Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • อียิปต์ประกาศเคอร์ฟิว สั่งร้านค้าปิดก่อนเวลาลดใช้ไฟ รับวิกฤตพลังงาน

    อียิปต์ประกาศเคอร์ฟิว สั่งร้านค้าปิดก่อนเวลาลดใช้ไฟ รับวิกฤตพลังงาน

    อียิปต์ประกาศเคอร์ฟิว สั่งร้านค้าปิดก่อนเวลาลดใช้ไฟ รับวิกฤตพลังงาน

    วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.34 น.

    อียิปต์ สั่งร้านค้าธุรกิจต่างๆ ปิดเร็วกว่ากำหนด เพื่อลดการใช้ไฟฟ้า รับมือกับสงครามในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ขาดแคลนพลังงานรุนแรง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างหนัก

    31 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประทศรายงานว่า รัฐบาลอียิปต์ได้ออกมาตรการลดการใช้ไฟฟ้า หลังจากสงครามของสหรัฐฯและอิสราเอลกับอิหร่าน ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันและก๊าซ ทำให้ต้องสั่งให้ร้านค้าปิดเร็วขึ้น และปิดไฟโฆษณาข้างถนน โดยร้านค้าและร้านอาหารต้องปิดภายในเวลา 21.00 น. เร็วขึ้นเกือบ 4 ชั่วโมงจากปกติ ยกเว้นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม เช่นชาร์ม เอล ชีค และฮูร์กาดา เมืองท่องเที่ยวตากอากาศสำคัญริมทะเลแดง

           รัฐบาลระบุว่า ค่าใช้จ่ายในการนำเข้าพลังงานเพิ่มขึ้นจาก 1,200 ล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม เป็นมากกว่า 2,100 ล้านดอลลาร์ในช่วงกลางเดือนมีนาคม ทำให้ต้องออกมาตรการควบคุมการใช้ไฟฟ้าเพื่อหลีกเลี่ยงไฟฟ้าดับ แต่ระบุว่า นโยบายปิดร้านเร็วนี้จะถูกทดลองใช้ก่อน และจะมีการประเมินผลอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม

    นักวิเคราะห์เศรษฐกิจ ระบุว่า ความขัดแย้งล่าสุดในตะวันออกกลางทำให้เกิดภาวะขาดแคลนก๊าซธรรมชาติทั่วโลก รวมถึงในอียิปต์ ประกอบกับราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้อียิปต์นำเข้าก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้าได้ยากขึ้น โดยโรงไฟฟ้าส่วนใหญ่ของประเทศใช้ก๊าซธรรมชาติ

           ขณะที่มาตรการดังกล่าวกำลังเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนอย่างเห็นได้ชัด ประเทศที่เคยมีถนนคึกคักและชีวิตยามค่ำคืนอย่างมีสีสันกำลังมืดลง ป้ายโฆษณาและไฟสาธารณะถูกปิดลง รวมถึงกิจกรรมเชิงพาณิชย์และสันทนาการยามค่ำคืนทุกอย่าง ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในหมู่ประชาชน เนื่องจากโดยปกติ ชาวอียิปต์มักใช้เวลาพักผ่อนในช่วงเย็นจากอากาศเย็นลง ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นส่วนสำคัญของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ธุรกิจต่างๆ จึงกังวลเกี่ยวกับการสูญเสียรายได้จากการปิดร้านเร็ว

    ด้านประธานาธิบดีอียิปต์ อับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซิซี เรียกร้องต่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระหว่างร่วมงานประชุม Egypt Energy Show 2026 ที่กรุงไคโร เมื่อวานนี้ ให้ยุติสงครามกับอิหร่าน โดยกล่าวว่ามีเพียงทรัมป์เท่านั้นที่สามารถทำได้ และเตือนว่าความกังวลที่ราคาน้ำมันอาจพุ่งเกิน 200 ดอลลาร์นั้นไม่ใช่เรื่องเกินจริง ผู้นำอียิปต์บอกด้วยว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อปุ๋ยด้วย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการผลิตอาหารแทบทั้งหมดของโลก อาหารสำหรับมนุษย์ อาหารสำหรับคน 8 พันล้านคนล้วนพึ่งพาสิ่งนี้ หากปุ๋ยที่ใช้ในการผลิตอาหารและอาหารสัตว์ประเภทต่างๆ ได้รับผลกระทบ นั่นหมายถึงการปรับขึ้นราคาที่จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจทั่วโลก

    โดยการซื้อขายน้ำมันดิบเมื่อวานนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์แหล่งทะเลเหนือ เคลื่อนไหวที่ 114 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/inter/955849&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3QnrxduoeRKoo4fDRerWf7

  • อิหร่าน – อารักชีในการสัมภาษณ์กับอัลญะซีเราะห์: ไม่มีการเจรจาระหว่างเราและสหรัฐฯ และเราไม่ยอมรับการหยุดยิง

    อิหร่าน – อารักชีในการสัมภาษณ์กับอัลญะซีเราะห์: ไม่มีการเจรจาระหว่างเราและสหรัฐฯ และเราไม่ยอมรับการหยุดยิง

    อาร็อกชีในการให้สัมภาษณ์กับอัลญะซีเราะฮ์  ไม่มีการเจรจาระหว่างเราและสหรัฐ และเราไม่ยอมรับการหยุดยิง

    • การเจรจาคือช่วงเวลาที่สองประเทศพูดคุยกันเพื่อบรรลุข้อตกลง และสิ่งเช่นนั้นไม่มีอยู่ระหว่างเรากับสหรัฐ
    • พวกเราได้รับข้อความจากฝ่ายสหรัฐ บางส่วนโดยตรง และบางส่วนผ่านเพื่อนของเราในภูมิภาค ในทุกที่ที่จำเป็น เราก็ตอบข้อความเหล่านั้น
    • ดังนั้นจนถึงตอนนี้ยังไม่มีการเจรจาใด ๆ เกิดขึ้น และคำกล่าวอ้างที่ถูกนำเสนอในเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง การแลกเปลี่ยนข้อความซึ่งบางครั้งจากฝ่ายเราที่เป็นคำเตือนหรือฝ่ายตรงข้ามมีประเด็นบางอย่าง นั่นไม่เรียกว่าการเจรจา แต่เป็นกระบวนการที่ยังคงดำเนินอยู่
    • การแลกเปลี่ยนเกิดขึ้นผ่านตัวกลาง คุณวิตคอฟก็เช่นเดียวกับในอดีตที่เคยส่งข้อความมาให้ผม ตอนนี้ก็ส่งข้อความโดยตรงเช่นกัน อย่างที่ผมกล่าวไป นี่ไม่ใช่การเจรจาโดยเด็ดขาด แต่เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนข้อความ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในภาวะสันติหรือสงคราม และตอนนี้กำลังเกิดขึ้นอยู่

    ผู้ดำเนินรายการ:

    • ในรัฐบาลสหรัฐมีการกล่าวว่าภายในอิหร่านก็มีฝ่ายต่าง ๆ อยู่จริงหรือไม่ มีฝ่ายอื่นนอกจากฝ่ายที่เป็นที่รู้จักที่มีการติดต่อกับสหรัฐหรือไม่ มีสัญญาณของความขัดแย้งหรือความแตกแยกในระบบการเมืองของอิหร่านหรือไม่

    อาร็อกชี:

    • ไม่เลย เรื่องแบบนั้นไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง! ข้อความทั้งหมดที่มีการแลกเปลี่ยนเกิดขึ้นผ่านกระทรวงการต่างประเทศอย่างเป็นทางการ หรืออยู่ภายใต้การรับรู้ของกระทรวงการต่างประเทศ หน่วยงานด้านความมั่นคงก็มีการติดต่ออยู่เช่นกัน แต่ทั้งหมดนี้อยู่ในกรอบที่กำหนด ผ่านรัฐบาล และอยู่ภายใต้การกำกับของสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน มีการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ในทุกเรื่องเหล่านี้ และไม่มีประเด็นเรื่องความหลายศูนย์อำนาจหรือแหล่งตัดสินใจที่แตกต่างกัน
    • จนถึงตอนนี้ เรายังไม่ได้ให้คำตอบใด ๆ ต่อข้อเสนอ 15 ข้อของสหรัฐ และยังไม่ได้เสนอเงื่อนไขใด ๆ ให้กับฝ่ายตรงข้าม ข้อ 5 ข้อที่ถูกพูดถึงนั้นเป็นเพียงการคาดเดาของสื่อแห่งหนึ่ง นั่นเป็นงานของสื่อที่นำเสนอและประเมินสถานการณ์ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีคำตอบใดจากฝ่ายเราเกี่ยวกับข้อเสนอของสหรัฐ
    • เราไม่ยอมรับการหยุดยิง เรากำลังมุ่งไปสู่การยุติสงครามอย่างสมบูรณ์ในทั้งภูมิภาค และเรายังต้องการหลักประกันเพื่อไม่ให้ความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นอีก และให้มีการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนอิหร่าน
    • จุดยืนของเราชัดเจนอย่างยิ่ง

    ผู้ดำเนินรายการ:

    • ประเทศอย่างปากีสถาน อียิปต์ และตุรกี สามารถให้หลักประกันกับคุณได้หรือไม่

    อาร็อกชี:

