Blog

  • ราคาทองวันนี้ 07/05/69 ประกาศครั้งที่ 6 ปรับขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายออก 72,650 บาท

    ราคาทองวันนี้ 07/05/69 ประกาศครั้งที่ 6 ปรับขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายออก 72,650 บาท

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/146004&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw31P5vTSufiChpwiQaX80pH

  • รอบรั้วการตลาด : ททท. ผนึกกำลังพันธมิตร อัดโปรแรง กระตุ้นท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

    รอบรั้วการตลาด : ททท. ผนึกกำลังพันธมิตร อัดโปรแรง กระตุ้นท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

    นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่ม Eco-Tourist และ Transformative Traveler ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง กลุ่มนักท่องเที่ยวเหล่านี้ไม่ได้มองหาการเดินทางเพียงเพื่อการพักผ่อนหรือความบันเทิงเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับความหมายของการเดินทางมากยิ่งขึ้น 

    โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มักให้คุณค่ากับประสบการณ์ที่แท้จริง เช่น การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งการมีส่วนร่วมในกิจกรรมฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ไม่เพียงสร้างความทรงจำที่ลึกซึ้ง แต่ยังช่วยเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติของนักท่องเที่ยวให้เกิดความตระหนักรู้และอยากมีส่วนร่วมในการดูแลโลกมากขึ้น ในโครงการได้ออกแบบกิจกรรมหลากหลายทั้งเส้นทางท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมฟื้นฟู ดูแล รักษา สิ่งแวดล้อม 

    เมื่อวันที่ 28-29 เมษายน 69 ที่ผ่านมา โครงการ One Living Planet ได้จัดกิจกรรม Voluntourist 2 วัน 1 คืน ณ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นการผสานแนวคิดการท่องเที่ยวเข้ากับการลงมือทำเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งกิจกรรมทำโป่งเทียม เพื่อเสริมแร่ธาตุให้สัตว์ป่า เป็นกระบวนการอนุรักษ์ที่ช่วยส่งเสริมความสมดุลของระบบนิเวศ 

    และเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดของสัตว์ป่า บริเวณอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กิจกรรมเก็บขยะชายหาด บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ภายใต้ความร่วมมือกับ อเล็กซ์ เรนเดลล์ นักอนุรักษ์ที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ร่วมกิจกรรมทั้งจิตอาสา Influencer และพันธมิตร 

    เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม ททท. ได้ร่วมมือกับพันธมิตรมอบโปรโมชัน ดีลพิเศษ เช่น ที่พัก อาทิ โรงแรมซันบีม พัทยา จ.ชลบุรี, อะเวย์เชียงใหม่ท่าแพรีสอร์ท จ.เชียงใหม่, โรงแรมไอบิส สไตล์ กระบี่ อ่าวนาง จ.กระบี่, โรงแรม เซนเตอร์ พอยต์ เทอมินอล 21 โคราช จ.นครราชสีมา ฯลฯ มอบส่วนลดพิเศษสูงสุด 20% และแจกของที่ระลึกจากโครงการ – บริษัทนำเที่ยวที่ร่วมออกแบบเส้นท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ทั้ง 8 เส้นทาง อาทิ Wild Encounter Thailand, สีฟ้าทัวร์, Railay Eco Tour, Gogotrip Thailand, ทุลักทุเลทริป, ทริปนี้มาเจอกันไหม มอบส่วนลดพิเศษสูงสุด 10% และของที่ระลึกจากโครงการ

