก และขับรถด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำการจราจร เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

    • ตรวจสอบจุดกางเต็นท์ได้ที่ สำนักบริหารบำรุงทาง กรมทางหลวง https://bmm.doh.go.th/website/index.php

    เช็กพิกัด 'จุดกางเต็นท์ฟรี' 39 แห่ง ทล. เปิดให้บริการรับท่องเที่ยวปีใหม่ 2569

    เช็กพิกัด 'จุดกางเต็นท์ฟรี' 39 แห่ง ทล. เปิดให้บริการรับท่องเที่ยวปีใหม่ 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1214203&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2rcY4w6KvB1spaGqGETwIy

  • กรมวิชาการเกษตร ปลุกดอยช้าง สู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

    กรมวิชาการเกษตร ปลุกดอยช้าง สู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

    กรมวิชาการเกษตร ปลุกดอยช้าง สู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

    กรมวิชาการเกษตร ปลุกดอยช้าง ฟื้นป่า–กาแฟอินทรีย์ ดันสู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ เชื่อมโยงเศรษฐกิจชุมชน คืนชีวิตให้ภูเขา

    วันที่ 27 ธันวาคม 2568 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมพัฒนาต้นแบบ ศูนย์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตร ภายใต้แนวคิด “การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism)” ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงราย (เกษตรดอยช้าง) ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

    โดยมีนางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร และคณะผู้บริหารกรมวิชาการเกษตรร่วมในพิธี เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวควบคู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน พัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ “คาร์บอนในภาคเกษตร” เชื่อมการท่องเที่ยวกับเศรษฐกิจชุมชน

    ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตร ที่ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงเกษตร low carbon และยกระดับสินค้าเกษตรปลอดภัยมูลค่าสูง

    กรมวิชาการเกษตร ปลุกดอยช้าง สู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

    กรมวิชาการเกษตรได้ยกระดับศูนย์ฯ แห่งนี้เป็น พื้นที่เรียนรู้การจัดการคาร์บอนในระบบเกษตร ผ่านการจัดเก็บข้อมูลการปล่อยและดูดซับก๊าซเรือนกระจก จากกิจกรรมการท่องเที่ยวและกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรในพื้นที่

    เพื่อสร้าง “อัตลักษณ์การท่องเที่ยวสีเขียวที่วัดผลได้จริง” รองรับแนวทางเกษตรคาร์บอนต่ำ และเพิ่มรายได้ชุมชนจากสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น

    นักท่องเที่ยวที่เข้าเยี่ยมชมสามารถสัมผัสประสบการณ์ครบวงจร ตั้งแต่

    • การผลิตและแปรรูปกาแฟอาราบิกาและมะคาเดเมีย
    • การชิมกาแฟอาราบิกาคุณภาพสูง พร้อมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ณ อาคารแปรรูปและจำหน่าย
    • การไหว้สักการะที่พุทธอุทยานดอยช้าง
    • การชมทัศนียภาพโดดเด่น เช่น จุดชมวิวดอยหมอกและจุดชมพระอาทิตย์ตก View Point
    • ลานกางเต็นท์โดมแดง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติใกล้ชิด

    กรมวิชาการเกษตร ปลุกดอยช้าง สู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

    ในปี 2568 ศูนย์ฯ ต้อนรับนักท่องเที่ยวและหน่วยงานต่าง ๆ รวมกว่า 43,852 คน สร้างรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชน กว่า 712,250 บาท สะท้อนศักยภาพด้านเศรษฐกิจควบคู่การอนุรักษ์ที่จับต้องได้ สืบสานพระราชปณิธาน – อนุรักษ์ “เอื้องแซะ” กล้วยไม้ป่าหายาก

    ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรพร้อมคณะ ได้ร่วมปลูกกล้วยไม้ “เอื้องแซะ” (Dendrobium lindleyi Steud.) ณ จุดชมวิวของศูนย์ฯ เพื่อสนองพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และขยายพันธุ์กล้วยไม้ป่าหายาก ให้คงอยู่ในระบบนิเวศของประเทศไทย ตลอดจนส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกแก่ประชาชนให้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

    กรมวิชาการเกษตร ปลุกดอยช้าง สู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/sustainable/net-zero/647702&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0IiA0id4M6rdO0A4HK9KN4

