Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • อาลัย ‘มั่น พัธโนทัย’ อดีตรองนายกฯ ถึงแก่อนิจกรรม 85 ปี

    อาลัย ‘มั่น พัธโนทัย’ อดีตรองนายกฯ ถึงแก่อนิจกรรม 85 ปี

    1 พฤษภาคม 2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมั่น พัธโนทัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช และรัฐมนตรีหลายกระทรวง เสียชีวิตด้วยโรคชรา ถึงแก่กรรมอย่างสงบเวลา ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ เมื่อเวลา 09.42 น. โดยญาติจะเคลื่อนศพเพื่อบำเพ็ญกุศล ที่วัดพลับพลาชัย โดยจะมีพิธีรดน้ำศพในวันพรุ่งนี้ (2 พ.ค.69)

    ดร.มั่น พัธโนทัย เป็นบุตรของนายสังข์ พัธโนทัย (ที่ปรึกษาคนสนิทของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม) กับนาง วิไล พัธโนทัย เกิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2484 มีพี่น้องกัน 5 คน ได้แก่ นายมั่น พัธโนทัย , นายวรรณไว พัธโนทัย (อดีตวุฒิสมาชิก) , นางสิรินทร์ ฮอร์น ผู้เขียนหนังสือ เรื่องมุกมังกร  , นางผ่องศรี ฟอร์น วังเด็กก์, และนางวิริยะวรรณ สาทิสสะรัต

    ดร.มั่น จบการศึกษาชั้นมัธยม 8 ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์ (ที่ 1 ของรุ่น) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2507 ระดับปริญญาโท ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากอเมริกัน ยูนิเวอร์ซิตี้ (American University) ในปี พ.ศ. 2512 ปริญญาโททางรัฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยแมริแลนด์ (University of Maryland) ในปี พ.ศ. 2516 และระดับปริญญาเอก สาขาเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเคนชิงตัน แคลิฟอร์เนีย ในปี พ.ศ. 2522

    ดร.มั่น ถือว่าเป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์โชกโชน เขาได้ร่วมก่อตั้งพรรคสยามประชาธิปไตย ในปี พ.ศ. 2526 และดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคนแรก ต่อมาได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ 4 สมัย โดยสมัยแรกเมื่อครั้งการเลือกตั้ง มีนาคม พ.ศ. 2535 และได้รับเลือกตั้งต่อมาอีกในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2535 (ครั้งที่ 2) พ.ศ. 2538 และ พ.ศ. 2539 และเคยได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, มหาดไทย, พาณิชย์, เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต่อมาในปี พ.ศ. 2549 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสมุทรปราการ

    ดร.มั่น พัธโนทัย ได้รับแต่งตั้งเป็น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในสมัยรัฐบาลใน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทั้งนี้ ดร.มั่น  เป็นนักการเมืองผู้ใกล้ชิดกับ นายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  อดีตนักการเมืองคนสำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/989087/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1S-jZ4q4Sy0lWPPkXRg3gW

  • ดูดวงรายปักษ์ 1-15 พฤษภาคม 2569

    ดูดวงรายปักษ์ 1-15 พฤษภาคม 2569

    ดูดวงรายปักษ์ เช็กดวงปักษ์หลัง วันที่ 1-15 พฤษภาคม 2569 ดวงการเงิน ดวงการงาน ดวงความรัก

    ดูดวงรายปักษ์ 1-15 พฤษภาคม 2569 คำทำนายดวงชะตา จาก นางเงือกดูดวง Sanook Horoscope เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนชีวิตและเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของดวงดาว ราศีของท่านจะรุ่งแค่ไหน ไปเช็กดวงกัน

    ดูดวงรายปักษ์ 1-15 พฤษภาคม 2569

    ดวงรายปักษ์ ราศีเมษ (13 เม.ย. – 13 พ.ค.)

    การงาน ช่วงนี้ควรให้ความสำคัญกับรายละเอียดในงานเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องเอกสาร สัญญา รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณและการเงิน ซึ่งมีโอกาสเกิดความผิดพลาดหรือปัญหาตามมาได้ หากคุณกำลังมองหางานใหม่ ควรพิจารณาเงื่อนไขให้รอบคอบ เพราะมีเกณฑ์เจองานที่ไม่ตรงกับที่คาดหวัง หรือค่าตอบแทนไม่เป็นไปตามที่ตกลงไว้

    การเงิน ยังคงมีรายจ่ายเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้จะสามารถบริหารจัดการได้ แต่ก็ต้องอาศัยการวางแผนที่รัดกุม โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือค่าใช้จ่ายเก่าที่ยังตามมาให้ต้องจัดการ คุณอาจต้องแบ่งสรรเงินไปใช้ในส่วนที่จำเป็นก่อน ทำให้ไม่สามารถใช้จ่ายได้อย่างอิสระเท่าที่ต้องการ

    ความรัก คนโสดมีเกณฑ์ได้พบคนที่มีเสน่ห์และพูดจาน่าดึงดูด จนทำให้คุณรู้สึกสนใจได้ไม่ยาก แต่ความสัมพันธ์อาจมาพร้อมกับภาระหรือปัญหาบางอย่าง จึงควรใช้เวลาในการศึกษาดูใจกันให้มากขึ้นก่อนตัดสินใจ สำหรับคนที่มีคู่ ช่วงนี้ต่างฝ่ายต่างมีความคิดเป็นของตัวเองค่อนข้างสูง หากเกิดปัญหาอาจไม่มีใครยอมกันง่าย ๆ หรือเลือกที่จะนิ่งเฉยมากกว่าการพูดคุย ทำให้บรรยากาศในความสัมพันธ์ค่อนข้างตึงเครียด ควรพยายามเปิดใจและลดทิฐิเพื่อให้ความสัมพันธ์เดินต่อไปได้อย่างราบรื่น

    สุขภาพ โดยรวมยังไม่มีเรื่องที่น่ากังวล สุขภาพอยู่ในเกณฑ์ปกติ

    ดวงรายปักษ์ ราศีพฤษภ (14 พ.ค. – 14 มิ.ย.)

    การงาน ในช่วงนี้งานมีเกณฑ์ล่าช้า ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ หากมีการตกลงหรือพูดคุยเรื่องงานก่อนหน้านี้ อีกฝ่ายอาจเงียบหายหรือยังไม่ให้คำตอบที่ชัดเจน นอกจากนี้ควรระวังการเปลี่ยนแปลงภายในทีม เช่น การลาออก การโยกย้ายตำแหน่ง ซึ่งอาจส่งผลให้การทำงานสะดุดและต้องปรับตัวใหม่ ควรให้ความสำคัญกับการสื่อสารเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสเกิดความเข้าใจผิดจากคำพูดหรือการติดต่อที่คลาดเคลื่อนได้ง่าย

    การเงิน การเงินในช่วงนี้ควรระมัดระวังมากขึ้น มีเกณฑ์ต้องนำเงินเก็บออกมาใช้กับค่าใช้จ่ายกะทันหัน เช่น การซ่อมแซมบ้าน รถ หรือการซื้อของจำเป็นชิ้นใหม่ หากกำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้เพิ่มเติม แนะนำให้เริ่มต้นด้วยตัวเองจะปลอดภัยกว่า เพราะมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกหรือเสียเปรียบจากผู้อื่น

    ความรัก คนโสดมีเกณฑ์ได้พบคนที่ยังไม่พร้อมจะเริ่มต้นใหม่อย่างจริงจัง อาจยังมีคนเก่าอยู่ในใจ หรือมีความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน ทำให้ความสัมพันธ์ไม่ราบรื่นเท่าที่ควร จึงไม่ควรรีบร้อนหรือทุ่มเทความรู้สึกมากเกินไปในช่วงนี้ ส่วนคนที่มีคู่ ความสัมพันธ์ต้องอาศัยการพูดคุยและการควบคุมอารมณ์ให้ดี เพราะทั้งสองฝ่ายอาจมีความดื้อหรือไม่ยอมกันง่าย ๆ หากมีปัญหาอาจบานปลายได้ง่าย อีกทั้งควรระวังบุคคลที่สามหรือปัจจัยภายนอกที่อาจเข้ามาทำให้เกิดความเข้าใจผิดกัน

    สุขภาพ ควรระวังอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยเฉพาะของมีคมบาด หรือเหตุการณ์ที่อาจนำไปสู่การรักษา เช่น การผ่าตัด

    ดวงรายปักษ์ ราศีเมถุน (14 มิ.ย. – 14 ก.ค.)

