Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • สเปนรั้งตำแหน่งผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของยุโรป ติด Top 10 ของโลก

    สเปนรั้งตำแหน่งผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของยุโรป ติด Top 10 ของโลก

    อุตสาหกรรมยานยนต์ของสเปนยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ แม้เผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนผ่านสู่การปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (zero-emission) และแรงกดดันทางเศรษฐกิจ-ภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานและการค้า

    อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นกุญแจสำคัญต่อโครงสร้างการผลิตของประเทศ ไม่เพียงแต่มีส่วนช่วยต่อการเติบโตของ GDP และการสร้างงานเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยเชิงบวกต่อดุลการค้าและศักยภาพด้านนวัตกรรมที่สูง ด้วยโรงงานผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นระบบอัตโนมัติ รวมถึงแรงงานที่มีทักษะสูง ภาคส่วนนี้จึงมีบทบาทสำคัญในระดับโลก หลังจากผ่านพ้นสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเห็นได้จากปัญหาอุปทานในตลาดต่างประเทศสำหรับปัจจัยการผลิต ที่จำเป็น เช่น ไมโครชิปและเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงราคาและอัตราดอกเบี้ยที่พุ่งสูงขึ้น ภาคส่วนนี้กำลังแสวงหาตำแหน่งในระบบนิเวศยานยนต์ระดับโลกใหม่ ในช่วงเวลาที่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสู่การใช้พลังงานไฟฟ้ามีความสำคัญอย่างยิ่งยวด อนาคตของภาคส่วนนี้อยู่ที่การพัฒนาและการนำกิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงซึ่งเชื่อมโยงกับยานยนต์ไร้คนขับ การเชื่อมต่อ และยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ 

    จากรายงานประจำปี 2024 โดยสมาคมผู้ผลิตรถยนต์และรถบรรทุกแห่งสเปน (ANFAC) ระบุว่า บริษัทในเครือสมาคมสามารถสร้างรายได้รวม 76,855 ล้านยูโร แม้ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้าราว 2% แต่ยังสะท้อนถึงเสถียรภาพและความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน โดยมีรายได้สุทธิรวม 2,018 ล้านยูโร และในปีก่อนหน้าสเปนผลิตรถยนต์ได้มากกว่า 2.45 ล้านคัน เป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับสองของยุโรป รองจากเยอรมนี อีกทั้งยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดในยุโรป เป็นผู้ผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรายใหญ่อันดับสอง และเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่อันดับสี่ของโลก

    รูปภาพ3.png

    ลงทุนต่อเนื่อง-จ้างงานมั่นคง

    อุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงเป็นหนึ่งในภาคการผลิตที่ลงทุนมากที่สุดทั้งในสเปนและยุโรป โดยในปี 2024 มีการลงทุนรวม 2,434 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 2.6% จากปีก่อนหน้า และยังเป็นหนึ่งในภาคอุตสาหกรรมที่มีเสถียรภาพด้านการจ้างงาน โดยมีการจ้างงานโดยตรงถึง 57,189 ตำแหน่ง

    ในแง่ของภาพรวมเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมนี้มีส่วนช่วยสร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจสเปนถึง 39,838 ล้านยูโรในปี 2024 ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 1.7% จากปี 2023 โดยในจำนวนนี้ 6,052 ล้านยูโรเป็นรายได้จากภาษีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อรถยนต์ใหม่ เพิ่มขึ้นถึง 7.5%

    นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนด้านการวิจัยและนวัตกรรมมากที่สุดในระบบเศรษฐกิจ มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสูง โดยมีหุ่นยนต์อุตสาหกรรม 1,199 ตัวต่อพนักงาน 10,000 คน ต่ำกว่าเยอรมนีเพียงเล็กน้อย (1,213 ตัว) ส่งผลให้เป็นภาคส่วนธุรกิจที่มีประสิทธิผลมากที่สุดในยุโรป โดยพนักงานแต่ละคนผลิตรถยนต์ได้เฉลี่ย 15.5 คันต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรปถึงสามเท่าในเศรษฐกิจของสเปน 

    ภาคยานยนต์ของสเปนมุ่งเน้นการส่งออกเป็นอย่างมาก โดยในปี 2567 (ข้อมูลสะสม 12 เดือนจนถึงเดือนสิงหาคม) พบว่า 89.4% ของยานยนต์ที่ผลิตในสเปนมีจุดหมายปลายทางที่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งสัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นแม้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา (+จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2557-2562) ในแง่ของมูลค่า การส่งออกของภาคยานยนต์ (CNAE 29) มีมูลค่า 62.184 พันล้านยูโรต่อปีจนถึงเดือนกรกฎาคม คิดเป็น 16.3% ของการส่งออกสินค้าทั้งหมด และ 4.0% ของ GDP การส่งออกของภาคยานยนต์ประมาณสองในสามมีจุดหมายปลายทางที่พันธมิตรในสหภาพยุโรปของเรา ซึ่งส่วนใหญ่คือฝรั่งเศสและเยอรมนี

