Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ‘พาณิชย์’ เตรียมถกทูตจีน หาทางออกแก้ปัญหาลำไย

    ‘พาณิชย์’ เตรียมถกทูตจีน หาทางออกแก้ปัญหาลำไย

    ‘พาณิชย์’ เตรียมถกทูตจีน หาทางออกแก้ปัญหาลำไย

    วันอาทิตย์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.22 น.

    นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหารลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนและปัญหาการส่งออกลำไย ณ สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ร.9 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.จันทบุรี โดยมีนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ร่วมด้วย

    โดยที่ประชุมได้หารือถึงข้อเสนอจากภาคเอกชนในพื้นที่ อาทิ สถานการณ์การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและการค้าของจังหวัดจันทบุรีที่ชะลอตัวจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ การขาดแคลนแรงงานในสวนลำไย และปัญหาการตรวจพบสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO₂) ในลำไยส่งออกไปจีนเกินมาตรฐาน จนถูกตีกลับหลายตู้สินค้า ส่งผลให้ล้งที่รับซื้อหยุด-ชะลอการดำเนินงาน และเกษตรกรขาดสภาพคล่องทางการเงิน

    นายจตุพร กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์เห็นถึงความสำคัญของปัญหานี้และพร้อมบูรณาการทำงานร่วมทุกภาคส่วน โดยในสัปดาห์หน้าจะหารือกับเอกอัครราชทูตจีน เพื่อผลักดันให้มีทางออกที่เหมาะสมในการส่งออกลำไยไทย แม้จะเป็นเรื่องไม่ง่ายเพราะเป็นกฎของทางการจีน แต่รัฐบาลไทยต้องเร่งเจรจาเพื่อให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ ขณะเดียวกันยังมีมาตรการเร่งระบายผลผลิตภายในประเทศภายใต้นโยบาย ‘ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย’ รวมถึงเร่งหาตลาดใหม่และส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า

    นอกจากการแก้ปัญหาลำไยแล้ว กระทรวงพาณิชย์ จะประสานงานกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานลำไยอย่างเร่งด่วน โดยจะผลักดันให้แรงงานชายแดนเข้าสู่ระบบที่ถูกต้องและเพียงพอต่อการเก็บเกี่ยวผลผลิต พร้อมทั้งหารือร่วมกับหน่วยงานด้านแรงงานและความมั่นคงเพื่อหามาตรการรองรับในระยะยาว

    อีกทั้งยังจะประสานงานกับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวและการค้าภายในประเทศ เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับจังหวัดจันทบุรีจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยย้ำว่าการแก้ปัญหาต้องทำอย่างจริงจัง ไม่แบ่งฝ่ายการเมือง และไม่ปล่อยให้ข้าราชการเกียร์ว่าง เพราะความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้

    นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาลำไยจำเป็นต้องร่วมมือทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการเจรจาระดับรัฐบาลต่อรัฐบาลกับจีน พร้อมทั้งเสนอให้ผลักดันแรงงานชายแดนเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องเพื่อรองรับฤดูเก็บเกี่ยว และเปิดตลาดใหม่ เช่น อินเดีย รวมทั้งเร่งประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นรายได้สำคัญของจังหวัด

    -033

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/909162&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ROoP1zTfjsGZ32u_JSDQb

  • การกินอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ ต้องกินเกลือเสริมหรือไม่?

    การกินอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ ต้องกินเกลือเสริมหรือไม่?

    การกินอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ ต้องกินเกลือเสริมหรือไม่?

    คาร์โบไฮเดรต” เป็นสารอาหารหลักที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย จึงเป็นสิ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้และต้องได้รับอย่างสม่ำเสมอ ร่างกายจะย่อยคาร์โบไฮเดรตเป็นน้ำตาลกลูโคสดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด และนำไปใช้เป็นพลังงานแก่อวัยวะต่าง ๆ ส่วนน้ำตาลที่ร่างกายใช้ไม่หมดจะสะสมที่ตับและกล้ามเนื้อ นำออกมาใช้ยามจำเป็นแต่ถ้ากินคาร์โบไฮเดรตมากเกินไปก็จะไปสะสมเป็นไขมัน จึงควรควบคุมปริมาณและเลือกชนิดของคาร์โบไฮเดรตที่จะรับประทานแทน

    อาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ (Low carbohydrate diet) คือการจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตในอาหารที่รับประทาน โดยเน้น

    การกินอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ ต้องกินเกลือเสริมหรือไม่?

