Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ตลาดหุ้นยุโรปเปิดลบ นลท.ประเมินทิศทางเศรษฐกิจ หลังพาวเวลส่งสัญญาณหั่นดบ. : อินโฟเควสท์

    ตลาดหุ้นยุโรปเปิดลบ นลท.ประเมินทิศทางเศรษฐกิจ หลังพาวเวลส่งสัญญาณหั่นดบ. : อินโฟเควสท์

    ตลาดหุ้นยุโรปเปิดลบรับสัปดาห์ใหม่ในวันนี้ (25 ส.ค.) โดยนักลงทุนประเมินทิศทางเศรษฐกิจ หลังเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า

    ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 เปิดที่ระดับ 560.83 จุด ลดลง 0.47 จุด หรือ -0.08%

    ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดที่ระดับ 7,943.00 จุด ลดลง 26.69 จุด หรือ -0.33% และดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดที่ระดับ 24,232.02 จุด ลดลง 131.07 จุด หรือ -0.54%

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ส.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/523929&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3CV1vFPFIP-cCCJO_iB2d9

  • สัญญาณอันตราย บริษัทไทย 25% ลดพนักงาน หันจ้างพาร์ทไทม์-สัญญาจ้าง แทน

    สัญญาณอันตราย บริษัทไทย 25% ลดพนักงาน หันจ้างพาร์ทไทม์-สัญญาจ้าง แทน

    วันนี้ (25 สิงหาคม 2568) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ว่า สศช. กำลังเห็นสัญญาณการปรับรูปแบบการจ้างงานของสถานประกอบการจากสภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน โดยผลสำรวจของ Jobsdb ในปี 2567 พบองค์กรในไทยกว่า 25% มีแนวโน้มจะลดพนักงานและปรับโครงสร้างองค์กร 

    โดยลดการจ้างงานพนักงานประจำเต็มเวลา (Permanent full-time) และหันไปจ้างแบบพนักงานประจำไม่เต็มเวลา (Permanent part-time) รวมถึงพนักงานสัญญาจ้าง/พนักงานชั่วคราวไม่เต็มเวลา (Contractual/temporary part-time) ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคงในการทำงาน ระดับรายได้ รวมทั้งสิทธิตามกฎหมายต่าง ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงควรตรวจสอบให้การดำเนินการของสถานประกอบการเป็นไปตามกฎหมาย 

    “จากนี้รูปแบบการจ้างงานจะเปลี่ยนไป จากฟูลไทม์ และพาร์ทไทม์ โดยมีการใช้พนักงานสัญญาจ้างมากขึ้น โดยพาะองค์กรขนาดใหญ่ เพราะตัวเลขที่ผ่านมาในปี 2556 มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากความไม่แน่นอนทางด้านเศรษฐกิจ ต่อไปจะกระทบกับความมั่นคงคงการจ้างงาน และรายได้ของลูกจ้างอย่างมาก รวมทั้งแรงงานอาจจะไม่ได้รับสิทธิตามกฎหมายอย่างครบถ้วนด้วย” นายดนุชา ระบุ

    ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลในปี 2565 พบว่า บริษัทต่าง ๆ โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลาง และขนาดใหญ่ มีการจ้างงานพนักงานประจำไม่เต็มเวลา อยู่ที่ 6% แต่ในปี 2567 เพิ่มขึ้นมาเป็น 42% เช่นเดียวกับพนักงานสัญญาจ้าง/พนักงานชั่วคราวไม่เต็มเวลา ปรับเพิ่มจาก 4% ในปี 2565 มาเป็น 28% ในปี 2567

    นายดนุชา กล่าวว่า สถานการณ์สำคัญด้านแรงงานในช่วงต่อไป สศช.ยังคงติดตามผลกระทบจากการปรับอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกาต่อการจ้างงาน โดยสหรัฐฯ มีการเรียกเก็บภาษีหลายรูปแบบ ทั้งการจัดเก็บภาษีเฉพาะในสินค้าบางรายการ (Specific Tariffs) การกำหนดภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ที่ไทยถูกจัดเก็บที่ 19% รวมทั้ง ยังมีมาตรการในการป้องกันการสวมสิทธิ์แหล่งกำเนิดสินค้า (Rule of Origin) 

    อีกทั้งไทยยังต้องปรับภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐกว่าหมื่นรายการเป็น 0% โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ซึ่งจะทำให้สินค้าไทยแข่งขันยากขึ้น และกระทบต่อการจ้างงานหรือชั่วโมงการทำงานของแรงงาน ดังนั้น ภาครัฐจึงควรสนับสนุนการเปิดตลาดใหม่ มีมาตรการปกป้องสินค้าไทย รวมถึงการตรวจสอบการสวมสิทธิของสินค้า

    ขณะเดียวกันยังพบปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวที่ปัจจุบันแรงงานต่างด้าว 3.88 แสนคน ไม่มาต่ออายุใบอนุญาตทำงานหรือดำเนินการไม่ครบถ้วน อีกทั้งรัฐบาลกัมพูชายังมีการดำเนินมาตรการเชิงบังคับในการดึงแรงงานกลับประเทศ ทำให้สถานประกอบการใน ภาคการก่อสร้าง ภาคการผลิต รวมถึงภาคเกษตร มีความเสี่ยงที่จะขาดแคลนแรงงานเพิ่มขึ้น 

    แม้ว่าในปัจจุบันคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีมติเห็นชอบให้นำเข้าแรงงานสัญชาติอื่นเพิ่มเติม โดยเฉพาะแรงงานศรีลังกา รวมทั้งเนปาล ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เพื่อมาทดแทนในอุตสาหกรรมที่ขาดแคลน 

    นอกจากนี้ยังต้องติดตามการเกิดอันตรายจากการทำงานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แม้ว่าการประสบอันตรายกรณีร้ายแรงจะมีสัดส่วนไม่มาก แต่งานวิจัยของมหาวิทยาลัยศิลปากร พบว่า การสูญเสีย เพียงนิ้ว มือ หรือแขน จะทำให้แรงงานมีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมแย่ลง 

    อีกทั้งยังเกิดผลกระทบทางด้านจิตใจที่ไม่อาจชดเชยได้อย่างครอบคลุม สถานประกอบการจึงควรบำรุงรักษา เครื่องมือ/เครื่องจักรอย่างสม่ำเสมออบรมพนักงานเกี่ยวกับความปลอดภัย และการชดเชยให้แก่แรงงานอาจต้องคำนึงถึงค่าเสียโอกาส

    อย่างไรก็ตามในภาพรวมสถานการณ์แรงงานไตรมาสสอง ปี 2568 ทรงตัว โดยการจ้างงานในสาขานอกภาคเกษตรกรรมอยู่ใน ระดับใกล้เคียงกับปีก่อน ขณะที่ภาคเกษตรกรรมยังคงหดตัวต่อเนื่อง ซึ่งต้องเฝ้าระวังผลกระทบจากการปรับภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา ข้อพิพาททางเขตแคนที่อาจยืดเยื้อ การรับมือกับรูปแบบการจ้างงานที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคปัจจุบัน และอันตรายจากการทำงานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

    ทั้งนี้ไตรมาสสอง ปี 2568 ผู้มีงานทำมีจำนวนทั้งสิ้น 39.5 ล้านคน ขยายตัว 0.02% จากไตรมาสสองของ ปี 2567 จากการจ้างงานในสาขานอกภาคเกษตรกรรมที่ขยายตัว 0.4% ซึ่งขยายตัวมากที่สุดในสาขา การขนส่งและจัดเก็บสินค้าที่ 7.9% รองลงมาเป็นสาขาโรงแรมและภัตตาคารที่ 3.1% และสาขาการผลิต ฟื้นตัวที่ 0.5% ส่วนสาขาการก่อสร้างและสาขาการค้าปลีก/ค้าส่งหดตัวลงที่ 3.7 และ 1.2% ตามลำดับ 

    ขณะที่การจ้างงานภาคเกษตรกรรมหดตัวต่อเนื่องที่ 0.9% โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ชั่วโมงการทำงานของแรงงานทรงตัว โดยภาพรวมอยู่ที่ 42.7 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ขณะที่ภาคเอกชนอยู่ที่ 46.9 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งผู้ทำงานล่วงเวลาลดลง 8% เช่นเดียวกับผู้ทำงานต่ำระดับที่ลดลง 4% สำหรับค่าจ้างแรงงาน ของภาคเอกชนและแรงงานในระบบเพิ่มขึ้น 2.4 และ 2.5% ตามลำดับ 

    แต่ในภาพรวมลดลง 1.9% อัตราการว่างงานลดลง โดยอยู่ที่ 0.91% จากไตรมาสสอง ปี 2567 ที่อยู่ที่ 1.07% หรือมีผู้ว่างงาน 3.7 แสนคน ซึ่งลดลงในกลุ่มอาชีวศึกษาและกลุ่มวิชาชีพขั้นสูง ทั้งนี้ ผู้เสมือนว่างงานเพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับ ช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีจำนวน 2.1 ล้านคน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/636937&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3JqYxWq7XyMHjsGfb3Eeoc

  • สัญญาณอันตราย! สภาพัฒน์ ชี้บริษัทไทยกว่า 25% มีแผนลดพนักงานประจำ หันจ้างพาร์ทไทม์-ชั่วคราว

    สัญญาณอันตราย! สภาพัฒน์ ชี้บริษัทไทยกว่า 25% มีแผนลดพนักงานประจำ หันจ้างพาร์ทไทม์-ชั่วคราว

    นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสที่ 2 ปีนี้ ว่า กำลังเห็นสัญญาณการปรับรูปแบบการจ้างงานของสถานประกอบการ จากสภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน โดยผลสำรวจของ Jobsdb ในปี 2567 พบ องค์กรในไทยกว่า 25% มีแนวโน้มจะลดพนักงานและปรับโครงสร้างองค์กร โดยลดการจ้างงานพนักงานประจำเต็มเวลา (full-time) และหันไปจ้างแบบพนักงานประจำไม่เต็มเวลา (part-time) รวมถึงพนักงานสัญญาจ้าง พนักงานชั่วคราวไม่เต็มเวลาแทน เทียบข้อมูลในปี 65 พบว่า บริษัทต่าง ๆ โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่ มีการจ้างงานพนักงานประจำไม่เต็มเวลา อยู่ที่ 6% แต่ในปี 67 เพิ่มขึ้นมาเป็น 42%

    เช่นเดียวกับพนักงานสัญญาจ้าง , พนักงานชั่วคราวไม่เต็มเวลา ปรับเพิ่มจาก 4% ในปี 65 มาเป็น 28% ในปี 67 ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่แน่นอนทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งในระยะต่อไปจะกระทบกับความมั่นคงการจ้างงาน และรายได้ของลูกจ้างอย่างมาก รวมทั้งแรงงานอาจจะไม่ได้รับสิทธิตามกฎหมายอย่างครบถ้วนด้วย

    และสถานการณ์สำคัญด้านแรงงานในช่วงต่อไป ยังต้องติดตามผลกระทบจากการปรับอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะทำให้สินค้าไทยแข่งขันยากขึ้น และจะกระทบต่อการจ้างงานหรือชั่วโมงการทำงานของแรงงาน ขณะเดียวกันยังพบปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าว ที่ปัจจุบันแรงงานต่างด้าว 3.88 แสนคน ไม่มาต่ออายุใบอนุญาตทำงาน อีกทั้งรัฐบาลกัมพูชายังมีการดำเนินมาตรการเชิงบังคับในการดึงแรงงานกลับประเทศ ทำให้สถานประกอบการใน ภาคการก่อสร้าง ภาคการผลิต รวมถึงภาคเกษตร มีความเสี่ยงที่จะขาดแคลนแรงงานเพิ่มขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/economy/morning/446421&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nv8pzC6WDlb7OgkoL1AZM

  • นักวิ่งนับพันร่วมชิงชัย “สงขลามาราธอนนานาชาติ 2025” สร้างสีสันการท่องเที่ยว-เสริมภาพลักษณ์สงขลาเมืองกีฬา | เดลินิวส์

    นักวิ่งนับพันร่วมชิงชัย “สงขลามาราธอนนานาชาติ 2025” สร้างสีสันการท่องเที่ยว-เสริมภาพลักษณ์สงขลาเมืองกีฬา | เดลินิวส์

    ที่ บริเวณถนนชลาทัศน์ ลานเก้าอี้ดำ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้นายวิทยา จันทน์เสนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานปล่อยตัวนักวิ่งมาราธอน ระยะ 42.195 กิโลเมตร จำนวน 1,442 คน ในการแข่งขัน “Songkhla International Marathon 2025” โดยเส้นทางแข่งขันพานักวิ่งผ่านสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อาทิ รูปปั้นนางเงือก เขาตังกวน ย่านเมืองเก่า ถนนนครใน สะพานติณสูลานนท์ สู่เกาะยอ และจุดกลับตัวที่เชิงเขาหัวแดง อำเภอสิงหนคร ตลอดเส้นทางมีการจัดเตรียมจุดบริการน้ำดื่ม การดูแลความปลอดภัย และหน่วยปฐมพยาบาลตามมาตรฐานสากล

    ในพิธีมีผู้เข้าร่วม อาทิ นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นายอำนวย พิณสุวรรณ รองนายก อบจ.สงขลา นางอุไรวรรณ จันลาภ ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดสงขลา นายรุ่งโรจน์ และสุบ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัดสงขลา รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ และคณะกรรมการจัดการแข่งขัน เข้าร่วมปล่อยตัวนักกีฬา

    การแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ฟันรัน ระยะ 5 กิโลเมตร มีผู้เข้าร่วม 1,772 คน จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา, มาราธอน ระยะ 42.195 กิโลเมตร มีผู้เข้าร่วม 1,442 คน ปล่อยตัวเวลา 03.00 น. , ฮาล์ฟมาราธอน ระยะ 21.10 กิโลเมตร ผู้เข้าร่วม 2,909 คน ปล่อยตัวเวลา 04.00 น. และมินิมาราธอน ระยะ 10 กิโลเมตร ผู้เข้าร่วม 1,904 คน ปล่อยตัวเวลา 04.45 น. โดยมีนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นประธานปล่อยตัว รวมผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 8,027 คน

