Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • กรมการศาสนา จัดกิจกรรม “Open House เปิดบ้าน ศพอ.” เปิดเวทีเสวนาเสริมพลังบวร ขับเคลื่อนคุณธรรมสู่สังคมไทย

    กรมการศาสนา จัดกิจกรรม “Open House เปิดบ้าน ศพอ.” เปิดเวทีเสวนาเสริมพลังบวร ขับเคลื่อนคุณธรรมสู่สังคมไทย

    วันที่ 16 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น. กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิธีเปิดกิจกรรม “Open House เปิดบ้าน ศพอ.” โดยมีสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย ผู้แทนศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ในกรุงเทพมหานคร และสื่อมวลชนเข้าร่วม ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

    นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม กำหนดจัดกิจกรรม “Open House เปิดบ้าน ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ศพอ.)” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ระหว่างวันที่ 16 – 18 กันยายน 2568 ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแสดงผลการดำเนินงานของเครือข่ายศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ตลอดจนส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมแก่เยาวชนและประชาชน โดยบูรณาการความร่วมมือผ่านกลไก “พลังบวร” บ้าน – วัด/ศาสนสถาน – โรงเรียน/ราชการ โดยกิจกรรมภายในงานจัดอย่างต่อเนื่องตลอด ๓ วัน ประกอบด้วยการเสวนาวิชาการที่สำคัญ ได้แก่ การเสวนา “ศาสนาพุทธกับเยาวชนไทยในสังคมปัจจุบัน” เมื่อวันที่ 16 กันยายน เวลา 10.00 – 11.30 น. ณ ศาลาการเปรียญ วัดพระเชตุพนฯ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และกรมการศาสนา ร่วมหารือถึงบทบาทของศาสนาในการสร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญาและคุณธรรมแก่เยาวชนไทย ท่ามกลางสังคมยุคดิจิทัล การเสวนา “แรงบันดาลใจจากพื้นที่เล็ก สู่ผลลัพธ์ระดับประเทศ” ช่วงบ่ายวันเดียวกัน เวลา 13.00 – 15.00 น. โดยพระวิทยากรจากศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ในแต่ละภูมิภาค ร่วมนำเสนอแนวทางการพัฒนาและปัญหาอุปสรรคการดำเนินงาน ตลอดจนแนวทางสู่การต่อยอดให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในระดับประเทศ

    นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสริมที่เปิดให้ประชาชนและผู้สนใจเข้าร่วม ได้แก่ การเยี่ยมชมบูธนิทรรศการผลการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ทั่วประเทศ การแสดงศิลปวัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้แทนเครือข่ายกว่า 200 รูป/คน ซึ่งการจัดงานครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงวัฒนธรรมที่มุ่งพัฒนา “คนดี คนเก่ง มีคุณธรรม” ภายใต้แนวคิด “พัฒนาความรู้…คู่คุณธรรม” โดยเน้นให้วัดและศาสนสถานกลับมาเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน และสร้างสังคมคุณธรรมที่ยั่งยืน ผ่านค่านิยม “คุณธรรม…นำการพัฒนา” กรมการศาสนาเชื่อมั่นว่า การจัดกิจกรรม “Open House เปิดบ้าน ศพอ.” จะเป็นเวทีสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือระหว่างบ้าน วัด และโรงเรียน/ราชการ ทำให้ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น และเป็นศูนย์กลางการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมแก่เด็กและเยาวชนไทย เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/957390&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3jnP6hu3KVvJJ5WlsMGp3b

  • วุฒิสภาโล่งใจงบซีเกมส์-พาราฯคลี่คลาย ปัญหาลิขสิทธิ์จบแล้ว กกท.เดินหน้าเต็มสูบ

    วุฒิสภาโล่งใจงบซีเกมส์-พาราฯคลี่คลาย ปัญหาลิขสิทธิ์จบแล้ว กกท.เดินหน้าเต็มสูบ

    นายจำลอง อนันตสุข โฆษกคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งได้มีการติดตามความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และ อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 โดยมี ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) พร้อมด้วย นางสาวศมจรส มิ่งคำเลิศ ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ กกท. ในฐานะผู้รับผิดชอบด้านการประชาสัมพันธ์และนายยุทยา จีนหีต ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาเป็นเลิศ ในฐานะผู้รับผิดชอบด้านเทคนิคกีฬา ทั้งหมดได้ร่วมให้ข้อมูลและตอบข้อซักถามของคณะกรรมาธิการฯ ในหลายประเด็นที่เป็นข้อกังวลอย่างครบถ้วน ทำให้ได้รับทราบสถานการณ์ที่เป็นจริงอย่างชัดเจน

    โฆษกคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า หลังจากที่ได้ฟังแนวทางการทำงานจากผู้ว่าการ กกท. ทำให้รู้สึกโล่งใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องงบประมาณ ที่เคยเป็นปัญหาใหญ่ก่อนหน้านี้ได้คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นมาก

    ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีอย่างยิ่งสำหรับฝ่ายปฏิบัติงาน จากเดิมที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคและดูเหมือนจะไร้ทางออก เพราะต้องทำตามนโยบายที่ไม่สอดคล้องกับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ด้วยท่าทีของรัฐบาลชุดใหม่ที่พร้อมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทำให้ความกังวลต่าง ๆ หมดไป นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ ยังได้กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจคณะทำงานทุกคน ให้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อชื่อเสียงของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ

    “ในประเด็นด้านการประชาสัมพันธ์การแข่งขันกีฬา ซีเกมส์ และ อาเซียนพาราเกมส์ นั้น ผู้ว่าการ กกท. ได้ยอมรับว่าเกิดข้อบกพร่องขึ้นจริง แต่คณะกรรมาธิการฯ เข้าใจและเห็นใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจาก กกท. ต้องปฏิบัติตามนโยบายจากรัฐบาลชุดก่อน ที่มีการเปลี่ยนแปลงโลโก้และมาสคอต จนนำไปสู่ปัญหาด้าน ลิขสิทธิ์ ส่งผลให้การจัดหาสิทธิประโยชน์ล่าช้า และไม่สามารถเผยแพร่ผ่านสื่อได้อย่างราบรื่น แต่ในวันนี้ ปัญหาทุกอย่างได้เคลียร์และแก้ไขเรียบร้อยแล้ว จึงเชื่อมั่นว่านับจากนี้ไป การเตรียมพร้อมในฐานะเจ้าภาพจะเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง จึงขอเชิญชวนให้คนไทยทุกคนร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี เพื่อแสดงพลังแห่งความสามัคคีและสร้างความประทับใจให้กับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนอีกครั้งหนึ่ง” นายจำลอง กล่าวในตอนท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/sport-news/862541/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZJyCKfhu9vmHvGZzFPfE4

  • ดีอี – BDE เปิดตัวโครงการ “1 อำเภอ 1 ไอทีแมน” พัฒนาทักษะยกระดับกำลังคนดิจิทัลท้องถิ่น

    ดีอี – BDE เปิดตัวโครงการ “1 อำเภอ 1 ไอทีแมน” พัฒนาทักษะยกระดับกำลังคนดิจิทัลท้องถิ่น

    ดีอี-BDE เปิดตัวโครงการ “1 อำเภอ 1 ไอทีแมน” พัฒนาทักษะยกระดับกำลังคนดิจิทัลท้องถิ่น

    วันที่ 15 กันยายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวเปิดงานประชาสัมพันธ์เปิดตัว การขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในระดับอำเภอ และให้ความรู้ในการขับเคลื่อนกำลังคนดิจิทัลในระดับพื้นที่ “โครงการ 1 อำเภอ 1 ไอทีแมน” (1 Amphoe 1 IT Man) ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะความรู้เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับกำลังคนดิจิทัลระดับอำเภอ พร้อมปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “ระบบนิเวศดิจิทัลจังหวัด” โดยมี ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) กล่าวรายงาน พร้อมด้วย บุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา เจ้าหน้าที่บริหารงานดิจิทัลระดับอำเภอ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) กระทรวงดีอี ณ ห้องนครรังสิต 1-2 โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต จ.ปทุมธานี และในรูปแบบการประชุมทางไกล
    โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างกลไกการทำงานด้านดิจิทัลในระดับอำเภอ ให้สามารถเข้าถึงประชาชนในระดับพื้นที่ได้มากขึ้น และเพื่อให้เกิดกลไกการส่งเสริมการพัฒนาจังหวัดดิจิทัล (Digital Province) พร้อมกับ การยกระดับทุนมนุษย์ (Human Capital) ให้มีความพร้อมต่อการยกระดับประเทศด้านเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทุกอำเภอรวมถึงการประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญ

    โดยการเปิดตัวโครงการนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพกำลังคนดิจิทัลในทุกพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะระดับอำเภอที่ถือเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย มุ่งหวังว่าประชาชนจะสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ และนำไปสู่สังคมไทยที่มั่นคงและยั่งยืน สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/57359&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-ipXC2u-VsaEJDJZQoFAa

  • สะเดา | รถนักท่องเที่ยวตกค้างที่หน้าด่านสะเดากว่า 500 คัน  มากที่สุดหลังจากเปิดด่านสะเดามา 50 ปี

    สะเดา | รถนักท่องเที่ยวตกค้างที่หน้าด่านสะเดากว่า 500 คัน มากที่สุดหลังจากเปิดด่านสะเดามา 50 ปี

    วันที่ 15 ก.ย. 68  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 23:00 น. ตามเวลาในประเทศไทยซึ่งตรงกับเวลา 24:00 น. ของประเทศมาเลเซีย ได้มีรถของนักท่องเที่ยว กว่า 1000 คันติดขัดอย่างหนัก ที่หน้าด่านสะเดาตั้งแต่เวลา 12:00 น. ของวันที่ 15 กันยายน ติดสะสมที่หน้าด่านสะเดาเป็นเวลา 12 ชั่วโมง จนถึงเวลา 21:00 น. ของเมื่อวานนี้ที่ผ่านมา 

    โดยมีท้ายแถวยาวกว่า 3 กม. รถก็ไม่สามารถระบายหมดได้ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ติดอยู่บนรถส่วนบุคคล  และรถบัสนักท่องเที่ยว ประมาณ4 คัน จนกระทั่งถึงเวลา 23:00 น.  ซึ่งเป็นเวลาหยุดทำการของด่านมาเลย์ หรือด่านบูกิตกายูอิตั้ม ของประเทศมาเลเซีย  ก็ได้ มีเจ้าหน้าที่มาทำการปิดประตู รั้วกั้น2 ประเทศ ในขณะที่ด่านไทยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่  เมื่อด่านมาเลย์ปิด ด่านไทยต้องปิดตาม  ทำให้เกิดความโกลาหล เพราะบางคันได้จ็อบหนังพาสปอร์ตผ่านด่านไทยมาแล้ว แต่เจอด่านมาเลย์ปิดประตู ทำให้หลายคันต้องเลี้ยวกลับ สู่ประเทศไทยอีกครั้ง 

     โดยนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่จะนอนค้างที่รถเพื่อรอให้ด่านเปิดในวันขึ้นในเวลา 05:00 น. ของเช้าวันที่ 16 กันยายน บางส่วนหาที่พักในพื้นที่บ้านด่านนอกเมืองท่องเที่ยวหน้าด่านสะเดา  

    เหตุการณ์ที่รถติดค้างที่หน้าด่านสะเดา ในครั้งนี้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ ด่านสะเดามีรถติดค้างอยู่ไม่ต่ำกว่า 500 คัน คิดเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตรคิดเป็นจำนวนคนกว่า 1000 -2000 คนซึ่งส่วนใหญ่ มากันแบบครอบครัว โดยนักท่องเที่ยวชาวเลเข้ามาท่องเที่ยวไทยในวันหยุดปิดเทอมและวันหยุดประจำปีตั้งแต่วันที่ 11 ถึง 14 กันยายน และขณะเดียวกันวันที่ 15 ก็ยังคงมีนักท่องเที่ยวเข้ามาที่ด่านสะเดากว่า 10,000 คนเช่นกัน และมีนักท่องเที่ยวที่กลับบ้านพร้อมกันในเวลาเดียวกัน

    ในวันที่15 กย.68 จำนวนมากจึงทำให้รถติดสะสมที่หน้าด่านสะเดาประกอบกับด่านสะเดารับมือไม่ทันจนเกิดเหตุการณ์รถติด อย่างมโหฬารดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งว่าเกิดจากอะไรโดยที่ผู้สื่อข่าวได้สังเกตพบว่า รถนัก ท่องเที่ยวถูก ปล่อยออกจากด่านสะเดา อย่สงไม่ต่อเนื่อง ตั้งแต่เวลาช่วงเที่ยงจนถึง 23:00 น.  ในขณะที่ขาเข้าประเทศมาเลเซียไม่ได้ติดขัดแต่ประการใด แสดงว่าปัญหาเกิดที่ฝั่งไทยไม่ได้เกิดที่ฝั่งประเทศมาเลเซีย