  • เปิดเทศกาลท่องเที่ยว “หมู่บ้านสีชมพู” ซากุระเมืองไทย ปี 2569

    เปิดเทศกาลท่องเที่ยว “หมู่บ้านสีชมพู” ซากุระเมืองไทย ปี 2569

    พิษณุโลกเปิดเทศกาลท่องเที่ยวหมู่บ้านสีชมพู ประจำปี 2569 อย่างคึกคัก รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเป็นประธานเปิดงาน พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวชมความงดงามของดอกพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย ที่บานสะพรั่งเร็วกว่าทุกปี ส่งผลให้ที่พักในพื้นที่เต็มต่อเนื่อง
    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านร่องกล้า ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก นายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิด เทศกาลท่องเที่ยวหมู่บ้านสีชมพู ปีที่ 4, เทศกาลตลาดนัดเด็กดอย ปีที่ 12 และ เทศกาลชมดอกซากุระญี่ปุ่น ประจำปี 2569 โดยมีนางศศิวัณย์ ศรีพรหม รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิธี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัดพิษณุโลกในช่วงฤดูหนาว
    ภายในพิธีเปิดมีการแสดงจากนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยน้ำไซ สาขาร่องกล้า สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานอย่างอบอุ่น

    นายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า เทศกาลดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงชุมชน พร้อมทั้งสร้างโอกาสให้เด็กและชาวบ้านในพื้นที่ได้ฝึกทักษะการประกอบอาชีพ นำองค์ความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิต อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมและพัฒนาด้าน Soft Power ของจังหวัด ได้แก่ Food, Festival, Fashion, Film และ Fight โดยมุ่งหวังให้เทศกาลหมู่บ้านสีชมพูเป็นหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยว และเป็นหนึ่งในปฏิทินท่องเที่ยวประจำปีของจังหวัดพิษณุโลก


    ด้านนางศศิวัณย์ ศรีพรหม รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก สมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก ภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ชุมชนบ้านร่องกล้า องค์การบริหารส่วนตำบลเนินเพิ่ม ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดพิษณุโลก และอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และสร้างรายได้ให้กับชุมชน


    สำหรับปีนี้นับเป็นการจัด เทศกาลตลาดนัดเด็กดอย ปีที่ 12, เทศกาลหมู่บ้านสีชมพู ปีที่ 4 และ เทศกาลชมดอกซากุระญี่ปุ่นแท้ ปีที่ 1 ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เห็นได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โฮมสเตย์ในพื้นที่เต็มทุกหลัง โดยมีการพัฒนาชุมชนให้เป็น Soft Power ครบวงจร ทั้งด้านอาหาร แฟชั่น เทศกาล และสุขภาพ พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ตลอดทั้งปี
    นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อาทิ การจัดการขยะโดยเฉพาะขยะพลาสติก การไม่เผาป่า และการสร้างพื้นที่อาหารปลอดภัย เพื่อให้การท่องเที่ยวเติบโตควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม
    หลังพิธีเปิด รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกได้เยี่ยมชมตลาดนัดเด็กดอย ชมการสาธิตอาหาร Soft Power “พิซซ่าม้งอินเตอร์” ร่วมทดสอบการยิงหน้าไม้ซึ่งเป็นอุปกรณ์ล่าสัตว์แบบดั้งเดิมของชาวบ้าน ก่อนเดินทางไปยังจุดเช็กอินหมู่บ้านสีชมพู ถนนคนเดินดอย ชมวิถีชีวิต วัฒนธรรม และประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ชิมอาหารพื้นเมือง และลิ้มรสกาแฟบ้านร่องกล้า ทั้งนี้ ผู้จัดงานคาดหวังว่า เทศกาลท่องเที่ยวหมู่บ้านสีชมพู บ้านร่องกล้า จะเป็นหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยว และเป็นปฏิทินท่องเที่ยวประจำจังหวัดพิษณุโลกอย่างยั่งยืนต่อไป

    แสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.phitsanulokhotnews.com/2025/12/27/192641&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KgGAFPaK9E5_S8jUCFAMG

  • วิจัยกสิกรคาดรายได้ท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ 5 วัน แตะ 38,500 ล้านบาท

    วิจัยกสิกรคาดรายได้ท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ 5 วัน แตะ 38,500 ล้านบาท