    การงาน ในช่วงนี้คุณต้องรับมือกับงานหลายอย่างที่เข้ามาพร้อมกัน จึงควรระวังเรื่องการจัดลำดับความสำคัญให้ดี เพราะอาจมีทั้งงานของตัวเองและปัญหาของผู้อื่นที่ต้องเข้าไปช่วยแก้ไข ทำให้เกิดความสับสนหรือทำงานไม่ทันตามแผนได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คุณทำยังอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่หรือหัวหน้า ซึ่งจะช่วยให้พวกเขามองเห็นถึงความสามารถและความรับผิดชอบของคุณได้ชัดเจนมากขึ้น

    การเงิน มีรายจ่ายเข้ามาหลายทางในช่วงนี้ หากกำลังรอเงินบางส่วน อาจเกิดความล่าช้าหรือจำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติมก่อนจะได้รับเงิน นอกจากนี้ควรระวังค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ค่าปรับ หรือภาษี รวมถึงเรื่องเอกสารที่ต้องตรวจสอบให้รอบคอบ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายเพิ่ม

    ความรัก คนโสดมีโอกาสได้พบคนที่อายุน้อยกว่า หรือเป็นคนที่มีเสน่ห์และพูดจาน่าดึงดูดเข้ามาในชีวิต ความสัมพันธ์จะค่อย ๆ พัฒนาไปอย่างช้า ๆ เนื่องจากต่างฝ่ายต่างมีภาระและความยุ่งของตัวเอง อีกทั้งในช่วงนี้ยังมีโอกาสได้พบคนใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มเติม ทำให้ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจ ส่วนคนที่มีคู่ ความสัมพันธ์ยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีความเข้าใจและดูแลกันอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังมีเกณฑ์ได้เดินทางไกลหรือท่องเที่ยวร่วมกัน ซึ่งจะช่วยเติมเต็มความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากขึ้น และบางคู่ยังมีโอกาสเกี่ยวข้องกับเรื่องการขยายครอบครัวได้อีกด้วย

    สุขภาพ ควรระวังอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยเฉพาะบริเวณข้อเท้าและเข่า รวมถึงการหกล้ม

    ดวงรายปักษ์ ราศีกรกฎ (15 ก.ค. – 16 ส.ค.)

    การงาน ในช่วงนี้มีเกณฑ์ได้เริ่มต้นงานใหม่ หรือได้รับโปรเจกต์ใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย งานอาจค่อนข้างยากและมีบททดสอบเข้ามาหลายด้าน อีกทั้งควรระวังการทำงานร่วมกับหัวหน้าหรือผู้ใหญ่ที่อาจมีท่าทีไม่เปิดรับความคิดเห็น หรือมีอคติกับคุณในช่วงแรก จึงจำเป็นต้องใช้ความอดทนและความพยายามอย่างมาก อย่างไรก็ตาม หากผ่านช่วงนี้ไปได้ สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นภายในประมาณสองเดือนข้างหน้า

    การเงิน อาจทำให้คุณรู้สึกเครียดและตึงตัว แม้จะยังมีการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้เงินเพื่อความสุขหรือการเยียวยาความเครียดของตัวเอง ซึ่งอาจยิ่งทำให้การเงินตึงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสได้รับโชคลาภแบบไม่คาดคิดเข้ามา ซึ่งจะช่วยให้สถานการณ์การเงินผ่อนคลายลงได้บ้าง

    ความรัก คนโสดหากมีคนที่สนใจเข้ามา อาจต้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นเข้าหาเองก่อน เพราะอีกฝ่ายยังไม่ได้แสดงความรู้สึกที่ชัดเจน ทำให้ความสัมพันธ์อาจเริ่มต้นในลักษณะของการรักข้างเดียวในช่วงแรก สำหรับคนที่มีคู่แล้ว ช่วงนี้ต่างฝ่ายต่างโฟกัสกับชีวิตของตัวเองมากขึ้น ความหวานอาจลดลงไปบ้าง จึงควรหาเวลาเติมเต็มความสัมพันธ์ และเปิดใจพูดคุยกันให้มากขึ้น เพื่อรักษาความใกล้ชิดเอาไว้

    สุขภาพ ควรระวังอาการปวดหลัง ปวดศีรษะ รวมถึงปัญหาออฟฟิศซินโดรม

    ดวงรายปักษ์ ราศีสิงห์ (17 ส.ค. – 16 ก.ย.)

    การงาน ในช่วงนี้คุณเริ่มรู้สึกหมดไฟกับสิ่งเดิม ๆ และอยากมองหาโอกาสใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิตการทำงาน ความอึดอัดกับสภาพแวดล้อมหรือหน้าที่เดิมอาจทำให้คุณอยากเปลี่ยนแปลง หากได้ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองกับงานที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง การท่องเที่ยว หรือการทำงานที่เชื่อมโยงกับต่างประเทศ จะมีเกณฑ์ช่วยให้คุณได้เจองานที่เหมาะกับตัวเองมากขึ้น และมีโอกาสเติบโตได้รวดเร็วกว่าเดิม

    การเงิน มีเกณฑ์ใช้จ่ายไปกับการเดินทางหรือยานพาหนะค่อนข้างมาก อีกทั้งควรระวังการใช้เงินตามใจตัวเอง เพราะอาจมีสิ่งที่อยากได้หลายอย่าง หรือเป็นของที่เล็งไว้มานานจนตัดสินใจซื้อในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสได้รับโชคลาภจากการเดินทางเข้ามาได้เช่นกัน

    ความรัก คนโสดมีโอกาสได้พบคนที่ถูกใจจากการเดินทางหรือการเข้าสังคมใหม่ ๆ ซึ่งนิสัยค่อนข้างเข้ากันได้ดี ความสัมพันธ์มักเริ่มจากความเป็นเพื่อน และสามารถพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีโอกาสได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น สำหรับคนที่มีคู่ ช่วงนี้อาจต้องระวังเรื่องความห่างเหินเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยเฉพาะหากคนรักให้เวลากับเพื่อนหรือสังคมของตัวเองมากเกินไป จนทำให้ความสัมพันธ์ไม่ค่อยคืบหน้า การลองชวนกันไปเปลี่ยนบรรยากาศ เช่น การเดินทางหรือทำกิจกรรมใหม่ ๆ ร่วมกัน จะช่วยให้ความสัมพันธ์กลับมาดีขึ้นได้

    สุขภาพ ควรระวังความเครียด ความแปรปรวนทางอารมณ์ และฮอร์โมนที่อาจส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจ

    ดวงรายปักษ์ ราศีกันย์ (17 ก.ย. – 16 ต.ค.)

    การงาน ในช่วงนี้คุณอาจรู้สึกกดดันมากขึ้นจากการที่ผู้ใหญ่หรือหัวหน้าคอยจับตามองผลงานอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันก็มีปัญหาหลายอย่างเข้ามารุมเร้า ทำให้งานของตัวเองไม่คืบหน้าอย่างที่ควรจะเป็น แผนงานที่วางไว้มีแนวโน้มไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจ อีกทั้งยังอาจรู้สึกว่าไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่เท่าที่ควร จึงเป็นช่วงที่ต้องใช้ความอดทนและพยายามประคับประคองสถานการณ์ให้ผ่านไปให้ได้

    การเงิน ยังคงอยู่ในระดับเดิม แต่รายจ่ายกลับเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้คุณอาจต้องกลับมาจัดระเบียบการเงินใหม่ หรือพิจารณาปรับโครงสร้างหนี้ในช่วงนี้ หากมีแผนจะลงทุน ควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ เพราะมีโอกาสที่ผลตอบแทนจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง หรืออาจมีผู้ไม่หวังดีเข้ามาหาผลประโยชน์จากคุณได้

    ความรัก คนโสดมีโอกาสได้พบคนใหม่ ๆ ผ่านทางการทำงานหรือจากเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเป็นคนที่สามารถเข้ากันได้ดี และมีแนวโน้มที่ความสัมพันธ์จะพัฒนาอย่างรวดเร็ว เพราะอีกฝ่ายค่อนข้างแสดงออกและเข้าหาคุณอย่างชัดเจน ส่วนคนที่มีคู่ แม้จะยังไม่มีปัญหารุนแรง แต่ความสัมพันธ์อาจดูห่างเหินลงจากความยุ่งในเรื่องงานหรือภาระหน้าที่ที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังควรใส่ใจสุขภาพของคนรัก เพราะมีเกณฑ์ที่อีกฝ่ายอาจเจ็บป่วยและต้องการการดูแลจากคุณในช่วงนี้

    สุขภาพ ควรระวังอาการเจ็บคอ เป็นหวัด หรืออาการป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

    ดวงรายปักษ์ ราศีตุลย์ (17 ต.ค. – 15 พ.ย.)

    การงาน ในช่วงนี้ต้องระวังเรื่องการปรับโครงสร้างภายในที่ทำงาน ซึ่งอาจส่งผลให้คุณต้องมีการเปลี่ยนแปลงหน้าที่ หรือถูกโยกย้ายไปทำงานในส่วนใหม่ได้ แม้บางโอกาสจะมาพร้อมข้อเสนอที่ดูน่าสนใจ แต่ก็อาจเป็นสถานการณ์ที่คุณหลีกเลี่ยงได้ยาก นอกจากนี้ยังมีเกณฑ์ได้รับมอบหมายงานใหม่ที่มีความรับผิดชอบสูงขึ้น งานหนักขึ้น และอาจต้องจัดการด้วยตัวเองโดยไม่มีคนช่วยเหลือมากนัก

    การเงิน มีโอกาสได้รับเงินก้อนเข้ามา ซึ่งอาจมาจากการปรับเปลี่ยนในที่ทำงาน หรือการเคลมประกัน รวมไปถึงลาภลอยแบบไม่คาดคิด อย่างไรก็ตาม เงินที่ได้มาก็มีแนวโน้มต้องนำไปใช้จ่ายกับเรื่องยานพาหนะ การเดินทาง หรือการปรับเปลี่ยนบางอย่างในชีวิต ทำให้ยังต้องวางแผนการใช้เงินให้รอบคอบ

    ความรัก คนโสดมีเกณฑ์ได้พบเจอคนจากทางไกล หรือชาวต่างชาติที่เข้ามาในช่วงนี้ ความสัมพันธ์อาจเริ่มต้นแบบไม่ราบรื่นนัก มีความไม่แน่นอน หรือมีอุปสรรคเรื่องระยะทางทำให้พบเจอกันได้ยาก จึงต้องอาศัยเวลาและความเข้าใจในการพัฒนา ส่วนคนที่มีคู่ ต้องระวังปัญหาเดิม ๆ หรือเรื่องการเงินที่อาจย้อนกลับมาสร้างความตึงเครียดในความสัมพันธ์ได้ ช่วงนี้จึงควรใช้ความใจเย็นและเปิดใจพูดคุยกันให้มากขึ้น เพื่อประคับประคองความสัมพันธ์ให้ผ่านไปได้ด้วยดี

    สุขภาพ ควรระวังเรื่องความเครียดที่สะสมจากหลายด้าน อาจส่งผลต่อทั้งร่างกายและอารมณ์

    ดวงรายปักษ์ ราศีพิจิก (16 พ.ย. – 15 ธ.ค.)

