Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • อุบัติเหตุถนนพระราม 3! ตำรวจท่องเที่ยวเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทันที

    อุบัติเหตุถนนพระราม 3! ตำรวจท่องเที่ยวเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทันที

    1 กันยายน 2568 17:57 น. สยามรัฐออนไลน์ อาชญากรรม

    วันที่ 1 ก.ย.68 เจ้าหน้าที่สายตรวจสถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กก.1 บก.ทท.1 เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ร่วมงานวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พบเหตุรถเฉี่ยวชน บริเวณถนนพระราม 3 จุดเกิดเหตุ เชิงทางขึ้นสะพานข้ามแยกนราธิวาสราชนครินทร์มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคลเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ โดยได้ประสาน สน.พื้นที่ รับผิดชอบทราบและได้ดำเนินการกันช่องการจราจร อำนวยการจราจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อนแจ้งกู้ภัยนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล 

    พ.ต.ท.ขวัญพล เพ็งเดือน สวญ.ส.ทท.2 กล่าวว่าได้กำชับให้ตำรวจในสังกัด ส.ทท.2 ปฏิบัติตามนโยบาย พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท.,และนโยบาย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์  ผบ.ตร. ในการดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ได้รับความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน อย่างเต็มกำลังความสามารถ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/648261&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bDrov-GLdQm5HeA6jmM-s

  • “เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์” ใส่ใจการศึกษา สานต่อโครงการ มอบทุนการศึกษา ปีที่ 4 สร้างสุขสู่ชุมชน

    “เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์” ใส่ใจการศึกษา สานต่อโครงการ มอบทุนการศึกษา ปีที่ 4 สร้างสุขสู่ชุมชน

    1 กันยายน 2568 15:38 น. สยามรัฐออนไลน์ ประชาสัมพันธ์

    เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ใส่ใจการศึกษาเด็กไทย สานต่อกิจกรรม “มอบทุนการศึกษา ปีที่ 4” ภายใต้โครงการ MBK Care สร้างสุขสู่ชุมชน

    ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ใส่ใจและสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กไทย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน จัดพิธีมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ในสังกัดสำนักงานเขตปทุมวัน ที่มีความตั้งใจเรียน มีความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมทั้งสิ้น 41 ทุน ในโครงการ MBK Care สร้างสุขสู่ชุมชน มอบทุนการศึกษา ปีที่ 4 โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวสหัพย์ภัค โชควิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ บริษัท เอ็มบีเค เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด เป็นประธานเปิดงานและมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนระดับประถมศึกษา นางสาวศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท อินเทลลิเจ้นท์ ครีเอทีฟ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด มอบทุนการศึกษาระดับประถมศึกษา นางสาวชวรมย์ มังคละคีรี รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มอบทุนการศึกษาระดับมัธยมศึกษา บุตรข้าราชการ บุตรลูกจ้างประจำ และบุตรลูกจ้างชั่วคราว ในสังกัดสำนักงานเขตปทุมวัน โดยได้รับเกียรติจาก นายอิทธิพล อิงประสาร ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน ร่วมพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย หัวหน้าฝ่ายการศึกษา สำนักงานเขตปทุมวัน และ ผู้อำนวยการสถานศึกษาจากทั้ง 7 โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ในสังกัดสำนักงานเขตปทุมวัน ร่วมงาน ที่ลานกิจกรรมเอ็ม บี เค อเวนิว โซน A เมื่อวันก่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/648195&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2WpCe-Xm_RGbtt6TnbJwBe

  • แกะกล่อง 3 หลักสูตรใหม่ สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ปั้นแพทย์ยุคใหม่

    แกะกล่อง 3 หลักสูตรใหม่ สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ปั้นแพทย์ยุคใหม่

    สุขภาพ

    01 ก.ย. 2025 เวลา 10:42 น.

    เปิดรั้วปี 68 หลักสูตรใหม่สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ป้อนบุคลากรคุณภาพพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยุคใหม่

    เป็นครั้งแรกต้อนรับปีการศึกษา 2568สำหรับ คณะวิทยาศาสตร์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โชว์หลักสูตรนวัตกรรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มุ่งผลิตบัณฑิตที่มีทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ สามารถสร้างสรรค์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในเชิงเศรษฐกิจและสังคม ตามปรัชญาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ “เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต” 

    ในปีการศึกษาล่าสุดนี้ได้เปิด 2 หลักสูตรใหม่ วิศวกรรมชีวการแพทย์ และ เทคโนโลยีอาหารทางการแพทย์และสุขภาพ เติมเต็มบุคลากรออกสู่ตลาดแรงงานด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยครั้งนี้ ได้เปิดให้เยี่ยมชมห้องการเรียนการสอนและห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ณ อาคารวิจัยและการเรียนรู้ เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