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองท่องเที่ยวเจอหลายปัจจัยลบ ตลาดเอเชียยังไม่ฟื้น ช่วงปีใหม่ 5 วัน รายได้ลดลง 3.3% อยู่ที่ 38,500 ล้านบาท

    ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 2568 – 4 ม.ค. 2569 การท่องเที่ยวยังมีหลายปัจจัยลบ คาดรายได้ท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและไทยมีมูลค่าประมาณ 38,500 ล้านบาท ลดลง 3.3% (YoY)

    โดยรายได้ท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย คาดมีมูลค่าประมาณ 23,500 ล้านบาท ลดลง 6% (YoY)  จากตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้อย่างอาเซียน และเอเชียตะวันออกที่ยังไม่ฟื้น ขณะที่รายได้ท่องเที่ยวจากคนไทยเที่ยวในประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 ล้านบาท โต 1.2% (YoY) แต่โตไม่เท่ากันในแต่ละพื้นที่

    วิจัยกสิกรคาดรายได้ท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ 5 วัน แตะ 38,500 ล้านบาท

    เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

    ข่าววิดีโอล่าสุด

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/business/economy/378971373&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3guWMH6NTK5MyfmCGMH41-

    • 9 จิตวิญญาณความเป็นไทย | เดลินิวส์

      นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า การเปิดตัวเคมเปญ “THE SOUL OF THAILAND” ชวนสัมผัสจิตวิญญาณความเป็นไทย ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสมาเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ กับ 9 เส้นทางท่องเที่ยว ใน 9 พื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตามแนวทางการยกระดับเส้นทางการท่องเที่ยวบนฐานทุนท้องถิ่น ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการด้วยความคิดสร้างสรรค์และทุนทางวัฒนธรรม เพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการท่องเที่ยว

      “การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน คือ การท่องเที่ยวที่สร้างโอกาสให้กับผู้คนในแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงผู้คนในประเทศ ตลอดจนต้องมีขีดความสามารถมากพอที่จะส่งต่อโอกาสนี้ให้แก่คนรุ่นต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ อพท. เล็งเห็นความสำคัญ ในการสร้างพลังสร้างสรรค์ ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการจากความคิดสร้างสรรค์ด้วยทุนทางวัฒนธรรม ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการยกระดับและขับเคลื่อนการใช้ทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย และยังสืบทอดต่อกันมาในท้องถิ่น”

      เริ่มด้วย COLORS OF CHIANG RAI เมืองสร้างสรรค์ สีสันแห่งล้านนา ชื่นชมวิถีชีวิตแห่งล้านนา ไปกับการลงพื้นที่คลุกคลีชุมชนชาติพันธุ์ ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่รายล้อม พร้อมผจญภัยไปในดินแดนแห่งธรณีวิทยา และตำนานแห่งขุนเขา

      ลงมาที่น่านกับ NAN SLOW LIFE เสน่ห์ของวิถีเนิบช้า เติมเต็มความสบายใจอย่างเต็มอิ่มกับเมืองแสนสงบที่ปราศจากความวุ่นวาย พักผ่อนท่ามกลางความเนิบช้าและเรียบง่าย แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ อุดมไปด้วยเรื่องราวแห่งศิลปวัฒนธรรม และโบราณสถานสุดงดงามที่ผ่านกาลเวลามากว่าหลายร้อยปี มาดื่มด่ำกับความเรียบง่ายของชีวิตกับกาแฟรสชาติดีสักแก้วที่เมืองน่าน

      เปลี่ยนบรรยากาศไปเยือนมรดกโลกที่ยังมีลมหายใจกับ SUKHOTHAI TIMELESS TREASURES ชมเมืองเก่าเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ ที่สุโขทัยผ่านกิจกรรมสุดสนุกตลอดทริป ชมโบราณสถาน แวะพักกับชุมชนขนาดกะทัดรัด ที่ใช้คำว่าน่ารักได้อย่างฟุ่มเฟือย และฝากท้องกับเมนูอาหารท้องถิ่นที่ทำให้ “สุโขทัย” กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวยั่งยืน 1 ใน 100 แห่งของโลก