    รูปภาพ4.jpg

    รถยนต์ยังคงเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่ง

    ในปี 2024 รถยนต์ยังคงเป็นสินค้าที่สร้างดุลการค้าเชิงบวกให้แก่สเปนมากที่สุด โดยมูลค่ารวมจากการส่งออกสุทธิอยู่ที่ 15,991 ล้านยูโร José López-Tafall ผู้อำนวยการใหญ่ของ ANFAC กล่าวระหว่างการนำเสนอรายงานว่า “สเปนยังคงครองตำแหน่งผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของยุโรป และติด 1 ใน 10 ของโลก อุตสาหกรรมนี้ถือเป็นเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศและยุโรป อีกทั้งยังเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของภาครัฐผ่านการจัดเก็บภาษี หากเราต้องการสนับสนุนการพัฒนาประเทศในระยะยาว เราก็ต้องสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมนี้ด้วย” ทั้งนี้ 89.4% ของยานยนต์ที่ผลิตในสเปนมีจุดหมายปลายทางที่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งสัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นแม้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา (+จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2557-2562) ในแง่ของมูลค่า การส่งออกของภาคยานยนต์ (CNAE 29) มีมูลค่า 62.184 พันล้านยูโรต่อปีจนถึงเดือนกรกฎาคม คิดเป็น 16.3% ของการส่งออกสินค้าทั้งหมด และ 4.0% ของ GDP การส่งออกของภาคยานยนต์ประมาณสองในสามมีจุดหมายปลายทางที่พันธมิตรในสหภาพยุโรปของเรา ซึ่งส่วนใหญ่คือฝรั่งเศสและเยอรมนี

    ยอดขายรถใหม่ทะลุ 1 ล้านคันครั้งแรกในรอบ 5 ปี 

    ปี 2024 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สเปนมียอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทะลุ 1 ล้านคันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019 เพิ่มขึ้น 7.1% จากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าระดับก่อนเกิดโควิด โดยยอดขายลดลงจากปี 2019 ถึง 20% ขณะเดียวกัน ยอดการผลิตรถยนต์รวมในปี 2024 ก็หดตัวลง 3% อยู่ที่ 2.3 ล้านคัน

    López-Tafall กล่าวเพิ่มเติมว่า

    “สเปนในฐานะประเทศอุตสาหกรรมลำดับที่ 4 ของยุโรป ควรมีตลาดรถยนต์นั่งที่มียอดขายระหว่าง 1.2–1.3 ล้านคันต่อปี การฟื้นตัวให้กลับสู่ระดับก่อนโควิดจึงไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข แต่ยังส่งผลต่อความปลอดภัยทางถนนและการลดมลพิษด้วย เพราะหากไม่สามารถทดแทนรถเก่าได้เพียงพอ ย่อมส่งผลลบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย”

    รูปภาพ5.png

    รถยนต์พลังงานไฟฟ้ายังโตไม่ถึงเป้า

    ด้านตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในปี 2024 มีตัวเลขลดลงเล็กน้อย (-0.4%) โดยมียอดขายรวม 124,176 คัน (รวมรถยนต์นั่งไฟฟ้า-ปลั๊กอิน, รถเพื่อการพาณิชย์, รถบรรทุก และรถโดยสาร) ปัจจัยหลักมาจากยอดขายของรถพาณิชย์ไฟฟ้าที่หดตัวลงถึง 27.9% ขณะที่รถประเภทอื่นอย่างรถยนต์นั่ง (+1.9%), รถบรรทุก (+11.4%) และรถโดยสาร (+24.5%) ยังเติบโต ในจำนวนนี้ 115,948 คันเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล คิดเป็น 11.4% ของตลาดรวม ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายการลดการปล่อยมลพิษของสหภาพยุโรปในปี 2024 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 20.7%

    สถิติการส่งออกสินค้าจากประเทศไทยที่เกี่ยวเนื่องกับยานยนต์

    จากสถิติกระทรวงพาณิชย์ล่าสุดเดือนกรกฎาคม 2568 พบว่าใน 10 อันดับสินค้าส่งออกของไทยไปยังตลาดสเปน เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ถึง 3 รายการ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยาง ยางพารา รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และจักรยานยนต์และส่วนประกอบ 

    สินค้า

    มูลค่า (ล้านสรอ.)

    2567

    มูลค่า (ล้านสรอ.)

    2568 (ม.ค. – ก.ค.)

    อัตราการขยายตัว (%)

    2568 (ม.ค. – ก.ค.)

    เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ

    188.74

    113.47

    -15.91

    ผลิตภัณฑ์ยาง

    119.55

    70.98

    0.86

    ยางพารา

    122.17

    64.73

    -8.79

    เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ ส่วนประกอบ

    72.42

    45.11

    370.69

    รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ

    74.89

    44.3

    17.26

    เคมีภัณฑ์

    74.33

    41.61

    -8.83

    รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ

    38.25

    28.42

    30.99

    เครื่องนุ่งห่ม

    17.44

    24.89

    113.1

    อัญมณีและเครื่องประดับ

    40.88

    24.39

    8.36

    เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์

    20.26

    18.21

    84.17

    รูปภาพ6.png

    ข้อคิดเห็นของ สคต. 