    “Songkhla International Marathon 2025” นับเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา สร้างกระแสเศรษฐกิจในท้องถิ่น และประชาสัมพันธ์การขับเคลื่อน “สงขลาเมืองกีฬา” (Songkhla Sport City) ที่บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งยังได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากนักวิ่งทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 39 ประเทศ ตอกย้ำศักยภาพของจังหวัดสงขลาในการจัดกิจกรรมกีฬาระดับนานาชาติ และยังเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในปี 2568 รวมทั้งใช้เป็นสนามคัดเลือกนักกีฬาตัวแทนประเทศไทยที่จะเข้าร่วมแข่งขันซีเกมส์อีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5049808/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KKV2l92DiyHur-99ycpew

  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชู 10 ชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 2568 ยกระดับ Soft Power ไทยสู่เวทีโลก

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชู 10 ชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 2568 ยกระดับ Soft Power ไทยสู่เวทีโลก

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชู 10 ชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 2568 ยกระดับ Soft Power ไทยสู่เวทีโลก


    25/08/2568 | 71 |

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอร่วมแสดงความยินดีกับ 10 ชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2568 ที่ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงวัฒนธรรม ภายใต้นโยบายรัฐบาลในการผลักดัน Soft Power ไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่ท้องถิ่น

    รายชื่อ 10 ชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 2568 ได้แก่

    ชุมชนย่านเมืองเก่าริมน้ำจันทบูร จ.จันทบุรี

    ชุมชนบ้านคีรีวง จ.นครศรีธรรมราช

    ชุมชนหัวตลาด จ.ปัตตานี

    ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทลื้อเมืองมาง จ.พะเยา

    ชุมชนบ้านลำปำ จ.พัทลุง

    ชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) จ.เพชรบูรณ์

    ชุมชนบ้านแพมบก จ.แม่ฮ่องสอน

    ชุมชนตำบลต้นตาล จ.สุพรรณบุรี

    ชุมชนบ้านเดื่อ จ.หนองคาย

    ชุมชนบ้านสะนำ จ.อุทัยธานี

    จุดมุ่งหมายของโครงการ

    โครงการ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” เป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ มาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ยังสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและเป็นพลังสำคัญในการผลักดัน Soft Power ไทยให้ก้าวสู่เวทีโลก

    บทบาทของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มุ่งมั่นทำงานบูรณาการร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรมและทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว และยกระดับคุณภาพการบริการในพื้นที่ชุมชนต้นแบบเหล่านี้ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/417626&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2u2pMHTHvyHyw5ovI2ZMiW

  • รฟท. อัปเกรดสถานีหัวหิน หนุนฮับท่องเที่ยวทางราง

    รฟท. อัปเกรดสถานีหัวหิน หนุนฮับท่องเที่ยวทางราง

    ‘วีริศ’ ลงพื้นที่สแกนสถานีหัวหิน เร่งเครื่องอัปเกรดจัดระเบียบพื้นที่โดยรอบสถานีหนุนเชื่อมต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวอย่างไร้รอยต่อ ผุดแผนขยายเส้นทางท่องเที่ยวทางรางไปยังพื้นที่ใกล้เคียง

    25 ส.ค. 2568 – นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หารือร่วมกับนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ อาทิ การใช้พื้นที่สถานีรถไฟเพื่อรองรับการจอดรถโดยสารสาธารณะ เชื่อมต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวอย่างไร้รอยต่อ พร้อมกำหนดทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางรถไฟ ควบคู่กับการเชื่อมต่อระบบการเดินทางและเศรษฐกิจในพื้นที่

    สำหรับการขยายแผนเส้นทางท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งปราณบุรี กุยบุรี และบางสะพานน้อย ซึ่งยังมีแหล่งท่องเที่ยว Unseen ที่การเดินทางโดยรถยนต์เข้าถึงได้ยาก แต่ระบบรางสามารถพัฒนาและเชื่อมต่อได้อย่างสะดวก โดยหัวหินถือเป็นจุดหมายสำคัญที่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาคึกคักเช่นเดิม โดยการรถไฟฯ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานจังหวัดในการทำความสะอาดคลอง เพื่อร่วมกันพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน ยังได้ตรวจเยี่ยมการสร้างทางเชื่อมต่อระหว่างสถานีรถไฟหนองแกและแหล่งท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มศักยภาพการเดินทางและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

    ทั้งนี้ ได้ตรวจสอบและติดตามการจัดระเบียบพื้นที่โดยรอบสถานีหัวหินใหม่ โดยเฉพาะบริเวณด้านหน้าสถานี – โรงเหล็ก – กม.212 (ด้านเหนือของสถานีหัวหิน) เพื่อความเป็นระบบระเบียบ สร้างความสะดวก ปลอดภัย และภาพลักษณ์ที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญเพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการ และบรรยากาศโดยรวมของสถานีให้ทันสมัยและเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน ณ สถานีหัวหินใหม่ เพื่อติดตามความเรียบร้อยของสถานีหลังเปิดใช้งาน ทั้งด้านสิ่งอำนวยความสะดวก และการให้บริการผู้โดยสาร อีกทั้งยังเข้าเยี่ยมชมบ้านพักพนักงาน เพื่อรับฟังความเห็นในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของบุคลากรในพื้นที่