    ด้านพันธมิตรชั้นนำ เสนอสิทธิประโยชน์และโปรโมชันพิเศษ ครอบคลุมทั้งการเดินทาง ที่พักและไลฟ์สไตล์ อาทิ Traveloka มอบส่วนลดสูงสุด 200 บาทสำหรับที่พักสานกรีนในโครงการ, Grab มอบส่วนลด 15% สูงสุด 100 บาท สำหรับบริการเดินทางใน 8 จังหวัดนำร่อง, Vietjet Thailand มอบส่วนลด 30% สำหรับเส้นทางท่องเที่ยวภายในประเทศ, ลูกค้าบัตรเครดิต KTC ทุกประเภท รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13% เมื่อจองที่พักกับโรงแรมที่ร่วมรายการในโครงการ, นครชัยแอร์มอบส่วนลดค่าโดยสาร 10 บาท/ท่าน 

    พร้อมสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลพิเศษ, Oasis Spa มอบทรีตเม้นต์ดูแลผิวสูตรธรรมชาติมูลค่า 1,766 บาท ฟรีสำหรับลูกค้าที่เลือกใช้บริการโปรแกรมนวดสปาสูตรซิกเนเจอร์เพื่อความผ่อนคลายเหนือระดับ และแคมเปญออนไลน์จาก EV Station PluZ สถานีชาร์จ EV Station PluZ มอบคูปองส่วนลด 50 บาท เมื่อลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ One Living Planet และมียอดชาร์จสะสม เม.ย. – พ.ค. 69 ไม่ต่ำกว่า 500 บาท

    THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ผนึก หอการค้าไทย (TCC) และโคโลญเมสเซ่ (Koelnmesse: KM) ประกาศความพร้อมจัด THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ระหว่างวันที่ 26–30 พฤษภาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยกลับมาอย่าง BIGGER – BETTER – BOLDER ยิ่งใหญ่ขึ้น ดีขึ้น โดดเด่นขึ้น พร้อมดึงผู้ซื้อและผู้นำเข้าอาหารกว่า 130 ประเทศทั่วโลกร่วมงาน คาดสร้างมูลค่าการค้ากว่า 130,000 ล้านบาท ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มการค้าอาหารระดับนานาชาติ พร้อมดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าอาหารของโลก

    แนวโน้มธุรกิจโรงแรม : นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์  รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ประกอบการชั้นนำในธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว เข้าร่วมงานสัมมนา Next-Gen Hotel DECODED: Unlocking 2026 – Trends, Tech & Sustainability ซึ่งจัดขึ้น ภายใต้แนวคิด เจาะลึกอินไซต์ ปลดล็อกเทคโนโลยี สู่มิติใหม่ของธุรกิจโรงแรมอย่างยั่งยืนเพื่อถอดรหัสทิศทางอุตสาหกรรมโรงแรมไทยในปี 2569 

    ท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว เทคโนโลยี และประเด็นความยั่งยืน พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการโรงแรม โดยเฉพาะกลุ่ม SME ให้สามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในระยะยาวfจัดโดยธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับ คอนเซียร์จพลัส (KONCIERGE+) แพลตฟอร์มบริหารจัดการธุรกิจโรงแรมแบบครบวงจรที่พัฒนาโดยธนาคารกสิกรไทย ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี เมื่อเร็วๆ นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/business_marketing/marketing_trends/2931356&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LchPvYjDMY3KDknmAq1tn

  • รู้ก่อนรวยก่อน ส่อง 5 หุ้น น่าสนใจ 07/05/69

    รู้ก่อนรวยก่อน ส่อง 5 หุ้น น่าสนใจ 07/05/69

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/145940&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1aOFMTm9PjcdzMEX2qWpWt

  • “ประธานโสภณ” คิกออฟ “สภาวาที ซีซั่น 3” ปลุกพลัง Gen Z ประชันไอเดียต้านยาเสพติด ชิงทุนการศึกษารวมกว่า 5 แสนบาท

    “ประธานโสภณ” คิกออฟ “สภาวาที ซีซั่น 3” ปลุกพลัง Gen Z ประชันไอเดียต้านยาเสพติด ชิงทุนการศึกษารวมกว่า 5 แสนบาท

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/145967&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2beeJD6UkW2DtDRqLC0DTs

