Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “อนุทิน-พิพัฒน์-ยศชนัน” นั่งรถไฟฟ้าของนายกฯ เข้าทำเนียบรัฐบาล ประชุม ครม.นัดพิเศษ

    “อนุทิน-พิพัฒน์-ยศชนัน” นั่งรถไฟฟ้าของนายกฯ เข้าทำเนียบรัฐบาล ประชุม ครม.นัดพิเศษ

    “พิพัฒน์-ยศชนัน” นั่งรถไฟฟ้าของ “นายกฯ อนุทิน” เข้าทำเนียบรัฐบาล ประชุม ครม.นัดพิเศษ หลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ

    เมื่อเวลา 19.08 น. วันที่ 6 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ด้วยรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวของนายอนุทิน โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยนั่งรถมาคันเดียวกัน เมื่อลงรถ นายยศชนัน กล่าวเพียงสั้นๆ “ว่าไปรถตู้กลับรถเก๋ง”

    ทางด้านคำถามว่ารู้สึกอย่างไร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งอะไรกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่บ้าง นายกรัฐมนตรีตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ขอให้ดูข่าวพระราชสำนักจะละเอียดกว่า” ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้น ครม. ได้ทยอยเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อประชุม ครม.นัดพิเศษ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2925047&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-2VgET9Fcv0fAVIiRQ3cK

  • ‘ผู้การปทุมธานี’ ประชุมคลี่คลายคดี การเสียชีวิต 2 นักศึกษา หนุ่มจีน-สาวไทย | เดลินิวส์

    ‘ผู้การปทุมธานี’ ประชุมคลี่คลายคดี การเสียชีวิต 2 นักศึกษา หนุ่มจีน-สาวไทย | เดลินิวส์

    จากกรณี นายแดนเจิง ปิงคั่ว (MR.DANZENGP INGCUO) อายุ 30 ปี สัญชาติจีน ที่กระโดดห้องพักเสียชีวิต ก่อนเจ้าหน้าที่พบร่าง น.ส.ณัฏฐณิชา (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีดเสียชีวิตภายในห้องพัก เหตุเกิดพื้นที่ ซอยรังสิตภิรมย์ หมู่ 5 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตามที่ปรากฏเหตุการณ์ไปแล้วนั้น

    เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ที่ห้องประชุมชั้น 3 สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ได้เรียกประชุมเร่งคลี่คลายคดีนี้ โดยใช้เวลา 1 ชม. จึงแล้วเสร็จ ภายหลังเปิดเผยว่า จากการประชุมทราบว่า นายแดน มีการมาเช่าหอพักแห่งนี้เพื่ออยู่อาศัยตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 และเข้ารับการศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง โดยผู้เสียชีวิตก็ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยเดียวกัน หลังเกิดเหตุเรามีการตรวจสอบจากไทม์ไลน์แล้วพบว่า ผู้เสียชีวิต นายแดน อยู่ห้องพักตั้งแต่เวลา17.00 น.เศษ ของวันที่ 4 เม.ย. 69 ส่วน น.ส.ณัฏฐณิชา เดินทางมาหาเวลาประมาณ 20.40 น. หลังจากนั้นอยู่ในห้องไม่ได้ออกมา

    จากนั้นเวลา 02.00 น. นายแดน ได้เดินขึ้นไปชั้น 9 โดยมีพยานเห็นว่า มีบาดแผลที่หน้าผาก จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดไม่พบบาดแผลแต่ร่างที่ตกลงมาจากห้องพักมีบาดแผลที่ข้อมือซ้ายและขวาด้วย จึงสันนิษฐานว่าช่วงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 5 เมษายน 2569 ที่เดินขึ้นไปที่ชั้น 9 ยังไม่ได้ทำร้ายร่างกายตนเอง ส่วนความเคลื่อนไหวของผู้หญิงตั้งแต่เข้าไปก็ไม่พบความเคลื่อนไหวเลยกระทั่งไปพบศพ ในการตรวจบาดแผลเบื้องต้นแพทย์ระบุว่า ฝ่ายหญิงที่เสียชีวิตมีบาดแผลมากกว่า 30 แผล บาดแผลมีการต่อสู้ ที่ทำให้เสียชีวิตคือลำคอและหน้าอก

    สำหรับข้อความที่ใช้เลือดเขียนภายในห้องเราได้เก็บพยานหลักฐานจะต้องให้แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญวิเคราะห์เพราะจะต้องดูอารมณ์ เหตุการณ์ในขณะนั้นซึ่งจะต้องสอบผู้เชี่ยวชาญ จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตทั้งสองรายมีความสนิทสนมกันตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา จากนั้นเคยห่างกันไปและความสัมพันธ์หลังจากนั้น จะต้องสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนผู้พักอาศัยข้างห้องเคยได้ยินเสียงฝ่ายชายเสียงดังภายในห้อง แต่ก่อนเกิดเหตุไม่มีใครได้ยินเสียง ทางตำรวจยังไม่ได้สอบผู้ปกครองฝ่ายหญิงมากนักเพราะยังอยู่ในอาการเสียใจ แต่มีการพูดคุยถึงรูปคดีว่าเราจะเดินหน้าไปทิศทางใด จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะครอบครัวฝ่ายหญิงมีธุรกิจมั่นคง ส่วนกลุ่มเพื่อนผู้เสียชีวิตเราได้มีการติดต่อไปแล้วเพื่อขอให้เข้าให้ปากคำกับตำรวจ

