Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • พรรคประชาชน เปิดเกมสู้ข่าวปลอม ตั้งทีมเฉพาะกิจ-เตรียมฟ้อง 3 แอคเคาท์บิดเบือน

    พรรคประชาชน เปิดเกมสู้ข่าวปลอม ตั้งทีมเฉพาะกิจ-เตรียมฟ้อง 3 แอคเคาท์บิดเบือน

    8 มี.ค.2569 เพจ Fact Check-พรรคประชาชน โพสต์แถลงการณ์ยกระดับแนวทางของพรรคประชาชน ในการรับมือและต่อสู้กับข่าวปลอมและข่าวบิดเบือนอย่างเป็นระบบ ผ่านมาตรการทางการสื่อสาร และมาตรการทางกฎหมาย เนื้อหาระบุ

    ในช่วงเวลาที่ผ่านมา พรรคได้เผชิญความท้าทายมาอย่างต่อเนื่องจากกระบวนการสร้างข่าวปลอม ข้อมูลเท็จ ข่าวบิดเบือน และการใส่ร้ายป้ายสีที่สร้างความเสียหายต่อพรรคประชาชน – ที่ผ่านมา พรรคได้พยายามให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ตักเตือนผู้กระทำไม่ให้กระทำอีก แต่หลายกรณีก็ไม่เป็นผลให้คนเหล่านั้นหยุดการกระทำดังกล่าว อันสะท้อนว่าเป็นการกระทำที่มีเจตนาในการสร้างความเข้าใจผิดและความเกลียดชังอย่างไม่ยุติธรรมต่อพรรคจากสิ่งที่ไม่เป็นความจริง

    ที่ผ่านมา พรรคได้รับฟังถึงเสียงสะท้อนและข้อแนะนำจากประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบและแนวทางในการรับมือกับปัญหาดังกล่าว โดยหลังจากนี้ พรรคจะดำเนินการยกระดับแนวทางการรับมือและต่อสู้กับข่าวปลอมและข่าวบิดเบือนอย่างเป็นระบบ ใน 2 มิติสำคัญ

    1. ในมิติทางการสื่อสาร: พรรคจะตั้งทีมที่รับผิดชอบกับการจัดการกับข่าวปลอมอย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับการชี้แจงให้มีความรวดเร็วขึ้น เพื่อขยายการสื่อสารในเชิงช่องทางหรือแพลตฟอร์ม ขยายรูปแบบการสื่อสารเพื่อให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้างมากขึ้น รวมถึงจัดทำระบบหรือเว็บไซต์ที่สะดวกต่อประชาชนในการค้นหาคำชี้แจงต่อข่าวปลอมหรือข่าวบิดเบือนในอดีตที่ถูกนำมาเผยแพร่ซ้ำ

    2. ในมิติทางกฎหมาย: พรรคจะสงวนสิทธิในการปกป้องตนเอง โดยเฉพาะการดำเนินการทั้งในทางแพ่งและอาญากับผู้มีอิทธิพลทางความคิดหรือเครือข่ายต่างๆ ที่จงใจกล่าวหา ใส่ร้าย สร้างข้อมูลเท็จ บิดเบือนข้อมูล และกระทำซ้ำอย่างเป็นระบบหรือสม่ำเสมอ ในทางที่เสียหายต่อพรรคและบุคลากรของพรรค อย่างไรก็ตาม พรรคจะดำเนินการด้วยมาตรการทางกฎหมายดังกล่าวอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพที่ต้องได้รับการคุ้มครองในระบอบประชาธิปไตย

    ในขั้นต้น พรรคได้รวบรวมและจะดำเนินคดีกับอย่างน้อย 3 แอคเคาท์ที่จงใจสร้างข่าวปลอม สร้างข้อมูลเท็จ และใส่ร้ายป้ายสีที่ทำให้พรรคประชาชนได้รับความเสียหาย ซึ่งรวมถึง: (1) ผู้มีอิทธิพลทางความคิดที่มีชื่อเสียงทางโลกออนไลน์ที่มีการนำเสนอข่าวบิดเบือนเกี่ยวกับพรรคประชาชนอย่างต่อเนื่องทาง Facebook (2) แอคเคาท์ X ที่กล่าวหาใส่ร้ายพรรคและบุคลากรของพรรคอย่างสม่ำเสมอมาเป็นเวลาหลายปี (3) นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีชื่อเสียง ซึ่งใส่ร้ายพรรคประชาชนอย่างรุนแรงด้วยการเผยแพร่ข้อมูลเท็จต่อสาธารณะ เกี่ยวกับปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารซึ่งไม่เป็นความจริง
    พรรคกำลังดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานในกรณีอื่นๆ เพื่อดำเนินการทางกฎหมายด้วยมาตรฐานเดียวกันต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/133577&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3a6ztiFegzdhp8H9f6FWae

  • วิจัยเผย “อาหารแปรรูปขั้นสูง” อันตรายกว่าที่คิด เสพติดได้พอๆ กับ “บุหรี่”