     จากการสอบถามนักท่องเที่ยว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้  ส่วนใหญ่บอกว่าไม่เคยเจอกับเหตุการณ์นี้มาก่อน ไม่เคยติดนานและมีจำนวนมาก เหมือนวันนี้ และบอกว่ามาเที่ยวเมืองไทยเป็นประจำ ส่วนครั้งนี้มานอนที่อำเภอหาดใหญ่หนึ่งคืนและ เดินทางกลับมาเลย์ ติดอยู่ที่หน้าด่านสะเดา 4 ชั่วโมงแต่ก็ไม่สามารถผ่านด่านไปได้ ผู้สื่อข่าว ถามว่าจะมาอีกไหมนักท่องเที่ยวบอกว่าคงต้องมาอีกเพราะรักเมืองไทยชอบเที่ยวเมืองไทยอาหารถูกและอร่อย 

    ด้าน ดร. สิทธิพงศ์ สิทธิภัทรประภา  นายกสมาคมโรงแรม หาดใหญ่สงขลา   ให้ความเห็น ว่า รถติดที่หน้าด่านสะเดา กว่า 500 คัน และระบายรถไม่ทันในเวลา 23:00 น.เป็นการทำลายบริการการท่องเที่ยว ไม่น่าจะเกิดขึ้นในขณะที่หลายฝ่ายกำลังไม่น่าจะเกิดขึ้นในขณะที่หลายฝ่ายกำลังรณรงค์ และให้ความสำคัญ เรื่องการท่องเที่ยว เพราะประเทศมาเลเซียเป็นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่ง ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    ซึ่งสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยมากที่สุด โดยจะนำเรื่องนี้โดยจะนำเรื่องนี้ไปรายงานถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.hatyaifocus.com/news-detail/29337/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3RpzlRoz4kMnqfelenIz1x

  • แม่ฮ่องสอน เตรียมจัดงาน “ยลวิถี ดินแดนชาติพันธุ์” ฟื้นฟูวัฒนธรรม-สืบสานประเพณี สู่ท่องเที่ยวยั่งยืน

    แม่ฮ่องสอน เตรียมจัดงาน “ยลวิถี ดินแดนชาติพันธุ์” ฟื้นฟูวัฒนธรรม-สืบสานประเพณี สู่ท่องเที่ยวยั่งยืน

    16 กันยายน 2568 20:04 น. ทศพล พาลพล ข่าวทั่วไทย

    “แม่ฮ่องสอน ยลวิถี ดินแดนชาติพันธุ์” ส่งเสริมพัฒนาประเพณี ฟื้นฟูอนุรักษ์วัฒนธรรม เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    วันที่ 16 ก.ย.68 เวลา 17.00 น.นายเอกวิทย์  มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน สภาวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและภาคีเครือข่าย ด้านการท่องเที่ยว แถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “แม่ฮ่องสอน ยลวิถี ดินแดนชาติพันธุ์” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำบึงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ สวนสาธารณหนองจองคำ ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

    นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่มีธรรมชาติสวยงาม วัฒนธรรมหลากหลาย และวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ โดยนโยบายหลักของจังหวัดมุ่งเน้น การพัฒนา  การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและมีคุณภาพ ไม่เพียงดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ยังมุ่งให้ผู้มาเยือนสัมผัสประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและมีความหมาย โครงการ “แม่ฮ่องสอน ยลวิถี ดินแดนชาติพันธุ์” จัดขึ้นเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและรักษา ประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น ผ่าน 2 กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ งานแสดงและจำหน่ายสินค้า Craft of 5F  ระหว่างวันที่ 16-20 ตุลาคม 2558 ณ สวนสาธารณะหนองจองคำ พบกับบูธแสดงสินค้าและงานหัตถกรรมท้องถิ่นจากหลากหลายชุมชน มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมชาติพันธุ์ อาทิ การฟ้อนขันดอก และการเต้นรำกะเหรี่ยงแดง เพื่อสะท้อนความงดงามและความหลากหลายของแม่ฮ่องสอน จากความหลากหลายทางชาติพันธุ์ คือเสน่ห์สำคัญที่สร้างเอกลักษณ์เฉพาะของแม่ฮ่องสอน การพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวชุมชนยลวิถีชาติพันธุ์ ระหว่างวันที่ 24-30 กันยายน 2568 เปิดเส้นทางท่องเที่ยว 2 เส้นทาง รวม 6 ชุมชน เช่น บ้านแพมบก บ้านเมืองแพม บ้านห้วยเฮี๊ยะ บ้านผาบ่อง  บ้านต่อแพ และบ้านละอูบ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าพักโฮมสเตย์ เรียนรู้งานหัตถกรรม การทอผ้า เครื่องเงิน รวมถึงอาหารพื้นถิ่น

    จึงขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เดินทางมาสัมผัสเสน่ห์ ประสบการณ์ที่แตกต่างและร่วมสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นไปพร้อมกับเรา ด้วยตนเอง “แม่ฮ่องสอน เมืองสามหมอก ดินแดนชาติพันธุ์”
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/651682&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_p-OpeNvu1LQoQL9loPxi

  • (หุ้นเจาะ) ERW ปลุกกระแสลงทุน รับ “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    (หุ้นเจาะ) ERW ปลุกกระแสลงทุน รับ “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    ERW หรือ บมจ.ดิ เอราวัณ กรุ๊ป น่าจะเป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์ ภายหลังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เตรียมเสนอให้รัฐบาลพิจารณาโครงการ “ทัวร์ไทยคนละครึ่ง” คาดหวังว่าจะกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศ ทำให้ราคาหุ้น ERW มีแรงเก็งกำไร

    พี/อีต่ำเมื่อเทียบคู่แข่ง     

    บล.ดาโอ(ประเทศไทย) ระบุว่า ERW เป็นหนึ่งในหุ้นที่จะได้ Sentiment เชิงบวกจากทั้งโครงการเที่ยวทัวร์ไทยคนละครึ่งมากที่สุด  นอกจากนี้พบว่า RevPAR ในเดือน ก.ค.-ส.ค. 68 (QTD) ฟื้นตัวได้ตามคาด ขณะที่ Hop Inn มีรายได้ที่โตได้ดี  แต่พบว่า Valuation ซื้อขาย P/Eปี 68 เพียง 16 เท่า ถูกสุดเมื่อเทียบกับ MINT และ CENTEL ที่ 17 เท่า  และ 24 เท่า

    งบพ้นจุดต่ำสุด

    ทั้งนี้ คงกำไรปกติปี 68 ที่ 829 ล้านบาท ขณะที่คาดกำไร Q3/68 จะหดตัว YoY แต่จะเพิ่มขึ้น QoQ เพราะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน Q2/68 คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายปี 69  ที่ 3 บาท

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/16/578506/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1qqEJHClQe5aZECHOf2WhY

  • สกู๊ปพิเศษ : เลย สวย ชิว ล่องแพน้ำหลีก เมืองเฟือง สปป.ลาว  ธรรมชาติใสเย็น หมอกยามเช้า และพระบิณฑบาตบนเรือ

    สกู๊ปพิเศษ : เลย สวย ชิว ล่องแพน้ำหลีก เมืองเฟือง สปป.ลาว ธรรมชาติใสเย็น หมอกยามเช้า และพระบิณฑบาตบนเรือ

    สกู๊ปพิเศษ : เลย สวย ชิว ล่องแพน้ำหลีก เมืองเฟือง สปป.ลาว ธรรมชาติใสเย็น หมอกยามเช้า และพระบิณฑบาตบนเรือ

    วันอังคาร ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    Tag :

    ช่วงนี้ ใกล้ปลายฝนแล้วมีสถานที่ท่องเที่ยวมาให้สำหรับผู้ที่หลงรักความสงบ อยากหนีความวุ่นวายและสัมผัสธรรมชาติแท้ๆ ไม่ต้องเดินทางไกลเกินไป เพราะเพียงข้ามพรมแดนจากจังหวัดเลย สู่เมืองเฟือง ประเทศลาว เพียงไม่กี่กิโลเมตร ก็พบกับ “น้ำหลีก” (แม่น้ำลีก) แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสุดฮิตที่กำลังเป็นที่หมายปองของนักเดินทางสายชิล!