    ทั้งนี้ สำหรับการเสียชีวิตของทาง นายแดน อายุ 30 ปี สัญชาติจีน ตำรวจได้มีการแจ้งสถานทูตให้ทราบแล้วเพื่อประสานญาติและดำเนินการตามขั้นตอน สำหรับแรงจูงใจในการก่อเหตุน่าจะมาจากความสัมพันธ์ส่วนตัวแต่ความสัมพันธ์มีหลายด้าน จะต้องสอบนิติวิทยาศาสตร์จะต้องดำเนินการต่อไปเพื่อให้คดีมีความกระจ่างมากยิ่งขึ้น.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5756661/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ok–qZzvaZq0BDwVplFI0

  • สจด. ร่วมถวายพระพรเนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. ร่วมถวายพระพรเนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. ร่วมถวายพระพรเนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

    เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 ที่ห้องรับรองอาคาร 4 ชั้น 1 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข อำเภอเมืองนนทบุรีจังหวัดนนทบุรี ผู้แทนบุคลากรสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ การ์ดถวายพระพร หน้าพระฉายาลักษณ์ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พร้อมรับพระราชทานของที่ระลึก ณ ห้องรับรองอาคาร 4 ชั้น 1 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติเนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

    ชาติภักดิ์/ข่าว

    สจด. ร่วมถวายพระพรเนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี — 7 เมษายน 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. ร่วมถวายพระพรเนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี — 7 เมษายน 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. ร่วมถวายพระพรเนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี — 7 เมษายน 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. ร่วมถวายพระพรเนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี — 7 เมษายน 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/122317/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jkAi126UWBXkmo3qd99xA

  • เปิดสถิติ นักท่องเที่ยวต่างชาติ 3 เดือนแรกปี 2569 สะสม 9.3 ล้านคน ลดลง 2.4%

    เปิดสถิติ นักท่องเที่ยวต่างชาติ 3 เดือนแรกปี 2569 สะสม 9.3 ล้านคน ลดลง 2.4%

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดสถิติ ‘นักท่องเที่ยวต่างชาติ’ เดินทางเข้าประเทศไทยในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 จำนวนสะสม 9.31 ล้านคน ลดลง 2.4% ตลาด ‘จีน’ นำโด่งอันดับ 1 เฉียด 1.5 ล้านคน เฉพาะเดือน มี.ค. หลังได้รับผลกระทบจาก ‘สงครามอิหร่าน’ พบยอดรวมต่างชาติเที่ยวไทย 2.77 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2%

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงาน “สถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติ” เดินทางเข้าประเทศไทยในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม มีจำนวนสะสม 9,316,909 คน ลดลง 2.43% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 453,810 ล้านบาท ลดลง 1.96%

    ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 10 อันดับแรกที่เดินทางเข้าไทยสูงสุดในช่วง 3 เดือนแรก (มกราคม – มีนาคม) ปี 2569

    1. จีน                       1,488,713 คน

    2. มาเลเซีย                 959,023 คน

    3. รัสเซีย                    725,958 คน

    4. อินเดีย                    625,598 คน

    5. เกาหลีใต้                412,151 คน

    6. สหราชอาณาจักร     353,527 คน

    7. เยอรมนี                  346,016 คน

    8. สหรัฐ                     320,071 คน

    9. ญี่ปุ่น                      307,580 คน

    10. ฝรั่งเศส                305,448 คน

    เฉพาะเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งเป็นเดือนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง พบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 2,775,199 คน เพิ่มขึ้น 2.01% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว

    ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 10 อันดับแรกที่เดินทางเข้าไทยสูงสุดในเดือนมีนาคม ปี 2569

    1. จีน                          410,624 คน

    2. มาเลเซีย                 342,188 คน

    3. รัสเซีย                     221,202 คน

    4. อินเดีย                    208,484 คน

    5. เยอรมนี                  110,858 คน

    6. สหราชอาณาจักร     110,816 คน

    7. ญี่ปุ่น                      106,020 คน

    8. เกาหลีใต้                  99,462 คน

    9. สหรัฐ                       98,349 คน

    10. ไต้หวัน                   83,797 คน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/1228518&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ze6s-QOc-PwOqFhmWCVO-

  • สงกรานต์ 2569 ปักหมุดที่เที่ยวกรุงเทพฯ และห้างดังทั่วไทย สาดน้ำม่วนจึ้งตลอดเดือนเมษายน

    สงกรานต์ 2569 ปักหมุดที่เที่ยวกรุงเทพฯ และห้างดังทั่วไทย สาดน้ำม่วนจึ้งตลอดเดือนเมษายน

    อัปเดตพิกัดเที่ยวสงกรานต์ 2569 รวมจุดเล่นน้ำยอดฮิต ทั้งเซ็นทรัลเวิลด์ ย่านสยาม เมกาบางนา และเซ็นทรัลทั่วประเทศ พร้อมไฮไลต์คอนเสิร์ต K-Pop และกิจกรรมครอบครัวครบจบในที่เดียว

    เตรียมปืนฉีดน้ำให้พร้อม! เทศกาล สงกรานต์ 2569 ปีนี้จัดยิ่งใหญ่ระดับโลก ไทยรัฐออนไลน์มัดรวมพิกัดที่เที่ยวและจุดเล่นน้ำยอดฮิต ทั้งใจกลางกรุงอย่างเซ็นทรัลเวิลด์ ย่านสยาม และห้างสรรพสินค้าทั่วไทย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะเป็นสายปาร์ตี้มิวสิคเฟสสุดมันส์ หรือสายครอบครัวที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมไทยแบบร่วมสมัย เช็กไฮไลต์ วัน-เวลา และสถานที่ปักหมุดไว้ได้เลย!

