Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ‘

    ผู้คนในวงการ AI ต้องการให้พนักงานเขียนโค้ดอย่างชาญฉลาด คิดอย่างรอบคอบ และดึงเอาความเป็นมนุษย์ออกมาใช้ แต่ก็ยังหลีกเลี่ยงคำถามที่ว่าปัญญาประดิษฐ์จะทำลายงานไปกี่ตำแหน่ง

    คำรับรองนี้ดังก้องไปทั่วงาน HumanX ซึ่งเป็นการประชุมสี่วันเมื่อช่วงกลางเดือนนี้ที่มีนักลงทุน ผู้ประกอบการ และผู้บริหารด้านเทคโนโลยีเข้าร่วมประมาณ 6,500 คน แม้ว่าโฆษณาที่ทางเข้าจะกำหนดโทนเสียงอย่างตรงไปตรงมาว่า “หยุดจ้างมนุษย์”

    บนเวทีหลัก เมย์ ฮาบิบ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแพลตฟอร์ม AI ชื่อ Writer กล่าวกับผู้ชมว่า บรรดาผู้บริหารของบริษัท Fortune 500 กำลัง “ตื่นตระหนกกันยกใหญ่” ในเรื่องนี้

    ความวิตกกังวลนี้มีเหตุผลมากขึ้นเรื่อยๆ บริษัทต่างๆ กำลังอ้างถึง AI โดยตรงในการประกาศลดจำนวนพนักงาน

    ตัวอย่างที่โดดเด่นกำลังเพิ่มขึ้น: Salesforce ปลดพนักงานฝ่ายสนับสนุนลูกค้า 4,000 คน โดยระบุว่า AI เข้ามาจัดการงานถึง 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว

    แจ็ค ดอร์ซีย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Block ประกาศแผนการลดจำนวนพนักงานลงเกือบครึ่ง โดยอ้างถึง “เครื่องมืออัจฉริยะ” ที่เปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินงานของบริษัทไปอย่างสิ้นเชิง

    อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกข้อกล่าวอ้างที่ปราศจากข้อโต้แย้ง นักเศรษฐศาสตร์บางคนกล่าวว่าบริษัทต่างๆ กำลังอ้างถึง AI เพื่อหาเหตุผลในการปลดพนักงาน ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นเรื่องของการจ้างงานเกินความจำเป็นหรือการลดต้นทุนก่อนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่

    แซม อัลต์แมน จาก OpenAI ได้พูดถึง “การฟอก AI” และผู้พูดส่วนใหญ่ในงานที่ซานฟรานซิสโกก็ปฏิเสธการอ้างถึง AI ว่าเป็นข้ออ้างที่ผิดๆ สำหรับการลดงาน แม้ว่าพวกเขาจะคาดการณ์อย่างเปิดเผยว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า

    แมตต์ การ์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Amazon Web Services บริษัทผู้ให้บริการคลาวด์คอมพิวติ้ง กล่าวว่า AI จะ “เปลี่ยนแปลงทุกบริษัท ทุกงาน ทุกวิธีที่เราทำ”

    ‘ค่อนข้างน่ากังวล’
    การถกเถียงยังคงร้อนแรง สองปีก่อน เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia ประกาศว่าเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ “ไม่มีใครต้องเขียนโปรแกรม” หรือเขียนโค้ดอีกต่อไป

    “เราจะมองย้อนกลับไปว่านั่นเป็นคำแนะนำด้านอาชีพที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา” แอนดรูว์ อิง ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มฝึกอบรม DeepLearning.AI โต้กลับเมื่อวันอังคาร

    ในมุมมองของเขา การเขียนโค้ดไม่ใช่ทักษะที่ล้าสมัย เพียงแต่ AI ทำให้ผู้คนเข้าถึงทักษะนี้ได้มากขึ้น

    ข้อโต้แย้งอีกประการหนึ่งเกิดขึ้นในซิลิคอนแวลลีย์ นั่นคือ ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์จะมีค่ามากขึ้นกว่าเดิม โดยบางคนถึงกับยกย่องการศึกษาด้านมนุษยศาสตร์ว่าเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดีสำหรับอาชีพด้านเทคโนโลยี

    “เมื่อ AI สามารถทำงานได้มากขึ้น สิ่งที่จะทำให้พนักงานแต่ละคนแตกต่างและโดดเด่นก็คือทักษะด้านมนุษย์ เช่น การคิดเชิงวิพากษ์ การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม” เกร็ก ฮาร์ท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแพลตฟอร์มฝึกอบรม Coursera กล่าว ซึ่งจำนวนผู้ลงทะเบียนเรียนหลักสูตรการคิดเชิงวิพากษ์ของเขาเพิ่มขึ้นสามเท่าในช่วงปีที่ผ่านมา

