Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ยุคที่ไม่มี ‘น้ำมันเชื้อเพลิง’ อยากรู้ว่าคนเดินทางกันอย่างไร?

    ยุคที่ไม่มี ‘น้ำมันเชื้อเพลิง’ อยากรู้ว่าคนเดินทางกันอย่างไร?

    #SPRiNG จะพาคุณย้อนเวลา สำรวจวิถีการเดินทางของผู้คนในอดีต ตั้งแต่การใช้แรงกายของมนุษย์และสัตว์ ไปจนถึงการอาศัยลำน้ำและสายลม ก่อนที่ ‘น้ำมัน’ จะกลายเป็นพลังหลักของโลกอย่างทุกวันนี้ ก่อนยุคน้ำมัน การเดินทางไม่ได้วัดกันที่ “ความเร็ว” แต่เป็น “ความสอดคล้องกับธรรมชาติ” พาหนะทุกประเภทล้วนสะท้อนภูมิปัญญาในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จากเกวียนสู่รถยนต์ จากเรือพายสู่เรือเครื่องยนต์ การเปลี่ยนแปลงของคมนาคมไม่เพียงแค่ทำให้โลกเร็วขึ้น แต่ยังเปลี่ยนวิถีชีวิตของมนุษย์ไปอย่างสิ้นเชิง

    โดยก่อนที่โลกจะเข้าสู่ยุคเครื่องยนต์และพลังงานฟอสซิล การเดินทางของมนุษย์พึ่งพา “แรงคน” และ “แรงสัตว์” เป็นหลัก ระบบคมนาคมในอดีตสะท้อนทั้งวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และภูมิประเทศอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในสังคมไทยที่มีทั้งพื้นที่ราบลุ่ม แม่น้ำ และป่าเขา การเดินทางจึงมีความหลากหลายและปรับตัวตามธรรมชาติ

    เกวียนโลจิสติกส์ยุคโบราณ

    ‘เกวียน’ ถือเป็นหัวใจของการขนส่งทางบกในสังคมเกษตรกรรมไทย ใช้ล้อไม้ขนาดใหญ่ มีโครงสร้างเรียบง่ายแต่แข็งแรง มักลากด้วยวัวหรือควาย เกวียนไม่ได้เป็นแค่พาหนะ แต่เป็น “ระบบโลจิสติกส์” ของยุคก่อน ใช้ขนข้าวสาร ไม้ ฟืน และสินค้าไปยังตลาดหรือเมือง การเดินทางด้วยเกวียนอาจใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ โดยมีการหยุดพักตามรายทาง เกิดเป็นเส้นทางการค้าและชุมชนริมทาง

    รถลาก แรงงานมนุษย์ในระบบเมือง

    รถลากหรือ “รถสามล้อคนลาก” เป็นภาพคุ้นตาในเมืองใหญ่ช่วงปลายรัชกาลที่ 5 ถึงต้นรัชกาลที่ 7 ได้รับอิทธิพลจากจีนและญี่ปุ่น แม้จะเป็นนวัตกรรมในยุคนั้น แต่ก็สะท้อนความเหลื่อมล้ำทางสังคม เพราะผู้ลากต้องใช้แรงกายอย่างหนักเพื่อแลกกับรายได้เพียงเล็กน้อย ปัจจุบันรถลากกลายเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ และยังพบในบางพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยว

    รถเจ๊ก ต้นกำเนิดสามล้อถีบ

    รถเจ๊ก คือคำเรียกในอดีตของสามล้อถีบ ซึ่งชาวจีนอพยพนำเข้ามาในไทย พัฒนาให้มีระบบถีบแทนการลาก ช่วยลดภาระแรงงาน สามล้อถีบกลายเป็นพาหนะสำคัญในเขตเมืองช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรถเครื่อง เช่น ตุ๊กตุ๊ก แต่ในบางจังหวัดยังคงใช้เพื่อการท่องเที่ยวและเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น

    วัว พาหนะและแรงงานคู่ชีวิตชาวนา

    วัวไม่ได้มีบทบาทแค่ในไร่นา แต่ยังเป็น “เครื่องยนต์ชีวภาพ” สำหรับการเดินทาง ลากเกวียน หรือขนสินค้าข้อดีของวัวคือความทนทานและสามารถเดินทางระยะไกลได้ดี เหมาะกับพื้นที่แห้งแล้งหรือเส้นทางทุรกันดาร ทำให้วัวเป็นทรัพย์สินสำคัญของครัวเรือนในอดีต