    แลนด์มาร์กมหาชน “เซ็นทรัลเวิลด์ & เซ็นทรัลทั่วไทย”

    ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล จัดแคมเปญใหญ่ “CENTRAL SONGKRAN FEST” ระหว่างวันที่ 7–29 เมษายน 2569 ครอบคลุมพิกัดทั่วประเทศ

    • เซ็นทรัลเวิลด์ (กรุงเทพฯ): แลนด์มาร์กเล่นน้ำสุดฮิตหน้าลาน Outdoor พบกับ “THAI LIZM 2026” ขนทัพศิลปินดังและดีเจระดับโลกมาสาดความมันส์ พร้อมจุดถ่ายรูปเช็กอินสุดชิค 
    • เซ็นทรัลชิดลม: สรงน้ำพระเสริมสิริมงคล (10-15 เม.ย. 69) ลิ้มรสข้าวแช่สูตรชาววังจากบ้านวรรณโกวิท (11-12 เม.ย. 69) และสนุกกับ DJ Performance ที่ชั้น 1 
    • เซ็นทรัล เอ็มบาสซี: งาน “A SENSE OF THAI 2026” (7–19 เม.ย. 69) ชมผ้าไทยมรดกโลกที่ประดับคริสตัลสวารอฟสกี้ สรงน้ำหลวงพ่อโตวัดบางพลีใหญ่ (ชั้น 5) และเวิร์กช็อปศิลปะเจดีย์ทรายสมัยใหม่ที่ Open House (ชั้น 6) 
    • เซ็นทรัลทั่วไทย (63 จังหวัด): กระจายความสุขผ่านเครือข่ายร้านค้ากว่า 3,700 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นเซ็นทรัลภูเก็ต, เชียงใหม่ หรือนครราชสีมา ที่จัดเต็มกิจกรรมเล่นน้ำ คอนเสิร์ต และตลาดอาหารไทยตลอดเดือนเมษายน
    • โรบินสันไลฟ์สไตล์ (ทั่วไทย): จัดกิจกรรม “Summer Fest – Summer Active” 27 สาขาทั่วประเทศ  เน้นความสนุกแบบครอบครัว การประกวดหนูน้อยสงกรานต์ และฟรีคอนเสิร์ตศิลปินหมุนเวียน

    6 จุดเช็กอิน “มหาสงกรานต์ย่านสยาม 2569”

    รวมพลัง 3 ยักษ์ใหญ่เนรมิตย่านสยามให้เป็น Global Songkran Destination (10-15 เม.ย. 69)

    • สยามพารากอน: มิวสิคเฟสติวัล “SUMMERBEATS MUSIC FEST 2026” ทัพศิลปินกว่า 150 ชีวิต (10-15 เม.ย. 69) 
    • สยามเซ็นเตอร์: คาร์นิวัล “SIAM CENTER x Jolly Bears” กับสระน้ำ Splash Pool กลางเมือง (2 เม.ย. – 4 พ.ค. 69) 
    • สยามสแควร์: สวนน้ำยักษ์ “Waterland” และสไลเดอร์ยาวสุดลูกหูลูกตาบนถนน Walking Street (12-15 เม.ย. 69) 
    • บรรทัดทอง: “Water Street” เล่นน้ำไปอิ่มไปกับสตรีทฟู้ดร้านดังและอุโมงค์น้ำยักษ์ (12-14 เม.ย. 69) 
    • เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์: ชมฟรี! การแสดงโขน “ศึกวานร รบ อสุรา” และมวยไทย ณ SkyWalk (11-15 เม.ย. 69) 
    • จามจุรีสแควร์: “Chamchuri Beach Club” จำลองบรรยากาศชายหาดและสระน้ำขนาดใหญ่ (11-16 เม.ย. 69)

    ปักหมุดย่านสุขุมวิทและเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์

    • เอ็ม ดิสทริค (Emporium, EmQuartier, EmSphere): จัดงาน “ไทยหรรษา มหาสงกรานต์” (10-15 เม.ย. 69) บริเวณย่านสุขุมวิท (BTS พร้อมพงษ์) พบกับอุโมงค์น้ำยักษ์และปาร์ตี้กลางเมืองท่ามกลางบรรยากาศบีชคลับ
    • เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ (ทุกสาขา): * ไฮไลต์งามวงศ์วาน: งาน “สงกรานต์ ภพเธอ” (10-15 เม.ย. 69) จำลองบรรยากาศกรุงศรีอยุธยาให้ย้อนยุคไปสรงน้ำพระ
    • กิจกรรมครอบครัว: ทุกสาขาจัดเต็มกิจกรรมตักบาตรพระทางน้ำ สวนสนุกน้ำสำหรับเด็กๆ และบุฟเฟต์อาหารไทยคลายร้อน

    เมกาบางนา ม่วนจึ้ง ออลเด้อเวย์

    คอนเซปต์สงกรานต์ไทยบ้านร่วมสมัย ครบทั้งกิน เล่น ช้อป (1-30 เม.ย. 69)

    • สายมู: สรงน้ำพระแก้วมรกตและเช็กอิน “ศาลแมวเรียกทรัพย์” เสริมสิริมงคล (1-30 เม.ย. 69) 
    • สายสนุก: รถอีแต๋นซิ่ง ดนตรีสด และเกมงานวัดที่ “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” (11-15 เม.ย. 69) 
    • เด็กๆ: โซนเล่นน้ำ “สแปลช พาร์ค” ที่เมกา พลาซ่า (11-15 เม.ย. 69) 
    • สายกิน: “เมกาบางนา มหาสงกรานต์” รวมร้านเด็ดทั่วไทย (3-15 เม.ย. 69)

