Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ศึกษาดูงานแผนการจัดการเผชิญเหตุวิกฤตสุขภาพจิต — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ศึกษาดูงานแผนการจัดการเผชิญเหตุวิกฤตสุขภาพจิต — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/122426/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw372_lqj5Grl-RmjZrVdtro

  • จากสเปิร์มแซลมอนถึงมูลนก เครื่องสำอาง-สกินแคร์สุดแปลก มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับหรือไม่ – BBC News ไทย

    จากสเปิร์มแซลมอนถึงมูลนก เครื่องสำอาง-สกินแคร์สุดแปลก มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับหรือไม่ – BBC News ไทย

    จากสเปิร์มแซลมอนถึงมูลนก เบื้องหลังเครื่องสำอาง-สกินแคร์สุดแปลก มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับหรือไม่

    ที่มาของภาพ, Serenity Strull/ BBC/ Getty Images

      • Author, เดวิด ค็อกซ์
      • Role, บีบีซี ฟิวเจอร์
    • เวลาอ่าน: 12 นาที

    ที่คลินิกความงาม “เธอกับฉัน” (You & I Clinic) ในกรุงโซลของเกาหลีใต้ เมนูบำรุงผิวซึ่งได้รับความนิยมสูงสุดจากลูกค้า คือการฉีดชิ้นส่วนดีเอ็นเอขนาดจิ๋วของ “สเปิร์มปลาแซลมอน” ลงไปในชั้นหนังแท้ (dermis) ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นกลางส่วนที่หนาที่สุด ทั้งยังเป็นที่อยู่ของเส้นเลือดน้อยใหญ่, เส้นประสาท และต่อมต่าง ๆ

    “เป้าหมายของการฉีดสเปิร์มปลาแซลมอน ไม่ใช่การทำให้ผิวหนาเต่งตึงขึ้น เหมือนกับการฉีดสารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์ (filler) แต่เป็นการฉีดสารชีวภาพกระตุ้นฟื้นฟูผิวให้กลับคืนสู่สภาพที่ดีที่สุด หรือที่เรียกว่า “ไบโอสติมูเลเตอร์” (Biostimulator) โดยสารนี้จะไปปรับโครงสร้างผิวให้สนับสนุนการฟื้นฟูผิว รวมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมของผิวให้มีสุขภาพดีขึ้น” อี คยู-โฮ แพทย์ความงามประจำคลินิก “เธอกับฉัน” และศาสตราจารย์วุฒิคุณแห่งมหาวิทยาลัยยอนเซกล่าว

    แม้จะฟังดูแปลกประหลาด แต่นายแพทย์อี คยู-โฮ อธิบายว่า แนวคิดการใช้สเปิร์มปลาแซลมอนมาฉีดกระตุ้นฟื้นฟูผิว มีต้นกำเนิดมาจากโลกของวิทยาการเวชศาสตร์ฟื้นฟูและการรักษาบาดแผลนั่นเอง หลังมีการค้นพบว่าชิ้นส่วนดีเอ็นเอของปลามีศักยภาพสูง ในการกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมเนื้อเยื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนไข้ที่มีแผลเป็นบนใบหน้าเนื่องจากการต่อสู้

    อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวยังมีอยู่ค่อนข้างน้อย แต่งานวิจัยบางชิ้นระบุว่า สารโพลีนิวคลีโอไทด์ (polynucleotide) จากสเปิร์มของแซลมอน ที่ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์สะอาดแล้ว อาจช่วยลดเลือนริ้วรอยร่องตื้น (fine line) บนใบหน้าได้

    ด้านรองศาสตราจารย์โจชัว ไซช์เนอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านตจวิทยาจากโรงพยาบาลเมาต์ไซนายของสหรัฐฯ และที่ปรึกษาของบริษัทผู้ผลิตเครื่องสำอางแห่งหนึ่ง บอกว่าสเปิร์มของปลาแซลมอนได้ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่า “สามารถจะทำให้ผิวชุ่มชื้นอวบอิ่มขึ้น, สภาพผิวดีขึ้น, และริ้วรอยลดลงได้…อย่างไรก็ตาม ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้ริเริ่ม และเป็นผู้ทดลองใช้วิธีนี้กับการฟื้นฟูบำรุงผิวเป็นคนแรก แต่มันก็ได้ถูกนำมาใช้แล้ว”

    ปัจจุบันเกาหลีใต้ถูกมองว่าเป็นผู้นำเทรนด์ความงามอันดับต้นของโลก หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของกระแส “เค-บิวตี้” (K-Beauty) และดูเหมือนว่ากระแสความนิยมในการฉีดไบโอสติมูเลเตอร์ที่ทำจากสเปิร์มปลาแซลมอน ได้เริ่มขึ้นที่แดนโสมขาวและแพร่หลายออกไปทั่วโลก โดยได้รับแรงหนุนจากคนดังอย่าง Charli XCX และเจนนิเฟอร์ อนิสตัน ชื่อเสียงที่มาแรงแซงโค้งของสเปิร์มปลาแซลมอน ดังกระหึ่มขึ้นพร้อมกับเทรนด์ความงามสุดแปลกอื่น ๆ เช่นครีมพอกหน้าจากมูลนก และการพอกหน้าด้วยเลือดที่ดูดออกมาจากร่างกาย ซึ่งไม่ต่างจากพฤติกรรมของผีดูดเลือดหรือแวมไพร์

    ความงามแบบโบราณ

    ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า วิธีเสริมความงามให้ผิวสวยแบบสุดแสนจะแปลกประหลาดเช่นนี้ จะได้ผลจริงตามที่โฆษณาเอาไว้หรือไม่ แต่ในอดีตซึ่งย้อนไปได้ถึงเมื่อหลายพันปีก่อน บันทึกประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติก็ได้เล่าขานถึงวิธีบำรุงผิวอันพิลึกพิลั่นเอาไว้ไม่น้อย

    ตัวอย่างเช่นราชินีคลีโอพัตราของอียิปต์ อาบน้ำนมชนิดพิเศษซึ่งทำจากนมเปรี้ยวของลาเพื่อบำรุงผิวให้นวลเนียน ส่วนหญิงสาวเมียนมาก็ใช้แป้งทานาคาลูบไล้บนใบหน้ามานานหลายร้อยปีแล้ว โดยแป้งทานาคานี้ทำมาจากเปลือกหรือแก่นไม้ชนิดหนึ่งที่ถูกป่นเป็นผง ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด และเป็นเครื่องสำอางสำหรับวาดลวดลายตกแต่งใบหน้าไปในตัว ส่วนครีมรักษาจุดด่างดำตำรับชาวโรมันโบราณนั้น สูตรที่โด่งดังมากสูตรหนึ่งใช้ลำไส้ของจระเข้เล็กบางชนิดมาบดเป็นยา

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    แต่ถึงกระนั้น วิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ตำรับความงามของคนโบราณเหล่านี้บางสูตรก็ใช้ได้ผลจริง ๆ จนยืนยงคงกระพันมานานหลายร้อยหลายพันปี เช่นการใช้สมุนไพรอย่างขมิ้น, ใบบัวบก, และสาหร่ายทะเล ซึ่งนิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอางและสกินแคร์ยุคใหม่หลายยี่ห้อ เนื่องจากมีคุณสมบัติลดการอักเสบและให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้ดี

    ผลการศึกษาหนึ่งที่ตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อปี 2022 ระบุถึงผลสำรวจวิธีดูแลผิวแบบโบราณในยุคศตวรรษที่ 12 ของอิตาลี ซึ่งรวบรวมไว้ในตำราของ “ตรอตาแห่งซาร์เลร์โน” (Trota of Salerno) แพทย์หญิงผู้เลื่องชื่อจากยุคกลาง พบว่ามีส่วนประกอบหลายอย่างเช่นถั่วปากอ้าและน้ำส้มสายชู ซึ่งนักวิจัยยุคใหม่ยอมรับว่าสามารถใช้ทำความสะอาดผิวหน้า, ผลัดเซลล์ผิว, และรักษาอาการผิวแห้งได้ดี ส่วนสารสกัดจากน้ำมันทาร์ทาร์ที่เรียกว่ากรดทาร์ทาริก (tartaric acid) ปัจจุบันก็ถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของสกินแคร์ยุคใหม่อย่างแพร่หลาย

    พอกหน้าขาวแบบเกอิชา – ใช้เลือดประจำเดือนทาหน้า

    สูตรบำรุงผิวแบบโบราณบางอย่าง ไม่ได้ใช้เพียงแค่พืชสมุนไพรและแร่ธาตุในธรรมชาติเท่านั้น ตัวอย่างเช่น “ครีมพอกหน้าเกอิชา” ใช้มูลของนกไนติงเกลชนิดหนึ่งมาอาบรังสีฆ่าเชื้อ ด้วยการฉายแสงอัลตราไวโอเลตพลังงานสูง แล้วผสมเข้ากับสารเคมีอย่างอื่นๆ เช่นสารช่วยผลัดเซลล์ผิวและสารที่ทำให้ผิวกระจ่างใส ก่อนจะนำไปวางจำหน่ายในรูปแบบของมาสก์ (mask) สำหรับพอกหน้า

    สูตรมูลนกทาหน้าที่ฟังดูสกปรกน่าขยะแขยงนี้ มีต้นกำเนิดมาจากการค้นพบของชาวญี่ปุ่นเมื่อหลายร้อยปีก่อน โดยคนโบราณแดนอาทิตย์อุทัยพบว่า มูลของนกกระจิ๊ดหรือนกตัวเล็กที่หาแมลงกินตามพุ่มไม้ ซึ่งนับเป็นนกไนติงเกลชนิดหนึ่ง สามารถนำมาใช้ฟอกสีผ้าให้หลุดออกจากเส้นใยผ้าได้ ทำให้หญิงเกอิชาสนใจนำมาประยุกต์เป็นครีมผิวขาว และครีมล้างเครื่องสำอางที่ทั้งหนาและหนักของพวกเธอ