    ไทยและสเปนมีศักยภาพในการเป็นพันธมิตรหรือหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในห่วงโซ่การผลิตยานยนต์เพื่อป้อนสู่ตลาดโลก โดยแต่ละฝ่ายมีจุดแข็งและมีข้อได้เปรียบในระดับภูมิภาค ปัจจุบันประเทศคู่แข่งของไทยให้ความสำคัญกับตลาดสเปนมากขึ้นจึงพบการเยือนและการบุกตลาดเชิงรุก ไทยจึงควรเร่งช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาดไม่ให้เสียโอกาสโดยอาจพิจารณาจัดคณะผู้แทนการค้าภาคเอกชนเข้าพบหอการค้าเมืองสำคัญ อาทิ บาร์เซโลนา บายาโดลิด บาสก์ ซาราโกซา บิโก ฯลฯ 

    ที่มา ICEX / Caixabank / กระทรวงพาณิชย์

    สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด

    กันยายน 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/qeoqhvc15u00f01phdkq6tj3&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ReInE_20qoK20BViecSft

  • เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เผยแผนขยายฝูงบิน ดันไทยสู่ศูนย์กลางการบินอาเซียน

    เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เผยแผนขยายฝูงบิน ดันไทยสู่ศูนย์กลางการบินอาเซียน

    สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ประกาศเดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตเชิงรุกในปี 2568–2571 พร้อมวางแผนอนาคต เพื่อผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการบินและการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน ผ่านการขยายฝูงบิน เพิ่มเครือข่ายเส้นทางบิน ลงทุนด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืน พร้อมยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสาร

    ปัจจุบันเวียตเจ็ทไทยแลนด์อยู่ระหว่างขั้นตอนสุดท้าย เพื่อเตรียมรับมอบอากาศยานใหม่ โบอิ้ง 737-8 เพิ่มอีก 50 ลำ ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป โดยเครื่องลำแรกมีกำหนดส่งมอบในเดือนตุลาคม 2568 เพื่อรองรับการเปิดเส้นทาง การบินใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเชื่อมต่อเมืองหลัก–เมืองรองในไทยกับเมืองสำคัญทั่วเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และเวียดนาม

    นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า การขยายฝูงบินครั้งนี้ไม่เพียงแต่รอง รับความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นการยกระดับศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางการบินและการท่องเที่ยวในภูมิภาค โดยเวียตเจ็ทไทยแลนด์มีการเติบโตด้านธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่รายได้ ปริมาณผู้โดยสาร และเครือข่ายเส้นทางบิน สะท้อนถึงศักยภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นจากผู้โดยสารและคู่ค้า โดยมุ่งมั่นนำเสนอการเดินทางที่สะดวกสบาย ราคาคุ้มค่า และตรงเวลา

    “การเตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ ที่ครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นแผนการขยายฝูงบินทั้งในระยะสั้นและกลาง เพื่อรองรับการเติบโตของสายการบินให้บริการ จะช่วยให้เวียตเจ็ทไทยแลนด์เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลว์คอสต์ที่รุนแรง และสร้างความพร้อมให้ไทยก้าวสู่การเป็นฮับการบินในภูมิภาค และที่สำคัญยังจะสร้างงานกว่า 4,000 – 5,000 ตำแหน่ง ครอบคลุมนักบิน พนักงานต้อนรับ พนักงานภาคพื้นดิน และฝ่ายวิศวกรรม ควบคู่ไปกับการยกระดับด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม”

    พร้อมกันนี้นายวรเนติ กล่าวว่าในฐานะสายการบินยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอยู่เสมอ โดยได้เปิดโอกาสให้ทั้งบัณฑิตจบใหม่ ผู้มีประสบการณ์ทำงาน รวมถึงผู้ที่มีความมุ่งมั่นในสายอาชีพด้านการบินได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

    ด้าน คุณปิ่นยศ พิบูลสงคราม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ เสริมว่าตลอดปีที่ผ่านมา เวียตเจ็ทไทยแลนด์สามารถสร้างการเติบโตของผู้โดยสารได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดแข็งด้านราคาที่เข้าถึงง่าย และตอบสนองความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่

    “เวียตเจ็ทไทยแลนด์สามารถรักษาอัตราการเติบโตของผู้โดยสารได้อย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดสายการบินราคา ซึ่งจุดแข็งของเราคือการมอบบริการคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้เรามีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นและสามารถขยายตลาดใหม่ได้อย่างมั่นคง”

    ในปีนี้ เวียตเจ็ทไทยแลนด์เตรียมเปิดเส้นทางใหม่ รวมถึงเส้นทางกรุงเทพฯ–โซล (เดือนตุลาคม) กรุงเทพฯ–โกลกาตา ในเดือนพฤศจิกายน กรุงเทพฯ–โตเกียว (นาริตะ) ในเดือนธันวาคม กรุงเทพฯ–โอซาก้า (คันไซ) ในเดือนธันวาคม และกรุงเทพฯ–อาห์เมดาบัด ในเดือนธันวาคม เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นในตลาดเกาหลี ญี่ปุ่น และอินเดีย ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้เวียตเจ็ทไทยยังเตรียมมอบประสบการณ์การบินที่น่าประทับใจด้วยการให้บริการด้านความบันเทิงบนเที่ยวบิน (In-Flight Entertainment)

