Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • สจด. จัดการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “ทักษะการป้องกันตัวจากผู้ร้ายมีอาวุธในที่สาธารณะ” — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. จัดการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “ทักษะการป้องกันตัวจากผู้ร้ายมีอาวุธในที่สาธารณะ” — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. จัดการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “ทักษะการป้องกันตัวจากผู้ร้ายมีอาวุธในที่สาธารณะ”

    เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ที่ห้องประชุมสิรินธรพัฒนวิทย์ ชั้น 4 อาคาร 605 สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา หน่วยโรงเรียนความปลอดภัย ร่วมกับ กิจการนักเรียน นักศึกษา โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาจัดการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “ทักษะการป้องกันตัวจากผู้ร้ายมีอาวุธในที่สาธารณะ” โดยได้รับเกียรติวิทยากรเชี่ยวชาญพิเศษจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ บรรยาย พ.ต.ท.สัญญา รัตนไพวงศ์ อาจารย์ (สบ.3) ร.ต.อ.ภาณุพงษ์ ภู่ทอง อาจารย์ (สบ.1) กพล.ศฝต. และ ร.ต.อ.พลศิลฏ์ อินทานนท์ อาจารย์ (สบ.1) กพล.ศฝต. โดยมีนักเรียน ระดับปวช. ชั้นปีที่ 2 จำนวน 50 คน เข้าร่วมฟังบรรยาย เพื่อเป็นแนวทางในการเอาตัวรอดเมื่อเจอเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดยสรุปแนะนำแนวทาง ข้อควรปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง และโดยเร็วที่สุด ดังนี้ คือการหลบหนี การหลบซ่อน และการต่อสู้ เป็นต้น

    ชาติภักดิ์/ข่าว

    สจด. จัดการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ
    สจด. จัดการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ
    สจด. จัดการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ
    สจด. จัดการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/115197/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tImIPqEBzE8Pl-lPHKaWl

  • คนชอบเที่ยวอุทยานต้องรู้ เริ่มต.ค.68 ใช้ระบบ E-ticket

    คนชอบเที่ยวอุทยานต้องรู้ เริ่มต.ค.68 ใช้ระบบ E-ticket

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/agriculture-54&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VaekTCrVgSsZiTBYMxQRG

  • เศรษฐศาสตร์วันหยุด : 4โจทย์เศรษฐกิจที่รัฐบาลต้องเจอ ต้องหาคนที่รู้จริงมาแก้

    เศรษฐศาสตร์วันหยุด : 4โจทย์เศรษฐกิจที่รัฐบาลต้องเจอ ต้องหาคนที่รู้จริงมาแก้

    วันอาทิตย์ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

    เมื่อประเทศไทย…ได้รัฐบาลใหม่แล้ว ได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 แล้ว…แม้อาจจะมีเวลาเพียงแค่ 6 เดือนที่ได้บริหารประเทศ…แต่ช่วงเวลาที่มีในมือ ประชาชนก็ยังหวังมากๆ ที่จะให้รัฐบาลเข้ามาเร่งทำเรื่องปัญหาเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้…

    แล้วถ้าถามว่าในช่วงเวลาต่อจากนี้เศรษฐกิจไทยจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง…1.ภาคส่งออกสูญเสียแรงขับเคลื่อน การส่งออกที่เติบโตสูงในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 (+15.0% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน) ส่วนใหญ่มาจากการเร่งสะสมสินค้าล่วงหน้า (Front-loaded exports) ก่อนที่สหรัฐฯจะขึ้นอัตราภาษีนำเข้า แต่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 คาดว่าแรงส่งดังกล่าวจะลดลงอย่างรุนแรง จากการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯต่อสินค้าไทยในอัตรา 19% และเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มอ่อนแรงลง จะส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศและกิจกรรมในภาคการผลิตทั่วโลก

    2.การลงทุนภาคเอกชนเผชิญความท้าทายที่เพิ่มขึ้น แม้การลงทุนภาคเอกชนในไตรมาส 2 จะกลับมาขยายตัวได้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส (+4.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานที่ต่ำในปี 2567 และการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้นจากการเร่งส่งออกล่วงหน้า แต่แรงส่งดังกล่าวอาจขาดความต่อเนื่อง โดยทั้งปี 2568 คาดว่าการลงทุนภาคเอกชนจะเติบโตในระดับต่ำที่ 0.9% แม้ยังพอมีปัจจัยบวกอยู่บ้างจากการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กของภาครัฐ วงเงิน 8.5 หมื่นล้านบาท แต่การลงทุนภาคเอกชนยังมีความเปราะบางอยู่ จากปัจจัยลบจากความกังวลเรื่องความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ ความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ล่าช้ากว่าคาด และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

    3.ภาคท่องเที่ยวมีแนวโน้มหดตัวเป็นปีแรกหลังฟื้นตัวจากโควิด ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 นี้ มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 21.9 ล้านคน ลดลง 7.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการลดลงอย่างมากของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการฟื้นตัวเพียง 40% เมื่อเทียบกับระดับก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิด เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในภูมิภาค โดยเฉพาะเวียดนาม

    4.การบริโภคภาคเอกชนถูกกดดันโดยหลายปัจจัย แม้การบริโภคจะได้แรงหนุนจากนโยบายบางส่วนของภาครัฐ อาทิ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ และนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น ผ่านการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่ผลเชิงบวกอาจมีจำกัด เนื่องจากปัญหาเชิงโครงสร้างและปัจจัยฉุดรั้งต่างๆ ทั้งผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่มีต่อการจ้างงานและรายได้ครัวเรือน รายได้เกษตรกรที่ลดลง เนื่องจากราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ซบเซาต่อเนื่อง การบริโภคในช่วงที่เหลือของปีจึงมีแนวโน้มเติบโตต่ำ