    ทุกวันนี้สูตรมูลนกพอกหน้าขาวของเกอิชา ได้รับความนิยมแพร่หลายในคลินิกความงามหลายแห่งทั่วโลก ซึ่งการที่อุจจาระนกทำให้ผิวของเรากระจ่างใสขึ้นได้นี้ ไม่ใช่เรื่องงมงายแต่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนอยู่ไม่น้อย โดยรศ.ไซช์เนอร์บอกว่า มูลของนกไนติงเกลมี “ยูเรีย” (Urea) ปะปนอยู่ด้วยความเข้มข้นสูง ซึ่งยูเรียมีคุณสมบัติทำให้ผิวอ่อนนุ่มได้เป็นอย่างดี จนถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของสารให้ความชุ่มชื้นหรือมอยซ์เจอไรเซอร์ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน

    มูลนกยังมีกรดอะมิโน “กัวนีน” (guanine) อยู่ในปริมาณสูง ซึ่งรศ.ไซช์เนอร์บอกว่า กรดอะมิโนสามารถให้ความชุ่มชื้นและทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นได้ “อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องรู้เอาไว้ด้วยว่า ครีมพอกหน้าจากมูลนกที่ใช้ในคลินิกความงามนั้น ใช้มูลนกที่ผ่านการฆ่าเชื้อ และผ่านการแปรรูปให้บริสุทธิ์สะอาดมาแล้ว คุณไม่สามารถไปกอบเอามูลนกจากข้างทางขึ้นมาทาหน้าเองได้”

    นอกจากนี้ ผู้บริโภคควรตระหนักเอาไว้ด้วยว่า บรรดางานวิจัยจำนวนมากเกี่ยวกับสูตรบำรุงผิวแบบพิสดารนั้น ล้วนได้รับเงินทุนสนับสนุนจากแวดวงอุตสาหกรรมความงาม หรือจัดทำโดยทีมนักวิจัยที่เป็นลูกจ้างของบริษัทเครื่องสำอางเหล่านั้นอยู่แล้ว

    แต่ถึงกระนั้น บรรดานักวิจัยกลับไม่ค่อยกระตือรือร้นนักกับเทรนด์ความงามสุดพิสดาร ที่แพร่หลายอยู่บนสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะสูตรลับความงามแบบดีไอวาย หรือการบำรุงผิวซึ่งทำเองได้ที่บ้านที่ปรากฏบนติ๊กตอก (Tik Tok) เช่นการใช้เลือดประจำเดือนมาทาหน้า

    สูตรบำรุงผิวชวนแหวะนี้อ้างถึงผลวิจัยซึ่งตีพิมพ์เมื่อปี 2018 ซึ่งอ้างว่าพลาสมาหรือน้ำเลือดที่สกัดจากเลือดประจำเดือน สามารถเร่งการสมานแผลได้ดีกว่า เมื่อเทียบกับพลาสมาจากเลือดทั่ว ๆ ไป

    ดร.เป่ยเป่ย ตู้ – ฮาร์ปูร์ นักวิจัยด้านตจวิทยาที่ราชวิทยาลัยแห่งกรุงลอนดอน (KCL) คัดค้านแนวคิดบำรุงผิวอันพิลึกพิลั่นข้างต้นว่า “ไม่มีแพทย์ผิวหนังหรือผู้เชี่ยวชาญของคลินิกความงามคนไหน จะแนะนำให้คนไข้ใช้สูตรบำรุงผิวแบบนั้น ฉันว่านี่เป็นแค่หนึ่งในเทรนด์ฮิตบนติ๊กตอก ที่ทำตาม ๆ กันไป เพียงเพราะมันน่าตกตะลึงขนหัวลุก และเรียกยอดวิวได้ดีแค่นั้น”

    พอกหน้าแบบแวมไพร์ด้วยพลาสมาอุดมเกล็ดเลือด

    อย่างไรก็ตาม ดร.ตู้-ฮาร์ปูร์ กลับชื่นชมในศักยภาพของการบำรุงผิวด้วยวิธีฉีดพลาสมาเกล็ดเลือดเข้มข้น หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า “พีอาร์พี” (platelet-rich plasma – PRP) บางคนถึงกับเรียกสูตรความงามพิสดารนี้ว่า “ทำหน้าแบบแวมไพร์” เพราะมันใช้เลือดฟื้นฟูให้ผิวคืนสู่ความอ่อนเยาว์

    วิธีนี้ใช้เลือดของผู้ที่ต้องการฉีดพีอาร์พีเอง มาเข้าเครื่องปั่นเพื่อให้องค์ประกอบของเลือดแยกออกเป็นส่วน ๆ กระบวนการนี้จะช่วยให้ผลผลิตที่ได้มี “โกรทแฟคเตอร์” (growth factor) หรือโปรตีนสื่อสารที่ส่งสัญญาณกระตุ้นการแบ่งตัว การเจริญเติบโต และการซ่อมแซมเซลล์ผิวหนัง มาผสมอยู่ในพลาสมาหรือน้ำเลือดในปริมาณความเข้มข้นที่สูงที่สุด ก่อนจะฉีดพลาสมาที่อุดมไปด้วยเกล็ดเลือดดังกล่าวกลับเข้าไปที่ใบหน้า โดยใช้เข็มขนาดจิ๋วที่เล็กเป็นพิเศษ (microneedle)

    ศักยภาพของวิธีใช้โกรทแฟคเตอร์ของตัวคนไข้เองมารักษาโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแนวทางของเวชศาสตร์ฟื้นฟู ทำให้เกิดกระแสความสนใจในวงการแพทย์หลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นโรคข้อเสื่อม ไปจนถึงโรคผมร่วงผมบาง และการรักษาบาดแผลที่ร้ายแรง

    ที่มาของภาพ, Serenity Strull/ BBC/ Getty Images

    คำบรรยายภาพ, การดูแลผิวที่กำลังเป็นที่นิยมบางอย่างมีพื้นฐานมาจากวิทยาศาสตร์มากกว่าสกินแคร์บางประเภท

    แม้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนการฉีดพีอาร์พีเพื่อปรับปรุงสุขภาพผิว ยังคงมีอยู่น้อยและผลการศึกษาที่ออกมาหลายชิ้นก็ขัดแย้งกันเอง ทว่ามีงานวิจัยบางชิ้นที่พบว่า การฉีดพีอาร์พีช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในกลุ่มผู้สูงวัยอายุ 50-60 ปี ทั้งยังช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นและจุดด่างดำได้อีกด้วย

    “ระดับของความสำเร็จในการฉีดพีอาร์พีของแต่ละคน มีความแตกต่างหลากหลายกันออกไปอย่างมาก” ดร.ตู้-ฮาร์ปูร์กล่าว เธอยังอธิบายเสริมด้วยว่า นั่นเป็นเพราะประสิทธิภาพของเครื่องปั่นแยกเกล็ดเลือดของแต่ละคลินิกหรือห้องปฏิบัติการแตกต่างกัน รวมทั้งคนไข้แต่ละคนก็มีปริมาณของโกรทแฟคเตอร์ในตัวไม่เท่ากันด้วย นอกจากนี้สัดส่วนของโกรทแฟคเตอร์แต่ละชนิดที่มีอยู่ตามธรรมชาติในกระแสเลือด ก็ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว “ด้วยเหตุนี้บางครั้งการฉีดพีอาร์พีจึงได้ผลดีมาก แต่บางครั้งก็ไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่”

    อนาคตของสกินแคร์

    แม้สูตรบำรุงผิวสุดพิสดารบางสูตรซึ่งเป็นที่นิยมกันอยู่ในขณะนี้ จะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มารองรับและยืนยันถึงความน่าเชื่อถือ แต่เหล่านักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและสกินแคร์มองว่า สูตรบำรุงผิวแบบใหม่รุ่นต่อไป จะเน้นการพัฒนาวิธีเสริมคอลลาเจนให้บังเกิดประสิทธิผลสูงสุด

    งานวิจัยใหม่ล่าสุดชิ้นหนึ่งที่วงการอุตสาหกรรมความงามเป็นผู้ให้ทุนสนับสนุน พบว่าการเสริมกรดอะมิโนให้ผิว โดยใช้เทคนิคทางวิศวกรรมเคมีทำให้เกิดการแทนที่ของคอลลาเจน ไม่เพียงแต่ทำให้สภาพผิว, ความชุ่มชื้น, และความยืดหยุ่นของผิวดีขึ้นภายในหกเดือน ทว่ายังลดอายุชีวภาพของผิวลงโดยเฉลี่ย 1.4 ปีด้วย โดยทีมผู้วิจัยทราบถึงเรื่องน่าทึ่งนี้ได้ จากการตรวจดีเอ็นเอในน้ำลายของกลุ่มตัวอย่าง

    ทีมผู้วิจัยข้างต้นสรุปผลการศึกษาว่า การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจำพวกคอลลาเจนประสิทธิภาพสูง ซึ่งมีการรักษาสมดุลของกรดอะมิโนได้ตามสูตรที่ค้นพบ อาจช่วยบำรุงสุขภาพผิวและสุขภาพร่างกายโดยทั่วไปได้อีกด้วย เนื่องจากผลการศึกษานี้สอดคล้องกับงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่ชี้ว่า ผิวหนังอาจมีบทบาทต่อสุขภาพร่างกายโดยรวมมากกว่าที่เราคิด โดยแสดงบทบาทผ่านกระบวนการทางชีวภาพบางอย่างเช่นการอักเสบ เพียงแต่ในตอนนี้นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถยืนยันรับรองเรื่องนี้ได้อย่างแน่ชัด