    • โดยธรรมชาติแล้ว ไม่ใช่เพียงหนึ่งหรือสองประเทศเท่านั้น แม้แต่ประสบการณ์ก็แสดงให้เห็นว่าการรับประกันจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติก็ยังไม่เพียงพอ มีแนวคิดบางอย่างในเรื่องนี้ที่เพื่อนของเราเสนอมา ซึ่งเรากำลังพิจารณาอยู่ ว่าหากวันหนึ่งจะยุติสงครามตามเงื่อนไขของอิหร่าน หลักประกันใดจึงจะมีประสิทธิภาพ
    • เราไม่ยอมรับเส้นตาย สำหรับเรา ความมั่นคงและสิทธิของประชาชนอิหร่านสำคัญ ไม่มีใครสามารถกำหนดเส้นตายให้เราได้ เส้นตายที่ถูกสร้างขึ้นไม่มีประโยชน์ นอกจากจะทำให้สถานการณ์ยากขึ้น
    • ประธานาธิบดีสหรัฐโดยหลักแล้วควรเปลี่ยนแนวทางของตน ไม่สามารถพูดกับประชาชนอิหร่านด้วยภาษาของการข่มขู่และเส้นตายได้ ประชาชนอิหร่านเป็นประชาชนที่ยิ่งใหญ่ เป็นอิสระ และมีอารยธรรมและวัฒนธรรมที่มั่งคั่ง ต้องพูดกับพวกเขาด้วยความเคารพ มิฉะนั้นจะได้รับคำตอบในสนามรบ
    • ช่องแคบฮอร์มุซอยู่ในน่านน้ำภายในของอิหร่านและโอมาน ไม่ใช่น่านน้ำสากล ดังนั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่ผลประโยชน์ของอิหร่านและโอมานเกี่ยวกับการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะต้องได้รับการพิจารณา ปัจจุบันช่องแคบนี้เปิดอยู่ แต่สำหรับเรือของประเทศที่อยู่ในภาวะสงครามกับเรา ช่องแคบนี้ปิด
    • เป็นเรื่องธรรมดาที่ในช่วงสงคราม เราไม่สามารถอนุญาตให้ศัตรูใช้เส้นทางในน่านน้ำภายในของเราได้ เรือของประเทศอื่น ๆ ก็ไม่ผ่านช่องแคบนี้เนื่องจากความกลัวต่อความไม่ปลอดภัยในภูมิภาคและค่าเบี้ยประกันที่สูง
    • บางประเทศได้เข้ามาพูดคุยกับเรา และเราก็ได้จัดการให้หลายประเทศ โดยเฉพาะเพื่อนของเรา สามารถผ่านได้อย่างปลอดภัย
    • หลังสงครามจะมีการจัดการอย่างไรนั้น เป็นเรื่องของอิหร่านและโอมาน แน่นอนว่าเราให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของเพื่อนของเราในภูมิภาคและนอกภูมิภาค จากมุมมองของเรา ช่องแคบฮอร์มุซสามารถเป็นเส้นทางสันติสำหรับการผ่านอย่างปลอดภัยและสงบของทุกประเทศ แต่การรับประกันความปลอดภัยของเรือ การสัญจร และประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม จำเป็นต้องมีกลไกร่วมกันระหว่างประเทศชายฝั่ง คืออิหร่านและโอมาน

    ผู้ดำเนินรายการ:

    • เกี่ยวกับการขู่โจมตีหมู่เกาะหรือการโจมตีภาคพื้นดิน คุณมีความคิดเห็นอย่างไร

    อาร็อกชี:

    • ผมเคยกล่าวไปแล้วว่าเรากำลังรออยู่ ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะกล้าทำเช่นนั้น พวกเขาจะสูญเสียอย่างมาก เราได้ป้องกันตัวเองอย่างเข้มแข็ง และสร้างความสูญเสียและความเสียหายอย่างมากต่ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกของพวกเขา คุณก็เห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับเครื่องบินอวักซ์หรือเครื่องบินเติมเชื้อเพลิง เรารู้ดีว่าจะป้องกันตัวเองอย่างไร และในสงครามภาคพื้นดิน เรามีความเชี่ยวชาญและมีความพร้อมมากกว่า เราพร้อมอย่างเต็มที่ในการเผชิญกับภัยคุกคามทางภาคพื้นดิน และมีประสบการณ์เพียงพอ
    • จากมุมมองของเรา การสิ้นสุดของสงครามในอิหร่านต้องครอบคลุมทั้งภูมิภาค กล่าวคือ เมื่อเราพูดถึงการยุติสงคราม เราหมายถึงการยุติสงครามในอิหร่าน เลบานอน อิรัก และเยเมน เรากำลังมุ่งไปสู่สันติภาพในทั้งภูมิภาค ขณะนี้ยังไม่มีแผนสำหรับการเจรจา
    • สำหรับการป้องกันตัวเอง เราไม่กำหนดเส้นตายใด ๆ และจะปกป้องประเทศและประชาชนของเราไปจนถึงทุกที่ที่จำเป็น และในทุกวิธี สำหรับเราไม่สำคัญว่าศัตรูของเราจะกำหนดเส้นตายอะไรให้ตัวเอง แต่คำแนะนำของเราคือ ก่อนที่จะเห็นความเสียหายมากกว่านี้ ควรยุติสงครามนี้อย่างสมบูรณ์และถาวร

    ผู้ดำเนินรายการ:

    • อิหร่านพร้อมสำหรับสงคราม 6 เดือนหรือไม่

    อาร็อกชี:

    • อย่างน้อย 6 เดือน!

    ผู้ดำเนินรายการ:

    • สหรัฐอเมริกาอ้างว่าได้โจมตีระบบขีปนาวุธในภูมิภาคแล้ว ความเห็นของคุณคืออะไร

    อาร็อกชี:

    • แล้วขีปนาวุธและโดรนเหล่านี้ที่ถูกยิงไปยังพวกเขา มาจากที่ไหน? ในช่วงสองวันที่ผ่านมา เครื่องบินออวักซ์ถูกทำลายโดยโดรนราคาถูกของอิหร่าน สิ่งเหล่านี้มาจากไหน? ผมคิดว่าไม่ควรให้ความสนใจกับแคมเปญโฆษณาชวนเชื่อของสหรัฐ โลกเองก็มีความตื่นตัวและมองเห็นอยู่ การโจมตีของเรายังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง พวกเขาไม่สามารถหยุดการโจมตีของเราได้ และไม่สามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ พวกเขายังได้ขอความช่วยเหลือจากประเทศอื่น ๆ แต่ก็ยังไม่สามารถเปิดได้ ตอนนี้พวกเขายังถึงขั้นอ้อนวอนเพื่อการเจรจา ดังนั้นผมคิดว่าเราไม่ควรให้ความสนใจกับโฆษณาชวนเชื่อของศัตรู ความจริงในสนามก็คือ เราได้รักษาศักยภาพในการป้องกันของเราไว้ และการโจมตีของเรายังคงดำเนินต่อไปอย่างแข็งแกร่ง
  • คุรุสภาเปิดคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาเข้าชิง 8 รางวัล ประจำปี 2569

    คุรุสภาเปิดคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาเข้าชิง 8 รางวัล ประจำปี 2569

    วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.06 น.

    “อมลวรรณ” ย้ำ มุ่งสร้างขวัญและกำลังใจ พร้อมส่งเสริม สนับสนุน และยกย่องผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาให้เกิดการพัฒนาตนเอง ต่อยอดขยายผลพัฒนาการศึกษาไทย

    ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า คุรุสภามีหน้าที่ในการส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ สนับสนุน ยกย่องและผดุงเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่มีผลงานดีเด่นให้เป็นที่ประจักษณ์ต่อสังคม จึงได้ดำเนินการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบวิชาชีพและสถานศึกษาทุกสังกัดเสนอผลงานเข้ารับการคัดเลือกรางวัลของคุรุสภา ประจำปี 2569 จำนวน 8 รางวัล ได้แก่ 1.รางวัลคุรุสภา เป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้ปฏิบัติงานที่มีผลงานดีเด่น เพื่อส่งเสริมและยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาให้เกิดการพัฒนาตนเอง และมีคุณภาพในการจัดการเรียนรู้ 2.รางวัลครูภาษาฝรั่งเศสดีเด่น เพื่อเทิดพระเกียรติและสืบสานพระปณิธานด้านการศึกษาภาษาฝรั่งเศสของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในการพัฒนาศักยภาพ และยกย่องครูภาษาฝรั่งเศสที่มีผลงานดีเด่น 3.รางวัลครูภาษาไทยดีเด่น ที่จะคัดเลือกครูภาษาไทยในสถาบันการศึกษาระดับต่าง ๆ ทั้งของรัฐและเอกชนที่มีผลงานดีเด่น4.รางวัลครูผู้สอนดีเด่น จะคัดเลือกครูในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มีนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียน 5. รางวัลคุรุสดุดี จะคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เพื่อรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “คุรุสดุดี” เป็นการยกย่องครูผู้มีจิตวิญญาณความเป็นครูที่มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของวิชาชีพ 6. รางวัล Next Generation Teacher Award 2026 หรือ “รางวัลครูแห่งอนาคต” เพื่อยกย่องครูผู้สอนระดับขั้นพื้นฐาน/ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ที่มีความคิดสร้างสรรค์นำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาการสอน 7. รางวัลผลงานวิจัยของคุรุสภา ประจำปี 2569เพื่อยกย่องงานวิจัยที่พัฒนาการจัดการเรียนการสอน และ 8.รางวัลหนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม ประจำปี 2569 เป็นรางวัลที่ส่งเสริมนวัตกรรมของสถานศึกษา

    ผศ.ดร.อมลวรรณ  กล่าวต่อไปว่า การมอบรางวัลดังกล่าว เป็นการส่งเสริมและยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่มีมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพดีเด่น ให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา สร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานให้เกิดการพัฒนาตนเองและมีคุณภาพในการจัดการเรียนรู้ สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบมาตรฐานวิชาชีพด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียน รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับรางวัลเป็นต้นแบบให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และถ่ายทอดประสบการณ์ทางวิชาชีพ โดยถือเป็นงานที่สำคัญอย่างยิ่งของคุรุสภาในการเสริมสร้างขวัญกำลังใจ ความภาคภูมิใจ คุณค่า และความศรัทธาแก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทุกประเภท ได้แก่ ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา ศึกษานิเทศก์ รวมถึงสถานศึกษาทุกแห่ง ซึ่งคุรุสภามีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและยกย่องผู้ที่ตั้งใจปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ จนสามารถเป็นแบบอย่างและเป็นที่เคารพยกย่องอย่างสูงของศิษย์และบุคคลทั่วไปสมกับเป็นปูชนียบุคคล และมุ่งหวังให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาเกิดการพัฒนาตนแอง ซึ่งจะส่งผลในการต่อยอดขยายผลเพื่อพัฒนาการศึกษาไทยให้ก้าวหน้าต่อไป

    “คุรุสภาขอเชิญชวนผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทุกท่านและสถานศึกษาทุกสังกัด ร่วมส่งผลงานเข้ารับการคัดเลือกรางวัลของคุรุสภา ประจำปี 2569 ทั้ง 8 รางวัล ซึ่งมีกำหนดเปิดให้เสนอผลงานได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 สำหรับรายละเอียด คุณสมบัติ และวิธีการเสนอผลงานในแต่ละรางวัลนั้นจะมีความแตกต่างกันไป จึงขอให้ผู้ประสงค์ส่งผลงานหรือผู้ที่สนใจทุกท่านเข้าศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการต่าง ๆ ให้ชัดเจนก่อนเสนอผลงาน โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์คุรุสภา www.ksp.or.th หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักพัฒนาและส่งเสริมวิชาชีพ กลุ่มยกย่องและผดุงเกียรติวิชาชีพ โทร. 0- 2281- 4843 และ งานคุรุสภาในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทุกแห่ง” ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าว.