    พิกัดเล่นน้ำยอดฮิตอื่นๆ

    • ถนนสีลม: ปิดถนนเล่นน้ำใจกลางเมือง เดินทางง่ายด้วย BTS/MRT (12-14 เม.ย. 69)
    • ถนนข้าวสาร: จุดหมายปลายทางระดับโลก สนุกฉ่ำกับเสียงเพลงยันเที่ยงคืน (13-15 เม.ย. 69)
    • ท้องสนามหลวง: งานสงกรานต์ระดับชาติ เน้นวัฒนธรรม ขบวนพาเหรด และการแสดงแสงสี (11-15 เม.ย. 69)
    • One Bangkok: จุดเช็กอินใหม่ย่านพระราม 4 กับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง (10-15 เม.ย. 69)

    สายปาร์ตี้ K-Pop & EDM: จักรวาล S2O

    เตรียมพบกับปรากฏการณ์ความมันส์ระดับโลกที่รวบรวมไว้ให้เลือกถึง 2 รูปแบบ

    1. K2O Songkran Music Festival 2026

    มิวสิคเฟสติวัล K-Pop กลางสายน้ำครั้งแรกในไทย ที่รวบรวมศิลปินเกาหลีชื่อดังพร้อมโชว์ Performance สุดพลัง

    • ไลน์อัพศิลปิน: พบกับศิลปินแถวหน้าอย่าง RIIZE, KISS OF LIFE, LNGSHOT, FIFTY FIFTY และศิลปิน T-Pop อย่าง DAOU พร้อม Special Guest OFFROAD 
    • วันที่จัดงาน: 14 เมษายน 2569 
    • สถานที่: S2O LAND ถนนรัชดาภิเษก 
    • ค่าเข้า: ซื้อบัตรได้ทางเว็บไซต์ Eventpop

    2. S2O Songkran Music Festival 2026

    ต้นตำรับมิวสิคเฟสติวัล EDM ระดับไอคอนิกที่สายปาร์ตี้ต้องไม่พลาด

    • วันที่จัดงาน: 13 – 15 เมษายน 2569
    • สถานที่: S2O LAND ถนนรัชดาภิเษก
    • ไลน์อัพดีเจ: รวบรวมดีเจระดับโลก (World’s Top DJs) ที่จะมาสร้างความมันส์ตลอด 3 วันเต็ม
    • ไฮไลต์: ระบบ Water Jet ฉีดน้ำ 360 องศา และเวทีโปรดักชันแสง สี เสียง สุดอลังการ
    • ค่าเข้า: ซื้อบัตรได้ทางเว็บไซต์ Eventpop

    สงกรานต์ 2569 นี้ ไม่ว่าจะชอบสไตล์ไหน ทั้งสายบุญเสริมดวงที่เมกาบางนา , สายแฟชั่นชมผ้าไทยที่เอ็มบาสซี , หรือสายแดนซ์กับศิลปินระดับโลกที่สยามและรัชดา  ทุกพิกัดพร้อมสาดความสุขให้คุณแบบจัดเต็ม วางแผนเดินทางให้ดีแล้วออกไปม่วนจอยกันได้เลย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2925038&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BI9enLCU1GjtWv1aixxHR

  • จากอุตสาหกรรมบริการ…สู่การสร้างมืออาชีพรุ่นใหม่

    จากอุตสาหกรรมบริการ…สู่การสร้างมืออาชีพรุ่นใหม่

    ในปัจจุบัน วิทยาลัยอุตสาหกรรมบริการ มีการจัดการเรียนการสอน 8 หลักสูตร ปริญญาตรี  5 หลักสูตร ประกอบด้วย หลักสูตรบริหารธุรกิจ 2 หลักสูตร การจัดการท่องเที่ยว โรงแรม และอีเวนต์ (หลักสูตรสองภาษา) และ ธุรกิจระหว่างประเทศ (หลักสูตรสองภาษา) หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต 3 หลักสูตร ธุรกิจการบิน (หลักสูตรนานาชาติ) การจัดการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ และการจัดการธุรกิจโรงแรมและที่พัก

    ระดับปริญญาโท 2 หลักสูตร ปริญญาเอก 1 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการท่องเที่ยวและบริการ / หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ (หลักสูตรสองภาษา) และหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการท่องเที่ยวและบริการ

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีระ วีระโสภณ ทำหน้าที่คณบดี ดูแลด้านการบริหารจัดการในวิทยาลัยในขณะนี้

    คำว่าอุตสาหกรรมบริการ เป็นคำที่มีความหมายกว้างมาก ทุกวันนี้ในทุกภาคส่วน ไม่ว่าภาครัฐหรือเอกชนต้องนำคำว่าบริการมาปรับใช้ภายในองค์กร เพื่อประโยชน์แก่ผู้มาใช้บริการ (Hospitality is the Key Answer for all Organization)”

    คณบดีวิทยาลัยอุตสาหกรรมบริการ มองว่า อุตสาหกรรมบริการเป็นศาสตร์ทางสหวิทยาการ ดังนั้น จะมองเห็นได้จากภาครัฐโดยเฉพาะรัฐบาลที่ให้ความสำคัญแม้กระทั่งตั้งเป็นกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งในวิทยาลัยก็ล้อจากนโยบายจากรัฐบาล มีการจัดการเรียนการสอนด้านการท่องเที่ยว การบริการ กิจกรรมนันทนาการ สุขภาพและกีฬา เชื่อว่าในอนาคตมีการขยายและเติบโตในภาคอุตสาหกรรมบริการอย่างต่อเนื่องแน่นอน

    วิทยาลัยการจัดการอุตสาหกรรมบริการ เป็นการรวมตัวกันระหว่าง สาขาวิชาการท่องเที่ยว โรงแรม กับวิทยาลัยนานาชาติ ซึ่งก่อนหน้าที่ แต่ละสาขาก็จะมีความโดดเด่นในตนเอง โดยที่สาขาวิชาการท่องเที่ยว โรงแรม จะโดดเด่นด้านวิชาชีพ ในขณะที่วิทยาลัยนานาชาติ จะเน้นหนักที่ภาษา มาถึงวันนี้ อะไรที่คือความโดดเด่นที่เป็นจุดขายของวิทยาลัยนี้?

