Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ผู้ว่าฯ นครพนม รุดเคลียร์! สั่งปลดล็อกโควตาน้ำมันช่วยวัด หลังเมรุประกาศงดเผาศพชั่วคราว | เดลินิวส์

    ผู้ว่าฯ นครพนม รุดเคลียร์! สั่งปลดล็อกโควตาน้ำมันช่วยวัด หลังเมรุประกาศงดเผาศพชั่วคราว | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ชี้แจงมาตรการควบคุมการจำหน่ายน้ำมัน จากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่า วัดมหาธาตุ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม ประกาศงดให้บริการเมรุฌาปนกิจศพเป็นการชั่วคราว เนื่องจากข้อจำกัดด้านการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินการเผาศพได้ในช่วงนี้

    จังหวัดนครพนมชี้แจงว่า สถานการณ์ดังกล่าวเป็นผลจากมาตรการควบคุมการจำหน่ายน้ำมันเพื่อบริหารจัดการการกระจายสินค้าให้ทั่วถึงและป้องกันการขาดแคลนในช่วงสถานการณ์ปัจจุบันภายใต้มาตรการดังกล่าว ประชาชนทั่วไปจะสามารถซื้อน้ำมันได้ในวงเงินที่จำกัดเพื่อให้เกิดการกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง

    อย่างไรก็ตาม สำหรับหน่วยงานบริการสาธารณะหรือกรณีจำเป็นเร่งด่วน เช่น รถกู้ชีพ รถมูลนิธิ เครื่องสูบน้ำฉุกเฉิน รวมถึงวัดที่ต้องใช้น้ำมันสำหรับการฌาปนกิจศพยังสามารถจัดซื้อน้ำมันในปริมาณที่มากกว่าปกติได้ โดยให้ประสานส่วนราชการในพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการแก่หน่วยงานสาธารณะดังกล่าว

    นอกจากนี้ จังหวัดนครพนมยังได้กำชับ สำนักงานพลังงานจังหวัดนครพนม และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนมให้เข้มงวดในการตรวจสอบต้นทุนและเอกสารการซื้อขายของผู้ประกอบการเพื่อป้องกันการฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าเกินราคา หรือกักตุนสินค้าหากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐและปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5692155/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zaEUHzeCnmN1snom_o_4P

  • ผลวิจัยชี้ คะแนนความพอใจศูนย์บริการรถยนต์ลดลง ลูกค้าเน้นโปร่งใส สื่อสารชัด

    ผลวิจัยชี้ คะแนนความพอใจศูนย์บริการรถยนต์ลดลง ลูกค้าเน้นโปร่งใส สื่อสารชัด

    ผลวิจัยชี้ คะแนนความพอใจศูนย์บริการรถยนต์ลดลง ลูกค้าเน้นโปร่งใส สื่อสารชัด

    ผลวิจัยชี้ คะแนนความพอใจศูนย์บริการรถยนต์ลดลง ลูกค้าเน้นโปร่งใส สื่อสารชัด

    ผลสำรวจชี้คนไทย คาดหวังคุณภาพงานบริการหลังการขายในธุรกิจรถยนต์สูงขึ้น โดยบริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล (ไทยแลนด์) จำกัด รายงานการศึกษาวิจัยประสบการณ์ลูกค้าในการนำรถเข้ารับบริการหลังการขาย (Service CXI) จากศูนย์บริการรถยนต์มาตรฐานของแต่ละยี่ห้อทั่วประเทศ โดยพบว่าผลคะแนนความพึงพอใจรวมลดลง

    ดิฟเฟอเรนเชียล ทำวิจัยฯดัชนี Service CXI ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งครั้งนี้ศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไปของเจ้าของรถยนต์ โดยทำการเปรียบเทียบผลงาน ความพึงพอใจ มาตรฐานการปฏิบัติงานในส่วนของบริการหลังการขายของรถยนต์แต่ละยี่ห้อ รวมถึงการนำข้อมูลที่สำรวจในอดีตจนถึงปัจจุบันมาวิเคราะห์แนวโน้มของการแข่งขัน

    ผลการวิจัยฯ ปี 2569 ชี้ให้เห็นถึงการปรับลดลงของความพึงพอใจใน 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1.คุณภาพงานบริการ 2.การบริการจากพนักงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกในศูนย์บริการ 3.การสื่อสารและความชัดเจน และ 4.ความสะดวกและความง่ายในการเข้าถึงบริการ

    โดยพบว่า ความพึงพอใจของลูกค้าลดลงในหลายประเด็นปลีกย่อย อาทิ ความพึงพอใจในความเชี่ยวชาญทางเทคนิคของบุคลากรของผู้จำหน่าย คุณภาพงานซ่อม การอัพเดตความคืบหน้าระหว่างซ่อม ความชัดเจนด้านค่าใช้จ่าย รวมถึงบรรยากาศและสิ่งอำนวยความสะดวกในศูนย์บริการ