    ควาย พลังแห่งท้องทุ่ง

    ควายเป็นสัตว์คู่ชีวิตของเกษตรกรไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำ เช่น ภาคกลาง นอกจากไถนา ควายยังใช้ลากเกวียนและเดินทางในพื้นที่โคลนหรือชุ่มน้ำได้ดีกว่าวัว ด้วยพละกำลังสูงและความสามารถในการลุยน้ำ ทำให้ควายเป็น “แรงงานหลัก” ในหลายภูมิภาค

    ม้า พาหนะของชนชั้นและการสื่อสาร

    ม้ามีบทบาทสำคัญในด้านการเดินทางที่รวดเร็ว ใช้โดยชนชั้นสูง ทหาร และผู้ส่งสารในสมัยโบราณ การส่งข่าวสารระหว่างเมืองใช้ม้าเป็นหลัก เพราะสามารถเดินทางได้เร็วกว่าเกวียนหลายเท่า ม้ายังถูกใช้ในราชสำนักและพิธีการต่าง ๆ

    ช้าง ยานพาหนะของอำนาจ

    ช้างถือเป็นสัตว์พาหนะที่ทรงพลังที่สุดในอดีต ใช้ทั้งในสงคราม การขนส่ง และการเดินทางในป่าลึกในสังคมไทย ช้างยังเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและบารมี การใช้ช้างเดินทางมักเกี่ยวข้องกับชนชั้นสูง กษัตริย์ หรือภารกิจสำคัญ เช่น การศึกหรือการสำรวจพื้นที่

    เรือพาย วิถีชีวิตสายน้ำ

    ประเทศไทยในอดีตมีเครือข่ายแม่น้ำและคลองจำนวนมาก “เรือพาย” จึงเป็นพาหนะพื้นฐานของคนทั่วไปใช้เดินทางระยะสั้น เช่น ไปตลาด วัด หรือเยี่ยมญาติ เป็นวิถีชีวิตที่ผูกพันกับน้ำอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะในภาคกลาง

    เรือแจว เพิ่มความเร็วในสายน้ำ

    เรือแจวพัฒนาจากเรือพาย โดยใช้ไม้แจวช่วยให้เคลื่อนที่ได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นนิยมใช้ในแม่น้ำสายใหญ่หรือการเดินทางที่ต้องใช้ระยะทางไกลกว่าเรือพาย เป็นอีกขั้นของวิวัฒนาการการคมนาคมทางน้ำ ก่อนจะเข้าสู่ยุคเรือเครื่องยนต์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/862964&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0VxXa1BlfKAHVefhY4is-c

  • โรงงานปิดเพิ่ม 58% ส.อ.ท.เตือนเศรษฐกิจไทยเสี่ยงเงินเฟ้อชะงักงันจากวิกฤตพลังงาน

    โรงงานปิดเพิ่ม 58% ส.อ.ท.เตือนเศรษฐกิจไทยเสี่ยงเงินเฟ้อชะงักงันจากวิกฤตพลังงาน

    โรงงานปิดเพิ่ม 58% ส.อ.ท.เตือนเศรษฐกิจไทยเสี่ยงเงินเฟ้อชะงักงันจากวิกฤตพลังงาน

    นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยในไตรมาสแรกปี 2569 เผชิญแรงกดดันรอบด้าน ส่งผลให้ภาคการผลิตและการค้าของผู้ประกอบการอยู่ในภาวะเปราะบาง โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญจากความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีสหรัฐฯ หลังไทยเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากอันดับ 11 ในปี 2567 ขยับมาอยู่อันดับ 7 ในปี 2568 ทำให้ไทยถูกจับตาภายใต้มาตรา 301 (Section 301) 

    ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชายังไม่คลี่คลาย แม้มีการเจรจาหยุดยิง แต่ยังไม่สามารถเปิดด่านได้ และยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุปะทะระลอกใหม่ นอกจากนี้ ปัจจัยการเมืองภายในประเทศในช่วงการเลือกตั้งที่ยังมีความไม่แน่นอน ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการตัดสินใจทางธุรกิจ

    สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนผ่านอัตราการใช้กำลังการผลิตในเดือนกุมภาพันธ์ที่อยู่ที่ 58.21% ซึ่งยังต่ำกว่าระดับ 60% ขณะที่ในช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ 2569 มีโรงงานเปิดใหม่เพียง 116 โรง ลดลง 60.14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่มีโรงงานเลิกกิจการ 141 โรงงาน เพิ่มขึ้น 58.43% สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนใหม่ที่ชะลอตัว และแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีอยู่ต่อเนื่อง

    โรงงานปิดเพิ่ม 58% ส.อ.ท.เตือนเศรษฐกิจไทยเสี่ยงเงินเฟ้อชะงักงันจากวิกฤตพลังงาน

    ในช่วงท้ายไตรมาสแรก เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งนำไปสู่วิกฤตพลังงานและส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นแตะระดับ 48.40 บาทต่อลิตร หรือเพิ่มขึ้นกว่า 60% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงคราม 