  • เต้ย พงศกร ประเดิมพิธีกรรายการครั้งแรก! ลุย Vlog ท่องเที่ยววิถีเกษตร ชวน ปอ อรรณพ ลุยบุรีรัมย์

    เต้ย พงศกร ประเดิมพิธีกรรายการครั้งแรก! ลุย Vlog ท่องเที่ยววิถีเกษตร ชวน ปอ อรรณพ ลุยบุรีรัมย์

    ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เดินหน้าสานต่อความสำเร็จของรายการน้ำดีที่อยู่คู่คนไทย เตรียมส่งรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” ซีซั่นใหม่ลงจอ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการคว้าตัวพระเอกหนุ่มหน้าคม ” เต้ย – พงศกร เมตตาริกานนท์ ” รับหน้าที่พิธีกรแบบเต็มตัวเป็นครั้งแรก เตรียมพาแฟนๆ แบกเป้ตะลุยเที่ยวเมืองไทยในรูปแบบ Vlog ท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

    สำหรับรายการ ” หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร ”  ในซีซั่นล่าสุดนี้  ได้มีการปรับโฉมใหม่ให้มีความทันสมัย  และเข้าถึงง่ายมากยิ่งขึ้น  โดยนำเสนอเรื่องราวผ่านรูปแบบ Vlog  ท่องเที่ยว(Travel Vlog) สุดชิล ที่หนุ่มเต้ยจะอาสาพาคุณผู้ชมเดินทางไปสัมผัสมนต์เสน่ห์ของจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย

    นอกจากจะได้ท่องเที่ยวอย่างเต็มอิ่มแล้ว ธ.ก.ส. ยังมีผลิตภัณฑ์ดีๆ มาแนะนำเพื่อเป็นการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ของชุมชนผ่านการแปรรูปเพิ่มมูลค่าที่รับรองว่าเป็นสินค้าที่ดี มีคุณภาพ ได้มาตรฐานสากล และผ่านการคัดเลือกอย่างดีจาก ธ.ก.ส. ส่งตรงถึงมือผู้บริโภคประเดิมความสนุกเทปแรก ลุยเมืองปราสาทหิน “บุรีรัมย์” จ.บุรีรัมย์ หนุ่มเต้ยพาแบกเป้ไปลุยสัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิตชุมชนและลงมือทำกิจกรรมสนุกๆ สไตล์เกษตรกร แต่งานนี้ไม่ได้ไปคนเดียว ยังควงแขกรับเชิญสายฮา  “ปอ อรรณพ” มาร่วมสร้างสีสันเรียกเสียงหัวเราะตลอดทริป โดยเคมีของทั้งคู่ทำให้การท่องเที่ยววิถีเกษตรครั้งนี้สนุกสนาน มันส์ ฮา เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เต็มอิ่มกับผลิตภัณฑ์เด็ดของบุรีรัมย์ “โจ๊กภูเขาไฟ” หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว มีที่นี่..ที่เดียว 

    “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” ทริปนี้ถือเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความสนุกสนานของการเดินทาง และความงดงามของวิถีชีวิตเกษตรกรไทยผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่ ใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวและอยากเห็นบทบาทใหม่ของหนุ่ม  เต้ย พงศกร ห้ามพลาด!  เตรียมเก็บกระเป๋าและออกเดินทางไปพร้อมกันในรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” พบกันอีพีแรกวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 20.20 – 20.45 น. ทางช่อง  9  MCOT HD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/entertain/news/2931337&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JOsaIPukGRcJVmqcAeTgM

  • กทม. คว้าอันดับ 1 เมืองดีที่สุดในอาเซียน 2 ปีซ้อน จากโพลระดับโลกปี 2025

    กทม. คว้าอันดับ 1 เมืองดีที่สุดในอาเซียน 2 ปีซ้อน จากโพลระดับโลกปี 2025

    วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.25 น.