    4 เรื่องที่กล่าวมาข้างต้นในเวลาที่มีอยู่ของรัฐบาล แม้จะแก้ปัญหาถึงแก่นของปัญหาไม่ได้ แต่ถ้าทำได้ถูกวิธี และชาญฉลาดพอ ก็พอจะประคับประคองกันไปได้…ดังนั้นโจทย์แรกเลยคือ…รัฐมนตรีในกระทรวงเศรษฐกิจ…ต้องถูกฝาถูกตัว…ไม่ใช่แต่งตั้งตามโควตาทางการเมือง…

    พงษ์พันธุ์

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/914083&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0meJJatVXgmBMsL7JcszkU

  • มหาดไทยยกระดับภูมิปัญญาผ้า-หัตถกรรมไทย ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    มหาดไทยยกระดับภูมิปัญญาผ้า-หัตถกรรมไทย ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    มหาดไทยยกระดับภูมิปัญญาผ้า-หัตถกรรมไทย ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    นายขจร ศรีชวโนทัย  รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับและพัฒนามรดกภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทย เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนางานหัตถกรรมไทยให้คงอยู่และก้าวไกลอย่างยั่งยืน

    ทั้งนี้ เพื่อทำให้ผ้าไทยเป็นที่นิยมในทุกเพศทุกวัย สร้างรายได้และความเข้มแข็งแก่ชุมชน โดยผ่านการประชุมการประชุมเชิงปฏิบัติการ ซึ่งจะมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านผ้าและหัตถศิลป์ไทยถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ 

    และแนวทางปฏิบัติให้แก่ผู้เข้าร่วม เพื่อร่วมกันสืบสาน รักษา และต่อยอดภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทยในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านการออกแบบ การผลิต และการต่อยอดเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้สอดคล้องกับความต้องการในยุคสมัย และสามารถยืนหยัดในระดับนานาชาติ

    มหาดไทยยกระดับภูมิปัญญาผ้า-หัตถกรรมไทย ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    สำหรับการดำเนินการดังกล่าวนั้น เป็นไปตามพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ซึ่งทรงมีพระวิริยะอุตสาหะในการสนองงานและแบ่งเบาพระราชภารกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการสืบสาน รักษา 

    และต่อยอดพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

    นายขจร กล่าวอีกว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงมีแนวพระดำริผ้าไทยใส่ให้สนุก ซึ่งเป็นการผสมผสานความงดงามของผ้าไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นเข้ากับมุมมองด้านแฟชั่นร่วมสมัย ทำให้ผ้าไทยเป็นที่นิยมในทุกเพศทุกวัย สร้างรายได้และความเข้มแข็งแก่ชุมชน  

    อีกทั้งพระองค์ยังได้พระราชทานลายผ้าหลากหลายลาย เช่น ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา ผ้าลายดอกรักราชกัญญา ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์ 

    รวมถึงทรงพระราชทานเครื่องหมายรับรองสินค้าแฟชั่นและหัตถกรรมพระราชทาน Sustainable Fashion แฟชั่นแห่งความยั่งยืน แก่ช่างฝีมือที่ผลิตงานหัตถกรรมโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ซึ่งสะท้อนถึงสายพระเนตรอันยาวไกลและพระประสงค์ที่จะให้ผ้าไทยและหัตถกรรมไทยก้าวสู่สากลอย่างมั่นคง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/638774&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16pFhFPrQiaNe2cY37Jysw

  • สุดคึกคัก รมช.มนพร ส่งเสริมจัดงาน ‘ประชันความแซ่บ หมูหัน ส่งเสริมอาชีพปรุงเมนูเด็ดประจำถิ่น เที่ยวบุญแข่งเรือกีบ ต.ท่าจำปา ท่าอุเทน นครพนม’

    สุดคึกคัก รมช.มนพร ส่งเสริมจัดงาน ‘ประชันความแซ่บ หมูหัน ส่งเสริมอาชีพปรุงเมนูเด็ดประจำถิ่น เที่ยวบุญแข่งเรือกีบ ต.ท่าจำปา ท่าอุเทน นครพนม’

    ‘มนพร เจริญศรี’ รมช.คมนาคม ร่วมสนับสนุนส่งเสริม จัดงาน ประชันความแซ่บ หมูหัน ส่งเสริมอาชีพ ปรุงเมนูเด็ดประจำถิ่น เที่ยวบุญแข่งเรือกีบหาปลา ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน นครพนม กระตุ้น เศรษฐกิจ การค้าการท่องเที่ยว ในชุมชน”

    วันนี้ (13 กันยายน 2568) นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม สส.เขต 2 นครพนม พร้อมด้วย นายชินวัต ทองปรีชา นายอำเภอท่าอุเทน นครพนม นายจำรัส ตักโพธิ์ นายก อบต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน นครพนม รวมถึงผู้นำชุมชนท้องถิ่น ตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมกันส่งเสริมจัดงานประเพณีแข่งขันเรือกีบหาปลา ประจำปี 2568 ซึ่งภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมแข่งขันปรุงอาหารเมนูเด็ดประจำถิ่น ประชันความแซ่บ หมูหัน รวมถึงแข่งขันการปรุงเมนูเด็ด ของอาหารประจำถิ่นจากภูมิปัญญาชาวบ้าน จากกลุ่มแม่บ้าน 16 ชุมชน โชว์ความสามารถในการปรุงมนูเด็ดอีสานพื้นบ้าน ประกอบด้วย การทำหมูหัน ปิ้งเขียดแห้ง แกงขี้เหล็ก ซุปหมากลิ้นฟ้า แกงหวาย แกงหน่อไม้ หมกหน่อไม้ อุปูนา หมกจ๊อปลา ซุปหนังเค็ม รวมถึงเมนูอีกมากมาย สร้างความประทับใจ ให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว ได้ชิมรสชาติ หลากหลายเมนูเด็ด

    สำหรับการจัดงานครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างความรัก ความสามัคคี ในชุมชน ยังได้เป็นการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมประเพณีท่องเที่ยว รวมถึงส่งเสริมสร้างอาชีพ ทำเมนูอาหารพื้นบ้าน สร้างรายได้ ให้ประชาชน มีงาน มีอาชีพ เลี้ยงครอบครัว กระตุ้น  เศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว ในชุมชน  โดยมีการจัดขึ้นทุกปี ในช่วงเทศกาลบุญเข้าพรรษา ทั้งนี้ นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม สส.เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทย ได้มอบเงินสนับสนุน กลุ่มแม่บ้านทุกชุมชน สร้างขวัญกำลังใจ และส่งเสริมการจัดงานสร้างอาชีพ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ของ จ.นครพนม

    548030793_122221103660044999_3180171131784166334_n.jpg547271613_122221103540044999_6077435112203598980_n.jpg547281359_122221103060044999_7321156933762149049_n.jpg547739784_122221102796044999_1958227772244239123_n.jpg547780761_122221102778044999_1302882293391759172_n.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://voicetv.co.th/read/28kYqypdf&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qmZJNzyhlDuvDgzlRZ6aX

  • การท่องเที่ยวสะพานเชื่อมโยงไทย-จีน

    การท่องเที่ยวสะพานเชื่อมโยงไทย-จีน

    13 ก.ย. – การท่องเที่ยวถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-จีนในระดับประชาชน คอลัมน์ “Silk Road Tide – เส้นทางสายไหม สายใยไทยจีน” วันนี้ จะพาคุณผู้ชมไปทำความรู้จักกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสัมพันธ์ไทย-จีน ผ่านการท่องเที่ยว.-สำนักข่าวไทย

    ดูข่าวเพิ่มเติม

    Top Viewed • อ่านมากสุด


    ดูทั้งหมด

    สน.บางซื่อ 12 ก.ย. – อธิการบดีมหาวิทยาลัยชื่อดัง กลายเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์ ถูกหลอกลงทุนเทรดหุ้น สูญเงินกว่า 38 ล้านบาท ตำรวจนครบาลเร่งสอบสวน อายัดเงินทันกว่า 3 ล้านบาท ขยายผลโยงบัญชีม้ากว่า 20 บัญชี จากกรณีอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ถูกเครือข่ายมิจฉาชีพหลอกลงทุน เสียหายกว่า 38 ล้านบาท พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 และ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางมาร่วมสอบปากคำผู้เสียหายด้วยตัวเอง ที่สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา พล.ต.ต.พัลลภ เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าว พนักงานธนาคารได้ตรวจพบความผิดปกติการถอนเงินจากบัญชีผู้เสียหาย แล้วโอนเงินไปยังบัญชีอื่น 3 บัญชี ซึ่งเป็นบัญชีนิติบุคคล หรือบริษัท เป็นจำนวนเงินกว่า 1 ล้าน 9 แสนบาท จึงได้อายัดไว้ก่อนและติดต่อจากศูนย์ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบไปยังผู้เสียหาย ก่อนทราบว่าผู้เสียหายได้เอาเงินไปลงทุนเทรดหุ้น พร้อมให้ผู้เสียหายตรวจสอบว่า เงินที่โอนไปลงทุนนั้นสามารถถอนออกจากบัญชีในระบบบริษัทได้หรือไม่ ปรากฏว่าผู้เสียหายไม่สามารถถอนเงินได้ เจ้าหน้าที่จึงแน่ใจว่าถูกเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง […]

    พรรคประชาธิปัตย์ 12 ก.ย.-“เฉลิมชัย” ไขก๊อกจากหัวหน้าพรรค ปชป. แบบไม่บอกกล่าว ด้าน “ชัยชนะ” ยันไม่มีขัดแย้ง ในพรรครักกันดี ไม่มีแพแตก นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ยื่นหนังสือลาออกจากหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ว่า ตนก็เพิ่งทราบข่าว โดยไม่ได้มีการบอกกล่าวล่วงหน้ามาก่อน แต่ยืนยันว่าในพรรคไม่ได้มีปัญหาขัดแย้งอะไร รักกันดี ทุกคนแต่การตัดสินใจลาออกครั้งนี้เป็นอย่างไรต้องไปถามนายเฉลิมชัยเอง แต่ยืนยันว่า หัวหน้าพรรคกรรมการบริหารพรรค ทุกคนมีความรักใคร่กันดี และตนเชื่อว่านายเฉลิมชัยก็เป็นคนหนึ่งที่รักพรรคประชาธิปัตย์ และทำงานให้กับพรรคมาโดยตลอด ซึ่งตนก็รู้สึกเสียดายและใจหายซึ่งที่ผ่านมานายเฉลิมชัย ก็ไม่ได้ส่งสัญญาณหรือบอกอะไร สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ จะดำเนินการอย่างไรนั้น นายชัยชนะกล่าวว่า ก็ต้องดำเนินการตามข้อบังคับพรรคและตามกฎหมาย โดยต้องเรียกประชุมวิสามัญ เพื่อนเลือก หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคใหม่เมื่อถามว่าบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์หลังจากนี้จะเป็นอย่างไรนั้น นายชัยชนะกล่าวว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องทำหน้าที่กันต่อไป ส่วนกรรมการบริหารพรรคก็มาเลือกคัดสรรกันใหม่ และหลังจากนี้ต้องรอดูว่าใครจะเข้ามาบริหารพรรค และกำหนดนโยบายทิศทางพรรคอย่างไร แต่ตนก็เป็นสมาชิกพรรคคนหนึ่งที่ยังยืนหยัด อยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อถามว่าการที่นายเฉลิมชัย ลาออกตอนนี้ เป็นสัญญาณอะไรหรือไม่เนื่องจาก มีไทม์ไลน์ จะยุบสภา ภายใน สี่ เดือน จะไปสังกัดพรรคอื่นหรือไม่ ได้ชัยชนะกล่าวว่าอย่ามองเช่นนั้น เพราะตนเชื่อว่านายเฉลิมชัย […]