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/956029&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CmVAh7yWh0MMUBEqJ6R2a

  • ยื่นวุฒิเกณฑ์ทหาร 2569 ต้องยื่นตอนไหน ได้สิทธิลดเว้นจากกองทัพบก อะไรบ้าง

    ยื่นวุฒิเกณฑ์ทหาร 2569 ต้องยื่นตอนไหน ได้สิทธิลดเว้นจากกองทัพบก อะไรบ้าง

    ยื่นวุฒิเกณฑ์ทหาร 2569 ต้องยื่นตอนไหน ได้สิทธิลดเว้นจากกองทัพบก อะไรบ้าง

    ยื่นวุฒิเกณฑ์ทหาร 2569 ต้องยื่นตอนไหน  วันนี้ 1 เมษายน เป็นวันแรก กองทัพบก  โดยสำนักงานสัสดีกรุงเทพมหานคร /จังหวัด หน่วยสัสดีเขต/อำเภอ  กองการสัสดี หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ได้กำหนดตารางเกณฑ์ทหาร 2569 เพื่อจับสลากใบดำ และ ใบแดง รายละเอียดดังนี้

    • ตั้งแต่วันที่ 1 – 12 เม.ย. 69 (ยกเว้นวันที่ 6 เม.ย. 69 (ตรงกับวันจักรี)

    ยื่นวุฒิการศึกษา เกณฑ์ทหาร 2569 ต้องทำตอนไหน?

    การยื่นวุฒิการศึกษาเพื่อลดหย่อนวันรับราชการทหารต้องทำ “ก่อนการตรวจเลือก (จับใบดำ-ใบแดง)” หรือ แจ้งความจำนงทันทีที่ถึงขั้นตอนการเรียกตรวจสอบเอกสารในวันเกณฑ์ (1-12 เม.ย.) เพื่อใช้สิทธิ์ลดเวลา 1-2 ปี หากไม่แจ้งก่อนจับใบแดง อาจเสียสิทธิ์ลดหย่อน

    รายละเอียดการยื่นวุฒิเกณฑ์ทหาร

    • วันที่ 1-12 เมษายน ของปีที่เกณฑ์ หรือตามที่สัสดีนัดหมายตอนเรียกรายงานตัวหน้ากอง

    ขั้นตอน

    • นำหลักฐาน (รด., ปวช., ปวส., ปริญญาตรี) แจ้งเจ้าหน้าที่สัสดีว่าต้องการยื่นวุฒิเพื่อลดหย่อน หากสมัครใจเป็นทหารจะลดเวลาได้มากกว่า

    การลดหย่อน

    • ปวส./ปริญญาตรีขึ้นไป:เป็นทหาร 6 เดือน (สมัคร)  1 ปี (จับได้ใบแดง)
    • ปวช./ม.6: เป็นทหาร 1 ปี (สมัคร), 2 ปี (จับได้ใบแดง)

    เอกสารที่ต้องเตรียม

    •  สำเนาวุฒิการศึกษา (ปพ.1/รบ.1)
    • ทรานสคริปต์ (Transcript)
    • หรือใบปริญญาบัตร
    • พร้อมฉบับจริง

    ข้อแนะนำ:

    • ควรเตรียมเอกสารให้พร้อมและแจ้งความจำนงให้ชัดเจนกับกรรมการทันทีที่รายงานตัว

    ยื่นวุฒิเกณฑ์ทหาร 2569 ต้องยื่นตอนไหน

    คุณสมบัติชายไทย ต้องเกณฑ์ทหาร 2569

    • การรับหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร (แบบ สด.35)
    • การรับหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร (แบบ สด.35) มีกำหนดการและข้อปฏิบัติแบ่งตามกลุ่มบุคคล ดังนี้

    ชายไทย เกิดปี พ.ศ. 2548

    • ซึ่งอยู่ในกำหนดต้องเข้ารับการตรวจเลือกฯ ประจำปี 2569 และได้ลงบัญชีทหารกองเกิน (มีแบบ สด.9) ไว้แล้ว
    • ให้ไปรับหมายเรียกฯ ณ สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอที่เป็นภูมิลำเนาทหาร ภายในเดือนธันวาคม 2568
    • หากไม่สามารถไปรับด้วยตนเองได้ จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ที่บรรลุนิติภาวะและพอจะเชื่อถือได้ไปรับแทน

    ชายสัญชาติไทย เกิดปี พ.ศ. 2540 ถึง พ.ศ. 2547: (อายุ 22 ถึง 29 ปีบริบูรณ์ ในปี 2569) ที่ยังไม่เคยเข้ารับการตรวจเลือกฯ หรือผู้ที่พ้นจากฐานะยกเว้นหรือผ่อนผัน

    จะต้องไปรับหมายเรียกฯ ณ สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอที่เป็นภูมิลำเนาทหาร ภายในเดือนมีนาคม 2569

    สำหรับกลุ่มนี้ ไม่สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปรับแทนได้ จะต้องไปดำเนินการด้วยตนเองเท่านั้น

    ความหมายการจับสลากใบดำ ใบแดง

    • ผู้ที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “คนได้ขนาด” และไม่มีสิทธิได้รับการยกเว้น จะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการจับสลาก
    • จับได้ใบแดง: ต้องเข้ารับราชการทหารกองประจำการ
    • จับได้ใบดำ: ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเข้ารับราชการทหาร.

    ที่มา:

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/655438&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1NSSWci9l51WvMle0nlFL9

  • เอกชนจี้ ครม.ใหม่เร่งเครื่องรับมือพลังงานแพง-เงินเฟ้อพุ่งฟื้นเศรษฐกิจด่วน

    เอกชนจี้ ครม.ใหม่เร่งเครื่องรับมือพลังงานแพง-เงินเฟ้อพุ่งฟื้นเศรษฐกิจด่วน

    เอกชนจี้ ครม.ใหม่เร่งเครื่องรับมือพลังงานแพง-เงินเฟ้อพุ่งฟื้นเศรษฐกิจด่วน

    เอกชนจี้ ครม.ใหม่เร่งเครื่องรับมือพลังงานแพง-เงินเฟ้อพุ่งฟื้นเศรษฐกิจด่วน

    นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงประเด็นเรื่องของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ หรือครม.อนุทิน 2 ว่า ไม่มีอะไรน่าแปลกใจ เพราะเป็นไปตามโผที่เคยมีการรายงานไปก่อนหน้านี้

    ทั้งนี้ ความสำคัญของการมี ครม. อย่างเป็นทางการก็คือจะช่วยให้การทำงานมีความคล่องตัว สะดวก และมีอำนาจเต็มมากขึ้นในการตัดสินใจ โดยลำดับแรกต้องรีบเร่งทำงาน เพื่อฟื้นฟูสถานการณ์และแก้ไขปัญหาหลายด้านที่ค้างคาอยู่โดยเฉพาะเรื่องพลังงาน

    “เมื่อมี ครม. ก็ต้องรีบเร่งทำงาน เพราะปัญหา หรือสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ควรที่จะต้องรีบฟื้นฟู และแก้ไขปัญหาหลายอย่างทั้งเรื่องพลังงาน และวิกฤตหลายเรื่องที่กำลังประสบอยู่”

    อย่างไรก็ดี ต้องเรียนผลกระทบของไทยเวลานี้ มีทั้งปัญหาเดิมซึ่งเกี่ยวกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ยังค้างคา คือเรื่องหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือน และหนี้นอกระบบ และตามมาด้วยปัญหาใหม่คือเรื่องสงครามตะวันออกกลาง ผลกระทบทางด้านพลังงาน การขาดแคลนวัตถุดิบ ซึ่งจะส่งผลทำให้สินค้าขึ้นราคา

    เอกชนจี้ ครม.ใหม่เร่งเครื่องรับมือพลังงานแพง-เงินเฟ้อพุ่งฟื้นเศรษฐกิจด่วน

    อีกทั้งยังส่งผลไปยังภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นทำให้ราคาสินค้าทยอยปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ประชาชนมีรายได้เท่าเดิม และต้องดูว่าในระยะยาวรัฐบาลจะมีมาตรการ หรือแพคเกจอะไรออกมาช่วยประชาชนให้ตรงเป้า ตรงกลุ่ม

    นายเกรียงไกร กล่าวอีกว่า ปัญหาเรื่องของราคาน้ำมันเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ล่าสุดราคาน้ำมันดีเซลในประเทศก็ปรับขึ้นอีก 1.80 บาทเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 69  โดยทุกบาทที่ปรับขึ้นล้วนมีความหมาย เพราะจะส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มมากขึ้น และส่งผลไปยังเงินเฟ้อ

    “ปัญหาเรื่องพลังงานคือเวลานี้ จะลดผลกระทบจากราคาที่ยังผันผวนสูงอย่างไร ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนทุกอย่าง และค่าไฟงวดหน้าที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยลบทั้งหมด เพราะฉะนั้น จึงต้องรีบเร่งในการเข้าไปแก้ปัญหา แม้ว่าจะมีการระบุว่าจะมีโครงการคนละครึ่งพลัส หรือโครงการอื่นตามาก็ต้องรอดูว่าจะเป็นแบบไหน”

    นายเกรียงไกร กล่าวเน้นย้ำว่า เมื่อมี ครม. แล้วก็ต้องรีบเร่งทำงาน เพราะปัญหาที่อยู่ข้างหน้ามีหลายเรื่อง ซึ่งต้องการให้แก้ไขโดยด่วน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/655478&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ySFSF_0tJpgNx87Aew2oy

  • อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ทุ่มงบ 280 ล้านบาท ยึดทำเลทองถนนเลี่ยงเมืองอุบลฯ รับคลื่นเศรษฐกิจแห่งอีสานตอนล่าง

    อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ทุ่มงบ 280 ล้านบาท ยึดทำเลทองถนนเลี่ยงเมืองอุบลฯ รับคลื่นเศรษฐกิจแห่งอีสานตอนล่าง