    IMCRANIB 100 ยารักษามะเร็งมุ่งเป้าเม็ดแรกของไทย พระอัจฉริยภาพสมเด็จเจ้าฟ้าฯ

    ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จัดใหญ่! ประชุมแพทย์ภัยพิบัติและฉุกเฉินระดับโลกปี 68

    แนะนำ 3 หลักสูตรใหม่สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ

    ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดโครงการแนะนำหลักสูตรใหม่สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ นำโดย รศ.น.สพ.ดร.จตุพร กระจายศรี รักษาการคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ ได้กล่าวถึงภาพรวมของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นสถาบันการศึกษาที่มีพันธกิจสำคัญในด้านการวิจัย สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านสุขภาพ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีทางการแพทย์ การสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศและสังคม โดยส่งเสริมและสนับสนุนการทำวิจัยของบุคลากรในประเด็นที่มุ่งแก้ไขปัญหาสุขภาพต่างๆ มุ่งสร้างความเป็นเลิศด้านการวิจัยและนวัตกรรมเชิงสุขภาพอย่างยั่งยืน

    สืบสานพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงมุ่งหวังให้ประชาชนชาวไทยทุกคนมีสุขภาพที่ดี พร้อมแนะนำหลักสูตรใหม่ระดับปริญญาบัณฑิต 3 หลักสูตรตามพระปณิธาน ได้แก่ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ และ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีอาหารทางการแพทย์และสุขภาพ ประกอบด้วย

    แกะกล่อง 3 หลักสูตรใหม่ สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ปั้นแพทย์ยุคใหม่

    ดร.ปิยะวัฒน์  ปิติกุลธรรม รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ บรรยายแนะนำ หลักสูตรวิทยาศาตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งมีรูปแบบการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีกระบวนการคิดวิเคราะห์และสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงวิชาการหรือต่อยอดในเชิงพาณิชย์อุตสาหกรรมได้ นอกจากนี้นักศึกษาในชั้นปีที่ 4 ยังได้มีการฝึกปฏิบัติงานวิจัยทั้งภายในและภายนอกสถาบันรวมระยะเวลา 1 ปีเต็ม เพื่อเสริมสร้างทักษะทางด้านการวิจัย นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาสามารถทำงานเป็นผู้ช่วยวิจัย นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือนวัตกรด้านการแพทย์ และสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปศึกษาต่อในหลักสูตรวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในระดับที่สูงขึ้นได้

    ผศ.ดร.พรภพ นัยเนตร หัวหน้าโครงการจัดตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยายแนะนำหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ โดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2568 ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากร สนับสนุนระบบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    โดยเป็นศาสตร์ที่บูรณาการองค์ความรู้ผสมผสานหลักการของวิศวกรรมเข้ากับชีววิทยาและการแพทย์เข้าด้วยกัน ทำให้สามารถออกแบบพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย รักษา และฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักสูตรมีจุดเด่นที่ครอบคลุมงานทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ในทุกมิติ เช่น งานเครื่องมือแพทย์ งานวิศวกรรมโรงพยาบาล งานวิจัย รวมถึงงานด้านระเบียบข้อบังคับมาตรฐานทางด้านเครื่องมือแพทย์ นักศึกษาจะได้ฝึกจากห้องปฏิบัติการเรียนรู้ผ่านการแก้ปัญหาจริงทางการแพทย์

    รวมทั้งเพิ่มโอกาสสร้างเครือข่ายผ่านการเรียนแบบโมดูล โดยการเปิดโอกาสให้นักศึกษาเรียนร่วมกับบุคลากรภายนอกในสายวิชาชีพวิศวกรชีวการแพทย์ อีกทั้งเพิ่มโอกาสในการทำงานผ่านระบบการฝึกงานระยะยาว 3 เดือน ในช่วงของปี 4 เทอม 2 เป็นการเพิ่มโอกาสให้ได้ทำงานต่อหลังจากฝึกงานเสร็จ

    แกะกล่อง 3 หลักสูตรใหม่ สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ปั้นแพทย์ยุคใหม่

