Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • นายกฯ หนุน “แลนด์บริดจ์” เชื่อสร้างรายได้เศรษฐกิจ มั่นใจเดินหน้าได้จริง

    นายกฯ หนุน “แลนด์บริดจ์” เชื่อสร้างรายได้เศรษฐกิจ มั่นใจเดินหน้าได้จริง


    นายกฯ ชี้โครงการแลนด์บริดจ์เป็นนโยบายสำคัญที่พรรคภูมิใจไทยผลักดันต่อเนื่อง มองเป็นโอกาสเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจไทย ย้ำอยู่ระหว่างปรับรายละเอียดให้สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งต้นทุน เทคโนโลยี และการลงทุน

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าโครงการ “แลนด์บริดจ์” หลังมีกระแสว่ารัฐบาลเตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี โดยระบุว่า โครงการดังกล่าวเป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยตั้งใจผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง

    นายอนุทินกล่าวว่า ได้มีการศึกษารายละเอียดของโครงการและปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งในด้านเทคโนโลยี ต้นทุนการก่อสร้าง และรูปแบบการลงทุน เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและสามารถดำเนินการได้จริงในทางปฏิบัติ

    ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีความจำเป็นต้องนำกลับมาพิจารณาอย่างจริงจังมากขึ้น เนื่องจากมีการพูดถึงประเด็นด้านการแข่งขันในระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ รวมถึงแนวคิดเรื่องการจัดเก็บค่าผ่านทางหรือการบริหารช่องทางการขนส่ง ซึ่งไทยจำเป็นต้องประเมินโอกาสในการสร้างรายได้จากโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

    “หากประเทศไทยมีโครงการที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ และก่อให้เกิดประโยชน์ สร้างรายได้และความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ก็ต้องเร่งพิจารณา” นายอนุทินกล่าว

    เมื่อถูกถามถึงแนวทางการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ นายกรัฐมนตรีระบุสั้น ๆ ว่า “เป็นเรื่องของส่วนรวม”

    อย่างไรก็ตาม นายอนุทินไม่ได้ตอบคำถามกรณีที่ยังมีหลายฝ่ายแสดงความไม่เห็นด้วยหรือยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ โดยเพียงแต่หัวเราะก่อนขึ้นรถเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลทันที

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/42233&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2P7o7ueJrcziuyCnv6XyTe

  • คึกคัก! “แหลมแม่พิมพ์ คาวบอย ออน เดอะ บีช” แข่งขี่ม้าริมทะเล ดันท่องเที่ยวระยอง

    คึกคัก! “แหลมแม่พิมพ์ คาวบอย ออน เดอะ บีช” แข่งขี่ม้าริมทะเล ดันท่องเที่ยวระยอง

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/143575&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CatSQ1b2YgzckCj1pJpuQ

  • วิจารณ์สนั่น! มิ้นท์ นวินดา เจอต่างชาติไล่ออกจากพื้นที่ในหาดสาธารณะดังของภูเก็ต

    วิจารณ์สนั่น! มิ้นท์ นวินดา เจอต่างชาติไล่ออกจากพื้นที่ในหาดสาธารณะดังของภูเก็ต

    กลายเป็นประเด็นที่ชาวเน็ตกำลังถกเถียงกันในโลกโซเชียลอย่างหนักหน่วง หลังช่องยูทูบ ปักหมุดชาแนล ของนักแสดงสาว มิ้นท์ นวินดา EP. ใครว่าภูเก็ตต้องแพง! พาเที่ยว กินร้านชาวบ้าน อาหารทะเลโคตรถูก ที่คนท้องถิ่นเท่านั้นรู้ 

    ซึ่งในคลิป มิ้นท์ได้พาไปแนะนำจุดเช็กอินชื่อดังของภูเก็ต ซึ่งหนึ่งในนั้นคือหาดไม้ขาว หาดที่ชาวต่างชาติจำนวนมากมักจะเดินทางไปถ่ายรูปกับเครื่องบิน ในขณะที่มิ้นท์กำลังยืนอธิบายอยู่นั้น อยู่ๆ ก็มีชาวต่างชาติพูดกับเธอว่า “Get out of our area.” (ออกไปจากพื้นที่ของเรา) พร้อมใช้เท้าขีดเส้นที่หาดทรายเป็นวงกลม สร้างความมึนงงให้กับมิ้นท์ไม่น้อย 