    การงาน ในช่วงนี้บรรยากาศภายในที่ทำงานอาจมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นนโยบายหรือโครงสร้างบางอย่าง ซึ่งส่งผลให้ภาระงานและความรับผิดชอบของคุณเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน แต่ผลตอบแทนอาจยังคงเท่าเดิม ทำให้รู้สึกไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร นอกจากนี้คุณอาจเริ่มมีความคิดอยากเปลี่ยนแปลงเส้นทางอาชีพ หรือมองหางานใหม่ เนื่องจากเริ่มเบื่อกับสภาพแวดล้อมหรือสังคมเดิม ๆ

    การเงิน ในช่วงนี้มีเกณฑ์ต้องใช้จ่ายไปกับเรื่องสุขภาพ การดูแลตัวเอง รวมถึงคนรอบข้างมากขึ้น อีกทั้งยังอาจมีค่าใช้จ่ายแฝงหรือรายจ่ายที่ไม่ได้คาดคิดเข้ามา ทำให้ต้องบริหารจัดการเงินให้ดี โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนที่รายจ่ายอาจเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ

    ความรัก คนโสดมีโอกาสได้พบเจอคนที่ถูกใจ แต่ควรระมัดระวังให้ดี เพราะอีกฝ่ายอาจมีเจ้าของอยู่แล้ว หรือยังมีคนคุยเดิม ๆ อยู่ก่อน การตัดสินใจจึงควรใช้ความรอบคอบและตรวจสอบให้แน่ใจ สำหรับคนที่มีคู่ ความสัมพันธ์ในช่วงนี้อาจเผชิญกับความตึงเครียดจากปัญหาเรื่องการเงิน หรือประเด็นสำคัญบางอย่างที่ต้องตัดสินใจร่วมกัน ซึ่งอาจทำให้เกิดความกดดันได้ จึงควรใช้เหตุผลและการสื่อสารที่ดีในการแก้ไขปัญหา

    สุขภาพ ควรระวังปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ รวมถึงอาการเกี่ยวกับสายตา อาจมีอาการล้าหรือระคายเคืองได้

    ดวงรายปักษ์ ราศีธนู (16 ธ.ค. – 13 ม.ค.)

    การงาน ในช่วงนี้คุณมีเกณฑ์ได้ร่วมงานกับคนใหม่หรือทีมใหม่ รวมถึงอาจมีโปรเจกต์ใหม่เข้ามาให้รับผิดชอบ แม้จะดูเป็นโอกาสที่ดี แต่กระบวนการทำงานอาจไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด ต้องใช้เวลาและความอดทนมากกว่าปกติ ระหว่างทางควรระวังปัญหาเรื่องอารมณ์และความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันกับผู้อื่น อย่างไรก็ตาม หากคุณเลือกทำงานด้วยตัวเองหรือเริ่มต้นอะไรคนเดียว จะเป็นช่วงที่ไอเดียโดดเด่น มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถต่อยอดงานได้ดี

    การเงิน มีเกณฑ์ที่ดีขึ้น คุณอาจสามารถหาเงินได้มากขึ้น หรือได้รับผลตอบแทนจากสิ่งที่เคยลงทุนไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้ภาพรวมไม่ได้มีปัญหามากนัก แต่ก็ยังมีรายจ่ายเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ควรระวังรายจ่ายก้อนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย เอกสาร หรือบัญชี ที่อาจเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว

    ความรัก สำหรับคนโสด ช่วงนี้คุณอาจยังไม่พบใครที่ถูกใจมากนัก และการอยู่คนเดียวกลับทำให้รู้สึกสบายใจกว่า หากมีคนเข้ามาพูดคุย ความสัมพันธ์อาจยังไม่ชัดเจน หรืออีกฝ่ายอาจมีตัวเลือกอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ต้องใช้เวลาในการพิจารณา
     ส่วนคนที่มีคู่ ความสัมพันธ์อาจดูห่างกันบ้าง แม้โดยรวมจะยังเข้าใจกันดีและไม่ได้มีปัญหาใหญ่ แต่ก็อาจมีการทะเลาะหรือกระทบกระทั่งกันเล็ก ๆ น้อย ๆ จากเรื่องจุกจิกในชีวิตประจำวัน

    สุขภาพ ในช่วงนี้ยังไม่มีเรื่องสุขภาพที่น่ากังวลมากนัก

    ดวงรายปักษ์ ราศีมังกร (14 ม.ค. – 12 ก.พ.)

    การงาน ในช่วงนี้คุณอาจรู้สึกกดดันกับเรื่องงานมากขึ้น โดยเฉพาะจากความคาดหวังของผู้ใหญ่หรือหัวหน้าที่อาจสูงเกินกว่าที่จะรับมือได้ง่าย ๆ อีกทั้งยังมีแนวโน้มต้องรับผิดชอบงานหลายอย่างพร้อมกัน ทำให้ต้องแบ่งเวลาและพลังงานอย่างหนัก แม้ในใจจะมีไอเดียหรือความคิดอยากเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ แต่ก็ยังต้องใช้เวลาและความทุ่มเทอย่างมากในการลงมือทำ จึงกลายเป็นช่วงที่ทำงานไปพร้อมกับความเครียดที่สะสมไปด้วย

    การเงิน มีความเคลื่อนไหวค่อนข้างมาก คุณมีแนวโน้มใช้จ่ายไปกับการท่องเที่ยวหรือการเดินทางมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสหาเงินได้มากขึ้นเช่นกัน อาจมีช่องทางสร้างรายได้ใหม่ ๆ เข้ามา รวมถึงมีเกณฑ์ได้รับโชคลาภจากการเดินทาง ทำให้ภาพรวมทางการเงินยังถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

    ความรัก คนโสดมีโอกาสได้พบเจอคนที่ตรงสเปคและถูกใจ แม้ว่าอีกฝ่ายอาจยังมองคุณในฐานะเพื่อน แต่คุณก็รู้สึกดีที่ได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและใกล้ชิดกับเขา ส่วนคนที่มีคู่ ในช่วงนี้ทั้งคุณและคนรักต่างให้ความสำคัญกับเรื่องงานเป็นหลัก ทำให้เวลาและความใส่ใจในความสัมพันธ์อาจลดลง อีกทั้งคนรักอาจเผชิญกับความเครียดจากงานมากขึ้น ซึ่งคุณเองก็มีบทบาทสำคัญในการคอยให้กำลังใจและอยู่เคียงข้างเขา

    สุขภาพ ควรระวังโรคเก่า ๆ หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมที่อาจกลับมากำเริบ

    ดวงรายปักษ์ ราศีกุมภ์ (13 ก.พ. – 13 มี.ค.)

    การงาน ในช่วงนี้ภาระงานของคุณมีเกณฑ์มากเกินจำนวนคนที่รับผิดชอบ ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าและกดดันกับหน้าที่ที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันผลตอบแทนกลับไม่ได้เพิ่มตามไปด้วย อีกทั้งยังต้องใช้การติดต่อสื่อสารค่อนข้างมาก จึงมีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้ง่าย คุณอาจเริ่มรู้สึกเบื่อหรืออยากเปลี่ยนแปลงงาน อยากลองทำสิ่งใหม่ ๆ แต่จังหวะนี้อาจยังไม่เหมาะนัก ควรชะลอการตัดสินใจไว้ก่อน เพราะมีโอกาสเจอสถานการณ์ที่ไม่ดีกว่าเดิมได้

    การเงิน มีเกณฑ์ต้องใช้จ่ายมากขึ้น ทั้งค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่และรายจ่ายจุกจิกที่เข้ามาพร้อมกัน ทำให้ต้องบริหารเงินอย่างรอบคอบ นอกจากนี้ยังควรระวังเรื่องหนี้สินเก่าที่อาจกลับมาสร้างภาระหรือความเครียดให้กับคุณในช่วงนี้

    ความรัก คนโสดควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสได้พบเจอคนที่ไม่ได้จริงใจกับคุณ หรืออาจมีคนคุยอยู่แล้วเข้ามาทำให้เกิดความหวัง คำพูดและการกระทำของอีกฝ่ายอาจดูดี แต่ยังไม่พร้อมสำหรับความสัมพันธ์ที่จริงจัง จึงควรใช้เวลาในการพิจารณาให้รอบคอบ ส่วนคนที่มีคู่ ความสัมพันธ์โดยรวมยังคงเข้าใจกันดี แต่ภาระหน้าที่และความเครียดจากหลายด้านอาจเข้ามากระทบ ทำให้บรรยากาศระหว่างกันมีความตึงเครียดอยู่บ้าง ควรหมั่นพูดคุยและให้กำลังใจกันมากขึ้น

    สุขภาพ ควรระวังปัญหาเกี่ยวกับก้อนเนื้อ ซีสต์ หรือถุงน้ำ รวมถึงความผิดปกติภายในร่างกาย

    ดวงรายปักษ์ ราศีมีน (14 มี.ค. – 12 เม.ย.)