    การพัฒนาวิธีบำบัดรักษาโรคผิวหนังและสูตรบำรุงผิวแบบใหม่อีกอย่างหนึ่ง มุ่งไปที่การควบคุม “ไมโครไบโอม” (microbiome) หรือประชากรของจุลินทรีย์ชนิดต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่บนผิวหนังของเรา ซึ่งในบางครั้งมีบทบาทอย่างยิ่งต่อการอักเสบต่าง ๆ บนใบหน้าและผิวกาย

    รศ.ไซช์เนอร์บอกว่า หนึ่งในวิธีที่มีศักยภาพสูงคือการคิดค้น “พรีไบโอติกส์” หรืออาหารที่บำรุงเลี้ยงจุลินทรีย์ชนิดดี รวมทั้งการใช้ “โพสต์ไบโอติกส์” หรือสารเคมีที่เป็นประโยชน์ซึ่งจุลินทรีย์ชนิดดีผลิตออกมาตามธรรมชาติ โดยเมื่อปีที่แล้ว นักวิจัยจากเกาหลีใต้ได้ค้นพบแบคทีเรียชนิดหนึ่งในกระแสเลือด ซึ่งสามารถผลิตสารโพสต์ไบโอติกส์ที่มีประโยชน์มหาศาล ทั้งช่วยลดการอักเสบ, ลดความเครียดระดับเซลล์ที่เกิดจากอนุมูลอิสระ, และช่วยลดความเสียหายของคอลลาเจนในเซลล์ผิว อย่างไรก็ตาม ผลวิจัยในขั้นนี้ยังเป็นเพียงการทดสอบในจานทดลองเท่านั้น

    รศ.ไซช์เนอร์กล่าวเสริมว่า ก่อนที่ผลวิจัยข้างต้นจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อเป็นวิธีรักษาโรคผิวหนังและสูตรเสริมความงามกระแสหลักได้นั้น สกินแคร์ตัวใหม่จะต้องผ่านการทดสอบในขั้นสูงสุดเสียก่อน เพื่อพิสูจน์ว่ามันดีกว่าและใช้ได้ผลยิ่งกว่าสกินแคร์ตัวเก่าที่ผ่านการทดสอบซ้ำมาหลายครั้ง ทั้งยังวางจำหน่ายในท้องตลาดมานานหลายสิบปี

    “คำถามก็คือ…สกินแคร์ชนิดใหม่ที่เป็นกระแสโด่งดังอยู่ในตอนนี้ มันใช้ได้ผลดีกว่าสกินแคร์แบบดั้งเดิมที่มีขายอยู่แล้วตามท้องตลาดหรือไม่ นั่นเป็นคำถามที่ยังสามารถตอบได้หลากหลายแบบเลยทีเดียว” รศ.ไซช์เนอร์กล่าว

    ผู้เชี่ยวชาญคนนี้ยังให้คำแนะนำทิ้งท้ายว่า แทนที่จะเสียเงินก้อนโตถึง 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 16,300 บาท) ไปกับการทำหน้าเพียงครั้งเดียวแค่เพื่อให้ผิวชุ่มชื้นหรือกระจ่างใสขึ้น เราควรยึดมั่นและมีวินัยกับการบำรุงรักษาผิวหน้าเป็นประจำ อย่างเช่นการทาครีมกันแดดในตอนเช้า เพื่อปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำลายด้วยสภาพแวดล้อม ส่วนในตอนเย็นควรเติมความชุ่มชื้นด้วยมอยซ์เจอไรเซอร์สำหรับเวลากลางคืน และซ่อมแซมผิวด้วยสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อย่างเช่นเรตินอล (retinol)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/c1kr02mxzpyo.amp&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1LXMVAymIk-ySdVTvNOTEB

  • 5 พาวเวอร์แบงค์แม่เหล็ก แปะปุ๊ปชาร์จเลย ที่สุดของปี 2026

    5 พาวเวอร์แบงค์แม่เหล็ก แปะปุ๊ปชาร์จเลย ที่สุดของปี 2026

    ทุกวันนี้เทคโนโลยีการชาร์จไร้สายไม่ได้หยุดอยู่แค่คำว่า “ชาร์จได้” อีกต่อไป แต่ต้อง “ชาร์จเร็วและเครื่องไม่ร้อน” ด้วย มาตรฐานใหม่อย่าง Qi2.2 กลายเป็นบรรทัดฐานที่ทำให้พาวเวอร์แบงค์แม่เหล็กทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเทียบเท่าการเสียบสาย วันนี้ผมรวบรวมตัวเด็ดจากรายงานล่าสุดที่ทั้งบาง เบา และสเปกโหดมาฝากกัน

    baseus-picogo-am41

    1. Baseus PicoGo AM61

    ปัญหาใหญ่ของพาวเวอร์แบงค์แม่เหล็กคือ “ความร้อน” แต่ Baseus รุ่นนี้แก้เกมด้วยการออกแบบอัจฉริยะที่รักษาอุณหภูมิได้ดีเยี่ยม

    • จุดเด่น: เป็นพาวเวอร์แบงค์ที่เน้นความฉลาดของระบบระบายความร้อนแบบ Passive ทำให้ตัวเครื่องไม่ร้อนมือขณะใช้งาน แม้จะชาร์จที่ความเร็วสูงสุด 25W ก็ตาม
    • สเปก: ความจุ 10,000mAh พร้อมพอร์ต USB-C ที่จ่ายไฟแบบเสียบสายได้แรงถึง 45W
    • ราคาโดยประมาณ: 3,650 บาท

    anker-maggo-power-bank-1536x9

    2. EcoFlow RAPID Mag

    แบรนด์ที่โด่งดังเรื่อง Power Station กระโดดลงมาเล่นตลาดพาวเวอร์แบงค์พกพาและทำได้น่าประทับใจ

    • จุดเด่น: ให้ประสิทธิภาพพลังงานสูงสุดในกลุ่ม สามารถชาร์จ iPhone ให้เต็มได้เกือบ 2 รอบ (190% Capacity) พร้อมพัดลมระบายความร้อนในตัวและขาตั้งโลหะ
    • สเปก: รองรับ Qi2.2 ชาร์จเร็วทันใจและมีหน้าจอแสดงสถานะแบตเตอรี่ที่แม่นยำ
    • ราคาโดยประมาณ: 3,300 บาท

    anker-nano-power-bank-1-1536x 

    3. Anker MagGo Ultra-Slim (10K)

    ถ้าคุณชอบพาวเวอร์แบงค์ที่แปะแล้วยังใส่กางเกงยีนส์ได้แบบไม่ตุง Anker รุ่นนี้คือคำตอบ

    • จุดเด่น: ใช้เทคโนโลยีฉนวนความร้อน Aerogel แบบเดียวกับที่ใช้ในชุดอวกาศ ช่วยให้เครื่องบางเฉียบแต่ยังจัดการความร้อนได้ดีเยี่ยม
    • สเปก: มาตรฐาน Qi2 ชาร์จไร้สาย 15W และมีความจุสะใจถึง 10,000mAh ในขนาดที่แทบไม่ต่างจากรุ่น 5,000mAh สมัยก่อน
    • ราคาโดยประมาณ: 3,650 บาท

    belkin-boostcharge-pro

    4. Belkin UltraCharge Pro 10K

    Belkin ยังคงเน้นงานประกอบเนี๊ยบและความอเนกประสงค์ที่เหนือกว่าคู่แข่ง

    • จุดเด่น: มีวงแหวนแม่เหล็กด้านหลังเพิ่มมาให้อีกหนึ่งวง ทำให้เราสามารถ “แปะซ้อน” อุปกรณ์อื่นอย่าง Wallet หรือ Grip ได้แม้ขณะชาร์จอยู่
    • สเปก: รองรับ Qi2.2 จ่ายไฟไร้สาย 25W และมีพอร์ต USB-C สำหรับชาร์จอุปกรณ์ที่สองได้พร้อมกัน
    • ราคาโดยประมาณ: 3,650 บาท

     baseus-picogo-am52

    5. Baseus Card Magnetic Air

    นี่คือพาวเวอร์แบงค์ที่บางจนน่าเหลือเชื่อ เหมือนพกบัตรเครดิตหนา ๆ แปะไว้หลังเครื่องเท่านั้น

    • จุดเด่น: ใช้แบตเตอรี่แบบไฮบริด (Solid-liquid) ที่ปลอดภัยสูงและทนต่อแรงกระแทกได้ถึง 2 ตัน แถมยังจ่ายไฟแรงพอจะชาร์จ MacBook Air ได้ด้วย (ผ่านสาย USB-C 60W)
    • สเปก: ความจุ 5,000mAh เน้นพกพาสะดวก น้ำหนักเบาหวิว
    • ราคาโดยประมาณ: 1,600 บาท

    6. Xiaomi UltraThin Magnetic Power Bank

    สำหรับสายมินิมอลที่เน้นความคล่องตัว Xiaomi จัดรุ่นนี้มาให้แบบช็อกวงการ เพราะมันบางเพียง 6 มิลลิเมตรเท่านั้น!