    ขณะเดียวกันภาคการผลิตยังเผชิญปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญ เช่น เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ และอะลูมิเนียม ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบปรับเพิ่มขึ้นราว 10–30% ยิ่งซ้ำเติมภาระต้นทุนของผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรม โดยปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่า 2%

    นายเกรียงไกร กล่าวอีกว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ และไม่สามารถบรรลุข้อตกลงยุติสงครามได้ภายหลังช่วงพักรบ 14 วัน มีแนวโน้มที่ราคาน้ำมันดิบจะทรงตัวอยู่ในระดับสูงกว่า 100–120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลต่อไป ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนการผลิตตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะเมื่อผู้ประกอบการเริ่มใช้สต็อกวัตถุดิบเดิมจนหมด และค่าขนส่งทยอยปรับเพิ่มขึ้น 

    อีกทั้งหากช่องแคบฮอร์มุซยังไม่สามารถกลับมาเปิดให้เรือขนส่งผ่านได้ตามปกติ สถานการณ์ก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น และซ้ำเติมต้นทุนภาคอุตสาหกรรมมากขึ้นไปอีก ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ราคาสินค้ามีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นราว 8–10% และกดดันอัตราเงินเฟ้อในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้อย่างมีนัยสำคัญ

    โรงงานปิดเพิ่ม 58% ส.อ.ท.เตือนเศรษฐกิจไทยเสี่ยงเงินเฟ้อชะงักงันจากวิกฤตพลังงาน

    สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น จากราคาสินค้าและบริการที่ทยอยปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคธุรกิจก็ต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นท่ามกลางกำลังซื้อที่หดตัว ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อชะงักงัน (Stagflation) ซึ่งเป็นภาวะที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอลงพร้อมกัน

    ภายใต้แรงกดดันดังกล่าว บางอุตสาหกรรมอาจไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ จึงมีแนวโน้มต้องปรับแผนหรือชะลอการผลิต ส่งผลให้การใช้กำลังการผลิตโดยรวมลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เผชิญกับปัญหาราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะขาดแคลน รวมถึงผู้ประกอบการ SMEs ที่มีข้อจำกัดด้านสภาพคล่องและเงินทุน

    อย่างไรก็ตาม หากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพ และส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดให้เรือขนส่งสินค้าสามารถสัญจรได้ตามปกติ ก็จะช่วยคลี่คลายแรงกดดันจากวิกฤตพลังงานครั้งนี้ และลดผลกระทบทั้งต่อต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งในระบบเศรษฐกิจโดยรวม 

    แต่เศรษฐกิจไทยอาจไม่สามารถฟื้นตัวได้ทันที เนื่องจากภาคธุรกิจยังต้องใช้เวลาในการปรับตัว การระบายสต็อกต้นทุนสูง รวมทั้งการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ จึงคาดว่าการฟื้นตัวจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ 

    และหากภาครัฐสามารถดำเนินมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุด ก็จะเป็นอีกแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยยังสามารถประคองตัวได้ โดย กกร. คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวอยู่ในกรอบ 1.2–1.6% และอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ระดับ 2–3% ในปีนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/656534&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Gf4DHM2BfbBpiTGp1DryA

  • อัปเดต ราคาน้ำมันวันนี้ 14 เมษายน 2569 เบนซิน-ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ลิตรละเท่าไหร่

    อัปเดต ราคาน้ำมันวันนี้ 14 เมษายน 2569 เบนซิน-ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ลิตรละเท่าไหร่

    เช็กราคาน้ำมันวันนี้ 14 เม.ย. 2569 อัปเดตราคาน้ำมันทุกชนิด กลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ ดีเซล ล่าสุด ลิตรละเท่าไหร่

    อัปเดตราคาน้ำมัน 14 เมษายน 2569 กลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล ล่าสุด โดยทีมข่าวเศรษฐกิจ อ้างอิงข้อมูลจาก จากเว็บไซต์ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด โดยราคาน้ำมันวันนี้ 14/4/2569 เวลา 09.00 น.  มีดังต่อไปนี้

    อัปเดตราคาน้ำมัน วันที่ 14 เม.ย. 2569 มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. 