    สะท้อนว่าลูกค้ามีความคาดหวังที่สูงขึ้นต่อมุมมองทั้งด้าน ความรู้ทางเทคนิคและความสามารถของบุคลากรของผู้จำหน่าย กระบวนการในการให้บริการและสื่อสารกับลูกค้า รวมถึงความสะดวกสบายในการมาใช้บริการที่ศูนย์บริการ

    นายศิรส สาตราภัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการศึกษาวิจัยประสบการณ์ลูกค้าด้านความพึงพอใจในการนำรถเข้ารับบริการหลังการขาย เราพบประเด็นที่น่าสนใจ เช่น คะแนน Service CXI โดยรวมในปี 2569 ลดลง 2 คะแนน

    การศึกษาวิจัยฯ ครั้งนี้ ดำเนินการระหว่างเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2568 โดยรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นจากเจ้าของรถยนต์ที่นำรถเข้ารับบริการภายในช่วงเวลาไม่เกิน 10 เดือนนับจากวันที่สัมภาษณ์ และเป็นเจ้าของรถที่มีอายุ 12 ถึง 36 เดือนนับจากวันที่สัมภาษณ์ โดยวัดความพึงพอใจใน 5 ปัจจัยหลักที่ลูกค้าให้ความสำคัญ ได้แก่ คุณภาพงานบริการ ราคาและความคุ้มค่า การบริการจากพนักงานและสิ่งอำนวยความสะดวกในศูนย์บริการ การสื่อสารและความชัดเจน และความสะดวก และความง่าย ในการเข้าถึงบริการ

    ดังนั้น เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดด้านประสบการณ์บริการหลังการขายของลูกค้า ผู้ผลิตรถยนต์ และผู้จำหน่ายควรมุ่งเน้น การเสริมสร้างความสม่ำเสมอในการปฏิบัติงานตลอดขั้นตอนการให้บริการ ตั้งแต่ การวิเคราะห์และการซ่อมให้ถูกจุดตั้งแต่ครั้งแรก การแจ้งระยะเวลาการซ่อมที่ชัดเจน การสื่อสาร การให้คำแนะนำของที่ปรึกษาการบริการอย่างมืออาชีพ

    ตามการศึกษายังระบุว่า แม้ว่ากว่า 80% ของลูกค้ายังคงนิยมจองคิวนัดหมายผ่านโทรศัพท์จากศูนย์บริการ แต่ช่องทางที่สร้างความพึงพอใจสูงสุดคือ “แอปพลิเคชัน” ของแบรนด์ รองลงมาคือ การสื่อสารผ่านแชทกับบุคลากรของผู้จำหน่าย

    นอกจากนี้ การติดตามผลหลังการเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ(ไม่ใช่เพียงการติดต่อครั้งเดียว) หลังจากลูกค้าเข้ารับบริการ มีผลต่อความพึงพอใจที่ดีกว่า และช่วยสร้างความรู้สึกผูกพันกับศูนย์บริการได้มากกว่า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/motor/motor/653988&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zNOHLFGSQcr7UQCTM01d9

  • ‘ท่องเที่ยวไทย’ เจอแรงกระแทก รายได้ส่อหาย 2 หมื่นล้าน

    ‘ท่องเที่ยวไทย’ เจอแรงกระแทก รายได้ส่อหาย 2 หมื่นล้าน

    ไฟสงครามตะวันออกกลางกำลังสะเทือนถึง ‘ท่องเที่ยวไทย’ เมื่อเส้นทางบินต้องอ้อม ต้นทุนสายการบินพุ่ง และเที่ยวบินถูกยกเลิก ขณะอุตสาหกรรมฯประเมินว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ไทยอาจสูญรายได้ท่องเที่ยว ‘หลายหมื่นล้านบาท’

    เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า “แผนฟื้นท่องเที่ยวของไทย” กำลังสะดุด หลังไฟสงครามในตะวันออกกลางปะทุ จนกดดันจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับอุตสาหกรรมการเดินทางทั่วโลก

    หลังจากปีที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย “ลดลง 7%” เหลือ 32.9 ล้านคน เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนลดลงอย่างมาก ไทยจึงตั้งเป้าปี 2569 ว่า จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 36 ล้านคน โดยหวังว่าความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีนจะฟื้นตัว และจำนวนนักท่องเที่ยวจากยุโรปและตลาดระยะไกลอื่น ๆ จะเติบโตต่อเนื่อง

