Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • อาชีวะลุยทดสอบสนามจริง ปั้น นายช่างสำรวจ รุ่น 1 จบปุ๊บบรรจุข้าราชการทันที

    อาชีวะลุยทดสอบสนามจริง ปั้น นายช่างสำรวจ รุ่น 1 จบปุ๊บบรรจุข้าราชการทันที

    วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.17 น.

    เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2569 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดการทดสอบสมรรถนะภาคสนาม โครงการผลิตและพัฒนากำลังคนคุณภาพสูง เพื่อรองรับอัตรากำลังที่ขาดแคลนสาขาวิชาเทคนิควิศวกรรมสำรวจ (ปวส.) ภายใต้ความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กรมที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และกรมธนารักษ์ ระหว่างวันที่ 16 – 19 มีนาคม 2569 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อร่วมกันผลิตและพัฒนากำลังคนสายตรงเฉพาะทางด้านเทคนิควิศวกรรมสำรวจ รองรับการแก้ไขปัญหาขาดแคลนกำลังคนในตำแหน่งนายช่างรังวัดและนายช่างสำรวจของส่วนราชการ

    เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า การทดสอบสมรรถนะภาคสนามครั้งนี้ มีนักศึกษา ระดับชั้น ปวส. 1 สาขาวิชาเทคนิควิศวกรรมสำรวจ เข้าร่วมทั้งสิ้น 115 คน ซึ่งเป็นนักศึกษาภายใต้โครงการความร่วมมือ โดยหลังจากที่นักศึกษาได้เรียนภาคทฤษฎีมาแล้ว 1 ปี จะได้เข้ารับการทดสอบสมรรถนะภาคสนาม โดยแบ่งเป็นกลุ่มปฏิบัติการกลุ่มละ 5 คน และปฏิบัติงานเดี่ยว ตลอดระยะเวลา 4 วัน ครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่พื้นฐานการสำรวจและการประเมินหน้างาน งานโครงข่ายหมุดบังคับการและวงรอบ การสำรวจเก็บรายละเอียดภูมิประเทศ งานประมวลผลและเขียนแบบวิศวกรรม ไปจนถึงงานวิศวกรรมสนามและการบริหารจัดการที่ดิน 

    ยศพล เวณุโกเศศ

    โครงการความร่วมมือนี้มี 8 สถานศึกษาอาชีวศึกษาเข้าร่วม ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคแพร่ วิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก วิทยาลัยเทคนิคนครสวรรค์ วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร วิทยาลัยเทคนิคสุรินทร์ วิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น วิทยาลัยเทคนิคดุสิต และวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ โดยผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการโดยมีอัตรารองรับแน่นอน เมื่อจบการศึกษามีงานทำ 100% สำหรับส่วนราชการทั้ง 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมที่ดิน ส.ป.ก. และกรมธนารักษ์ ได้มีการจัดสรรอัตรากำลังไว้รองรับผู้สำเร็จการศึกษาเข้าบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการ ได้กำหนดไว้จำนวน 3 รุ่น โดยรุ่นที่ 1 ซึ่งเข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้ จะเข้าบรรจุเข้ารับราชการในปี พ.ศ. 2570

    นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวทิ้งท้ายว่า โครงการความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐในการพัฒนากำลังคนอย่างเป็นรูปธรรม นักศึกษาทุกคนที่เข้าร่วมโครงการไม่เพียงแต่จะได้รับการเสริมสร้างทักษะวิชาชีพด้านเทคนิควิศวกรรมสำรวจให้พร้อมปฏิบัติงานได้จริง แต่ยังได้รับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกของการเป็นข้าราชการที่ดีในอนาคต พร้อมกำชับให้นักศึกษาทุกคนตั้งใจฝึกฝนและเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงในครั้งนี้ให้มากที่สุด โดยเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาระบบราชการไทยต่อไป ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ นางสาวเบญจวรรณ ปกป้อง ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ 

    ยศพล เวณุโกเศศ

    ยศพล เวณุโกเศศ

    ยศพล เวณุโกเศศ

    ยศพล เวณุโกเศศ

    ยศพล เวณุโกเศศ

    ยศพล เวณุโกเศศ

    ยศพล เวณุโกเศศ

    ยศพล เวณุโกเศศ

    ยศพล เวณุโกเศศ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/953041&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24ibfHTiIJ_kEQdDzNmZBn

  • ธรรมนัสยึดถือคติ “เพื่อน…ไม่มีวันตาย” : News Hour 16-03-69

    ธรรมนัสยึดถือคติ “เพื่อน…ไม่มีวันตาย” : News Hour 16-03-69

    เผยแพร่:

    ธรรมนัสยึดถือคติ “เพื่อน…ไม่มีวันตาย” : News Hour 16-03-69 Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/playlist03/watch/sD_2PYWkH-I&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3OAp-YA3yYtU9gX5jJYqoI

  • เศรษฐกิจไทยปีม้าส่อหลุดต่ำ 2%

    เศรษฐกิจไทยปีม้าส่อหลุดต่ำ 2%

    ของการค้าน้ำมันดิบทั่วโลก โดยการที่อิหร่านปิดเส้นทางเดินเรือหรือสร้างความไม่ปลอดภัยในบริเวณดังกล่าว ส่งผลให้อุปทานน้ำมันตึงตัวอย่างรวดเร็ว และการขนส่งสินค้าต่างๆ ในตลาดโลกหยุดชะงัก (Supply Disruptions)

    ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางพลังงานของโลก โดยในปี 2568 มีการขนส่งน้ำมันดิบผ่านเส้นทางนี้สูงถึง 13.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นราว 1 ใน 3 ของการค้าทางเรือทั่วโลก ซึ่งกว่า 80% ของปริมาณดังกล่าวถูกส่งมายังภูมิภาคเอเชีย สำหรับประเทศไทย ความล่าช้าหรือการหยุดชะงักในเส้นทางนี้ถือเป็นความเสี่ยงโดยตรง เนื่องจากไทยนำเข้าน้ำมันดิบผ่านช่องแคบนี้ถึง 3 แสนบาร์เรลต่อวัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 58% ของการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมดของประเทศ

    นอกจากนี้ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ยังเป็นอีกวัตถุดิบสำคัญจากตะวันออกกลางที่ใช้เส้นทางนี้ในการขนส่ง โดยเกือบ 80% ของ LNG ที่ผ่านช่องแคบนี้มีปลายทางอยู่ที่ตลาดเอเชีย โดยเฉพาะการขนส่ง LNG จากประเทศกาตาร์ที่จำเป็นต้องใช้เส้นทางนี้เพียงทางเดียวเท่านั้น ในปัจจุบันไทยนำเข้า LNG ผ่านช่องแคบฮอร์มุซประมาณ 2.2 ล้านตันต่อปี หรือคิดเป็น 24% ของการนำเข้า LNG ทั้งหมด ซึ่งการปิดช่องแคบนี้จะส่งผลกระทบต่อเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ

    วิจัยกรุงศรี ยังระบุว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันและอุตสาหกรรมปิโตรเคมีซึ่งต้องอาศัยวัตถุดิบตั้งต้นจากตะวันออกกลาง โดยในสถานการณ์ที่ความขัดแย้งอยู่ในวงจำกัด (Base-Case) ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันไทยมีแนวโน้มจะได้รับประโยชน์เพียงในระยะสั้นจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบโลก ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าน้ำมันดิบในสต๊อกที่ถือครองอยู่พุ่งสูงขึ้นทันที

    อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมปลายน้ำโดยเฉพาะปิโตรเคมี จะเริ่มเผชิญกับภาวะกำไรที่ลดลง เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (เช่น แนฟทา และก๊าซธรรมชาติ) ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาพลังงาน ในขณะที่ผู้ผลิตไม่สามารถปรับราคาขายผลิตภัณฑ์ขึ้นตามได้ทัน เพราะมีมาตรการควบคุมราคาจากภาครัฐที่ต้องการดูแลค่าครองชีพประชาชนเป็นตัวกดดันอยู่ รวมถึงการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยเฉพาะโรงงานปิโตรเคมีที่นำเข้าวัตถุดิบจากตะวันออกกลางเป็นส่วนใหญ่ ทำให้อาจต้องลดกำลังการผลิตหรือหยุดเดินโรงงานชั่วคราว เช่น โรงงานโอเลฟินส์ของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ที่ต้องหยุดการดำเนินงานไปแล้ว

    นอกจากนี้อุตสาหกรรมต่อเนื่องอย่างปิโตรเคมี พลาสติกและบรรจุภัณฑ์  ยังได้รับผลกระทบจะรุนแรงกว่ากรณีปกติมาก เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบจะพุ่งสูงขึ้นท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแรง ทำให้ผู้บริโภคจึงอาจไม่มีกำลังซื้อพอที่ภาคอุตสาหกรรมจะผลักภาระต้นทุนไปให้ได้ ขณะเดียวกัน การหยุดเดินโรงงานปิโตรเคมีอาจขยายวงกว้างมากขึ้นและมีระยะเวลาที่นานขึ้น ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรและเสถียรภาพของทั้งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องในระยะยาว

    “สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบไปยังภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ปุ๋ย อะลูมิเนียม เหล็ก เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติก จากภูมิภาคนี้ในสัดส่วนที่สูง ซึ่งอาจกระทบอุตสาหกรรมปลายน้ำ โดยแหล่งนำเข้าหลักคือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ ขณะที่การนำเข้าจากอิสราเอลและอิหร่านมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อย” วิจัยกรุงศรีระบุ

    วิจัยกรุงศรี ยังระบุว่า สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเพิ่มความเสี่ยงด้านขาลงต่อประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.0% (ณ 26 กุมภาพันธ์ 2569) ซึ่งผลกระทบจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและระยะเวลาของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยช่องทางหลักมาจากต้นทุนพลังงาน ต้นทุนสินค้าและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและอาจทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลงจากกรณีฐานประมาณ -0.2 ถึง -0.9% 

    ดังนั้น มาตรการด้านการสำรองพลังงาน การกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมัน การสร้างความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าเพิ่มเติม รวมถึงการดูแลราคาสินค้าภายในประเทศ ช่วยให้ไทยยังคงมีความสามารถในการรองรับความเสี่ยงในระยะสั้นได้ในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันยังต้องติดตามแนวโน้มการดำเนินนโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่างใกล้ชิด.