    กทม. คว้าอันดับ 1 เมืองดีที่สุดในอาเซียน 2 ปีซ้อน จากโพลระดับโลกปี 2025

    จากรายงาน Smart Travel Asia’s Best in Travel Report ประจำปี 2025 ซึ่งจัดทำขึ้นจากผลโหวตในนิตยสารท่องเที่ยวออนไลน์ Smart Travel Asia ของนักท่องเที่ยวและผู้อ่านกว่า 10 ล้านคนทั่วโลก ที่ได้ประกาศให้ ประเทศไทย ยังคงครองความเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก จากการที่กรุงเทพมหานคร ได้รับการโหวตให้เป็น อันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ในการเป็น “เมืองที่เปี่ยมไปด้วยพลังและชีวิตชีวาตลอดทั้งวันและคืน”

    โดยนักท่องเที่ยวต่างชื่นชมถึงความหลากหลายของประสบการณ์ที่กรุงเทพฯ มอบให้ ทั้งวัดวาอารามอันงดงาม ตลาดกลางคืนสีสันสดใส บาร์รูฟท็อปสุดหรู รวมถึงอาหารริมทางรสชาติเข้มข้นที่สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม สะท้อนเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยอันคึกคักและการต้อนรับอย่างอบอุ่นของคนไทย

    นอกจากกรุงเทพมหานครแล้ว จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดภูเก็ต ยังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน อันดับที่ 3 และอันดับที่ 5 ตามลำดับ จากเสน่ห์เฉพาะตัวด้านศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และธรรมชาติอันงดงาม จนกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    ทั้งนี้การที่ประเทศไทยมีเมืองท่องเที่ยวติดอันดับสูงสุดถึง 3 แห่งใน Top 5 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพและความโดดเด่นของประเทศไทยในฐานะ “จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับนานาชาติ” และสะท้อนความสำเร็จของการพัฒนาคุณภาพด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และบริการที่ได้มาตรฐานระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

    WorldsBestCity

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/963006&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bFHrs2UU5n3-58so0Q8gN

  • กู้ 4 แสนล้านบาท! โจทย์ของชาติ ต้องไม่ถูกลากเป็นเกมการเมือง

    กู้ 4 แสนล้านบาท! โจทย์ของชาติ ต้องไม่ถูกลากเป็นเกมการเมือง

    ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันหลายด้าน ทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น ต้นทุนการผลิตที่ขยับขึ้น และราคาพลังงานที่กดทับต้นทุนของแทบทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงร้านค้ารายย่อยในชุมชน

    ภาพที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่ของแพงขึ้น หากคือกำลังซื้อของผู้คนเริ่มอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อประชาชนระวังการใช้จ่าย เม็ดเงินในระบบก็เริ่มหมุนช้าลง ร้านค้าขายของยากขึ้น ผู้ประกอบการชะลอการลงทุน และตลาดแรงงานก็เริ่มรับแรงสะเทือนตามมาเป็นทอด ๆ

    วงจรเช่นนี้ หากปล่อยให้เดินต่อไปโดยรัฐไม่เข้าแทรกแซง เศรษฐกิจจะค่อย ๆ ฝืดลงทีละส่วน ก่อนขยายเป็นปัญหาใหญ่ในภาพรวม และเมื่อถึงจุดนั้น ต้นทุนในการเข้าไปแก้ไขย่อมสูงกว่าการเร่งประคองตั้งแต่วันนี้หลายเท่า

    ในห้วงเวลาเช่นนี้ การออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้ “400,000 ล้านบาท” จึงมีเหตุผลรองรับ ไม่ใช่เพราะรัฐบาลอยากสร้างหนี้เพิ่ม แต่เพราะโจทย์ที่ประเทศกำลังเผชิญ ไม่ใช่ปัญหาระดับเล็กที่จะใช้มาตรการเบา ๆ แล้วหวังให้ทั้งระบบฟื้นกลับมาเอง