    น้ำหลีก คือลำน้ำขนาดกลางที่ไหลผ่านใจกลางเมืองเฟือง ด้วยน้ำใสสะอาด เย็นฉ่ำตลอดทั้งปี ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาสีเขียวขจี ทุ่งนาสุดลูกหูลูกตา และป่าดิบชื้นที่ยังคงความสมบูรณ์ไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ที่นี่จึงกลายเป็น “ oasis ” แห่งความสงบในเขตตะวันออกเฉียงเหนือของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    จุดเด่นที่นี่ห้ามพลาด คือการได้ล่องแพน้ำหลีก มี เรือนแพพักผ่อนริมน้ำ: ที่พักแบบเรือนแพไม้สักแท้ สร้างอย่างงดงาม พร้อมระเบียงชมวิว ให้คุณตื่นขึ้นมาพร้อมภาพทะเลหมอกและเสียงน้ำไหลเบาๆ ทน้ำใสเย็นตลอดปี: เหมาะสำหรับการล่องแพ แช่เท้า หรือเล่นน้ำอย่างปลอดภัย แม้ในฤดูร้อน มีทิวทัศน์ธรรมชาติครบครัน: ทั้งภูเขา ป่าเขา ทุ่งนา สะพานไม้ และบ้านเรือนชาวลาวโบราณ  บรรยากาศเงียบสงบ ไร้มลภาวะ: ไม่มีรถ ไม่มีเสียงรบกวน เสียงลมพัด และเสียงคลื่นกระทบฝั่ง 

    ในยามเช้าตรู่ พระสงฆ์จะล่องเรือตามลำน้ำ เพื่อรับบิณฑบาตจากชาวบ้านที่รออยู่ริมฝั่ง ภาพนี้จะสวยงามเหมือนภาพวาด ชวนให้หลงใหลและซาบซึ้งในวิถีชีวิตทางศาสนา  อากาศเย็นสบาย สายหมอกยามเช้า: อุณหภูมิเฉลี่ย 20–25°C แม้ในฤดูร้อน แถมยามเช้าจะมีหมอกบางๆ ลอยทั่วแม่น้ำ ราวกับอยู่ในโลกแฟนตาซี

    สำหรับ การเดินทาง  จากจังหวัดเลย  ข้ามด่านชายแดน ที่ด่านคกไผ่ อ.ปากชมตรงข้าม  ด่านบ้านวัง เมืองหมื่น สปป ลาว  จากนั้นเดินทางไปล่องแพเมืองเฟือง ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม

    อัมรินทร์ ชูฤทธิ์

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/914425&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OAPHgExLCpRfvj-zRA238

  • สมาคมค้าปลีกชง 3 ข้อเร่งด่วนโอดคนซื้อหาย ขอ“คนละครึ่ง”เป็นคำตอบฟื้นเศรษฐกิจ

    สมาคมค้าปลีกชง 3 ข้อเร่งด่วนโอดคนซื้อหาย ขอ“คนละครึ่ง”เป็นคำตอบฟื้นเศรษฐกิจ

    กรมพัฒนาธุรกิจการค้าลงพื้นที่ย่านพระนคร พ่อค้าแม่ค้าร้องโอดโอย กำลังซื้อหาย กำไรหด ต้นทุนพุ่ง ขอเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจด่วนๆ  ขณะที่สมาคมผู้ค้าปลีกไทยเสนอ 3 มาตรการเศรษฐกิจเร่งด่วน เพิ่มวงเงินคนละครึ่ง ลดภาษีสินค้านำเข้าไลฟ์สไตล์โปรโมตท่องเที่ยว เพิ่มการจ้างงานรายชั่วโมง 

    นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมประเทศที่ต้องการตอนนี้คือมาตรการที่ตรงเป้า ครอบคลุม และเห็นผลชัดเจน ไม่ใช่แค่ช่วยผู้บริโภคฝ่ายเดียว แต่ต้องสนับสนุนเอสเอ็มอี เกษตรกร แรงงาน และธุรกิจทุกระดับ โดยภาคค้าปลีกไทยมีมูลค่าการตลาดกว่า 4 ล้านล้านบาท นับเป็นเส้นเลือดใหญ่เชื่อมโยงการผลิต การบริการ และการจ้างงานนับล้านชีวิต  และสมาคมฯเชื่อมั่นในศักยภาพของรัฐบาลชุดใหม่