    บุญช่วย ค้ายาดี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/964248/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw217V-oMYKvPC3ozpBu1vmn

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (17 มี.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (17 มี.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (17 มี.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (17 มี.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศปรับราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 95-91 ขึ้น 50 สตางค์ต่อลิตร

    ขณะที่แก๊สโซฮอล์ E85-E20 ลดราคา 50 สตางค์

    ด้านราคาน้ำมันดีเซลไม่มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 69

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันเบนซิน

    • เบนซิน ลิตรละ 39.64 บาท
    • ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 40.04 บาท (โออาร์)
    • แก๊สโซฮอล์ 97  ลิตรละ 49.54 บาท (บางจาก)
    • แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 31.05 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 30.68 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 27.84 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 25.79 บาท

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 30.44 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลS ลิตรละ 45.64 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 29.94 บาท (บางจาก)

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (17 มี.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2569 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/654001&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KEMgV8psDzs7etThhmQ71

  • มองอนาคตการพัฒนาของจีนผ่านการประชุมสองสภา

    มองอนาคตการพัฒนาของจีนผ่านการประชุมสองสภา

    มองอนาคตการพัฒนาของจีนผ่านการประชุมสองสภา

    วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.25 น.

    มองอนาคตการพัฒนาของจีนผ่านการประชุมสองสภา

    ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2026 การประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนชุดที่ 14 ครั้งที่ 4 และการประชุมสภาปรึกษาการเมืองแห่งชาติจีนชุดที่ 14  ครั้งที่ 4 ได้จัดขึ้นอย่างประสบความสำเร็จ ณ กรุงปักกิ่ง การประชุมทั้งสองสภาของจีนได้หารือกันอย่างลึกซึ้งในประเด็นสำคัญต่างๆ เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การพัฒนาพลังการผลิตรูปแบบใหม่ การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการเปิดประเทศในระดับสูง การประชุมสองสภาได้ทบทวนและรับรองเอกสารสำคัญต่างๆ เช่น รายงานการทำงานของรัฐบาล ซึ่งชี้แจงเป้าหมายการพัฒนาสำหรับปี 2026 และทิศทางสำคัญของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ซึ่งเป็นการกำหนดทิศทางสำคัญของการพัฒนาจีนในยุคใหม่ และเป็นโอกาสสำคัญสำหรับทั่วโลกในการทำความเข้าใจถึงการพัฒนาของจีนและแบ่งปันโอกาสต่างๆ ผมขอแบ่งปันความเข้าใจของผมเกี่ยวกับการประชุมสองสภาของจีนกับเพื่อนชาวไทย โดยใช้คำสำคัญบางคำ

    ประการแรก เป้าหมายการพัฒนาคือการบรรลุความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพ การประชุมสองสภาของจีนได้กำหนดภารกิจหลักของการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงไว้อย่างชัดเจน โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ในขอบเขตที่เหมาะสมระหว่าง 4.5% ถึง 5% และให้ความสำคัญกับการจ้างงานที่มั่นคง ราคาที่มั่นคง และความคาดหวังที่มั่นคงเป็นทิศทางสำคัญของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างเต็มที่ถึงแนวทางการพัฒนาของจีนที่มุ่งเน้นความก้าวหน้าควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน จีนจะวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงในระยะยาว และสร้างความเชื่อมั่นและแรงผลักดันให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจโลกผ่านยุทธศาสตร์ต่างๆ เช่น การขยายอุปสงค์ภายในประเทศ การส่งเสริมนวัตกรรมทางเทคโนโลยี การพัฒนาพลังการผลิตรูปแบบใหม่ และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างต่อเนื่อง

    ประการที่สอง คือ การวางผังอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและการยกระดับ การประชุมสองสภาของจีนระบุไว้อย่างชัดเจนว่า นวัตกรรมทางเทคโนโลยีควรเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยมีเศรษฐกิจภาคการผลิตเป็นรากฐาน เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงและการยกระดับอุตสาหกรรมดั้งเดิม การพัฒนาและการขยายตัวของอุตสาหกรรมเกิดใหม่ และการวางผังอุตสาหกรรมในอนาคตที่มุ่งไปข้างหน้า เพื่อเร่งการสร้างระบบอุตสาหกรรมที่ทันสมัย ​​ตั้งแต่ความเป็นผู้นำระดับโลกในด้านยานยนต์พลังงานใหม่และอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ ไปจนถึงความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในด้านต่างๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีควอนตัม และการพัฒนาอุตสาหกรรมที่มุ่งสู่อนาคต เช่น การผลิตทางชีวภาพและปัญญาประดิษฐ์แบบมีร่างกาย นวัตกรรมกำลังกลายเป็นกลไกขับเคลื่อนหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจของจีน ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งจาก “ผลิตในจีน” ไปสู่ ​​”การผลิตอัจฉริยะในจีน”