    “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง​ อธิบายแนวคิดของรัฐบาลไว้ค่อนข้างชัด วงเงินก้อนนี้แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกใช้เยียวยาและเติมกำลังซื้อกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เพื่อพยุงภาคครัวเรือนและภาคค้าขายไม่ให้ทรุดหนักไปกว่านี้

    อีกส่วนใช้วางฐานระยะยาว ทั้งการปรับโครงสร้างพลังงาน ลดภาระจากการพึ่งพาภายนอก และเตรียมศักยภาพใหม่ให้เศรษฐกิจไทยเดินต่อได้อย่างมั่นคงกว่าเดิม พูดให้เข้าใจง่าย ก้อนแรกคือการประคองวันนี้ ส่วนอีกก้อนคือการเตรียมวันหน้า

    นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการ “กู้ 4 แสนล้านบาท” จึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงตัวเลขหนี้ แต่ควรถูกมองเป็นเครื่องมือพยุงเศรษฐกิจในจังหวะที่ประเทศกำลังต้องการแรงส่งขนาดใหญ่พอจะประคองทั้งระบบ

    เมื่อรัฐบาลประกาศกู้ “400,000 ล้านบาท” เสียงคัดค้านย่อมตามมา และก็เป็นเรื่องปกติ เพราะเงินทุกบาทคือ “ภาระทางการคลัง” ที่ประเทศต้องร่วมกันรับผิดชอบในวันหน้า

    การตรวจสอบจึงเป็นเรื่องจำเป็น แต่การตรวจสอบต้องอยู่บนข้อเท็จจริงและเหตุผล ไม่ใช่หยิบทุกเรื่องไปปะปนกับ “เกมการเมือง” จนสาระของปัญหาหลุดหาย

    “กรณ์ จาติกวณิช” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้รัฐบาลใช้กลไกงบประมาณปกติแทนการออกพระราชกำหนด ทั้งการโยกงบจากโครงการที่ยังไม่จำเป็นเร่งด่วน ใช้พื้นที่เพดานกู้ที่ยังเหลืออยู่ และใช้งบประคองสถานการณ์ระหว่างรองบประมาณปีถัดไป

    ข้อเสนอเช่นนี้ฟังดูรอบคอบในทางหลักการ เพราะไม่สร้างหนี้ก้อนใหญ่ในคราวเดียว แต่เมื่อมองในเชิงปฏิบัติ คำถามใหญ่ก็ตามมาทันทีว่า เม็ดเงินระดับนั้นจะเพียงพอหรือไม่

    ถ้าโยกงบได้ราว “50,000 ล้านบาท” อย่างที่มีการพูดกัน ตัวเลขนี้เมื่อเทียบกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจทั้งระบบ ก็ยังเล็กเกินไปสำหรับการพยุงประเทศทั้งประเทศ อาจช่วยบรรเทาได้บางจุด แต่ยากจะสร้างแรงส่งให้เศรษฐกิจกลับมาตั้งหลักอย่างมีนัยสำคัญ

    ยิ่งถ้าต้องผ่านขั้นตอนงบประมาณตามปกติ ความล่าช้าก็ยิ่งตามมา ขณะที่ปัญหาปากท้องของประชาชนไม่ได้หยุดรอ ร้านค้าที่ขายของไม่ออกวันนี้ ผู้ประกอบการที่กำลังฝืดมือวันนี้ และครัวเรือนที่รายจ่ายนำหน้ารายรับวันนี้ ไม่อาจรออีกหลายเดือนเพื่อให้ระบบงบประมาณค่อย ๆ ขยับ

    ข้อเสนอของประชาธิปัตย์จึงไม่ใช่ไม่มีเหตุผล แต่เป็นข้อเสนอที่ “เบาเกินไป” เมื่อเทียบกับน้ำหนักของปัญหา และ “ช้าเกินไป” เมื่อเทียบกับความเร่งด่วนของสถานการณ์