    บมจ.อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (ILM) ผู้นำค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านอันดับ 1 ของไทย ประกาศยุทธศาสตร์รุกหนักภาคอีสาน ทุ่มงบ 280 ล้านบาท ย้ายโลเคชัน “อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ สาขาอุบลราชธานี” สู่บ้านใหม่บนถนนเลี่ยงเมือง ภายใต้คอนเซปต์ ‘โฉมใหม่ ใหญ่กว่าเดิม ครบที่สุดในอุบลฯ’ บนพื้นที่กว่า 12,000 ตร.ม. ชูดีไซน์อัตลักษณ์ท้องถิ่น “ลูกยางนา” และ “สามพันโบก” พร้อมรับอสังหาฯโต และกำลังซื้อจากประตูสู่อินโดจีน

    กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM เปิดเผยว่า กว่า 20 ปีที่ “อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ สาขาอุบลราชธานี”  เป็นส่วนหนึ่งภายในบ้านนับหลังไม่ถ้วนของชาวอุบลฯ และยังเป็นสาขาที่มีรากฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทมาตลอด ด้วยศักยภาพของ จ.อุบลราชธานี ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งยังมีการขยายตัวประชากรและภาคอสังหาริมทรัพย์ต่อเนื่อง อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เดินเกม Strategic Move ทุ่มงบ 280 ล้านบาท ย้ายร้านสู่โลเคชันใหม่บนถนนเลี่ยงเมือง เนื่องจากสาขาอุบลฯ เปิดให้บริการมานาน มีขนาดเล็ก ทำให้มีข้อจำกัดในการนำสินค้าใหม่เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการจำหน่ายสินค้า พร้อมรองรับการขยายตัวของเมืองอุบลฯ สู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจของอีสานตอนล่าง บนพื้นที่กว่า 12,000 ตร.ม. เพื่อเป็นแลนด์มาร์กสินค้า ไลฟ์สไตล์เรื่องบ้าน รวมถึงตอกย้ำความเป็น No.1 Furniture & Home Destination ของอีสานตอนล่าง

    อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ มองศักยภาพของ จ.อุบลราชธานี กำลังก้าวเข้าสู่ ‘The Next Big Wave’ คลื่นเศรษฐกิจระลอกใหม่ที่เติบโตภาคอีสานตอนล่าง ที่ขับเคลื่อนด้วยประชากรกว่า 1.86 ล้านคน (อันดับ 3 ของประเทศ) ผนวกกับมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ที่สูงถึง 1.3 – 1.4 แสนล้านบาท สูงที่สุดในกลุ่มอีสานตอนล่าง 2 (อุบลฯ, ศรีสะเกษ, ยโสธร, อำนาจเจริญ) ความโดดเด่นที่น่าจับตาคือสัดส่วนจาก ภาคการค้าปลีก-ค้าส่งที่สูงถึง 22% ซึ่งเปรียบเสมือนแรงส่งมหาศาลที่ผลักดันให้เมืองอุบลฯ กลายเป็น Retail Hub ที่แท้จริงของภูมิภาค สอดรับกับทิศทางการขยายตัวของสังคมเมือง (Urbanization) ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 1.2% ต่อปี โดยเฉพาะการขยายตัวออกจากใจกลางเมืองมุ่งสู่ ‘โซนถนนวงแหวน’ และ ‘โซนเลี่ยงเมือง’ ใหม่ โดยเฉพาะบริเวณห้วยวังนอง และการพัฒนาถนนวงแหวนรอบเมือง เกิดเป็นพื้นที่ New CBD แห่งใหม่ที่เชื่อมโยงย่านที่อยู่อาศัยระดับคุณภาพเข้าด้วยกัน พร้อมยกระดับพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตแห่งอนาคต รวมถึงอุบลราชธานียังเป็น ‘ประตูเศรษฐกิจสู่ภูมิภาคอินโดจีน’ ผ่านจุดยุทธศาสตร์ด่านชายแดนช่องเม็ก เชื่อมต่อโดยตรงกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เมืองอุบลฯ ไม่ใช่เพียงจุดพักและกระจายสินค้าที่สำคัญเท่านั้น แต่ยังเป็นแม่เหล็กดึงดูดกำลังซื้อและช่วยสร้างโอกาสทางการค้าที่ไร้พรมแดน ทั้งยังมีความโดดเด่นด้านการท่องเที่ยวที่สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวได้ตลอดปี เช่น Unseen ของ ‘สามพันโบก’ ในฤดูแล้ง, ‘เทศกาลแห่เทียนพรรษา’ ในฤดูฝน, เปิดรับ ‘แสงแรกแห่งสยาม’ ที่ผาแต้มในฤดูหนาว

    เมื่อเจาะลึกศักยภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์และไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยที่บรรจบกันอย่างลงตัว โดยทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจ.อุบลราชธานีปี 2568-2569 มีสัญญาณการเติบโตที่น่าจับตา โดยเฉพาะกลุ่มโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม ในระดับราคา 2-5 ล้านบาท ที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 80% และโครงการที่อยู่อาศัยระดับบนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บวกกับความแข็งแกร่งด้านการท่องเที่ยวที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ทั้งปี จะส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมและที่พักท้องถิ่นเติบโต ขณะที่อินไซต์สำคัญที่ฐานประชากรในกลุ่มวัยทำงาน (อายุ 15-59 ปี) เป็นหลัก ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและพร้อมเปิดรับเทรนด์การอยู่อาศัยใหม่ๆ ที่เน้นดีไซน์และความคุ้มค่า ปัจจัยดังกล่าวถือเป็นโอกาสในการรองรับความต้องการของสินค้าเรื่องบ้าน และหนุนให้ ILM สาขาอุบลราชธานีเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

    การปักหมุดพิกัดใหม่ของ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ สาขาอุบลราชธานี เป็นก้าวสำคัญสู่ “New Era of Home Inspiration” นิยามใหม่แห่งแรงบันดาลใจเรื่องบ้าน พร้อมรองรับทุกความต้องการ โดยมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งผ่าน 4 ไฮไลต์สำคัญ ดังนี้

    NEW LOCATION แห่งใหม่ ใหญ่กว่าเดิม ขยายพื้นที่มากกว่าเดิม 1 เท่า เพื่อส่งต่อประสบการณ์การช้อปสินค้าเรื่องบ้านด้วยอาคาร Standalone บนพื้นที่ 12,672 ตร.ม. ในคอนเซปต์ดีไซน์เรียบง่าย โปร่งสบาย เชื่อมโยงการช้อปได้ต่อเนื่องทุกโซน การดิสเพลย์สินค้าเพื่อสร้างอินสไปร์ในการช้อปสินค้าครบดีไซน์-โซลูชัน โดยเลือกทำเลถนนเลี่ยงเมืองที่การเดินทางสะดวกสบาย และเป็นย่านที่มีการขยายตัวของสังคมเมืองไปสู่โซนเลี่ยงเมืองมากขึ้น และยังเป็นทำเลของโครงการอสังหาฯใหม่ๆ ด้วย

    NEW LOOK & NEW PRODUCTS DESIGN โฉมใหม่สไตล์โมเดิร์นผสานอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยนำลูกยางนา (ต้นไม้ประจำจังหวัด ที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนการิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร) มาเป็นแรงบันดาลใจการดีไซน์สัญลักษณ์ ‘ลูกยางนา’ ในสไตล์โมเดิร์นเพื่อใช้ Décor โครงสร้างภายนอกและภายในสโตร์ สร้างจุดเด่นและเอกลักษณ์ และการใช้โทนสีธรรมชาติ เช่น สีส้มอิฐ หิน สีน้ำตาล อินสไปร์จาก ‘สามพันโบก’ ร่วมสะท้อนอัตลักษณ์และเสน่ห์ที่งดงามของเมืองอุบลฯ เชื่อมโยงสู่ประสบการณ์ช้อปสินค้าอย่างลงตัว อาทิ Index Furniture เฟอร์นิเจอร์คุณภาพดีไซน์ระดับพรีเมี่ยม, Younique (บิลต์อินเฟอร์นิเจอร์), Winner Furniture ที่นอนแบรนด์ดัง, Furinbox (สินค้าราคาย่อมเยา) โซน PET ACCESSORY อุปกรณ์ของใช้เพื่อสัตว์เลี้ยง และ Eco Product สินค้าที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน

    NEW SERVICES บริการเหนือระดับกว่า กับ โซน DESIGN STUDIO บริการออกแบบห้องเสมือนจริงจากดีไซน์เนอร์มืออาชีพกับเทคโนโลยีล้ำ ตอบโจทย์ทุกพื้นที่ในบ้านทั้งเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวหรือเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน จุดดูแลลูกค้าคนพิเศษโซน VIP Lounge และ Index Home Service กลุ่มงานบริการ ต่อเติม, ติดตั้งโซล่าฯ, ขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่จากทีมงานผู้เชี่ยวชาญ

    NEW Offers สิทธิพิเศษเหนือกว่า อาทิ ช้อป 1,000 บาท คืน 1,000 บาท และห้ามพลาดช้อปสินค้านาทีทอง 16.00-18.00 น. (5 วันเท่านั้น) ตั้งแต่ 27-31 มี.ค. นี้ , ช้อปครบ รับฟรีของสมนาคุณ รวมมูลค่าสูงสุด 5,990บาท สิทธิพิเศษ Exclusive เฉพาะบัตรเครดิตกสิกรไทย ชำระเต็มจำนวนหรือแบ่งจ่าย 0% นาน 10 เดือน + แลกคะแนนเป็นเงินคืนสูงสุด 18% (ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี) พิเศษ!สมาชิกใหม่ JOY Member รับทันทีคุ้ม 3 ต่อ ต่อที่ 1 รับส่วนลด 200บาท (เมื่อช้อปสินค้าครบ 1,200 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ) ต่อที่ 2 รับเพิ่ม 600 พอยท์* ต่อที่ 3 รับฟรี! กระเป๋าช้อปปิ้ง สำหรับสมาชิกรับพอยท์ x3 ช้อปสินค้า ครบ 3,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ แลกพอยท์ช้อปคุ้ม 800 พอยท์ แลกรับส่วนลด 100 บาท (ปกติ 1,000 พอยท์) ตั้งแต่ 27 มี.ค. 69 – 31 พ.ค. 69 *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