    วิจัยเผย “อาหารแปรรูปขั้นสูง” อันตรายกว่าที่คิด เสพติดได้พอๆ กับ “บุหรี่”

    วิจัยเผยอาหารแปรรูปขั้นสูง มีผลต่อสมองคล้ายการเสพติดยาสูบ เช็กสัญญาณเตือนและ 5 วิธีเลิกติดหวาน-มัน เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

    เคยสงสัยไหมว่าทำไมเราถึงหยุดกินมันฝรั่งทอดหรือขนมหวานไม่ได้? ผลวิจัยล่าสุดชี้เป้า “อาหารแปรรูปขั้นสูง” (Ultra-processed foods) อาจมีฤทธิ์เสพติดรุนแรงเทียบเท่ายาสูบ ส่งผลโดยตรงต่อสมองและระบบโดพามีน จนกลายเป็นภัยเงียบที่เลิกยากกว่าที่คิด

    เมื่อ “อาหาร” กลายเป็น “สารเสพติด” 

    การศึกษาใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการด้านสุขภาพระดับโลกสร้างความตื่นตัวไปทั่วโลก เมื่อพบว่าอาหารแปรรูปขั้นสูง เช่น ขนมขบเคี้ยว น้ำอัดลม และอาหารแช่แข็ง ไม่ได้ส่งผลเสียแค่เรื่องสารอาหารต่ำเท่านั้น แต่ยังมีคุณลักษณะทางเคมีที่กระตุ้นให้เกิดภาวะ “เสพติดอาหาร” ได้อย่างรุนแรง

    นักวิจัยระบุว่า ส่วนผสมของคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวและไขมันที่ผ่านการปรุงแต่งในระดับสูง ส่งผลต่อสมองในลักษณะเดียวกับ “นิโคติน” ในยาสูบ ด้วยกลไกดังนี้

    ภาพจาก iStock
    ภาพจาก iStock
    • ความเร็วในการดูดซึม: ร่างกายได้รับน้ำตาลและไขมันอย่างรวดเร็ว กระตุ้นความพึงพอใจทันที
    • การหลั่งโดพามีน: สมองสั่งการให้มีความต้องการซ้ำๆ จนเกิดอาการ “ลงแดง” หากไม่ได้กิน
    • การสูญเสียการควบคุม: ผู้บริโภคไม่สามารถหยุดกินได้แม้จะรู้ว่าส่งผลเสียต่อร่างกาย

    เช็กสัญญาณเตือน คุณกำลัง “เสพติดอาหารแปรรูป” อยู่หรือไม่? 

    หากคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้บ่อยครั้ง อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายและสมองของคุณเริ่มตกเป็นเหยื่อของอาหารแปรรูปขั้นสูงเข้าให้แล้ว

    • หยุดไม่ได้แม้จะอิ่ม: มีความต้องการกินต่อเนื่องจนหมดห่อ หรือกินจนแน่นท้องแต่ใจยังอยากเคี้ยวต่อ
    • มีอาการ “ลงแดง”: เมื่อพยายามลดหรือเลิก จะรู้สึกหงุดหงิด ปวดหัว อ่อนเพลีย หรือไม่มีสมาธิ จนต้องกลับไปกินเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น
    • หมกมุ่นเกินจำเป็น: ใช้เวลาคิดถึงอาหารเหล่านั้นบ่อยๆ หรือพยายามออกไปซื้อมาทานแม้ในเวลาที่ไม่เหมาะสม
    • กินเพื่อคลายเครียด: ใช้ความหวานและมันเป็นตัวช่วยลดความวิตกกังวล จนกลายเป็นนิสัยที่ขาดไม่ได้

    อันตรายใกล้ตัว อาหารประเภทไหนเข้าข่าย Ultra-processed foods 

    อาหารเหล่านี้มักผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรม มีสารกันเสีย สีผสมอาหาร และสารปรุงแต่งรสชาติมากมายที่คุณควรระวัง

    ภาพจาก iStock
    ภาพจาก iStock
    • ไส้กรอก แฮม และเนื้อสัตว์แปรรูปที่มีสีสดผิดปกติ
    • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและอาหารแช่แข็งพร้อมทาน
    • ซีเรียลรสหวานและขนมปังขาวที่เน้นการผลิตเชิงพาณิชย์
    • น้ำอัดลมและเครื่องดื่มชูกำลัง

    5 วิธีปรับพฤติกรรม กู้คืนสุขภาพให้พ้นจากวงจรเสพติด 

    การจะเอาชนะกลไกสมองไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สามารถทำได้ด้วยการวางแผนที่รัดกุม เช่น