    “การลงพื้นที่หัวหินครั้งนี้ เพื่อร่วมมือระหว่างการรถไฟฯ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในการร่วมพัฒนาการเดินทางโดยรถไฟเพื่อการท่องเที่ยวทางราง และร่วมวางแผนการใช้พื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจากการหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด หมุดหมายแรกจะมุ่งเน้นไปที่การเชื่อมโยงกับพื้นที่ของการรถไฟฯ ในอำเภอหัวหิน และหากสำเร็จได้ด้วยดี จะขยับขยายไปสู่พื้นที่บริเวณอื่นๆ ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อาทิ สถานีกุยบุรี ปราณบุรี และบางสะพานน้อย ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและสามารถเข้าถึงโดยทางรถไฟได้สะดวกต่อไป”นายวีริศ กล่าว

    นายวีริศ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ให้พิจารณาปรับสภาพพื้นที่โดยรอบสถานี โดยเน้นที่การจัดสรรพื้นที่ของการรถไฟให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมไปถึงความเป็นไปได้ในการเปิดโอกาสให้ชุมชนใช้พื้นที่ ขายสินค้าชุมชน เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ แต่ต้องคำนึงถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อย ภูมิทัศน์โดยรวม และความสะอาด เพื่อให้สถานีรถไฟหัวหิน กลับมาเป็นจุดหมายสำคัญจุดหนึ่งการท่องเที่ยว

    นอกจากนี้ ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ยังได้เดินทางร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อตรวจพินิจคลองระบายน้ำตามแนวเส้นทางรถไฟ ซึ่งหากมีการขุดลอกและจัดการให้ดีตามแนวพระราชดำริ จะสามารถรองรับน้ำฝนและป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหัวหินได้ ทั้งนี้ การรถไฟฯ จะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หัวหินกลับมาเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศที่เชื่อมโยงกับระบบรางอย่างยั่งยืน

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/849587/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MUs1TomaDEqtWMC_DP7Xj

  • ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 15 จุดหมายทั่วไทย เที่ยวฟิน ไม่ต้องกลัวฝน

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 15 จุดหมายทั่วไทย เที่ยวฟิน ไม่ต้องกลัวฝน

              หน้าฝนก็มีเสน่ห์ที่น่าหลงใหล ไม่ว่าจะภูเขา น้ำตก หรือทะเลหมอก มาดูกันว่า ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 มีที่ไหนน่าไปเช็กอินบ้าง

              เดือนกันยายนเป็นช่วงเวลาที่หลายคนอาจมองข้ามสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศไทย เพราะเป็นช่วงปลายฤดูฝน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เดือนนี้กลับเป็นโอกาสทองสำหรับคนที่ชอบเที่ยวหน้าฝนที่ต้องการสัมผัสความงามของธรรมชาติอย่างแท้จริง หลีกหนีความวุ่นวายจากฝูงชน และเพลิดเพลินกับบรรยากาศที่สดชื่น เขียวขจีทั่วทุกภูมิภาคของไทย วันนี้เรามี 15 ที่เที่ยวสุดพิเศษทั่วไทย ที่เหมาะกับการไปเยือนในเดือนกันยายน 2568 มาฝากกัน ไม่ว่าจะเป็นสายธรรมชาติ สายผจญภัย หรือสายชิล ก็รับรองว่าต้องถูกใจอย่างแน่นอน เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกเดินทางไปค้นพบเสน่ห์ของเมืองไทยในเดือนกันยายนกันเลย !

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568
    เที่ยวไทยแบบชุ่มฉ่ำและสดชื่นหัวใจ

    1. บางกระเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ

              บางกระเจ้า หรือที่รู้จักกันในนาม ปอดสีเขียวของกรุงเทพฯ เป็นโอเอซิสใกล้เมืองหลวงที่เหมาะสำหรับการหลีกหนีความวุ่นวายในวันหยุดสุดสัปดาห์ แม้จะเป็นช่วงฤดูฝน แต่บางกระเจ้าก็ยังคงความเขียวขจีและสดชื่นเป็นพิเศษ การปั่นจักรยานเลียบสวนมะพร้าว สวนผลไม้ และเส้นทางธรรมชาติที่ร่มรื่น จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้ชาร์จพลังอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีตลาดน้ำบางน้ำผึ้งที่เปิดให้บริการในวันหยุดสุดสัปดาห์ ให้คุณได้ลิ้มลองอาหารพื้นถิ่นและเลือกซื้อสินค้า OTOP อีกด้วย

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 บางกระเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ

    2. เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

              เกาะเสม็ดเป็นเกาะยอดนิยมในจังหวัดระยอง ที่ขึ้นชื่อเรื่องหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใส และบรรยากาศที่คึกคัก ในเดือนกันยายน แม้จะเป็นช่วงปลายฤดูฝน แต่เกาะเสม็ดมักจะมีช่วงเวลาที่ท้องฟ้าสดใส ทะเลเริ่มสงบลง และน้ำทะเลใสสวยงาม เหมาะสำหรับการพักผ่อนริมชายหาด เล่นน้ำ ดำน้ำตื้น หรือเพลิดเพลินกับกิจกรรมทางน้ำต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและที่พักให้เลือกมากมาย