    ราคาน้ำมัน “ปตท.” วันนี้ 14 เมษายน 2569

    • ดีเซล B20 อยู่ที่ 37.40 บาท/ลิตร
    • ดีเซล อยู่ที่ 44.40 บาท/ลิตร
    • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.89 บาท/ลิตร
    • GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร
    • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.58 บาท/ลิตร
    • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร
    • เบนซิน อยู่ที่ 52.54 บาท/ลิตร
    • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล 66.30 บาท/ลิตร
    • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 55.04 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “บางจาก” วันนี้ 14 เมษายน 2569

    • ดีเซล B20 อยู่ที่ 37.40 บาท/ลิตร
    • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 44.40 บาท/ลิตร
    • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 66.80 บาท/ลิตร
    • ไฮพรีเมียม 97 อยู่ที่ 56.54 บาท/ลิตร
    • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.89 บาท/ลิตร
    • GSH E20S EVO อยู่ที่ 33.95 บาท/ลิตร
    • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.58 บาท/ลิตร
    • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “เชลล์”วันนี้ 14 เมษายน 2569

    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 39.45 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 43.83 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 44.45 บาท/ลิตร
    • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 50.54 บาท/ลิตร
    • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 73.84 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “คาลเท็กซ์” วันนี้ 14 เมษายน 2569

    • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 57.51 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 43.95 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 43.58 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 38.95 บาท/ลิตร
    • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 50.54 บาท/ลิตร
    • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 70.94 บาท/ลิตร

    ทั้งนี้ ราคาดังกล่าวเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ส่งผลให้ราคาอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่

    ตรวจสอบ ราคาน้ำมันวันนี้ ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ ราคาแก๊ส ล่าสุดได้เลยที่นี่ ราคาน้ำมัน

    อัปเดตราคาน้ำมันล่าสุด คลิกไปที่ www.sanook.com/money/oil-price-today/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/949519/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CikSDRcAmNd0CuiOjkXg3

  • ดาวโจนส์ 13/04/69 ปิดบวก 301.68 จุด รับสัญญาณอิหร่านพร้อมเจรจา คลายตึงเครียดตะวันออกกลาง

    ดาวโจนส์ 13/04/69 ปิดบวก 301.68 จุด รับสัญญาณอิหร่านพร้อมเจรจา คลายตึงเครียดตะวันออกกลาง

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/141436&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WI_j9qm6eMtrFIymgrW4_

  • คอลัมน์การเมือง – คำเตือนถ้าดีเซลทะลุ70บาท

    คอลัมน์การเมือง – คำเตือนถ้าดีเซลทะลุ70บาท

    การเจรจายุติสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ประเทศปากีสถานไม่บรรลุผล สัญญาณอันตรายรออยู่ข้างหน้า และก่อนหน้านี้ หลายภาคส่วนได้ออกมาเตือนและให้คำแนะนำกับประชาชนให้รับมือกับวิกฤตน้ำมันที่กระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก

    นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ กล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจและวิกฤตพลังงานของไทย พร้อมเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการใช้จ่าย แนะการรับมือของรัฐบาลที่อาจนำพาสังคมไปสู่ความยากลำบากในช่วงหลังพ้นเทศกาล หากจัดการไม่ดี ราคาน้ำมันดีเซลอาจพุ่งสูง 70 บาทต่อลิตร โดยฝากความห่วงใยถึงประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำและแรงงานรายวัน ไม่ควรใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เนื่องจากประเมินว่าเศรษฐกิจหลังสงกรานต์จะเข้าสู่ภาวะฝืดเคืองอย่างหนัก

    สถานการณ์แบบนี้ มันท้าทายพวกเราทุกคน การที่บอกว่าน้ำมันจะยังไม่ขึ้นช่วงก่อนสงกรานต์ แล้วรัฐมนตรีพลังงานบอกว่า ราคาหน้าโรงกลั่นของ B7, B20 ต้องลงมา 2 บาทเนี่ย เมื่อพ้นสงกรานต์ นั่นแหละครับ สถานการณ์เราจะเลวร้ายมากต้องฝากพี่น้องทุกคนนะครับ ช่วงสงกรานต์ท่านอย่าจับจ่ายใช้สอยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่าสุรุ่ยสุร่าย อย่าใช้จ่ายเกินตัว แล้วอย่าล้างผลาญตนเองครับ เพราะหลังสงกรานต์จะเป็นเรื่องชีวิตจริง

    นายเจษฎ์ ยังได้เปิดเผยข้อมูลจากการพูดคุยกับผู้ประกอบการว่า ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน หากมีพนักงานขอลาออก นายจ้างกลับรู้สึกยินดีเพราะเป็นการลดภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของตลาดแรงงาน และเป็นที่น่ากังวลว่าแรงงานที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาล อาจจะต้องเผชิญกับภาวะตกงานเมื่อกลับมาทำงานอีกครั้ง