    อีกข้อกล่าวหาที่ฝ่ายค้านใช้โจมตี คือการมองว่าเงินกู้ก้อนนี้ โดยเฉพาะส่วนที่ใช้วางฐานเศรษฐกิจในระยะยาว มีลักษณะคล้าย “ตีเช็คเปล่า” ให้รัฐบาลถืออำนาจใช้เงินวงกว้าง โดยรายละเอียดปลายทางยังไม่ชัดเจนพอ

    คำว่า “ตีเช็คเปล่า” ในทางการเมือง หมายถึงการให้อำนาจใช้เงินก้อนใหญ่ แต่เขียนกรอบไว้กว้าง จนฝ่ายคัดค้านมองว่าเปิดช่องให้รัฐบาลเลือกใช้งบตามดุลพินิจมากเกินไป และอาจนำไปสู่โครงการที่ไม่คุ้มค่าหรือขาดความชัดเจน

    ข้อกังวลเช่นนี้รับฟังได้ แต่ถ้าจะเหมารวมว่าเป็น “ตีเช็คเปล่า” ไปทั้งหมด ก็อาจเป็นคำวิจารณ์ที่หนักเกินข้อเท็จจริง เพราะการกำหนดกรอบกว้าง ไม่ได้แปลว่าไร้กรอบโดยอัตโนมัติ

    สิ่งที่สังคมควรเรียกร้องคือ รัฐบาลต้องเปิดรายละเอียดให้ชัด บอกให้ได้ว่าเงินแต่ละส่วนจะลงไปตรงไหน ใช้อย่างไร ใครรับผิดชอบ และประเทศจะได้อะไรกลับคืนมาในเชิงรูปธรรม

    ในภาวะที่เศรษฐกิจเปลี่ยนเร็ว รัฐเองก็จำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นพอจะขยับมาตรการให้ตรงกับสถานการณ์จริง หากล็อกกรอบแข็งจนขยับไม่ได้ สุดท้ายเงินอาจลงช้า ลงไม่ทันเวลา หรือไปไม่ตรงกับปัญหาที่เปลี่ยนไปแล้ว

    เพราะฉะนั้น ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่จะตีตราว่าเป็น “ตีเช็คเปล่า” หรือไม่ แต่คือจะทำอย่างไรให้กรอบการใช้เงินกว้างพอสำหรับการแก้ปัญหา และแคบพอสำหรับการตรวจสอบ

    อย่างไรก็ตาม การสนับสนุน “กู้ 4 แสนล้านบาท” ไม่ได้หมายความว่าสังคมควรปล่อยให้รัฐบาลใช้งบแบบไม่มีกรอบ ไม่มีเงื่อนไข หรือไม่มีการตรวจสอบ เพราะเงินก้อนนี้คือหนี้ของประเทศ และหนี้ของประเทศก็คือภาระที่ประชาชนทั้งประเทศต้องร่วมกันรับผิดชอบในวันหน้า

    นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคำว่า “ความโปร่งใส” ต้องเดินควบคู่ไปกับการกู้เงิน รัฐบาลต้องเปิดเผยรายละเอียดทุกโครงการให้ตรวจสอบได้ บอกให้ชัดว่าเงินลงตรงไหน เกิดผลอย่างไร และใครเป็นผู้รับผิดชอบในแต่ละส่วน

    เงินช่วยเหลือต้องถึงคนที่เดือดร้อนจริง เม็ดเงินต้องหมุนกลับเข้าสู่ระบบจริง ส่วนงบที่ใช้วางฐานระยะยาวก็ต้องเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ประเทศจริง ไม่ใช่เพียงเปลี่ยนชื่อโครงการเดิมแล้วนำมาสวมกรอบงบใหม่