    คณบดีวิทยาลัยอุตสาหกรรมบริการ กล่าวว่า แน่นอนว่า ถ้าในส่วนของการบริหารจัดการ จะเป็นการผสมผสานกันระหว่างการทำงานในรูปแบบคณะและรูปแบบวิทยาลัยฯ ซึ่งถ้าได้รับการบ่มเพาะหรือ blend ที่มีคุณภาพ จะทำให้องค์กรมีศักยภาพและกลายเป็นจุดแข็ง ทั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการบริการวิชาการต่อนักเรียนและนักศึกษาที่เข้ามาเรียน (Key Answers)

    เนื่องจากอุตสาหกรรมบริการเป็นศาสตร์ในเรื่องของสหวิทยาการ ดังนั้น ทุกสาขาวิชาฯ ที่เปิดการเรียนการสอนมีจุดเด่นสำคัญทุกสาขาวิชาฯ ไม่ว่าจะเป็น การท่องเที่ยว การโรงแรม การจัดการอีเวนต์ การบิน หรือ International business เราต้องมีการใส่องค์ความรู้ในด้านการบริการ หรือการเป็น Hospitality ลงไปในทุกสาขาวิชาฯ”

    คำถามที่ว่า วิชาชีพนี้ เครื่องมือสำคัญคือ “ภาษา” เอาคำว่า “นานาชาติ” ออกไปแล้ว วิทยาลัยยังให้ความสำคัญกับการจัดการเรียนการสอนด้านภาษามากน้อยแค่ไหน และมีวิธีการจัดการเรียนการสอนอย่างไร ที่จะรับประกันได้ว่า เด็กจบแล้วจะต้องเก่งภาษา

    ถ้าท่านถามในลักษณะนี้ ว่าเอาคำว่านานาชาติ ออกไปแล้ว จะยังให้ความสำคัญกับด้านภาษาหรือไม่ ทั้งนี้ขอออกตัวว่าเราน้อมรับในมติของสภามหาวิทยาลัยฯ ที่เล็งเห็นในการควบรวมของทั้งสองภาคส่วน ซึ่งทางผู้บริหารได้มองการไกลแล้วว่าถ้าการควบรวมเกิดขึ้น ประโยชน์จะต้องลงไปสู่นักศึกษาแน่นอน ดังนั้นขอตอบว่า ในวิทยาลัยฯของเรา การเรียนการสอนในด้านภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาอื่นๆ เราให้ความสำคัญ รับประกันได้ว่าคุณภาพของการเรียนการสอนไม่น้อยกว่าสมัยที่เป็นวิทยาลัยนานาชาติแน่นอน ขณะเดียวกัน คุณภาพของการศึกษา หรือ Academic จะมีดีกรีที่สูงขึ้น เพราะเรามีศาสตร์ทางด้านวิชาการและการฝึกปฏิบัติจริงที่มาจากวิทยาลัยนานาชาติและคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ดังนั้น นักศึกษาที่จบการศึกษาจากวิทยาลัยฯ จะมีความสามารถทางด้านภาษา รวมถึงภาคปฏิบัติ ฝึกประสบการณ์จริง และที่สำคัญมีความเป็นมืออาชีพ

    คณบดีวิทยาลัยอุตสาหกรรมบริการ ให้ความมั่นใจว่า วิทยาลัยฯ มีวิธีการจัดการเรียนการสอนที่เชื่อมั่นได้ว่า เด็กจบการศึกษาไปแล้ว จะเป็นมืออาชีพเหมือนกับวิสัยทัศน์ที่มหาวิทยาลัยวางไว้

    แน่นอนในปัจจุบันนี้ ทุกหลักสูตรกำลังจะเป็นหลักสูตร CWIE  กันทั้งหมด อย่างน้อยบางหลักสูตรก็เป็นหลักสูตร Wil ดังนั้นผู้ปกครองส่งบุตรหลาน มาเรียนที่นี่ มั่นใจได้เลยว่า จบการศึกษาไปแล้วจะมีความเป็นมืออาชีพในองค์รวมทั้งหมด ตั้งแต่ผู้สอนที่มีความรู้ประสบการณ์ License ต่างๆ เช่น คณบดี มีบัตรมัคคุเทศก์และบัตรหัวหน้าทัวร์ และยังเคยผ่านการทำงานในโรงแรมระดับ 5 ดาว รวมไปถึงอาจารย์จากสาขาธุรกิจการบิน อดีตเคยเป็นลูกเรือซึ่งผ่านการอบรมต่างๆมา อาจารย์จากสาขาโรงแรมผ่านการทำงานในโรงแรมในระดับมาตรฐานสากลและผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรต่างๆที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น บัณฑิตก็จะจบการศึกษาไปอย่างมืออาชีพตามหลักสูตร

    หมายเหตุ :

    1) หลักสูตร CWIE (Cooperative and Work Integrated Education) หรือ “สหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน” คือหลักสูตรที่ร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและสถานประกอบการ เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนทฤษฎีควบคู่การปฏิบัติงานจริงในสถานที่จริง มุ่งเน้นสร้างบัณฑิตที่มีสมรรถนะพร้อมทำงานทันทีหลังจบการศึกษา 