    “ที่สำคัญไม่แพ้กัน สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังคงพัฒนาความตรงต่อเวลาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันก้าวขึ้นสู่อันดับ 4 ของสายการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและการมอบบริการที่เป็นเลิศแก่ผู้โดยสาร”

    คุณสญาดา เบญจกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ กล่าวว่าเวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ ที่ไม่เพียงการสร้างความเติบโตเชิงเศรษฐกิจ แต่ยังต้องการสร้างสมดุลกับสิ่งแวดล้อมและสังคม พร้อมทั้งเป็นแรงผลักดันในการสนับสนุนการท่องเที่ยว

    “เวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้ความสำคัญกับการสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่โปร่งใสและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เราเดินหน้าจัดกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติและกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา และการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น รวมถึงร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งทั้งหมดสอดคล้องกับนโยบาย ‘Fly Green’ ที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมกันนี้สายการบินฯ ยังมุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรสีเขียวและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลโลกอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน”

    นอกจากนี้เวียตเจ็ทไทยแลนด์ประกาศตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืน โดยเดินหน้าศึกษาและส่งเสริมการใช้ Sustainable Aviation Fuel (SAF) ควบคู่กับการนำเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น A321neo และ Boeing 737-8 ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ถึง 15–20% เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม

    เวียตเจ็ทไทยแลนด์วางเป้าหมายก้าวสู่การเป็นสายการบินที่มีเครือข่ายครอบคลุมภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เชื่อมต่อ เมืองรองของไทยกับตลาดต่างประเทศโดยตรง เสริมบทบาทของไทยในฐานะฮับการบินและท่องเที่ยว พร้อมต่อยอดโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค รวมทั้งพัฒนาความร่วมมือกับภาครัฐและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1536298&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw285iAUlfuGY-VLmYz6YhB2

  • ย่านเศรษฐกิจ ‘หล่มสัก’ นำเริ่มลด พื้นที่รอบนอกรับน้ำต่อ

    ย่านเศรษฐกิจ ‘หล่มสัก’ นำเริ่มลด พื้นที่รอบนอกรับน้ำต่อ

    วันนี้ (2 ก.ย.68) ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา คุณเบนซ์ พรชัย ผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์ ได้ลงพื้นที่สำรวจและรายงานความคืบหน้าล่าสุดในย่านเศรษฐกิจ ตลาดหล่มสัก อ.หล่มสัก พบว่าเช้านี้ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้วบางจุด ขณะที่ประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยทำความสะอาดบ้านเรือนของตนเอง พร้อมกับติดตามเฝ้าสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

    ที้งนี้ในหลายพื้นที่ในเขตอำเภอหล่มสักเริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่รอบนอกที่รับน้ำต่อจากอำเภอหล่มสัก เช่น ตำบลตาลเดียว และตำบลปากดุก ล่าสุดระดับน้ำเริ่มท่วมสูงขึ้น มีบ้านเรือนและ พื้นที่เกษตรกรรม ถูกน้ำท่วมสูง ล่าสุดระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

    สำหรับน้ำท่วมจังหวัดเพชรบูรณ์ น้ำท่วมครั้งนี้ พบว่ามีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 5 อำเภอ 23 ตำบล 112 กระทบ 7,747 ครัวเรือนหนักสุดคือ เทศบาลเมืองหล่มสักมี 11 ชุมชนได้รับผลกระทบ และบ้านเรือนร้านค้าถูกน้ำท่วมมากกว่า 5000 หลังคาเรือน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/slide/disaster/NKKlY5Ata&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0MfDKUft8jVpQg9ewEzxOB

  • ช่อง 7HD ส่งซีรีส์ ‘ตัวแทน’ สนุกดราม่าลึกลับ ลงจอ 5 กันยายนนี้ ‘ริส-แทน’ ร่วมถ่ายทอดเรื่องราว

    ช่อง 7HD ส่งซีรีส์ ‘ตัวแทน’ สนุกดราม่าลึกลับ ลงจอ 5 กันยายนนี้ ‘ริส-แทน’ ร่วมถ่ายทอดเรื่องราว

    ฟิล์ม จำกัด กับเรื่องราวแนวดราม่า ลึกลับ สองตอนสองรส ได้แก่ ตอน “ไว้ใจ” นำแสดงโดย ริส-วิชญพงศ์, แพม-สุชานุช, มิลลี่-อภิสรา, อีฟ-กัญณัฐสินี และตอน …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/911022&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3JK0XGd8fEFCBjcgm-7Q1l

  • ขอเชิญร่วมโครงการพัฒนาบุคลากรสายวิชาการ เรื่อง “การออกข้อสอบที่เน้นผลลัพธ์ ยกระดับการออกข้อสอบสู่การวัดผลที่แท้จริงพัฒนาศักยภาพครูสู่วิชาชีพคุณภาพ” — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ขอเชิญร่วมโครงการพัฒนาบุคลากรสายวิชาการ เรื่อง “การออกข้อสอบที่เน้นผลลัพธ์ ยกระดับการออกข้อสอบสู่การวัดผลที่แท้จริงพัฒนาศักยภาพครูสู่วิชาชีพคุณภาพ” — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/114886/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qvtm5mtpSroELIh5jd59r