    อย่างไรก็ตาม กลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวคาดว่า ไทยอาจเผชิญการลดลงของนักท่องเที่ยว “อีก 10-15%” เนื่องจากสงครามกับอิหร่านทำให้สายการบินต้องบินอ้อม ส่งผลให้ค่าโดยสารเครื่องบินสูงขึ้น อีกทั้งยังมีการยกเลิกเที่ยวบิน ซึ่งกระทบนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่มักเดินทางมาไทยผ่านศูนย์กลางการบินในตะวันออกกลาง เช่น ดูไบ

    เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทยกล่าวว่า “การบินอ้อม” ทำให้ต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้น สายการบินจึงต้องขึ้นราคาตั๋ว และเมื่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยรวมสูงขึ้น ก็อาจทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจไม่เดินทางมาไทย

    ในขณะนี้ ภาคการท่องเที่ยวของไทยเริ่มได้รับผลกระทบแล้ว โดยในสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคม หลังจากสหรัฐและอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่าน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย “ลดลง 8.9%” จากสัปดาห์ก่อนหน้า เหลือ 616,229 คน ตามข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    ยิ่งไปกว่านั้น นักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลางลดลงถึง 18% ในสัปดาห์ดังกล่าว ซึ่งกลุ่มนี้คิดเป็นประมาณ 27% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดในปี 2568 สะท้อนให้เห็นผลกระทบจากความขัดแย้งทางทหาร

    ขณะเดียวกัน การบินไทยประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า จะขึ้นราคาตั๋วเครื่องบิน 10-15% เนื่องจากต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น และสายการบินอื่น ๆ จำนวนมากก็ประกาศปรับราคาขึ้นเช่นกัน ซึ่งยิ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักเดินทาง

    ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยประเมินว่า หากสงครามยืดเยื้อประมาณ 6 เดือน อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอาจ “สูญเสียรายได้สูงถึง 29,000 ล้านบาท” แต่หากสงครามยืดเยื้อเพียง 1-3 เดือน รายได้ท่องเที่ยวอาจ “หายไป 9,000-20,000 ล้านบาท”

    ด้านบริษัทเซ็นทรัล รีเทล ซึ่งดำเนินธุรกิจห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศคาดว่า ต้นทุนการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นจากผลกระทบของสงคราม และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง จะทำให้ผลประกอบการปีนี้ลดลง

    สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเซ็นทรัล รีเทลกล่าวว่า ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง จะทำให้กำไรของบริษัทลดลงประมาณ 1%

    เขายังระบุว่า ในระยะสั้นถึงระยะกลาง ผลกระทบเชิงลบจะเกิดขึ้นจากการยกเลิกเที่ยวบินและราคาการเดินทางที่เพิ่มขึ้น แต่ในระยะยาว ผลกระทบจะลดลง เพราะคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เดินทางมาไทยมากขึ้น

    ทั้งนี้ ภาคการท่องเที่ยวมีสัดส่วนประมาณ 20% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทย จึงเป็นภาคเศรษฐกิจสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจไทยเติบโตช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและเวียดนาม

    สมาคมโรงแรมไทยยังระบุว่า “จังหวัดภูเก็ต” ซึ่งเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและยุโรป จะได้รับผลกระทบหนักเป็นพิเศษ

    เทียนประสิทธิ์กล่าวว่า ขณะนี้ภาคท่องเที่ยวกำลังฝากความหวังไว้กับนักท่องเที่ยวจากจีน อินเดีย และมาเลเซีย และต้องการให้รัฐบาลทำการตลาดในประเทศเหล่านี้มากขึ้น เพราะเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง

    ในปี 2568 “มาเลเซีย” เป็นประเทศที่ส่งนักท่องเที่ยวมาไทยมากที่สุด จำนวน 4.5 ล้านคน รองลงมาคือจีน 4.4 ล้านคน และอินเดีย 2.4 ล้านคน ตามข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    อ้างอิง: nikkei

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1225347&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wjLqzUtflu8sIDB3cUOLS

  • เขาหลักวิกฤต! คนแห่ต่อคิวจนดีเซลหมดปั๊ม-หอการค้าพังงาแฉถูกตัดโควตา

    เขาหลักวิกฤต! คนแห่ต่อคิวจนดีเซลหมดปั๊ม-หอการค้าพังงาแฉถูกตัดโควตา

    เขาหลักวิกฤต! คนแห่ต่อคิวจนดีเซลหมดปั๊ม-หอการค้าพังงาแฉถูกตัดโควตา

    วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.41 น.