    การงาน ในช่วงนี้คุณมีเกณฑ์ได้เริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ หรือได้รับโปรเจกต์ใหม่เข้ามา ซึ่งช่วยจุดประกายให้คุณกลับมามีไฟและมีไอเดียในการทำงานมากขึ้น แม้ว่าจะยังต้องรับมือกับความเหนื่อยจากงานเดิมอยู่ก็ตาม นอกจากนี้ งานหรือสิ่งที่เคยหยุดชะงักไปก่อนหน้านี้มีเกณฑ์จะกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง และสามารถพัฒนาไปเป็นผลงานที่ดี สร้างความพึงพอใจให้กับตัวคุณเองได้

    การเงิน ยังคงมีรายจ่ายเข้ามารายล้อมอยู่ตลอด แต่คุณก็ยังสามารถหาเงินเข้ามาหมุนเวียนได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้อาจรู้สึกกังวลหรือเครียดเรื่องเงินมากขึ้น เนื่องจากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเต็มที่ จึงควรเริ่มพิจารณาลดค่าใช้จ่ายบางส่วนที่ไม่จำเป็นลง เพื่อให้สถานการณ์โดยรวมค่อย ๆ ดีขึ้น

    ความรัก คนโสดมีเกณฑ์ได้พบเจอคนที่เพิ่งผ่านความสัมพันธ์มาและยังไม่สามารถลืมคนเก่าได้ หรืออาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนโดยไม่รู้ตัว ทำให้ต้องใช้สติและเหตุผลมากกว่าความรู้สึก เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องเจ็บปวด สำหรับคนที่มีคู่ ช่วงนี้ควรระมัดระวังเรื่องคำพูดและการกระทำ เพราะอาจเผลอทำร้ายจิตใจกันโดยไม่ตั้งใจ ส่งผลให้เกิดบาดแผลในความสัมพันธ์ได้ จึงควรใส่ใจและประคับประคองกันให้มากขึ้น

    สุขภาพ ควรระวังอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย การขยับตัวที่ไม่คล่องตัว หรือปัญหากล้ามเนื้อ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/326286/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xI6WySIM0w-_pKH0qW5jA

  • กสศ.ถอดรหัสแรงงานไทย ชง 3 นโยบายด่วน ที่ต้องลงทุนอย่างจริงจัง

    กสศ.ถอดรหัสแรงงานไทย ชง 3 นโยบายด่วน ที่ต้องลงทุนอย่างจริงจัง

    1 พฤษภาคม วันแรงงานแห่งชาติปีนี้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ออกโรงเตือนสังคมไทยให้ทบทวนนิยาม “แรงงานคุณภาพ” ใหม่ทั้งระบบ หลังพบช่องว่างเชิงโครงสร้างที่บ่อนทำลายการลงทุนด้านกำลังคนของประเทศมาอย่างยาวนาน โดยปัญหาไม่ได้อยู่แค่ที่ปลายทางของตลาดแรงงาน แต่หยั่งรากลึกตั้งแต่วันแรกที่เด็กคนหนึ่งก้าวเข้าสู่ระบบการศึกษา

    แรงงานที่มีคุณค่า ไม่ได้เกิดในวันสมัครงาน

    นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. เปิดมุมมองว่า สังคมไทยมักนึกถึงแรงงานในฐานะ “คนที่มีงานทำแล้ว” แต่ความเป็นจริงนั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

    “แรงงานที่มีคุณค่าไม่ได้เกิดขึ้นในวันสมัครงาน แต่ฝังรากอยู่ในวันที่เด็กคนหนึ่งได้รับหรือไม่ได้รับโอกาสการเรียนรู้ที่ดี ในระบบที่ออกแบบมาเพื่อเขา ในเส้นทางที่พาเขาไปถึงอาชีพ รายได้ และศักดิ์ศรีที่เขาสมควรได้”

    ธันว์ธิดาชี้ว่า มิติที่หลายคนมองข้ามคือการลงทุนเรื่องการเรียนรู้สำหรับ “วัยแรงงาน” ที่ยังน้อยเกินไป เพราะสังคมมักนึกถึงแต่การลงทุนในวัยเรียน ซึ่งต้องใช้เวลายาวนานถึง 12 ปีกว่าจะเห็นผล

    นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ.

    “คนอายุ 18 ปีขึ้นไปที่อยู่ในตลาดแรงงานแล้ว ถ้าเราใช้หลักสูตรที่ใช่ ส่งเสริมทักษะที่ใช่ เพียงแค่ 6 เดือนหรือ 1 ปี เขาก็สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ทันที กลายเป็นกำลังสำคัญให้กับตัวเอง ครอบครัว และชุมชนได้เลย นี่คือนัยยะของการพัฒนาที่รวดเร็วของกลุ่มวัยแรงงาน ที่เรายังให้ความสำคัญน้อยเกินไป”

    เกือบครึ่งฝึกอบรมแล้วไม่ได้ใช้ — วงจรที่ต้องหยุด

    ผลสำรวจร่วมจากยูนิเซฟ สภาพัฒน์ และ TDRI พบตัวเลขที่น่าวิตกว่า เกือบ 39% ของผู้ผ่านการฝึกอบรมระบุว่าทักษะที่ได้รับไม่สามารถนำไปใช้งานได้จริง หรือไม่นำไปสู่การมีงานทำ สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนด้านแรงงานของไทยกำลังรั่วไหลอย่างเป็นระบบ

    “ถ้าทำแบบเดิม คือส่งเด็กยากจนเข้าไปเรียนหลักสูตรที่มีอยู่แล้วออกมาตกงาน มันก็คือการซ้ำเดิม ไม่ต่างจากวงจรความยากจนที่ไม่หลุดออกไป”

    ธันว์ธิดาอธิบายว่า ปัญหาหลักอยู่ที่ความไม่สอดคล้องระหว่างฝั่งอุปทานและอุปสงค์ของตลาดแรงงาน ระบบการศึกษารู้แต่ว่ามีหลักสูตรอะไร แต่ไม่รู้ว่าภาคอุตสาหกรรมต้องการทักษะใด ส่งผลให้บัณฑิตจำนวนมากทำงานต่ำกว่าวุฒิ หรือมีทักษะที่ล้าสมัยก่อนวันแรกของการทำงาน

    “เราเจอเด็กที่เรียน 4 ปีจบมาแล้วทักษะตกยุคไปแล้ว เพราะหลักสูตรไม่ทันโลก นั่นคือการสูญเปล่า ทั้งของเขาและของระบบ”

    นอกจากนี้ ยังมีมายาคติที่ฝังรากในสังคมว่าสายอาชีพคือ “แรงงานชั้นสอง” ทั้งที่ความเป็นจริงโลกของสายอาชีพเปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง

    “งานฝีมือไม่ได้เป็นแค่งานฝีมืออีกต่อไป แต่กลายเป็นงานคราฟต์และงานสร้างสรรค์ที่มีมูลค่าสูง กลุ่มคนที่เรียนสายอาชีพสามารถเป็นนวัตกรในอุตสาหกรรม EV โซลาร์เซลล์ และดิจิทัลได้เลย”

    กสศ.ถอดรหัสแรงงานไทย ชง 3 นโยบายด่วน ที่ต้องลงทุนอย่างจริงจัง

    ทักษะพื้นฐานวิกฤตหนัก — รายได้ต่างกัน 6,300 บาทต่อเดือน

    ข้อค้นพบจากการศึกษาร่วมกับธนาคารโลกเผยให้เห็นความเปราะบางของกำลังแรงงานไทยในระดับรากฐาน โดยพบว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ทักษะเฉพาะทาง แต่อยู่ที่ทักษะพื้นฐานชีวิต (Foundational Skills) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่

    • ทักษะการรู้หนังสือ (การวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูล) — ตกเกณฑ์ถึง 60% ของประชากร
    • ทักษะดิจิทัล(การใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาชีวิตจริง) — ต่ำกว่าเกณฑ์สูงถึง 74.1%
    • ทักษะสังคมและอารมณ์** (การทำงานร่วมกัน การจัดการตนเอง) — ตกเกณฑ์ 30%

    “ทักษะ 3 ด้านนี้ไม่ใช่แค่ทักษะสำหรับอนาคต แต่ส่งผลต่อรายได้ปัจจุบันทันที และที่สำคัญกว่านั้น เมื่อเจอวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นโควิด น้ำท่วม หรือการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ คนที่มีทักษะพื้นฐานชีวิตสูงก็จะปรับตัวและรับมือได้เร็วกว่ามาก

    ข้อมูลยังพบว่าผู้ที่มีทักษะพื้นฐานสูงกว่ามีรายได้มากกว่าถึง 6,300 บาทต่อเดือน ซึ่งเมื่อคำนวณเป็นรายปีถือเป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิตและกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจโดยรวม

    กสศ.ถอดรหัสแรงงานไทย ชง 3 นโยบายด่วน ที่ต้องลงทุนอย่างจริงจัง

    7 ปีทุนสายอาชีพ — พิสูจน์แล้วว่าเปลี่ยนชีวิตได้จริง

    ท่ามกลางวิกฤตดังกล่าว กสศ. ชู “ทุนนวัตกรรมสายอาชีพ” ชั้นสูงในฐานะโมเดลที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผล โดยปัจจุบันดำเนินการมาครบ 7 ปี มีนักศึกษารับทุนสะสม 15,278 ราย ครอบคลุมสถานศึกษาสายอาชีพทั้งภาครัฐและเอกชน 150 แห่ง ใน 60 จังหวัดทั่วประเทศ ปีละประมาณ 2,500 ทุน

    จุดแตกต่างที่สำคัญของโมเดลนี้คือการออกแบบจากความต้องการตลาดในแต่ละพื้นที่ก่อน แล้วจึงชวนสถานศึกษาและภาคเอกชนมาร่วมออกแบบหลักสูตร แทนที่จะนำหลักสูตรเดิมมาเป็นตัวตั้ง

    “เราไม่ได้เอาหลักสูตรที่มีอยู่แล้วมาเป็นตัวตั้ง แต่เริ่มจากดีมานด์ก่อน ลงไปดูในแต่ละจังหวัด แต่ละพื้นที่ว่ามีอาชีพอะไรที่กำลังเปลี่ยน อะไรที่ตลาดต้องการจริงๆ แล้วค่อยชวนสถานศึกษามาร่วมออกแบบหลักสูตร”

    ตัวอย่างที่ชัดเจนคือหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลและผู้ช่วยทันตแพทย์ ระยะเวลาเพียง 1 ปี ที่เกิดจากการมองเห็นความต้องการบุคลากรด้านสุขภาพที่พุ่งสูงจากสังคมสูงวัย โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และการดูแลผู้ป่วยระยะยาว ผลลัพธ์คือผู้เรียนมีงานทำ 100% หลังสำเร็จการศึกษา ด้วยรายได้เฉลี่ย 12,000–26,000 บาทต่อเดือน

    กสศ. ยังไม่หยุดแค่การมีวุฒิการศึกษา แต่ผลักดันให้ผู้เรียนมีสิ่งที่เรียกว่า “1+X” คือวุฒิประกาศนียบัตรบวกกับใบรับรองจากสภาวิชาชีพ มาตรฐานฝีมือแรงงาน และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางตามบริบทของพื้นที่

    ” X ตัวนี้แหละที่สร้างมูลค่าเพิ่มจริงๆ บางกรณีสามารถแปลงตรงๆ เป็นรายได้ที่สูงขึ้นได้เลย เช่น มีภาษาอังกฤษระดับหนึ่งก็ได้เพิ่มอีกสองพันบาทต่อเดือน”

    กสศ.ถอดรหัสแรงงานไทย ชง 3 นโยบายด่วน ที่ต้องลงทุนอย่างจริงจัง

    อีกตัวอย่างที่น่าสนใจคืออาชีพใหม่อย่าง “ช่างบริหารอาคาร” ที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจโรงแรมและอพาร์ตเมนต์ที่ต้องการช่างที่ทำได้ครบในคนเดียว แทนการจ้างช่างหลายสาขาแยกกัน ปัจจุบันนำร่องแล้วใน 5 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น ภูเก็ต กำแพงเพชร ฉะเชิงเทรา และนครราชสีมา ร่วมกับหอการค้าไทยและหอการค้าจังหวัด โดยเด็กที่ได้ทุนเป็นเด็กในพื้นที่ ทำงานในพื้นที่ ไม่ต้องย้ายถิ่นฐาน

    SROI คืนผล 2-4 เท่า — ตัดวงจรยากจนข้ามรุ่น

    ผลการศึกษาผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมจากการลงทุน (SROI) พบว่าทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2–4 เท่าของเงินลงทุน ขณะที่ในมิติครัวเรือน นักศึกษาทุนซึ่งส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่มีรายได้เฉลี่ยเพียง 3,000 บาทต่อเดือน สามารถมีรายได้สูงกว่าพ่อแม่ถึง 4–8 เท่า หลังเรียนจบเพียง 1 ปี

    “นักศึกษากลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นคนแรกในครอบครัวที่เรียนสูงที่สุด และมีรายได้สูงที่สุดในบ้าน พ่อแม่ส่วนใหญ่จบไม่เกิน ม.3”

    ผลกระทบยังขยายวงออกไปไกลกว่าตัวผู้รับทุน เมื่อสมาชิกในบ้านคนหนึ่งมีโอกาส น้องๆ ในครอบครัวมีโอกาสอยู่ในระบบการศึกษานานขึ้น บ้านได้รับการซ่อมแซม และคุณภาพชีวิตโดยรวมของครัวเรือนเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น

    “ลองคิดภาพดูว่าถ้าคนพี่ได้รับโอกาส แล้วคนน้องก็ตามมา รายได้ในบ้านก็จะสะสม โอกาสก็เพิ่ม วงจรความยากจนก็จะไม่ซ้ำรอยเดิมอีก นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่าการลดความยากจนข้ามรุ่น ผ่านการลงทุนในทักษะที่ใช้งานได้จริง”

    20 ล้านแรงงานนอกระบบ — โอกาสได้รับการฝึกอบรมแค่ 4%

    ธันว์ธิดาชี้ให้เห็นอีกหนึ่งวิกฤตที่ซ่อนอยู่ในตัวเลข นั่นคือแรงงานนอกระบบอายุ 24–64 ปี อีกกว่า 20 ล้านคน ที่หลังจบการศึกษาแทบไม่เคยได้รับการฝึกอบรมเพิ่มเติมอีกเลย

    “กลุ่มนี้มีโอกาสได้รับการฝึกอบรมหลังจบการศึกษาเพียง 4% เท่านั้น แปลว่าวันสุดท้ายที่เขาได้เรียนอาจเป็นวันที่เขาจบ ม.3 หรือ ม.6 และหลังจากนั้นก็ไม่มีโอกาสพัฒนาตัวเองอีกเลยตลอดช่วงชีวิตการทำงาน ทั้งๆ ที่โลกเปลี่ยนไปแล้วมากมาย”

    ขณะที่กลุ่มเยาวชนอายุ 15–24 ปีถูกมองว่าเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดในการลงทุน เพราะหากปล่อยให้กลุ่มนี้ตกหล่น พวกเขาจะกลายเป็นแรงงานนอกระบบตลอดชีวิต

    “ถ้าลงทุนกับกลุ่มเยาวชนวันนี้ เขาสามารถเป็นกำลังสำคัญได้อีกกว่า 40 ปีจนถึงวัยเกษียณ การลงทุนนี้สามารถพลิกชีวิตเขาได้เลย แล้วก็ยังพลิกชีวิตประเทศไทยได้ด้วย”

    3 นโยบายเร่งด่วนที่ต้องลงมือทำ

    กสศ. เสนอ 3 แนวนโยบายที่ต้องผลักดันโดยเร่งด่วนเพื่อพลิกโฉมระบบกำลังคนของประเทศ ประกอบด้วย

    1. ลงทุนกับเยาวชนอายุ 15–24 ปีอย่างจริงจัง เพราะผลตอบแทนระยะยาวสูงที่สุด หากงบประมาณมีจำกัดควรเน้นตรงจุดนี้ก่อน

    2. ออกแบบหลักสูตรให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอนาคต เน้นภาคที่กำลังเติบโต เช่น เกษตรอัจฉริยะ บริการดิจิทัล และเศรษฐกิจสุขภาพ พร้อมกระจายโอกาสสู่พื้นที่ห่างไกลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่

    3. ดึงนายจ้างและภาคเอกชนเข้าร่วมตั้งแต่ต้น ไม่ใช่แค่รับแรงงานปลายทาง แต่ต้องมีส่วนร่วมออกแบบหลักสูตรและกำหนดมาตรฐานทักษะตั้งแต่เริ่มต้น

    “ท้ายที่สุด ถ้าไม่มีภาคเอกชนเข้ามาร่วม การเปลี่ยนแปลงภาพรวมของระบบแรงงานไทยก็จะเกิดขึ้นได้ยากมาก”

    เปลี่ยนมุมมอง — จากภาระสู่ทรัพยากร

    ธันว์ธิดากล่าวทิ้งท้ายด้วยวาทะที่ตรงไปตรงมาถึงรากของปัญหา ว่าการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงต้องเริ่มจากการเปลี่ยนจินตภาพของสังคม

    “เราไม่ได้ส่งเสริมเขาเพราะเขายากจนแล้วสงสาร แต่เพราะเราเห็นศักยภาพของเขา ประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะยากจน ด้อยโอกาส หรือพิการ ไม่ใช่ภาระ แต่เป็นทรัพยากรที่มีศักยภาพ ถ้าเราร่วมกันส่งเสริม ไม่ใช่สงเคราะห์ ประเทศไทยก็จะเดินออกจากกับดักรายได้ปานกลางได้ในที่สุด”

    และนั่นคือภารกิจที่ กสศ. ยืนยันว่าการสร้างกำลังคนที่มีคุณค่าจะต้องเป็นทั้งวาระด้านเศรษฐกิจและวาระด้านความเสมอภาคไปพร้อมกัน ไม่ใช่เพียงเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/658061&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0pRXK8HtkOIN7CNydOpwCR

  • คนแห่เที่ยวเกาะช้าง รถต่อคิวขึ้นเฟอร์รี่ยาวกว่า 8 กม.