    การบริโภคโปรตีนมากขึ้น ซึ่งอาจมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักหรือควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดการเกิดเบาหวาน และลดการเกิดโรคหัวใจ คาร์โบไฮเดรตมี 3 แบบ ได้แก่ น้ำตาล แป้ง และใยอาหาร ดังนั้นการกินอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ จึงไม่ใช่แค่ลดแป้ง แต่ต้องลดการกินน้ำตาลด้วย

    รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม กล่าวว่า หลาย ๆ คน มีข้อสงสัยว่า เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ จำเป็นจะต้องกินเกลือเสริมหรือไม่ ? ซึ่งในด้านอาหารสำหรับการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวานและโรคอ้วนนั้น นอกจากต้องคำนึงถึงปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ต่ำแล้ว ควรให้ลำดับความสำคัญของอาหารที่มีข้อมูล หลักฐานเชิงประจักษ์ ได้แก่ ควรรับประทานเพิ่มผลไม้และผักที่ไม่มีแป้ง ประเภท ถั่วและพืชตระกูลถั่ว ปลา น้ำมันพืช โยเกิร์ต และธัญพืช ที่ไม่ขัดสีซึ่งผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด ควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูป (เช่น เก็บรักษาด้วยเกลือโซเดียม) และอาหารที่อุดมไปด้วย แป้ง น้ำตาล เกลือ และไขมันทรานส์ (กรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดหนึ่งที่พบได้ทั้งในธรรมชาติและจากการแปรรูปในอุตสาหกรรมอาหาร) นอกจากนี้มีการศึกษาพบว่า การกินอาหารเมดิเตอร์เรเนียน ที่เน้นอาหารที่ประกอบไปด้วย ผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืช ข้าวกล้อง น้ำมันมะกอกและปลาในปริมาณที่สูงกว่าอาหารประเภทเนื้อสัตว์ นม โดยมีคาร์โบไฮเดรต โซเดียมและไขมันในระดับต่ำ นั้นมีประโยชน์ในการลดการเกิดโรคความดันโลหิต โรคอ้วนและป้องกันการเกิดโรคหัวใจ

    การจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตในอาหารให้ลดลง โดยทั่ว ๆไปจะหมายถึงการบริโภคปริมาณคาร์โบไฮเดรตเพียง 100 กรัม/วัน หรือ ข้าวมื้อละ 8 คำ เป็นการลดปริมาณคาร์โบไฮเดรต (เช่น ข้าว แป้ง น้ำตาล) และควรเพิ่มปริมาณไขมันดีในอาหาร และโดยทั่วไปจะเน้นโปรตีนในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงการเผาผลาญและควบคุมในระยะสั้น แสดงให้เห็นทั้งผลที่ดีต่อสุขภาพโดยไม่พบผลข้างเคียงที่สำคัญ อย่างไรก็ดีในระยะต่อมา เริ่มมีการส่งเสริมการกินอาหารที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตต่ำมาก (น้อยกว่า 20 หรือ 50 กรัม/วัน) หรือมีอีกชื่อหนี่งว่าอาหารคีโต (Very low carbohydrate ketogenic diet, VLCKD) เพื่อลดน้ำหนักในคนอ้วน ซึ่งอาจได้ผลในระยะแรก แต่ก็พบว่าความยั่งยืนและผลของอาหารคีโตเจนิค ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากในทางแนวทางปฏิบัติ รวมทั้งผลดีต่อสุขภาพที่ได้ในระยะยาวยังไม่ชัดเจน

    นอกจากนี้จากการสรุปผลงานวิจัยจากสมาคมเกาหลีเพื่อการศึกษาโรคอ้วน สมาคมเบาหวานเกาหลี และสมาคมความดันโลหิตสูงเกาหลี สรุปได้ว่า อาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำสามารถใช้เพื่อลดน้ำหนักในผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนและสามารถใช้เพื่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2 แต่ไม่แนะนำอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำมากและการอดอาหารเป็นระยะของวัยผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักเกินหรือมีสภาวะโรคอ้วนและเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2