    ฟลอเรียน ดูเอ็ตโต ซีอีโอของดาตาอิคุ บริษัทสัญชาติฝรั่งเศสที่เชี่ยวชาญด้าน AI สำหรับองค์กร เห็นด้วยกับเรื่องนี้

    เขาบอกกับสำนักข่าว AFP ว่า คุณค่าที่แท้จริงของมนุษย์คือ “ความสามารถในการตัดสินใจ”

    เขาอธิบายถึงโลกที่ตัวแทน AI ทำงานตลอดทั้งคืน คู่หูที่เป็นมนุษย์ตรวจสอบผลลัพธ์ในตอนเช้า และจากนั้นตัวแทนก็กลับมาทำงานอย่างอิสระอีกครั้งในช่วงพักกลางวัน

    แต่ถึงกระนั้น ผู้ประกอบการรายนี้ก็แสดงความกังวล

    “เรากำลังจะมีคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยเขียนอะไรตั้งแต่ต้นจนจบเลยตลอดชีวิต” เขากล่าว “นั่นค่อนข้างน่ากังวล”

    ‘ความผิดพลาดคือการไม่เตรียมตัว’
    คำแนะนำทั้งหมดนี้อาจฟังดูไร้ประโยชน์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังดิ้นรนหางานแรกอยู่แล้ว

    AI ได้ทำให้งานระดับเริ่มต้นที่เคยเป็นการฝึกอบรมในที่ทำงานเป็นไปโดยอัตโนมัติแล้ว จากการศึกษาของกองทุนลงทุน SignalFire พบว่า การจ้างงานผู้สมัครที่มีประสบการณ์น้อยกว่าหนึ่งปีลดลง 50 เปอร์เซ็นต์ระหว่างปี 2019 ถึง 2024 ในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของอเมริกา

    อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ อัล กอร์ เตือนว่า “เราควรเตรียมพร้อมสำหรับการสูญเสียงานที่ต้องใช้ความรู้ในหลายๆ สาขา”

    ในฐานะที่เป็นเสียงคัดค้านเพียงเสียงเดียวในสัปดาห์นี้ กอร์เรียกร้องให้มีแผนปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรมเพื่อสำรวจงานที่เสี่ยงต่อการสูญหายและเตรียมความพร้อมให้คนงานสำหรับการเปลี่ยนสายอาชีพ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำรอยในยุคโลกาภิวัตน์

    เขากล่าวว่า “ความผิดพลาดไม่ใช่โลกาภิวัตน์ ความผิดพลาดอยู่ที่การไม่เตรียมพร้อมสำหรับผลที่ตามมาของโลกาภิวัตน์” โดยเปรียบเทียบกับภาวะการลดลงของอุตสาหกรรมที่ตามมาหลังจากการย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศในช่วงทศวรรษ 2000

    เขาเสริมว่า “บางทีเราอาจไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ เพราะมันอาจทำให้ความกระตือรือร้นในด้านเทคโนโลยีลดลง”

    Agence France-Presse

    Photo – ภาพนี้แสดงให้เห็นโซลูชันเครือข่ายความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในงาน “InCyber” Forum ครั้งที่ 18 ซึ่งเป็นงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับนานาชาติ ณ Grand Palais ในเมืองลีลล์ ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2026 (Photo by SAMEER AL-DOUMY / AFP)
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/world/41940&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0txGDUvAUpUKWVLwnrA3RM

  • ปิดฉาก “ช้างศึกน้อยเกมส์” ตชด.ภาค 4 สามารถคว้าถ้วยพระพระราชทานฯ ไปครองเพิ่มอีก 1 สมัย

    ปิดฉาก “ช้างศึกน้อยเกมส์” ตชด.ภาค 4 สามารถคว้าถ้วยพระพระราชทานฯ ไปครองเพิ่มอีก 1 สมัย

    วันที่ 26 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเวลา 16.00 น. วันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา พลตำรวจโท รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬานักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ครั้งที่ 12 ประจำปี 2569 โดยมี นายสุรัตน์ จรณโยธิน รองอธิบดีกรมพลศึกษา เข้าร่วมพิธีพร้อมด้วย คณะผู้บริหารกรมพลศึกษา ตำรวจตระเวนชายแดน คณะกรรมการฝ่ายจัดการแข่งขัน ผู้ฝึกสอน และนักกีฬา เข้าร่วมพิธีฯ ณ สนามกีฬาราชนิเวศน์กรีฑาสถาน กองกำกับการ 1 กองบังคับการฝึกพิเศษ (ค่ายพระรามหก) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