    • เบาหวิวเหมือนนุ่น: น้ำหนักเพียง 98 กรัม และบางแค่ 6 มม. ใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์ได้แบบไม่ตุง ไม่รบกวนการจับถือตอนแปะหลังเครื่อง
    • เทคโนโลยีล้ำ: ใช้แบตเตอรี่แบบ Silicon-Carbon ที่ให้ความจุสูงในขนาดที่เล็กลง แม้จะมีความจุแค่ 5,000mAh แต่ก็เพียงพอสำหรับการเติมพลังระหว่างวัน
    • สเปกการชาร์จ: ชาร์จไร้สาย 15W และชาร์จแบบเสียบสาย 22.5W ถือว่ามาตรฐานดีเยี่ยมในร่างที่บางขนาดนี้ครับ
    • ราคาโดยประมาณ: 2,490 บาท

    ต้องบอกก่อนว่าบางรุ่นอาจจะยังไม่มีขายในประเทศไทยคงต้องค่อยๆทเลือกกันไปนะ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/hitech/1623486/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1T2O674sc0B03yNyrVZH8E

  • โฮมโปร ปักหมุด ‘สมุย (เฉวง)’ เปิดเกมรุกรับการเติบโตบนเกาะท่องเที่ยวพรีเมียม

    โฮมโปร ปักหมุด ‘สมุย (เฉวง)’ เปิดเกมรุกรับการเติบโตบนเกาะท่องเที่ยวพรีเมียม

    โฮมโปร ทุ่มงบกว่า 450 ล้านบาท เปิดสาขาใหม่ ‘โฮมโปร สมุย (เฉวง) ในรูปแบบสแตนด์อโลน 2 ชั้น ที่ใหญ่ขึ้น ครบขึ้น ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งลูกค้าทั่วไปและลูกค้าธุรกิจ ตอบรับกำลังซื้อบนเกาะที่เติบโตต่อเนื่อง ทั้งมิติอสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยว และการลงทุนที่อยู่อาศัยเชิงคุณภาพ พร้อมเชื่อมต่อกับ ‘เมกาโฮม สุราษฎร์ธานี’ ตอบโจทย์ทุกความต้องการทั้งเรื่องบ้าน-งานช่าง แบบไร้รอยต่อ เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบวันที่ 9 เม.ย.69 นี้ พร้อมตั้งเป้ายอดขายกว่า 65 ล้านบาทต่อเดือน

    8 เม.ย. 2569 – นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” (HMPRO) กล่าวว่า สมุยกำลังเปลี่ยนจาก ‘จุดหมายของการท่องเที่ยว’ ไปสู่ ‘การอยู่อาศัยและการลงทุนระยะยาว’ เพิ่มมากขึ้น โฮมโปร จึงไม่ได้มองการเปิดสาขานี้ เป็นแค่การเพิ่มพื้นที่ขาย แต่เป็นการลงทุนในจังหวะที่ตลาดบนเกาะกำลังเติบโต ทั้งจากดีมานด์การอยู่อาศัย การพัฒนาโครงการ รวมไปถึงการปรับปรุงพื้นที่เพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

    วันนี้ ดีมานด์บนเกาะสมุย กำลังเปลี่ยนจาก การจับจ่ายทั่วไป เป็นการมองหา ความครบวงจร ที่ช่วยดูแลทั้งเรื่องบ้านและธุรกิจได้จริง จากบทบาทสมุยที่กลายเป็นจุดหมายของการลงทุน ที่ดึงดูดนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เจ้าของวิลล่าระดับลักชัวรี ผู้ประกอบการโรงแรมและรีสอร์ท รวมถึงพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่มองหาการพักผ่อนแบบ Private Experience และใส่ใจ Wellness Lifestyle คุณภาพชีวิตมากขึ้น

    “เพราะเรื่องบ้าน…ที่คิดมาให้ครบ โฮมโปร จึงเปิดสาขาใหม่ในรูปแบบสแตนด์อโลนบนทำเลศักยภาพย่านเฉวง ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้เข้าถึงสโตร์ที่ใหญ่ขึ้น ช้อปสะดวกขึ้น และครบ จบ ทุกเรื่องบ้าน ได้มากกว่าเดิม”

    ความน่าสนใจของ “โฮมโปร สมุย (เฉวง)” คือ การยกระดับบทบาทของสโตร์ให้เป็นมากกว่า ศูนย์กลางเรื่องบ้าน แต่เป็นพาร์ตเนอร์ที่ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไป และลูกค้าธุรกิจ ในสาขาเดียว ครอบคลุมตั้งแต่บ้านพักอาศัย วิลล่าปล่อยเช่า โรงแรม รีสอร์ท ออฟฟิศ ร้านค้า ไปจนถึงช่างมืออาชีพ และงานพัฒนาโครงการต่างๆ บนเกาะ นอกจากนี้ สาขาใหม่ยังถูกออกแบบให้มีความแข็งแรงด้านสินค้าและบริการเพิ่มอย่างชัดเจน นอกจากกลุ่มสินค้าเรื่องบ้านที่ครบครันขึ้นแล้ว ยังขยายไลน์สินค้ากลุ่มงานช่าง เครื่องมือช่าง และวัสดุก่อสร้าง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้ากลุ่มธุรกิจที่มีสัดส่วนสูงบนเกาะ โดยผสานกำลังกับ “เมกาโฮม” ในการเป็นศูนย์รับออเดอร์วัสดุก่อสร้างและงานช่าง และจัดส่งผ่านเมกาโฮม สุราษฎร์ธานี อย่างไร้รอยต่อ ทำให้โฮมโปร สมุย (เฉวง) นี้ ไม่ได้ตอบโจทย์แค่สิ่งที่มีในร้าน แต่รองรับคำสั่งซื้อและงานโครงการได้ครบและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

    “โฮมโปร สมุย (เฉวง)” พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ วันที่ 9 เมษายน 2569 นี้ ภายใต้การออกแบบที่รองรับลูกค้าสมุยยุคใหม่ ทั้งพื้นที่ขนาดใหญ่ โซนสินค้าที่ทันสมัย เข้าถึงง่ายจากทำเลใจกลางเกาะ และการสื่อสาร 2 ภาษา ที่รองรับลูกค้านานาชาติ พร้อมยกระดับสู่ ศูนย์กลางทุกเรื่องบ้านแห่งใหม่ใจกลางเกาะสมุย ที่ตอบโจทย์ลูกค้าครบทั้งด้านสินค้า บริการ โซลูชันเรื่องบ้านและธุรกิจ พร้อมต้อนรับการเปิดสาขาใหม่ ด้วยแคมเปญและข้อเสนอพิเศษมากมาย

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/977299/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2S8qa1KetqY1IdEEbxKFkG

  • ตำรวจลำปาง ปรับตัวในยุคน้ำมันแพง ใช้รถม้าทำรถสายตรวจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว

    ตำรวจลำปาง ปรับตัวในยุคน้ำมันแพง ใช้รถม้าทำรถสายตรวจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว

    ฮือฮา ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง นำรถม้ามาทำรถสายตรวจ ปรับตัวในยุคน้ำมันแพง ส่งเสริมการท่องเที่ยว
             
    เมื่อเวลา 8.00 น. วันที่ 8 เมษายน 2569 ที่ สภ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง พ.ต.ท.ธานี ตันจันทร์กูล รอง ผกก.ป. สภ.เมืองลำปาง พร้อมด้วยกำลังสายตรวจงานป้องกันและปราบปราม ทำการออกตรวจในพื้นที่ โดยครั้งนี้ที่สะดุดตาก็คือรถม้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำออกมาช่วยในยุคน้ำมันแพง และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศสงกรานต์ ตำรวจได้ใส่ชุดตำรวจโบราณนั่งรถม้าออกตรวจด้วย สร้างสีสันให้กับคนในพื้นที่ไม่น้อย เนื่องจากรถม้าถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของลำปางอย่างหนึ่ง

           
    พ.ต.ท.ธานี ตันจันทร์กูล รอง ผกก.ป. สภ.เมืองลำปาง เปิดเผยว่า ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จ.ลำปาง และ พ.ต.อ.คมสันต์ บำรุงยศ ผกก.สภ.เมืองลำปาง ได้มอบนโยบายในเรื่องของการประหยัดพลังงานในยุคน้ำมันแพง ทาง สภ.เมืองลำปาง จึงนำรถม้าเมืองลำปาง ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของลำปาง และปัจจุบันก็มีการใช้อยู่ในพื้นที่จริงนำมาเสริมทัพช่วยงานของสายตรวจ 

    โดยจะนำไปใช้งานตรวจทั่วไปเหมือนรถสายตรวจรถยนต์ แต่คงวิ่งในระยะไม่ไกลมากนัก เพราะนอกจากที่รถม้าจะไม่ใช้น้ำมันแล้ว ยังเข้ากับบรรยากาศสงกรานต์ และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปาง จึงให้เจ้าหน้าที่แต่งชุดตำรวจโบราณ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศและเพิ่มสีสันของเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึงในไม่กี่วันนี้ 

    หากเด็กๆ และประชาชนเห็นสายตรวจรถม้าของ สภ.เมืองลำปาง แล้วอยากนั่งรถม้าหรืออยากถ่ายรูปกับสายตรวจก็สามารถเรียกได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/crime/2925386&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hP1LwyPKzC9VzljKb63Sd

  • พาเที่ยวร้านขายสินค้าฟุตบอลทีมชาติเกาหลีใต้ กรุงโซล

    พาเที่ยวร้านขายสินค้าฟุตบอลทีมชาติเกาหลีใต้ กรุงโซล

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/zkWvMr6VWP3Z&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hGKCIkyE0KRSTn4-YHwuu