    ประการที่สาม มีนโยบายด้านการดำรงชีวิตที่มุ่งส่งเสริมความมั่งคั่งร่วมกัน จีนยึดมั่นในปรัชญาการพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลางมาโดยตลอด โดยถือว่าความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนเป็นค่านิยมพื้นฐาน จีนได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนและสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของประชาชน เช่น การจ้างงาน การศึกษา การดูแลสุขภาพ และการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมความมั่งคั่งร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ผู้แทนและสมาชิกที่เข้าร่วมการประชุมสองสภาได้นำเสียงจากระดับประชาชนมาสู่การประชุม และรายงานการทำงานของรัฐบาลได้รวบรวมความคิดเห็นของประชาชนอย่างกว้างขวาง ก่อให้เกิดกลไกที่ครบวงจรจากความคิดเห็นของประชาชนไปสู่การดำเนินนโยบาย แสดงให้เห็นถึงพลังของประชาธิปไตยของประชาชนตลอดกระบวนการทั้งหมดอย่างเต็มที่

    ประการที่สี่ ยุทธศาสตร์การเปิดประเทศที่เป็นประโยชน์ร่วมกันและได้ประโยชน์ทุกฝ่าย การประชุมสองสภาในจีนได้ส่งสัญญาณอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการขยายการเปิดประเทศในระดับสูง การปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง การขยายการเปิดกว้างเชิงสถาบัน การยึดมั่นในระบบการค้าพหุภาคี และการร่วมกันพัฒนาโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางที่มีคุณภาพสูง ตั้งแต่มาตรการยกเว้นวีซ่าฝ่ายเดียวแก่ 50 ประเทศ ไปจนถึงการดำเนินการยกเว้นภาษีศุลกากร 100% สำหรับสินค้าจากแอฟริกาอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การเติบโตอย่างต่อเนื่องของจำนวนวิสาหกิจต่างชาติที่ลงทุนในจีน ไปจนถึงการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้ากับหลายประเทศอย่างต่อเนื่อง จีนได้เปิดรับโลกด้วยทัศนคติที่เปิดกว้างเสมอมา ทำให้ตลาดจีนเป็นตลาดโอกาสร่วมกันสำหรับทั่วโลก

    ประการที่ห้า จีนยึดมั่นในแนวทางที่ถูกต้องในการดำเนินนโยบายการทูตในฐานะประเทศขนาดใหญ่ เมื่อเผชิญกับความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นอีกครั้งในตะวันออกกลางและการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทางเลือกทางการทูตของจีนยังคงแน่วแน่ โดยปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างเด็ดเดี่ยว ยึดมั่นในหลักนิติธรรมระหว่างประเทศ ต่อต้านการใช้อำนาจบาตรใหญ่และการข่มขู่รังแกประเทศที่อ่อนแอกว่า ปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ และยืนหยัดอย่างมั่นคงบนเส้นทางที่ถูกต้องของประวัติศาสตร์ ปี 2026 เป็นปีแห่งเอเปคของจีน จีนจะใช้ประโยชน์จากการเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเอเปคอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อส่งเสริมการสร้างประชาคมเอเชียแปซิฟิก โดยร่วมมือกับประเทศอื่นๆ ในการแก้ไขปัญหาความท้าทายระดับโลก และสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงให้กับโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนและวุ่นวาย

    จีนและไทยเป็นญาติที่ดี มิตรที่ดี และเป็นหุ้นส่วนที่ดี ปีที่แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯเยือนจีนอย่างเป็นทางการ และประมุขของทั้งสองประเทศได้บรรลุฉันทามติที่สำคัญเกี่ยวกับการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โครงการความร่วมมือกำลังเร่งดำเนินการและมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมระหว่างสองประเทศอยู่ในระดับสูง และความสัมพันธ์ทวิภาคีอยู่ในช่วงที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ จีนสนับสนุนไทยอย่างแน่วแน่ในการดำเนินเส้นทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับสภาพของประเทศ และยินดีที่จะเป็นหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ของไทยเสมอ เพื่อร่วมกันส่งเสริมการสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน

    เสียงสะท้อนจากการประชุมสองสภาของจีน แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของจีน และเป็นการเชิญชวนให้ทั่วโลกร่วมมือกัน ซึ่งจะนำมาซึ่งโอกาสใหม่ๆ ในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยอย่างแน่นอน จีนยินดีที่จะเสริมสร้างการประสานยุทธศาสตร์การพัฒนากับไทย ส่งเสริมการพัฒนาโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางอย่างมีคุณภาพ และสร้างความร่วมมือที่โดดเด่นยิ่งขึ้นในสาขาเกิดใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจสีเขียว และเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนของทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และร่วมมือกันเพื่อก้าวไปสู่ ​​50 ปีทองแห่งมิตรภาพของความสัมพันธ์จีน-ไทยอีกวาระหนึ่ง

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/953000&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qykrgouVQ_HBj9PDhqOzc

  • นายกฯ เรียกทีมเศรษฐกิจถก รับมือวิกฤตน้ำมัน-ราคาสินค้าพุ่ง รมต.คลัง เผย ยังออก พ.ร.ก.กู้เงินไม่ได้

    นายกฯ เรียกทีมเศรษฐกิจถก รับมือวิกฤตน้ำมัน-ราคาสินค้าพุ่ง รมต.คลัง เผย ยังออก พ.ร.ก.กู้เงินไม่ได้