    รศ.ดร.วาณี ชนเห็นชอบ หัวหน้าโครงการจัดตั้งคณะอุตสาหกรรมเกษตร แนะนำหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีอาหารทางการแพทย์และสุขภาพ บรรยายถึงภาพรวมของหลักสูตรฯ จากที่ปัจจุบันอาหารทางการแพทย์และสุขภาพมีแนวโน้มการเติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ประเทศไทยยังต้องพึ่งพาต่างประเทศในด้านนี้อยู่มาก จึงจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรและสร้างองค์ความรู้อย่างเร่งด่วน เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ให้สามารถตอบสนองความต้องการของคนไทยได้อย่างแท้จริง

    จึงได้ออกแบบหลักสูตรเทคโนโลยีอาหารทางการแพย์และสุขภาพ โดยได้รับการอนุมัติและเปิดรับนักศึกศึกษาในปีการศึกษา 2568 เป็นปีแรก เป็นหลักสูตรความร่วมมือระหว่างราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งโดดเด่นด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งโดดเด่นด้านอุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีอาหาร เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอาหารทางการแพทย์และสุขภาพ อันจะนำไปสู่การสร้างงานวิจัยและนวัตกรรม พัฒนาผลิตภัณฑ์ และควบคุมคุณภาพอาหารทางการแพทย์และสุขภาพ ซึ่งจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและประชาชนทั่วไป สู่การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมตามพระปณิธาน

    แกะกล่อง 3 หลักสูตรใหม่ สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ปั้นแพทย์ยุคใหม่

    ทั้งนี้ สถานที่จัดการเรียนการสอนของ 3 หลักสูตรใหม่ ตั้งอยู่ที่อาคารอาคารวิจัยและการเรียนรู้ เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ จัดสร้างขึ้นในโครงการเฉลิมพระเกียรติ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในโอกาสที่ทรงพระเจริญพระชันษาครบ 5 รอบ ในวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ 2560 เพื่อสนองพระปณิธานและสนับสนุนการดำเนินงานตามวิสัยทัศน์และพันธกิจสำคัญ

    ในการเป็นศูนย์รวมการวิจัยสร้างองค์ความรู้ และสร้างนวัตกรรมที่มุ่งเป้าตามแนวทางของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รวมทั้งเป็นสถานที่จัดศึกษาเพื่อสร้างบัณฑิตที่เป็นผู้นำและนักวิจัยทางวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ เทคโนโลยี การแพทย์ และการสาธารณสุข ภายในอาคารได้กำหนดการแบ่งพื้นที่ใช้สอยให้กับหน่วยงานที่มีหน้าที่สนับสนุนด้านการศึกษา วิชาการ วิจัย และนวัตกรรมให้กับส่วนงานต่างๆ ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประกอบด้วย

    • ชั้น1-3 พื้นที่การเรียนรู้ อาทิ ออดิทอเรียม โถงนิทรรศการ ห้องสมุด ห้องเรียน ห้องประชุม ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ พื้นที่อเนกประสงค์ และ พื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน
    • ชั้น 4- 6 พื้นที่การทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรม อาทิ ห้องปฏิบัติการวิจัยเฉพาะทาง ห้องปฏิบัติการเพื่อความเป็นเลิศด้านการคิดค้นยา ห้องปฏิบัติการชีวสารสนเทศเพื่อการวิเคราะห์ยีโนม ห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาคลินิกเชิงระบบ และ ห้องนิทรรศการแสดงผลงาน
    • ชั้น 7- 9 พื้นที่สำหรับจัดตั้งขึ้นใหม่ตามพระปณิธาน ประกอบด้วย คณะวิทยาศาสตร์ โครงการจัดตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์ และโครงการจัดตั้งคณะอุตสาหกรรมเกษตร

    แกะกล่อง 3 หลักสูตรใหม่ สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ปั้นแพทย์ยุคใหม่

    แกะกล่อง 3 หลักสูตรใหม่ สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ปั้นแพทย์ยุคใหม่

    แกะกล่อง 3 หลักสูตรใหม่ สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ปั้นแพทย์ยุคใหม่

    แกะกล่อง 3 หลักสูตรใหม่ สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ปั้นแพทย์ยุคใหม่

    แกะกล่อง 3 หลักสูตรใหม่ สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ปั้นแพทย์ยุคใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/health/well-being/1196715&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3IMUAG7rLKntrd7MWeITk0

  • คนไทย จวกแรง ทหารกัมพูชา ลืมบุญคุณ ดูถูกการศึกษาไทย ทั้งที่เคยได้ทุน | เข้มข่าวค่ำ | 1 ก.ย. 68

    คนไทย จวกแรง ทหารกัมพูชา ลืมบุญคุณ ดูถูกการศึกษาไทย ทั้งที่เคยได้ทุน | เข้มข่าวค่ำ | 1 ก.ย. 68