    โดย ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ได้กล่าวว่า ตามที่ กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ได้ร่วมกันจัด การแข่งขันกีฬานักเรียนโรงเรียนตำรวจ ตระเวนชายแดน ครั้งที่ 12 ประจำปี 2569 ชิงถ้วยพระราชทานฯสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “ช้างศึกน้อยเกมส์” นั้น ต้องขอชื่นชมนักกีฬาทุกคนที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬา ด้วยน้ำใจนักกีฬาอย่างแท้จริง รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ในตลอดระยะเวลาตั้งแต่ วันที่ 22 – 25 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา

    ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดความรักความสามัคคี มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ และก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน รวมถึงการที่นักเรียนและครู จากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศ ยังได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านภาษา ประเพณี วัฒนธรรมและประสบการณ์ที่ล้ำค่าร่วมกัน อีกด้วย ในโอกาสนี้ต้องขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนสนับสนุนในทุก ๆ ฝ่าย ที่ช่วยให้การจัดการแข่งขันกีฬาครั้งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

    จากนั้นพิธีกรได้นำเข้าสู่ช่วงพิธีการ โดยช่วงไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การส่งมอบธงประจำการแข่งขัน โดยรองอธิบดีกรมพลศึกษา ได้ส่งมอบธงให้กับผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อส่งต่อให้กับทางกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 3 รับหน้าที่ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในครั้งต่อไป ปิดท้ายด้วยชุดการแสดง “ระบำชาวเขา” ที่แสดงโดยครูและนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน สังกัด กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 3 ก่อนที่ไฟในกระถางคบเพลิงจะดับลง เป็นอันปิดฉาก การแข่งขันกีฬานักเรียนโรงเรียนตำรวจ ตระเวนชายแดน ครั้งที่ 12 ประจำปี 2569 “ช้างศึกน้อยเกมส์” อย่างสมบูรณ์

    สรุปอันดับตารางเหรีญรางวัลในการแข่งขันกีฬานักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ครั้งที่ 12 ประจำปี 2569 “ช้างศึกน้อยเกมส์” มีดังนี้

    อันดับ 1 กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 4 ทำได้ 30 ทอง, 30 เงิน, 23 ทองแดง พร้อมคว้าถ้วยพระพระราชทานฯ คะแนนรวม สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีไปครอง อีก1สมัย
    ขณะที่ อันดับ 2 กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค1 (23 ทอง, 17 เงิน, 26 ทองแดง)
    อันดับ 3 กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค2 (18 ทอง,18 เงิน, 11 ทองแดง)
    อันดับ 4 กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค3 (4 ทอง, 10 เงิน, 15 ทองแดง)
    และ ถ้วยรางวัลคะแนนรวมกีฬาพื้นบ้าน เป็นของ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 2 ด้วยผลงาน 2 เหรียญทอง และ 2 เหรียญเงิน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/291896&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1czJQiaD8Q6y8x-W70U9hQ

  • “หม่ำ จ๊กมก” สุดภูมิใจประทับรอยมือ-รอยเท้า ขึ้นแท่น ดาวดวงที่ 208 หอภาพยนตร์ | คมชัดลึก

    “หม่ำ จ๊กมก” สุดภูมิใจประทับรอยมือ-รอยเท้า ขึ้นแท่น ดาวดวงที่ 208 หอภาพยนตร์ | คมชัดลึก

    ฟิล์ม 35 มม. ซึ่งเป็นผลงานสำคัญที่เขาแสดงนำคู่กับ นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี. “หม่ำ จ๊กมก” สุดภูมิใจประทับรอยมือ-รอยเท้า ขึ้นแท่น. เส้นทางสายภาพยนตร์ของ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/entertainment/616359&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vUn0l_y3lM3n7z_HWcSsU

  • SCB EIC คาด GDP ไทยปี 69 โต 1.4% ท่ามกลางความเสี่ยงสงคราม

    SCB EIC คาด GDP ไทยปี 69 โต 1.4% ท่ามกลางความเสี่ยงสงคราม

    EIC คง GDP ไทยปี 69 โต 1.4%
    สงครามตะวันออกกลางกดดันท่องเที่ยว-ความเชื่อมั่น รัฐเร่งใช้การคลังพยุงเศรษฐกิจ

    ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Economic Intelligence Center) ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขยายตัว 1.4% ท่ามกลางความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เริ่มส่งผลกระทบชัดขึ้น โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว ความเชื่อมั่น และต้นทุนพลังงาน ขณะที่บทบาทนโยบายการคลังมีความสำคัญมากขึ้นในการประคองเศรษฐกิจ

    ท่องเที่ยวสะดุด ส่งออกเริ่มแผ่ว

    ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติช่วงต้นเดือนเมษายนปรับลดลงชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป จากต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น