    ขณะที่ประเด็นการบริหารงานของรัฐบาล นายเจษฎ์ กล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องมีการวางแผนรัดเข็มขัดและจัดลำดับความสำคัญของนโยบายอย่างเร่งด่วน พร้อมชี้ให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลที่จะขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก 70%เป็น 80% เพื่อนำเงินมาอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจ ยังไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน และการออกมาตรการเยียวยาแบบเดิมๆ เช่น โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ก็เป็นเพียงการนำเงินภาษีหรือเงินกู้มาใช้ ซึ่งไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้จริง เพราะความเดือดร้อนในขณะนี้ได้กระจายตัวไปทุกกลุ่มอาชีพแล้ว

    รัฐบาลก็ต้องตระหนักในเรื่องนี้ ท่านต้องจัดระบบในการดูดซับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนต้องจัดกลไกในการดูแล ท่านจะบอกแค่ว่าคนละครึ่งพลัสไม่ได้หรอกครับ คนละครึ่งพลัสก็ใช้เงินและเป็นเงินภาษี ก็อาจจะต้องไปกู้มา จะบอกเยียวยาบางกลุ่ม มันก็ไม่ได้เพราะมันเดือดร้อนกันทุกกลุ่ม

    นายเจษฎ์ ยังได้ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในโครงสร้างราคาพลังงาน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบว่ามี “กลุ่มทุนพลังงาน” ที่คอยแสวงหาผลประโยชน์จากการกักตุน ลักลอบนำเข้าน้ำมันหนีภาษี หรือปั่นราคาเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อตนเองหรือไม่หากพบว่ามีจริง รัฐบาลต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด รวมถึงปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งหากลุกลามบานปลายจนเกิดสงครามเต็มรูปแบบ จะยิ่งซ้ำเติมวิกฤตพลังงานโลกและส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย ตกลงนายทุนพลังงานมีอยู่จริงหรือเปล่า ที่มีทั้งการกักตุน ที่มีทั้งการนำน้ำมันที่อาจจะไม่ได้เสียภาษีเข้ามา ที่มีทั้งการไปปรับราคาเพื่อที่จะให้สนนราคามันเป็นไปเพื่อประโยชน์ของบรรดานายทุนเหล่านี้ ถ้ามีต้องจัดการขั้นเด็ดขาด ถ้ายิ่งสหรัฐอเมริกาไม่หยุด อิหร่านไม่นำพา แล้วเขาก็เดินหน้าสงครามกัน เรายิ่งต้องวางแผนให้ดี รัดเข็มขัดให้มาก จัดสิ่งที่ควรให้มาก่อน สิ่งที่ไม่ควรให้ไปหยุดไว้ทีหลัง

    “ผมยังเกรงเลยนะครับว่าหลังสงกรานต์ไปสักระยะหนึ่ง ราคาดีเซลจะแตะได้ถึง 70 บาท หวังว่าจะไม่เป็นอย่างนั้น รัฐบาลต้องพยายามพยุงให้ได้มากที่สุด โดยที่ไม่ได้จ่ายชดเชยเอาเงินภาษีมาเสริมเติมไม่เช่นนั้นสถานการณ์เราเลวร้ายแน่นอน”นายเจษฎ์ กล่าวในตอนท้ายอย่างน่าห่วงใย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/columnist/66077&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1guQ6Pmh9gB207ruIDCibL

  • อนุสรณ์ มอง 4 มาตรการเร่งด่วนรัฐบาล รับมือวิกฤตจากงบกลาง 7 พันล. ไม่ตอบโจทย์ บรรเทาแค่ระยะสั้น เสนอรัฐโปร่งใส ไร้คอร์รัปชั่น

    อนุสรณ์ มอง 4 มาตรการเร่งด่วนรัฐบาล รับมือวิกฤตจากงบกลาง 7 พันล. ไม่ตอบโจทย์ บรรเทาแค่ระยะสั้น เสนอรัฐโปร่งใส ไร้คอร์รัปชั่น

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/141380&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20uaK5yWOFp5aw84RfWjih

  • เดลินิวส์ 14 เม.ย.ท่องเที่ยวทั่วไทยสุดคึกคัก สาดน้ำเล่นสงกรานต์ล้นทะลัก | เดลินิวส์

    เดลินิวส์ 14 เม.ย.ท่องเที่ยวทั่วไทยสุดคึกคัก สาดน้ำเล่นสงกรานต์ล้นทะลัก | เดลินิวส์

    กรอบ 6 ดาว ฉบับวันที่ 14 เม.ย.69

    ข่าว 1 ท่องเที่ยวทั่วไทยสุดคึกคัก สาดน้ำเล่นสงกรานต์ล้นทะลัก ถนนข้าวสาร-สีลมฟีเวอร์ยอดฮิตอันดับ1 เชียงใหม่-ขอนแก่น-ภูเก็ต-ปัตตานีแน่น