    การย้ายโลเคชันใหม่ของสาขาอุบลราชธานี ไม่เพียงยกระดับประสบการณ์ใหม่ที่ใหญ่และครบกว่าเดิม แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของการใช้ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ครบครัน และทันสมัยที่เข้ามาเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์และเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการแต่งบ้านให้กับพี่น้องชาวอุบลฯ พร้อมสร้างการเติบโตร่วมกับจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างเม็ดเงินให้หมุนเวียนในจังหวัดและร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมกับการสร้างโอกาสการจ้างงานให้คนในพื้นที่ ทั้งเป็นการเชื่อมโยงศักยภาพและกลยุทธ์ของจังหวัดอุบลราชธานี สู่การขยายการเติบโตของภาคอีสานตอนล่าง ทั้งนี้บริษัทฯ ได้จัด Roadshow เพื่อกระตุ้นการรับรู้กับลูกค้าเก่าควบคู่ขยายฐานลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง (ปัจจุบัน ILM มีฐานสมาชิก JOY Member ในอุบลฯ ราว 24,000 ราย และพื้นที่ใกล้เคียงอีกกว่า 5,000 ราย) คาดจะสามารถเพิ่ม New Member ได้ 300 รายต่อเดือน อีกทั้งการจัดโปรฯ พิเศษฉลองเปิดร้านจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าใช้บริการ (Traffic) เฉลี่ยราว 15,000 คนต่อเดือน และผลักดันรายได้เป็นไปตามเป้าหมาย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://prop2morrow.com/865735/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xc91XRFF2Gv2c5DkPU9tZ

  • ชื่นชม “การท่องเที่ยวไทย” เดินหน้า “ฝ่าวิกฤติน้ำมัน”

    ชื่นชม “การท่องเที่ยวไทย” เดินหน้า “ฝ่าวิกฤติน้ำมัน”

    ชื่นชม “การท่องเที่ยวไทย” เดินหน้า “ฝ่าวิกฤติน้ำมัน”

    ชื่นชม “การท่องเที่ยวไทย” เดินหน้า “ฝ่าวิกฤติน้ำมัน”

    1 เม.ย. 2569 04:35 น.

    -ก+

    LightDark

    ข่าวหนังสือพิมพ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/newspaper/2923700&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2JkC1kLl0WrKf2_6Wz0Tig

  • ‘อนุทิน’ จ่อแถลงนโยบายดัน ‘10 พลัส’ กระตุ้นเร่งด่วน – สร้างโอกาส – รับมือวิกฤติ

    ‘อนุทิน’ จ่อแถลงนโยบายดัน ‘10 พลัส’ กระตุ้นเร่งด่วน – สร้างโอกาส – รับมือวิกฤติ

    ความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล “อนุทิน2” เข้ามาบริหารประเทศท่ามกลางวิกฤติพลังงานจากสงครามตะวันออกกลาง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันการตรวจสอบคุณสมบัติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เรียบร้อยก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ รวมถึงยืนยันพร้อมด้านนโยบายรัฐบาล

    รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า รัฐบาลกำหนดแถลงนโยบายต่อรัฐสภาวันที่ 7-9 เม.ย.2569 โดยมีคำแถลงนโยบาย 20-30 หน้า มีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจในชื่อ “Thailand 10 Plus” ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) หาเสียงผสมกับนโยบายพรรคร่วมรัฐบาล เช่น พรรคเพื่อไทย (พท.)

    ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าหมายสูงสุดให้ GDP ขยายตัวเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 3% ต่อปี โดยแบ่งทิศทางการบริหารประเทศออกเป็นยุทธศาสตร์นโยบาย 4 ด้าน และแผนการรับมือวิกฤตการณ์อีก 4 มิติ ดังนี้

    1.) นโยบายการเติบโตอย่างทั่วถึง (Inclusive Growth) รัฐบาลมุ่งเน้นดูแลประชาชนทุกระดับเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ผ่านนโยบาย “คนตัวเล็ก Plus” ที่เข้ามาช่วยลดภาระค่าครองชีพเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการตรึงค่าไฟฟ้าให้ต่ำกว่า 3 บาทต่อหน่วยสำหรับ 200 ยูนิตแรก พร้อมเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่เพื่อคัดกรองผู้มีรายได้น้อยตัวจริง

    ขณะเดียวกันเตรียมนโยบาย “SME Plus” สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และสร้างกลไกค้ำประกันรูปแบบใหม่เพื่อเติมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการรายย่อย 

    นอกจากนี้ เตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ด้วยนโยบาย “เศรษฐกิจสูงวัย Plus” โดยให้สิทธิลดหย่อนภาษีแก่นายจ้างที่รับผู้สูงอายุเข้าทำงาน และเร่งสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

    เร่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

    2.) นโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitive Growth) โดยเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่การปฏิรูปโครงสร้างประเทศระยะยาว เริ่มจากการยกระดับทุนมนุษย์ด้วยนโยบาย “การศึกษาเท่าเทียม Plus (Skill Bridge)” ที่สร้างแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ฟรีร่วมกับภาคเอกชน ภายใต้แนวคิดเรียนฟรีมีงานทำ เพื่อเพิ่มทักษะ (Upskill/Reskill) ให้ตรงกับตลาดงานยุคใหม่ 

    ควบคู่ไปกับนโยบาย “เศรษฐกิจสีเขียว Plus” ที่เร่งเป้าหมาย Net Zero ให้สำเร็จภายในปี 2050 ส่งเสริมโซลาร์เซลล์ชุมชน และสร้างมาตรฐานสินค้าเขียวเพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออก 

    ด้านการลงทุน ผลักดันนโยบาย “การลงทุน Plus” ผ่านการตั้งกองทุน Thailand Future Fund เพื่อระดมทุนโดยไม่กระทบหนี้สาธารณะ และเร่งปลดล็อกโครงการลงทุนค้างท่อ (Thailand Fast Pass) มูลค่ากว่า 8.4 แสนล้านบาทให้เกิดขึ้นจริง 

    พร้อมใช้ระบบรื้อกฎหมายที่ซ้ำซ้อน (Regulatory Guillotine) เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุน นอกจากนี้ ยังมีนโยบาย “Trade Plus” ที่เน้นการเจรจาการค้าเชิงรุก และใช้ระบบการค้าต่างตอบแทน (Barter Trade) เช่น การนำสินค้าเกษตรไปแลกกับการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ตามบริบทของตลาดโลก

    ‘อนุทิน’ จ่อแถลงนโยบายดัน ‘10 พลัส' กระตุ้นเร่งด่วน - สร้างโอกาส - รับมือวิกฤติ

    เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ-แก้หนี้

    3.) นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ และจัดการหนี้ (Quick Big Win) รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาปากท้อง และอัดฉีดเม็ดเงินอย่างเร่งด่วน โดยนำโครงการ “คนละครึ่ง พลัส เฟส 2” มาต่อยอดเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ โดยเจาะจงกลุ่มที่ตกหล่น และร้านค้าขนาดเล็กในเฟสแรก พร้อมเพิ่มทักษะการค้าออนไลน์ให้ผู้ประกอบการ 

    ส่วนการแก้ไขปัญหาหนี้สินจะเดินหน้านโยบาย “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้พลัส” เพื่อช่วยลูกหนี้รายย่อยที่มีหนี้เสีย (NPL) ไม่เกิน 100,000 บาท ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ และพักดอกเบี้ยระยะสั้น เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนกลับมามีประวัติการเงินดี และเข้าถึงแหล่งทุนได้อีก

    นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง ยังเตรียมนโยบายส่งเสริมการออมระยะยาว (TiSA) ซึ่งเป็นการพัฒนาบัญชีออมเงินส่วนบุคคลที่ไม่เก็บภาษีเงินปันผล เพื่อเป็นหลักประกันให้ประชาชนไว้ใช้ในยามเกษียณ

    ดันอุตสาหกรรมสร้างรายได้ 

    4.) นโยบายอุตสาหกรรมเพื่อการสร้างรายได้ รัฐบาลได้วางยุทธศาสตร์ดึงดูดการลงทุน 6 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ในการสร้างรายได้เข้าประเทศ ประกอบด้วย 

    กลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น อาหารแห่งอนาคต และเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) ที่ใช้เทคโนโลยียกระดับสินค้าสู่เกรดพรีเมียม กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อย่าง Data Center, Cloud Service, แผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (PCB) และอุตสาหกรรมควอนตัม 

    นอกจากนี้สนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างต่อเนื่องครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงการส่งเสริม ภาคบริการมูลค่าสูง เช่น อุตสาหกรรม Wellness และการท่องเที่ยวระดับพรีเมียม

    วางนโยบายรับมือภัย 4 ด้าน 

    ส่วนนโยบายการรับมือภัย 4 ด้าน รัฐบาลเตรียมแผนเชิงรุกเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ปัจจุบัน และอนาคต ได้แก่ 

    1.) ภัยธรรมชาติ ได้แก่ กองทุนภัยพิบัติ โดยรัฐบาลมีนโยบายจ่ายค่าเบี้ยประกันให้ทุกครัวเรือน (1,000 บาท) หากเกิดภัยพิบัติ และพบความเสียหายจะจ่ายเงินเยียวยาทันที 100,000 บาท นอกจากนี้มีเทคโนโลยีนำระบบ AI Plus มาพยากรณ์ และแจ้งเตือนภัยธรรมชาติที่ละเอียดระดับตำบล

    2.) ภัยทางเศรษฐกิจ รัฐบาลกำหนดนโยบายการจัดการวิกฤติพลังงาน เช่น มาตรการรับมือน้ำมันขาดแคลน และราคาผันผวนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ โดยการปล่อยลอยตัวราคาดีเซลบางส่วน และใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงพยุงราคา 

    รวมถึงปราบปรามทุนสีเทา โดยแก้ไขกระบวนการงบประมาณเพื่อป้องกันธุรกิจสีเทา เช่น ธุรกิจศูนย์เหรียญ และเพิ่มประสิทธิภาพระบบ E-procurement เพื่อความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

    3.) ความมั่นคง รัฐบาลมีนโยบายสร้างกำแพงเพื่อปกป้องประเทศจากภัยคุกคามทางทหาร อาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ และยาเสพติด ส่วนความมั่นคงทางไซเบอร์ รัฐบาลยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของฐานข้อมูลภาครัฐ และป้องกันการจารกรรมข้อมูล

    4.) ด้านสังคม รัฐบาลมีนโยบายสร้างกลไกระดับสังคมป้องกันยาเสพติด โดยตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดให้ครบทุกอำเภอ และจัดทำกลไกดูแลสุขภาพระดับชุมชนหมู่บ้าน ผ่านนโยบายสาธารณสุขเชิงรุก โครงการ “1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา” เพื่อดูแลผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางถึงบ้านในแต่ละครัวเรือน