    กลายเป็นดรามา เมื่อนักศึกษาชาวกัมพูชา ที่ได้ทุนเข้ามาเรียนในไทย ไปสมัครเป็นทหารในประเทศของตัวเอง แชร์ข้อความของ ฮุน เซน ที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยของไทยประกาศถอดถอนปริญญา
    ซึ่งคนไทยมองว่า การดูถูกการศึกษาของไทยทั้งที่เคยมาเรียนเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และบางคนถึงกับเข้ามาแสดงความเห็นว่า หากเหตุการณ์กลับมาสู่สถานการณ์ปกติ หวังว่าคุณไม่ควรจะกลับมาเหยียบแผ่นดินไทย เพราะประเทศไทยไม่ต้อนรับคนไม่รู้จักบุญคุณ

    #ไทยกัมพูชา #ทหารกัมพูชา #ปริญญา #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36 #เข้มข่าวค่ำ

    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/200005&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3w0fO6LewZHTjK6og87Bp2

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”  เพื่อส่งเสริมการศึกษาและสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น ณ เมืองพุทธคยา รัฐพิหาร – กระทรวงการต่างประเทศ

    สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เพื่อส่งเสริมการศึกษาและสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น ณ เมืองพุทธคยา รัฐพิหาร – กระทรวงการต่างประเทศ

    สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เพื่อส่งเสริมการศึกษาและสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น ณ เมืองพุทธคยา รัฐพิหาร

    สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เพื่อส่งเสริมการศึกษาและสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น ณ เมืองพุทธคยา รัฐพิหาร

    วันที่นำเข้าข้อมูล 1 ก.ย. 2568

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 1 ก.ย. 2568

    | 50 view

    เมื่อวันที่ 16 – 17 สิงหาคม 2568 สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2568 โดยกิจกรรมประกอบด้วย (1) การร่วมกับวัดไทยมคธ พุทธคยา มอบขนมให้แก่คณาจารย์และนักเรียน Bodhikul School และ (2) การจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้เด็กยากไร้ 400 คน และมอบวัสดุก่อสร้างที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงอาคารเรียน Karuna School ภายใต้การอุปถัมภ์ของวัดป่าดงคสิริ

    การจัดกิจกรรมดังกล่าวแสดงถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตลอดจนเป็นการส่งเสริมบทบาทของสถานกงสุลใหญ่ฯ ในการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมท้องถิ่น และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนไทยและอินเดีย ทั้งยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสถานกงสุลใหญ่ฯ ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิต การศึกษา และการพัฒนาสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ ตลอดจนเป็นการเชื่อมโยงสายใยมิตรภาพและความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/kolkata-010925-1%3Fcate%3D5d5bcb4e15e39c3060006843&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gPj7nAnaELeZSPQ1FpLrA

  • ผบ.ตร.ประธานงานครบรอบ 8 ปี กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว

    ผบ.ตร.ประธานงานครบรอบ 8 ปี กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว

    Logo

    Logo

    พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร. ) ร่วมแสดงความยินดี และเป็นประธานมอบรางวัลชนะเลิศการฝึกทบทวนความรู้ความสามารถ และสถานีตำรวจท่องเที่ยวดีเด่น เนื่องในวันครบรอบสถาปนากองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ครบรอบปีที่ 8 โดยมี พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมด้วย รอง ผบช. คณะทูตานุทูต ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจท่องเที่ยว และข้าราชการตำรวจ บช.ทท. ร่วมพิธีฯ ณ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568

    – Advertisment –spot_img

    – Advertisment –spot_img

    – Advertisment –spot_img

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/238918&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3h_wbSfh6v0_tvlwDaJlrV

  • ตร.ท่องเที่ยวเกาะพะงันรวบแก๊งค์ชาวต่างชาติพัวพันยาเสพติด | TOPNEWS

    ตร.ท่องเที่ยวเกาะพะงันรวบแก๊งค์ชาวต่างชาติพัวพันยาเสพติด | TOPNEWS

    ตร.ท่องเที่ยวเกาะพะงันรวบแก๊งค์ชาวต่างชาติพัวพันยาเสพติด

    • เผยแพร่ : 01/09/2025 21:40

    57

    dfbdfbdr

    เวทีพัฒนาคุณภาพการศึกษา สู่องค์กรแห่งนวัตกรรม “พลิกโฉม CPN 1”

    ระยอง อำเภอแกลง เดินหน้าปฏิบัติการ No Drugs No Dealers ลุยพื้นที่เสี่ยง จับกุมผู้เกี่ยวข้องสิ่งเสพติด