    ด้านการส่งออกไปตะวันออกกลางในเดือนมีนาคมหดตัวแรง แม้ภาพรวมยังขยายตัวได้จากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และการเร่งส่งออกไปสหรัฐฯ ในช่วงภาษีผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม การนำเข้าขยายตัวสูงกว่า สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานในระยะถัดไป

    ความเชื่อมั่นดิ่ง ธุรกิจ-แรงงานอ่อนแรง

    ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจปรับลดลงแรง โดยความเชื่อมั่นภาคธุรกิจใน 3 เดือนข้างหน้า ‘ต่ำกว่าปัจจุบัน’ เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี สะท้อนมุมมองเชิงลบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ

    ตลาดแรงงานยังเปราะบาง อัตราว่างงานปรับสูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจเปิดใหม่ลดลง แต่การเลิกกิจการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันจากค่าครองชีพและต้นทุนที่สูงขึ้น แม้ราคาน้ำมันในประเทศเริ่มลดลง แต่ยังสูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงคราม และค่าไฟมีแนวโน้มปรับขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางส่วนเริ่มทยอยขึ้นราคา

    รัฐเดินหน้า ‘4T’ ใช้การคลังพยุงเศรษฐกิจ

    รัฐบาลใหม่เร่งออกมาตรการลดผลกระทบ เช่น การลดค่าครองชีพ, สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ, อุดหนุนพลังงานเฉพาะกลุ่ม, โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (คนละครึ่งพลัส)” พร้อมสื่อสารกรอบนโยบาย ‘4T’ เน้นใช้งบประมาณแบบมุ่งเป้า และลงทุนระยะยาว เช่น เศรษฐกิจสีเขียว รัฐบาลดิจิทัล และการพัฒนาทักษะแรงงาน ตั้งเป้ายกระดับ GDP ให้เติบโตเกิน 3% ในระยะยาว

    ทั้งนี้ รัฐบาลอาจพิจารณาขยายเพดานหนี้สาธารณะ หรือออกมาตรการกู้เงินเพิ่มเติม เพื่อรองรับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โลก

    เครดิตเรตติงยังทรงตัว แต่ต้องจับตา

    Moody’s คงอันดับความน่าเชื่อถือไทยที่ Baa1 และปรับมุมมองเป็น Stable สะท้อนเสถียรภาพต่างประเทศที่ยังแข็งแกร่ง แม้เศรษฐกิจอ่อนแรงและหนี้ภาครัฐมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ต้องติดตามมุมมองของ Fitch Ratings อย่างใกล้ชิด หลังปรับ Outlook ไทยเป็น Negative ในปีก่อน

    กนง. จ่อคงดอกเบี้ย 1% ใช้ Wait-and-see

    EIC ประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินของ ธนาคารแห่งประเทศไทย จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ในช่วง 1-2 ไตรมาสข้างหน้า เนื่องจาก…
    • เงินเฟ้อยังไม่กดดันรุนแรง
    • เสถียรภาพต่างประเทศยังดี
    • เศรษฐกิจยังเปราะบาง

    พร้อมมีแนวโน้มใช้ ‘มาตรการเฉพาะจุด’ มากขึ้น เพื่อช่วยภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

    เศรษฐกิจโลกชะลอ กดดันไทยต่อเนื่อง

    EIC คาดเศรษฐกิจโลกปี 2569 โต 2.5% ลดลงจาก 2.9% ในปีก่อน จากผลของความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดันต้นทุนพลังงานสูงขึ้น

    เศรษฐกิจประเทศหลักมีแนวโน้มชะลอลงแตกต่างกัน โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญดังนี้
    • สหรัฐฯ ชะลอตามตลาดแรงงาน
    • ยูโรโซนถูกกดดันจากภาคการผลิต
    • จีนชะลอจากอุปสงค์ในประเทศ
    • ญี่ปุ่นเริ่มเผชิญความเสี่ยงด้านวัตถุดิบ

    ขณะที่ทิศทางนโยบายการเงินทั่วโลกเริ่มมีข้อจำกัดมากขึ้น โดยธนาคารกลางหลักมีแนวโน้มดำเนินนโยบายดังนี้
    • Federal Reserve อาจลดดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อยปลายปี
    • European Central Bank มีแนวโน้มคงดอกเบี้ย
    • Bank of Japan อาจทยอยขึ้นดอกเบี้ย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/scb-eic-gdp-thai-2569-1-4-war-risk&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1n6c-DGoLcKRafiW4b9ZsB

  • แพร่ประเดิมสนามแรก! ‘วิ่งมูเตรัน’ คึกคัก นักวิ่งแห่รับบุญ-เสริมบารมี กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวล้านนา | TOPNEWS

    แพร่ประเดิมสนามแรก! ‘วิ่งมูเตรัน’ คึกคัก นักวิ่งแห่รับบุญ-เสริมบารมี กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวล้านนา | TOPNEWS