    พท.ดัน‘เรือธงใหม่’5 กระทรวง

    สำหรับนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย ที่ส่งให้พรรคแกนนำอย่างภูมิใจไทยที่รวบรวมนโยบายจากทุกพรรค เพื่อนำไปพิจารณา และจัดหมวดหมู่แถลงนโยบายรัฐบาล 

    ทั้งนี้ คัดเลือกจาก 5 กระทรวงด้านสังคมที่ได้โควตาคือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงแรงงาน

    พรรคเพื่อไทยจะขับเคลื่อนนโยบาย “คนไทยไร้จน” Minimum Income Guarantee เพื่อคนไทยต้องมีรายได้ต่อเดือน 3,000 บาท เพราะเส้นความยากจนอยู่ที่ 3,074 บาท ใครต่ำกว่านี้รัฐบาลจะเติมให้จนเต็มรายได้ขั้นต่ำต่อเดือน

    พร้อมทั้งเสนอกฎหมาย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มุ่งพัฒนาคนให้ทันโลก โดยทำไปพร้อมการเสนอ พ.ร.บ.กองทุนมนุษย์ จัดตั้ง Productivity Superboard ร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อเชื่อมตลาด และทักษะแรงงานในอนาคตเข้าสู่ระบบการศึกษา ทั้งยังมุ่งพัฒนาคุณภาพครู และนักเรียน พร้อมสรุปความสำคัญของการศึกษาคือ การพัฒนาคนให้พร้อมต่อความเปลี่ยนแปลงได้

    เชื่อมโยงการศึกษา-แรงงาน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการได้โควตาเฉพาะกระทรวงด้านสังคม ทำให้พรรคเพื่อไทยปรับนโยบายเรือธงใหม่หันมาเน้นความสำคัญงานด้านสังคมเพื่อสร้างผลงาน โดยวางบทบาท 3 สส.บัญชีรายชื่อแกนนำพรรค คือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค เป็นคีย์แมนสำคัญ 

    โดยมีบทบาทผลักดันนโยบายเฉพาะหน้ากำหนดยุทธศาสตร์ และแผนงานเพื่อให้เชื่อมกันแบบไร้ร้อยต่อ ทั้งกระทรวงศึกษาธิการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ และกระทรวงแรงงาน

    โดยพรรคเพื่อไทยจะชูนโยบายเรือธงพลิกโฉมการศึกษา ผ่านร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ซึ่งนายยศชนันเตรียมเสนอร่างกฎหมาย 47 ฉบับ เพื่อเป็นหัวใจ และรากฐานของการยกระดับประเทศ โดยมุ่งเน้นการลงทุนกับมนุษย์หรือทุนมนุษย์

    1.ยกระดับการผลิต และพัฒนาครู ดึงดูดคนเก่งจากทุกสาขาวิชามาเป็นครู ลดภาระงานครู สร้างสภาพแวดล้อมให้ครูสอนดี มีเวลาให้นักเรียน วางระบบการประเมินศักยภาพครูอย่างเข้มข้น ตรงจุด แต่ไม่เพิ่มภาระให้ครู

    2.นักเรียนเป็นศูนย์กลางยกระดับหลักสูตร ยืดหยุ่น สร้างสมรรถนะ ตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้เรียน โรงเรียนต้องปลอดภัย จบปัญหาละเมิดสิทธิ ส่งเสริมสวัสดิภาพนักเรียน

    3.เรียนฟรีต้องฟรีจริง ปรับวิธีการจัดสรรงบให้เป็นธรรม ลดภาระผู้ปกครอง ป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบ และ 4.กำหนดทิศทางพัฒนาทุนมนุษย์ เชื่อมโยงตลาดแรงงาน มีธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ ( National Credit Bank ) เพื่อปรับทักษะแรงงาน

    นโยบายหลักข้างต้น เป็นการนำเสนอเบื้องต้น ผ่านชุดกฎหมายนำร่อง 10 ฉบับ เพื่อแก้ปัญหาปากท้องให้กับประชาชน และดูแลด้านความปลอดภัย

    ชงร่าง กม.สู่สภาฯ หนุนนโยบาย

    ทั้งนี้ นับตั้งแต่เปิดประชุมสภาฯ พรรคเพื่อไทยได้ทยอยนำเสนอร่างกฎหมายกว่า 10 ฉบับ เพื่อรอบรรจุเข้าสู่วาระประกอบด้วยร่าง พ.ร.บ.การส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรมร่าง พ.ร.บ.โรงแรม และสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมร่าง พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมร่าง พ.ร.บ.ภาพยนตร์ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์

    รวมทั้งสัปดาห์นี้จะเสนออีก 6 ฉบับ เป็นชุดเกี่ยวกับการศึกษา และแรงงานประกอบด้วยร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ร่าง พ.ร.บ.การเข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียมเป็นต้น

    นายยศชนัน ระบุถึงเหตุจำเป็นว่า“หลาย พ.ร.บ.ที่ปัจจุบันยังไม่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจจำเป็นต้องแก้ไข รวมถึงปัญหาทางสังคมด้วยการเข้ามาทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลง ก็มีความจำเป็นที่ต้องดูแลอย่างทั่วถึง กับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของไทย”

    ประกันกำไรสินค้าเกษตร-รายได้คนจน

    สำหรับนโยบายหลัก ระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค ได้โปรโมตนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% โดยพรรคเพื่อไทยจะผลักดันผ่านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่ รมว.เกษตรฯ กำกับดูแล

    ส่วนอีกนโยบายเรือธงผ่านกระทรวงพัฒนาสังคมฯ คือ โครงการคนไทยไร้จน โดยนายจุลพันธ์ เคยอธิบายถึงนโยบายนี้เพื่อผลักดันคนไทยที่มีรายได้ไม่ถึง 3,078 บาทต่อคนต่อเดือน โดยรัฐบาลเติมเงินให้ถึงเส้นความยากจนหากรายได้ทั้งปี ต่ำกว่า 36,000 บาท รัฐบาลจะเติมส่วนที่ขาด ให้มีรายได้รวมถึง 36,000 บาททันที ขาดเท่าไร เติมให้เท่านั้น แต่นโยบายนี้ต้องยื่นสิทธิผ่านระบบภาษี

    “เรามีนโยบายคนไทยไร้จน เพราะการทำเรื่อง Minimum Income Guarantee คือ การยืนยันว่าคนไทยต้องมีรายได้ต่อเดือน 3,000 บาทเพราะเส้นความยากจนอยู่ที่ 3,074 บาท ใครต่ำกว่านี้ เราจะเติมให้จนเต็ม “หัวหน้าพรรคเพื่อไทยระบุ

    นโยบายนี้ สส.เพื่อไทยจะร่วมกันสนับสนุนผ่าน รมว.พัฒนาสังคมฯ เพื่อผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยเชื่อว่าจะสามารถผลักดันเป็นผลงานเพื่อต่อยอดการเมืองในอนาคตได้

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1227494&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2JCGPIT4lSBkoxGNPg32Ax

  • จ.สุรินทร์ จัดการประชุมชี้แจงโครงการ “3 ม.” มีงาน มีเงิน มีวุฒิการศึกษาเพิ่ม สร้างโอกาสการศึกษาและการมีงานทำแก่นักเรียน

    จ.สุรินทร์ จัดการประชุมชี้แจงโครงการ “3 ม.” มีงาน มีเงิน มีวุฒิการศึกษาเพิ่ม สร้างโอกาสการศึกษาและการมีงานทำแก่นักเรียน

    จ.สุรินทร์ จัดการประชุมชี้แจงโครงการ “3 ม.” มีงาน มีเงิน มีวุฒิการศึกษาเพิ่ม สร้างโอกาสการศึกษาและการมีงานทำแก่นักเรียน


    31/03/2569 | 5 |

    วันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 18.30 น. ณ ห้องประชุมเอมเมอร์ แกรนด์ A สวนป่ารีสอร์ท อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานเปิดโครงการ 3 ม. มีงาน มีเงิน มีวุฒิการศึกษาเพิ่ม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงแรงงานจังหวัดสุรินทร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี

    ทั้งนี้เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับนักเรียนก่อนออกปฏิบัติงานจริง ทั้งในด้านการทำงาน วัฒนธรรมองค์กร การใช้ชีวิตประจำวันในสถานประกอบการ ตลอดจนความรู้ด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การทำงานอย่างมีคุณภาพในอนาคตโดยเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา ได้มีงานทำควบคู่กับการศึกษาต่อ โดยมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 160 คน และมีบริษัทเข้าร่วมโครงการรวม 7 แห่ง โดยได้มีการลงพื้นที่คัดเลือกและสัมภาษณ์นักเรียนด้วยตนเอง ณ โรงเรียนวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดสุรินทร์ มีผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 148 คน โดยกำหนดการเดินทางไปทำงานและศึกษาต่อ แบ่งออกเป็น 4 รอบ ได้แก่ วันที่ 31 มีนาคม 2569 จำนวน 42 คน วันที่ 1 เมษายน 2569 จำนวน 16 คน วันที่ 15 เมษายน 2569 จำนวน 26 คน และวันที่ 30 เมษายน 2569 จำนวน 44 คน

    สำหรับนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือก จะได้เข้าทำงานกับสถานประกอบการที่เลือกไว้ พร้อมศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) จังหวัดชลบุรี เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยมีบริษัทจัดรถรับ-ส่ง พร้อมทั้งมีพี่เลี้ยงจากสถานประกอบการ และอาจารย์จากวิทยาลัยคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาโครงการ

    #จัดหางาน #ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ #แรงงาน #เรียนจบมีงานทำ 


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/171/iid/490516&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vztNm_T8nMBnIoISATrhx

  • 10 โปรแกรมเที่ยวทั่วไทย ตั้งแต่ปทุมธานี เชียงใหม่ กาฬสินธุ์ ยันนราธิวาส เซฟแล้วตามรอยได้เลย!

    10 โปรแกรมเที่ยวทั่วไทย ตั้งแต่ปทุมธานี เชียงใหม่ กาฬสินธุ์ ยันนราธิวาส เซฟแล้วตามรอยได้เลย!