    ซึ่งผลข้างเคียงระยะสั้นของอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำมาก (< 50-< 20 กรัม/วัน) หรืออาหารคีโต (VLCKD) ก็คือการเกิดภาวะขาดน้ำ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุดของ VLCKD โดยสัญญาณและอาการของการขาดน้ำส่วนใหญ่จะมีอาการปากแห้ง ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ความดันโลหิตต่ำและสายตาผิดปกติ และอาจมีความผิดปกติของอิเล็กโทรไลด์ (Electrolytes) คือกลุ่มของแร่ธาตุที่มีประจุไฟฟ้าบวกและลบ ซึ่งมีความสำคัญเป็นส่วนประกอบที่พบในเลือด เหงื่อ ปัสสาวะ ทำหน้าที่ควบคุมสมดุลของเหลวในร่างกาย ช่วยในการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และหลอดเลือด ซึ่งจากการที่ปัสสาวะบ่อยและสูญเสียเกลือโซเดียมทางปัสสาวะ (natriuresis) ซึ่งอาจเกิดจากการขับถ่ายคีโตในปัสสาวะและการขาดน้ำ ทำให้เกิดภาวะโซเดียมต่ำและแมกนีเซียมในเลือดต่ำ การสูญเสียเกลือโซเดียมทางปัสสาวะโดยการอดอาหารเพื่อต้องการลดน้ำหนักในช่วงต้นนั้นโดยส่วนมากจะเกิดมากที่สุดในวันที่ 4 ของการอดอาหาร หลังจากนั้นการสูญเสียเกลือโซเดียมทางปัสสาวะจะกลับสู่ความสมดุลและดีขึ้นเอง การเกิดได้โซเดียมในเชิงบวกในตลอดระยะเวลาของการอดอาหาร ในระยะแรกของการอดอาหารหากผู้ป่วยบ่นว่ามีอาการเกี่ยวกับความดันโลหิตต่ำ เช่น เวียนศีรษะ หิวน้ำ ขอแนะนำให้เพิ่มปริมาณเกลือและน้ำดื่มเป็นการชั่วคราวถ้าไม่มีข้อห้าม ส่วนการรับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตต่ำ โดยทั่วไปจะไม่พบผลข้างเคียงของการขาดน้ำและเกลือแร่เหมือนกับการกินอาหารคีโต จึงไม่จำเป็นต้องกินเกลือหรือน้ำในปริมาณที่เพิ่มขึ้น


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12741463&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0t7Cdi47WiWI23Z9bF3_iS

  • ขออภัย ไม่พบข้อมูลที่คุณต้องการ

    ขออภัย ไม่พบข้อมูลที่คุณต้องการ

    ขออภัย ไม่พบข้อมูลที่ท่านต้องการ

    ขออภัย
    ไม่พบข้อมูลที่ท่านต้องการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.set.or.th/th/market/news-and-alert/newsdetails%3Fid%3D98650701%26symbol%3DCOMAN&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Gdn1Fj9RdzKEAsvpmo5B6

  • แลนด์บริดจ์ระนอง-ชุมพร ‘สนข.’เผยพร้อมเปิดประมูลปีหน้า

    แลนด์บริดจ์ระนอง-ชุมพร ‘สนข.’เผยพร้อมเปิดประมูลปีหน้า

    แลนด์บริดจ์ระนอง-ชุมพร ‘สนข.’เผยพร้อมเปิดประมูลปีหน้า

    วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 08.00 น.

    นายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร( สนข.) เปิดเผยในการสัมมนาสรุปผลการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบเบื้องต้น ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและวิเคราะห์รูปแบบโมเดลการพัฒนาการลงทุน (Business Development Model) โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ณ จังหวัดระนองและจังหวัดชุมพร ซึ่งจัดโดย สนข. เมื่อวันที่ 21-22 สิงหาคม 2568 ว่า การสัมมนาในครั้งนี้เป็นการนำเสนอสรุปผลการศึกษาข้อมูลรายละเอียดโครงการในทุกประเด็น ซึ่งจากการศึกษาพบว่าโครงการมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจในการลงทุน (EIRR) คิดเป็น 17.38% (กรณีวิเคราะห์เฉพาะท่าเรือ โครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยง และการพัฒนาพื้นที่หลังท่า)

    ทั้งนี้รูปแบบโครงการ ประกอบด้วย ท่าเรือน้ำลึกฝั่งอ่าวไทย ทำเลที่ตั้งบริเวณแหลมริ่ว จ.ชุมพร และท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามัน ทำเลที่ตั้งบริเวณแหลมอ่าวอ่าง จ.ระนอง เชื่อมโยงท่าเรือทั้ง 2 ฝั่งด้วยเส้นทางคมนาคม พาดผ่านพื้นที่ 2 จังหวัด 2 อำเภอ 9 ตำบล ระยะทางรวม 89.35 กิโลเมตร โดยหากมีการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ จะสามารถลดเวลาในขนส่งตู้สินค้าได้ถึง 4 วัน ลดต้นทุนการขนส่งถึง 15% และจะทำให้ไทยเป็นประตูการค้าในการนำเข้าและส่งออกตู้สินค้าของประเทศต่างๆในภูมิภาคอาเซียน

    อย่างไรก็ตาม สนข.ได้นำข้อกังวลต่างๆจากประชาชนไปประกอบร่วมกับผลการศึกษา เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งกำหนดมาตรการชดเชยเยียวยาแก่ประชาชนในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว โดยยึดหลักการพัฒนาโครงการให้เกิดความยั่งยืน

    นายปัญญา กล่าวว่า ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทำให้การศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์มีความสมบูรณ์และสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ และตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดย สนข.กำลังเตรียมเอกสารประกวดราคาเพื่อดำเนินการจัดหานักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ เข้ามาดำเนินการก่อสร้างและพัฒนาโครงการ ซึ่งจะมีความพร้อมในการประกวดราคาในปี 2569 

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/909191&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zy19nlb7ymBpE7Ki6vU0t

  • “ฟ่าน ปิงปิง” ได้รับเครื่องราชฯ ดาราจีนระดับโลกที่มาเลเซียยกย่อง 

    “ฟ่าน ปิงปิง” ได้รับเครื่องราชฯ ดาราจีนระดับโลกที่มาเลเซียยกย่อง 

    “ฟ่าน ปิงปิง” ได้รับเครื่องราชฯ ดาราจีนระดับโลกที่มาเลเซียยกย่อง 

    วานนี้ 24 ส.ค. 2568  ฟ่าน ปิงปิง (Fan Bingbing) ซุปตาร์สาวระดับโลกจากจีน สร้างโมเมนต์สุดปลาบปลื้ม เมื่อเธอได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Darjah Pangkuan Seri Melaka (DPSM) จากรัฐมะละกา ประเทศมาเลเซีย พร้อมกับบรรดาศักดิ์ “ดาโต๊ะ”  ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหรือ “ดาโต๊ะกิตา (Datuk Kita) กิตติมศักดิ์” จากรัฐมะละกา ประเทศมาเลเซีย นับเป็นศิลปินชาวจีนแผ่นดินใหญ่คนแรกที่ได้รับเกียรติอันทรงคุณค่า

    ในพิธีอันทรงเกียรติ ฟ่าน ปิงปิง สุดซาบซึ้งใจ พร้อมเผยว่าเกียรติยศครั้งนี้เปรียบเสมือน “ของขวัญล้ำค่า” ที่จะจดจำไปตลอดชีวิต “เดือนหน้าฉันจะกลับมามะละกาอีกครั้งเพื่อร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยว และตั้งใจว่าจะเดินทางมาบ่อยขึ้นค่ะ” 

    การได้รับตำแหน่งดังกล่าวเป็นการตอกย้ำถึงบทบาทอันทรงพลังของเธอในฐานะทูตสันถวไมตรีการท่องเที่ยว ซึ่งก่อนหน้านี้เธอได้สร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การได้รับการแต่งตั้งเป็น “ทูตสันถวไมตรีการท่องเที่ยวรัฐมะละกา” จนสามารถกระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนให้เพิ่มสูงขึ้นถึง 224% นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับความร่วมมือนี้ออกไปในวงกว้าง โดยมีหัวข้อที่เกี่ยวข้องมียอดคลิกสูงถึง 1.5 พันล้านครั้งบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย 