    รองผู้ว่าฯ แพร่ เปิดงานวิ่งสายมูสนามแรก “วิ่งมูเตรัน วิ่งรับบุญ เสริมบารมี วิถีล้านนา” ชูเส้นทางผ่านวัดเก่าแก่รอบเมืองเก่า หวังใช้กีฬาและศรัทธาดึงนักท่องเที่ยว กระจายรายได้สู่ชุมชนในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ​คึกคักรับอรุณ! วิ่งผ่านวัดดังเสริมสิริมงคล

    เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 ณ สวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ต.ในเวียง อ.เมือง จ.แพร่ นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “วิ่งมูเตรัน วิ่งรับบุญ เสริมบารมี วิถีล้านนา” สนามที่ 1 จังหวัดแพร่ โดยมีนักวิ่งและนักท่องเที่ยวสายบุญเข้าร่วมอย่างเนืองแน่น

    ​กิจกรรมครั้งนี้จัดโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแพร่ ร่วมกับกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านมิติการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพบนฐานวัฒนธรรมล้านนา โดยมีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่เส้นทางวิ่งซึ่งผ่านสถานท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและวัดสำคัญในเขตเมืองเก่า อาทิ: ​วัดศรีชุม, วัดหัวข่วง, วัดสวรรค์นิเวศ,​วัดจอมสวรรค์, วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร,​วัดศรีบุญเรือง และวัดพระนอน ​จัดเต็ม 2 ระยะทาง สัมผัสอัตลักษณ์เมืองเก่า

    ​สำหรับการแข่งขันในสนามนี้แบ่งออกเป็น 2 ระยะทาง ได้แก่: ​Fun Run ระยะทาง 5 กิโลเมตร เน้นการมีส่วนร่วมและชมบรรยากาศเมือง, ​Mini Marathon ระยะทาง 10 กิโลเมตร สำหรับนักวิ่งที่ต้องการความท้าทายพร้อมซึมซับมนต์เสน่ห์วิถีล้านนา

    ​กิจกรรมนี้นอกจากจะส่งเสริมสุขภาพแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามเส้นทาง ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางการท่องเที่ยว (Value Added) และกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการร้านค้าและชุมชนในจังหวัดแพร่โดยตรง

    ​ลุยต่ออีก 3 สนาม “น่าน-พะเยา-เชียงราย” ​โครงการ “วิ่งรับบุญ เสริมบารมี วิถีล้านนา มูเตรัน” ยังมีกำหนดการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องในอีก 3 จังหวัด เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวภาคเหนือ ดังนี้:
    ​สนามที่ 2 จ.น่าน: วันที่ 2-3 พฤษภาคม 2569 ณ ลานกีฬาชุมชนบ้านดอนแก้ว อ.ปัว
    ​สนามที่ 3 จ.พะเยา: วันที่ 9-10 พฤษภาคม 2569 ณ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา อ.เมือง
    ​สนามที่ 4 จ.เชียงราย: วันที่ 16-17 พฤษภาคม 2569 ณ สวนสาธารณะเชียงแสน อ.เชียงแสน

    ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและวัฒนธรรมของกลุ่มภาคเหนือตอนบน 2 ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1557977&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1n8ty2kWzhsH5HLi8MiHrr

  • ยโสธรเปิดมหกรรมไก่ย่างดงแคนใหญ่ 2569 ดันของดีอีสานสู่หมุดหมายกินเที่ยว

    ยโสธรเปิดมหกรรมไก่ย่างดงแคนใหญ่ 2569 ดันของดีอีสานสู่หมุดหมายกินเที่ยว

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/143623&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HC0SG19FMm7buuWIH0jnZ

  • พ่อเมืองประจวบฯ เปิดยิ่งใหญ่ ! งาน “มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว” ครั้งที่ 16 | เดลินิวส์

    พ่อเมืองประจวบฯ เปิดยิ่งใหญ่ ! งาน “มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว” ครั้งที่ 16 | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่เวทีกลางบริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด ประจำปี 2569 พร้อมด้วย พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นางอภิญญา เอี่ยมอำภา นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ น.ส.วรกานต์ ถาวร รอง ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ หัวหน้าส่วนราชการ และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากเข้าร่วมงาน