    ข่าว 2 ศุภจีดึงวีระพงษ์ไม่จบ นิพิฎฐ์เหน็บสึกพระวัดอื่น จับได้เพิ่มอีก1 ยิง‘กมลศักดิ์’ ล่าร.อ.วิโรจน์ ผู้บงการด้วย

    ข่าว 3 ศาลสั่งเพิกถอน นส.3ก.ทุ่งหนองใหญ่ 27 แปลง 700 ไร่ นายทุนชุดเดิม โยงปากเตรียม

    ข่าว 4 เปิดเหตุผลดีลล่ม อิหร่านเมิน6ข้อสหรัฐ ทรัมป์สั่งล้อมฮอร์มุซ เข้มเรือแล่นเข้า-ออก

    ข่าว 5 3 วันสังเวย 95 ศพ ปมซิ่ง-เมาขับ กรุงเทพแชมป์ที่ 1 ลำปางอุบัติเหตุสูงสุด 30 จังหวัดยังไม่มีตาย

    กรอบ  1 ดาว ฉบับวันที่ 15 เม.ย.69 (ฉบับล่วงหน้า 1 วัน )

    ข่าว 1 ตักบาตรอิ่มบุญทั่วไทย มหาสงกรานต์ สาดน้ำเย็นชุ่มฉ่ำคึกคัก หนองคายแห่หลวงพ่อพระใส เชียงใหม่-ขอนแก่นคนทะลัก

    ข่าว 2 แฉนายทุนฮุบปากเตรียม โยงหนองใหญ่ ลามถึงชุมพร ชาวบ้านร้อง ศาลเพิกถอน นส3ก.700ไร่

    ข่าว 3 บุกล็อกทีมยิงสส.กมลศักดิ์ เร่งล่าร.อ.-จอมบงการ ‘กอ.รมน.’แถลงปัดวุ่น

    ข่าว 4 ฮอร์มุซระส่ำอีก ทรัมป์สั่งปิดล้อม คุมเข้มเรือแล่นเข้า-ออก ชี้ดีลล่มอิหร่านเมิน6ข้อ

    ข่าว 5 รณรงค์ 7 วันอันตรายไม่ได้ผล 3 วันดับพุ่ง 95 ศพ 30 จว.ยังเป็นศูนย์ เมาขับ‘1.6พันคดี’

    รายละเอียดทั้งหมดสามารถติดตามได้ในหนังสือพิมพ์ “เดลินิวส์” ฉบับวันที่ 14 เม.ย. และฉบับล่วงหน้า วันที่ 15 เม.ย.2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5779816/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_XHYd5Sng7g7s0RHy6yVv

  • ครั้งแรกในรอบ125ปี ออสเตรเลีย ประกาศแต่งตั้ง สตรี ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก

    ครั้งแรกในรอบ125ปี ออสเตรเลีย ประกาศแต่งตั้ง สตรี ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก

    วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.43 น.

    13 เมษายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลออสเตรเลียประกาศแต่งตั้ง พลโทหญิง ซูซาน คอยล์ (Susan Coyle) ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก เป็นครั้งแรกในรอบ 125 ปี ท่ามกลางความพยายามปฏิรูปกองทัพและเพิ่มสัดส่วนสตรีในระดับบริหาร พร้อมขยับผู้บัญชาการทหารเรือขึ้นคุมกองทัพ

    รัฐบาลออสเตรเลีย ได้ประกาศแต่งตั้งคณะผู้บริหารกองทัพชุดใหม่ โดยการเลือก พลโทหญิง ซูซาน คอยล์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 125 ปีของกองทัพบกออสเตรเลียที่จะมีสตรีเป็นผู้นำสูงสุดของเหล่าทัพ

    นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี และนายริชาร์ด มาร์ลส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า พลโทหญิงคอยล์จะเข้ารับตำแหน่งในเดือนกรกฎาคมนี้ ต่อจากพลโทไซมอน สจวร์ต โดยรัฐมนตรีกลาโหมยกย่องว่านี่คือ “ช่วงเวลาประวัติศาสตร์” และเชื่อว่าความสำเร็จของเธอจะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับทหารหญิงรุ่นปัจจุบันและผู้ที่สนใจเข้ารับราชการทหาร ดังคำกล่าวของพลโทหญิงคอยล์ที่ว่า “คุณไม่สามารถเป็นในสิ่งที่คุณมองไม่เห็นได้”