    เหตุการณ์ดังกล่าวทำเอามิ้นท์และทีมงานถึงกับงง ก่อนเจ้าตัวจะพูดว่า มันคือพื้นที่สาธารณะไม่ใช่เหรอ และหลังจากที่แฟนๆ ที่ได้ชมคลิปดังกล่าว ก็ได้แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้อย่างมากมาย และมีการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดภูเก็ตเข้ามาจัดระเบียบนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น ไม่ควรให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกกับคนไทยและชาวต่างชาติ 

    คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/entertain/news/2928843&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw19gUik1u1MV3y3B3X4M5wx

  • ดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่ ‘กลยุทธ์ตลาดดิจิทัล ต้องยิงให้ตรงแพลตฟอร์ม | เดลินิวส์

    ดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่ ‘กลยุทธ์ตลาดดิจิทัล ต้องยิงให้ตรงแพลตฟอร์ม | เดลินิวส์

    ทั้งนี้ คำแนะนำเรื่องนี้เป็นข้อมูลจาก Neat Interactive ผู้ให้บริการด้านการตลาดดิจิทัลในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ให้แนวทางเรื่องนี้ว่า การตลาดดิจิทัลในปัจจุบันไม่ใช่แค่เรื่องของการมีตัวตนอีกต่อไป แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่ “ความแม่นยำ” ในการเข้าถึงและเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค โดยสำหรับตลาดใหญ่อย่าง “นักท่องเที่ยวจีน” นั้น แม้ความต้องการเดินทางของ นทท.จีน จะกำลังฟื้นตัว แต่ก็มีความซับซ้อนกว่าเดิม ส่งผลให้ ผู้ประกอบการไทยต้องปรับกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ที่พบว่า นทท.จีน มีพฤติกรรมท่องเที่ยวกระจายตัวไปยังจุดหมายปลายทางที่หลากหลายขึ้น โดยไม่ได้เพียงแค่แข่งขันกันแค่เรื่องราคาและความสะดวก แต่ยังต้องแข่งขันกันว่าใคร “เข้าถึงการมองเห็น” ในจังหวะที่ นทท.จีนกำลังตัดสินใจได้มากกว่ากันอีกด้วย ซึ่งถ้าจับจุดได้จะทำให้ไทยได้เปรียบในช่วงที่การท่องเที่ยวจีนกำลังฟื้นตัว
    แล้วพฤติกรรมที่เปลี่ยนนั้น เปลี่ยนไปแค่ไหน? เรื่องนี้ แอนนา หลิว ผอ.การด้านตลาดจีน Neat Interactive ฉายภาพว่า พฤติกรรมที่เห็นชัดที่สุดขก็คือ มีการวางแผนเดินทางท่องเที่ยวล่วงหน้ามากขึ้น โดย นทท.จีน นิยมค้นหาข้อมูลล่วงหน้า 6-12 สัปดาห์ก่อนออกท่องเที่ยว ซึ่งถ้าแบรนด์ทำแคมเปญช้าเกินไป ก็จะเสียโอกาสเข้าถึงช่วงที่ นทท. จีนกำลังตัดสินใจ และจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้ ทำให้แบรนด์ต้อง “ช่วงชิงตลาดที่เกิดขึ้น” ช่วงนี้ให้ได้ โดยปัจจัยที่ทำให้ได้เปรียบคือ “ความสามารถในการถูกค้นพบ” บนแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งมีบทบาทต่อการตัดสินใจของ นทท.จีน ยุคใหม่ ซึ่งแบรนด์ต้องเข้าไปมีบทบาทตั้งแต่ช่วงต้นของกระบวนการตัดสินใจ โดย นทท.จีน มักค้นหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่มีลักษณะเฉพาะบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น ใช้เสี่ยวหงซู (Xiaohongshu ) เพื่อดูรีวิวจากผู้ใช้จริง, ใช้โต่วอิน (Douyin) เพื่อหาแรงบันดาลใจ, ใช้เหวยซิน (Weixin หรือ WeChat) ติดตามข้อมูลจากแบรนด์และประเมินความน่าเชื่อถือ, ใช้ไป่ตู้ (Baidu) ใช้ค้นหาข้อมูลเพื่อยืนยัน