    ความสำเร็จเหล่านี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ฟ่านปิงปิงไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้โปรโมตการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นผู้เชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนและมาเลเซียได้อย่างยอดเยี่ยม การได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “ดาโต๊ะ” ในครั้งนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งสำคัญของเธอ และเป็นเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเทในการทำหน้าที่นี้อย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/entertainment/foreign-entertainment/606548&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1paFdqDsEgnr0Mx8WOHthu

  • รัฐเล็งออกมาตรการ “กระตุ้นท่องเที่ยว-ลดหย่อนภาษี” ปลายปี 68

    รัฐเล็งออกมาตรการ “กระตุ้นท่องเที่ยว-ลดหย่อนภาษี” ปลายปี 68

    นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ครึ่งปีหลังของปี 2568 รัฐบาลเตรียมออกมาตรการเสริมกำลังซื้อและกระตุ้นการบริโภคในประเทศ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด โดยจะออกมา 2 มาตรการคือ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งอยู่ระหว่างพูดคุยรายละเอียดให้ทันไตรมาส 4 เพื่อหนุนการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน ส่วนอีกมาตรการคือ มาตรการลดหย่อนภาษี

    รมช.คลัง ระบุว่า ที่ผ่านมารัฐบาลเคยใช้มาตรการลดหย่อนภาษีมาแล้ว หากยังไม่เพียงพอที่จะช่วยให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้น กระทรวงการคลังจึงพร้อมพิจารณามาตรการเสริมเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดสมดุล ลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการและเป็นประโยชน์ต่อแรงงาน ซึ่งทุกมาตรการเป็นเรื่องเร่งด่วนเพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้า

    สำหรับเงินงบประมาณจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายในวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท ที่ยังเหลืออีกประมาณ 26,000 ล้านบาท จะมีการนำเรื่องเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งกระทรวงการคลังมองว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยให้ GDP ของประเทศเติบโตสูงกว่าร้อยละ 2

    อ่านข่าว

    เริ่มวันนี้! ลงทะเบียนผ่าน “ทางรัฐ” รับสิทธิ์รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

    ครบ 1 เดือนหยุดยิงตลาดชายแดนเริ่มคึกคัก ผู้ค้าปรับตัวลดลงทุน

    18 ก.ย.นี้ จับสลากโครงการบ้านเพื่อคนไทย รวมกว่า 1 หมื่นยูนิต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/355725&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cLUQ8YV8eUbVGqHMXh8-D

  • จัดยิ่งใหญ่ งานก้าวสู่ทศววรรษที่ 43 โคราชอินไซด์แชนแนล-ข่าวเด่นทั่วไทย | TOPNEWS

    จัดยิ่งใหญ่ งานก้าวสู่ทศววรรษที่ 43 โคราชอินไซด์แชนแนล-ข่าวเด่นทั่วไทย | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 24/08/2025 21:23

    นครราชสีมา จัดยิ่งใหญ่ งานก้าวสู่ทศววรรษที่ 43 โคราชอินไซด์แชนแนล-ข่าวเด่นทั่วไทย

    เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมชุนหลีแกรนด์ ได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 4 ของกลุ่มสื่อในเครือโคราชอินไซด์แชนแนล และข่าวเด่นทั่วไทยภาคอีสานขึ้น โดยได้รับเกียรติจากนายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาได้รับมอบหมายจากนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ให้เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับทางเครือข่ายสื่อมวลชนโคราชอินไซด์แชนแนลและข่าวเด่นทั่วไทย

    นอกจากนี้ยังมีบรรดาข้าราชการ และพ่อค้านักธุรกิจมากมายเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีในการค้าสู่ทศวรรษที่ 4 ในครั้งนี้ อาทิ จากบริษัท สงวนวงษ์อุตสาหกรรม จำกัด, บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน), บริษัท อุตสาหกรรมโคราช จำกัด, บริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน), ประธานสภาอุตสาหกรรม, ตัวแทนจากสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา, ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ โคราช, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลโคราช, ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช, มูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถาน (หลักเสียงเซี่ยงตึ๊ง), มูลนิธิพุทธรรม 31 ฮุก 31, บริษัท นครชัย 21 จำกัด, บริษัท เทพนครคาร์ จำกัด, บริษัท แฟลชเอ็กซ์เพรส จำกัด และอื่น ๆ อีกมามาย พร้อมทั้งมีเกียรติจำนวนมาก