    ทั้งนี้ ทางสมาคมฯได้รวบรวมแนวคิด และขอเสนอ 3 มาตรการเร่งด่วน  เริ่มจาก 1.กระตุ้นการจับจ่าย เพิ่มเงินหมุนเวียน จากโครงการ “คนละครึ่ง” เวอร์ชันปรับปรุงใหม่ เพิ่มวงเงินจาก 150 บาท เป็น 300 บาทต่อวัน จำกัดเดือนละ 1,500 บาท ระยะเวลา 2 เดือน (ต.ค.-พ.ย.) พร้อมขยายครอบคลุมร้านค้าทุกประเภทโดยไม่มีเงื่อนไขซับซ้อนรวมทั้ง โครงการ   “Easy e-Receipt” เฟส 2 วงเงินสูงสุด 100,000 บาทต่อคน ระยะเวลา 3 เดือน (ต.ค.-ธ.ค.) ครอบคลุมสินค้าทั่วไป OTOP และสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คาดสร้างเงินหมุนเวียนกว่า 100,000 ล้านบาท

     2. ส่งเสริมไทยเป็นสวรรค์ช้อปปิ้งนักท่องเที่ยว ด้วยการลดภาษีนำเข้าสินค้าไลฟ์สไตล์จาก 20-30% ลงเหลือ 10-15% เพื่อให้สามารถแข่งขันกับสิงคโปร์ มาเลเซีย และฮ่องกง ที่มภาษี 0% รวมถึงการทดลองโครงการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ณ จุดขาย สำหรับนักท่องเที่ยวที่ซื้อขั้นต่ำ 3,000 บาท และขยายระยะเวลาวีซ่านักท่องเที่ยวรัสเซียจาก 30 วัน เป็น 45-60 วัน 3. กระตุ้นการจ้างงานและเสริมกำลังแรงงาน ด้วยการเปิดระบบการจ้างงานรายชั่วโมงให้ยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อช่วยลดปัญหาการว่างงานในกลุ่มนักศึกษา ผู้สูงอายุ และแรงงานนอกระบบ

    วันเดียวกัน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการแฟรนไชส์ในการส่งเสริมสนับสนุนของกรม และพบปะผู้ประกอบการค้าปลีก ย่านวัดโพธิ์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ซึ่งจากการพูดคุยทราบว่า ผู้ประกอบการไทยเผชิญความท้าทายด้านเศรษฐกิจเป็นอันดับ 1 โดยเฉพาะกำลังซื้อที่ลดลงชัดเจน ผู้บริโภคระวังการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น กระแสเงินสดลดลง ส่งถึงผลประกอบการระยะยาว

    นอกจากนี้ ยังมีปัญหาต้นทุนการผลิตและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่ราคาจำหน่ายยังคงเท่าเดิม ทำให้กำไรลดลงมาก ขณะเดียวกัน เดลิเวอรีแพลตฟอร์มที่เป็นดาบสองคมของผู้ประกอบการ เพราะแม้ว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้น เพราะต้องแบ่งรายได้กว่า 30% ให้กับแพลตฟอร์ม ต้องการใหรัฐเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วยนโยบายกระตุ้นกำลังซื้อระยะสั้นที่ช่วยให้เงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบทันที เช่น โครงการคนละครึ่ง ฯลฯ     

    สำหรับย่านการค้าวัดโพธิ์ จากการพูดคุย พบว่า เศรษฐกิจถดถอยเป็นปัญหาหลัก นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวจีนลดลง สินค้าไทยอาจได้รับผลกระทบจากสินค้าด้อยคุณภาพจากต่างประเทศแอบเข้ามาขายปะปนด้วย ทำให้นักท่องเที่ยวซื้อสินค้าด้อยคุณภาพไป แล้วคิดว่าเป็นสินค้าไทย ทำให้ภาพลักษณ์สินค้าไทยเสียหาย จึงต้องการให้ภาครัฐเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ ชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติใมาท่องเที่ยวมากขึ้น ปราบปรามสินค้าด้อยคุณภาพ โดยหลังจากนี้ กรมจะเร่งสรุปปัญหา-อุปสรรค และจัดทำแผนพัฒนาและสนับสนุนธุรกิจแต่ละพื้นที่อย่างครบวงจรต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2882998&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1AMgPdwD73dHn2MdGl88kq

  • “สดช.”เร่งปั้น “1อำเภอ 1ไอทีแมน”ยกระดับกำลังคนดิจิทัลทั่วไทย | เดลินิวส์

    “สดช.”เร่งปั้น “1อำเภอ 1ไอทีแมน”ยกระดับกำลังคนดิจิทัลทั่วไทย | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5117702/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3WYq-B4-Eb3gxqmHsCnOYD

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/activity/67349/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18uz1Ch4DpUNN4XeOn2IDZ