      สุขใจกันไปเลยกับ LOEI BEYOND THE MEKONG สัมผัสวิถีริมโขง เที่ยวเชียงคาน ดินแดน Green Destinations และภูหลวง เมืองเกษตรกรรมถิ่นอีสาน สโลว์ไลฟ์ใจฟูไปกับการท่องเที่ยวแบบร่วมสมัยผสมกลิ่นอายของอดีตผ่าน “เมืองเชียงคาน” ย่านเก่าริมแม่น้ำโขง ที่ยังอบอวลไปด้วยวิถีชีวิตท้องถิ่นดั้งเดิม เพิ่มเติมด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ และงานศิลปะ แวะเยี่ยมชมหมู่บ้านชาวไทดำ ชาติพันธุ์ที่ยังคงวิถีผีฟ้า ปรัชญา ศรัทธาแห่งบรรพบุรุษ ท่ามกลางธรรมชาติและวิวขุนเขาแห่งพรมแดน

      มาที่สุพรรณบุรีกับ U THONG ANCIENT LEGACY เมืองมรดกแห่งดินแดนสุวรรณภูมิ จากความรุ่งเรืองในอดีตกาล เมืองแห่งศูนย์กลางการค้าสมัยทวารวดี และจุดเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทำให้ “อู่ทอง” คือดินแดนที่เต็มไปด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ และมนต์ขลังของความรุ่งเรืองแห่งกาลเวลาที่ยังอบอวลอยู่ รอให้ทุกคนมาสัมผัส เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยงเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าตื่นตากับวิถีชีวิตที่น่าค้นหาของดินแดนที่ยิ่งใหญ่แห่งอุษาคเนย์

      ขยับมาอีกนิดที่สมุทรปราการกับ BANG KACHAO LOW CARBON, HIGH SPIRIT สัมผัสสิ่งแวดล้อมดีดี วิถีบางกะเจ้า ไม่ใช่แค่ one day trip แต่หากอยากสัมผัสบางกะเจ้าแบบครบรส ช้อป ชิม ชิล และสนุกไปกับกิจกรรมชุมชน สามารถพักค้างคืนท่ามกลางพื้นที่สีเขียวใกล้เมืองกรุง เติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวให้ชีวิต เต็มอิ่มกับหลากเมนูท้องถิ่น และสูดลมหายใจให้เต็มปอดในพื้นที่เขียวแหล่งใหญ่ใกล้เมืองกรุงที่ “คุ้งบางกะเจ้า”

      มหัศจรรย์ได้ทุกวันที่พัทยากับ PATTAYA EVERYDAY WONDERS พัทยาเมืองแห่งสีสันที่คึกคัก อุดมไปด้วยนักสร้างสรรค์ และเต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจ ที่ถูกแสดงออกมาผ่านงานดีไซน์ แฟชั่น ดนตรี และอีเวนต์สำคัญ ๆ มากมาย ขณะเดียวกันทีนี่ยังคงมีเรื่องราวของวัฒนธรรมท้องถิ่น มนต์เสน่ห์จากอดีตที่ยังอวบอวลอยู่ในซอกมุมต่าง ๆ อีกไม่น้อย การเดินทางมาเติมแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ไปพร้อมกับการได้สัมผัสเรื่องราวของชุมชนดั้งเดิมใกล้พัทยา จึงเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่กลมกล่อมสำหรับทุกคนในครอบครัว

      ออกไปที่ตราดกับ KOH CHANG BLUE CASTAWAY หนีร้อนไปติดเกาะ ลัดเลาะวิถีชุมชน สัมผัสวิถีชีวิตชาวชุมชน ท่ามกลางท้องทะเลสีฟ้าใส และทำความรู้จักกับชุมชนที่อยากให้นักเดินทางเข้าใจการท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างถ่อมตน ไม่เบียดเบียน ช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ “หมู่เกาะในฝัน สวรรค์แห่งอ่าวไทย” และบ้านของพวกเขายังคงอยู่อย่างงดงามต่อไปตราบนานเท่านาน

      ปิดท้ายที่ SONGKHLA LAGOON’S LIVING HERITAGE สมบัติแห่งกาลเวลา ปล่อยใจไปกับเสน่ห์ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ทริปเดียว ครบทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ ให้นักเดินทางได้เข้ามาสัมผัส ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นจากวัตถุดิบสดจากทะเล ที่ผ่านกรรมวิธีการปรุงอย่างพิถีพิถันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5448299/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OOUJErssFlApArq7xqgzS

    • ธอส. เข้าเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

      ธอส. เข้าเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

      ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารธนาคาร เข้าเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568

      1517834

      1517836

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/946211/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10WXdzY9ZUyeNmBjAec4P_