    คนแห่เที่ยวเกาะช้าง รถต่อคิวขึ้นเฟอร์รี่ยาวกว่า 8 กม.

    เกาะช้าง นักท่องเที่ยวทะลัก แห่เที่ยวช่วงหยุดยาว รถต่อคิวขึ้นเรือเฟอร์รี่ยาวกว่า 8 กม. คาดทะลุ 2,500 คัน ชาวบ้านเผยรถต่อคิวมากที่สุดตั้งแต่มีเฟอร์รี่

    วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงวันแรงงานที่จังหวัดตราด โดยเฉพาะเส้นทางไปท่าเรือเฟอร์รี่เกาะช้าง อำเภอแหลมงอบ พบว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมารอข้ามฟาก ส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดอย่างหนัก รถต่อคิวสะสมยาวไม่ต่ำกว่า 8 กิโลเมตร

    ขณะเดียวกัน ยังมีรถที่พยายามสวนเลนเพื่อเข้าคิวเพิ่มเติมอีกไม่ต่ำกว่า 3 กิโลเมตร ทำให้ภาพรวมการจราจรหนาแน่นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรแหลมงอบต้องเร่งอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง

    นางสาวดาน่า นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เมื่อมาถึงตราดต้องรอต่อคิวแล้วกว่า 2 ชั่วโมง และยังห่างจากท่าเรือประมาณ 5 กิโลเมตร ยอมรับว่า แม้จะคาดการณ์ว่าคนจะเยอะในช่วงวันหยุดยาว แต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้ อย่างไรก็ตามมองในแง่ดีว่าเป็นโอกาสได้พักผ่อนและใช้เวลาพูดคุยกันมากขึ้น

    ด้านนายชาญ พรศรีรัตนรักษ์ เจ้าของร้านกาแฟบริเวณปากทางท่าเรือ เผยว่า ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่เปิดร้าน ไม่เคยเห็นรถติดยาวขนาดนี้มาก่อน ถือว่าหนักที่สุดตั้งแต่มีเฟอร์รี่เกาะช้าง โดยนักท่องเที่ยวยังคงหลั่งไหลมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ร้านค้าขายดีเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเครื่องดื่ม ต้องสั่งน้ำแข็งเพิ่มหลายรอบ พร้อมแนะนำให้นักท่องเที่ยวพิจารณาฝากรถไว้ฝั่งแผ่นดิน แล้วใช้บริการรถโดยสารบนเกาะ เพื่อลดปัญหาการจราจรทั้งขาไปและขากลับ

    ขณะที่ นายจีระ ช่วยทุกข์ เจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาตราด ระบุว่า ท่าเรือเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 05.00 น. และมีนักท่องเที่ยวมาต่อคิวตั้งแต่เช้า ปัจจุบันมีรถสะสมไม่ต่ำกว่า 7-8 กิโลเมตร คาดว่าตลอดทั้งวันจะมีรถใช้บริการมากกว่า 2,500 คัน โดยมีเรือเฟอร์รี่ให้บริการ 4 ลำ วิ่งรับส่งต่อเนื่อง ใช้เวลารอบละประมาณ 20 นาที และคาดว่าจะสามารถระบายรถคันสุดท้ายได้ไม่ต่ำกว่าเวลา 21.00 น.

    ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝากถึงนักท่องเที่ยวให้เตรียมน้ำและอาหารให้เพียงพอ เนื่องจากระยะเวลารอคิวอาจยาวนานถึง 2-3 ชั่วโมง พร้อมขอความร่วมมือในการปฏิบัติตามเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัยและราบรื่น

    ติดตาม ช่อง 8 ได้ทาง
    facebook.com/thaich8

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaich8.com/news_detail/143834/%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25AB%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%258A%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2587-%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2596%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%25B6%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259F%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2-8-%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A1&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Df8AX1G6jzg_HHq2PSQX2

  • ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นปี 2569 แบบ Hybrid เคาะปันผล 0.12 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปี 2568 ประมาณ 0.31 บาทต่อหุ้น

    ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นปี 2569 แบบ Hybrid เคาะปันผล 0.12 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปี 2568 ประมาณ 0.31 บาทต่อหุ้น

    ไอที

    ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นปี 2569 แบบ Hybrid เคาะปันผล 0.12 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปี 2568 ประมาณ 0.31 บาทต่อหุ้น

    วันศุกร์ ที่ 01 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 21.13 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นปี 2569 แบบ Hybrid เคาะปันผล 0.12 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปี 2568 ประมาณ 0.31 บาทต่อหุ้น

    บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เมื่อ 30 เมษายน 2569 ในรูปแบบ Hybrid Meeting ทั้งการประชุม ณ ทรู ทาวเวอร์ รัชดา และผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมได้อย่างทั่วถึง โดยที่ประชุมมีมติรับทราบผลการดำเนินงานของบริษัท และอนุมัติงบการเงินประจำปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568

    โดยการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นปี 2569 นำโดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายซิกเว่ เบรกเก้ กรรมการ และ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม เป็นต้น พร้อมคณะกรรมการบริษัทฯ

    ที่ประชุมมีมติอนุมัติการจัดสรรกำไรสุทธิปี 2568 เป็นทุนสำรองตามกฎหมายจำนวน 132.9 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 5 ของกำไรสุทธิ พร้อมอนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปีในอัตราหุ้นละ 0.12 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 4,146 ล้านบาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้ เงินปันผลดังกล่าวมาจากผลการดำเนินงานช่วงไตรมาส 4/2568 และกำไรสะสมบางส่วนของบริษัท

    นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลก่อนหน้า ซึ่งบริษัทได้จ่ายไปเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.19 บาท คิดเป็นเงินปันผลที่ประกาศจ่ายรวม 6,564 ล้านบาท ดังนั้น เงินปันผลรวมที่ประกาศจ่ายจากผลการดำเนินงานประจำปี 2568 และจากกำไรสะสมบางส่วนของบริษัทฯ คิดเป็นอัตราหุ้นละประมาณ 0.31 บาท (หักภาษี ณ ที่จ่าย ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด) ตามมติคณะกรรมการบริษัทฯ โดยรวมสะท้อนนโยบายการบริหารผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง 

    ในด้านโครงสร้างคณะกรรมการบริษัท ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งกรรมการแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ ได้แก่ นายกลินท์ สารสิน (กรรมการอิสระ) นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ นายจอน โอมุนด์ เรฟฮัก และนายซิกเว่ เบรกเก้ ขณะเดียวกัน รับทราบการคงตำแหน่งกรรมการที่ว่าง 2 ตำแหน่งเป็นการชั่วคราว โดยคณะกรรมการจะดำเนินการสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าดำรงตำแหน่งต่อไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/474692&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0oBPiU1FFLwh7Mp7Vxv_wX

  • ดีป้า เดินสายโรดโชว์  ภาคเหนือตอนบน ในโครงการ OTOD #3 เตรียมบุกชลบุรี ชวนชาวภาตะวันออกร่วมกิจกรรม 7-8 พ.ค. นี้

    ดีป้า เดินสายโรดโชว์  ภาคเหนือตอนบน ในโครงการ OTOD #3 เตรียมบุกชลบุรี ชวนชาวภาตะวันออกร่วมกิจกรรม 7-8 พ.ค. นี้

    วันศุกร์ ที่ 01 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 21.11 น.

    ดีป้า เดินสายโรดโชว์ 
    ภาคเหนือตอนบน ในโครงการ OTOD #3 เตรียมบุกชลบุรี ชวนชาวภาตะวันออกร่วมกิจกรรม 7-8 พ.ค. นี้

    ดีป้า หรือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3 (One Tambon One Digital: OTOD #3) เดินหน้ากิจกรรมโรดโชว์ Accelerate Digital Agriculture & Digital Agriculture Pitching Day ภาคเหนือตอนบน ยกระดับทักษะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรแก่กลุ่มชุมชน เกษตรกร ช่างชุมชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมเปิดเวทีเฟ้นหาไอเดียนวัตกรรมชุมชนเพื่อเข้ารับการสนับสนุนทุนจากโครงการ

    กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 – 30 เมษายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่ โดยได้รับเกียรติจาก นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เกษตรกร และกลุ่มชุมชนในพื้นที่ รวมถึง นายบุญทวี ดวงนิราช รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน ดีป้า และ นายปรัชญา โกมณี ผู้จัดการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคเหนือตอนบน ร่วมในพิธีโดยพร้อมเพรียง

    นายบุญทวี เผยว่า พื้นที่ภาคเหนือตอนบนถือเป็นแหล่งผลิตเกษตรสำคัญของภาคเหนือ ซึ่งสร้างรายได้ให้เกษตรกรจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ภาคการเกษตรกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น การขาดแคลนแรงงาน ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ ปัญหาการขาดแคลนเทคโนโลยีและนวัตกรรม การนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยบริหารจัดการการผลิตจึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรของจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงช่วยเปิดโอกาสให้เกษตรกรรุ่นใหม่และชุมชนสามารถพัฒนาโมเดลธุรกิจเกษตรสมัยใหม่ได้อย่างยั่งยืน” 