    ขณะเดียวกัน ฝ่ายค้านก็ควรใช้พลังทางการเมืองไปกับการตรวจสอบเนื้อหา ไล่ดูรายละเอียด และเสนอข้อปรับปรุงให้มาตรการนี้รัดกุมขึ้น มากกว่าจะดึงเรื่องไปติดหล่มข้อกฎหมาย จนมาตรการที่ตั้งใจเข้ามาพยุงเศรษฐกิจต้องสะดุดกลางทาง

    ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจกำลังอ่อนแรง ประเทศต้องการมาตรการที่ใหญ่พอ เร็วพอ และแรงพอจะรับมือแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ การ “กู้ 4 แสนล้านบาท” อาจไม่ใช่ทางเลือกที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ในเวลานี้ มันอาจเป็นทางเลือกที่จำเป็นที่สุด

    โจทย์ของชาติในวันนี้จึงไม่ควรถูกลดทอนให้เหลือเพียง “เกมการเมือง” เพราะสิ่งที่อยู่ตรงกลางของความขัดแย้งครั้งนี้ ไม่ใช่ชัยชนะของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากคืออนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศ และชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนทั้งประเทศ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/992389/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0lTIsQgj4UtV1JOVvFkfoj

  • ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจ-อัตราเงินเฟ้อปีนี้ หลังรัฐออกพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท

    ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจ-อัตราเงินเฟ้อปีนี้ หลังรัฐออกพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท

    ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้เป็น 2.1% รวมถึงประมาณการอัตราเงินเฟ้อปีนี้เป็น 3.1% หลังรัฐออกพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ยืนยันเศรษฐกิจไทยยังไม่อยู่ในภาวะ ‘Stagflation’

    วันนี้ (7 พฤษภาคม) วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2569 นี้ หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยประเมินว่า เม็ดเงินดังกล่าวจะช่วยให้ GDP ในปี 2569 ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อีกประมาณ 0.6% เพิ่มมาอยู่ที่ประมาณ 2.1% จากประมาณการ GDP กรณีฐานปัจจุบัน ที่ธปท.คาดว่าจะอยู่ 1.5%

    ขณะที่ในปี 2570 คาดการณ์ว่า GDP จะชะลอตัวลงเหลือโตอยู่ที่ประมาณ 1.6% ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยฐาน อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยบวกจากตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุน (Upside) สำคัญได้เช่นกัน

    ผู้ว่าการธปท.ยังกล่าวถึงการประกาศอัตราเงินเฟ้อในเดือนเมษายนที่ออกมา 2.89% นั้นสอดคล้องกับประมาณการของธปท. ว่าจะค่อยๆ ทยอยสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยในระยะข้างหน้าจะมีบางเดือนที่เงินเฟ้อรายเดือนหลุดออกจากกรอบเป้าหมายของธปท.ที่ 1-3% ไปแตะระดับ 4-5% โดยคาดว่า จะแตะระดับสูงสุด (Peak) ในช่วงสิ้นปีนี้

    ดังนั้น ในเบื้องต้น วิทัยประเมินว่า ธปท.อาจต้องปรับขึ้นประมาณการเงินเฟ้อจากปัจจุบันเฉลี่ยทั้งปี 2569 ที่ 2.9% เป็นราว 3.1% เนื่องจากมี พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาทออกมา ก่อนที่อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2567 จะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ 1.4%

    ผู้ว่าการธปท.ยืนยันอีกว่า เศรษฐกิจไทยยังไม่อยู่ในภาวะที่เรียกว่า ‘Stagflation’ เนื่องจากตามนิยามเศรษฐกิจต้องตกต่ำลงพอสมควร ขณะที่เงินเฟ้อต้องสูงขึ้นในระยะยาวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อไทยจะสูงขึ้นพอสมควรในปีนี้ ก่อนทยอยลดลงในไตรมาส 2 ของปี 2570 จากฐานในไตรมาส 2 ปีนี้ที่ขึ้นสูงมาก