    แม่ฮ่องสอน อบจ.แม่ฮ่องสอน ส่งมอบชุดตรวจสารเสพติด หนุนป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งเสพติดในพื้นที่

    แม่ฮ่องสอน ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน นำ ทหาร ตำรวจ สาธารณสุข แถลงข่าว ผลงานการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของจังหวัดแม่ฮ่องสอน

    โรงเรียนประถมศึกษาแห่งชาติตาเซก มาเลเซีย เยี่ยมโรงเรียนไทย

    ยะลา คุมเข้มวันครบรอบเชิงสัญลักษณ์กลุ่มขบวนการเบอร์ซาตู

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1295784&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DslaztHJMYkV6rp_PfUkD

  • บางกอกแอร์เวย์สปักหมุดสนามบินตราด สู่อนาคตศูนย์กลางการบินภาคตะวันออก รองรับการเติบโตเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว

    บางกอกแอร์เวย์สปักหมุดสนามบินตราด สู่อนาคตศูนย์กลางการบินภาคตะวันออก รองรับการเติบโตเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว

    วันจันทร์ ที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2568, 19.45 น.

    เวลา 10.30 น.วันที่ 1 กันยายน 2568 ที่สนามบินบางกอกแอร์เวย์ ต.ท่าโสม อ.เขาสมิง จ.ตราด นายพุฒิพงษ์ ประสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด เดินทางมาแถลงข่าวให้กับสื่อมวลชนทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นถึงการขยายสนามบินตราด และนำเครื่องบินขนาดใหญ่เข้ามาเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ 

     ในการนี้ มีนายดำรงศักดิ์ ยอดทองดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ปลัดอำเภอเขาสมิง นายกองค์กรปกครองท้องถิ่น 2 แห่ง อบต.บางปิด และอบต.ท่าโสม ที่มีพื้นที่ติดกับสนามบินร่วม 

     นายพุฒิพงศ์ เปิดเผยว่า สนามบินตราด เป็นหนึ่งในสนามบินของบริษัทฯ ที่มีศักยภาพ เนื่องจากจังหวัดตราดเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของภาคตะวันออก และเป็นที่นิยมของกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวยุโรป ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของบางกอกแอร์เวย์ส เราเห็นสัญญาณการฟื้นตัว โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีจำนวนผู้โดยสารแล้วกว่า 40,427 คน และคาดว่าฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะถึงนี้ จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ตามแนวโน้มการเดินทาง ท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่มาจากยุโรปมีการเติบโตเพิ่มขึ้น 

    “โครงการพัฒนาสนามบินตราด ยังเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขัน รองรับการขยายเครือข่ายเส้นทางบินใหม่ในอนาคต ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมและเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะในฤดูกาล ท่องเที่ยวที่มีความต้องการในการเดินทางสูง อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว และตอบสนองความต้องการในการเชื่อมต่อ ผู้โดยสารจากสายการบินพันธมิตรได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ ยังเป็นการปูทางรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศของสายการบินอื่นในอนาคต ซึ่งจะยกระดับสนามบินตราดสู่การเป็นศูนย์กลางการบินแห่งภูมิภาคตะวันออกในอนาคต” นายพุฒิพงศ์ กล่าว 

    นายพุฒิพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนการเชื่อมโยงการเดินทางจากสนามบินตราดไปยังสนามบินสมุย หรือ สนามบินกระบี่ รวมทั้งสนามบินในจังหวัดอื่นๆนั้น ทางสายการบินเคยบินมาแล้วในหลายปีก่อน แต่ปัจจุบันไม่มีเส้นทางบินเหล่านี้ แต่ในอนาคต หากจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ก็จะเปิดเส้นทางเหล่านี้ได้ รวมทั้งการเปิดเที่ยวบินไปยังต่างประเทศซึ่งให้สนามบินตราดเป็นสนามบินนานาชาติที่มีเที่ยวบินไปเสียมเรียบหรือเกาะกง รวมทั้งสีหนุวิลล์นั้น ทางบริษัทก็เคยทีทจะไปลงทุนทำสนามบินที่เกาะกง ประเทศกัมพูชาแต่โครงการนี้ยุติลงไป อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์การสู้รบทั้งสองประเทศจบลง และมีการฟื้นฟูความสัมพันธ์การใช้สนามบินตราดเป็นฐานก็มีความเป็นไปได้ ทั้งนี้ปัจจุบันสนามบินตราดก็เป็นสนามบินC I Q (Custom Immigration Quarantine )อยู่แล้ว 

    กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด กล่าวอีกว่า ในส่วนที่สนามบินตราดจะเปิดรับสายการบินพาณิชย์อื่นๆ หรือสายการบินโลว์ ครอสทางบริษัทก็พร้อมรับเช่นกัน แต่ทางสนามบินก็ตั้งเป้าหมายในเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่จะต้องมีการพัฒนาสนามบิน และมีหลุมจอดเครื่องบินให้มีความพร้อมในการรองรับเท่านั้น สำหรับ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เดินหน้าพัฒนา ศักยภาพสนามบินตราด โดยมุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่มีแนวโน้มเติบโต หลังการฟื้นตัวของภาค ท่องเที่ยวจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่นิยมเดินทางมายังชายฝั่งภาคตะวันออกของประเทศไทย

    โครงการพัฒนาศักยภาพสนามบินตราดระยะแรก มีกำหนดจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2569 ประกอบด้วย การขยายรันเวย์ (Runway) จาก 1,800 เมตร เป็น 2,000 เมตร, การสร้างลานจอดอากาศยาน เพื่อรองรับเครื่องบินไอพ่นขนาดเล็ก-กลาง (A320, A319, B737, B717, ERJ145) ได้สูงสุด 3 ลำ หรือรองรับเครื่องบินใบพัด (ATR72, YS-11) 2 ลำ ร่วมกับเครื่องบินไอพ่นขนาดกลาง 2 ลำได้ในเวลาเดียวกัน, การปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ขยายพื้นที่จาก 2,100 ตร.ม. เป็น 3,400 ตร.ม. เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารสูงสุด 250,000 คนต่อปี ซึ่งคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 400 ล้านบาท 

    ทั้งนี้ สนามบินตราด ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าโสม อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด บนพื้นที่กว่า 1,600 ไร่ ห่างจากตัวเมืองตราดประมาณ 35 กิโลเมตร และห่างจากท่าเรือเฟอร์รีเกาะช้างเพียง 17 กิโลเมตร นับเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญของการท่องเที่ยวฝั่งตะวันออก โดยสายการ บินบางกอกแอร์เวย์สให้บริการเที่ยวบินประจำ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – ตราด (ไป-กลับ) วันละ 2 เที่ยวบิน ด้วยเครื่องบิน ATR72-600 ขนาด 70 ที่นั่ง และจะเพิ่มความถี่เป็นวันละ 3 เที่ยวบินตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เพื่อรองรับการเดินทางช่วงไฮซีซัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/444728&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3v9S5YQ-BX1tzHQuw7z5uV

  • เที่ยวอเมริกาอ่วม! วีซ่า ขึ้นราคา 8,000 บาท เริ่ม 1 ต.ค. 2025 เสี่ยงซ้ำเติมวิกฤตท่องเที่ยว

    เที่ยวอเมริกาอ่วม! วีซ่า ขึ้นราคา 8,000 บาท เริ่ม 1 ต.ค. 2025 เสี่ยงซ้ำเติมวิกฤตท่องเที่ยว

    สหรัฐฯ ประกาศเก็บค่าธรรมเนียมใหม่ ‘Visa Integrity Fee’ 250 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 8,000 บาท) มีผล 1 ต.ค. 2025 ขึ้นแท่นประเทศที่มีวีซ่าท่องเที่ยวแพงสุดในโลก อาจกระทบซ้ำวิกฤตท่องเที่ยว ฟุตบอลโลก 2026 และโอลิมปิก 2028 ที่ใกล้จะมาถึง

    รายงานข่าวระบุว่า สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญแรงกดดันใหม่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หลังรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจัดเก็บค่าธรรมเนียมใหม่ ‘Visa Integrity Fee’ มูลค่า 250 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8,000 บาท ที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ส่งผลให้ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าสหรัฐฯ สูงถึง 442 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 16,000 บาท 

    ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในค่าธรรมเนียมวีซ่าที่แพงที่สุดในโลก และอาจยิ่งซ้ำเติมปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ  จากการปราบปรามผู้อพยพและความไม่เป็นมิตรต่อหลายประเทศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

    ข้อมูลจากรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีนักเดินทางต่างชาติ 19.2 ล้านคน ลดลงถึง 3.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และนับเป็นเดือนที่ 5 ของปีนี้ที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวหดตัว แม้ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายคาดว่า ปี 2025 จะเป็นปีที่สหรัฐฯ ฟื้นตัวเต็มที่และกลับมามีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทะลุ 79.4 ล้านคน ซึ่งเป็นระดับก่อนการระบาดโควิด-19