    เขาหลักวิกฤต! คนแห่ต่อคิวจนดีเซลหมดปั๊ม หอการค้าพังงาแฉถูกตัดโควตา 40% วอนประชาชนหยุดกักตุนหลังพิษสงครามทำนักท่องเที่ยวหนีหายกว่า 20%

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ความต้องการใช้น้ำมันในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดพังงา โดยเฉพาะบริเวณเขาหลัก อ.ตะกั่วป่า พบว่ามีประชาชนและผู้ประกอบการนำรถเข้าแถวรอคิวเติมน้ำมันเป็นระยะทางยาว ส่งผลให้สถานการณ์ในช่วงเช้าที่ผ่านมาน้ำมันดีเซลในปั๊ม ปตท. บางแห่งหมดลงชั่วคราว

    ล่าสุด รถบรรทุกน้ำมันได้เดินทางมาถึงพื้นที่ท่องเที่ยวเขาหลักแล้ว ทำให้ประชาชนที่เฝ้ารอแห่นำรถไปเข้าแถวรอคิวอย่างเนืองแน่น อย่างไรก็ตามคาดว่าน้ำมันล็อตนี้จะหมดลงในเวลาอันรวดเร็วเนื่องจากความต้องการที่พุ่งสูงเกินปกติ ขณะที่บรรยากาศในเขตอำเภอเมืองพังงายังคงเป็นปกติ ไม่พบการต่อแถวที่รุนแรงเท่าพื้นที่ท่องเที่ยว

    นายการันย์ พฤกษ์รังษี รองประธานหอการค้าจังหวัดพังงา และผู้บริหารปั๊มน้ำมัน ปตท. เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานีบริการได้รับการจัดสรรน้ำมันจากคลังลดลงประมาณ 30–40% จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการหน้าลานอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าประจำที่เป็นเกษตรกรเลี้ยงกุ้งและชาวสวนที่ต้องซื้อน้ำมันใส่แกลลอนไปใช้งาน ซึ่งทางปั๊มได้ขอความร่วมมือให้ลดปริมาณการซื้อลงชั่วคราวเพื่อกระจายน้ำมันให้ทั่วถึงทุกคน

    ด้านภาคการท่องเที่ยวสะท้อนความกังวลว่า ขณะนี้จังหวัดพังงาได้รับผลกระทบจากพิษสงครามจนนักท่องเที่ยวขอยกเลิกการเดินทางไปแล้วกว่า 20% และหากปัญหาน้ำมันขาดแคลนในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างเขาหลักยังไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว จะส่งผลกระทบต่อแผนส่งเสริม ‘ไทยเที่ยวไทย’ ทันที เพราะนักท่องเที่ยวจะขาดความเชื่อมั่นในการเดินทางมาพักผ่อนในพื้นที่

    /////////-026

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/952848&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Mcu4vj1SOXEbwjMWA8d-g

  • วธ.ดัน 4 เส้นทางท่องเที่ยวศรัทธา เชื่อมวัฒนธรรม-สร้างรายได้ชุมชน

    วธ.ดัน 4 เส้นทางท่องเที่ยวศรัทธา เชื่อมวัฒนธรรม-สร้างรายได้ชุมชน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/135244&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jiJaUZGwEj1e9Vg2iPzwz

  • กรมการพัฒนาชุมชน เปิดเวที D-HOPE ปั้นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 1

    กรมการพัฒนาชุมชน เปิดเวที D-HOPE ปั้นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 1

    กรมการพัฒนาชุมชน เปิดเวที D-HOPE ปั้นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 1


    16/03/2569 | 25 | |

    กรมการพัฒนาชุมชน เปิดเวที D-HOPE ปั้นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 1

    วันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. ณ โรงแรมนนทบุรี พาเลซ จังหวัดนนทบุรี นายไพโรจน์ โสภาพร รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 1 โดยมี นางสาวริตยา รอดนิ่ม รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการพัฒนาชุมชน เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะวิทยากร และผู้แทนชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

    การจัดประชุมในครั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชนมุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านภาคการท่องเที่ยว โดยนำแนวคิด D-HOPE (Decentralized Hands-On Program Exhibition) มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาศักยภาพชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เพื่อเปลี่ยนจากการเป็นเพียงผู้ขายสินค้า มาเป็นการสร้าง “โปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” ที่ให้นักท่องเที่ยวได้ลงมือปฏิบัติจริงร่วมกับชุมชน กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย 100 ชุมชน จาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ โดยแบ่งการอบรมเป็น 2 รุ่น ซึ่งรุ่นที่ 1 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 18 มีนาคม 2569 มีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย นักวิชาการพัฒนาชุมชน ผู้นำชุมชน และผู้ประกอบการ รวมทั้งสิ้น 52 ชุมชน โดยมีสาระสำคัญในการดำเนินงาน ดังนี้ :

    – การยกระดับชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้บริหารจัดการชุมชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวในชุมชน ให้สามารถออกแบบโปรแกรมท่องเที่ยวที่ดึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นออกมาสร้างจุดเด่น (Champ) เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