    The Cloud x Live Here

    ชวนผู้อ่านที่รักไปท่องเที่ยวประเทศไทยในมุมมองใหม่ แม้จะเคยไปเที่ยวในจังหวัดเหล่านี้แล้ว แต่เรามั่นใจว่าโปรแกรมเส้นทางท่องเที่ยวไทยนี้จะทำให้คุณอยากไปเยือนซ้ำ พร้อมสำรวจเส้นทางใหม่ ๆ ที่ไม่เคยรู้จัก และเรื่องราวใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยถูกเล่าถึง

    10 โปรแกรมเส้นทางท่องเที่ยวไทยนี้เลือกทำ เลือกกิน เลือกไปได้ตามความสนใจ ไม่ว่าคุณเป็นสายธรรมชาติ สายวัฒนธรรม สายอาหาร ไม่ว่าจะไปกับกลุ่มเพื่อน คู่รัก หรือชวนครอบครัวไปด้วยกัน ทั้ง 10 โปรแกรมเหล่านี้ก็มีครอบคลุม เริ่มตั้งแต่จังหวัดปทุมธานี ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กาฬสินธุ์ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พัทลุง นครศรีธรรมราช ตรัง และนราธิวาส โปรแกรมเที่ยวทั้งหมดสร้างสรรค์โดยผู้ชนะจากกิจกรรมประกวดออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวไทย ‘Live Here : Thailand Untold แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่ไม่มีในรีวิว’ 

    เราแนะนำให้บันทึกลิสต์นี้เก็บไว้ กดดูโปรแกรมฉบับเต็ม แล้ววางแผนเดินทางได้เลย

    เส้นทางที่ 1

    The ELEGACY
    of Southern Chiang Mai

    จังหวัดเชียงใหม่

    ขึ้นเหนือแอ่วเชียงใหม่ เปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองเก่าไปเชียงใหม่ตอนใต้ สัมผัสธรรมชาติและมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น เริ่มจาก ‘คาเฟ่โรงบ่ม-เก๊าไม้ล้านนา รีสอร์ท’ คาเฟ่ที่รีโนเวตจากโรงงานยาสูบ ห้อมล้อมด้วยต้นไม้เก่าแก่ บรรยากาศร่มรื่น ไปสักการะพระธาตุประจำปีชวด ที่ ‘วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร’ ต่อด้วยชมพิพิธภัณฑ์ผ้าป้าดา บ้านไร่ไผ่งาม ของ แสงดา บันสิทธิ์ ครูช่างผู้สร้างสรรค์งานทอผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ และเพลิดเพลินกับผ้าซิ่นตีนจกที่ ‘วิสาหกิจชุมชนผ้าตีนจกโหล่งฮอด-ดอยเต่า’

    ห้ามพลาด ‘วัดท่าข้ามใต้ (วัดชัยชนะ)’ กับความวิจิตรของศิลปะกระจกสีรอบผนังวิหาร

    เส้นทางที่ 2

    เทศกาลปอยเหลินสิบเอ็ด
    บ้านเมืองปอน

    จังหวัดแม่ฮ่องสอน

    โปรแกรมนี้พาเที่ยวเทศกาลปอยเหลินสิบเอ็ดหรือเทศกาลออกพรรษาของชาวไทใหญ่ที่ ‘บ้านเมืองปอน’ หมู่บ้านเล็ก ๆ ริมเส้นทางคดเคี้ยว ระหว่างอำเภอแม่สะเรียงและอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน

    ชาวบ้านที่นี่ยังคงอนุรักษ์ประเพณีดั้งเดิม ซึ่งเป็นเทศกาลที่เด็ก ๆ และผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนเฝ้ารอคอย เพราะครอบครัวได้กลับมาอยู่กันพร้อมหน้า แถมงานนี้ยังเต็มไปด้วยขนมหวานฉบับไทใหญ่

    คุณจะได้เห็นบรรยากาศการเตรียมงาน ตั้งแต่เหลาไม้ไผ่ ฝีมือช่างจิตอาสาวัยเก๋า ทำก๊อกซอมต่อหรือกระทงใบตอง จนถึงเก็บดอกไม้-ใบไม้รอบหมู่บ้านมาทำสวยดอกหรือช่อดอกไม้สำหรับไหว้พระ

    ทั้งยังได้ชมสาธิตกินอาหารและขนมพื้นถิ่นรสอร่อย อย่างส้านาบใบกระเจี๊ยบ (ยำใบกระเจี๊ยบ) ข้าวมูนจ๊อก (ขนมเทียนไทใหญ่) ทำเฉพาะเทศกาลปอยเหลินสิบเอ็ดและเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น

    เรารับรองว่าโปรแกรมท่องเที่ยวนี้จะทำให้คุณเห็นเสน่ห์อีกมุมของแม่ฮ่องสอนอย่างแน่นอน

    เส้นทางที่ 3

    LIVE HERE@KALASIN
    Phu tai & Dinosaur Land

    จังหวัดกาฬสินธุ์

    นี่คือโปรแกรมเที่ยวสุดลึกลับ ผสานเรื่องราวของไดโนเสาร์และชาติพันธุ์ภูไท ณ กาฬสินธุ์

    ถ้าพร้อมแล้ว ไปเดินป่าระยะสั้นเพื่อชมวิวทะเลหมอกยามเช้าที่ ‘ยอดภูผาวัว’ กันก่อน จากนั้นไปดูกลุ่มโขดหินทรายอายุหลายล้านปีที่ถูกกัดเซาะจนเป็นลวดลายที่ ‘ลานหินปุ่ม ภูผาผึ้ง’ และอีกหนึ่งแลนด์มาร์กคือ ‘สะพานไม้โบราณ บ้านห้วยแดง’ สะพานไม้โบราณที่ยังใช้งานได้จริง ทำจากไม้เนื้อแข็งด้วยเทคนิคพื้นถิ่น สะพานจึงแข็งแรงและคงทน มาที่นี่อยากให้ลองทำพวงมาลัยไม้ไผ่เป็นของที่ระลึก

    ไปต่อกันที่ ‘ภูน้ำจั้น’ แหล่งฟอสซิลปลาโบราณ มีซากปลาน้ำจืดยุค Triassic อายุกว่า 230 ล้านปีให้ชม ส่วนช่วงบ่ายไป ‘ภูแฝก’ สำรวจรอยตีนไดโนเสาร์บนแผ่นหินทรายยักษ์ มาถึงไฮไลต์ของโปรแกรม ‘ภูน้อย’ แหล่งขุดค้นและวิจัยฟอสซิลไดโนเสาร์ คุณจะได้สำรวจร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและเรียนรู้การขุดค้น

    จบทริปด้วยการสนับสนุนสินค้า GI เมืองกาฬสินธุ์ที่แหล่งทอผ้าไหมแพรวา

    เส้นทางที่ 4

    ดินแดนขุมทรัพย์น้ำเค็ม

    จังหวัดชลบุรี

    เดินทางต่อที่จังหวัดชลบุรี พาไปสัมผัสวิถีชาวประมง ถิ่นทะเลแหลมแท่นที่ผูกพันกับสัตว์น้ำอย่าง ‘หอยนางรม’ คุณจะได้ล่องเรือไปกลางทะเล ดูแพหอยนางรมของชาวบ้าน กลับขึ้นฝั่งตามรอยเส้นทางหอยนางรม ไปแวะโรงแกะหอยเจ๊นีย์ที่แกะหอยด้วยวิธีพื้นถิ่น และส่งไปยังร้านอาหารต่าง ๆ ในพื้นที่ แนะนำให้ลิ้มรสเมนูหอยนางรมที่ ‘ครัวยำแม่ริ้ว’ สั่งยำหอยนางรมและออส่วนหอยนางรมกระทะร้อน อร่อยเลิศ! 

    ทริปนี้คุณจะได้ไขข้อสงสัยว่า ขยะเปลือกหอยนางรมกองเท่าภูเขา เขาเอาไปทำอะไรต่อ เฉลยให้ว่ามีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเขาสามมุขเอาไปแปรรูปเป็นกระถางต้นไม้ เพื่อเพิ่มคุณค่าและสร้างมูลค่า โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยบูรพา นำนวัตกรรมมาทำให้ชุมชนน่าอยู่และสร้างรายได้หมุนเวียนอย่างยั่งยืน

    เส้นทางที่ 5

    ‘สามโคก’ เมืองที่ถักทอด้วยรัก
    Sam Khok The Fabric of Love

    จังหวัดปทุมธานี

    หลบหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวง ไปท่องเที่ยวจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ อย่างปทุมธานี ในพื้นที่ ‘สามโคก’ แหล่งหลอมรวมวัฒนธรรมไทย-มอญ ชวนคุณสำรวจวิถีชีวิตและภูมิปัญญาของชาวมอญ

    โปรแกรมท่องเที่ยวนี้จะทำให้คุณเห็น ‘ราก’ เดิมและเสน่ห์ของเมืองสามโคกผ่านแหล่งเรียนรู้ชุมชน ที่ ‘ทุ่งนามอญบ้านบ่อทอง’ มีกิจกรรม อาหารพื้นบ้าน รวมถึงบริการเช่าชุดมอญให้คุณเพลิดเพลิน ต่อด้วยเยือนวัดบ่อทอง ชมสถาปัตยกรรมอิฐมอญและศิลปะมอญ ในสามโคกยังมีตลาดเก่าแก่อายุ 300 ปี มีวัดวาอาราม และโบราณสถานเตาโอ่งอ่าง แถมมีนิทรรศการชวนนักท่องเที่ยวรู้จักสามโคกให้มากขึ้น

    อีกหนึ่งไฮไลต์คือกลุ่มแม่บ้านแสงตะวัน แหล่งผลิตผ้าทอประจำจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นผ้าเส้นใยกล้วย เป็นการผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาและเทคโนโลยี หากสนใจ ติดต่อเวิร์กช็อปล่วงหน้าได้นะ

    และไปถึงเมืองปทุมฯ ต้องไม่พลาดชิมเมี่ยงคำกลีบบัวหลวงที่ G Farm Samkhok

    เส้นทางที่ 6

    พื้นที่ที่ถูกมองข้ามสู่ต้นแบบ
    Low Carbon Route

    จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

    นั่งรถไฟไปประจวบฯ เดินทางแบบลดคาร์บอน รวมมิตรกิจกรรมเดิน ปั่นจักรยาน และพายคายัค เพื่อลดการพึ่งพารถยนต์ คุณจะได้เป็นส่วนหนึ่งกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ผ่านโปรแกรมท่องเที่ยวนี้

    ลงรถไฟที่สถานีบางสะพานใหญ่ แวะที่ ‘ศูนย์เรียนรู้พื้นที่ชุ่มน้ำพรุแม่รำพึง’ พื้นที่ชุ่มน้ำที่เหลือเพียง 7% ของโลก และยังเป็นแหล่งผลิตแพลงก์ตอน นับว่าป่าพรุแห่งนี้เป็นหัวใจที่หล่อเลี้ยงทะเลก็ว่าได้