    2)  หลักสูตร  WiL (Work-integrated Learning) คือการจัดการศึกษาที่บูรณาการทฤษฎีในห้องเรียนเข้ากับการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ เป็นการเรียนรู้แบบผสมผสานระหว่างภาควิชาการและวิชาชีพ เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกฝนทักษะการทำงานจริง แก้ปัญหาหน้างานจริง และมีความพร้อมในการทำงานทันทีหลังสำเร็จการศึกษา

    สิ่งที่วิทยาลัยอุตสาหกรรมบริการ ดำเนินการควบคู่ไปกับการจัดการเรียนการสอนด้วยเช่นเดียวกันก็คือการพัฒนาคุณภาพอาจารย์ผู้สอน เพราะศิษย์จะประสบความสำเร็จได้ ต้องมีครูที่ดี คณบดีวิทยาลัยอุตสาหกรรมบริการ  กล่าวว่า อาจารย์ บุคลากรสายวิชาการทุกท่านภายในวิทยาลัยฯ มีการส่งเสริมให้เขียนเอกสารประกอบการสอน ตำรา และวิจัย อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นด้วยเหตุปัจจัยภายนอก ที่ในวิทยาลัยฯ ไม่สามารถควบคุมได้ในการตัดสินตำแหน่งวิชาการ แต่ปัจจุบันผู้บริหารได้กำหนดทิศทางในการขอตำแหน่งวิชาการที่มีการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขอมากขึ้น ดังนั้นคณบดีจึงเร่งและช่วยเหลือบุคลากรทุกท่านภายในวิทยาลัยฯ และมั่นใจว่าภายใน 4 ปีนี้ จะต้องมีตำแหน่งทางวิชาการ อย่างน้อย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ขึ้นไปถึงร้อยละ 50 ของบุคลากรสายวิชาการทั้งหมด

    เป็นคณบดีวาระแรก มีอะไรบ้างที่เป็น Master piece

    งานแรก เป็นงานยากครับ คือการจัดการบุคลากรให้มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เนื่องจากที่ผ่านมาเราเจอวิกฤตโควิด 19 ในช่วงเดียวกันกับการควบรวมของทั้งสองส่วน (วิทยาลัยนานาชาติและคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์) บุคลากรของเราจึงอาจจะมีการพบปะพูดคุยระหว่างกันน้อยมาก แต่ใน 1 ปีที่ผ่านมาหลังจากที่ผมเข้ารับตำแหน่งคณบดี ผมมั่นใจว่าเรารู้จักกันมากขึ้น พูดคุยกันมากขึ้น ผ่านจากโครงการต่างๆ ที่ทางวิทยาลัยฯ จัดทำขึ้น เมื่อบุคลากรทั้งหมดในวิทยาลัยฯ มีความเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกันตามเป้าหมายและวิสัยทัศน์ของวิทยาลัยฯ แล้วนั้น ประโยชน์สูงสุดจึงตกสู่นักศึกษา เพราะอย่างที่ทราบความเป็นมา วิทยาลัยนี้ ก่อตั้งขึ้นโดยมาจากคนที่มีความหลากหลาย ตั้งแต่องค์ความรู้ไปจนถึงวัฒนธรรมในการทำงาน หลังจากนั้น เรามีการพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลาตามพลวัตโลก มีการจัดทำแผนปรับปรุงภูมิทัศน์รวมถึงสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ต่างๆ เช่น ห้องเรียนที่ทันสมัย ห้องประชุม ห้อง Co-Working Space ห้องฝึกปฏิบัติการสำหรับนักศึกษาและอื่นๆ ภายใน 4 ปีนี้

    ทั้งหมดนี้ เป้าหมายหลักคือการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนบัณฑิตของวิทยาลัยมีคุณภาพสูงสุดเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป

    ในขณะเดียวกัน วิทยาลัยพัฒนาทั้งแนวราบและแนวตั้ง  

    วิทยาลัยฯของเรามีจุดเด่น คือ เป็นวิทยาลัยฯ ที่มีหลักสูตรครบจบในคณะ คือ ตั้งแต่ปริญญาตรี โท และเอก และทุกหลักสูตรเราย้ำว่า…เป้าหมายสุดท้ายคือการมีองค์ความรู้และขณะเดียวกันมีความเป็นมืออาชีพครับ

    “วีระ วีระโสภณ”

    จากประสบการณ์โรงแรม 5 ดาว และร้านอาหารไทยในต่างแดน

    สู่คณบดีอุตสาหกรรมบริการ

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีระ วีระโสภณ จบปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาการจัดการโรงแรม มหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อปี 2540 ระดับปริญญาโท สาขา ธุรกิจระหว่างประเทศ MIB. University of Western Sydney ปี 2000 (The Australian Center For Language Diploma in English for Academic Purposes และ Certificate IV) จบปริญญาเอก บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต สาขาธุรกิจการกีฬาและการบันเทิงจากวิทยาลัยบัณฑิตศึกษา ด้านการจัดการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

    จบปริญญาตรีแล้ว ไปทำงานที่โรงแรม Le Méridien President Bangkok ในตำแหน่ง Room Service หลังจากนั้นเรียนปริญญาโทที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย ในช่วงที่เรียนได้มีโอกาสทำงาน ร้านอาหาร Domino’s Pizza ดับเบิลเบย์ ตำแหน่งพนักงานนำส่งอาหารไปยังที่พัก (Home Delivery) แล้วมาทำร้านอาหารพลอยไทยถนนริมหาดบอนได ซิดนีย์  ตำแหน่ง บริกร จบปริญญาโทแล้วจึงมาเป็นอาจารย์ที่สวนสุนันทาครั้งแรกที่คณะวิทยาการจัดการ ในปี พ.ศ.2544 และปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำสาขาวิชา การจัดการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ วิทยาลัยการจัดการอุตสาหกรรมบริการ