    • ใช้กฎ 80/20: เน้นกินอาหารธรรมชาติ (Whole Foods) 80% และอนุญาตให้มีอาหารแปรรูปได้ไม่เกิน 20% เพื่อลดความกดดัน
    • อ่านฉลากให้เป็น: หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสารปรุงแต่งเกิน 5 ชนิด หรือมีชื่อสารเคมีที่ไม่คุ้นเคย
    • เติมโปรตีนและไฟเบอร์: การกินผักและโปรตีนคุณภาพดีจะช่วยให้อิ่มนานขึ้น และลดความอยากน้ำตาลระหว่างวัน
    • ดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำหวาน: บ่อยครั้งที่ร่างกายสับสนระหว่าง “ความหิว” กับ “ความกระหาย” การจิบน้ำเปล่าบ่อยๆ จะช่วยลดอาการกินจุกจิกได้
    • นอนหลับให้เพียงพอ: การอดนอนส่งผลให้ฮอร์โมนความหิวพุ่งสูง และทำให้สมองโหยหาอาหารพลังงานสูงมากกว่าปกติ

    การเสพติดอาหารแปรรูปขั้นสูงไม่ใช่แค่เรื่องของ “ใจไม่แข็งพอ” แต่เป็นเรื่องของกลไกทางชีวภาพที่ถูกออกแบบมาให้เราหยุดไม่ได้ การเริ่มต้นลด ละ เลิก และหันกลับมาหาอาหารจากธรรมชาติ (Real Food) จึงไม่ใช่แค่การลดน้ำหนัก แต่คือการกู้คืนระบบการทำงานของสมองและป้องกันโรคเรื้อรัง (NCDs) ในระยะยาว

    ที่มา: Healthline, PubMed, The BMJ, Harvard Health

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/food/2918621&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0px65LfbRQY_oXag_C7sZQ

  • จีนวางหมุดแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 มุ่งแก้ความยากลำบากของประชาชน รุกคืบสู่การพัฒนาคุณภาพสูง

    จีนวางหมุดแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 มุ่งแก้ความยากลำบากของประชาชน รุกคืบสู่การพัฒนาคุณภาพสูง

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เจิ้งเป้ย รองหัวหน้าคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) เปิดเผยในการแถลงข่าวว่าเป้าหมายการพัฒนาหลักของจีนช่วงปี 2026-2030 มากกว่าหนึ่งในสาม จะมุ่งเน้นแก้ปัญหาและความยากลำบากเร่งด่วนที่ประชาชนมีความกังวลมากที่สุด

    ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) กำหนดเป้าหมายเพิ่มจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรวัยทำงาน อายุขัยเฉลี่ย และจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ต่อประชากร 1,000 คน เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาและสุขภาพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

    เจิ้งกล่าวเสริมว่าจีนจะพยายามเพิ่มสัดส่วนเตียงพยาบาลในสถานดูแลผู้สูงอายุและจัดสรรให้มีบริการดูแลคุณภาพสูงสำหรับผู้สูงอายุมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุที่มีภาวะทุพพลภาพด้านการใช้ชีวิตประจำวันและผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม

    ด้านหลิวเต๋อชุน เจ้าหน้าที่คณะกรรมการฯ ที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาสังคม กล่าวว่าร่างแผนพัฒนาฯ ยังเรียกร้องให้มีการปรับปรุงบริการดูแลเด็ก และเพิ่มอัตราการเข้าสถานรับเลี้ยงเด็กของเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปีให้เพิ่มขึ้น 6 จุด นอกจากนี้ จีนจะขยายความคุ้มครองของประกันการคลอดบุตรและบังคับใช้การลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อส่งเสริมให้เกิดสังคมที่เอื้อต่อการมีบุตรมากขึ้น

    เป้าหมายการเติบโต ‘จีดีพีจีน’ ช่วงปี 2026-2030 รุกคืบสู่การพัฒนาคุณภาพสูง
    เจิ้งเป้ย รองหัวหน้าคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) เปิดเผยในการแถลงข่าวว่าเป้าหมายการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพี (GDP) ที่กำหนดไว้ในร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) สะท้อนทิศทางที่ชัดเจนในการมุ่งสู่การพัฒนาคุณภาพสูง โดยผสานข้อกำหนดเชิงปริมาณไว้ภายใต้กรอบเชิงคุณภาพ

    ร่างแผนพัฒนาฯ เสนอให้รักษาอัตราการเติบโตของจีดีพีของจีนอยู่ในระดับที่เหมาะสมในช่วงระยะ 5 ปี และกำหนดอัตราการเติบโตรายปีตามสภาพความเป็นจริง ซึ่งจะวางรากฐานอันแข็งแกร่งสำหรับการบรรลุเป้าหมายเพิ่มจีดีพีต่อหัวขึ้นสองเท่าจากปี 2020 ภายในปี 2035 ทำให้จีนเป็นประเทศพัฒนาแล้วระดับปานกลาง

    เจิ้งระบุว่าเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นแนวทางให้ทุกฝ่ายมุ่งแสวงหาการเติบโตที่เป็นรูปธรรม เปิดพื้นที่สำหรับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนา ปรับเปลี่ยนโครงสร้าง และผลักดันการปฏิรูป รวมทั้งสนับสนุนการจ้างงานและการเติบโตของรายได้ในหมู่ประชาชน