  • มรภ.สุรินทร์ ผิดหวัง! บ่มเพาะคุณธรรม นายรอน มา 2 ปี สุดท้ายลาออกกลับไปถือปืนรบกับทหารไทย | TOPNEWS

    มรภ.สุรินทร์ ผิดหวัง! บ่มเพาะคุณธรรม นายรอน มา 2 ปี สุดท้ายลาออกกลับไปถือปืนรบกับทหารไทย | TOPNEWS

    สุรินทร์-นักศึกษา มรภ.สุรินทร์ ไปเป็นทหารรบกับไทย มรภ.แถลงข่าวส่งกลับนักศึกษากัมพูชาเหตุเพราะ 1 ใน 32 ได้ลาออกไปเพื่อเป็นทหารเขมรแล้วมาปะทะกับทหารไทยที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ และต่างรู้สึกผิดหวังที่ได้ให้การศึกษาบ่มเพาะเขาในด้านคุณธรรมจริยธรรมอยู่ร่วมกันเป็นเวลา 2 ปีเต็มๆ และออกแถลงการณ์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เรื่อง การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการรับนักศึกษาต่างชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ขอชี้แจงต่อสาธารณชน

    นักศึกษาชาวกัมพูชาทั้งหมดที่มาศึกษาอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ทุกคนได้รับทุนการศึกษาจากฝั่งประเทศไทยทั้งหมดเหตุที่ต้องส่งตัวกลับทั้งหมดเป็นเรื่องของความมั่นคงภายในประเทศของเรา

    โดยในวงแถลงข่าว ได้พูดถึง นายรอน ชิต ว่าเป็นนักศึกษาที่เป็นตั้งใจเรียนมีผลการเรียนดีคนหนึ่ง อยู่ในระดับหัวแถวของห้องเลยก็ว่าได้ เป็นที่มีจิตอาสาเป็นนักกีฬาวอลเล่ย์บอลของมหาลัยด้วย ในส่วนเรื่องของความคลั่งชาติเราไม่เห็นตอนที่เขามาอยู่กับเราในช่วงระยะเวลา 2 ปี ส่วนนักศึกษาที่ส่งตัวกลับก็ได้มีการพูดคุยกับทางหน่วยงานความมั่นคงแล้ว ตอนนี้เราให้ทั้งหมดดรอปเรียนไว้ตั้งแต่เขาทางเดินกลับไป ส่วนหนึ่งก็มีการประสานเข้ามาขอทรานสคริป ใบแสดงรายวิชาและผลการเรียน เพื่อไปยื่นเรียนต่อที่ประเทศกัมพูชาบ้านเขา ส่วนที่เหลือถ้ายังอยากจะมาเรียนต่อกับเราตอนนี้ต้องรอปรึกษากับฝ่ายความมั่นคงอีกที ซึ่งตรงนี้ก็เป็นบทเรียนที่สำคัญก็พวกเราเหมือนกันในส่วนของการมอบทุนการศึกษาให้ และต่างรู้สึกผิดหวังกับนายรอน ชิต ที่เราได้ให้การศึกษาบ่มเพาะเขาในด้านคุณธรรมจริยธรรมอยู่ร่วมกันเป็นเวลา 2 ปีเต็มๆ จากหลายๆเหตุการณ์ตอนนี้ประจักษ์ในเรื่องของการสำนึกบุญคุณ เขาข้ามผ่านมันไปแล้ว

    ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ได้ออกแถลงการณ์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เรื่อง การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการรับนักศึกษาต่างชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ขอชี้แจงต่อสาธารณชน ดังนี้ 1. การรับนักศึกษาต่างชาติ โดยเฉพาะนักศึกษาสัญชาติกัมพูชาเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เป็นการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ ภารกิจและหน้าที่ของมหาวิทยาลัย ตามที่หมายกำหนด เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาและเสริมสร้างความร่วมมือด้านวิชาระหว่างประเทศ ซึ่งมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส 2. ภาวะความขัดแย้งหรือเหตุการณ์สู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นสถานการณ์ระหว่างประเทศที่อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของมหาวิทยาลัยและไม่มีความเกี่ยวข้องกับการบริหาร จัดการด้านการศึกษาแต่อย่างใด 3. สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ปรากฏเป็นกระแสข่าวนั้น ได้ลาออกจากการเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ และเดินทางกลับประเทศกัมพูชาเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะเข้ารับหน้าที่ทหารตามคำสั่งของผู้นำประเทศกัมพูชา ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง จึงมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยตามที่กฎหมายกำหนด

    มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ใคร่ขอให้สาธารณชนได้โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูลข่าวสารด้วยความเป็นธรรม และตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของรัฐ สถาบันการศึกษาและประชาชนแต่ละฝ่ายอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาที่พัฒนาท้องถิ่นสู่สากลด้วยความรับผิดชอบ โปร่งใสและยึดมั่นในหลักกฎหมาย จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ 2 กันยายน 2568.