    ทำเนียบ 12 ก.ย.- “รมต.สุชาติ​” ตั้งคณะกรรมการสอบ​เจ้าอาวาสวัดโสธรฯ​ ปม​ทรัพย์สิน​-​สีกา​ หลังถูกร้องสะพัดว่อนโซเชียล​ คาด​ไม่เกิน​ 1 สัปดาห์รู้ผล​ ย้ำให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย นายสุชาติ​ ตันเจริญ​ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเปิดเผยว่า​ มีข้อร้องเรียน ถึงพฤติกรรมของเจ้าอาวาส วัดโสธรวรารามวรวิหาร เกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติไม่ถูกต้อง เข้าข่ายกระทำความผิดพระธรรมวินัย อีกทั้งยังมีข้อมูลเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ โดยการร้องเรียนเป็นเรื่องทรัพย์สินและเรื่องสีกา ซึ่งเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ เป็นเจ้าคณะจังหวัด และเป็นพระสังฆาธิการด้วย ดังนั้นจึงต้องให้ความเป็นธรรม ทั้งกับผู้ร้องและประชาชน รวมถึงตัวเจ้าอาวาสด้วย เพราะหากไม่เป็นความจริงจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ตนจึงได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นประธาน​ ตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริงให้ปรากฏ​ โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูง​ รวมถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ​ และให้ผู้ตรวจของสำนักนายกรัฐมนตรีเข้าไปเป็นคณะกรรมการด้วย เพราะไม่ทราบว่าในโลกออนไลน์พูดเพื่อความสนุกสนานหรือไม่ แต่ยอมรับว่าตนก็ได้ยินเรื่องนี้มานาน มีเค้าโครง​ ยืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และให้ผู้ร้องสบายใจ​ แต่หากเจ้าอาวาสทำผิดก็ต้องแบบว่าไปตามระเบียบกฎหมาย และต้องแจ้งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาดำเนินการต่อไป เมื่อถามว่าวางกรอบระยะเวลาการตรวจสอบไว้เท่าใด นายสุชาติ​ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้วาง แต่คาดว่าไม่น่าจะเกิน 1 สัปดาห์ เพราะจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นพื้นที่ของตน ถ้าไม่ทำก็ไม่ได้ และตนก็เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ประชาชนเลือกมาเป็นผู้แทน […]

    เมืองทองธานี 12 ก.ย.- นายกฯ โต้ข่าว เปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา บอก ขอเป็นรัฐบาลอย่างเป็นทางการก่อน ชี้ ขั้นตอนยังมีอีกเยอะ เชื่อประชาชนเข้าใจ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสความชัดเจนในการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ทำไมข่าวออกไปอย่างนั้นก็ไม่รู้ ไปบิดเบือน เท่าที่ตนดู พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ก็ยังไม่ได้พูดอะไรชัดเจนขนาดนั้น ต้องคำนึงถึงประชาชนคนไทยเป็นหลักก่อนอยู่แล้ว เมื่อถามถึง กระแสการต่อต้านการเปิดด่าน นายกรัฐมนตรีระบุ ขอให้ตนเข้าไปรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการก่อน ตอนนี้เรายังไม่สามารถให้นโยบายอะไรได้ และการกระทำต่างๆ ยังถือว่าอยู่ภายใต้รัฐบาลปัจจุบันอยู่ ยังไม่ใช่รัฐบาลของตน เมื่อถามต่อว่า ท่าทีของ พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาค 2 และ พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ที่คัดค้านการเปิดด่าน เพราะอาจจะเป็นการส่งเสริมบ่อนการพนันและสแกมเมอร์ นายอนุทิน กล่าวว่า เท่าที่ตนทราบไม่ได้อยู่ดี ๆ จะไปเปิดด่านได้เลย เพราะต้องมีการบรรลุข้อตกลงอะไรอีกเยอะแยะ เมื่อปฏิบัติ ซึ่งต้องรอคณะรัฐบาลของตนเข้าปฏิบัติที่อย่างเป็นทางการก่อน ตอนนี้ตนยังไม่สามารถไปสั่งการหรือให้นโยบายอะไรได้ เมื่อถามว่า […]

    ข่าวแนะนำ


    วันเกิดอนุทิน

    พรรคภูมิใจไทย 13 ก.ย.- แกนนำรัฐบาล ร่วมเบิร์ธเดย์ 59 ปี “อนุทิน” ชื่นมื่น สส.อวยพร หลังเลือกตั้งขอให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีก 4 ปี พรรคภูมิใจไทยจัดงานวันเกิดครบรอบ 59 ปี ให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยมีพรรคร่วมรัฐบาล อาทิ พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม, นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ บุตรชายนายสันติ, พิพัฒน์ รัชกิจประการ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงบุคคลในครอบครัว เช่น ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา, เศรณี และนัยน์ภัค ชาญวีรกูล บุตรชายและบุตรสาวของนายอนุทิน, ไตรศุลี ไตรสรณกุล อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ร่วมร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์และเป่าเค้ก […]