  • ชัยภูมิ เปิดงานเทศกาลท่องเที่ยวทุ่งบัวแดงบึงละหาน 2569 กระตุ้นการท่องเที่ยว

    ชัยภูมิ เปิดงานเทศกาลท่องเที่ยวทุ่งบัวแดงบึงละหาน 2569 กระตุ้นการท่องเที่ยว

    ผู้ว่าฯ ชัยภูมิ เปิดงานเทศกาลท่องเที่ยวทุ่งบัวแดงบึงละหาน “Bueng Lahan Festival On Tour 2569” หวังดึงดูดนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ

    วันที่ 8 เมษายน 2569 ที่บึงละหาน บ้านมะเกลือ ต.บ้านกอก อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลท่องเที่ยวทุ่งบัวแดงบึงละหาน “Bueng Lahan Festival On Tour”

    โดยนายอนันต์ นาคนิยมกล่าวว่า อำเภอจัตุรัส มีบึงละหาน เป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ มีระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ และมีสะพานไม้ ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็ง และเป็นโอกาสที่สำคัญในการพัฒนาพื้นที่ ประกอบกับอำเภอจัตุรัส มีความพร้อมในการพัฒนาพื้นที่ทั้งส่วนราชการ ท้องที่/ท้องถิ่น พ่อค้า และภาคประชาชน ที่สามารถประสานความร่วมมือ ขับเคลื่อนการพัฒนาได้เป็นอย่างดี

    ดังนั้น จังหวัดชัยภูมิ จึงได้พิจารณาสนับสนุนงบประมาณให้อำเภอจัตุรัส ดำเนินโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวบึงละหาน เพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์ของอำเภอจัตุรัส คือ บึงละหาน ให้มีความโดดเด่น เป็นที่รู้จักแพร่หลายในบริบทของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัดให้เข้ามาเที่ยวชมความงดงามทางธรรมชาติ ซึ่งจะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และกระจายเม็ดเงินสร้างรายได้แก่ชาวจังหวัดชัยภูมิ อีกทางหนึ่ง

    ซึ่งพื้นที่บึงละหาน สามารถเข้าชมเข้าเที่ยวได้หลายทางทั้งบริเวณในเขตตำบลละหานซึ่งจะผ่านเส้นทาง 201 สายชัยภูมิ-สีคิ้ว หรืออีกเส้นทางคือเส้นทางระหว่างอำเภอจัตุรัส-อำเภอหนองบัวระเหว นักท่องเที่ยวสามารถแวะเที่ยวชมความงามของทุ่งบัวแดงแห่งนี้ได้ตั้งแต่เวลา 06.00 – 10.00 น. ของทุกวัน ซึ่งดอกบัวแดงนั้นจะบานสะพรั่งในช่วงเช้าส่งแสงแววเข้ากับพระอาทิตย์ได้เป็นอย่างดีแถมยังสามารถให้นักท่องเที่ยวเข้ามาถ่ายภาพมุมสวยงามหรือจะเป็นมุมนั่งเรือ พายเรือ ที่ได้เตรียมไว้ให้กับนักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพอย่างงดงาม

    ภายในทุ่งบัวแดงนั้น นอกจากจะมีเรือพายชมทุ่งแล้ว ยังได้สัมผัสกับนกนานาชนิดในพื้นที่บริเวณดังกล่าวที่มีนกหลากหลายสายพันธุ์เข้ามาอาศัยอยู่ สร้างสีสัน ความสวยงามในพื้นที่ และเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบชมธรรมชาติที่สวยงาม หรือจะเป็นในช่วงเวลาเย็นก็สามารถเข้ามาเที่ยวชมบรรยากาศภายในทุ่งบัวแดงแห่งนี้ได้หรือจะชมพระอาทิตย์ตกดินก็ยังสามารถชมได้อีกทั้งเจ้าหน้าที่ยังได้จัดเตรียมกล้องส่องนกไว้ให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวชมทุ่งบัวแดงดังกล่าว สามารถเข้าเที่ยวชมได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/localbusiness/2925571&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HXSKeBWRtyXjZTR4NHpkM

  • กรมการท่องเที่ยว พร้อม ตร.ทท. รวบหนุ่มลาวคาสนามบินอุดร ลอบทำทัวร์เถื่อนนำเที่ยวสิบสองปันนา

    กรมการท่องเที่ยว พร้อม ตร.ทท. รวบหนุ่มลาวคาสนามบินอุดร ลอบทำทัวร์เถื่อนนำเที่ยวสิบสองปันนา

    กรมการท่องเที่ยว พร้อม ตร.ทท. รวบหนุ่มลาวคาสนามบินอุดร ลอบทำทัวร์เถื่อนนำเที่ยวสิบสองปันนา

    นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 2 ซึ่งทำงานร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว บก.5 ทท.1 บก.2 ตรวจพบบุคคลสัญชาติลาว ขณะกำลังนำนักท่องเที่ยวชาวไทย จำนวน 23 คน เดินทางมาถึงสนามบินอุดรธานี เพื่อไปท่องเที่ยวสิบสองปันนา สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยไม่ผ่านบริษัทนำเที่ยวไทยที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายของประเทศไทย จึงนำตัวไปสถานีตำรวจพร้อมแจ้งข้อกล่าวหา เพื่อดำเนินคดีในความผิดฐานประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มาตรา 80 ประกอบมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551

    อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวอีกว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา กรมการท่องเที่ยวและตำรวจท่องเที่ยว ได้ร่วมกันตรวจจับทัวร์และไกด์ที่กระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวคนไทยและชาวต่างชาติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1010906&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YpwKUNBFxJCyni4iMlhBL

  • วิกฤตตะวันออกกลางปะทุ ปั่นป่วนถึงภาคท่องเที่ยวไทย

    วิกฤตตะวันออกกลางปะทุ ปั่นป่วนถึงภาคท่องเที่ยวไทย

    วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.27 น.

    ดร.กมลมาลย์ แจ้งล้อม นักวิเคราะห์อาวุโสศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC ประเมินว่า  จากวิกฤตตะวันออกกลางส่งผลให้การเดินทางระหว่างประเทศของโลกต้องสะดุด และกระทบต่อเนื่องถึงการเดินทางเข้าไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การโจมตีทางอากาศที่รุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลให้หลายประเทศประกาศปิดน่านฟ้า และเที่ยวบินในเส้นทางตะวันออกกลางถูกยกเลิกในทันที ด้วยพื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์กลางการบินสำคัญของโลกมีสัดส่วนผู้โดยสารราว 10% ในปี 2025 จากข้อมูลของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association : IATA)  จึงยิ่งส่งผลต่อการเดินทางระหว่างประเทศของคนทั่วโลก ซึ่งแม้สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นจากที่สายการบินตะวันออกกลางเริ่มทยอยเปิดให้บริการในบางเส้นทางรวมถึงไทย แต่วิกฤตดังกล่าวได้สร้างผลกระทบกับภาคการท่องเที่ยวไทยผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1. จำนวนเที่ยวบินที่เดินทางมาไทยมีโอกาสลดลงจากเที่ยวบินของหลายสายการบินที่ยังเปิดบริการในบางเส้นทางและจากความเสี่ยงในการเข้าสู่ภาวะวิกฤตการขาดแคลนน้ำมันอากาศยานในหลายประเทศ 2. ต้นทุนการเดินทางที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลกที่เร่งตัว และ 3. ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เปราะบางมากขึ้นทั้งในด้านความปลอดภัยและภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัว

    วิกฤตตะวันออกกลางที่คาดว่าจะยืดเยื้อไปอย่างน้อย 8 สัปดาห์อาจกดดันให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยชะลอตัวลงมาอยู่ที่ราว 33.2 ล้านคนจากประมาณการเดิมในเดือนธันวาคมที่ 34.1 ล้านคน

    แม้ว่าจำนวนผู้โดยสารต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยโดยรวมจะทยอยฟื้นตัวดีขึ้นหลังผู้โดยสารต่างชาติทางอากาศ

    หดตัวต่อเนื่องในช่วง 10 วันแรกของการเปิดฉากโจมตีทางอากาศ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากที่สายการบินตะวันออกกลางเริ่มเปิดให้บริการในบางเส้นทางและหลายสายการบินเพิ่มเที่ยวบินตรงในเส้นทางยุโรป-เอเชีย แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยยังมีโอกาสชะลอตัวลงจาก 1. นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและอิสราเอลที่ลดลงจากจำนวนเที่ยวบินของสายการบินตะวันออกกลางที่เปิดให้บริการอย่างจำกัด โดยไทยยังพึ่งพานักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไม่มากเพียงราว 2% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด 2. นักท่องเที่ยวชาติอื่นเริ่มชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้บริการสายการบินตะวันออกกลางอย่าง Emirates, Qatar Airways และ Etihad Airways มีสัดส่วนราว 8% ของผู้เดินทางเข้าไทยทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวยุโรป โดยบางส่วนหันไปใช้เส้นทางบินตรงหรือต่อเครื่องที่ฮับอื่นแทน

    ขณะเดียวกัน กลุ่มนักท่องเที่ยวที่กังวลต่อต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นและประเด็นด้านความปลอดภัยก็มีโอกาสปรับแผน/ยกเลิกการเดินทางท่องเที่ยวไป นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาไทยทางบก ซึ่งอาจได้รับผลกระทบเพิ่มจากความกังวลในวิกฤตการขาดแคลนน้ำมันในบางพื้นที่ของไทย อย่างไรก็ดี ภาคการท่องเที่ยวไทยยังได้รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวดีขึ้นและนักท่องเที่ยวอินเดียที่เติบโตต่อเนื่อง และอาจได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีโอกาสมาไทยเพื่อหลีกหนีภัยสงครามและความไม่สงบภายในประเทศอีกด้วย