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

    3. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

              อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทยและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจาก UNESCO ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ สัตว์ป่า และน้ำตกที่สวยงามหลายแห่ง เช่น น้ำตกเหวนรก น้ำตกเหวสุวัต ในเดือนกันยายน เขาใหญ่จะเต็มไปด้วยความชุ่มฉ่ำ น้ำตกจะมีปริมาณน้ำมากเป็นพิเศษ ป่าไม้เขียวขจี อากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ชมน้ำตก และสัมผัสหมอกยามเช้า นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมดูนกและส่องสัตว์ในเวลากลางคืนอีกด้วย

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

    น้ำตกเหวสุวัต อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

    4. วัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

              วัดใหญ่ชัยมงคลเป็นหนึ่งในวัดสำคัญและเก่าแก่ที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดดเด่นด้วยเจดีย์ชัยมงคลที่สูงเด่นเป็นสง่า และพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ ในเดือนกันยายน แม้จะเป็นช่วงฤดูฝน แต่บรรยากาศภายในวัดจะร่มรื่นและเงียบสงบ เหมาะสำหรับการเดินชมสถาปัตยกรรมโบราณ ถ่ายภาพ และเรียนรู้ประวัติศาสตร์อันยาวนานของอาณาจักรอยุธยา

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 วัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    5. อุทยานหินเขางู จังหวัดราชบุรี

              อุทยานหินเขางูเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เกิดจากภูเขาหินปูนที่ถูกกัดเซาะจนเกิดเป็นรูปร่างแปลกตาและมีบึงน้ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง ในเดือนกันยายน อุทยานหินเขางูจะมีธรรมชาติที่เขียวขจีและสดชื่นเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับการเดินเล่นบนสะพานแขวนชมวิว ถ่ายภาพสวย ๆ และพายเรือในบึงน้ำ นอกจากนี้ยังมีถ้ำและจุดชมวิวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 อุทยานหินเขางู จังหวัดราชบุรี

    6. สะพานข้ามแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรี

              สะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดกาญจนบุรีและเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายมรณะที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ในเดือนกันยายน บรรยากาศรอบสะพานจะร่มรื่นและเย็นสบาย เหมาะสำหรับการเดินเล่นบนสะพาน ชมวิวแม่น้ำแคว และเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังสามารถนั่งรถไฟสายประวัติศาสตร์เพื่อสัมผัสประสบการณ์การเดินทางย้อนอดีตได้อีกด้วย

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 สะพานข้ามแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรี

    7. อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง จังหวัดสุพรรณบุรี

              อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง หรือที่รู้จักกันในชื่อ ปางอุ๋งสุพรรณ เป็นอีกหนึ่ง Unseen Thailand ที่ซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี ด้วยทัศนียภาพที่สวยงามของแพไม้ไผ่ที่ลอยอยู่เหนือน้ำ รายล้อมด้วยภูเขาหินปูนและป่าไม้เขียวขจี ทำให้ที่นี่มีบรรยากาศคล้ายกับปางอุ๋งที่แม่ฮ่องสอน ในเดือนกันยายน ธรรมชาติจะเขียวขจีและสดชื่นเป็นพิเศษ อากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบเงียบสงบ ใกล้ชิดธรรมชาติ กางเต็นท์นอนดูดาว หรือพายเรือคายักชมวิว

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง จังหวัดสุพรรณบุรี

    8. ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์

              ภูทับเบิกเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ และเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ในเดือนกันยายน ภูทับเบิกจะเริ่มมีอากาศเย็นl[kpและมีโอกาสเกิดทะเลหมอกได้บ่อยครั้ง เหมาะสำหรับการกางเต็นท์นอนสัมผัสอากาศหนาว ชมดาว และตื่นเช้ามาชมทะเลหมอกที่ปกคลุมทั่วหุบเขา นอกจากนี้ยังมีไร่กะหล่ำปลีที่ปลูกลดหลั่นตามไหล่เขาให้ได้ชมอีกด้วย

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์

    9. ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

              ดอยอินทนนท์ ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสอากาศหนาวเย็นและทะเลหมอก ในเดือนกันยายน แม้จะยังอยู่ในช่วงปลายฤดูฝน แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการชมความงามของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ พืชพรรณป่าดิบชื้นที่เขียวขจี และน้ำตกที่ไหลแรงเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้เห็นทะเลหมอกยามเช้าที่สวยงาม และเยี่ยมชมพระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

    พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ดอยอินทนนท์

    10. ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย

              ดอยแม่สลองเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงราย ด้วยทิวทัศน์ไร่ชาขั้นบันไดที่สวยงาม อากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี และวัฒนธรรมจีนยูนนานที่เป็นเอกลักษณ์ ในเดือนกันยายน ดอยแม่สลองจะมีความชุ่มฉ่ำเป็นพิเศษ ไร่ชาจะเขียวขจีสดใส เหมาะสำหรับการจิบชาอู่หลงรสเลิศ ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม และเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย

    11. หินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ

              หินสามวาฬเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าทึ่งในจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นกลุ่มหินขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายวาฬสามตัวกำลังแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางป่าเขา ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงปลายฤดูฝน ธรรมชาติรอบ ๆ หินสามวาฬจะเขียวขจีและสดชื่นเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม และถ่ายภาพอันเป็นเอกลักษณ์

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 หินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ

    12. ศาลาแก้วกู่ จังหวัดหนองคาย

              ศาลาแก้วกู่ เป็นอุทยานเทวาลัยที่รวบรวมรูปปั้นปูนปั้นขนาดใหญ่จำนวนมากที่แสดงถึงเรื่องราวทางศาสนาพุทธและฮินดู ตั้งอยู่ในจังหวัดหนองคาย ในเดือนกันยายน บรรยากาศที่นี่จะร่มรื่นและเงียบสงบ เหมาะสำหรับการเดินชมงานศิลปะที่แปลกตาและเรียนรู้เรื่องราวทางศาสนา

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 ศาลาแก้วกู่ จังหวัดหนองคาย

    13. อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ จังหวัดพังงา

              อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลและชายฝั่งที่สวยงามในจังหวัดพังงา โดดเด่นด้วยหาดทรายขาว น้ำทะเลใส ป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ และน้ำตกที่สวยงามหลายแห่ง ในเดือนกันยายน แม้จะเป็นช่วงปลายฤดูฝน แต่ทะเลอันดามันมักจะเริ่มสงบลงและมีแดดออกเป็นบางช่วง ทำให้เหมาะสำหรับการพักผ่อนริมชายหาด ดำน้ำตื้นชมปะการัง และสำรวจธรรมชาติที่หลากหลาย

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ จังหวัดพังงา

    14. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

              อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง เป็นหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะหินปูนน้อยใหญ่กว่า 42 เกาะ ตั้งอยู่ในอ่าวไทย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดดเด่นด้วยธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งทะเลสีคราม ถ้ำหินปูน และจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นหมู่เกาะได้แบบพาโนรามา ในเดือนกันยายน แม้จะเป็นช่วงปลายฤดูฝน แต่ทะเลในอ่าวไทยมักจะสงบและสวยงาม เหมาะสำหรับการดำน้ำตื้น พายเรือคายัก และพักผ่อนบนชายหาดที่เงียบสงบ

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

    15. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่

              อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพีพี เป็นหมู่เกาะที่มีชื่อเสียงระดับโลก ตั้งอยู่ในจังหวัดกระบี่ ประกอบด้วยเกาะพีพีดอน เกาะพีพีเล และเกาะเล็กๆ อีกหลายเกาะ โดดเด่นด้วยหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลสีมรกต และหน้าผาหินปูนสูงชัน ในเดือนกันยายน แม้จะเป็นช่วงปลายฤดูฝน แต่ทะเลอันดามันมักจะเริ่มสงบลงและมีแดดออกเป็นบางช่วง ทำให้เหมาะสำหรับการดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก ชมปะการังและฝูงปลา หรือพักผ่อนบนชายหาดที่สวยงาม

    ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่

    เกาะพีพีเล อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพีพี

              แม้เดือนกันยายน จะไม่ใช่ช่วง High Season ของการท่องเที่ยวในประเทศไทยนัก แต่จาก 15 ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2568 ที่เรานำมาฝากนี้จะเห็นได้ว่าประเทศไทยยังคงมีเสน่ห์และพร้อมต้อนรับนักเดินทางเสมอ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่เขียวขจี น้ำตกที่ไหลแรง ทะเลหมอกยามเช้า หรือทะเลที่เริ่มสงบลงและน้ำใสสะอาด การเดินทางในช่วงนี้ยังช่วยให้คุณได้สัมผัสกับบรรยากาศที่เงียบสงบ หลีกหนีความแออัด และได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างแท้จริง
     

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ เที่ยวหน้าฝน อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view294486.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2eS9Iz2vU0a7csNRLu2OI0

  • เคทีซีชี้เทรนด์ใช้จ่ายตามอารมณ์มาแรง เดินหน้ากลยุทธ์สร้างเศรษฐกิจเชิงประสบการณ์