    โดยไฮไลท์ในพิธีเปิดงานในปีนี้ มีการจัดแสดงพลุสุดตระการตา จำนวนกว่า 1,700 นัด นานกว่า 4 นาที ที่สะพานสราญวิถีเหนืออ่าวประจวบฯ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากต่างพากันเก็บบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ และหัวหน้าส่วนราชการได้ร่วมกันปิดแผ่นทองคำเปลวภาพฉลุปิดทองพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ตราสัญลักษณ์ของ จ.ประจวบฯ จากการรังสรรค์ผลงานของ นายไพวรรณ ดวงแข ศิลปินเมืองประจวบฯ ซึ่งภายหลังพิธีเปิดงานมีการแสดงแสง สี เสียง เรื่อง “ตำนานตาม่องล่าย” นิทานพื้นบ้านของชาวประจวบฯให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชม นอกจากนี้ที่บริเวณร้านมัจฉากาชาดมีประชาชนจำนวนมากต่างซื้อสลากกาชาดการกุศลเพื่อลุ้นรับรางวัลใหญ่รถยนต์ 3 คัน และตักไข่มัจฉากาชาดลุ้นรางวัล รถจักรยานยนต์ รถจักรยาน ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ออกรางวัลทุกคืนกันอย่างคึกคัก

    ทั้งนี้งานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 16 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และเสริมสร้างความสามัคคีของประชาชนในจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายหลากหลายภาคส่วน จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24 เม.ย.- 4 พ.ค. 69 ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดฯ ถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ และสะพานสราญวิถี ภายในงานมีการจัดโซนแสดงนิทรรศการของส่วนราชการ 20 กระทรวง ภายใต้แนวคิด “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” การจัดเทศกาลศิลปะร่วมสมัยประจวบฯ การประกวดสาวงามเมืองสามอ่าว การแข่งขันธ์ยุทธศิลป์มวยไทย การประกวดร้องเพลง “ท้องถิ่น ท้องที่ สามัคคี” กิจกรรมเดินแบบผ้ามัดย้อม ใครใส่ก็สวย โดยนายแบบและนางแบบกิตติมศักดิ์ กิจกรรม Night Run เดิน-วิ่ง ชมเมืองสามอ่าว การจัดเทศกาลอาหารปลอดภัย อาหารพื้นถิ่น อาหารทางวัฒนธรรม และอาหารที่มีชื่อเสียงของจังหวัด โดยจัดที่นั่งให้ผู้ร่วมงานได้รับประทานอาหาร พร้อมชมหนังกลางแปลง 10 คืน 10 เรื่อง ในกิจกรรมฟู้ดแอนด์ฟิล์ม มีจุดเช็กอินถ่ายรูปย้อนยุค

    นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าโอทอปของดีประจวบฯและผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก คาราวานสินค้าอุปโภคบริโภค บูธจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมชมการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียงในทุกค่ำคืน อาทิ บอล เชิญยิ้ม, ไก่ กะละมังส์, อาจารย์ไข่ มาลีฮวนน่า, ZAI The Gentlemans, เฟริส พรชิตา และ อานัส สันละกะยา จึงขอเชิญชวนประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมเที่ยวงานดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5810697/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vg9q0frOw2Jx_JPlP3_eV

  • “รองผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน” ลุยสำรวจเส้นทางป่าต้นน้ำ ดันแหล่งท่องเที่ยวใหม่สุดอันซีน

    “รองผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน” ลุยสำรวจเส้นทางป่าต้นน้ำ ดันแหล่งท่องเที่ยวใหม่สุดอันซีน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/143620&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FdFtOYQkzofatc2uPcum2

  • นักแสดงสาวชื่อดัง เผชิญเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ถูกต่างชาติไล่กลางหาดดังภูเก็ต ทำโซเชียลถกสนั่น

    นักแสดงสาวชื่อดัง เผชิญเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ถูกต่างชาติไล่กลางหาดดังภูเก็ต ทำโซเชียลถกสนั่น

    กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ เมื่อนักแสดงสาว มิ้นท์ นวินดา เบอร์ทรอลลี ได้เผยแพร่เรื่องราวที่เธอประสบเหตุการณ์ไม่คาดฝันขณะกำลังถ่ายทำรายการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่หาดไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต โดยเธอและทีมงานถูกนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาไล่ออกจากพื้นที่ ซึ่งก่อให้เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับประเด็นขอบเขตของพื้นที่สาธารณะและมารยาทในการท่องเที่ยว

    เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอจากช่องยูทูบ “ปักหมุดชาแนล” ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ มิ้นท์ นวินดา กำลังยืนบรรยายแนะนำจุดเช็กอินยอดนิยมบริเวณหาดไม้ขาว อันเป็นจุดถ่ายภาพคู่กับเครื่องบินที่มีชื่อเสียงระดับโลก

    จู่ๆ ได้มีชาวต่างชาติ 2 ราย เข้ามาพูดกับเธอและทีมงานด้วยประโยคว่า “Get out of our area” (ออกไปจากพื้นที่ของเรา) ซึ่งนักแสดงสาวได้สอบถามกลับไปว่า “พื้นที่ของคุณเหรอ? ฉันนึกว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ”