    กิจกรรม Accelerate Digital Agriculture ภายในงานประกอบด้วยการอบรมและเวิร์กชอปเข้มข้น 4 หัวข้อสำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเกษตรอัจฉริยะ, การสร้างรายได้ผ่าน Digital Content Creator, การเตรียมความพร้อมเข้าถึงแหล่งทุนและการพัฒนาข้อเสนอธุรกิจ, การพัฒนาชุมชนสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Community Go Green) พร้อมกันนี้ยังมี AgriTech Showcase การจัดแสดงเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัลจากผู้ประกอบการไทย รวมถึงพื้นที่ Business Matching เพื่อเชื่อมโยงกลุ่มชุมชนกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีตัวจริงในตลาดที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน dSURE และขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog)

    โดยกิจกรรมครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรดิจิทัลถ่ายทอดองค์ความรู้ อาทิ คุณอัจฉรา จุมภูก๋า ประธานศูนย์ข้าวชุมชนบ้านร้องตีมีด รก. นายกสมาคมเกษตรกรรุ่นใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ว่าที่ร้อยตรีหญิง ณฐอร แสนคำปิน ประธานเครือข่าย Young Smart Farmer (YSF) จังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2569 คุณฆาแวน คำดี วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่บ้านเขา และคุณต่อลาภ สมัครัตน์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และแนวทางการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาภาคการเกษตรและเศรษฐกิจชุมชน

    อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของกิจกรรมคือ Digital Agriculture Pitching Day เวที Pitching ระดับภูมิภาค ชิงทุนพัฒนาเทคโนโลยีในชุมชนที่เปิดโอกาสให้กลุ่มชุมชนและผู้ประกอบการนำเสนอแนวคิดโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนจาก depa แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. การยกระดับกลุ่มชุมชนประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (d-Community) สนับสนุนไม่เกิน 150,000 บาทต่อโครงการ 2. การยกระดับธุรกิจชุมชนบริการดิจิทัล (d-Startup) สนับสนุนไม่เกิน 200,000 บาทต่อโครงการ สำหรับผู้เข้าร่วมจะได้รับการพัฒนาทักษะการให้คำปรึกษา และโอกาสในการต่อยอดธุรกิจจากเครือข่ายพันธมิตรของโครงการ ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายอภินันท์ ยอดมณี สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน นายภานุวัฒน์ ห้วยหงษ์ทอง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นายวิชิต กลิ่นทอง สภาเกษตรกรจังหวัดเชียงใหม่ นายพีรดนย์ ทองแท้ มูลนิธิเอสซีจี นางสาวอนงค์นารถ วัชรธรรม บริษัท เจียไต๋ จำกัด และนายสิรพัฒน์ ชนะกุล สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมเป็นคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการตัดสิน 

    สำหรับกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Digital Agriculture Pitching Day ภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดพิษณุโลก ที่ผ่านมา ดีป้า ได้ประกาศรายชื่อกลุ่มชุมชนและเกษตรกรที่ผ่านการพิจารณาในรอบ Pre-Screen และผู้ได้รับการสนับสนุน ภายใต้โครงการ OTOD #3 โดยในรอบ Pre-Screen มีผู้ผ่านการคัดเลือกประเภท d-community จำนวน 80 ราย และได้รับการพิจารณาจำนวน 50 ราย พร้อมบัญชีสำรอง 24 ราย ขณะที่ประเภท d-startup มีผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 26 ราย และได้รับการพิจารณาจำนวน จำนวน 5 ราย พร้อมบัญชีสำรอง 1 ราย สะท้อนถึงศักยภาพของชุมชนและผู้ประกอบการในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับภาคการเกษตรและเศรษฐกิจฐานราก ตามแนวคิดชุมชนดี รายได้ดี ด้วยดิจิทัล 

    กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินสายจัดกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day จะดำเนินการต่อเนื่องใน 8 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ ครั้งที่ 1 จังหวัดพิษณุโลก ครั้งที่ 2 จังหวัดเชียงใหม่  ครั้งที่ 3 จังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 4 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครั้งที่ 5 จังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 6 จังหวัดสงขลา ครั้งที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี และครั้งที่ 8 จังหวัดขอนแก่น เพื่อสร้างการรับรู้และพัฒนาศักยภาพชุมชนในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในภาคการเกษตรและเศรษฐกิจชุมชน  โดยมีผู้สนับสนุนการจัดกิจกรรมดังกล่าว จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย ธนาคารออมสิน และบริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งร่วมผลักดันการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยยกระดับภาคเกษตรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    กิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day ครั้งต่อไปจะจัดขึ้นที่จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 7-8 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมพักพิรุณ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา อ.ศรีราชาจ.ชลบุรี สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ OTOD#3 ได้แล้ววันนี้ – 23 กรกฎาคม 2569 โดยศึกษารายละเอียดของโครงการได้ที่ https://otod3.depa.or.th หรือ LINE OA: @OTOD3 พร้อมติดตามข่าวสารที่ Facebook Page: depa Thailand  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/474689&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Vyh0_LYJiPlX5TAq7AO84

  • “ยกหัวใจบูรพาไว้กลางกรุง” เปิดงานใหญ่ “เบญจบูรพา 2569” รวมของดี 5 จังหวัด ดันท่องเที่ยวสายกินตามแนวคิด BCG 12-17 พ.ค. นี้ ที่เซ็นทรัล เวสต์เกต

    “ยกหัวใจบูรพาไว้กลางกรุง” เปิดงานใหญ่ “เบญจบูรพา 2569” รวมของดี 5 จังหวัด ดันท่องเที่ยวสายกินตามแนวคิด BCG 12-17 พ.ค. นี้ ที่เซ็นทรัล เวสต์เกต

    วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต นางคณิตา ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นางคณิตา ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี​ พร้อมด้วย นางพัชรี ศาลาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว​, นายธราพงษ์ รักขนาม ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปราจีนบุรี​, นางสาวจุฑามาส กุลรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด, นางปองทิพย์ วิวัฒนสิเนศวร ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก, นายสุภาพล ศิริไกรวัฒนาวงศ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสงคราม​ แถลงข่าวเปิดตัวโครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 ภายใต้แนวคิด BCG (Bio-Circular-Green Economy) พร้อมประกาศจัดงาน “มหกรรมเทศกาลอาหารกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2” หรือ “เบญจบูรพา 2569” ระหว่างวันที่ 12-17 พฤษภาคม 2569 ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต

    การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นของ 5 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว มาต่อยอดเป็น Soft Power ด้านอาหารและวัฒนธรรมในรูปแบบร่วมสมัย ภายใต้แนวคิด “Boutique of the East” ที่คัดสรรของดีระดับพรีเมียมจากแหล่งผลิตจริงมานำเสนอในเมือง

    ภายในงานตลอด 6 วัน อัดแน่นด้วยร้านค้าชุมชนและสินค้า OTOP มากกว่า 50 บูธ พร้อมแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่ Zone A เวทีกลางสำหรับพิธีเปิดและการแสดง Zone B พื้นที่นั่งรับประทานอาหาร Zone C โซนจำหน่ายสินค้า และ Zone D โซนอำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้าร่วมงานอย่างครบครัน

    ไฮไลต์สำคัญของงานคือการรวมสุดยอดวัตถุดิบ GI จากทั้ง 5 จังหวัด อาทิ เส้นจันท์และพริกไทย จากจังหวัดจันทบุรี สับปะรดสีทอง จากจังหวัดตราด มะยงชิด หน่อไม้ไผ่ตง จากนครนายกและปราจีนบุรี รวมถึงแคนตาลูป จากจังหวัดสระแก้ว ที่ถูกยกระดับสู่การนำเสนอแบบพรีเมียม นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการปรุงอาหารจากเชฟชื่อดัง “เชฟอาร์” ที่นำวัตถุดิบพื้นบ้านมาสร้างสรรค์เป็นเมนูร่วมสมัยในรูปแบบ “East-to-Table” รวมถึงกิจกรรมประกวดเมนูจากวัตถุดิบ GI เพื่อเฟ้นหาความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่

    ด้านความบันเทิง ภายในงานจัดเต็มด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมชุดพิเศษ “วิจิตรตระการสีสันตะวันออก” ผสมผสานศิลปะดั้งเดิมกับแสง สี เสียงสมัยใหม่ และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังอย่าง ปราง ปรางทิพย์ และ เต๋า ภูศิลป์ ที่จะมาสร้างสีสันตลอดการจัดงาน

    นางคณิตา ระบุว่า งาน “เบญจบูรพา 2569” ไม่ใช่เพียงการออกร้านจำหน่ายสินค้า แต่เป็นการนำ “ขุมทรัพย์แห่งบูรพา” มาถ่ายทอดในรูปแบบไลฟ์สไตล์ เพื่อผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตามแนวทาง BCG พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมสัมผัสประสบการณ์รสชาติและวัฒนธรรมจากภาคตะวันออกได้ในงานดังกล่าว โดยพิธีเปิดอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันที่ 12 พฤษภาคม เวลา 17.00 น.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/293184&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rZrGXwVOrSXosJbePNcSd