    ธุรกิจท่องเที่ยวมีแนวโน้มเผชิญผลกระทบจากทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัวลงและต้นทุนการบริหารจัดการที่สูงขึ้น ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อยาวนาน การออกมาตรการของภาครัฐอย่างทันท่วงทีจะมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคธุรกิจท่องเที่ยว

    ธุรกิจท่องเที่ยวไทยเริ่มได้รับผลกระทบชัดเจนขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและยุโรป

    เป็นหลักอย่างภูเก็ต พังงา กระบี่ และสมุย รวมถึงธุรกิจขนส่งนักท่องเที่ยวและธุรกิจท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านการเดินทางและต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทั้งนี้ภายใต้สถานการณ์ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ การออกมาตรการกระตุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติในเอเชียและแปซิฟิกที่ยังเติบโต ควบคู่กับการออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศจะมีส่วนช่วยเสริมรายได้ให้กับธุรกิจท่องเที่ยวในช่วงวิกฤตได้ แต่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ธุรกิจต้องเผชิญกับแนวโน้มการท่องเที่ยวในประเทศที่อ่อนแรงลงจากแรงกดดันด้านปัญหาพลังงานภายในประเทศด้วยนั้น

    ภาครัฐจำเป็นต้องพิจารณามาตรการที่ช่วยบรรเทาภาระต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้นและดูแลความเพียงพอของปริมาณน้ำมันควบคู่ไปด้วย นอกจากนี้ ภาครัฐอาจต้องพิจารณาออกมาตรการสนับสนุนทางการเงินเพิ่มเติมให้แก่ผู้ประกอบการรายเล็กและรายกลางที่มีสภาพคล่องไม่สูงมากและเป็นข้อจำกัดในการปรับตัว ซึ่งมาตรการข้างต้นดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญที่เข้ามาช่วยบรรเทาผลกระทบและประคับประคองภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้

    การเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศระหว่างอิหร่านและอิสราเอลภายใต้ความร่วมมือของสหรัฐฯ ส่งผลให้การเดินทางระหว่างประเทศของคนทั่วโลกต้องชะงัก ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การโจมตีทางอากาศที่รุนแรงส่งผลให้หลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางประกาศปิดน่านฟ้า อาทิ อิหร่าน อิสราเอล กาตาร์ UAE คูเวต บาห์เรน และอิรัก เที่ยวบินนับพันเที่ยวในเส้นทางตะวันออกกลางต้องถูกยกเลิกโดยทันที ขณะที่นักท่องเที่ยวนับหมื่นคนตกค้างไม่สามารถเดินทางต่อได้ และด้วยพื้นที่ดังกล่าวเป็นฮับการบินสำคัญของโลกมีสัดส่วนผู้โดยสารราว 10% ในปี 2025 เมื่อวัดจาก Traffic ผู้โดยสารของโลกตามข้อมูลของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ(International Air Transport Association : IATA)  จึงยิ่งส่งผลต่อการเดินทางระหว่างประเทศของคนทั่วโลกอย่างปฏิเสธไม่ได้

    แม้การโจมตีในตะวันออกกลางยังไม่ยุติ แต่การเดินทางระหว่างประเทศเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น จากการเริ่มอนุญาตให้เที่ยวบินพาณิชย์บางส่วนของสายการบินตะวันออกกลางกลับมาให้บริการภายใต้การควบคุมของภาครัฐ โดยจากข้อมูลของ Flightradar24 ณ วันที่ 6 เมษายน 2026 สายการบิน Emirates ทยอยเปิดให้บริการราว 67% ของจำนวนเที่ยวบินปกติ เช่นเดียวกับสายการบิน Etihad Airways ที่เริ่มเปิดให้บริการแล้วราว 65% ขณะที่สายการบิน Qatar Airways ยังเปิดให้บริการอย่างจำกัดในบางเส้นทางจากยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของสายการบินอื่น ๆ ก็ยังคงหลีกเลี่ยงน่านฟ้าและระงับเที่ยวบินเส้นทางตะวันออกกลาง 11 ประเทศ (บาห์เรน อิหร่าน อิรัก อิสราเอล จอร์แดน คูเวต เลบานอน โอมาน กาตาร์ UAE และซาอุดีอาระเบีย) อย่างเช่น สายการบินยุโรป

    ตามประกาศแนะนำขององค์การความปลอดภัยด้านการบินแห่งสหภาพยุโรป (European Union Aviation Safety Agency : EASA) ซึ่งขยายเวลาการเลี่ยงน่านฟ้าตะวันออกกลางไปจนถึง 10 เมษายนตามสถานการณ์ที่ยังมีความเสี่ยงสูง รวมถึงสายการบิน British Airways ที่ประกาศยกเลิกเที่ยวบินตรงในเส้นทางตะวันออกกลางจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม

    แรงปะทะในตะวันออกกลางสะเทือนถึงภาคการท่องเที่ยวไทย

    วิกฤตในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลต่อการเดินทางมาไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากจำนวนเที่ยวบินที่มีแนวโน้มลดลง ต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่เปราะบาง

    •เที่ยวบินที่เดินทางมาไทยมีแนวโน้มลดลงตามจำนวนเที่ยวบินของสายการบินตะวันออกกลางที่เริ่มทยอยเปิดให้บริการและการเข้าสู่วิกฤตการขาดแคลนน้ำมันอากาศยานในหลายประเทศ โดยปฏิบัติการโจมตีทางอากาศส่งผลให้เที่ยวบินเส้นทางระหว่างประเทศที่เข้าไทยโดยรวมลดลงต่อเนื่อง แต่หลังจากที่หลายสายการบินอย่างการบินไทย, British Airways, Lufthansa, Singapore Airline และ EVA ได้เพิ่มเที่ยวบินตรงในเส้นทางยุโรป-เอเชีย จึงเข้ามาช่วยชดเชย Seat capacity ที่หายไปจากสายการบินหลักของตะวันออกกลาง (Qatar Airways, Emirates และ Etihad Airways) ที่ยังให้บริการเพียงบางเส้นทาง ส่งผลให้จำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศมาไทยฟื้นตัวดีขึ้นใกล้เคียงปกติ

    โดยในเดือนมีนาคม 2026 สายการบินตะวันออกกลางกลับมาให้บริการเที่ยวบินในไทยเพียง 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2025 และมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่องในเดือนเมษายน อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อต่อไปอีก อาจส่งผลให้ปริมาณน้ำมันอากาศยานในหลายประเทศเข้าสู่ขั้นวิกฤต โดยบางสายการบินได้ประกาศจะปรับแผนลดเที่ยวบินในเดือนเมษายนลงแล้ว อย่างเช่น Air France-KLM, Vietnam Airlines และ Philippines Airlines

    •ต้นทุนการเดินทางที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลกที่เร่งตัว โดยดัชนีราคาน้ำมันอากาศยานโลกโดยพลาตส์ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ถึง 6 เมษายน ขยายตัวกว่า 112% อยู่ที่ 215 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล

    เป็นผลให้หลายสายการบินออกมาประกาศขึ้นราคาค่าโดยสารให้สอดรับกับการเร่งตัวของราคาน้ำมัน อย่างเช่น Air New Zealand ปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร 10 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ ในเส้นทางในประเทศ, 20 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ ในเส้นทางระหว่างประเทศระยะใกล้ และ 90 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ ในเส้นทางระหว่างประเทศระยะไกล ในด้าน Hong Kong Airlines ประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงราว 35% จากอัตราปกติ รวมถึงสายการบินสัญชาติไทยอย่างการบินไทยก็ได้ประกาศขึ้นราคาค่าโดยสาร 10%-15% ขณะที่ Bangkok Airways ปรับขึ้นตั้งแต่ 15%-20% ขึ้นอยู่กับเส้นทางบิน นอกจากนี้ หลายสายการบินยังเลือกปรับแผนการบินโดยเน้นให้บริการในเส้นทางที่ยังพอดำเนินการคุ้มทุนได้

    •ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เปราะบางมากขึ้นทั้งจากประเด็นด้านความปลอดภัยและจากภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่ชะลอตัว เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งมีโอกาสยืดเยื้อจนทำให้นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งตัดสินใจชะลอการเดินทางที่ต้องผ่านเส้นทางตะวันออกกลางออกไป และอีกส่วนหนึ่งมีโอกาสเปลี่ยนจุดหมายปลายทางไปท่องเที่ยวในประเทศที่มีความปลอดภัยจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์แทน สะท้อนได้จากผลสำรวจความคิดเห็นชาวเยอรมันกว่า 1,750 คนของ YouGov เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมาพบว่า 58% ของผู้ตอบแบบสอบถามเริ่มพิจารณาเลือกจุดหมายท่องเที่ยวจากปัจจัยด้าน Political stability เป็นหลักและแม้ 54% จะเห็นว่าวิกฤตในตะวันออกกลางไม่ได้ส่งผลกระทบกับแผนการท่องเที่ยวเดิม แต่ยังมีผู้ตอบแบบสอบถามถึง 21% ตัดสินใจที่จะปรับเปลี่ยน/เลื่อน/ยกเลิกทริปต่างประเทศจากความกังวลด้านความปลอดภัยหลังเกิดเหตุโจมตี