    นายกรัฐมนตรี เรียกทีมเศรษฐกิจถกรับมือ วิกฤตขาดแคลนน้ำมันขราคาสินค้าพุ่ง ขณะที่ “เอกนิติ” รองนายกฯ และ รมว.คลัง ชี้ ยังออก พ.ร.ก.กู้เงินไม่ได้ เหตุยังเป็นรัฐบาลรักษาการ

    เวลา 09.10 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ยังทำเนียบรัฐบาล โดยทันทีที่เดินทางมาถึงได้ไหว้องค์นรสิงห์จำลอง ซึ่งถือเป็นกิจวัตรประจำวันปกติ

    ขณะเดียวกันในช่วงเช้าวันนี้ มีรายงานว่า นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุม ได้เรียกทีมเศรษฐกิจและฝ่ายกฎหมายรัฐบาล เพื่อประชุมรับมือพลังงาน จากวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ประกอบด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า นายอนันต์แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ นายลวรณแสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง

    โดยนายเอกนิติ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมหารือต่อเนื่องจากการประชุมเมื่อวาน ในเรื่องของน้ำมัน เพราะฉะนั้นต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง

    เมื่อถามว่าจะต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินชดเชยกองทุนน้ำมัน เพื่อมาใช้ในการรับมือวิกฤติพลังงานหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้ทางเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา จะเข้าหารือในประเด็นทางกฎหมายด้วย

    เมื่อถามย้ำว่าจะต้องมีการขอกู้เงินหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า “ณ วันนี้ยัง คงมาติดตามสถานการณ์ก่อน ขณะนี้ยังเป็นรัฐบาลรักษาการ ยังไม่สามารถออกกฎหมายอะไรได้

    อย่างไรก็ตามต้องจับตา เนื่องจากเมื่อช่วงค่ำวานนี้นายสีหศักดิ์ ได้ต่อสายโทรศัพท์ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านนายเซย์เยด อับบาส อารักชี โดยขอให้ฝ่ายอิหร่านสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือ 3 ลูกเรือไทยที่ยังตกค้างอยู่บนเรือมยุรีนารี พร้อมหารือขออนุญาตให้เรือพาณิชย์ของไทย เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย

    ขณะเดียวกันปัจจุบันราคาสินค้าทั้งอุปโภคบริโภคเริ่มทยอยปรับราคาสูงขึ้นทั้งไข่ไก่ เนื้อหมู ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากราคาน้ำมัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/political/morning/459092&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KE8pIykWpqE2LAf-9-PTk

  • รมช.ศศิธร ประชุมหารือการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในจังหวัดกระบี่

    รมช.ศศิธร ประชุมหารือการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในจังหวัดกระบี่

    รมช.ศศิธร ประชุมหารือการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในจังหวัดกระบี่


    16/03/2569 | 29 | |

    รมช.ศศิธร ประชุมหารือการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในจังหวัดกระบี่

    วันนี้ (16 มีนาคม 2569) เวลา 15.30 น. ณ ห้องนพรัตน์ธารา ชั้น 4 ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ นางสาวศศิธร กิตติธรกุล เป็นประธานการประชุมหารือการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในจังหวัดกระบี่ เพื่อส่งเสริมผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP เกษตรกร สัมมาชีพชุมชน ตลอดจนร้านค้าคนตัวเล็ก เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ แก่ชุมชนและประชาชนในพื้นที่จังหวัดกระบี่ โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกระบี่ ได้บูรณาการภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ดำเนินกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในจังหวัดกระบี่ โดยมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย การจำหน่ายสินค้า OTOP, ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี, ประเพณีวัฒนธรรม, การแข่งขันกีฬา การจัดแสง สี เสียง โดยมี หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดกระบี่ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

    จากแนวทางของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นางสาวศศิธร กิตติธรกุล) ที่ได้มีนโยบายให้ส่วนราชการภายในจังหวัดกระบี่ ได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในจังหวัดกระบี่ โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกระบี่ ได้บูรณาการภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ดำเนินกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในจังหวัดกระบี่ ในการนี้ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน มอบหมายให้นายสงัด พืชพันธุ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม และนางมุกดา หลิมนุกูล ผู้ตรวจราชการกรม ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนนครศรีธรรมราช เข้าร่วมประชุมดังกล่าว

    #กรมการพัฒนาชุมชน

    #กระทรวงมหาดไทย


    X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode



    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/338388&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw12QojCvrsMNaj2YUYBdCNw

  • รู้จัก IRGC กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม กุมอำนาจการเมือง-เศรษฐกิจอิหร่าน

    รู้จัก IRGC กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม กุมอำนาจการเมือง-เศรษฐกิจอิหร่าน

    รู้จัก IRGC กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม กุมอำนาจการเมือง-เศรษฐกิจอิหร่าน

    ทำความรู้จัก IRGC กองกำลังที่เป็นมากกว่าทหาร แต่กุมอำนาจทั้งการเมืองและเศรษฐกิจของอิหร่าน จนถูกขนานนามว่าเป็น “รัฐซ้อนรัฐ” ที่ทรงอิทธิพลและเขย่าโลกในปี 2026

    • กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ก่อตั้งขึ้นในปี 1979 หลังการปฏิวัติอิสลาม เพื่อพิทักษ์อุดมการณ์ของระบอบใหม่และเป็นกองกำลังที่แยกจากกองทัพดั้งเดิม
    • IRGC มีโครงสร้างองค์กรที่ทรงอิทธิพล ประกอบด้วย 5 หน่วยงานหลักที่ครอบคลุมทั้งการปฏิบัติการทางทหารในประเทศ การพัฒนาขีปนาวุธและโดรน และการปฏิบัติการพิเศษในต่างประเทศผ่านกองกำลังคุดส์ (Quds Force)
    • ขยายอิทธิพลเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจของอิหร่านอย่างกว้างขวาง โดยควบคุมโครงการขนาดใหญ่ตั้งแต่การก่อสร้าง พลังงาน ปิโตรเคมี และโลจิสติกส์ ทำให้มีทรัพยากรและอำนาจต่อรองทางการเมืองมหาศาล
    • เป็นเสาหลักสำคัญในโครงสร้างอำนาจของอิหร่าน มีความใกล้ชิดกับผู้นำสูงสุด และใช้อิทธิพลสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางทหารและการเมืองทั่วตะวันออกกลาง

    ทำความรู้จัก IRGC กองกำลังที่เป็นมากกว่าทหาร แต่กุมอำนาจทั้งการเมืองและเศรษฐกิจของอิหร่าน จนถูกขนานนามว่าเป็น “รัฐซ้อนรัฐ” ที่ทรงอิทธิพลและเขย่าโลกในปี 2026

    IRGC หรือกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ก่อตั้งขึ้นในปี 1979 หลังการปฏิวัติอิสลามโดย อยาตอลเลาะห์ โคไมนี สาเหตุหลักมาจากความระแวงต่อกองทัพดั้งเดิม (Artesh) ที่เคยใกล้ชิดกับระบอบกษัตริย์เดิม โคไมนีจึงสร้างกองกำลังนี้ขึ้นมาเพื่อ “พิทักษ์อุดมการณ์ปฏิวัติ” โดยเฉพาะ

    สงครามคือจุดเปลี่ยน

    ช่วงสงครามอิหร่าน-อิรัก (1980-1988) คือจุดที่ทำให้ IRGC เติบโตอย่างรวดเร็ว จากกลุ่มอาสาสมัครกลายเป็นกองทัพที่มีระบบ ภายใต้สภาวะถูกคว่ำบาตรทำให้อิหร่านต้องพัฒนาเทคโนโลยีอาวุธเอง จน IRGC กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านและผู้ปกป้องประเทศจากศัตรูภายนอก

    ในช่วงเวลาดังกล่าว IRGC ได้สร้างภาพลักษณ์ของตนเองในฐานะ “ผู้พิทักษ์การปฏิวัติ” และกลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านศัตรูจากภายนอก

    • ผลลัพธ์สำคัญจากสงครามครั้งนั้น ได้แก่
    • การขยายกำลังพลและโครงสร้างองค์กร
    • การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในประเทศ
    • การเพิ่มบทบาททางการเมืองของผู้นำ IRGC

    หลังสงคราม IRGC ไม่ได้ลดบทบาทลง แต่กลับกลายเป็นองค์กรที่มีอำนาจมากขึ้น และเริ่มขยายอิทธิพลเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศ

    รู้จัก IRGC กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม กุมอำนาจการเมือง-เศรษฐกิจอิหร่าน

    โครงสร้าง 5 ขาเหล็ก

    ปัจจุบัน IRGC มีโครงสร้างกำลังที่ซับซ้อนและแยกออกจากกองทัพปกติของอิหร่าน โดยประกอบด้วยหน่วยงานหลักหลายส่วนที่ทำหน้าที่แตกต่างกัน

    หน่วยสำคัญของ IRGC ได้แก่

    1. กองกำลังภาคพื้นดิน (IRGC Ground Forces) รับผิดชอบการปฏิบัติการทางทหารภายในประเทศ รวมถึงการรักษาความมั่นคงภายใน
    2. กองกำลังทางทะเล (IRGC Navy) มีบทบาทสำคัญในอ่าวเปอร์เซีย โดยใช้ยุทธศาสตร์สงครามแบบอสมมาตร เช่น เรือเร็วติดอาวุธและทุ่นระเบิดทางทะเล
    3. กองกำลังอวกาศและขีปนาวุธ (IRGC Aerospace Force) ดูแลโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน รวมถึงระบบโดรนและเทคโนโลยีอวกาศ
    4. กองกำลังคุดส์ (Quds Force) หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ทำหน้าที่ดำเนินภารกิจนอกประเทศ และสร้างเครือข่ายพันธมิตรในภูมิภาค
    5. กองกำลังบาซิจ (Basij) เครือข่ายกึ่งทหารที่ระดมกำลังจากประชาชน ทำหน้าที่สนับสนุนความมั่นคงภายในและควบคุมการประท้วง

    โครงสร้างดังกล่าวทำให้ IRGC สามารถดำเนินปฏิบัติการได้ทั้งในระดับยุทธศาสตร์ ระดับภูมิภาค และระดับภายในประเทศ

    รู้จัก IRGC กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม กุมอำนาจการเมือง-เศรษฐกิจอิหร่าน