    ส่วนคำแนะนำถึงแบรนด์ไทยนั้น ผู้เชี่ยวชาญคนเดิมแนะแนวทางว่า ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่ความตั้งใจ แต่เป็นการทำให้ถูกวิธีมากกว่า เพราะแต่ละแพลตฟอร์มของจีนมีรูปแบบคอนเทนต์และพฤติกรรมผู้ใช้แตกต่างกัน โดยที่แบรนด์ไทยควรทำนั้น ประกอบด้วยดังนี้ 1.เน้นรีวิวที่ดูจริงและน่าเชื่อถือ และ 2.ใช้กลยุทธ์การค้นหาที่ต่างจาก Google SEO เพราะ นนท.จีน คาดหวังต่อคอนเทนต์ที่แตกต่างกัน ดังนั้น ถ้าหากแบรนด์ไม่ส่งคอนเทนต์ที่เหมาะสมในช่วงเวลาที่ผู้บริโภคค้นหาข้อมูล ก็มีโอกาสสูงที่จะไม่ถูกมองเห็น ไม่ว่าช่องทางการตลาดนั้นจะทำได้ดีเพียงใดก็ตาม โดยย้ำว่า สิ่งที่แบรนด์ต้องทำไม่ใช่แค่แปลแคปชันเป็นภาษาจีน แต่คือการปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับแต่ละแพลตฟอร์ม ทั้งวิธีทำงานของอัลกอริทึม และพฤติกรรมผู้บริโภค นี่เป็นคำแนะนำ สำหรับผู้ประกอบการไทยในภาคธุรกิจท่องเที่ยว ที่สนใจจะเจาะตลาด นทท. จีนยุคใหม่ ที่สามารถนำข้อมูลไปปรับใช้ได้.

    ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ [email protected]

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5810611/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3YGPebLhj5Gs86lkFnQOZw

  • ทม.คลองหลวง จัดใหญ่วันไหลคลองแอน ครั้งที่ 1 หนุนเป็นแลนด์มาร์คสงกรานต์แห่งใหม่

    ทม.คลองหลวง จัดใหญ่วันไหลคลองแอน ครั้งที่ 1 หนุนเป็นแลนด์มาร์คสงกรานต์แห่งใหม่

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/143534&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16gBZJ2UwbtGYCd7TSWAI6

  • สัมผัสบรรยากาศขุนเขา “เขาค้อดรีมแลนด์ รีสอร์ท” อ.เขาค้อ

    สัมผัสบรรยากาศขุนเขา “เขาค้อดรีมแลนด์ รีสอร์ท” อ.เขาค้อ

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/XRZm5NDmmMjr&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0RLg7QIWeVV2bac01Dnig-

  • ‘ตัน ภาสกรนที’ ขอลดเงินเดือนตัวเองครึ่งหนึ่ง เป็นเวลา 3 เดือน รับเศรษฐกิจผันผวน | เดลินิวส์

    ‘ตัน ภาสกรนที’ ขอลดเงินเดือนตัวเองครึ่งหนึ่ง เป็นเวลา 3 เดือน รับเศรษฐกิจผันผวน | เดลินิวส์

    ทำเอาโซเชียลฮือฮากันเป็นอย่างมากอยู่ในขณะนี้ หลัง “ตัน ภาสกรนที” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอิชิตัน กรุ๊ป โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศตัดสินใจลดเงินเดือนของตนเองลง 50% เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยระบุว่า “ผมขอเริ่มที่ตัวเองก่อน ด้วยการลดเงินเดือน 50% ในช่วง 3 เดือนนี้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้พนักงานทุกคนตระหนักถึงสถานการณ์ ทุกคนต้องช่วยกันทำ Cost Saving ในช่วงที่ลำบาก ..ตลอด 15 ปีของอิชิตัน ผมและพนักงานอิชิตัน เราก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ด้วยการบริหารจัดการอย่างรอบคอบเสมอ เรายังเชื่อมั่นว่า ..มีโอกาสสำหรับคนที่เตรียมพร้อม”

    “ด้วยความเข้มงวดในการบริหารจัดการ ทำให้ ICHI สามารถจ่ายเงินปันผลเพิ่ม 0.55 บาท ให้กับผู้ถือหุ้น เพื่อแสดงคำขอบคุณที่เดินทางร่วมกันมาตลอด และขอบคุณคนไทยทุกคนที่สนับสนุนอิชิตันครับ เราจะสู้และอยู่เคียงข้างกันแบบนี้ตลอดไป”

    อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็นชื่นชมกันเป็นอย่างมาก อีกด้วย..

    ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก ตัน ภาสกรนที

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5811496/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1niGtRVZlXeY7PeezR9H-d

  • หนุน “แลนด์บริดจ์” ชี้ มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ แค่หัวเราะ! หลังถูกถามยังมีหลายฝ่ายคัดค้านอยู่

    หนุน “แลนด์บริดจ์” ชี้ มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ แค่หัวเราะ! หลังถูกถามยังมีหลายฝ่ายคัดค้านอยู่

    หนุน “แลนด์บริดจ์” ชี้ มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ แค่หัวเราะ! หลังถูกถามยังมีหลายฝ่ายคัดค้านอยู่

    นายกฯ ชี้ “แลนด์บริดจ์” มีประโยชน์ สร้างความมั่งคั่งเศรษฐกิจ เป็นโครงการที่ ภท. ตั้งใจจะผลักดัน แจง ศึกษา-ปรับสภาพให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว แค่หัวเราะ! หลังถูกถามยังมีหลายฝ่ายคัดค้านอยู่

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เตรียมที่จะเสนอโครงการแลนด์บริดจ์ เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า นโยบายดังกล่าวเป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยตั้งใจที่จะผลักดัน โดยมีการศึกษารายละเอียดและปรับสภาพให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีและต้นทุนการก่อสร้าง และรูปแบบที่จะทำให้เกิดขึ้น ซึ่งวันนี้ก็มีเหตุผลที่จะต้องนำขึ้นมาพิจารณา อย่างจริงจังเพิ่มมากขึ้น

    ภาพจาก : ผู้สื่อข่าว PPTV
    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

    เพราะมีการพูดถึงว่าใครจะเป็นผู้ครอบครอง ช่องทางการขนส่งคมนาคม หรือมีไอเดียที่จะเก็บค่าผ่านทาง ซึ่งในส่วนของประเทศไทย ถ้าหากมีโครงการที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ และเกิดประโยชน์เกิดรายได้ เกิดความมั่งคั่งกับเศรษฐกิจ เราก็ต้องเร่งพิจารณา 

    ส่วนจะต้องทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่อย่างไรนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องของส่วนรวม 

    ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ถึงกรณีที่ยังมีหลายฝ่ายไม่เข้าใจและคัดค้านตัวโครงการแลนด์บริดจ์อยู่ โดยนายกฯ เพียงแค่หัวเราะไม่ได้ตอบคำถามก่อนขึ้นรถกลับทันที

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587/274060&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3q86nfvQqqs12kzEAKCfM4

  • ไทย-จีน ยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจใหม่ มุ่งเป้าเทคโนโลยีสีเขียวและดิจิทัล

    ไทย-จีน ยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจใหม่ มุ่งเป้าเทคโนโลยีสีเขียวและดิจิทัล

    25 เมษายน 2569 – เมื่อเวลา 20.00 น. วานนี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลภายหลังหารืออย่างไม่เป็นทางการกับ นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่

    โดย นายสีหศักดิ์ ระบุว่า เมื่อช่วงเช้าได้หารือกันไปรอบหนึ่งแล้ว และเมื่อสักครู่ก็ได้หารือกันอีกรอบหนึ่ง ขณะเดียวกัน นายหวัง อี้ ก็ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี และได้มีการหารือกันด้วย ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่าง ไทย-จีน เนื่องจากปีที่ผ่านมาเราได้เฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน แต่จริงๆแล้วความสัมพันธ์มีรากฐานมายาวนาน ซึ่งจีนพูดเสมอว่าความสัมพันธ์ไทย-จีน เสมือนเป็นพี่น้องและญาติมิตรที่ใกล้ชิดกัน อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างที่ดีของความสัมพันธ์ที่จีนอยากจะมีกับอาเซียนทุกประเทศ

    เราพยายามมองไปข้างหน้า เพราะตนคิดว่ารัฐบาลชุดนี้ เรามุ่งที่จะดำเนินนโยบายที่ต่อเนื่องพร้อมไปข้างหน้า และคงมีเสถียรภาพทางการเมืองพอสมควร เพราะฉะนั้นในการจะมองไปข้างหน้า คือเราจะทำแผนปฏิบัติการเพื่อเป็นแนวทางสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อครอบคลุมความสัมพันธ์ในทุกมิติ รวมทั้งความร่วมมือในระดับภูมิภาคและในระดับระหว่างประเทศ