    กฤษดากร กีรติธำรงค์เจริญ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์ รายงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1297316&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HKXX4EwXKWh_LMM_IJee7

  • กระทรวงศึกษาธิการ – MOE

    กระทรวงศึกษาธิการ – MOE

    MOE E-Services

    บริการออนไลน์

    ข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

    ข้อมูลสถานศึกษา

    ข้อมูลนักเรียน

    ข้อมูลครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

    ข้อมูลสถานศึกษา

    ข้อมูลนักเรียน

    ข้อมูลครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

    ข่าวประกาศ

    announce

    ข่าวอื่นๆ

    NEWS & UPDATE

    • ทุนพระราชทาน มทศ.
    • ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
    • กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
    • ดูทั้งหมด

    26 ส.ค. 65

    22 ก.ย. 64

    เบื้องหลังความสำเร็จของครูดีเด่น “มนูญ ทิตย์วัลลี” ครูผู้ดูแลนักเรียนทุนพระราชทาน รุ่นที่ 9 ในโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ปี 2563

    21 ก.ย. 64

    “ครูเกม” ทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี (ตชด.)

    18 ก.ย. 64

    กระทรวงศึกษาธิการ พาไปพูดคุยกับ น.ส.เบญจวรรณ แสงเลื่อน นักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 9

    10 มี.ค. 65

    ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาซื้อเครื่องปรับอากาศ แบบแยกส่วน ชนิดตั้งพื้นหรือชนิดแขวนขนาด 36,000 บีทียู จำนวน 20 เครื่อง

    10 มี.ค. 65

    ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาจ้างจัดทำหนังสือที่ระลึกวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 130 ปี 1 เมษายน 2565

    25 ก.พ. 65

    ประกาศเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เรื่องทำเข็มที่ระลึก เสมาคุณูปการ ประจำปี 2565

    23 ก.พ. 65

    ประกาศเชิญชวนเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายประสิทธิภาพสูงเพื่อจัดทำ Web server

    30 ก.ค. 67

    16 ก.พ. 66

    30 ต.ค. 62

    โครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) เพื่อรองรับ 10 อุตสาหกรรม เป้าหมาย และ 3 โครงสร้างพื้นฐาน ผ่านกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

    30 ต.ค. 62

    โครงการสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ผูกู้ยืมเงิน กยศ. ด้วย e-Learning หลักสูตรเงินทองต้องวางแผน

    ข่าวประชาสัมพันธ์

    NEWS & UPDATE

    บทความที่น่าสนใจ

    ARTICLES

    Infographic

    หน่วยงาน ในสังกัด

    องค์กรหลัก

    องค์กรในกำกับ/องค์กรมหาชน

    สำนักงานรัฐมนตรี

    หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.moe.go.th/%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%258D%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B4/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3D6xY4lETvdTGron7OdhK3

  • ยูโอบี ผนึกกำลังห้างเซ็นทรัลและโรบินสัน เปิดแคมเปญใหญ่ ‘Tourist Exclusive’

    ยูโอบี ผนึกกำลังห้างเซ็นทรัลและโรบินสัน เปิดแคมเปญใหญ่ ‘Tourist Exclusive’

    ยูโอบี ผนึกกำลังห้างเซ็นทรัลและโรบินสัน เปิดแคมเปญใหญ่ 'Tourist Exclusive' ดึงนักช้อปทั่วโลกเที่ยวไทยหนุนเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

    ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จับมือกลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดตัวแคมเปญ “Tourist Exclusive for UOB Cardholders from Singapore, Malaysia, Indonesia and Vietnam” มอบสิทธิพิเศษและของขวัญแบบไทยแท้แก่ผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบีจาก 4 ประเทศในอาเซียน หวังกระตุ้นการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทยช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ตามนโยบายภาครัฐในการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว

    ภายใต้แคมเปญนี้ นักท่องเที่ยวผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบีที่ออกในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม เมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิตธนาคารยูโอบี ครบ 6,000 บาท รับบัตรกำนัล 1,000 บาท และ ช้อปครบ 4,000 บาท รับบัตรกำนัล 500 บาท พร้อมของสมนาคุณสุดพิเศษที่สะท้อนความเป็นไทย อาทิ ซิมการ์ด AIS สำหรับนักท่องเที่ยว กระเป๋าลายไทยคุณภาพเยี่ยมที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ จาก Good Goods และ ข้าวเหนียวมะม่วง ที่ Lofter หรือ Living House เป็นต้น โดยสามารถ รับสิทธิ์ได้ที่ ห้างเซ็นทรัลและโรบินสันทุกสาขา ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม ไปถึง 31 ธันวาคม 2568

    ททท. ชี้เอกชนร่วมมือคือกุญแจสำคัญฟื้นท่องเที่ยว

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวสนับสนุนแคมเปญนี้ว่า “การร่วมมือของภาคเอกชนอย่างธนาคารยูโอบีและห้างเซ็นทรัลและโรบินสัน เป็นแรงเสริมสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศ ตอบโจทย์นโยบายส่งเสริมการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรง และช่วยสร้างภาพลักษณ์ประสบการณ์การท่องเที่ยวในเชิงคุณภาพ”

    นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO & Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ด้วยฐานลูกค้าบุคคลกว่า 8.4 ล้านคน ในภูมิภาคอาเซียน เราหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ในขณะเดียวกันก็มอบสิทธิประโยชน์พิเศษให้กับลูกค้าผู้ถือบัตรของเราที่เดินทางมายังประเทศไทย”

    นางสาวรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ตลอด 78 ปีของการดำเนินธุรกิจ ห้างเซ็นทรัลและโรบินสันได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในฐานะช้อปปิ้งเดสติเนชั่นของนักช้อปไทยและทั่วโลกมาอย่างยาวนาน เราจึงตั้งใจรักษาความเชื่อมั่น พร้อมดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุดเพราะลูกค้าคือหัวใจสำคัญ ผ่านความร่วมมือครั้งนี้ การร่วมมือกับยูโอบี และ ททท. ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งครบวงจรแบบ one – stop shopping experience ทั้งด้านสินค้า บริการ และวัฒนธรรมที่เป็นเสน่ห์ของเมืองไทย”

    โดยผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบีที่สนใจโปรโมชันดังกล่าว สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://thetravelinsider.co/sg/en/deals/shop/central-department-store-api-thailand-en-81337


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12744229&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw021w04vLuUh7Mv8ZvzRYdq

  • Brother ชวนคืนชีวิตเครื่องพิมพ์เก่า เปิดแคมเปญใหญ่ ‘ทิ้งไว้ทำซาก เทมาเลยพี่รับเอง’

    Brother ชวนคืนชีวิตเครื่องพิมพ์เก่า เปิดแคมเปญใหญ่ ‘ทิ้งไว้ทำซาก เทมาเลยพี่รับเอง’

    ไอที

    Brother ชวนคืนชีวิตเครื่องพิมพ์เก่า เปิดแคมเปญใหญ่ ‘ทิ้งไว้ทำซาก เทมาเลยพี่รับเอง’

    วันอังคาร ที่ 02 กันยายน พ.ศ. 2568, 11.51 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    Brother ชวนคืนชีวิตเครื่องพิมพ์เก่า เปิดแคมเปญใหญ่
    ‘ทิ้งไว้ทำซาก เทมาเลยพี่รับเอง’
    แลกเครื่องเก่า รับส่วนลดสูงสุด 2,000 บาท พร้อมหมึกแท้และการรับประกันมาตรฐานบราเดอร์

    Brother ผู้นำโซลูชันด้านการพิมพ์จากประเทศญี่ปุ่น ชวนมาอัปเกรดเครื่องพิมพ์เก่าให้เป็นเครื่องใหม่ หรือคืนชีวิตให้ซากเครื่องพิมพ์เก่าให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ในแคมเปญ Trade-In สุดแรงแห่งปี “ทิ้งไว้ทำซาก – เทมาเลยพี่รับเอง ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ” เพียงนำเครื่องพิมพ์ขนาด A4 ขึ้นไป ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็นเลเซอร์ อิงค์เจ็ท อิงค์แท็งค์ มัลติฟังก์ชัน หรือเครื่องพิมพ์ดอตเมทริกซ์ก็ได้ มาแลกรับส่วนลดทันทีสำหรับซื้อเครื่องพิมพ์ Brother รุ่นใหม่ที่ร่วมรายการ รับส่วนลดจุก ๆ ไปเลยสูงสุดถึง 2,000 บาท

    รุ่นสินค้า ราคาขาย

    *ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ส่วนลดต่อเครื่อง
    เครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ รุ่น DCP-T230 3,790 500
    เครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ รุ่น DCP-T430W 4,790 500
    เครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ รุ่น DCP-T530DW 5,790 500
    เครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ รุ่น DCP-T830DW 8,890 1,000
    เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทมัลติฟังก์ชัน รุ่น MFC-J2740DW 10,990 1,000
    เครื่องพิมพ์เลเซอร์ รุ่น HL-L2460DW 9,990 500
    เครื่องพิมพ์เลเซอร์มัลติฟังก์ชัน รุ่น MFC-L2805DW 17,990 500
    เครื่องพิมพ์เลเซอร์มัลติฟังก์ชันสี รุ่น MFC-L3760CDW 19,990 2,000

    โดยทุกเครื่องมาพร้อมหมึกแท้มั่นใจในคุณภาพทุกงานพิมพ์ และได้การรับประกันจาก Brother สูงสุด 2 ปี และสำหรับรุ่น รุ่น DCP-T230, DCP-T430W, DCP-T530DW และ DCP-T830DW ขยายระยะเวลาการรับประกันเพิ่มขึ้นเป็น 3 ปี เพียงลงทะเบียนการรับประกันออนไลน์ภายใน 30 กันยายน 2568 เพื่อให้มั่นใจทั้งเรื่องคุณภาพและความทนทานตลอดระยะการใช้งาน พิเศษ! เพิ่มเติมสำหรับลูกค้าที่ร่วมแคมเปญยังจะได้รับกระเป๋ารักษ์โลกจาก Brother มูลค่า 690 บาท โดยแคมเปญนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2568 สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่าย Brother ที่ร่วมรายการทั่วประเทศ (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนดและไม่สามารถใช้ผ่านการซื้อช่องทางออนไลน์)

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/444800&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1oXCzLukRfGIS0K2zZ8M9l

  • โตชิบาเปิดตัวหม้อหุงข้าว 2 รุ่นใหม่ ตอบโจทย์ทั้งรสชาติและสุขภาพ ด้วยนวัตกรรมจากญี่ปุ่น