    เครือข่าย IRGC ในตะวันออกกลาง

    ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา IRGC โดยเฉพาะกองกำลัง Quds ได้สร้างเครือข่ายพันธมิตรทางทหารและการเมืองในหลายประเทศของตะวันออกกลาง เครือข่ายเหล่านี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายอิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาค

    พันธมิตรสำคัญที่มักถูกกล่าวถึง ได้แก่

    • กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
    • กลุ่มติดอาวุธชีอะห์ในอิรัก
    • กองกำลังที่สนับสนุนรัฐบาลซีเรีย
    • กลุ่มฮูตีในเยเมน

    รู้จัก IRGC กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม กุมอำนาจการเมือง-เศรษฐกิจอิหร่าน

    มือมืดหลังเศรษฐกิจชาติ

    หลังสงครามอิหร่าน-อิรักในปี 1988 IRGC ไม่ได้ลดบทบาทลง แต่ขยายอิทธิพลเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจผ่านบริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่อย่าง Khatam al-Anbiya ปัจจุบันคุมตั้งแต่โครงการก่อสร้าง พลังงาน ปิโตรเคมี ไปจนถึงโลจิสติกส์ ทำให้พวกเขามีทรัพยากรมหาศาลและอำนาจต่อรองทางการเมืองสูงมาก

    เสาหลักที่กำหนดอนาคตโลก

    ในโครงสร้างอำนาจอิหร่าน IRGC คือเสาหลักที่ใกล้ชิดกับผู้นำสูงสุด และมีอดีตผู้บัญชาการจำนวนมากนั่งเก้าอี้สำคัญในรัฐบาล ด้วยขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและโดรนขั้นสูง IRGC จึงไม่ใช่แค่ทหาร แต่เป็นผู้เล่นสำคัญที่จะกำหนดทิศทางความมั่นคงและภูมิรัฐศาสตร์โลกในระยะยาว

    บทบาทในภูมิรัฐศาสตร์ยุคใหม่

    ในบริบทความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และพันธมิตรในภูมิภาค IRGC กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินยุทธศาสตร์ความมั่นคงของอิหร่าน

    บทบาทดังกล่าวครอบคลุมหลายมิติ เช่น

    • การพัฒนาเทคโนโลยีขีปนาวุธ
    • การสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางทหาร
    • การดำเนินสงครามตัวแทนในภูมิภาค
    • การป้องปรามคู่แข่งผ่านยุทธศาสตร์อสมมาตร

    ในสายตาของรัฐบาลอิหร่าน IRGC คือกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างสมดุลอำนาจในภูมิภาค และป้องกันการแทรกแซงจากมหาอำนาจภายนอก

    ที่มา : nationtv 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/862504&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rvDP6CROre9tdTeLJYX1b

  • สงครามตะวันออกกลางส่งผลกระทบเศรษฐกิจโลก น้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์

    สงครามตะวันออกกลางส่งผลกระทบเศรษฐกิจโลก น้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์

    สงครามตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก เมื่อราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งสูงเกือบ 3% แตะระดับ 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศการโจมตีเป้าหมายทางทหารในเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันเกือบทั้งหมดของอิหร่าน

    ทรัมป์เตือนว่าการโจมตีอาจขยายไปถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหากสาธารณรัฐอิสลามแทรกแซงการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกปิดกั้นอย่างจริงจังนับตั้งแต่การดำเนินงานร่วมของสหรัฐฯ-อิสราเอลเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

    ญี่ปุ่นปล่อยน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์

    รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศเมื่อวันจันทร์ว่าได้เริ่มปล่อยน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์แล้ว หลังจากที่องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่าการปล่อยจะเริ่มในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียก่อนภูมิภาคอื่น สมาชิก IEA ตกลงเมื่อวันที่ 11 มีนาคมให้ใช้สต็อกน้ำมันเพื่อบรรเทาการพุ่งสูงของราคาจากสงคราม ซึ่งถือเป็นการตอบสนองที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

    สหภาพยุโรปหารือเรื่องพลังงาน

    รัฐมนตรีพลังงานจาก 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปประชุมในกรุงบรัสเซลส์เมื่อวันจันทร์ เพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมสุดยอดวันพฤหัสบดี ที่ผู้นำจะหารือวิธีช่วยเหลือครอบครัวและธุรกิจรับมือกับราคาพลังงานที่พุ่งสูง บางประเทศได้ประกาศการกำหนดราคาเพดานภายในประเทศหรือลดภาษีเชื้อเฟื่อ ขณะที่อื่นผลักดันให้สหภาพยุโรปผ่อนปรนระบบการค้าการปล่อยคาร์บอน

    ภารกิจกองทัพเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

    รัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรปหารือการขยายภารกิจกองเรือในทะเลแดงเพื่อช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ตามที่ คายา คัลลาส นักการทูตระดับสูงของสหภาพยุโรประบุ น้ำมันดิบหนึ่งในห้าของโลกและก๊าซธรรมชาติจำนวนมากผ่านเส้นทางสำคัญนี้ ทางเลือกหนึ่งคือการเปลี่ยนภารกิจของปฏิบัติการ แอสไพด์ส ที่ป้องกันการจราจรทางเรือจากการโจมตีของกลุ่มฮูตีที่อิหร่านสนับสนุน