    เจิ้งกล่าวเพิ่มเติมว่าเป้าหมายนี้สะท้อนความคาดหวังการเติบโตของจีดีพีเฉลี่ยต่อปีในอีกสิบปีข้างหน้า และสอดคล้องกับแนวโน้มเชิงบวกในระยะยาวของการพัฒนาเศรษฐกิจจีน นอกจากนี้ เป้าหมายนี้ยังแสดงให้เห็นว่าจีนมุ่งหวังจะสร้างผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นจากการดำเนินงานจริงในช่วงแผนพัฒนาฯ เพื่อวางรากฐานที่มั่นคงยิ่งขึ้นสำหรับในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 16 (2031-2035)

    Photo – สำนักข่าวซินหัว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/world/40899&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CQFRP7AoeMSAmJ17UIcpm

  • ‘นิด้าโพล’ เผย ปชช. หนุนรอศาลชี้ขาด ปม ‘บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง’ ก่อนจัดตั้ง ‘รัฐบาลใหม่’ 

    ‘นิด้าโพล’ เผย ปชช. หนุนรอศาลชี้ขาด ปม ‘บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง’ ก่อนจัดตั้ง ‘รัฐบาลใหม่’ 

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” หรือ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในหัวข้อ “จัดตั้งรัฐบาลใหม่ VS ปัญหาบัตรเลือกตั้ง” ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 2-4 มีนาคม 2569 โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายครอบคลุมทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง การสำรวจใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) โดยอาศัยความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของนิด้าโพล และใช้วิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น 97.0% 

    สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อประเด็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่และการฟ้องร้องต่อศาลกรณีการติดคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนั้น ผลการสำรวจพบว่าตัวอย่างส่วนใหญ่ 44.81% ระบุว่าไม่ควรรีบจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่ควรรอจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือตัดสินกรณีดังกล่าวให้ชัดเจนเสียก่อน รองลงมา 41.68% ระบุว่าควรรีบจัดตั้งรัฐบาลใหม่เพื่อให้ประเทศสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ขณะที่ 13.20% ระบุว่าอย่างไรก็ได้ และมีเพียง 0.31% ที่ระบุว่าไม่ตอบหรือไม่สนใจ 

    ในส่วนของความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาการติดคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งว่าจะนำไปสู่ความวุ่นวายทางการเมืองรอบใหม่หรือไม่ พบว่า ตัวอย่าง 36.56% ประเมินว่าจะไม่นำไปสู่ความวุ่นวายทางการเมืองใดๆ รองลงมา 34.20% มองว่าจะนำไปสู่ความวุ่นวายทางการเมืองรอบใหม่แต่เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ส่วนอีก 28.55% กังวลว่าจะนำไปสู่ความวุ่นวายทางการเมืองรอบใหม่ที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้ และมี 0.69% ที่ระบุว่าไม่ตอบหรือไม่สนใจ 

    ท้ายที่สุด เมื่อสอบถามถึงความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับการไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ว่าคะแนนเสียงจะไม่เป็นความลับ ผลสำรวจชี้ว่าตัวอย่าง 47.64% ระบุว่าไม่กังวลเลย รองลงมา 19.08% ระบุว่าค่อนข้างกังวล ตามด้วย 18.55% ที่ระบุว่ากังวลมาก และ 14.27% ระบุว่าไม่ค่อยกังวล โดยมี 0.46% ที่ระบุว่าไม่ตอบหรือไม่สนใจ 

    Nida-8Mar26-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/nida-8mar26&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18T7uQxGc8COPtAt5zRHrd

  • “ซ้อมเดือด แต่เกรดไม่ตก!” ฟุตซอลวัดบวรมงคลระเบิดฟอร์มเรียน เกรดพุ่ง 3.91 ลุ้นทุนกว่า 30 คน

    “ซ้อมเดือด แต่เกรดไม่ตก!” ฟุตซอลวัดบวรมงคลระเบิดฟอร์มเรียน เกรดพุ่ง 3.91 ลุ้นทุนกว่า 30 คน

    ผอ.รร.วัดบวรมงคลปลื้ม นักกีฬาฟุตซอลพิสูจน์ชัด “กีฬาไม่ฆ่าอนาคต” ซ้อมหนักแต่ไม่ทิ้งตำรา ผลการเรียนดีถึงดีมาก ผ่านเกณฑ์ทุนการศึกษากว่า 30 ราย

    ว่าที่ร้อยตรี วัชรา งามมึฤทธิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบวรมงคล

    เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ว่าที่ร้อยตรี วัชรา งามมึฤทธิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบวรมงคล เปิดเผยว่า โรงเรียนขอแสดงความยินดีกับนักเรียนและผู้ปกครอง หลังนักกีฬาฟุตซอลของโรงเรียนสามารถสร้างผลงานโดดเด่นทั้งด้านกีฬาและการเรียน

    แม้ต้องฝึกซ้อมอย่างหนัก แต่นักเรียนยังคงรักษามาตรฐานทางวิชาการได้อย่างยอดเยี่ยม หลายคนมีผลการเรียนอยู่ในระดับ ดีถึงดีมาก และมีนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์เสนอรับทุนการศึกษา คะแนนเฉลี่ย 2.75 ขึ้นไป มากกว่า 30 คน