    วิชาที่เคยทำการสอน ยกตัวอย่างเช่น MICE.การจัดการอุตสาหกรรมบริการ,หลักการโรงแรม, อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว, หลักการมัคคุเทศก์, การตลาดในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว, ศิลปะการต้อนรับและการติดต่อในงานบริการ, การจัดการอาหารและเครื่องดื่ม, การประกอบธุรกิจเบื้องต้น, การตลาด, การจัดการธุรกิจขนาดย่อม, พฤติกรรมนักท่องเที่ยว

    ปัจจุบันยังมีอีกหน้าที่หนึ่ง คือ เป็นประธานหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต – ประธานหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการท่องเที่ยวและบริการ โดยถือว่า เป็นผู้เขียนและก่อตั้งหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการท่องเที่ยวและบริการ คนแรกของสวนสุนันทา

    ตำแหน่งทางบริหาร เคยเป็นตัวแทนสภาคณาจารย์ จากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ในปี 2559-2560 รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ปี 2560-2565 ในคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และเป็นรองคณบดีฝ่ายบริหาร ปี 2566-2568 ของวิทยาลัยการจัดการอุตสาหกรรมบริการ

    หลังจากนั้น เมื่อคณบดีท่านเก่าลาออกจากตำแหน่ง ได้รับการสรรหาให้เป็นคณบดีคนใหม่ จวบจนกระทั่งปัจจุบัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/news/pr/102034/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw340gW1xOEyLUWAYc5PQVVr

  • ครม. เห็นชอบร่างแถลงนโยบายรัฐบาลนายกฯ อนุทิน ใช้ 5 เสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

    ครม. เห็นชอบร่างแถลงนโยบายรัฐบาลนายกฯ อนุทิน ใช้ 5 เสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

    ครม. เห็นชอบร่างแถลงนโยบายรัฐบาลนายกฯ อนุทิน ใช้ 5 เสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

    (6 เมษายน 2569) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าวันนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) มีมติเห็นชอบคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี โดยนโยบายหลักประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านเศรษฐกิจ 2. ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง 3. ด้านสังคม 4. ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และ 5. ด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย

    นางสาวรัชดา ฯ  กล่าวต่อว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้การผลิตและขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเกิดความชะงักงัน ปริมาณลดลงสวนทางกับความต้องการ ทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังเผชิญ
    ความท้าทายด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ และด้านความมั่นคงด้วย

    โดยการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในวาระนี้ จะต่อยอดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ พร้อมปรับรูปแบบการบริหารภาครัฐเป็น “ระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster)” โดยจะรวมพลังภาคเอกชนและประชาชน ปรับบทบาทภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน รวมทั้งเร่งรัดต่อยอดการพัฒนาระบบดิจิทัลของภาครัฐ   โดยกลไกการบริหารราชการในรูปแบบ “Cluster” แบ่งการทำงานออกเป็น 5 กลุ่มยุทธศาสตร์ ได้แก่

    1. ด้านเศรษฐกิจมหภาค การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต 
    2. ด้านการผลิต การค้าและบริการ 
    3. ด้านโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 
    4. ด้านสังคมและสวัสดิการ และ 
    5. ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง

    “ รัฐบาลพร้อมที่จะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไป โดยภายหลังการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีดังกล่าวแล้ว จะมีการจัดทำคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ และประชาชนสามารถเข้าถึงเอกสารได้ผ่านทาง www.thaigov.go.th” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเชิญชวนติดตามการแถลงนโยบายของรัฐบาล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/69662&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XWO4_SAs8TjYQqH5OA9lR

  • gettgo จับมือ บางจาก ขยายช่องทางประกันรถยนต์ออนไลน์ เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ผู้ใช้รถทั่วประเทศ

    gettgo จับมือ บางจาก ขยายช่องทางประกันรถยนต์ออนไลน์ เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ผู้ใช้รถทั่วประเทศ

    gettgo โบรกเกอร์ประกันออนไลน์ ภายใต้การบริหารของบริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อขยายช่องทางการเข้าถึงประกันภัย ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้ใช้รถยุคใหม่ โดยลูกค้าสามารถเลือกซื้อ ประกันรถยนต์รายปี, ประกันรถยนต์ระยะสั้น และ พ.ร.บ. ออนไลน์ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ผ่านแอปพลิเคชันบางจาก

    บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานของไทย ที่มีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันบางจาก ร้านกาแฟอินทนิล และโปรแกรมสมาชิก Bangchak GreenMiles ที่มีฐานผู้ใช้งานทั่วประเทศ ด้วยจุดแข็งด้านฐานลูกค้าผู้ใช้รถจำนวนมาก ทำให้ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยเชื่อมต่อบริการด้านพลังงานและประกันภัย พร้อมเพิ่มทางเลือกการเข้าถึงความคุ้มครองให้สะดวกยิ่งขึ้น

    ความร่วมมือครั้งนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ ประกันรถยนต์รายปี, ประกันรถยนต์ระยะสั้น และประกันภาคบังคับ (พ.ร.บ. รถยนต์) เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้รถที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็วในชีวิตประจำวัน โดยลูกค้าสามารถเลือกเปรียบเทียบแผนประกันจากบริษัทประกันภัยชั้นนำ และซื้อออนไลน์ได้ทันทีในไม่กี่ขั้นตอน ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ต้องการ “ครบจบในที่เดียว” ตั้งแต่การดูแลรถ เติมน้ำมัน ไปจนถึงการเลือกซื้อประกันภัย ตามความคุ้มครองที่เหมาะสม