    – กลยุทธ์การเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ (Hands-On) เน้นการจัดกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสามารถร่วมทำกิจกรรมกับคนในชุมชนได้โดยตรง ซึ่งนอกจากจะสร้างความประทับใจแล้ว ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์และบริการท่องเที่ยวในพื้นที่

    – สร้างความเข้มแข็งและยั่งยืน ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือสำคัญในการกระจายรายได้สู่ 3,680 หมู่บ้านทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการตนเองได้และเกิดความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากในระยะยาว

    นายไพโรจน์ โสภาพร รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า “การพัฒนาทักษะด้านการจัดโปรแกรมท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวได้ลงมือปฏิบัติจริง จะช่วยให้ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี มีศักยภาพพร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตามแผนงานบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวของรัฐบาล ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ และความภาคภูมิใจในถิ่นกำเนิดให้แก่ประชาชนในระดับพื้นที่อย่างแท้จริง”

    กิจกรรมในครั้งนี้ยังรวมถึงการวิเคราะห์ศักยภาพชุมชนเพื่อรับมือกับแนวโน้มการท่องเที่ยวในอนาคต และการเตรียมความพร้อมในการจัดงานนิทรรศการโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อประกาศศักยภาพของชุมชนท่องเที่ยวไทยสู่สายตาสาธารณชนต่อไป

    #กรมการพัฒนาชุมชน

    #กระทรวงมหาดไทย


    X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode



    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/338380&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0JebcqiGwm9L0yWntTcQ3F

  • นักท่องเที่ยวจีนหาย S2O หันดึง มาเลเซีย เวียดนาม เข้าไทย พร้อมแตกแบรนด์ใหม

    นักท่องเที่ยวจีนหาย S2O หันดึง มาเลเซีย เวียดนาม เข้าไทย พร้อมแตกแบรนด์ใหม

    แม้ภาพรวมท่องเที่ยวไทยในปัจจุบันยังไม่ฟื้นตัวกลับมาเต็มที่ โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ยังคงลดลงต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ผู้จัด S2O Songkran Music Festival งานเทศกาลดนตรีที่เคยดึงดูดชาวจีนเข้ามาจำนวนมาก ได้ปรับกลยุทธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตลาดอื่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้ามาแทน 

    วุฒิธร มิลินทจินดา ผู้ก่อตั้งเทศกาล S2O Songkran Music Festival กล่าวว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ปี 2569 ยังไม่เห็นสัญญาณบวกมากนัก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลงจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและนโยบายในจีนที่สนับสนุนให้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น มิหนำซ้ำยังมีสถานการณ์ความขัดแย้งในภาคตะวันออกเข้ามาทำให้หลายประเทศทั่วโลกได้รับผลกระทบรอบด้าน 

    ในฐานะของผู้จัด S2O Songkran Music Festival ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเพื่อช่วยกระตุ้นการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แม้นักท่องเที่ยวจีนจะไม่มา แต่งานยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่สนใจในเทศกาลดนตรีและนิยมเดินทางเข้ามาร่วมเทศกาลดนตรีในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 

    ขณะเดียวกันการจัดงานในปีนี้ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 เมษายน นับเป็นการลงทุนครั้งใหญ่อีกหนึ่งปี ในพื้นที่ใหม่บริเวณถนนรัชดาภิเษก ตรงข้าม อสมท. ภายใต้ชื่อ S2O Land ซึ่งเป็นพื้นที่ใจกลางเมืองที่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมได้ถึง 30,000 คนต่อวัน และหนึ่งในไฮไลต์ของงานปีนี้คือโต๊ะ VVIP ราคา 15 ล้านบาทต่อวัน รองรับผู้เข้างานกลุ่มใหญ่ 70–75 คน อยู่ในโซนใกล้เวทีหรือ DJ มากที่สุด ซึ่งหลังจากเปิดจำหน่ายบัตรแบบ 3 วันและบัตร VIP ขายหมดเร็วมาก 

    ประเมินว่าผู้เข้าร่วมงานจะเป็นคนไทยประมาณ 60% และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40% และจะสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ราว 2,200 ล้านบาท อ้างอิงจากค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ในปีที่ผ่านมาประมาณ 22,000 บาทต่อคนต่อวัน

    อีกทั้งยังสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับเศรษฐกิจไทย ทั้งในภาคการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง และหวังว่าอีเวนต์ระดับนานาชาติอย่าง S2O จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับสำคัญในการดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงที่ตลาดบางส่วนยังไม่กลับมาฟื้นตัวเต็มที่

    ด้าน ปุลิน มิลินทจินดา กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ และผู้ร่วมก่อตั้ง S2O กล่าวต่อว่า ในปีนี้บริษัทยังได้เปิดตัวเทศกาลดนตรีใหม่ ภายใต้ชื่อ K2O Songkran Music Festival ซึ่งถือเป็นการแตกแบรนด์ครั้งแรกภายใต้จักรวาล S2O เพื่อขยายฐานผู้ชมไปยังกลุ่มแฟนคลับ K-Pop ที่กำลังเติบโตอย่างมากในตลาดเอเชีย