    พลโทหญิง ซูซาน คอยล์ อายุ 55 ปี ประสบการณ์รับราชการทหารมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ เริ่มต้นจากการเป็นทหารกองหนุนในปี 1987 เคยผ่านการบังคับบัญชาหน่วยรบในสมรภูมิต่างๆ ทั้งในติมอร์-เลสเต, หมู่เกาะโซโลมอน และอัฟกานิสถาน 

    นอกจากนี้เธอยังเคยดำรงตำแหน่งสำคัญด้านสงครามไซเบอร์และอวกาศ รวมถึงเป็นคุณแม่ลูกสามที่สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยการสงครามกองทัพบกสหรัฐฯ อีกด้วย 

    การแต่งตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กองทัพออสเตรเลียกำลังเผชิญกับความท้าทายจากข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศและการเลือกปฏิบัติอย่างเป็นระบบ โดยกองทัพตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนบุคลากรหญิงให้ถึง 25% ภายในปี 2030 จากปัจจุบันที่มีอยู่ราว 21%

    รัฐบาลยังได้ประกาศแต่งตั้ง พลเรือเอก มาร์ค แฮมมอนด์ ผู้บัญชาการทหารเรือคนปัจจุบัน ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด แทนที่พลเรือเอกเดวิด จอห์นสตัน ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการ โดยพลเรือโท แมทธิว บัคลีย์ จะขึ้นมารับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือแทน

    การปรับเปลี่ยนผู้นำกองทัพครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของออสเตรเลียในการเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงในอนาคต ควบคู่ไปกับการสร้างความเท่าเทียมในองค์กร

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/inter/958518&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3neVQzFcXPkH3kSGOpz-9t

  • ผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจโลก

    ผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจโลก

    ตะวันออกกลางเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อเศรษฐกิจโลก ทั้งในฐานะแหล่งผลิตพลังงานหลัก เส้นทางการค้าระหว่างประเทศ และจุดศูนย์กลางของภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อและความไม่แน่นอนด้านความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดระหว่างรัฐมหาอำนาจในภูมิภาค การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน หรือความเสี่ยงต่อเส้นทางเดินเรือสำคัญ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง ล้วนส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังเศรษฐกิจหลักทั่วโลก ผ่านราคาพลังงาน เงินเฟ้อ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และทิศทางนโยบายการเงิน ในบทความนี้จะขอรวบรวมผลกระทบที่สำคัญจากความวุ่นวายในตะวันออกกลางต่อประเทศเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ สหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น และจีน

    สำหรับสหรัฐฯ ผลกระทบหลักจากความวุ่นวายในตะวันออกกลางสะท้อนผ่านราคาน้ำมันและพลังงานที่มีแนวโน้มผันผวนสูงขึ้น แม้สหรัฐฯ จะเป็นผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ของโลก แต่ราคาน้ำมันในประเทศยังคงเชื่อมโยงกับตลาดโลก การปรับขึ้นของราคาพลังงานส่งแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ โดยเฉพาะต้นทุนการขนส่ง การผลิต และค่าครองชีพของภาคครัวเรือน ซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ช้ากว่าที่คาด และอาจจำกัดความยืดหยุ่นของเฟดในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแม้เศรษฐกิจบางภาคส่วนเริ่มชะลอตัว ความไม่แน่นอนดังกล่าวยังส่งผลต่อตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้น โดยนักลงทุนมีแนวโน้มปรับพอร์ตเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้นในช่วงที่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ทวีความรุนแรง

    สำหรับเศรษฐกิจยุโรปได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ เนื่องจากโครงสร้างการพึ่งพาพลังงานนำเข้า แม้หลายประเทศจะพยายามกระจายแหล่งพลังงานหลังวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน แต่ตะวันออกกลางยังคงเป็นแหล่งสำคัญของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ราคาพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูงส่งผลโดยตรงต่อภาคอุตสาหกรรม ต้นทุนการผลิต ภาคครัวเรือน และความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตยุโรป

    นอกจากราคาพลังงานแล้ว อุปสรรคด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ ถือเป็นอีกช่องทางสำคัญของผลกระทบ ความไม่มั่นคงในเส้นทางเดินเรือสำคัญ เช่น ทะเลแดงและคลองสุเอซ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งสินค้าระหว่างเอเชีย-ยุโรป ทำให้ระยะเวลาขนส่งยาวนานขึ้น ต้นทุนค่าระวางเรือและค่าเบี้ยประกันภัยเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะสำหรับวัตถุดิบ ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม และสินค้าอุปโภคบริโภค การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานดังกล่าวส่งผลลบต่อภาคการผลิตของยุโรป ซึ่งเดิมก็เผชิญกับอุปสงค์ที่ฟื้นตัวอย่างเปราะบางอยู่แล้ว