    นายวรวัฒน์ โรจน์รังษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด กล่าวว่า
    “gettgo มุ่งพัฒนาบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยตั้งใจให้ทุกคนได้รับความคุ้มครองที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด ผ่านแพลตฟอร์ม gettgo ที่ช่วยคัดเลือกและเปรียบเทียบแผนประกันจากหลายบริษัท เพื่อให้ลูกค้าเลือกได้ง่าย สะดวก และคุ้มค่าในที่เดียว”

    ทั้งนี้ ลูกค้าบางจากสามารถเข้าถึง ประกันรถยนต์รายปี, ประกันรถยนต์ระยะสั้น และ พ.ร.บ. ออนไลน์ จาก gettgo ได้โดยตรงผ่านแอปพลิเคชันบางจาก พร้อมเลือกเปรียบเทียบแผนประกันจากหลายบริษัทประกันภัยชั้นนำ เลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมได้อย่างสะดวกในที่เดียว พร้อมสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าบางจากมากมาย

    ●คำเตือน: ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/288214&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CeLfLYL4XtuT3XwkHHTU0

  • นายกฯ เรียก รมต.เศรษฐกิจ ถกรื้อโครงสร้างราคานํ้ามัน ก่อนนำเข้า ครม.นัดพิเศษ คํ่านี้

    นายกฯ เรียก รมต.เศรษฐกิจ ถกรื้อโครงสร้างราคานํ้ามัน ก่อนนำเข้า ครม.นัดพิเศษ คํ่านี้

    นายกฯอนุทิน เรียกรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ถกปมวิกฤติพลังงาน-รื้อโครงสร้างราคานํ้ามัน ก่อนนำเข้าที่ประชุม ครม.นัดพิเศษคํ่านี้

    6 เมษายน 2569 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลในเวลา 14.00 น. และได้เรียกนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อประชุมหารือเรื่องปรับปรุงโครงสร้างราคาขายส่งนํ้ามันหน้าโรงกลั่น ก่อนจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษในช่วงค่ำวันนี้ เพื่อให้มีมติเห็นชอบ

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/975959/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1qongDtSeDA_RkwKK7KHXN

  • ครม.นัดพิเศษไฟเขียวผลศึกษาปรับโครงสร้างราคาพลังงาน : อินโฟเควสท์

    ครม.นัดพิเศษไฟเขียวผลศึกษาปรับโครงสร้างราคาพลังงาน : อินโฟเควสท์

    ครม. มีมติเห็นชอบผลการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนด ต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อ เพลิง (เบื้องต้น) มอบ พน. ดำเนินการตามกฏหมาย เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ

    นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบผลการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (เบื้องต้น) และมอบหมายให้กระทรวงพลังงาน ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์สาธารณะ ในการกำหนดค่าการกลั่นและค่าการตลาดที่เหมาะสม ในช่วงที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนสูงเพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ บรรเทาผลกระทบต่อประชาชน และลดภาระต้นทุนของภาคธุรกิจในภาพรวม

    ทั้งนี้ ผลการศึกษาครอบคลุม อาทิ ข้อมูลต้นทุนของโรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทย ซึ่งได้ขอให้โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 รายจัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนการจัดหาน้ำมันดิบ ได้แก่ ค่า Crude Premium ค่า Product Premium ค่า War Risk Premium ค่าขนส่ง (Freight) และค่าประกันภัย (Insurance) โดยเป็นข้อมูลประมาณการตั้งแต่เดือนมกราคม- มีนาคม 2569 พบว่าหลังจากเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ต้นทุนการจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ เนื่องมาจากต้นทุนดังกล่าวที่ปรับตัวสูงขึ้น

    กระทรวงพลังงานจะได้ไปดำเนินการ ดังนี้

    1) กรมธุรกิจพลังงาน

    (1) ปรับปรุงแบบฟอร์มการรายงานข้อมูลจากโรงกลั่นน้ำมันให้มีมาตรฐาน (Data Standard) เพื่อให้สามารถคำนวณแยกรายละเอียด (Breakdown) ต้นทุนและค่าการกลั่น

    (2) จัดทำตารางแยกรายละเอียดต้นทุนในช่วงภาวะวิกฤต อาทิ ค่า Crude Premium ค่า Product Premium ค่า War Risk Premium ค่าขนส่ง (Freight) และค่าประกันภัย (Insurance) ให้เป็นปัจจุบัน

    (3) ประสานให้กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันจัดส่งข้อมูลชนิดและแหล่งที่มาของน้ำมันดิบที่นำเข้าจริงในปัจจุบัน

    (4) ศึกษาโครงสร้างและกำลังการผลิตของแต่ละโรงกลั่นน้ำมันเพื่อนำมาคำนวณหาค่าเฉลี่ยสัดส่วนน้ำมันสำเร็จรูปที่ผลิตได้รวมของทั้งประเทศ

    2) สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน

    (1) ศึกษามาตรฐานสากลเพื่อกำหนดเกณฑ์มาตรฐานกลางของค่า Premium ต่าง ๆ สำหรับใช้อ้างอิง (Benchmark)

    (2) ทบทวนและปรับปรุงตารางโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงให้สอดคล้องกับปัจจุบัน

    3) กระทรวงพลังงานดำเนินการสื่อสารและสร้างการรับรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแก่ประชาชนอย่างทั่วถึงต่อไป

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRF50IQ1LTG6CVKKLOXF7QO8ZE15A7BN&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37F06u6P7cN3AufeAptprA