    หลังจากนั้น มิ้นท์ นวินดา ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า “เอาจริงๆ มันเป็นพื้นที่สาธารณะไม่ใช่เหรอ เข้าใจนะคะว่าการทำคอนเทนต์มันเป็นอย่างนี้ แต่เหมือนคนไทยเราจะชินกับการแบ่งกันถ่าย เพราะเวลาไปที่จีนเขาก็จะแบ่งกัน แต่ก็โอเค ของเขาๆ” โดยทีมงานได้แสดงความรู้สึกคล้ายถูกไล่ออกจากบ้าน

    ภายหลังคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ประเด็นนี้ได้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง โดยชาวเน็ตได้แบ่งออกเป็นสองมุมมองหลัก กลุ่มแรกแสดงความเห็นใจและมองว่าการกระทำของชาวต่างชาติไม่เหมาะสม โดยชี้ว่าหาดไม้ขาวเป็นหาดสาธารณะที่ทุกคนสามารถเข้าใช้งานได้ ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง การไล่คนอื่นด้วยถ้อยคำดังกล่าวถือเป็นการเสียมารยาท และเป็นการแสดงออกที่ไม่ให้เกียรติคนในพื้นที่หรือนักท่องเที่ยวท่านอื่น

    ในอีกมุมมองหนึ่ง ชาวเน็ตบางส่วนให้ความเห็นว่า จุดดังกล่าวเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากอาจรอคอยจังหวะเครื่องบินลงจอดมาเป็นเวลานาน การที่ทีมงานเข้าไปยืนในเฟรมภาพอาจเป็นการรบกวนมุมกล้อง หรือขัดจังหวะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นตั้งใจรอคอย จึงอาจก่อให้เกิดความไม่พอใจขึ้นได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamnews.com/news/social/43496&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3DJfeSgz3CxqduWSueG3L7

  • นิด้าโพล หนุนมาตรการช่วยค่าครองชีพยุค “อนุทิน” ปลื้มดอกเบี้ยคนละครึ่ง-อุดหนุนน้ำมัน แต่บัตรสวัสดิการฯ 400 บาท ยังน้อยไป

    นิด้าโพล หนุนมาตรการช่วยค่าครองชีพยุค “อนุทิน” ปลื้มดอกเบี้ยคนละครึ่ง-อุดหนุนน้ำมัน แต่บัตรสวัสดิการฯ 400 บาท ยังน้อยไป


    นิด้าโพลเผย ประชาชน หนุนมาตรการช่วยค่าครองชีพยุค “อนุทิน” พอใจ “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง”ภาคเกษตร และการอุดหนุนค่าน้ำมันกลุ่มขนส่งสาธารณะ แต่มองเพิ่มบัตรสวัสดิการฯ เป็น 400 บาท ยังน้อยไป

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจเรื่อง “พอหรือเปล่า มาตรการช่วยค่าครองชีพ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20 – 21 เมษายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อมาตรการช่วยค่าครองชีพของรัฐบาล การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่าง โดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

    จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อ “มาตรการช่วยค่าครองชีพ” สำหรับประชาชน ภาคการเกษตรและภาคการขนส่ง ภายใต้รัฐบาลนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล พบว่า

    1 โครงการสินเชื่อ “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” สำหรับภาคการเกษตร ไม่เกิน 100,000 บาท โดยประชาชนจ่ายดอกเบี้ย 3% และรัฐจ่ายให้ 3% ตัวอย่าง ร้อยละ 71.30 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 14.43 ระบุว่า น้อยเกินไป ร้อยละ 8.09 ระบุว่า มากเกินไป และร้อยละ 6.18 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

    2 อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถมินิบัส รถตู้โดยสาร และรถสองแถว ใน กทม./รถมินิบัส รถตู้โดยสาร ใน กทม. และจังหวัดต่อเนื่องเหมาจ่าย 5,040 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569 ตัวอย่าง ร้อยละ 68.78 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 14.27 ระบุว่า น้อยเกินไป ร้อยละ 10.92 ระบุว่า มากเกินไป และร้อยละ 6.03 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

    3 อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทาง ประเภทมินิบัสหรือรถตู้โดยสาร เหมาจ่าย 3,600 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569 ตัวอย่าง ร้อยละ 66.87 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 16.49 ระบุว่า น้อยเกินไป ร้อยละ 8.78 ระบุว่า มากเกินไป และร้อยละ 7.86 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

    4 อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทาง ประเภทรถบัสเหมาจ่าย 5,000 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569 ตัวอย่าง ร้อยละ 65.50 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 14.12 ระบุว่า มากเกินไป ร้อยละ 12.44 ระบุว่า น้อยเกินไป และร้อยละ 7.94 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