    ทั้งนี้ นักกีฬาฟุตซอลที่มีผลการเรียนสูงสุดระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น คือ​ เด็กชายปลื้มปิติ เกิดพยัคฆ์ ชั้น ม.2/2 ได้คะแนนเฉลี่ย 3.91

    ส่วนระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย ได้แก่นายคฑา บัวบุญ ชั้น ม.4/1 แผนการเรียนวิทย์–คณิต ได้คะแนนเฉลี่ย 3.73

    ผู้อำนวยการโรงเรียนระบุว่า ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า นักเรียนสามารถก้าวไปข้างหน้าได้ทั้งในสนามกีฬาและห้องเรียน หากมีความตั้งใจและวินัยในตนเอง

    ด้าน พ.ต.ท.เกษมสิทธิ์ โคตรอาษา สารวัตร (ชุมชนสัมพันธ์) สน.บวรมงคล ในฐานะกรรมการการศึกษาพื้นฐาน รร.วัดบวรมงคลกล่าวว่า ขอขอบคุณท่านผอ. วัชรา ที่ให้ผมเข้าไปเป็นคณะกรรมการ สพฐ.ตอนแรกผมก็ไม่รู้มันคืออะไรแต่ผมก็เฝ้าติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของท่านตลอดมาผมขอชื่นชม อย่างยิ่งครับโรงเรียนเจริญขึ้นนักเรียนเพิ่มขึ้นได้คุณครูเพิ่มขึ้นผมลงพื้นที่มีประชาชนจำนวนมากพูดถึงท่านและชมเชยครับให้ผมได้ยิน ”กรรมการ สพฐ.กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/282314&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Pr3SFjaOWzKfTCRgDMmtP

  • แฉกลโกง! กระฉ่อนวงการคริปโต อดีตผู้บริหาร KXVC หลอกดีลทิพย์ | เดลินิวส์

    แฉกลโกง! กระฉ่อนวงการคริปโต อดีตผู้บริหาร KXVC หลอกดีลทิพย์ | เดลินิวส์

    ข่าวสั่นสะเทือนวงการคริปโตในไทยอีกแล้ว หลังจากพบการฉ้อโกงของบุคคลที่มีชื่อเสียงจากบริษัทชื่อดัง แม้ปัจจุบันจะได้พ้นสภาพพนักงานไปแล้ว แต่มีผู้เสียหายจากเหตุการณ์นี้จำนวนมาก

    อ้างอิงจากสื่อต่างประเทศ และสื่อในแวดวงคริปโตในไทย ได้รายงานว่า บุคคลที่ถูกอ้างถึง คือ กัมปนาท วิมลโนท หรือ จอม เป็นอดีตกรรมการผู้จัดการของ KXVC เป็นบริษัทภายใต้ธนาคารกสิกรไทย ถูกกล่าวหาว่าใช้ตำแหน่งของตน เพื่อเสนอขายดีลคริปโตทิพย์ให้กับนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ

    แฉรูปแบบกลโกง

    • ใช้ความมีหน้ามีตา โปรไฟล์ดี จนน่าเชื่อถือ
    • ใช้ความน่าเชื่อถือ และตำแหน่งบริษัทดัง ชักชวนเพื่อนและนักลงทุน มาลงทุนดีลเหรียญคริปโต
    • แต่อดีตผู้บริหาร KXVC เริ่มบ่ายเบี่ยงเมื่อถึงเวลากำหนดโอนเหรียญคริปโต
    • นักลงทุนเริ่มรู้ตัวว่าลูกหลอก เพราะเจ้าของโปรเจกท์เหรียญคริปโตที่อ้างถึง ไม่มีใครรู้จัก หรือใครโควต้าใดๆ
    • ความเสียหายรวมกว่า 20 ราย

    KXVC ดำเนินการอย่างไร?

    • ล่าสุด KXVC ได้ย้ำว่า กัมปนาท วิมลโนท ได้พ้นสภาพพนักงาน โดยถูกเลิกจ้างไปตั้งแต่เดือน มีนาคม 2568
    • KXVC ขอเน้นย้ำว่า KXVC ไม่เคยมีการระดมทุนจากแหล่งภายนอก และไม่มีการมอบอำนาจให้บุคคลใดกระทำการแทนในลักษณะดังกล่าว
    • KXVC เป็นหน่วยงานเงินร่วมลงทุนขององค์กร (Corporate Venture Capital) ที่ใช้เงินทุนของทาง KXVC เองเท่านั้น

    ประวัติ กัมปนาท วิมลโนท

    • กัมปนาท วิมลโนท (Kampanat Vimolnoht) เป็นอดีตผู้บริหารระดับสูง (Managing Director) ของ KXVC กองทุนภายใต้กสิกรไทยที่เน้นลงทุนใน AI, Web3 และ Deep Tech มีประสบการณ์กว่า 10 ปีในวงการ Venture Capital (VC) และจบปริญญาโทด้านการวิเคราะห์การลงทุนจากสหราชอาณาจักร ล่าสุดมีรายงานข่าวกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมฉ้อโกงเกี่ยวกับการลงทุน