    ภายในงานมีกิจกรรม อาทิ มอบทุนการศึกษาให้บุตร-ธิดาของโคราชอินไซด์ ลื่อพันธมิตรในจึงหวัดนครราชสีมา รวมทั้งกิจกรรมพบปะสังสรรค์ ทางผู้บริหารสื่อโคราชอินไซด์ โดยนายเศรษฐพัฒน์ เจริญเศรษฐโสธร จึงขอกราบขอบพระคุณทุก ๆ ท่านที่เอ่ยนามและไม่ได้เอ่ยนามมาร่วมงานในรั้งนี้ ด้วยความเคารพและขอสัญญาว่าจะทำหน้าที่สื่อมวลชนที่ดีเป็นกระบอกเสียงให้กับชาวจังหวัดนคราชสีมา โดยความบริสุทธิ์ยุติธรรมมีจรรยาบรรณในวิชาชีพตลอดไป ด้วยจิตคารวะ.

    ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครราชสีมา รายงาน

    SOCAIL 16-9_2ok

    SOCAIL 16-9

    “ดร.สามารถ” เตือนกทม.เหลือเวลาไม่มาก “รถไฟฟ้าสีเขียว” ใกล้หมดอายุสัมปทาน แต่ยังมีหลายเงื่อนไขต้องเร่งหาทางออก

    กองทัพอากาศ เปิดตัวโลโก้ “ฝูงบินรบกริพเพน” ล็อตใหม่ ภายใต้ชื่อ “บูรพาสันติ” เปี่ยมความหมาย พร้อมทำภารกิจเพื่อชาติ

    มรภ.กาญจนบุรี ร่วมแสดงความยินดี “ผู้ช่วย รมต. อว.”พร้อมหารือขับเคลื่อนพัฒนาท้องถิ่น

    สงขลาเปิดงาน “เมืองแห่งป้อมปราการสู่มรดกโลก” จุดประกายท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรม ขับเคลื่อนจังหวัด สู่การขึ้นทะเบียนเมืองมรดกโลก

    เพื่อนหวังดี เห็นเพื่อนเมาชวนกลับห้อง! เจอคนเมาสวนหมัดใส่ เลยสวนกลับจนอ่วม

    เช็กเลยจังหวัดไหนโดนบ้าง อุตุฯประกาศ ‘ฉบับ11’ อัปเดตเส้นทาง ‘พายุคาจิกิ’ 25 ส.ค.นี้ เตือน 34 จังหวัดรับมือฝนถล่ม กทม.ก็หนัก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1287268&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_OwG0v2X0hbkRXcvYt9tg

  • “ธฤตา-แดนไทย” ครองแชมป์ “ไอทีเอฟ มัลดีฟส์ จูเนียร์ โอเพน 2025” | เดลินิวส์

    “ธฤตา-แดนไทย” ครองแชมป์ “ไอทีเอฟ มัลดีฟส์ จูเนียร์ โอเพน 2025” | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5047970/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WwXBQsvUR6jWgkPt2p_W8

  • “ประเสริฐ” หนุนรัฐดัน “วัดต้นแบบความโปร่งใส” เสริมความรู้กม.-เทคโนโลยี สร้างระบบ-ยกระดับการพัฒนา

    “ประเสริฐ” หนุนรัฐดัน “วัดต้นแบบความโปร่งใส” เสริมความรู้กม.-เทคโนโลยี สร้างระบบ-ยกระดับการพัฒนา