  • สสว. อัดฉีด 1.2 พันล้าน! ปล่อยกู้ SME ดอกเบี้ยต่ำ 1% ต่อปี

    สสว. อัดฉีด 1.2 พันล้าน! ปล่อยกู้ SME ดอกเบี้ยต่ำ 1% ต่อปี

    สสว. อัดฉีด 1.2 พันล้าน! ปล่อยกู้ SME ดอกเบี้ยต่ำ 1% ต่อปี

    สสว. เปิดตัวสินเชื่อ SME วงเงิน 1,200 ล้านบาท ดอกเบี้ยคงที่ 1% นาน 5 ปี หนุนกลุ่มเปลี่ยนผ่านธุรกิจ เสริมแกร่ง และท่องเที่ยว ลงทะเบียนพร้อมกัน 5 พ.ค. 69 นี้

    สสว. ทุ่มงบกว่า 1,200 ล้านบาท ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% ต่อปี ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ไทย โครงการนี้มุ่งเน้นการเพิ่มสภาพคล่องและต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยจะเริ่มเปิดรับลงทะเบียนในวันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2569 นี้

    ​กลุ่มแรกคือ Transformation SME ที่ต้องการยกระดับธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ กลุ่มนี้สามารถขอสินเชื่อได้สูงสุดถึง 10 ล้านบาท โดยมีธนาคาร EXIM BANK เป็นผู้ร่วมพิจารณาอนุมัติ

    ​กลุ่มที่สอง Enhancement SME เน้นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพพร้อมเติบโตและแข่งขันในตลาด โดยแบ่งวงเงินกู้ตามขนาดธุรกิจคือ ขนาดย่อม (S) ไม่เกิน 10 ล้านบาท และขนาดกลาง (M) ไม่เกิน 15 ล้านบาท ซึ่งจะได้รับการพิจารณาสินเชื่อโดย SME D BANK

    ​กลุ่มสุดท้ายมุ่งเป้าไปที่ ธุรกิจท่องเที่ยวและกิจการที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อช่วยเติมเงินทุนหมุนเวียนและเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง กลุ่มนี้สามารถขอสินเชื่อได้สูงสุด 2 ล้านบาท โดยมี SME D BANK เป็นผู้ร่วมพิจารณาเช่นเดียวกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-sme/741783&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2iRHE-PKlpbOX5e2zpmZdD

  • ท่องเที่ยวและกีฬาระยอง จัดงานใหญ่ “ถนนท่องเที่ยววิถีชาวเล” กระตุ้นท่องเที่ยวในพื้นที่ 2 อำเภอ

    ท่องเที่ยวและกีฬาระยอง จัดงานใหญ่ “ถนนท่องเที่ยววิถีชาวเล” กระตุ้นท่องเที่ยวในพื้นที่ 2 อำเภอ

    ภูมิภาค

    ท่องเที่ยวและกีฬาระยอง จัดงานใหญ่ “ถนนท่องเที่ยววิถีชาวเล” กระตุ้นท่องเที่ยวในพื้นที่ 2 อำเภอ

    วันศุกร์ ที่ 01 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.38 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่  1 พ.ค.69 ที่ลานกิจกรรมหน้าโรงหนังเมเจอร์ซินิเพ็กซ์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลระยอง อ.เมือง จ.ระยอง นางกัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ดร.ธนศร ดอกเดื่อ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง นางวันดี เผื่อนอุดม ผอ.ททท.สำนักงานระยอง นางสริญทิพญ ทัพมงคลทรัพย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระยอง น.ส.พุทธินารถ เนมียะวงศ์ ปลัดเทศบาลตำบลบ้านเพ และนายสุวัฒน์ บุญลา รองนายกเทศมนตรีตำบลพลา ร่วมแถลงข่าวการจัดงานกระตุ้นท่องเที่ยว “ถนนท่องเที่ยววิถีชาวเล ประจำปีงบประมาณ 2569” ซึ่งจะจัดขึ้นใน 2 อำเภอ โดยในวันที่ 8-9 พ.ค.นี้ จะจัดงานชื่อ “ถนนท่องเที่ยววิถีชาวเล ต่อยหอย@บ้านเพ ที่บริเวณท่าเทียบเรือเทศบาลตำบลบ้านเพ ต.เพ อ.เมืองระยอง และอีกงานจะจัดขึ้นในวันที่ 6-7 มิ.ย.นี้ ใช้ชื่องานว่า “ถนนท่องเที่ยววิถีชาวเล มนต์เสน่ห์บ้านฉาง@หาดพลา ที่บริเวณชายหาดพลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง
        
    ทั้งนี้ภายในงานจะมีร้านค้าอาหารทะเลสดๆ จากชุมชนมาเปิดจำหน่ายจำนวนมาก มีการแข่งขันต่อยหอย การแข่งขันตกหมึก ส่งเสริมการขายมีนาทีทองและมีศิลปินชื่อดังมาเปิดคอนเสิร์ตให้รับชมฟรีด้วย
       
    นายกัฬชัย  เทพวรชัย  รอง ผวจ.ระยองกล่าวถึงวัตถุประสงค์จัดงาน เพื่อดึงนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวงาน และชมความงามแหล่งท่องเที่ยว เลือกซื้ออาหารทะเล อาหารพื้นถิ่น สินค้าชุมชน และสัมผัสวิถีชีวิตพื้นถิ่น วิถีชาวประมงระยอง ทั้งยังสัมผัสวิถีชีวิตชุมชน วิถีชีวิตชาวประมง อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้เที่ยวชมอย่างหลากหลายด้วย ทั้งทางทะเล ป่าเขา น้ำตก เป็นต้น รวมทั้งเป็นการกระตุ้นให้เกิดรายได้มีเงินหมุนเวียนในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายอีกด้วย.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/474644&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rP_F4B_hLoSGkn5GPfBDi

  • ย้อนชมคลิป

    ย้อนชมคลิป

    ย้อนชมคลิป ‘สายเชีย’ อวดอาณาจักรพันล้าน ก่อนบุกกองปราบสารภาพ ผมแค่พรีเซนเตอร์

    วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.06 น.

    จำได้ไหม ? สายเชีย วงศ์วิโรจน์ นักแสดงที่คุ้นหน้ากันดีจากโฆษณา “จน เครียด กินเหล้า” กับโปรเจกต์ “หาดทรายขาว นครปฐม” แหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนชื่อดังในจังหวัดนครปฐม หากย้อนไปดูในหลายรายการ สายเชีย มักกล่าวด้วยความภูมิใจถึงสถานที่แห่งนี้ว่าตั้งใจพัฒนาเปลี่ยนพื้นที่ให้กลายเป็นที่สร้างอาชีพและสรางความสุขให้กับคนในชุมชน จนเปรียบเสมือนเป็น “อาณาจักร” ที่เขาสร้างเองกับมือ

    หากย้อนไปในรายการ “สะแตกแดกตับ” เมื่อวันที่ 29 ก.ค.2566 “สายเชีย วงศ์วิโรจน์” เล่าที่มาที่ไปว่า ที่นี่คือ “ทะเลที่ทำมาจากฝีมือมนุษย์” โดยเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตที่ห้ามมีการรวมตัวกัน (COVID) โดยได้บอกว่ามอบหมายให้อีกท่านหนึ่งเป็นผู้ออกแบบทะเล ส่วนตัวเองเป็นเจ้าของทะเล แรกเริ่มจากการทำเซอร์ไพรส์วันเกิดกันขึ้น โดยใช้เวลาสร้างทะเลนี้ 20 กว่าวัน หลังจากนั้นมาที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว พื้นที่ทั้งหมดมีประมาณ 500 ไร่ โดยส่วนที่เป็นทะเล (บ่อน้ำและหาดทราย) มีขนาดประมาณ 100 กว่าไร่ มูลค่าพันล้าน

    ล่าสุด วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นายสายเชีย วงศ์วิโรจน์ พร้อมทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อชี้แจงความจริงกรณีข่าวอว่าเป็นเศรษฐีที่ดินร้อยล้านเจ้าของโครงการหาดทรายขาว จ.นครปฐม โดยมีประเด็นสำคัญ ยืนยันไม่ใช่เจ้าของโครงการ เป็นเพียงพรีเซนเตอร์ที่ถูกจ้างมาสร้างภาพลักษณ์ให้โครงการเมื่อ 10 ปีก่อน โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงินเดือนเพียง 15,000 บาท เจ้าตัวเปิดใจว่า ภาพลักษณ์เศรษฐีทำพิษจนไม่มีงานแสดง ล่าสุดชีวิตวิกฤต หนี้สินรุมเร้าจนถูกไฟแนนซ์ยึดรถ ส่วนสาเหตุที่ต้องมาลงบันทึกประจำวัน เพราะโครงการเริ่มมีปัญหาเรื่องแรงงาน จึงเกรงว่าตนที่มีชื่อเป็น “หน้าฉาก” จะได้รับความเดือดร้อนทางกฎหมาย เบื้องต้นยังลงบันทึกประจำวันไม่ได้ เนื่องจากตำรวจพบชื่อสายเชียร่วมอยู่ในโฉนดที่ดินบางแปลง จึงแนะนำให้ไปจัดการสัดส่วนทางนิตินัยให้ชัดเจนก่อน

    ขอบคุณ : “สะแตกแดกตับ”

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/961948&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ik6jr90CHrfXRtyeiUkyK