    ส่วนมิติใหม่ๆของความสัมพันธ์ จะต้องไปสู่การทำให้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาร่วมกัน โดยเฉพาะเราต้องมองไปสู่อนาคตในเรื่องของนวัตกรรม เทคโนโลยี ดิจิทัลและเรื่องการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งจีนมีบทบาทสำคัญในเรื่องของพลังงานโซล่าร์และรถยนต์อีวี ซึ่งจีนก็เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากอยู่แล้ว และยังประสงค์ที่จะลงทุนในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

    ขณะที่ เรื่องภูมิภาค จีนถือมีความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งเสริมเสถียรภาพของภูมิภาค รวมถึงระดับโลกที่เราเป็นห่วง เนื่องจากปัจจุบันระเบียบโลกที่เน้นกติการะหว่างประเทศกำลังถูกบั่นทอน ดังที่จะเห็นได้จากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเราเห็นว่าทุกประเทศที่มีความเห็นตรงกันควรมุ่งที่จะรักษาระเบียบโลกให้อยู่ในกติกาและกฎหมายระหว่างประเทศในการดำเนินความสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องของการใช้อำนาจเป็นใหญ่

    สำหรับกรณีตะวันออกกลาง เราก็มีความเป็นห่วงและได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีถึงผลกระทบต่อประเทศไทย และประเทศอื่นๆด้วย โดยเฉพาะพลังงาน ที่ขณะนี้เรามีปัญหาเรื่องของเรือที่บรรทุกแก๊ส น้ำมัน และปุ๋ย เช่นเดียวกับจีน ทั้งที่จีนมีจำนวนเรือมากกว่าไทย แต่เขามีความสื่อสารและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอิหร่าน นอกจากนี้ยังประสงค์ที่จะให้สันติภาพเกิดขึ้นโดยเร็ว ทางนายกรัฐมนตรีจึงได้ขอให้ฝ่ายจีนช่วยพูดอีกทางหนึ่งในเรื่องของพลังงานและเรือให้ผ่านเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เพราะปัจจัยเรื่องน้ำมันแก๊ส และปุ๋ยในประเทศไทยสำคัญ เพราะเราผลิตและส่งออกอาหาร หากขาดปุ๋ยเราก็จะมีข้อจำกัด

    นายสีหศักดิ์ กล่าวเสริมอีกว่า ก่อนที่ นายหวัง อี้จะมาประเทศไทยได้เดินทางไปยังกัมพูชามาก่อน ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนจึงอยากเห็นความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาได้รับการฟื้นฟูในฐานะเพื่อนบ้าน ซึ่งเขาเห็นว่าความสัมพันธ์ที่ดี และสันติภาพระหว่างประเทศทั้งสองจะเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อความมั่นคงของภูมิภาค

    พร้อมย้ำว่า “เรื่องนี้ตนและนายกรัฐมนตรียืนยันว่าประเทศไทยเรามีนโยบายที่จะอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านด้วยสันติภาพและความมั่นคงร่วมกัน เราไม่ได้ปฏิเสธการเจรจาเลยกับกัมพูชาเพียงแต่ว่าในการเจรจานั้น เรื่องของความจริงใจต่อการที่เราจะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันก่อน ตนเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เราสามารถเจรจาในเรื่องต่างๆได้ อย่างเช่น JBC เป็นต้น แต่ในช่วงนี้การประชุมควรจะเน้นการเจรจา ขณะเดียวกันเราควรจะพูดคุยในเรื่องของความร่วมมือชายแดน ความมั่นคงชายแดน การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจด้วยมาตรการต่างๆทุกอย่างจะได้คืบหน้า“

    นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ฝ่ายจีนไม่เห็นด้วยที่จะนำเอาประเด็นปัญหาทวิภาคีไปสู่เวทีระหว่างประเทศโดยเห็นว่าปัญหาทวิภาคีก็ต้องแก้ไขโดยการเจรจาทวิภาคี เพราะฉะนั้นหากฝ่ายกัมพูชามุ่งแบบนั้นจริงด้วยความจริงใจไม่มีการกดดันประเทศไทยตนคิดว่าการเจรจาต่างๆก็จะคืบหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป

    ส่วนอีกเรื่อง นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า ตนเพิ่งเดินทางไปเยือนเมียนมามา และนายหวังอี้ก็จะเดินทางไปยังเมียนมา จึงได้เล่าให้ฟังว่าตนไปมาแล้วและผลการเยือนเป็นอย่างไร ซึ่งนโยบายของไทยคือเราอยากนำเมียนมากลับมาสู่อาเซียนแต่ในขณะเดียวกันเมียนมาก็ต้องตอบสนองต่อข้อกังวลของอาเซียนด้วยทั้งสองทาง ฉะนั้นยืนยันว่าประเทศเมียนมามีความสำคัญต่ออาเซียน และจะทำให้อาเซียนมีความเข้มแข็ง แต่ทางเมียนมาก็ต้องแสดงถึงการตอบสนองต่อข้อกังวลต่างๆ ซึ่งไทยพร้อมที่จะสร้างสะพานระหว่างเมียนมากับอาเซียน

    เมื่อถามว่า ฝ่ายจีนมีข้อเสนอที่จะเป็นตัวกลางในการพูดคุยด้วยหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า จีนบอกไม่แทรกแซง และมีความปรารถนาดีหากไทยอยากจะให้ช่วยอำนวยความสะดวกเหมือนที่เคยช่วยเมื่อปีที่แล้ว เขาก็ยินดี แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับทั้งสองประเทศ ซึ่งจีนย้ำว่าเขาไม่ประสงค์ที่จะแทรกแซง แต่อยากจะเห็นทั้งสองประเทศแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจาทวิภาคี

    ส่วนมีการเสนอขยายความร่วมมือระหว่างไทย-จีนหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เราต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสมัยใหม่ เศรษฐกิจดิจิทัลเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งจะเป็นประเด็นใหม่ๆในการร่วมมือระหว่างไทยกับจีน โดยเฉพาะในเรื่องของเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งจีนมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน พลังงานโซลาร์ รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า ที่จีนเป็นอันดับหนึ่งในตอนนี้ และในประเทศไทยจีนก็เข้ามาลงทุนเยอะ ซึ่งในวันนี้นายกรัฐมนตรีก็ได้ขับรถอีวีของจีนพานายหวังอี้ไปยังร้านอาหาร

    สำหรับการท่องเที่ยวจีนที่หดหายไปในหลายจังหวัดของไทยได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ตนจึงมาหารือในที่ที่สวยงาม และมีบรรยากาศดี ซึ่งเขาก็แฮปปี้มากที่พาเขามาที่จังหวัดกระบี่ เพราะเขาไม่เคยมาแล้วก็ประทับใจ จึงเชื่อว่าเขาคงไปเล่าต่อว่าประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง

    นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ ยังยอมรับด้วยว่าได้มีการหารือถึงเรื่องของสแกมเมอร์ต่อจากที่ได้มีการจัดประชุมระหว่างประเทศตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว เพื่อสร้างความเป็นหุ้นส่วนระดับโลกในการต่อต้านขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติโดยเฉพาะออนไลน์ ซึ่งจีนต้องการที่จะสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นไทยกับจีนจึงเห็นตรงกันและย้ำว่าจะร่วมมือกันที่จะขับเคลื่อนต่อไป

    ทั้งนี้ มีโอกาสในการร่วมมือระหว่างจีน ไทย กัมพูชา และเมียนมา ในการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์หรือไม่ นายสีหศักดิ์ ระบุว่า สำหรับโอกาสในการมีความร่วมมือหลายฝ่าย เช่น ไทย กัมพูชา เมียนมา และจีน ในการแก้ปัญหา เรื่องนี้ปัจจุบันยังไม่มีกรอบความร่วมมือแบบ 3 หรือ 4 ฝ่ายอย่างเป็นทางการ แต่อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์กับเมียนมามีทั้งประเด็นภายในประเทศ และประเด็นสำคัญเรื่องชายแดน ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รอไม่ได้ เราจึงเดินหน้าในเรื่องการปราบปรามอาชญากรรม เช่น แก๊งสแกมเมอร์ ยาเสพติด ปัญหามลพิษทางอากาศและน้ำ รวมถึงการฟื้นฟูการค้าชายแดน ซึ่งในปัจจุบันจีนมีการหารือกับเมียนมาและกัมพูชา ขณะที่ไทยก็มีการหารือกับเมียนมา และมีความประสงค์จะร่วมมือกับกัมพูชาในเรื่องเหล่านี้ด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/985597/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hOkY1sl43CZnk9G7As_W9