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

    ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/bank-thailand-raises-economy-inflation-forecast/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw062CXs_PI_j4YdTWJYIyOc

  • ‘นักวิชาการ’ ชี้พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เป็น ‘การกู้เพื่อสร้างอนาคตประเทศไทย’ ยกระดับเศรษฐกิจระยะยาว | เดลินิวส์

    ‘นักวิชาการ’ ชี้พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เป็น ‘การกู้เพื่อสร้างอนาคตประเทศไทย’ ยกระดับเศรษฐกิจระยะยาว | เดลินิวส์

    ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ความเห็นต่อกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อรับมือวิกฤติพลังงานและผลกระทบทางเศรษฐกิจ ว่า การกู้เงินครั้งนี้สามารถมองได้ว่าเป็น “การกู้เพื่ออนาคตประเทศ” แม้จะหลีกเลี่ยงภาระหนี้ในระยะยาวไม่ได้ก็ตาม

    ผศ.ดร.วันวิชิต ระบุว่า การกู้เงินย่อมส่งผลต่อภาระการคลังของรัฐบาลในอนาคต โดยเฉพาะการชำระดอกเบี้ยและเงินต้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากดำเนินการอย่างมีแผนและมีเป้าหมายชัดเจน ก็สามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการประคับประคองเศรษฐกิจ และวางรากฐานการพัฒนาในระยะยาวได้

    ทั้งนี้ มองว่าการออกแบบการกู้เงินภายใต้การกำกับของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีลักษณะกู้แบบมีชั้นเชิง ไม่ใช่การกู้เงินก้อนใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่แบ่งออกเป็นหลายส่วนตามวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์
    สำหรับเงินกู้ก้อนแรกจำนวน 200,000 ล้านบาท จะถูกนำไปใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน โดยมุ่งช่วยเหลือประชาชน ผู้ประกอบการ SMEs และภาคเกษตรกรรม ซึ่งถือเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย รวมถึงการผลักดันมาตรการกระตุ้นการบริโภค เช่น โครงการลักษณะร่วมจ่าย เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจและฟื้นความเชื่อมั่นในระบบ

    ขณะที่เงินกู้อีก 200,000 ล้านบาท จะถูกใช้เพื่อเตรียมความพร้อมในการปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ โดยเน้นการส่งเสริมพลังงานสะอาด เช่น การสนับสนุนระบบโซลาร์เซลล์ โดยเฉพาะโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งมีแนวโน้มจะได้รับแรงสนับสนุนจากภาคประชาชน เนื่องจากช่วยลดต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพในระยะยาว

    ผศ.ดร.วันวิชิต ยังกล่าวด้วยว่า หาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทสามารถขับเคลื่อนได้ตามแผน โครงการต่าง ๆ จะต้องถูกจัดลำดับความสำคัญอย่างรอบคอบ โดยยึดโยงกับความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนเป็นหลัก เพื่อให้การใช้จ่ายภาครัฐเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5843214/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Rc-78JgHx37wFOhg0Qjxt

  • มูดี้ส์จัดไทย ติด 1ใน 5 ประเทศ รับมือเศรษฐกิจโลก อนุทินอย่าเหลิง เพราะ ? 07/05/69 #มูดี้ส์ #เศรษฐกิจ

    มูดี้ส์จัดไทย ติด 1ใน 5 ประเทศ รับมือเศรษฐกิจโลก อนุทินอย่าเหลิง เพราะ ? 07/05/69 #มูดี้ส์ #เศรษฐกิจ

    เผยแพร่:

    มูดี้ส์จัดไทย ติด 1ใน 5 ประเทศ รับมือเศรษฐกิจโลก อนุทินอย่าเหลิง..เพราะ?? 07/05/69 #มูดี้ส์ #เศรษฐกิจ #ประเทศไทย #อนุทิน Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/ymAZJG86gHk&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23KxrOFJyaO_GmcUh1eviC