    โดยเทศกาลใหม่จะยังคง DNA ของ S2O ที่มีบรรยากาศสงกรานต์แบบไทย แต่ผสานเข้ากับสไตล์โชว์ของเกาหลี ด้วยไลน์อัปศิลปินประกอบด้วย RIIZE, KISS OF LIFE, FIFTY FIFTY, LNGSHOT รวมถึงศิลปิน T-POP อย่าง Daou Pittaya และ Special Guest Offroad Kantapon

    “จริงๆแล้วการเปิดตัว K2O เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ในการขยายธุรกิจต่อจาก S2O และได้เห็นศักยภาพของตลาด K-Pop ในไทยที่แข็งแรงมาก และเชื่อว่าการนำเสนอในรูปแบบสงกรานต์แบบ S2O จะทำให้ K2O กลายเป็นประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นในตลาด” ปุลิน ย้ำ 

    ในอนาคตมีแผนขยายแบรนด์เทศกาลดนตรีไปยังแนวเพลงอื่น เช่น POP, ROCK และ T-POP ตามความต้องการของตลาด และขณะเดียวกันยังเดินหน้าผลักดัน S2O Songkran Music Festival ให้เป็นแบรนด์ไทยที่สามารถส่งออกสู่ตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่ง โดยปัจจุบัน S2O ได้ขยายการจัดงานไปยังหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลี ฮ่องกง ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา รวมถึงมีแผนขยายไปยังภูมิภาคละตินอเมริกาในอนาคต

    ผู้จัดงานยังชี้แจงถึงประเด็น ‘บัตรรีเซล’ ซึ่งมีผู้กว้านซื้อบัตรคอนเสิร์ตเพื่อนำไปขายต่อในราคาสูงเกินจริง โดยที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์มจำหน่ายบัตรอีเวนต์อย่าง Eventpop พัฒนาระบบ ‘ตลาดซื้อขายบัตรมือสอง’ เพื่อให้ผู้ที่ต้องการขายต่อดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ของแพลตฟอร์มเท่านั้น โดยมีการลงทะเบียนและใช้บัตรจริงที่เชื่อมกับระบบ ซึ่งสามารถกำหนดเพดานราคาการขายต่อได้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพหรือสแกมเมอร์

    ทั้งนี้ เมื่อบัตรเข้าสู่ระบบตลาดซื้อขาย ราคาจะปรับตามกลไกอุปสงค์และอุปทาน ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขาย แม้ว่าผู้จัดงานจะตั้งราคาจำหน่ายช่วงแรกให้เข้าถึงได้ง่าย แต่เมื่อมีการขายต่อในตลาดรอง ราคาที่ปรับสูงขึ้นจึงไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด เนื่องจากรูปแบบการขายบัตรของงานต้องออกแบบให้ขั้นตอนไม่ซับซ้อน เช่น ไม่ต้องระบุชื่อผู้ถือบัตร เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงบัตรได้สะดวก คล้ายๆ การซื้อตั๋วภาพยนตร์ ซึ่งทำให้ในบางกรณีเกิดการนำบัตรไปขายต่อในตลาดมือสองได้ง่าย

    วุฒิธร กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เทศกาลดนตรี S2O เติบโตมาจนถึงวันนี้ คือประสบการณ์ที่ผู้เข้าร่วมงานได้รับ ทั้งความสนุก บรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์, ศิลปิน, โชว์และโปรดักชันระดับโลก รวมถึงการบริหารจัดการ และการนำอัตลักษณ์ของเทศกาลสงกรานต์ไทยมาผสานกับดนตรีระดับโลก ทำให้ S2O แตกต่างจากเทศกาลดนตรีทั่วไป และสามารถขยายการเติบโตไปสู่ต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/s2o-k2o-expand-asia-kpop/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KJ-ADZs8_FLX7Dz34vtW_

  • ‘ตูน อาทิวราห์’ พร้อมครอบครัวและเพื่อน วิ่งการกุศลเพื่อส่งต่อการศึกษาให้เด็กไทย

    ‘ตูน อาทิวราห์’ พร้อมครอบครัวและเพื่อน วิ่งการกุศลเพื่อส่งต่อการศึกษาให้เด็กไทย

    เรียกว่าทั้งอบอุ่น ทั้งสนุก และเต็มไปด้วยพลังแห่งการให้ สำหรับงานวิ่งการกุศลสุดน่ารักแห่งปี! “Crayon Shinchan Amazing Thailand Fun Run 2026” จัดขึ้นโดย มูลนิธิก้าวคนละก้าว