    ทั้งนี้ ตามข้อมูลของสมาคมการท่องเที่ยวแห่งสหรัฐอเมริกา ค่าธรรมเนียมวีซ่าใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ จะเพิ่มอุปสรรคให้กับนักเดินทางจากประเทศที่ไม่ได้รับการยกเว้นวีซ่า เช่น เม็กซิโก อาร์เจนตินา อินเดีย บราซิล และจีน ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้ค่าธรรมเนียมวีซ่ารวมอยู่ที่ 442 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในค่าธรรมเนียมสำหรับนักท่องเที่ยวที่สูงที่สุดในโลก  

    เกบ ริซซี ประธานบริษัทอัลทัวร์ บริษัทจัดการการท่องเที่ยวระดับโลก กล่าวว่า  แรงกดดันที่เราเพิ่มให้กับประสบการณ์ของนักเดินทางจะส่งผลให้ปริมาณการเดินทางลดลงไปบ้าง เมื่อฤดูร้อนสิ้นสุดลง เรื่องนี้จะกลายเป็นปัญหาเร่งด่วนมากขึ้น และเราจะต้องรวมค่าธรรมเนียมเหล่านี้ ให้พร้อมเกี่ยวกับการวางแผนงบประมาณการเดินทางและเอกสารต่างๆ 

    สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (WTO) คาดการณ์ว่า การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติในสหรัฐฯ จะลดลงต่ำกว่า 169 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ จาก 181 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024

    อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมวีซ่ายิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ย่ำแย่ของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ ซึ่งนโยบายการเข้าเมือง และ การตัดงบประมาณช่วยเหลือต่างประเทศ และภาษีศุลกากรที่บานปลาย ได้กัดกร่อนเสน่ห์ของอเมริกาในฐานะจุดหมายปลายทาง แม้จะมีงานสำคัญๆ อย่างฟุตบอลโลก 2026 และโอลิมปิกที่ลอสแอนเจลิส 2028 ที่กำลังจะเกิดขึ้นก็ตาม

    อีกทั้ง รัฐบาลทรัมป์ได้เสนอกฎระเบียบของรัฐบาลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อจำกัดระยะเวลาของวีซ่าสำหรับนักเรียน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และสื่อมวลชน

    ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม รัฐบาลกล่าวว่าสหรัฐฯ อาจกำหนดให้มีพันธบัตรมูลค่าสูงสุด 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับวีซ่าท่องเที่ยวและวีซ่าธุรกิจบางประเภท ภายใต้โครงการนำร่องที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ ซึ่งจะมีอายุประมาณ 1 ปี เพื่อปราบปรามนักท่องเที่ยวที่พำนักอยู่เกินกำหนดวีซ่า

    อารัน ไรอัน ผู้อำนวยการฝ่ายศึกษาอุตสาหกรรมของ Tourism Economics   ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาของ Oxford Economics คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนธันวาคม 2024 ว่า การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศมายังสหรัฐอเมริกาในปี 2025 จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่กลับมีแนวโน้มลดลง 3% แทน  

    “เรามองว่านี่เป็นการถดถอยที่ต่อเนื่อง และเราคาดว่าสถานการณ์ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นตลอดช่วงการบริหารประเทศ” ไรอันกล่าว

    โดย ณ เดือนพฤษภาคม การเดินทางจากเม็กซิโกมายังสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นเกือบ 14% ในปี 2025 ตามข้อมูลของสำนักงานการเดินทางและการท่องเที่ยวแห่งชาติ

    หากดูจำนวนนักท่องเที่ยวจากอาร์เจนตินาเพิ่มขึ้น 20% และจากบราซิลเพิ่มขึ้น 4.6% นับตั้งแต่ต้นปี โดยรวมแล้ว การเดินทางจากอเมริกากลางเพิ่มขึ้น 3% และจากอเมริกาใต้เพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบกับการลดลง 2.3% จากยุโรปตะวันตก

    ขณะที่จีน จำนวนนักท่องเที่ยวยังคงลดลงนับตั้งแต่เกิดการระบาด โดยจำนวนนักท่องเที่ยวในเดือนกรกฎาคมยังคงต่ำกว่าระดับปี 2019 ถึง 53% ค่าธรรมเนียมวีซ่ายังส่งผลกระทบต่อการเดินทางจากอินเดีย ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 2.4% ในปีนี้ เนื่องจากจำนวนนักศึกษาลดลงเกือบ 18%

    สำหรับบางคน ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นจะมีผลเป็นเพียงค่าใช้จ่ายอีก ส่วนหนึ่งในการเดินทางสู่สหรัฐอเมริกาที่มีราคาแพงอยู่แล้ว