    คุณจะได้เดินป่าระยะสั้นที่ ‘วนอุทยานห้วยน้ำซับ’ ชมดอกไม้หายากอย่างดอกปอคาวหรือดอกกาสะลองที่แบ่งบานเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม เที่ยวต่อที่ ‘น้ำตกไทรคู่’ น้ำตก 9 ชั้นที่มีต้นไทรคู่เป็นผู้พิทักษ์ผืนป่า ตอนเย็นไปปั่นจักรยานรับลมใต้ร่มยางนาอายุกว่า 200 ปี ก่อนกลับไปพักผ่อนที่โฮมสเตย์

    อีกวันไป ‘วัดเขาถ้ำม้าร้อง’ ตามหาหินงอกหินย้อยทรงคล้ายหัวม้า และดูบ่อน้ำทิพย์ที่ไม่เคยเหือดแห้ง สาย ๆ พักสายตาที่ทะเลแหวก หรือ ‘อ่าวบ่อทองหลาง’ ปิดจบด้วยปั่นจักรยานดูอาทิตย์ตกดิน

    เส้นทางที่ 7

    เขา ป่า นา เล : ชิมรส ถึงราก พัทลุง

    จังหวัดพัทลุง

    เปิดต่อมรับรสไปชิม ‘ราก’ ของพัทลุง เมืองที่มีครบทั้งภูเขา ผืนป่า ท้องนา และทะเล ยิ่งมีแม่น้ำไหลผ่าน ยิ่งก่อเกิดชีวิต เกิดแหล่งวัตถุดิบอาหาร อาหารของที่นี่จึงปรุงจากวัตถุดิบสดใหม่ในท้องถิ่น

    เริ่มจากโซนป่า ณ ชุมชนชาวมุสลิมเชิงเขาบรรทัด ต้องลิ้มรส ‘แกงแม่ขมิ้น’ อุดมด้วยสมุนไพร ตามฉบับกินอาหารเป็นยา ต่อด้วย ‘น้ำชุบพรก’ (พรก คือกะลา) เป็นน้ำพริกใส่ใบแมงดาต้น แล้วนำไปย่าง

    ไปต่อที่โซนนา แวะกินขนมจีน แหนมผักเหนาะและไก่ทอด เข้าคอร์สทำข้าวยำสวนสมรมนาพรุ และไปเข้าป่าสาคู ไปเรียนรู้ต้นสาคูจนถึงทำขนม พร้อมชิมสาคูน้ำกะทิ แล้วไปเดินตลาดเช้าปากพะยูน ช้อปปิ้งวัตถุดิบตามฤดูกาล ชมสาธิตการทำกุ้งแนม และการแปรรูปอาหารทะเลต่าง ๆ

    ปิดท้ายด้วยโซนทะเล ลงเรือชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ไทยลากูน ดูนาข้าวริมทะเลสาบ

    เส้นทางที่ 8

    ชุมชนน้ำผุด สุดฮีลใจ ในเมืองตรัง

    จังหวัดตรัง

    สัมผัสป่าในเมืองที่ซ่อนตัวในอำเภอเมืองตรัง ณ ชุมชนน้ำผุด อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้และสายน้ำ 

    เริ่มต้นที่ศูนย์เรียนรู้วิสาหกิจชุมชนวิถีเศรษฐกิจพอเพียง เรียนรู้วิถีเรียบง่ายของชุมชน อย่างการเพาะเห็ด เดินทางต่อไปดูถ้ำค้างคาว มีไกด์เจ้าถิ่นเป็นผู้นำทางและคอยเล่าเกร็ดความรู้สนุก ๆ ให้ฟัง

    พักสงบจิตใจที่สำนักสงฆ์เขาหลักจันทร์ พื้นที่หลอมรวมศรัทธากลางหุบเขา และจบวันแรกด้วยการเข้าครัวทำ ‘กะหรี่ปั๊บหัวปลี’ เมนูพื้นถิ่นกับแม่ครัวประจำชุมชน เป็นสำรับบ้าน ๆ ที่รสจัดจ้าน

    วันที่ 2 คุณจะได้ไปสำรวจ ‘ถ้ำหัวกะโหลก’ แหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ อายุ 3,000 – 4,000 ปี จากนั้นไปช้อปปิ้งจักสานจากต้นคลุ้ม จะทดลองสานด้วยตัวเองหรือซื้อกลับบ้านก็ได้เช่นกัน

    เส้นทางที่ 9

    ตามรอยตำนานพระนางเลือดขาว

    จังหวัดพัทลุง-นครศรีธรรมราช-ตรัง

    โปรแกรมล่องใต้ 3 จังหวัด จะพาคุณเที่ยวไป ทำบุญไป และแกะรอยตำนานพระนางเลือดขาว ตั้งแต่จังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช และตรัง จำนวน 9 วัด พร้อมกินอาหารไทยถิ่นใต้รสหรอยแรง

    พระนางเลือดขาว เป็นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ของภาคใต้ เรื่องราวผสมผสานทั้งประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและความเชื่อที่สืบทอดกันมายาวนาน ซึ่งแต่ละพื้นที่มีเรื่องราวต่างกัน

    เปิดทริปที่ ‘วัดพระเกิด’ ว่ากันว่าเป็นสถานที่เริ่มต้นของพระนางเลือดขาว ตามตำนานบอกว่ามีตายายรับพระนางมาเลี้ยง ไปต่อที่ ‘วัดเขียนบางแก้ว’ พระนางสร้างอุทิศให้กับตาและยาย จบวันที่ ‘วัดคูหาสวรรค์’ เป็นสถานที่เก็บอัฐิของตายาย เดินทางไปยังเมืองคอน แวะ ‘วัดแม่เจ้าอยู่หัว’ ที่เป็นอนุสรณ์สถานของพระนางเลือดขาว ต่อด้วย ‘วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร’ ขอพรด้วยดอกบัว และ ‘วัดท้าวโคตร’ สถานที่ตั้งพระศพของพระนางเลือดขาว 

    ตามเก็บอีก 3 วัดให้ครบที่จังหวัดตรัง เริ่มตั้งแต่ ‘วัดพระศรีสรรเพชญพุทธสิหิงค์’ ที่เชื่อมโยงกับตำนานเรืออัญเชิญพระพุทธรูปล่ม ‘วัดภูเขาทอง’ เพื่อสักการะพระนอนทรงเทริดมโนราห์หนึ่งเดียวในโลก และปิดท้ายที่ ‘วัดถ้ำพระพุทธ’ ชมรูปปั้นพระนางขนาดเท่าตัวจริง

    เส้นทางที่ 10

    สุคิริน… ประตูสู่แอมะซอนแห่งอาเซียน

    จังหวัดนราธิวาส

    โปรแกรมนี้ลงใต้ไป ‘สุคิริน’ จังหวัดนราธิวาส ยลเสน่ห์ขุนเขา ป่าฝน และรากวัฒนธรรม ในพื้นที่แดนด้ามขวานที่ล้อมด้วยภูเขาและป่าฮาลา-บาลา ที่ได้รับขนานนามว่าเป็น ‘แอมะซอนแห่งอาเซียน’

    ก่อนสัมผัสธรรมชาติ ชวนเข้าพิพิธภัณฑ์ เรียนรู้วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานของอดีตพรรคคอมมิวนิสต์มลายาที่ ‘หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12’ ต่อด้วยล้อมวงกินข้าวกลางวันและพูดคุยกับชาวบ้าน แนะนำให้ลองกินซุปคอมมิวนิสต์ ปลาทอดคลอง บูดู และซุปถั่ว ปรุงสดใหม่จากวัตถุดิบพื้นบ้าน ตอนบ่ายไปทำกิจกรรมร่อนทอง หนึ่งในอาชีพดั้งเดิมของผู้คนที่นี่ เพราะเดิมทีพื้นที่นี้เคยเป็นเหมืองมาก่อน

    ตื่นแต่เช้าไปดูไอหมอกเหนือผืนป่า หากโชคดีจะเห็นนกเงือกบินโฉบบนยอดไม้ แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของพงไพร เดินลัดเลาะยอดเข้าไปสักการะองค์พระธาตุที่วัดพระธาตุภูเขาทอง และพื้นที่ใกล้วัดยังมี ‘ต้นกะพงยักษ์’ ที่อยู่คู่วัดมาอย่างยาวนาน บรรยากาศสงบและร่มรื่น เห็นธรรมชาติสีเขียว และได้ยินเสียงธารน้ำคลอเบา ๆ ปิดจบโปรแกรมด้วยการพักผ่อนท่ามกลางสายน้ำไหลเย็น ที่ ‘น้ำตกไอร์บอง’ 

    กิจกรรมประกวดออกแบบเส้นทาง ‘Live Here : Thailand Untold แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่ไม่มีในรีวิว’ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดโครงการ Live Here ขึ้นภายใต้ยุทธศาสตร์ THE NEW THAILAND เพื่อค้นหา พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก และเรื่องราวท้องถิ่นที่ยังไม่เคยถูกเล่า นำมาต่อยอดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่มีคุณค่าและความหมาย ดำเนินการผ่านการจัดกิจกรรมในรูปแบบแคมเปญการประกวด ภายใต้แนวคิด ‘Stay a little longer, Live a little deeper อยู่ต่ออีกนิด… ใช้ชีวิตให้ลึกซึ้งกว่าเดิม’ เพื่อค้นหาพื้นที่หรือเรื่องราวที่ไม่มีในรีวิว พร้อมพัฒนาต่อยอดให้เป็นจุดหมายปลายทางที่โดดเด่น กระตุ้นให้เกิดการเดินทางและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

    โดยเปิดพื้นที่ให้ Local Creators นักเขียน นักเล่าเรื่อง หรือผู้สร้างคอนเทนต์ด้านการท่องเที่ยว จับมือกับ Local Photographers เพื่อร่วมกันค้นหาและนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ของประเทศไทยที่ยังไม่เคยถูกเล่า ผ่านมุมมองสร้างสรรค์และประสบการณ์จากพื้นที่จริงในรูปแบบ Blog ท่องเที่ยว เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ที่คนยังไม่รู้จักให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืม ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 350,000 บาท พร้อมดีล โปรโมชัน สุดพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว จากพันธมิตร Gother, UOB, TRUE, Local Alike, Chic Car Rent และ Thai Lion Air

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://readthecloud.co/10-travel-routes-in-thailand/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0o73Vb5MVILoolpbKAkTVH