    5 อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถบรรทุก น้อยกว่า 10 ล้อ (รวมรถกระบะ) เหมาจ่าย 3,000 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569 ตัวอย่าง ร้อยละ 65.26 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 22.37 ระบุว่า น้อยเกินไป ร้อยละ 7.18 ระบุว่า มากเกินไป และร้อยละ 5.19 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

    6 อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถแท็กซี่ ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เหมาจ่าย 5,040 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.- 31 พ.ค. 2569 ตัวอย่าง ร้อยละ 64.12 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 15.73 ระบุว่า มากเกินไป ร้อยละ 13.20 ระบุว่า น้อยเกินไป และร้อยละ 6.95 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

    7 อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถมินิบัส/รถตู้โดยสาร เส้นทางระหว่างจังหวัด (กทม. – จังหวัดในภูมิภาค) 2 บาท/กม. สูงสุด 700 บาท/วัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569 ตัวอย่าง ร้อยละ 63.89 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 22.98 ระบุว่า น้อยเกินไป ร้อยละ 6.87 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ และร้อยละ 6.26 ระบุว่า มากเกินไป

    8 อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถบรรทุก ตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป เหมาจ่าย 6,000 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569 ตัวอย่าง ร้อยละ 62.51 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 18.17 ระบุว่า น้อยเกินไป ร้อยละ 11.76 ระบุว่า มากเกินไป และร้อยละ 7.56 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

    9 อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะเหมาจ่าย 842 บาท/คัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.- 31 พ.ค. 2569 ตัวอย่าง ร้อยละ 62.14 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 27.79 ระบุว่า น้อยเกินไป ร้อยละ 6.02 ระบุว่า มากเกินไป และร้อยละ 4.05 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

    10 อุดหนุนค่าน้ำมันแก่กลุ่มรถมินิบัส/รถตู้โดยสาร เส้นทางข้ามจังหวัด (ระหว่างจังหวัดในภูมิภาค) 2 บาท/กม. สูงสุด 500 บาท/วัน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569 ตัวอย่าง ร้อยละ 59.85 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 27.63 ระบุว่า น้อยเกินไป ร้อยละ 6.72 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ และร้อยละ 5.80 ระบุว่า มากเกินไป

    11 ธนาคารออมสิน ดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาท ในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ การจัดซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ EV ตัวอย่าง ร้อยละ 56.49 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 19.92 ระบุว่า มากเกินไป ร้อยละ 14.35 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ และร้อยละ 9.24 ระบุว่า น้อยเกินไป

    12 เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จาก 300 บาท เป็น 400 บาท ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย. – 12 พ.ค. 2569 ตัวอย่างร้อยละ 54.27 ระบุว่า น้อยเกินไป รองลงมา ร้อยละ 39.09 ระบุว่า เหมาะสมดีแล้ว ร้อยละ 5.04 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ และร้อยละ 1.60 ระบุว่า มากเกินไป

    เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.55 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 18.70 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 17.79 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.28 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.82 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.86 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก โดยตัวอย่าง ร้อยละ 47.94 เป็นเพศชาย และร้อยละ 52.06 เป็นเพศหญิง

    ตัวอย่าง ร้อยละ 12.13 อายุ 18 – 25 ปี ร้อยละ 17.79 อายุ 26 – 35 ปี ร้อยละ 17.94 อายุ 36 – 45 ปี ร้อยละ 26.34 อายุ 46 – 59 ปี และร้อยละ 25.80 อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยตัวอย่าง ร้อยละ 95.88 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.36 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 0.76 นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่น ๆ

    ตัวอย่าง ร้อยละ 36.95 สถานภาพโสด ร้อยละ 60.15 สมรส และร้อยละ 2.90 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ โดยตัวอย่าง ร้อยละ 0.23 ไม่ได้รับการศึกษา ร้อยละ 15.27 จบการศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 33.21 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 11.98 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 33.05 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 6.26 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี

    ตัวอย่าง ร้อยละ 9.62 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 18.47 ประกอบอาชีพพนักงาเอกชน ร้อยละ 22.06 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 9.77 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 15.50 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 18.24 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 6.34 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

    ตัวอย่าง ร้อยละ 18.78 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 3.97 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 11.98 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001 – 10,000 บาท ร้อยละ 33.20 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001 – 20,000 บาท ร้อยละ 12.29 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001 – 30,000 บาท ร้อยละ 5.19 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001 – 40,000 บาท ร้อยละ 3.97 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 – 50,000 บาท ร้อยละ 2.14 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 50,001 – 60,000 บาท ร้อยละ 0.31 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 60,001 – 70,000 บาท ร้อยละ 0.46 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 70,001 – 80,000 บาท ร้อยละ 1.15 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 80,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 6.56 ไม่ระบุรายได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/42239&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3MxMhIN_dxQtyVHFyHedVd