  • สีหศักดิ์ เผยคุย หวัง อี้ หวังดันสัมพันธ์ การค้าการลงทุนก้าวหน้า ชี้จีนสอดรับไทย มุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว-ดิจิทัล

    สีหศักดิ์ เผยคุย หวัง อี้ หวังดันสัมพันธ์ การค้าการลงทุนก้าวหน้า ชี้จีนสอดรับไทย มุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว-ดิจิทัล

    สีหศักดิ์ เผยคุย หวัง อี้ หวังดันสัมพันธ์ การค้าการลงทุนก้าวหน้า ชี้จีนสอดรับไทย มุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว-ดิจิทัล

    วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.45 น.

    “สีหศักดิ์” เผย คุย “หวัง อี้” หวังดันความสัมพันธ์-การค้าการลงทุนให้ก้าวหน้า ชี้ จีนเป็นตลาดสำคัญและมีบทบาทในภูมิภาค สอดคล้องความต้องการไทย มุ่งเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว-ดิจิทัล พร้อมดึงเมียนมากลับสู่กระบวนการสันติภาพ เดินหน้าแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5

    วันที่ 25 เมษายน 2569 เวลา 11.40 น. ที่โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงความคาดหวังของไทย ภายหลังได้พบหารือกับ นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา ว่า มีหลายส่วน ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศและการค้าการลงทุน เนื่องจากจีนเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดของไทย อีกทั้งยังเป็นประเทศที่เข้ามาลงทุนมากยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้ถือเป็นอันดับ 2 และในอีกไม่ช้าก็อาจจะขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แต่ที่สำคัญคือการลงทุนของจีนเป็นการลงทุนที่สอดคล้องกับสิ่งที่ไทยต้องการ เช่น การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจดิจิทัล รถยนต์อีวี รวมถึงพลังงานสะอาด

    ขณะที่ อีกส่วนหนึ่งคือจีนเป็นหุ้นส่วนสำคัญในระดับภูมิภาคและมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคง จึงได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเมียนมาเป็นส่วนใหญ่ เพราะในแถบตะวันตกหลายประเทศเรียกร้องในเรื่องของประชาธิปไตยและการปรองดอง ทำให้เรื่องนี้มีเป้าหมายที่ตรงกับไทย แต่อย่างไรก็ตามทุกฝ่ายในเมียนมาก็ต้องหาทางปรองดองกันให้ได้ ดังนั้นการที่ตนและนายหวัง อี้ เดินทางไป คืออยากจะให้เขาเข้าสู่กระบวนการสันติภาพและกระบวนการปรองดองหลังเลือกตั้ง เพราะไทยในฐานะประเทศที่มีพรมแดนติดกันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีปฏิสัมพันธ์กันกับรัฐบาลเมียนมา ขณะเดียวกันปัญหาชายแดนก็รอไม่ได้จึงต้องทำควบคู่กันไปด้วย เช่น ปัญหาการค้าชายแดนที่ด่านถูกปิดอันเป็นผลมาจากสถานการณ์ภายใน ออนไลน์สแกม ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด และมลพิษ เป็นต้น ฉะนั้นประเทศไทยจะต้องร่วมมือกับทั้งรัฐบาลเมียนมาและคนกลุ่มน้อยในพื้นที่ด้วย

    ส่วนกรอบความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 สามฝ่าย ระหว่าง ไทย-เมียนมา- ลาว นั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ตนอยากให้กรอบความร่วมมือนี้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เพราะถือเป็นเรื่องที่สำคัญไม่ใช่แค่ในระดับทวิภาคี แต่ยังเป็นการแสดงบทบาทของเราในภูมิภาคด้วย ตนจึงเรียนนายหวัง อี้ ไปว่าที่ผ่านมาการเมืองไทยอาจจะไม่ค่อยนิ่ง แต่คิดว่ารัฐบาลนี้น่าจะมีเสถียรภาพที่จะสามารถดำเนินนโยบายเชิงรุก โดยเฉพาะด้านการต่างประเทศที่หายไปจากจอเรดาร์มานาน ให้กลับมาและมีผลประโยชน์อีกครั้ง

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/960680&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cN2K2IJm1wOiRGSgfgcXZ