    ในด้านนโยบาย ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับการพยุงการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความเสี่ยงจากราคาพลังงานอาจทำให้เงินเฟ้อด้านต้นทุนกลับมาเร่งตัว ขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศยังฟื้นตัวอย่างเปราะบาง เป็นแรงกดดันสำคัญต่อแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปในระยะกลาง

    ทางด้านญี่ปุ่นเป็นประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ ทำให้ความวุ่นวายในตะวันออกกลางส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานและราคานำเข้า การปรับขึ้นของราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติไม่เพียงเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อผ่านต้นทุนพลังงาน แต่ยังสะท้อนผ่านค่าเงินเยนที่มีแนวโน้มอ่อนค่า ส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าและค่าครองชีพของครัวเรือนปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ในบริบทนี้ การเจรจาค่าจ้างประจำปีของญี่ปุ่น (Spring Wage Negotiations หรือ Shunto) มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มองว่าการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของวัฏจักรเงินเฟ้ออย่างยั่งยืน หากการเจรจาค่าจ้างนำไปสู่การปรับขึ้นค่าจ้างในวงกว้าง อาจช่วยชดเชยผลกระทบด้านค่าครองชีพและสนับสนุนการบริโภคภาคเอกชน ขณะที่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะภาคการผลิตและอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้น ต้องเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นจากทั้งค่าพลังงานและค่าจ้างพร้อมกัน ซึ่งอาจกระทบต่ออัตรากำไรและการตัดสินใจลงทุน ส่งผลให้ BOJ ต้องดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวังมากขึ้น

    สำหรับจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ทำให้ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางส่งผลต่อความมั่นคงด้านพลังงานและต้นทุนการผลิต อย่างไรก็ตาม จีนมีข้อได้เปรียบจากการจัดหาพลังงานที่หลากหลาย การถือครองน้ำมันสำรองในระดับสูง และบทบาทเชิงการทูตกับประเทศในภูมิภาค ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในระยะสั้นได้บางส่วน ขณะเดียวกัน จีนยังเพิ่มการใช้เส้นทางขนส่งทางบกและทางรถไฟ เช่น เส้นทาง China–Europe Railway เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเส้นทางเดินเรือเพียงอย่างเดียว แม้ต้นทุนและขีดความสามารถจะยังไม่สามารถทดแทนการขนส่งทางทะเลได้ทั้งหมด นอกจากนี้ จีนกลับได้รับประโยชน์เชิงเปรียบเทียบจากการเติบโตของยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ราคาน้ำมันที่ผันผวนและมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง ประกอบกับอุปสรรคด้านการขนส่งน้ำมัน ช่วยเร่งการตัดสินใจของผู้บริโภคให้เปลี่ยนจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่มุ่งลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและการนำเข้าน้ำมัน อุตสาหกรรม EV ยังมีข้อได้เปรียบด้านห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ทำให้ได้รับผลกระทบจากปัญหาโลจิสติกส์ระหว่างประเทศน้อยกว่าสินค้าอุตสาหกรรมบางประเภท

    ในเชิงนโยบาย รัฐบาลจีนมีแนวโน้มใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและดูแลเสถียรภาพราคา เพื่อจำกัดผลกระทบจากภายนอกต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจภายในประเทศ

    โดยสรุป ความวุ่นวายในตะวันออกกลางไม่เพียงเป็นประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่เป็นความเสี่ยงเชิงระบบต่อเศรษฐกิจโลก ผ่านกลไกราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และความเชื่อมั่นของตลาด แม้แต่ละประเทศจะมีระดับความเปราะบางแตกต่างกัน แต่ล้วนต้องเผชิญความท้าทายในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจท่ามกลางความไม่แน่นอน การติดตามพัฒนาการในภูมิภาคนี้อย่างใกล้ชิด และการเตรียมมาตรการรองรับเชิงนโยบาย จึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อเสถียรภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป ทั้งนี้ นักลงทุนควรศึกษาข้อมูล รวมถึงความเสี่ยงที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/blogs/opinion/editorial/1229050&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Srl_raw2T3HVdrSgrfLtQ

  • เงินบาทดิจิทัลพลิกเศรษฐกิจไทย

    เงินบาทดิจิทัลพลิกเศรษฐกิจไทย

    เงินบาทดิจิทัลพลิกเศรษฐกิจไทย

    เงินบาทดิจิทัลพลิกเศรษฐกิจไทย

    14 เม.ย. 2569 04:34 น.

    -ก+

    LightDark

    ข่าวหนังสือพิมพ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/newspaper/2926569&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2qgmj0HyRDssxwqACsWWFI