    Nepal President and Interim Prime Minister

    กาฐมาณฑุ 13 ก.ย.- ทำเนียบประธานาธิบดีเนปาลออกแถลงการณ์เมื่อค่ำวันศุกร์ว่า ประธานาธิบดีได้ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร และกำหนดให้จัดการเลือกตั้งในวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569 หลังจากที่ได้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเฉพาะกาลที่เป็นผู้หญิงคนแรกของประเทศ ประธานาธิบดีรามจันทระ เปาเฑลของเนปาลสั่งยุบสภาและให้จัดการเลือกตั้งใหม่ดังกล่าว โดยก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมงเพิ่งแต่งตั้งนางสุชีลา การ์กี วัย 73 ปี อดีตประธานศาลฎีกา เป็นนายกรัฐมนตรีเฉพาะกาลที่เป็นผู้หญิงคนแรกของประเทศ หลังจากที่ได้เจรจาหารือกันอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 2 วัน กับผู้บัญชาการทหารบกและแกนนำผู้ประท้วงกลุ่มเจเนอเรชันซีหรือเจนซี (Gen Z) เพื่อเดินหน้าประเทศที่เกิดการลุกฮือครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายปี มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 51 คน ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 1,300 คน มีการเผาอาคารรัฐสภา ที่ทำการรัฐบาล และบ้านพักนักการเมือง ทำให้นายกรัฐมนตรีเค.พี. ชาร์มา โอลี ต้องลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 9 กันยายน ด้านนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีของอินเดียที่มีพรมแดนทางตะวันออกเฉียงเหนือติดกับเนปาล โพสต์เอ็กซ์ (X) แสดงความยินดีอย่างจริงใจต่อนางการ์กีที่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลเฉพาะกาลเนปาล และว่าอินเดียมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยมต่อสันติภาพ ความก้าวหน้า และความรุ่งเรืองของพี่น้องชาวเนปาล การประท้วงในเนปาลปะทุขึ้นในกรุงกาฐมาณฑุแล้วลุกลามไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็วเมื่อวันที่ 8 กันยายน ชนวนเหตุเกิดจากการที่รัฐบาลสั่งห้ามการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งไปโหมกระพือกระแสความไม่พอใจเรื่องความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมในประเทศที่ตกอยู่ในภาวะไร้เสถียรภาพตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบกษัตริย์เป็นสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยในปี 2551 […]

    พรรคภูมิใจไทย 13 ก.ย.-“อนุทิน” เข้าพรรคภูมิใจไทย วันเกิด นำคุย ว่าที่ รมต. หารือกรอบนโยบาย ก่อนแถลงต่อสภาฯ ขณะที่ภาคเอกชน-นักการเมือง-ข้าราชการ ส่งดอกไม้อวยพรวันเกิด ครบ 59 ปี บรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทย เวลา 14.15 น. นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ส่งแจกันดอกไม้สีฟ้า-ขาว มาร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิด ครบ 59 ปี ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขณะที่ตั้งแต่ช่วงบ่ายยังมีบรรดานักการเมือง ข้าราชการ และภาคเอกชน ส่งดอกไม้อวยพรวันเกิดและแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก อาทิ นายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในสมัยรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร พลเอกเทพพงษ์ ทิพยจันทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม นายกร ทัพพะรังสี อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย นอกจากนี้ยังมีแจกันดอกไม้ที่ส่งมาอวยพรนายอนุทิน ทั้งส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรฯ […]

    กทม. 13 ก.ย.-ธปท. เรียกถกผู้ค้าทองรายใหญ่ 13 ราย หารือจันทร์นี้ หลัง กกร.ตั้งข้อสังเกตส่งออกทองคำไปกัมพูชาพุ่งสูงผิดปกติ กรณีนายเกรียงไกร เธียรนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เผยว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชนสามสถาบัน (กกร.) ได้ทำการตรวจสอบหาสาเหตุที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าแรงผิดปกติ สวนทางเศรษฐกิจปัจจุบัน จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบความผิดปกติของการส่งออกทองคำไปกัมพูชา มีตัวเลขสูงผิดปกติ ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งสาเหตุที่ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่านั้น ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เรียกด่วนผู้ค้าทองรายใหญ่ 13 ราย เพื่อหารือถึงประเด็นดังกล่าวในวันที่ 15 ก.ย.นี้ ด้านวงในให้จับตา “ทองคำ” ช่องโหว่เศรษฐกิจ เหตุเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีหน่วยงานกำกับดูแล จนกระทรวงการคลัง-แบงก์ชาติ ต้องถกหาวิธีดูแลธุรกรรมทองคำเพื่อปิดช่องฟอกเงิน เผย 7 เดือนไทยส่งออกทองไปกัมพูชาแล้วกว่า 71,800 ล้านบาท ทั้งนี้ การส่งออกทองคำของไทยที่อยู่ในหมวดอัญมณีและเครื่องประดับ ระหว่างเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 ตามตัวเลขของสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) พบว่าไทยมีการส่งออกไปยังกัมพูชาอยู่ในอันดับ 3 รองจากการส่งออกไปยังสวิตเซอร์แลนด์ และอินเดีย ซึ่งเป็นแหล่งค้าทองคำที่สำคัญของโลก โดยตัวเลขการส่งออกไปยังกัมพูชา 7 เดือนแรกของปี 2568 […]