    นำโดยร็อกสตาร์ใจบุญ ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ที่ได้เนรมิตพื้นที่ของมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา ให้กลายเป็นโลกแห่งความสดใสของตัวการ์ตูนขวัญใจมหาชนอย่าง ‘ชินจังจอมแก่น’ ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักของเหล่านักวิ่งและแฟนคลับชินจังกว่า 10,000 คน ที่มาร่วมออกกำลังกายสร้างสุขภาพที่ดี เพื่อระดมทุนส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กไทยในโครงการ “ก้าวเพื่อน้อง ปีที่ 6”

    อีกหนึ่งโมเมนต์ใจฟู! คือการปรากฏตัวของ ครอบครัวคงมาลัย แบบฟูลทีม นำทัพโดย คุณพ่อตูน คุณแม่ก้อย ที่จูงมือ “น้องทะเล” และ “น้องเวลา” มาร่วมวิ่งในระยะ 1.5 กิโลเมตร ท่ามกลางเสียงเชียร์และรอยยิ้มจากแฟน ๆ ที่ต่างเอ็นดูความอบอุ่นของบ้านคงมาลัยแบบใกล้ชิดติดขอบสนาม

    ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ประธานกรรมการ มูลนิธิก้าวคนละก้าว กล่าวว่า “ดีใจมากครับ ที่งาน Crayon Shinchan Amazing Thailand Fun Run 2026 ได้รับการตอบรับอย่างดีจากทุก ๆ คน งานนี้เราอยากให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขที่ทุกคนสามารถมาร่วมออกกำลังกายไปด้วยกัน ทั้งเด็ก ๆ ครอบครัว และคนที่รักการวิ่ง ผมเชื่อว่าพลังเล็ก ๆ จากการ ‘ก้าว’ ของทุกคนจะสามารถสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับน้อง ๆ ที่ขาดแคลน และหวังว่างานนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพไปพร้อมกับการแบ่งปันให้สังคมครับ”

    นอกจากนี้ ภายในงานยังเต็มไปด้วยสีสันจากเหล่าศิลปินและนักแสดงชื่อดังที่มาร่วมวิ่งและสร้างความสนุกให้กับ แฟน ๆ อย่างคับคั่ง อาทิ ตั๊ก-บริบูรณ์ จันทร์เรือง, เต๋า-เศรษฐพงศ์ เพียงพอ, จูดี้-จารุกิตติ์ ศรีสวัสดิ์, โจอี้-ภูวศิษฐ์ อนันต์พรสิริ, UrboyTJ-จิรายุทธ ผโลประการ, ฟิลลิปส์-ณัทธนพล ทินโรจน์, ลุลา-กันยารัตน์ ติยะพรไชย, ป๊อก วง Zeal-ต่อยศ จงแจ่ม, แจ๊ค-จารุพงศ์ กล้วยไม้งาม, บิว The Voice-จรูญวิทย์ พัวพันวัฒนะ, เซน Paper Planes-นครินทร์ ขุนภักดี, สมุย- สมุทร แก้ววัน, มอส-พิเชษฐ์ เปรียบยอดยิ่ง, ปอ-นันทชัย เตชะศรีวิเชียร และ ดาร์ลิ่ง-อารดา อารยวุฒิ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/entertainment-news/964158/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0TRQSe75GHaeBt97Qavd0t

  • ผลวิจัยชี้ “โลกร้อนจากกิจกรรมมนุษย์” ส่งผลให้วันยาวนานขึ้น

    ผลวิจัยชี้ “โลกร้อนจากกิจกรรมมนุษย์” ส่งผลให้วันยาวนานขึ้น

    นักวิทยาศาสตร์ เตือนว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมของมนุษย์กำลังทำให้การหมุนของโลกช้าลงในอัตราที่ “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” เมื่อเทียบกับช่วง 3.6 ล้านปีที่ผ่านมา พร้อมเตือนว่าระยะเวลาของ 1 วันกำลังยาวนานขึ้น

    งานวิจัยก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่าการละลายของแผ่นน้ำแข็งขั้วโลกและธารน้ำแข็งบนภูเขาทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นและส่งผลทำให้การหมุนของโลกช้าลง เนื่องจากเมื่อมวลน้ำจากการละลายของน้ำแข็งไหลจากบริเวณขั้วโลกไปยังเส้นศูนย์สูตร ผลกระทบจะคล้ายกับนักสเก็ตลีลาที่หมุนตัวช้าลงเมื่อเหยียดแขนออก

    “โมสตาฟา เคียนี ชาห์วานดี” (Mostafa Kiani Shahvandi) จากภาควิชาอุตุนิยมวิทยาและธรณีฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยเวียนนา กล่าวว่า สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนก่อนหน้านี้คือเคยมีช่วงเวลาในอดีตที่สภาพภูมิอากาศทำให้ความยาวของวันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระดับเดียวกันหรือไม่

    ผลวิจัยชี้

    ภาวะโลกร้อนส่งผลต่อความยาวของวันอย่างไร

    งานวิจัยใหม่จากมหาวิทยาลัยเวียนนาและสถาบันเทคโนโลยี ETH Zurich ประสบความสำเร็จในการสร้างแบบจำลองการเปลี่ยนแปลงความยาวของวันในอดีต โดยใช้ซากฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวในทะเลที่เรียกว่า “เบนทิก ฟอรามินิเฟอรา” (Benthic Foraminifera)

    องค์ประกอบทางเคมีในฟอสซิลเหล่านี้สามารถใช้บ่งชี้การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลในอดีต ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์คำนวณการเปลี่ยนแปลงของความยาวของวันได้

    งานวิจัยก่อนหน้านี้ พบว่า ในช่วงปี 2000 – 2020 ความยาวของวันบนโลกเพิ่มขึ้น 1.33 มิลลิวินาทีต่อศตวรรษ จากปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ

    อย่างไรก็ตาม ในการศึกษาครั้งใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Geophysical Research: Solid Earth นักวิทยาศาสตร์พบว่า การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของความยาวของวันในปัจจุบันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วง 3.6 ล้านปีที่ผ่านมา

    “เบเนดิกต์ โซจา” (Benedikt Soja) ศาสตราจารย์ด้านภูมิสารสนเทศอวกาศจาก ETH Zurich กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของความยาวของวันในปัจจุบันสามารถอธิบายได้เป็นหลักจากอิทธิพลของกิจกรรมมนุษย์

    ทำไมวันที่ยาวนานขึ้นอาจเป็นปัญหา

    “โซจา” เตือนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจส่งผลต่อความยาวของวันมากกว่าผลกระทบจากดวงจันทร์ ภายในปลายศตวรรษที่ 21 พร้อมเสริมว่า แม้การเปลี่ยนแปลงจะอยู่ในระดับมิลลิวินาที (Milliseconds ) และมนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้โดยตรง แต่ก็อาจสร้างปัญหาในโลกที่พึ่งพาเทคโนโลยีอย่างมากได้

    การวัดเวลาที่แม่นยำมีความสำคัญต่อระบบคอมพิวเตอร์ เช่น ระบบ GPS และระบบการนำทางในอวกาศ ซึ่งใช้ เวลามาตรฐานอะตอมที่อิงกับความถี่การสั่นของอะตอมบางชนิด

    ผลวิจัยชี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/keep-the-world/climate-change/862502&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0oSv0JmLG6vG8SxxVGX23l

  • ถ่ายทอดสด “หวยออมสิน” 16/3/69 ผลสลากออมสิน สลากออมสินพิเศษ 1 ปี

    ถ่ายทอดสด “หวยออมสิน” 16/3/69 ผลสลากออมสิน สลากออมสินพิเศษ 1 ปี

    ถ่ายทอดสด

    ถ่ายทอดสด “หวยออมสิน” 16/3/69 ผลสลากออมสิน สลากออมสินพิเศษ 1 ปี

    ถ่ายทอดสด “หวยออมสิน” 16/3/69 ผลสลากออมสิน งวดวันที่ 16 มีนาคม 2569 ตรวจผลสลากออมสิน ถ่ายทอดสดผลการออกเลขสลาก สลากออมสินพิเศษ 1 ปี (Youth Salak) รางวัลเพื่อการศึกษา สลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี หน่วยละ 20 บาท และ 100 บาท งวด 16 มี.ค. 69

    • หวยออมสิน 16 มีนาคม 2569 ตรวจผล สลากออมสินพิเศษ 1 ปี ดิจิทัล 1 ปี : คลิกที่นี่

    ถ่ายทอดสด “หวยออมสิน” 16/3/69 สลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี งวดนี้ออกอะไร

    หวยออมสินออกกี่โมง? 

    การออกรางวัล สลากออมสินพิเศษ 1 ปี (Youth Salak) สลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี หน่วยละ 20 บาท และ 100 บาท จะออกรางวัลทุกวันที่ 16 ของเดือน โดยแบ่งเป็น 2 รอบ เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป

    ธนาคารออมสิน จะทำการออกรางวัล สลากออมสินพิเศษ 1 ปี (Youth Salak) สลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี หน่วยละ 20 บาท และ 100 บาท ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ทุกวันที่ 16 ของเดือน

    โดยจะทำการถ่ายทอดสดผ่านทางสื่อออนไลน์ Facebook Live : 9 MCOT ตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/lottery/check-lottery/614622&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Q-NxCPEpQ-w6ZYSdF-Dt1