    โตชิบาเปิดตัวหม้อหุงข้าว 2 รุ่นใหม่ ตอบโจทย์ทั้งรสชาติและสุขภาพ ด้วยนวัตกรรมจากญี่ปุ่น

    ไอที

    โตชิบาเปิดตัวหม้อหุงข้าว 2 รุ่นใหม่ ตอบโจทย์ทั้งรสชาติและสุขภาพ ด้วยนวัตกรรมจากญี่ปุ่น

    วันอังคาร ที่ 02 กันยายน พ.ศ. 2568, 10.09 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    โตชิบาเปิดตัวหม้อหุงข้าว 2 รุ่นใหม่ ตอบโจทย์ทั้งรสชาติและสุขภาพ
    ด้วยนวัตกรรมจากญี่ปุ่น

    โตชิบา ผู้นำด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพจากญี่ปุ่น เดินหน้านำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ด้วยการเปิดตัวหม้อหุงข้าวดิจิทัล 2 รุ่นล่าสุด ได้แก่ RC-18VXWTH และ RC-18DRVTH(H) ซึ่งได้รับการออกแบบให้สอดรับกับความต้องการของผู้ใช้ที่หลากหลาย ทั้งในด้านรสชาติ ประสิทธิภาพ สุขภาพ และความสะดวกในการใช้งาน

    รุ่น RC-18VXWTH ถือเป็นหม้อหุงข้าวเรือธงที่มาพร้อมเทคโนโลยี Induction Heating (IH) และระบบสุญญากาศอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของโตชิบา โดยเทคโนโลยีสุญญากาศช่วยดูดอากาศจากเมล็ดข้าวออกก่อนการหุง ทำให้ข้าวสามารถดูดซึมน้ำได้รวดเร็วและทั่วถึง จึงลดเวลาในการแช่ข้าว จากนั้นหม้อจะเริ่มเพิ่มความร้อนช้าๆ และเพิ่มความ ร้อนสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เนื้อข้าวที่หุงเสร็จแล้วมีความนุ่มฟู ชุ่มฉ่ำ และหอมหวานยิ่งขึ้น หม้อชั้นในผลิตจากวัสดุ Binchotan Kamado ความหนาก้นหม้อ 7 มิลลิเมตรและโค้งมน 60 องศาสร้างการหมุนเวียนความร้อนที่ทรงพลัง ภายนอกเคลือบผิวอินฟราเรดเพื่อสะท้อนและกระจายความร้อน ผนวกกำลังกับวัสดุภายในที่เคลือบไทเท เนียมเพชรที่ช่วยในการนำและกระจายความร้อนอย่างสม่ำเสมอ จึงมั่นใจในรสชาติของทุกอณูเมล็ดข้าว พร้อมฟังก์ชันควบคุมแรงดันอัจฉริยะที่ช่วยดึงรสชาติ ความหนึบ และความหอมออกมาได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็มีดีไซน์เรียบหรูสไตล์ญี่ปุ่นและแผงควบคุมที่ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีการหุงข้าวระดับพรีเมียม

    ในขณะที่รุ่น RC-18DRVTH(H) ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความคุ้มค่า ด้วยหม้อชั้นในเคลือบ Binchotan หนา 3.1 มิลลิเมตร พร้อมชั้นทองแดงและเซรามิกที่ช่วยเก็บและกระจายความร้อนได้ดี อีกทั้งยังทนทานต่อการขีดข่วนและไม่ทิ้งรอย ตัวเครื่องทำงานด้วยระบบ 3D Heating ให้ความร้อนจากสามทิศทาง ทำให้ข้าวสุกทั่วถึงอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังควบคุมอุณหภูมิการหุงให้อยู่ในช่วง 60–70 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับความร้อนที่ช่วยกระตุ้นเอนไซม์ในเมล็ดข้าวให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ช่วยให้ข้าวมีรสชาติหวานกลมกล่อมยิ่งขึ้น โดยจากการทดสอบภายในพบว่ารสหวานของข้าวเพิ่มขึ้น รุ่นนี้ยังมีฟังก์ชันตั้งเวลาหุงล่วงหน้าและอุ่นข้าวได้นานถึง 24 ชั่วโมง พร้อมด้วยระบบยับยั้งแบคทีเรียที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับทุกครอบครัว

    ทั้งสองรุ่นนี้ถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับรสชาติอาหารอย่างลึกซึ้ง หรือผู้ใช้งานทั่วไปที่มองหาความสะดวก ความปลอดภัย และความคุ้มค่าในหนึ่งเดียว หม้อหุงข้าว RC-18VXWTH และ RC‑18DRVTH(H) มาพร้อมการรับประกันตัวเครื่องนาน 2 ปี และการรับประกันชุดทำความร้อนนานถึง 5 ปี ด้วยแนวคิดที่ผสานระหว่างนวัตกรรม เทคโนโลยี และคุณภาพชีวิต โตชิบายังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถยกระดับมาตรฐานของทุกมื้อข้าวในครัวเรือนไทย ให้ทั้งอร่อยขึ้น สุขภาพดีขึ้น และสะดวกมากขึ้นอย่างแท้จริง

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/444768&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Y6PuQbf74fNb3YCqbJTDI