    เคทีซีชี้เทรนด์ใช้จ่ายตามอารมณ์มาแรง เดินหน้ากลยุทธ์สร้างเศรษฐกิจเชิงประสบการณ์

    เคทีซีชี้เทรนด์ใช้จ่ายตามอารมณ์มาแรง เดินหน้ากลยุทธ์สร้างเศรษฐกิจเชิงประสบการณ์

    เคทีซีเผยพฤติกรรมการใช้จ่ายหมวดแหล่งท่องเที่ยว (Attraction) เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะนิทรรศการคาแรกเตอร์เฉพาะกลุ่มและประสบการณ์แบบแฟนดอมที่ได้รับความนิยมสูง สะท้อนเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Emotional Value หรือการใช้จ่ายเพื่อซื้อความรู้สึกและความทรงจำ แทนการครอบครองสิ่งของ

    เพื่อเดินหน้ากลยุทธ์สร้าง เศรษฐกิจเชิงประสบการณ์ (Experience Economy) เคทีซีจึงได้จับมือคลูก (Klook) ผู้นำด้านแพลตฟอร์มการจองกิจกรรมและบริการท่องเที่ยวชั้นนำ มอบสิทธิพิเศษแก่สมาชิก พร้อมพาแฟนอนิเมะย้อนรอยตำนาน “Dragon Ball” ผ่านนิทรรศการระดับเอเชีย Dragon Ball Heroes Rise: Asia Tour Exhibition

    เคทีซีชี้เทรนด์ใช้จ่ายตามอารมณ์มาแรง เดินหน้ากลยุทธ์สร้างเศรษฐกิจเชิงประสบการณ์

    นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า พฤติกรรมของกลุ่มเจน Z และมิลเลนเนียล กำลังเปลี่ยนจากการซื้อสิ่งของ มาเป็นการลงทุนกับประสบการณ์ที่สะท้อนตัวตน เชื่อมโยงกับคนที่มีความชอบเหมือนกัน และสร้างความทรงจำที่มีคุณค่าทางใจ

    สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก KTC

    • ซื้อบัตรเข้าชมผ่านคลูก และใช้คะแนน KTC FOREVER ตั้งแต่ 1,000 คะแนนขึ้นไป แลกรับโค้ดส่วนลดสูงสุด 1,400 บาท (จากราคาเริ่มต้นเพียง 550 บาท)
    • ใช้คะแนน KTC FOREVER เท่ายอดใช้จ่ายต่อเซลส์สลิป แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13%
    • ซื้อบัตรได้ที่ลิงค์ https://www.klook.com/th/activity/165672-dragon-ball-heroes-rise-asia-tour-in-thailand/ หรือแอปพลิเคชัน Klook
    • รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.ktc.co.th/promotion/travel/online-travel-agency/klook-point-redemption

    ไฮไลต์ในงาน

    ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกิจกรรมอินเตอร์แอคทีฟ เช่น การจำลองฉากดังจากโลก Dragon Ball การจัดแสดงรูปปั้นตัวละครขนาดเท่าจริงกว่า 40 ตัว โซนทดลองทักษะการต่อสู้ และภารกิจลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ นิทรรศการ Dragon Ball Heroes Rise: Asia Tour Exhibition จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 19 ตุลาคม 2568 ณ Attraction Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม

    ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE โทรศัพท์ 02 123 5000 หรือติดตามโปรโมชันของเคทีซีได้ที่ https://www.ktc.co.th สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ https://ktc.today/apply-card หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ

    หมายเหตุ : บัตรเครดิตใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12741527&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hBn3RRBuutS9tnH_Hbr3E

  • ไม่เนียน! ‘ตำรวจเศรษฐกิจ’ จับหนุ่ม 26 ปี เช่ารถ 4 คัน จัดฉากตกน้ำเพื่อเคลมประกัน | เดลินิวส์

    ไม่เนียน! ‘ตำรวจเศรษฐกิจ’ จับหนุ่ม 26 ปี เช่ารถ 4 คัน จัดฉากตกน้ำเพื่อเคลมประกัน | เดลินิวส์

    “ตำรวจเศรษฐกิจ” แถลงผลการจับกุมหนุ่ม อายุ 26 ปี หลังสืบสวนพบพฤติกรรมเช่าซื้อรถยนต์ถึง 4 คัน ภายในเดือนเดียว ก่อนจัดฉากให้รถตกน้ำในหลายพื้นที่เพื่อหวังเรียกเงินประกัน รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 1 ล้านบาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5048622/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw31kbnQbLkCfBQadlIS8DcV

  • เชียงราย ขับเคลื่อนอาหารปลอดภัยช่วยแก้ปัญหาด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม | เดลินิวส์

    เชียงราย ขับเคลื่อนอาหารปลอดภัยช่วยแก้ปัญหาด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม | เดลินิวส์

    เชียงราย ขับเคลื่อนอาหารปลอดภัยช่วยแก้ปัญหาด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

    โครงการนี้มีเป้าหมายสร้างเครือข่ายและความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งเกษตรกร ตลาดสีเขียว ร้านอาหาร โรงแรม และผู้ประกอบการในท้องถิ่น เพื่อสร้างต้นแบบพื้นที่นำร่องใน 4 อำเภอหลัก ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน และอำเภอเชียงของ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5048777/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aeaZ5N4P0sV5e1pwbsrwJ