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/world-1585368&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3prIMGhq5ONN_61EJHP_qM

  • หลักสูตร Non-degree SPU ศึกษาดูงาน ศึกษาดูงาน ณ บริษัท เจ.ไอ.บี. คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป จำกัด – วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน

    หลักสูตร Non-degree SPU ศึกษาดูงาน ศึกษาดูงาน ณ บริษัท เจ.ไอ.บี. คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป จำกัด – วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน

    13 กันยายน 2568  ผู้เข้าอบรม หลักสูตร Non-Degree ระบบผสมผสานสมองกลอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและหุ่นยนต์เคลื่อนที่ในคลังสินค้า”  รุ่นที่ 1 ได้มีโอกาส ศึกษาดูงาน ณ บริษัท เจ.ไอ.บี. คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป จำกัด (สำนักงานใหญ่) เพื่อเรียนรู้การจัดการ ในกระบวนการจัดการคลังสินค้า 

    กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้เชิงปฏิบัติจริง (Experiential Learning) ที่ช่วยเสริมสร้างทักษะให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปต่อยอด และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และซัพพลายเชนยุคดิจิทัล 

     ขอขอบคุณ บริษัท เจ.ไอ.บี. คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ที่ให้การต้อนรับและแบ่งปันประสบการณ์อย่างอบอุ่น

    #SPULogistics #NonDegree #SmartWarehouse  #เรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/fac/logistics/2025/09/13/non-degree-spu-jib/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0XbsoTwfazIEoM-4AUAqbe

  • ชงไอเดียจูงใจประชาชนลด NCDs เสนอรัฐอุดหนุน ‘ฟิตเนส’ คนละครึ่ง สร้างสภาพแวดล้อมลดโรคไม่ติดต่อ

    ชงไอเดียจูงใจประชาชนลด NCDs เสนอรัฐอุดหนุน ‘ฟิตเนส’ คนละครึ่ง สร้างสภาพแวดล้อมลดโรคไม่ติดต่อ

    สช. จัดประชุมคณะกรรมการฯ ขับเคลื่อนการสร้างสภาวะแวดล้อมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ “NCDs” ด้วยมาตรการเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม-กลไกการคลัง-เครดิตทางสังคม “นพ.โสภณ” มองแนวทางผนึกมาตรการรัฐ “คนละครึ่ง-หวยเกษียณ” ออกแบบเป็นเครื่องมือกระตุ้นประชาชนเปลี่ยนพฤติกรรมทางสุขภาพ หนุนท้องถิ่น-ชุมชน เดินหน้าหานวัตกรรมการทำงาน มุ่งให้ผู้คนลดน้ำหนัก เพิ่มการออกกำลังกาย

    เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2568 สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดการประชุมคณะกรรมการพัฒนานโยบายสาธารณะว่าด้วยการสานพลังสร้างสภาวะแวดล้อมทางกายภาพและสังคมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ 1/2568 โดยมี นพ.โสภณ เมฆธน เป็นประธาน เพื่อร่วมกันหารือถึงความคืบหน้าและแนวทางในการลดโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ตามมติสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นฯ ที่มุ่งสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนํามติไปขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อส่งเสริมการสร้างสภาวะแวดล้อมทางกายภาพและทางสังคมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ หรือ NCDs Ecosystem

    สำหรับแผน NCDs Ecosystem มีกรอบทิศทางนโยบายในการใช้มาตรการ 3:5:5 เพื่อลดโรค NCDs ประกอบด้วย 3 กลไกสร้างแรงจูงใจ” 1. เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม 2. กลไกการคลัง 3. เครดิตทางสังคม ร่วมกับ 5 มาตรการหลัก” 1. จัดระเบียบ ลดการเข้าถึงสินค้าทำลายสุขภาพ 2. ส่งเสริมการผลิตและเข้าถึงสินค้าดีต่อสุขภาพ 3. สร้างสิ่งแวดล้อมเอื้อต่อสุขภาพ 4. สื่อสาร-จำกัดการโฆษณา ส่งเสริมความรอบรู้สุขภาพ 5. สร้างประสบการณ์ พัฒนาศักยภาพคน ภายใต้ 5 ระบบและกลไกหนุนเสริม” 1. เครื่องมือนโยบาย มาตรฐาน 2. นวัตกรรม โมเดล การขยายผลเชิงระบบ 3. ระบบเฝ้าระวัง บังคับใช้กฎหมาย 4. ระบบกำกับ ติดตาม ประเมินผล 5. ระบบบริหาร ตัดสินใจ และสนับสนุนการลงทุน

    นพ.โสภณ เปิดเผยว่า ปัจจัยของการลดโรค NCDs ต้องมุ่งความสำคัญในสองเรื่อง ได้แก่ การลดน้ำหนักควบคู่กับการออกกำลังกาย เรื่องนี้สามารถขับเคลื่อนได้ทั้งสองระดับคือในระดับนโยบายส่วนกลาง ที่ต้องแสวงหามาตรการหรือนวัตกรรมเข้ามาช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงในภาพกว้าง กับอีกส่วนคือการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นในระดับท้องถิ่น หน่วยงาน องค์กร หรือชุมชน ที่จะนำเครื่องมือหรือนวัตกรรมที่เกิดขึ้นไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับบริบทของแต่ละแห่ง