    สถานการณ์ยังรุนแรงขึ้นเมื่อโดรนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันบนชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทำให้เกิดไฟไหม้ในเขตอุตสาหกรรมน้ำมันฟูไจราห์ โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่สนามบินดูไบกลับมาให้บริการหลังเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับโดรนทำให้เกิดไฟไหม้ถังเชื้อเพลิง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spacebar.th/business/middle-east-war-global-economic-impact-oil-surge&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3T2MyWKOttdGAtT-p3dsWR

  • กรมอนามัยชูแนวคิด ‘สุขภาวะยั่งยืน’ ลดโลกร้อน ลดความเสี่ยงสุขภาพ – อนามัยมีเดีย

    กรมอนามัยชูแนวคิด ‘สุขภาวะยั่งยืน’ ลดโลกร้อน ลดความเสี่ยงสุขภาพ – อนามัยมีเดีย

    กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ชู แนวคิดการสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืน ผ่านการปาฐกถาหัวข้อ “การสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก (Building Sustainable Wellness Under Climate Change)”  ชวน บุคคลและหน่วยงานดีเด่นที่ได้รับพระราชทานรางวัล Princess Health Award  ร่วมอภิปราย “ความสำเร็จสู่เส้นทางงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม” ในงานวิชาการส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 18 พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร

               วันนี้ (16 มีนาคม 2569) แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อทั้งระบบสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสถานการณ์โลกร้อนที่ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้นและเกิดปรากฏการณ์สภาพอากาศสุดขั้วบ่อยครั้ง องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีประชากรกว่า 38 ล้านคนทั่วโลกมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากโรคที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ ขณะเดียวกันยังมีผู้เสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศและฝุ่น PM2.5 เฉลี่ยกว่า 8 ล้านคนต่อปี รวมถึงมีผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศร้อนจัดประมาณ 2.4 ล้านคนต่อปี

               “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังส่งผลกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์หลายด้าน ทั้งสิทธิในการดำรงชีวิต สิทธิด้านสุขภาพ สิทธิในการเข้าถึงน้ำสะอาดและระบบสุขาภิบาล รวมถึงความมั่นคงทางอาหารและที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีรายได้น้อย ผลกระทบด้านสุขภาพ พบว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคลมแดด ภาวะขาดน้ำ และโรคหัวใจและหลอดเลือด ขณะที่มลพิษทางอากาศส่งผลต่อโรคระบบทางเดินหายใจและโรคปอดเรื้อรัง นอกจากนี้ ภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วมและพายุ ยังส่งผลต่อระบบสาธารณสุขการเข้าถึงบริการสุขภาพ ความปลอดภัยด้านอาหารและน้ำ การสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนในยุค Climate Change จึงจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่หลายมิติ ทั้งการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้ประชาชนสามารถปรับตัวและดูแลสุขภาพตนเองได้ การพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ เช่น เมืองสุขภาพดี อาหารปลอดภัย น้ำสะอาด และสิ่งแวดล้อมปลอดมลพิษ รวมถึงการเสริมความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุข กรมอนามัยจึงนำเสนอและแลกเปลี่ยนความสำเร็จของผู้ได้รับ Princess Health Award ในการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

               รองศาสตราจารย์ ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำเสนอประสบการณ์การทำงานด้านสุขภาพเมือง ผลงานสำคัญ อาทิ การเปิดคลินิกมลพิษทางอากาศ PM2.5 โครงการห้องเรียนปลอดฝุ่นโครงการตรวจสุขภาพเชิงรุก 1 ล้านคน กิจกรรม วิ่งล้อมเมืองใน 50 เขต เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายของประชาชนและผลักดันความก้าวหน้าในสายงาน นักฉุกเฉินการแพทย์ เพื่อยกระดับระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินในเมืองใหญ่

               ศาสตราจารย์ ดร.วงศา เล้าหศิริวงศ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้นำเสนอการขับเคลื่อนงานด้านความรอบรู้สุขภาพ ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค และการพัฒนานวัตกรรม “ชุบันทึกสุขภาพแม่และเด็กสองภาษา (ไทย–พม่า)” โครงการวิจัย “การดำเนินยุทธศาสตร์ที่ชุมชนเป็นผู้นำเพื่อลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดในประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในพื้นที่ภาคตะวันออกของเมียนมา” รวมถึงการผลักดันการเผยแพร่งานด้านการส่งเสริมสุขภาพและความรอบรู้ด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

               ด้าน นายแพทย์อดุลย์ เร็งมา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยี่งอเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดนราธิวาสได้นำเสนอแนวคิดการพัฒนา โรงพยาบาลสีเขียว (Green Hospital) โดยมุ่งสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาและการฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วย ภายใต้แนวคิด “รมณียสถานเพื่อการเยียวยา” ที่เน้นการออกแบบพื้นที่และสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาลให้เป็นธรรมชาติ ส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจของผู้รับบริการ

    ***                           

    กรมอนามัย / 16 มีนาคม 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/160325692/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04mPct_O-6QFI7w_19Aae1