    การศึกษา:

    • จบการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการวิเคราะห์การลงทุน (MSc. Investment Analysis) จาก Aston University

    ประสบการณ์ทำงาน:

    • อดีตผู้บริหาร/กรรมการผู้จัดการ (Managing Director) ของ KXVC (KASIKORN Business-Technology Group) ภายใต้ธนาคารกสิกรไทย
    • มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปีในด้านการเงินและการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ (VC)
    • เคยเป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีของรัฐบาล
    • ข่าวสารล่าสุด: มีข่าวรายงานว่าเขาถูกกล่าวหาว่าหลอกลวงนักลงทุนในโปรเจคคริปโตชื่อดังต่างๆ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5666610/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zR-4WkuXCZqNCp8Yn9q2j

  • ปลัดมหาดไทยสั่งการผู้ว่าฯ 76 จังหวัด เดินเครื่องเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

    ปลัดมหาดไทยสั่งการผู้ว่าฯ 76 จังหวัด เดินเครื่องเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

    การเมือง

    ปลัดมหาดไทยสั่งการผู้ว่าฯ 76 จังหวัด เดินเครื่องเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

    วันอาทิตย์ ที่ 08 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.51 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ปลัดมหาดไทยสั่งการผู้ว่าฯ 76 จังหวัด เดินเครื่องเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก  ส่งเสริมอัตลักษณ์ชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ควบคู่การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและสร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5” 

    เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569    นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการดำเนินภารกิจของกระทรวงมหาดไทยตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามแนวทาง “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5” ครอบคลุมภารกิจทั้งด้านส่งเสริมสนับสนุนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาข้อพิพาทไทย – กัมพูชา (ด้านการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง) การป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด การเพิ่มศักยภาพการป้องกันสาธารณภัยและการฟื้นฟู ช่วยเหลือ เยียวยา และการป้องกันแก้ไขปัญหาความมั่นคงทุกรูปแบบ ซึ่งจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัดได้บูรณาการภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ทหาร ตำรวจ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการอย่างเต็มกำลังและเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นที่ประจักษ์ในห้วงเวลาที่ผ่านมา
    .
    ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เพื่อให้การขับเคลื่อนแนวทาง “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5” เกิดประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นและทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ในด้านเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มมากขึ้น ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็วภายใต้หลักการทำงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ อันจะนำมาซึ่งความอยู่ดีกินดีและความสมบูรณ์พูนสุขอย่างยั่งยืน ตนจึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ดำเนินการ “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5” เน้นหนักเพิ่มเติม 2 ด้าน ได้แก่ 1. “ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การส่งเสริมอัตลักษณ์ชุมชน และการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว” ด้วยการบูรณาการกลไกของจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สนับสนุนมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ตามแนวทาง “ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้” ควบคู่กับการนำอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทุนทางสังคมของพื้นที่ ใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ ดึงศักยภาพของจังหวัดมาเป็นฐานการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับสินค้า บริการ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชน รวมทั้งผลักดันและส่งเสริมการพัฒนาสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ชุมชน และการท่องเที่ยวชุมชนให้มีคุณภาพและมาตรฐาน โดยพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผ่านการ Upskill และ Reskill ด้านการตลาด เทคโนโลยี การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ช่องทางจำหน่าย และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าและบริการทั้งในตลาดออนไลน์ และกิจกรรมทางการตลาดในระดับพื้นที่ รวมทั้งส่งเสริมการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานในระดับชุมชน เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย สร้างรายได้ และกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่ประชาชนในระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง ต่อเนื่อง และยั่งยืน

    2. “ด้านการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนและสร้างความเข้มแข็งของชุมชน” ด้วยการให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน “โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง” ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ทั้งการเข้าถึงสวัสดิการภาครัฐได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม การส่งเสริมและสร้างอาชีพ การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย และการศึกษา นอกจากนี้ ให้มีการพัฒนาสภาพแวดล้อมและพื้นที่ในชุมชนให้เหมาะสม เอื้ออำนวยต่อการอยู่อาศัยของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย โดยจัดให้มีพื้นที่สวนสาธารณะหรือปรับปรุงพื้นที่สวนสาธารณะให้มีมาตรฐานสำหรับประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน การจัดการระบบบริหารจัดการน้ำเสียและบริหารจัดการขยะให้ได้มาตรฐานและถูกวิธี

    “ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเป็นกลไกหลักในการกำกับสั่งการ และบูรณาการบุคลากร งบประมาณ ดำเนินการตามแนวทาง “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5” ร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ พิจารณาจัดเตรียมแผนงาน/โครงการและขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากช่องทางที่เหมาะสม โดยยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ปฏิบัติตามระเบียบ กฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี และแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง มีการลงพื้นที่ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ตามพระโอวาทสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดี ที่ว่า “ลงพื้นที่ให้รองเท้าสึก ก่อนก้นกางเกงขาด” เพื่อให้มั่นใจว่าทุกโครงการที่ลงไปสู่พื้นที่นั้น สามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกให้กับประชาชนและชุมชนเป็นรูปธรรมและยั่งยืนอย่างแท้จริง” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติม
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/468462&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3L0PGn5twq0h6OQ-WM_6ep