    นครราชสีมา วันที่ 23 สิงหาคม – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) เป็นประธานเปิดการสัมมนาเรื่อง ‘การบริหารจัดการวัด สำนักสงฆ์ และที่พักสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง’ ซี่งจัดโดยคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ณ โรงแรม The Bonanza Resort เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อส่งเสริมให้วัด สำนักสงฆ์ และที่พักสงฆ์ บริหารจัดการตามหลักพระธรรมวินัย ควบคู่กับการปฏิบัติตามกฎหมาย ได้แก่ พรบ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2565 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้วัดเป็นศูนย์กลางทางศาสนา การศึกษา และการพัฒนาจิตใจของประชาชน โดยมีพระราชวชิราลังการ เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา (ธรรมยุต) , พระครูปริยัติธรรมภาณี รองเจ้าคณะจังหวัด, นางเทียบจุฑา ขาวขำ สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทยและประธาน กมธ.ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร , นายอัฐฐเสฏฐ จุลเสฏฐพานิช เลขานุการ รมว.ดีอี , พระสังฆาธิการ พระภิกษุสงฆ์ ไวยาวัจกร และผู้เกี่ยวข้องกว่า 250 รูป/คน เข้าร่วม

    นายประเสริฐ กล่าวว่า วัดเป็นมากกว่าสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่วัดยังเป็นศูนย์รวมจิตใจ เป็นแหล่งการศึกษาและวัฒนธรรม และเป็นที่พึ่งทางจิตใจของประชาชน การบริหารจัดการวัด จึงต้องทำอย่างถูกต้อง โปร่งใส เป็นระบบ และเป็นธรรม ทั้งตามหลักพระธรรมวินัยและตามกฎหมาย ปัจจุบันกฎหมายหลักที่ใช้กำกับการบริหารวัดคือ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้วัดยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจที่มั่นคงของสังคมไทย

    ทั้งนี้หลักการสำคัญที่ควรยึดถือ มีอยู่ 4 ด้าน คือ 1. ด้านการปกครอง–บทบาทของเจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัด ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดประโยชน์ส่วนรวม  , 2. ด้านการเงินและทรัพย์สิน–จัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างถูกต้อง ใช้เงินเพื่อศาสนาและสาธารณประโยชน์ , 3. ด้านการพัฒนาและบริการสาธารณะ–พัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และส่งเสริมคุณธรรมในสังคม และ 4. ด้านการกำกับตามกฎหมาย–ปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาทและคุ้มครองสิทธิของวัด

    “ปัจจุบันยังพบปัญหาหลายประการทั้ง พระสงฆ์และคณะกรรมการวัดบางแห่งขาดความรู้ด้านกฎหมาย , การเงินการคลังยังไม่เป็นระบบ ขาดความโปร่งใส , การใช้ที่ดินวัดผิดวัตถุประสงค์ เช่น ให้เช่า หรือใช้ในทางที่ไม่เกี่ยวกับศาสนา , ความเข้าใจระหว่างวัดกับชุมชนยังไม่เป็นเอกภาพ ดังนั้น เพื่อให้วัดสามารถบริหารจัดการได้อย่างเข้มแข็ง และปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัลในปัจจุบัน” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าว

    นายประเสริฐ กล่าวย้ำว่าเพื่อยกระดับการบริหารวัด รัฐควรจัดอบรมความรู้ด้านกฎหมายแก่พระสงฆ์ ใช้เทคโนโลยีในการบริหาร เช่น ระบบบัญชีออนไลน์ สร้างวัดต้นแบบ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากชุมชน และผลักดันให้เกิดวัดต้นแบบที่มีความโปร่งใส เพื่อนำไปขยายผลสู่การพัฒนาวัดอื่นๆ ทั้งนี้ ทางกระทรวงดีอี ยินดีให้ความรู้เรื่องการจัดทำบัญชีออนไลน์อีกด้วย

    “การบริหารจัดการวัด สำนักสงฆ์ และที่พักสงฆ์อย่างถูกต้อง ไม่เพียงแต่ทำให้กิจการภายในวัดเป็นระบบ แต่ยังเป็นการรักษา ความมั่นคงของพระพุทธศาสนา และสร้างความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน การบริหารจัดการวัดไม่ใช่เพียงการบริหารงาน แต่คือการบริหารศรัทธา เมื่อศรัทธานั้นมั่นคง พระพุทธศาสนาก็จะยั่งยืนสถาพร ตราบนานเท่านาน” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดีอี กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/237053&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1SuLXnGqfO85z05BrdgwU9