    ในตะวันออกกลาง อีกทั้ง วิกฤตด้านพลังงานที่เกิดขึ้นยังส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเกิดความกังวลและระมัดระวังการใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น

    จากช่องทางการส่งผ่านข้างต้น ได้ส่งผลต่อเนื่องมาถึงแนวโน้มการเดินทางเข้ามาไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งในเชิงปริมาณและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว

    ในเชิงปริมาณ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยมีโอกาสชะลอตัวจากผลของวิกฤตตะวันออกกลาง โดยแม้ในช่วง 1-31 มีนาคม 2026 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยโดยรวมจะทยอยฟื้นตัวดีขึ้นกลับมาเติบโตราว 2%YoYหลังหดตัวต่อเนื่องในช่วง 10 วันแรกของการเปิดฉากโจมตีทางอากาศ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากที่สายการบินตะวันออกกลางเริ่มเปิดให้บริการในบางเส้นทางซึ่งรวมถึงเส้นทางมาไทยและหลายสายการบินเปิดเที่ยวบินเส้นทางตรงยุโรป-เอเชีย แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติบางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบและมีโอกาสเข้ามาไทยลดลง ซึ่งได้แก่

    •นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและอิสราเอลที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยในช่วง 10 วันแรกของการเปิดฉากโจมตีทางอากาศ นักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลางและอิสราเอลลดลงทันทีราว -80%YoY และขยับฟื้นตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามการเปิดบริการเที่ยวบินของสายการบินตะวันออกกลาง และทำให้ในเดือนมีนาคม 2026 นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้หดตัวราว -46%YoYอย่างไรก็ดีเนื่องจากภาคการท่องเที่ยวไทยพึ่งพานักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและอิสราเอลไม่มากสัดส่วนเพียงราว 2% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยทั้งหมด อีกทั้ง มีนาคมปีนี้อยู่ในเดือนเราะมะฎอน ซึ่งเป็นช่วงที่การเดินทางของนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางชะลอตัวอยู่แล้ว ดังนั้น การหายไป

    ของนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางจึงส่งผลกระทบไม่มากนักต่อภาคการท่องเที่ยวไทย และในทางกลับกัน ภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกกลางและอิสราเอลที่ต้องการเดินทางเข้ามาไทยเพื่อหลีกหนีภัยสงครามและความไม่สงบภายในประเทศในระยะถัดไปอีกด้วย

    •นักท่องเที่ยวชาติอื่นเริ่มชะลอตัว ทั้งจาก 1) กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการสายการบินตะวันออกกลาง อย่างเช่น Emirates, Qatar Airways และ Etihad Airways ซึ่งทุกวันนี้ยังให้บริการเที่ยวบินราว 50% ของจำนวนเที่ยวบินปกติ โดยนักท่องเที่ยวชาติอื่นที่เดินทางเข้าไทยผ่านสายการบินเหล่านี้มีสัดส่วนราว 8% ของผู้เดินทางเข้าไทยทั้งหมด ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันมีสัดส่วนสูงสุด ตามด้วยสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และสหรัฐฯ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพิจารณาเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวยุโรป พบว่า นักท่องเที่ยวจากประเทศที่ไม่มีเส้นทางบินตรงมาไทยหรือมีเที่ยวบินค่อนข้างจำกัดจะพึ่งพาเส้นทางต่อเครื่องผ่านตะวันออกกลางค่อนข้างสูง อย่างเช่น อิตาลี และสเปน

    ทั้งนี้ในช่วง 10 วันแรกของการเกิดวิกฤตตะวันออกกลาง นักท่องเที่ยวชาวยุโรปปรับลดลงกว่า -11%YoY จากนั้นจึงทยอยฟื้นตัวดีขึ้น จากการปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางมาใช้เที่ยวบินตรงจากยุโรปหรือเปลี่ยนเครื่องบินที่ฮับการบินอื่นจากที่หลายสายการบินได้เพิ่มเที่ยวบินมายังไทยมากขึ้น เช่น Lufthansa, British Airways และการบินไทย จึงช่วยบรรเทาผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวยุโรป และส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวยุโรปมาเที่ยวไทย

    ในเดือนมีนาคม 2026 ลดลง -3%YoY 2) กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มชะลอการท่องเที่ยวจากต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นและประเด็นด้านความปลอดภัยอีกทั้ง นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ยังมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมาเป็นการเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้ภายในภูมิภาค/ภายในประเทศมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการเดินทางไกลและลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวลง

    ปุญญภพ ตันติปิฎก นักวิเคราะห์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC ประเมินว่า จากการวิเคราะห์โดย SCB EIC โดยข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ Travel link นอกจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลางแล้ว ภาคท่องเที่ยวไทยยังคงต้องจับตานักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เพิ่งเริ่มฟื้นตัว

    โดยนักท่องเที่ยวมาเลเซียเป็นนักท่องเที่ยวหลักของไทยที่มีสัดส่วนมากถึง 14% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด แต่ในปี 2025 นักท่องเที่ยวมาเลเซียปรับลดลงอย่างต่อเนื่องและลดลงรุนแรงขึ้นจากเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน อีกทั้ง ทางสถานกงสุลใหญ่มาเลเซียประจำจังหวัดสงขลาได้ออกคำแนะนำผู้ที่วางแผนจะเดินทางมาไทยโดยรถยนต์ให้เลื่อนการเดินทางออกไปก่อนหากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนจากความกังวลในสถานการณ์ขาดแคลนน้ำมันในไทย โดยในปีนี้ แม้นักท่องเที่ยวมาเลเซียจะเดินทางเข้าไทยแล้วกว่า  1 ล้านคน (ข้อมูล ณ วันที่ 5 เมษายน 2026) และลดลงกว่า -17%YoY แต่เริ่มเห็นสัญญาณบวกจากการกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงกลางเดือนมีนาคมหลังสิ้นสุดเทศกาลเราะมะฎอนจึงเป็นผลให้ยังต้องจับตาการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวมาเลเซียอย่างใกล้ชิด

    อย่างไรก็ดี การขยายตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติบางตลาดอย่างนักท่องเที่ยวจีนและอินเดียยังช่วยพยุงภาคการท่องเที่ยวไทยไว้ ทำให้ผลกระทบโดยรวมไม่รุนแรงมากนัก โดยนักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวได้ดีตั้งแต่ช่วงกุมภาพันธ์

    รับเทศกาลตรุษจีน ซึ่งตั้งแต่ 1 มกราคม – 5 เมษายน 2026 นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยแล้วกว่า 1.55 ล้านคน เติบโตราว 12%YoY และหลังเกิดวิกฤตตะวันออกกลางนักท่องเที่ยวจีนยังเดินทางเข้าไทยอย่างต่อเนื่องที่ 38%YoY เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวอินเดียที่ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยในปีนี้นักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าไทยแล้วกว่า 6.59 แสนคน เติบโตราว 15%YoY และในช่วงวิกฤตตะวันออกกลางยังเติบโตที่ 12%YoY อีกทั้ง ภาคการท่องเที่ยวไทยยังอาจได้อานิสงส์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เปลี่ยนแผนการท่องเที่ยวจากจุดหมายปลายทางที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่เสี่ยงมาท่องเที่ยวในไทยแทนอีกด้วย

    จากแนวโน้มสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยข้างต้น วิกฤตตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้ออย่างน้อยราว 8 สัปดาห์จะเข้ามากดดันบรรยากาศการท่องเที่ยวไทยโดยรวมและส่งผลให้ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในปีนี้ปรับลดลงจากเดิมที่ 34.1 ล้านคน มาอยู่ที่ 33.2 ล้านคน ซึ่งยังคงขยายตัวเล็กน้อยราว 0.7%YoY จากการฟื้นตัวดีของนักท่องเที่ยวจีนและนักท่องเที่ยวมาเลเซีย รวมถึงการเติบโตต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวอินเดีย ทั้งนี้หากสถานการณ์ยืดเยื้อยาวนานกว่าคาด อาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยลดลงได้อีก ซึ่งจะกระทบภาคการท่องเที่ยวไทยในวงกว้างมากขึ้น

    ขณะเดียวกัน ในด้านการใช้จ่าย นักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มเพิ่มความระมัดระวังการใช้จ่ายและมีโอกาสปรับลดค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวในไทยลงจากต้นทุนการเดินทางที่ปรับสูงขึ้น โดยทั่วไป ค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศแต่ละทริปจะมีสัดส่วนเฉลี่ยอยู่ที่ราว 20%-30% ของค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวทั้งหมด ดังเช่นนักท่องเที่ยวจีนที่มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางราว 20% จากข้อมูลของ Mastercard และ Trip.com (ช่วงไตรมาส 3 ปี 2024 ถึงไตรมาส 2 ปี 2025) ขณะที่นักท่องเที่ยวยุโรปมีสัดส่วนการใช้จ่ายด้านการเดินทางเฉลี่ยที่ 27% ตามข้อมูลของ Eurostat ดังนั้น ต้นทุนการเดินทางที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นย่อมส่งผลให้สัดส่วนการใช้จ่ายในประเทศปลายทางมีแนวโน้มลดลง ครอบคลุมทั้งค่าใช้จ่ายในส่วนของที่พัก อาหารเครื่องดื่ม การช็อปปิง รวมถึงกิจกรรมเพื่อการบันเทิงต่าง ๆ

    ผลกระทบจากวิกฤตในตะวันออกกลางและความเสี่ยงที่ธุรกิจท่องเที่ยวเผชิญ

    ธุรกิจท่องเที่ยวที่พึ่งพาตลาดนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและนักท่องเที่ยวยุโรปซึ่งมีแนวโน้มชะลอตัวอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูง ในขณะเดียวกัน ธุรกิจยังต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นจากวิกฤตพลังงาน ธุรกิจโรงแรม ร้านค้าและร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยว

    โดยจากข้อมูลของผู้ประกอบการโรงแรมโดยเฉพาะธุรกิจที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา พังงา กระบี่ และสมุย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวตะวันออกกลางและยุโรป พบว่า ผลกระทบในระยะสั้นยังค่อนข้างจำกัด โดยในช่วง 2 สัปดาห์แรกของวิกฤตตะวันออกกลาง การยกเลิกห้องพักเฉลี่ยอยู่ที่ราว 5%-10% จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องเปลี่ยนแผนการเดินทางกะทันหัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการยกเลิกเที่ยวบินทำให้ไม่สามารถเดินทางเข้ามาไทยได้ แต่ในทางกลับกัน ธุรกิจโรงแรมก็ได้อานิสงส์บางส่วนจากกลุ่มนักท่องเที่ยวตกค้างที่จำเป็นต้องพำนักในไทยต่อ รวมถึงนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียที่มีการวางแผนทริปไว้ล่วงหน้าจึงไม่ได้รับผลกระทบจากการเลื่อน/ยกเลิกเที่ยวบินในตะวันออกกลาง หรือผลกระทบจากค่าโดยสารเครื่องบินที่ปรับเพิ่มขึ้น

    นอกจากนี้ ในระยะถัดไป ยังมีความเป็นไปได้ที่นักท่องเที่ยวกลุ่มหนีภัยสงครามจะเดินทางมาไทยมากขึ้นเมื่อเที่ยวบินของสายการบินตะวันออกกลางทยอยเปิดให้บริการเพิ่มเติม ขณะที่ในด้านธุรกิจร้านค้าและร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยว นอกจากจะได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัวแล้ว ยังต้องเผชิญกับภาระต้นทุนที่ปรับสูงขึ้นทั้งด้านพลังงาน การขนส่ง และวัตถุดิบ ซึ่งล้วนส่งผลกดดันผลประกอบการของธุรกิจในภาพรวม

    ธุรกิจขนส่งผู้โดยสาร มีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 30% ของต้นทุนรวม อย่างไรก็ดี ระดับผลกระทบจะแตกต่างกันในแต่ละธุรกิจ โดยสายการบินได้รับผลกระทบสูงจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ขณะที่ความสามารถในการปรับขึ้นค่าโดยสารเพื่อชดเชยต้นทุนทำได้จำกัด ยกเว้นสายการบินที่ให้บริการในเส้นทางไทย–ยุโรปที่อาจได้รับอานิสงส์ในระยะสั้นจากอัตราค่าโดยสารที่เร่งตัว ทั้งนี้ระดับผลกระทบดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับการทำประกันความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันด้วย เช่นเดียวกับธุรกิจขนส่งผู้โดยสารทางบกที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างสูง โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีข้อจำกัดในการปรับขึ้นค่าโดยสารเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งการออกมาตรการภาครัฐที่ช่วยลดผลกระทบจากราคาน้ำมันจะมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นได้

    ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical tourism) อย่างโรงพยาบาลเอกชน โดยรายได้จากกลุ่มนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโดยตรงคิดเป็นราว 23% ของรายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติทั้งหมดของโรงพยาบาลเอกชนในปี 2025 โดยผู้ป่วยบางส่วนอาจเลื่อนการเดินทางเข้ามารับการรักษาออกไปหากการปิดน่านฟ้าในตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อไป แต่ด้วยลักษณะของการรักษาพยาบาลในบางกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องรีบเดินทางเข้ามารับการรักษา จึงทำให้ผลกระทบโดยรวมของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนอาจไม่รุนแรงมากนัก

    อย่างไรก็ดี ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวยังคงต้องติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้ปรับกลยุทธ์ไปเน้นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวควบคู่กับการเจาะตลาดนักท่องเที่ยวไทยมากขึ้น ขณะเดียวกัน การปรับโครงสร้างต้นทุนอย่างเหมาะสมและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดแรงกดดันและบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลางที่กำลังเกิดขึ้นได้

    หากวิกฤตในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้น มาตรการภาครัฐอย่างการกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติในภูมิภาคควบคู่กับการพิจารณาออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ และการสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ประกอบการรายเล็ก-กลางจะมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวได้

    ในเบื้องต้นภาครัฐภายใต้ความร่วมมือกับธุรกิจท่องเที่ยวได้ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ตกค้างอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเสนออัตราห้องพักในระดับราคาที่เหมาะสม การขยายระยะเวลาวีซ่าเป็นกรณีพิเศษ รวมถึงการให้ความช่วยเหลืออื่น ๆ ผ่านศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งยังมีการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หากวิกฤตในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ และส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัวลงเพิ่มเติม

    การออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงรุกจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ภาคท่องเที่ยวไทยได้ ทั้งในส่วนของมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกที่กำลังเติบโต และยังมีโอกาสที่จะเดินทางมาไทยมากขึ้นจากความพร้อมด้านเที่ยวบินรวมถึงต้นทุนการเดินทางที่ต่ำกว่าการท่องเที่ยวระยะไกลอย่างเช่นยุโรป และการออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศที่จะเข้ามาช่วยเสริมรายได้ให้กับธุรกิจท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว

    แต่ด้วยสถานการณ์ที่ธุรกิจท่องเที่ยวยังต้องเผชิญกับแนวโน้มการท่องเที่ยวในประเทศที่ลดลงจากแรงกดดันด้านต้นทุนและการขาดแคลนพลังงานภายในประเทศอยู่ในขณะนี้ ภาครัฐจำเป็นต้องพิจารณามาตรการที่สามารถช่วยแก้ปัญหาต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้นและปริมาณน้ำมันที่เพียงพอควบคู่ไปด้วย นอกจากนี้ การสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายเล็กและรายกลาง ซึ่งมีความพร้อมด้านสภาพคล่องไม่สูงมากทำให้มีข้อจำกัดในการปรับตัวจะเป็นอีกกลไกสำคัญที่มีส่วนช่วยประคับประคองภาคท่องเที่ยวไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้

    – 030 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/957598&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ofTkMtUey6w0IVMqlf5d7

  • กรุงศรี คอนซูมเมอร์ กางแผนปี 69 ชู 5 กลยุทธ์ “นวัตกรรม-ขยายพันธมิตร” ตั้งเป้ายอดใช้บัตร 4.2 แสนล้านบาท

    กรุงศรี คอนซูมเมอร์ กางแผนปี 69 ชู 5 กลยุทธ์ “นวัตกรรม-ขยายพันธมิตร” ตั้งเป้ายอดใช้บัตร 4.2 แสนล้านบาท

    นายอธิศ รุจิรวัฒน์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ เผยข้อมูลที่น่าสนใจจากปี 2568 พบว่าผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเน้นความคุ้มค่าและหันมาใช้บริการผ่อนชำระเพื่อบริหารสภาพคล่อง

    • หมวดใช้จ่ายสูงสุด: 1. ประกันภัย 2. ซูเปอร์มาร์เก็ต 3. ปั๊มน้ำมัน

    • หมวดที่เติบโตแรงที่สุด: โซเชียลมีเดีย, แอปพลิเคชัน, ตัวแทนท่องเที่ยว และแอปสั่งอาหาร (Delivery)

    303213

    เปิด 5 กลยุทธ์รุกตลาดปี 2569 มุ่งสู่ความเป็นผู้นำ

    เพื่อให้สอดรับกับความท้าทายด้านค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่ผันผวน กรุงศรี คอนซูมเมอร์ จึงเดินหน้าด้วยแผนงานเข้มข้น ดังนี้:

    1. ยกระดับผลิตภัณฑ์หลัก: พัฒนาสิทธิประโยชน์บัตรเครดิตและสินเชื่อให้ตรงใจ เช่น การปรับโฉมบัตรกดเงินสดเฟิร์สช้อยส์

    2. ขยายระบบนิเวศพันธมิตร (Ecosystem): เพิ่มแผนผ่อนชำระให้ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ เช่น ร้านแว่นตา, บริการสัตว์เลี้ยง และสุขภาพ

    3. นวัตกรรมการชำระเงิน: พัฒนาช่องทางออนไลน์ให้สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น

    4. พลัง “One Krungsri”: ผสานความร่วมมือในเครือ ทั้งด้านสินเชื่อส่วนบุคคล (P-Loan), นายหน้าประกันภัย และกลุ่มลูกค้า Wealth

    5. เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน: ปรับโครงสร้างเพื่อลดต้นทุนและรองรับการขยายตัวในอนาคต

    303218

    กางเป้าหมายปี 2569: เติบโตอย่างมีคุณภาพ

    ภายใต้การบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ได้ตั้งเป้าหมายตัวเลขสำคัญไว้ดังนี้:

    • ยอดใช้จ่ายผ่านบัตร: 420,000 ล้านบาท (+6%)

    • ยอดสินเชื่อใหม่: 98,000 ล้านบาท (+4%)

    • ลูกค้าใหม่: 627,000 บัญชี (+9%)

    • ยอดสินเชื่อคงค้าง: 147,000 ล้านบาท (+3%)

    “เป้าหมายของเราคือการเป็นศูนย์กลางธุรกิจสินเชื่อและบัตรเครดิตที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด แม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย เราจะยังคงดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดและเติบโตไปพร้อมกัน” นายอธิศ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/949335/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2pVlRt4V904gmerM36J7VQ