    “สหรัฐอเมริกามีการคัดเลือกนักท่องเที่ยวมาโดยตลอด หากฐานะทางการเงินของคุณไม่ดีพอ การขอวีซ่าก็เป็นเรื่องยากอยู่แล้ว” ซู ชู ผู้ก่อตั้งบริษัท Moment Travel ในเฉิงตูของจีนกล่าว

    เจมส์ คิทเช่น ตัวแทนท่องเที่ยวและเจ้าของ Seas 2 Day & Travel กล่าวว่า เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติต้องเผชิญกับค่าธรรมเนียมการเข้าเมืองที่สูงขึ้น นักท่องเที่ยวชาวสหรัฐฯ จึงกังวลเกี่ยวกับข้อกำหนดที่เข้มงวดขึ้นในต่างประเทศ 

    ภาพ: cmart7327 / Getty Images 

    อ้างอิง: 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/us-visa-fee-increase-2025-travel-impact/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tdzRgBXjL1QAE-b9GC21o

  • “หล่มสัก” ยังอ่วม เขตเศรษฐกิจน้ำท่วมสูง รร.หลายแห่งสั่งปิด

    “หล่มสัก” ยังอ่วม เขตเศรษฐกิจน้ำท่วมสูง รร.หลายแห่งสั่งปิด

    “หล่มสัก” ยังอ่วม เขตเศรษฐกิจน้ำท่วมสูง รร.หลายแห่งสั่งปิด

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหล่มเก่า ระดับน้ำเริ่มลดลงบ้างแล้ว และอำเภอหล่มสัก ล่าสุดจนถึงขณะนี้สถานการณ์พื้นที่อำเภอหล่มเก่า น้ำเริ่มลดลงบ้างแล้ว โดยมวลน้ำทั้งหมดซึ่งไหลมาจาก เขาน้ำพุง จังหวัดเลย และเขา ศิลา-ตัดกลอย ซึ่งไหลลงมาสมทบในพื้นที่แม่น้ำป่าสัก และลำน้ำพุง โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาในพื้นที่ไม่มีฝนตกหนักจึงทำให้ปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจนถึงขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงบ้างแล้ว ถนนหลายสายรถเล็กเริ่มสุญจรได้ แต่ยังคงต้องใช้ความระมัดระวัง

    ส่วนพื้นที่อำเภอหล่มสัก ล่าสุดที่บริเวณบ้านสักงอย ปริมาณน้ำจากอำเภอหล่มเก่า ได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน รวมทั้งถนนหลายสายภายในหมู่บ้าน ทำให้รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ระดับน้ำมีความความลึกของน้ำ อยู่ที่ 60-70 เซนติเมตร และตัวอำเภอหล่มสัก ทั้งบริเวณพื้นที่ ซึ่งอยู่ใกล้กับแม่น้ำป่าสัก ปริมาณน้ำยังคงท่วมสูง รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้

    ส่วนพื้นที่ย่านเศรษฐกิจ และชุมชนโดยรอบ ปริมาณน้ำยังคงท่วมสูง บางจุด น้ำจากแม่น้ำป่าสัก ได้เอ่อล้นข้ามผนังกั้นน้ำ แม่น้ำป่าสัก ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ตำบลตาลเดี่ยว จนรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ นอกจากนี้ชุมชนวัดทุ่งจันทร์สมุทร ชุมชนอ่ากกโก ชุมชนท่ากกแก ซึ่งเป็นชุมชนรอบย่านเศรษฐกิจของอำเภอหล่มสัก ระดับน้ำยังท่วมสูงถนนหลายสายรถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เนื่องจากน้ำมีระดับความลึกเกิด 60 เซนติเมตร ที่บริเวณ 4 แยกบ้านไร่ ปริมาณน้ำยังคงท่วมสูง ส่วนถนนสายหล่มสัก-บ้านติ้ว ถูกนำท่วมสูงราว 40-50 เซนติเมตร เป็นระยะทางยาวกว่า 300 เมตร ทำให้การสัญรไปมายากลำบาก รถเล็กไม่สามารถผ่านได้

    น้ำจากแม่น้ำป่าสักได้เอ่อล้นเข้าท้วมเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนเศรษฐกิจชั้นใน พื้นที่เทศบาลหล่มสัก ทำให้ถนนหลายสายในตลาด รถเล็กต้องใช้ความระมัดระวังในการขับจรไปมาได้ ขณะที่โรงเรียนหลายแห่งในพื้นที่อำเภอหล่มสัก ก็ต้องสั่งหยุดการเรียนการสอน เนื่องจากบางโรงเรียนถูกน้ำท่วมสูง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9680000083543&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MuTGqIMB5yLqkXspGGYok