  • เวียดนามประกาศอพยพ 5 แสนคน เตรียมรับไต้ฝุ่นคาจิกิขึ้นฝั่ง

    เวียดนามประกาศอพยพ 5 แสนคน เตรียมรับไต้ฝุ่นคาจิกิขึ้นฝั่ง

    รัฐบาลเวียดนามประกาศแผนการอพยพประชาชนมากกว่า 586,000 คนในหลายจังหวัดภาคกลาง พร้อมสั่งห้ามเรือทุกลำออกจากฝั่ง ขณะที่นครซานยา มณฑลไห่หนาน ทางตอนใต้ของจีน ปิดสถานประกอบการ แหล่งท่องเที่ยว และระบบขนส่งสาธารณะในวันอาทิตย์ เพื่อเตรียมรับมือไต้ฝุ่น “คาจิกิ” (Kajiki) ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้น

    กรมอุตุนิยมวิทยาจีนคาดการณ์ว่า พายุจะเคลื่อนตัวเฉียดชายฝั่งตอนใต้ของมณฑลไห่หนานในคืนวันอาทิตย์ ก่อนมุ่งหน้าสู่เวียดนาม โดยปัจจุบันพายุมีความเร็วลมสูงสุดถึง 166 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอาจรุนแรงขึ้นถึง 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

    สื่อทางการเวียดนามรายงานว่า รัฐบาลสั่งอพยพประชาชนจากจังหวัดแทงฮวา กว๋างตรี เมืองเว้ และดานัง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นจุดที่พายุพัดขึ้นฝั่งในช่วงเช้าวันจันทร์ พร้อมกำชับให้ประชาชนในเส้นทางพายุหลีกเลี่ยงการออกนอกเคหสถานหลังเวลา 21.00 น. วันอาทิตย์ ขณะเดียวกัน กองทัพเตรียมกำลังพลเข้าช่วยเหลือฉุกเฉิน

    หนังสือพิมพ์ Tien Phong ระบุว่า จังหวัดชายฝั่งทั้งเจ็ดแห่งของเวียดนามได้สั่งห้ามเรือออกจากฝั่งตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์ นอกจากนี้ สายการบิน Vietnam Airlines ยกเลิกเที่ยวบินอย่างน้อย 22 เที่ยวระหว่างเมืองใหญ่ในภาคกลางในวันอาทิตย์และวันจันทร์ ส่วน Vietjet Aviation ประกาศเลื่อนหรือยกเลิกหลายเที่ยวบินเช่นกัน

    ด้านนครซานยา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลชื่อดังของจีน ได้ประกาศเตือนภัยไต้ฝุ่นระดับสีแดง ซึ่งเป็นระดับสูงสุด และยกระดับการรับมือสภาวะฉุกเฉินเป็นขั้นรุนแรงที่สุด ทางการสั่งปิดโรงเรียน ศูนย์การค้า ร้านอาหาร และซูเปอร์มาร์เก็ต พร้อมระงับงานก่อสร้างทั้งหมด และสั่งห้ามเรือสัญจรในน่านน้ำของซานยา

    กรมอุตุนิยมวิทยาจีนเตือนว่า ไต้ฝุ่นคาจิกิจะก่อให้เกิดฝนตกหนักและลมแรงในมณฑลไห่หนาน กวางตุ้ง และกว่างซี โดยบางพื้นที่ในไห่หนานอาจมีปริมาณน้ำฝนสูงถึง 320 มิลลิเมตรในช่วงเวลาเพียงสองวัน

    ทั้งนี้ รัฐบาลเวียดนามเปรียบเทียบความรุนแรงของคาจิกิกับไต้ฝุ่น “ยากิ” ที่ถล่มประเทศเมื่อปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตราว 300 คน และสร้างความเสียหายด้านทรัพย์สินมูลค่า 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

    ขณะเดียวกัน จีนยังคงเผชิญเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ในหลายพื้นที่ทางเหนือและใต้ ส่งผลให้เกิดอุทกภัยและภัยแล้ง ก่อความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่า 52,150 ล้านหยวน หรือราว 7,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายเกือบ 300 คน ตามรายงานของกระทรวงจัดการเหตุฉุกเฉินจีน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/international-news/729279&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GY3UZB3ujxJIBDa9W0sk2