    นพ.โสภณ กล่าวว่า ในระดับนโยบายตัวอย่างเช่น หากปัจจุบันมีการพูดถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการ “คนละครึ่ง” เราจะนำมากระตุ้นการออกกำลังกายด้วยได้หรือไม่ เมื่อประชาชนไปสมัครฟิตเนสแล้วรัฐช่วยออกให้อีกส่วนแบบนี้เป็นต้น ซึ่งบางองค์กรเอกชนก็มีการทำในลักษณะนี้ หรือ “หวยเกษียณ” ที่เป็นการออมเงินและลุ้นรางวัล ถ้าเอามาใช้กับกิจกรรมทางกายภาพ เดินออกกำลังกายสะสมเป็นแคลอรีเครดิตแล้วมาลุ้นรางวัลได้ เหล่านี้คือกลไกที่สามารถออกแบบมาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างสภาวะแวดล้อมเพื่อลดโรค NCDs

    ขณะเดียวกันในระดับพื้นที่เอง ก็สามารถดำเนินเป็นนโยบายของท้องถิ่น ตัวอย่างเช่นกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ใช้กลไกภาษีที่ดินกระตุ้นให้ภาคเอกชนนำที่ดินเปล่ารกร้างมาให้ กทม. ทำสวน 15 นาที เป็นการปรับสภาพแวดล้อมที่ช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางกาย (Physical Activity: PA) หรือบางจังหวัดนำเครื่องมือ Calories Credit Challenge (CCC) ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไปสร้างแรงจูงใจให้คนออกกำลังกาย เป็นต้น นอกจากนี้อีกส่วนสำคัญคือพัฒนาระบบฐานข้อมูล Big Data รวมถึงระบบการกำกับ ติดตาม ประเมินผล เพื่อที่จะสามารถชี้วัดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางสุขภาพของประชาชนได้

    “สำหรับรัฐบาลใหม่ นายกรัฐมนตรีเองก็เคยเป็น รมว.สาธารณสุข เชื่อว่าท่านรู้ว่าคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ มาตรการอะไรที่ดีและตรงกับนโยบายของท่าน ก็น่าจะถูกดึงไปขับเคลื่อนได้ในเร็ววัน ซึ่งก็ต้องรอติดตามกันต่อไป แต่ความจริงแล้วเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องรอให้มีนโยบายระดับประเทศออกมาเท่านั้น เพราะในระดับจังหวัด องค์กร ชุมชน ล้วนสามารถเดินหน้าทำในภาพของแต่ละแห่งไปได้เลย มีอะไรเป็นนวัตกรรม รูปแบบการขับเคลื่อนที่ดี ก็สามารถนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขยายไปด้วยกัน” นพ.โสภณ กล่าว

    ทั้งนี้ ภายในที่ประชุมดังกล่าวได้มีการนำเสนอถึงความคืบหน้าในการขับเคลื่อน NCDs ของภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันร่าง พ.ร.บ.โรคไม่ติดต่อ พ.ศ. … ซึ่งปัจจุบันยังไม่ผ่านเข้า ครม. จึงต้องรอเสนอในโอกาสถัดไป, การนำมาตรการจูงใจทางภาษีเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายภายในประเทศไทย ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการศึกษาทางวิชาการเพิ่มเติม, การส่งเสริมบทบาทภาคธุรกิจเอกชน โดย สช. ได้หารือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ถึงการบูรณาการมิติด้านสุขภาพเข้ากับเกณฑ์ Environment Social Governance (ESG) ซึ่งจะมีการศึกษาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางการผนวกเข้าในเกณฑ์ใหม่ที่ ตลท. จะใช้ในปีหน้า รวมถึงจะมีการประสานความร่วมมือกับสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ในการผนวกมิติสุขภาพกับหลักสูตรการจัดฝึกอบรมให้กับผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจเอกชนต่างๆ

    นอกจากนี้ยังมีความคืบหน้าของการดำเนินงานขับเคลื่อน “NCDs Ecosystem” และมาตรการ 3:5:5 ใน 8 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ น่าน ชัยนาท ตราด กาญจนบุรี มหาสารคาม หนองบัวลำภู สุราษฎร์ธานี และยะลา ซึ่งพบว่าแต่ละแห่งมีกิจกรรมเด่นๆ เช่น การปรับพฤติกรรมด้านอาหาร ขยายกิจกรรมสุขภาพสู่โรงเรียนและชุมชน, โครงการตื่นเค็ม ลดเค็มในบ้าน วัด ร้านค้า, โครงการเต้นแลกแต้ม 21 วัน ฯลฯ โดยจากการถอดบทเรียนพบว่าการแก้ไขปัญหา NCDs ต้องไม่หยุดที่การรณรงค์พฤติกรรมรายบุคคล แต่ต้องสร้างสภาพแวดล้อม นโยบาย รวมถึงระบบสนับสนุน

    นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ภารกิจการขับเคลื่อนงานด้าน NCDs ของ สช. และภาคีเครือข่ายขณะนี้ นอกจากการเดินหน้าผลักดันตามมติสมัชชาสุขภาพฯ เพื่อให้เกิดผลตามโรดแมปแล้ว อีกส่วนหนึ่งยังเป็นการนำนวัตกรรมในระดับพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนเบาหวานวิทยา ชุมชนอ่อนหวาน ฯลฯ ซึ่งเป็นตัวอย่างรูปธรรมของการทำงาน มายกระดับเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายใหม่ที่ คสช. สามารถนำเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้เกิดการดำเนินงานกับหน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่ได้