  • ‘เกาะช้าง’ โกยอื้อรับนักท่องเที่ยวตกค้างภัยสงคราม

    ‘เกาะช้าง’ โกยอื้อรับนักท่องเที่ยวตกค้างภัยสงคราม

    ต่างชาติทะลักเกาะช้าง  หลังไฟท์บินเปลี่ยนแปลงภัยสงครามตะวันออกกลาง หนุนขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ในปี 2569

    8 มี.ค.2569 – สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด หลังจากที่นักท่องเที่ยวเดินทางลงเที่ยวเกาะช้างกว่า 2 หมื่นคน และยังมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังคงไม่เดินทางกลับ จากการที่ไฟล์ทบินมีการเปลี่ยนแปลง โดยช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์(วันที่ 7-8 มีนาคม 2569)ที่อำเภอเกาะช้างยังมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจะมีมากกว่า 2 หมื่นคน 

    โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงท่องเที่ยวตามชายหาดต่างๆ และเช่ารถจักรยานยนต์เดินทางไปท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ ส่วนนักท่องเที่ยวไทยที่มาทั้งเป็นกลุ่มและเป็นครอบครัว และนำรถยนต์มาต่างเดินทางกลับตั้งแต่ช่วงสายของวันที่ 8 มีนาคม 2569 ทำให้ต้องรอขึ้นเรือเฟอร์รี่นายกว่า 1 ชม. และในช่วงบ่ายรถยนต์ยังต้องรอลงเรือเฟอร์รี่นานกว่าช่วงสายทำให้ต้องรอนายเกินกว่า 1 ชม. ล่าสุดในเวลา 14.30 น.รถยนต์รอลงเรือเฟอร์รี่ติดยาวไปกว่า 1 กม. ซึ่งทางตำรวจสภ.เกาะช้างได้เข้ามาจัดระเบียบในเรื่อวการต่อคิวเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา 

    ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดตราดขณะนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังทยอยเดินทางกลับ และเป็นช่วงนักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางมาแล้ว ส่วนที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ยังอยู่ในเกาะช้างขณะนี้มีทั้งที่ยังไม่เดินทางกลับ และที่ได้รับผลกระทบจากไฟล์ทการเดินทางที่มีสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับไปได้ทั้งหมด ซี่งยอมรับว่า จำนวนนักท่องเที่ยวตั้งปีใหม่ 2569 ถึงวันนี้ที่เดินทางมาตราดและท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 3 เกาะหลัก และในพื้นที่เมืองตราด ยังมีจำนวนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

    สำหรับแนวโน้มในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 5.0 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 4.5 – 5.5) เมื่อเทียบกับปีก่อน จากอานิสงส์การเพิ่มจำนวนเที่ยวบินในช่วงเวลาเช้า ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกและความคล่องตัวในการเดินทางของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเดินทางต่อเนื่องเพื่อขึ้นเรือไปท่องเที่ยวยังเกาะต่าง ๆ ประกอบกับผู้ประกอบการเดินเรือมีแผนเพิ่มจำนวนเรือและขนาดเรือให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ในปริมาณที่เพิ่มขึ้น และเป็นปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ในปี 2569.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/district-news/959668/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ojFcwElK1uFzznJsUKRMy

  • เกาะช้างแตก คนแห่เที่ยว 2 หมื่นราย แม้ตะวันออกกลางระอุ

    เกาะช้างแตก คนแห่เที่ยว 2 หมื่นราย แม้ตะวันออกกลางระอุ

    วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.36 น.

    8 มีนาคม 2569 สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด หลังจากที่นักท่องเที่ยวเดินทางลงเที่ยวเกาะช้างกว่า 2 หมื่นคน และยังมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังคงไม่เดินทางกลับ จากการที่ไฟล์ทบินมีการเปลี่ยนแปลง โดยช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์(วันที่ 7-8 มีนาคม 2569)ที่อำเภอเกาะช้างยังมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจะมีมากกว่า 2 หมื่นคน

    โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงท่องเที่ยวตามชายหาดต่างๆ และเช่ารถจักรยานยนต์เดินทางไปท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ ส่วนนักท่องเที่ยวไทยที่มาทั้งเป็นกลุ่มและเป็นครอบครัว และนำรถยนต์มาต่างเดินทางกลับตั้งแต่ช่วงสายของวันที่ 8 มีนาคม 2569 ทำให้ต้องรอขึ้นเรือเฟอร์รี่นายกว่า 1 ชม. และในช่วงบ่ายรถยนต์ยังต้องรอลงเรือเฟอร์รี่นานกว่าช่วงสายทำให้ต้องรอนายเกินกว่า 1 ชม. ล่าสุดในเวลา 14.30 น.รถยนต์รอลงเรือเฟอร์รี่ติดยาวไปกว่า 1 กม. ซึ่งทางตำรวจสภ.เกาะช้างได้เข้ามาจัดระเบียบในเรื่อวการต่อคิวเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา 

    ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดตราดขณะนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังทยอยเดินทางกลับ และเป็นช่วงนักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางมาแล้ว ส่วนที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ยังอยู่ในเกาะช้างขณะนี้มีทั้งที่ยังไม่เดินทางกลับ และที่ได้รับผลกระทบจากไฟล์ทการเดินทางที่มีสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับไปได้ทั้งหมด ซี่งยอมรับว่า จำนวนนักท่องเที่ยวตั้งปีใหม่ 2569 ถึงวันนี้ที่เดินทางมาตราดและท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 3 เกาะหลัก และในพื้นที่เมืองตราด ยังมีจำนวนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

    สำหรับแนวโน้มในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 5.0 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 4.5 – 5.5) เมื่อเทียบกับปีก่อน จากอานิสงส์การเพิ่มจำนวนเที่ยวบินในช่วงเวลาเช้า ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกและความคล่องตัวในการเดินทางของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเดินทางต่อเนื่องเพื่อขึ้นเรือไปท่องเที่ยวยังเกาะต่าง ๆ ประกอบกับผู้ประกอบการเดินเรือมีแผนเพิ่มจำนวนเรือและขนาดเรือให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ในปริมาณที่เพิ่มขึ้น และเป็นปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ในปี 2569

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/951403&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3dhFD8Y7byna44RXWhR6nC

  • กำแพงเพชรกระหึ่ม! เปิดฉากแรลลี่รถคลาสสิก ครั้งที่ 1 ปี 69 ดึงนักแข่งต่างชาติร่วมคึกคัก | TOPNEWS

    กำแพงเพชรกระหึ่ม! เปิดฉากแรลลี่รถคลาสสิก ครั้งที่ 1 ปี 69 ดึงนักแข่งต่างชาติร่วมคึกคัก | TOPNEWS

    วันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่โรงเรียนสหวิทยา ต.ทรงธรรม อ.เมือง นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร มอบหมายให้นายอนุชา พัสถาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานเปิดการแข่งขันรถยนต์แรลลี่ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ในระยะยาว โดยมีนายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร เขต 4, นายคุณปิณ ติรณศักดิ์กุล ว่าที่ที่ปรึกษาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร เขต 4 นายประจวบ ชมพู นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าขุนราม และคณะผู้จัดงาน Classic/RWD Rally Thailand ตลอดจนผู้เข้าร่วมทำการแข่งขัน เข้าร่วมพิธีเปิดในวันและเวลาดังกล่าว

    นายประจวบ ชมพู นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าขุนราม ในนามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และคณะผู้จัดงาน Classic/RWD Rally Thailand กล่าวว่า การแข่งขันรถยนต์คลาสสิคแรนลี่ในครั้งนี้ จัดขึ้นโดยชมรมคลาสสิกแรนลี่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดกำแพงเพชร รวมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีผ่านกิจกรรมกีฬายานยนต์ในระดับนานาชาติ กิจกรรมลักษณะนี้ทางชมรมได้เคยจัดมาแล้วหลายครั้งในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งในแต่ละครั้งมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมชมกิจกรรมรวมหลายพันคน โดยเฉพาะเยาวชนและครอบครัวในพื้นที่ ที่ได้มีโอกาสเรียนรู้กิจกรรมสร้างสรรค์ เกิดความภาคภูมิใจและความคึกคักในชุมชนอย่างเห็นได้ชัด

    ด้วยกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องและศักยภาพของจังหวัดกำแพงเพชรในการรับรองกิจกรรมขนาดใหญ่ คณะผู้จัดงานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จึงเห็นสมควรผลักดันให้การแข่งขันรายการนี้เป็นกิจกรรมประจำปีของจังหวัดฯ เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ในระยะยาว สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ มีรถแข่งจากประเทศไทยและต่างประเทศเข้าร่วมจำนวนทั้งสิ้น 50 คัน โดยมีนักแข่งจาก ญี่ปุ่น สวีเดนและสหราชอาณาจักร รวมผู้ร่วมกิจกรรมทั้งสิ้นกว่า 300 คน

    จากจำนวนผู้เข้าร่วมดังกล่าวคาดว่าก่อให้เกิดการใช้จ่ายในพื้นที่ ทางด้านที่พัก ร้านอาหาร และการท่องเที่ยว คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนในจังหวัดไม่น้อยกว่าหลายพันล้านบาท อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชรในวงกว้าง การจัดงานได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานราชการ ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภาคเอกชน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่ได้ร่วมกันอำนวยความสะดวก ดูแลความเรียบร้อย และสนับสนุนในทุกด้านเป็นอย่างดี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1509891&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3mPNwSUdOwlDdjhBQ3x-_B