    “เรามองว่า NCDs เป็นปัญหาร่วมของสังคม จะให้แก้ฝ่ายใดฝ่ายเดียวคงสำเร็จยาก ภาคสาธารณสุขเองก็ขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องการกำลังของทุกส่วนเข้ามาช่วยกัน ดังนั้นทาง สช. จึงกำลังหารือร่วมกับสภาพัฒน์ ในการนำประเด็นนี้เข้าสู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำ เพื่อให้เรื่องนี้กลายเป็นแผนระดับชาติ ซึ่งจะมีโอกาสทำให้การขับเคลื่อนเชิงนโยบาย และในทางปฏิบัติได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่” นายสุทธิพงษ์ กล่าว

    นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ภายในงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 18 ซึ่ง สช. และภาคีเครือข่ายกำลังจะจัดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 27-28 พ.ย. 2568 ณ อิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี ยังได้เตรียมที่จะมีการนำเสนอรูปธรรมของมาตรการสร้าง NCDs Ecosystem ทั้งระดับนโยบายและระดับพื้นที่ ผลกระทบของภูมิรัฐศาสตร์ต่อระบบสุขภาพไทย รวมไปถึงการสื่อสารทำความเข้าใจสังคมต่อแนวคิด NCDs Ecosystem ภายในกิจกรรม “ตลาดนัดนโยบายสาธารณะ” ซึ่งเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนและหารือการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะต่างๆ ที่จะมีขึ้นในงานด้วยเช่นกัน

    ด้าน นายสมเกียรติ พิทักษ์กมลพร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า นอกจากนี้ทาง สช. ยังได้มีการหารือร่วมกับทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ถึงแนวทางการใช้งบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (กปท.) เพื่อดำเนินงานในเรื่องของ NCDs ว่าจะสามารถนำไปใช้ในกระบวนการจัดทำธรรมนูญสุขภาพระดับท้องถิ่น เป็นธรรมนูญในด้านของ NCDs โดยเฉพาะได้หรือไม่ ซึ่งหากทำได้ก็จะช่วยผลักดันให้ท้องถิ่นเข้ามาจัดการกับ NCDs ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/956811&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KyZGRRwqC4ikRUjfr33gn

  • “สวน อบจ. เชียงใหม่” พิกัดเช็กอินติดเทรนด์ ห้ามพลาด

    “สวน อบจ. เชียงใหม่” พิกัดเช็กอินติดเทรนด์ ห้ามพลาด

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/ZkzRZNoq5Ybk&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3uG4qD27cOc9_lOBwUPgUv

  • ภาคธุรกิจจ่อพบนายกฯ ชงข้อเสนอ 8 เดือน เดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจ-กระตุ้นการใช้จ่าย

    ภาคธุรกิจจ่อพบนายกฯ ชงข้อเสนอ 8 เดือน เดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจ-กระตุ้นการใช้จ่าย

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้ารวบรวมปัญหาภาคธรุกิจที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยแก้ไขและข้อเสนอแนะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ที่สามารถได้ผลลัพธ์เป็นรูปธรรมในระยะสั้น ว่า ขณะนี้ได้มีหอการค้าต่างประเทศในไทย และสมาชิกหอการค้าไทยทั่วประเทศ รวมถึงสมาคมการค้าที่เป็นสมาชิกหอการค้าไทย ได้จัดส่งแบบสอบถามมายังหอการค้ากลางแล้ว กำลังคัดกรองข้อเสนอและจัดทำเป็นเอกสาร โดยให้ได้ข้อสรุปเบื้องต้นในวันที่ 15 กันยายนนี้ จากนั้นคณะกรรมการจะตรวจสอบในรายละเอียดอีกครั้ง เพื่อเสนอนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมขอเข้าพบเพื่อหารือในประเด็นต่างๆ

    สำหรับข้อเสนอจะทำเป็น 4 เดือนระยะแรกที่เข้าบริหารประเทศ และ 4 เดือนในช่วงเลือกตั้งถึงการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่ รวม 8 เดือน ที่เราเตรียมข้อเสนอ ซึ่งประเด็นหลักๆ ที่จะนำเสนอคือ เร่งรัดและความต่อเนื่องในเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐ อย่าให้ล่าช้าหรือสะดุด ในระยะ 8 เดือนจากนี้ รวมถึงเจรจาต่อเนื่องทั้งรายละเอียดต่อจากภาษีตอบโต้นำเข้าของสหรัฐฯ และการเจรจาเอฟทีเอ โดยเฉพาะเอฟทีเอไทย-อียู เราจะเสนอให้เห็นว่า 4 เดือนระยะสั้น ควรทำอะไรฟื้นเศรษฐกิจและกำลังใช้จ่าย ระยะต่อไปอีก 4 เดือนจากนั้น ต้องวางฐานอย่างไรที่จะไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นใช้จ่ายและเศรษฐกิจกลับมาซึมตัวอีกครั้ง โดยจะขอเข้าพบทันที หลังคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนปฏิบัติหน้าที่

    ทั้งนี้ ในวันจันทร์ที่ 15 กันยายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปประชุมหารือแนวทางความร่วมมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดย ส.อ.ท. จะขอฟังนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย ของนายกรัฐมนตรี จากนั้น ส.อ.ท. จะรายงานสถานการณ์และเปิดหารือถึงแนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมและมาตรการช่วยเหลือ ในประเด็น 1. ความท้าทายของภาคอุตสาหกรรมไทยและนโยบายการขับเคลื่อนของ ส.อ.ท. ภายใต้นโยบาย 4GO 2. การเตรียมความพร้อมรับมือจากมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 3. แนวทางการแก้ไขสินค้าทุ่มตลาดและสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน 4. การแก้ไขปัญหาสภาพคล่องและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs 5. แนวทางการแก้ไขปัญหาการค้าชายแดนและมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ และ ความกังวลต่อสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9680000087815&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1NWl8mkJQRuqis2kxCi9_a