Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • นักวิชาการชี้ ‘แลนด์บริดจ์’ ไทย เสี่ยงขาดทุนล้านล้าน สศช.-สนข.เห็นต่างหนัก

    นักวิชาการชี้ ‘แลนด์บริดจ์’ ไทย เสี่ยงขาดทุนล้านล้าน สศช.-สนข.เห็นต่างหนัก

    รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการแลนด์บริดจ์ริเริ่มมาตั้งแต่รัฐบาลประยุทธ์ โดยรัฐบาลได้ให้สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปศึกษา เพิ่มเติมถึงความเป็นไปได้และความคุ้มค่าโครงการมิติต่างๆ โดยได้ทำการวิจัยร่วมกับศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รายงานศึกษาฉบับสมบูรณ์ก็ได้มีการเผยแพร่ตอสาธารณะ 

    ข้อสรุปภาพรวมคือโครงการแลนด์บริดจ์ ไม่มีความเป็นไปได้เชิงเศรษฐศาสตร์ ซึ่งตรงกันข้ามกับรายงานของ สนข. กระทรวงคมนาคม ที่แสดงถึงความเป็นไปได้โครงการ และผลบวกเชิงเศรษศาสตร์ในหลายแง่มุมที่ประเทศจะได้รับหากโครงการนี้เกิดขึ้น 

    ในส่วนของการผลักดันโดยรัฐบาล โครงการแลนด์บริดจ์ได้รับการผลักดันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยรัฐบาลเศรษฐาจนถึงรัฐบาลชุดปัจจุบันซึ่งแม้จะไม่ได้นำเอาโครงการอยู่ในการแถลงนโยบายรัฐบาล  แต่ก็ได้มีการผลักดันเต็มที่ผ่านทางรัฐมนตรีคมนาคม โดยกระทรวงคมนาคมได้ใช้รายงานของ สนข. เพื่อขับเคลื่อนโครงการต่อไป 

    หน่วยงานรัฐมีความขัดแย้งอย่างชัดเจนในเรื่องความเป็นไปได้ของโครงการ และ ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ โดยการศึกษา ของ สนข. กระทรวงคมาคม ระบุว่าโครงการนี้มีศักยภาพในการดึงดูดการขนส่งสินค้าจากการประหยัดต้นทุนและเวลา 

    คาดว่าจะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางได้ประมาณ 4 วัน เมื่อเทียบกับการอ้อมช่องแคบมะละกา ในกรณีสินค้าที่ต้องผ่านการ Transshipment หรือพักถ่ายลำ สนข. ประเมิน อัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) ไว้ที่ประมาณ 17.43% ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่คุ้มค่าแก่การลงทุนในมุมมองของรัฐ โดยอัตราพื้นฐานของภาครัฐคือ 12% หากต่ำกว่านั้นโครงการไปต่อไม่ได้ 

    นักวิชาการชี้ ‘แลนด์บริดจ์’ ไทย เสี่ยงขาดทุนล้านล้าน สศช.-สนข.เห็นต่างหนัก

    นอกจากนี้ยังประเมินอีกว่าโครงการจะสร้างงานในพื้นที่ภาคใต้กว่า 280,000 อัตรา ขณะที่ รายงานของ สศช. ซึ่งทำวิจัยร่วมกับศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความเห็นตรงกันข้ามกับรายงานของ สนข. โดยทาง สศช. ระบุถึงปัจจัยต่างๆที่ทำให้โครงการขาดความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์  

    มีการประเมินว่า ความคุ้มค่าและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไม่สูง ใช้เงินลงทุนสูง เงินลงทุนเริ่มต้นกว่า 1 ล้านล้านบาท เนื่องจากโครงการต้องการสร้างระบบโครงข่ายเชื่อมโยงขนาดใหญ่ ซึ่งครอบคลุมถึง ท่าเรือน้ำลึก 2 ฝั่ง (ระนอง และ ชุมพร), รถไฟทางคู่เชื่อม 2 ฝั่งทะเล, ทางหลวงพิเศษ (Motorway) 

    และระบบท่อขนส่งพลังงาน มูลค่าลงทุนมหาศาลส่งผลให้ NPV โครงการติดลบ เนื่องจากเงินลงทุนมูลค่าล้านล้านบาท ต้องจ่ายออกไปตั้งแต่ช่วงปีแรกๆ ของโครงการ ในขณะที่รายรับจะค่อยๆ ทยอยมาในอีกหลายปีข้างหน้า เมื่อเงินก้อนใหญ่ในปัจจุบันถูกเปรียบเทียบกับรายได้ในอนาคตที่ถูกคิดลดลงมาในแบบ discount ทำให้มูลค่าที่ได้จึงไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมเงินลงทุน NPV จะเป็นบวกได้ รายรับต้องมากพอและได้รับเร็วขึ้น 

    แต่ในรายงานระบุข้อจำกัดที่ทำให้รายได้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น เนื่องจากจะมีการแข่งขันด้านราคากับช่องแคบมะละกา หากแลนด์บริดจ์ตั้งราคาค่าบริการสูงเพื่อให้คุ้มทุน สายการเดินเรือก็จะกลับไปใช้เส้นทางเดิม สิงคโปร์/มาเลเซีย โดยไม่ต้องเสียค่าขนถ่ายซ้ำซ้อน นอกจากนั้นรายงานวิเคราะห์ว่าสินค้าส่วนใหญ่ที่จะผ่านโครงการนี้อาจมีเพียงสินค้ากลุ่มเฉพาะ (Niche Market) ไม่ใช่สินค้าตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดของโลก ทำให้รายได้จากค่าธรรมเนียมผ่านท่าไม่มากพอที่จะทำกำไร ต้นทุนการดำเนินงานและบำรุงรักษาที่สูงในระยะยาวก็เป็นอีกปัจจัยทำให้ NPV ติดลบ เนื่องจากการรักษาประสิทธิภาพของท่าเรือและระบบรางให้เป็นระดับโลก (World Class) มีค่าใช้จ่ายสูงมาก

    เมื่อตัวโครงการไม่สามารถสร้างแรงจูงใจทางการเงินให้ ทุนข้ามชาติ เข้ามาลงทุน รัฐบาลก็ต้องมีสิทธิประโยชน์ต่างๆไปแลกกับการลงทุน แต่สิทธิประโยชน์เหล่านี้ ต้องไม่ทำให้ พื้นที่บริเวณแลนด์บริดจ์และเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ กลายสภาพเป็นกึ่งอาณานิคมทางเศรษฐกิจ หรือเกิดสิทธิสภาพนอกอาณาเขต หากรัฐบาลไปเสนอสิทธิประโยชน์ต่างๆเพิ่มเติม ไปแลกกับการลงทุนของทุนข้ามชาติของมหาอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการเช่าและถือครองที่ดิน 99 ปี การพัฒนาที่ดินโดยการยกเว้นกฎหมายการบังคับใช้กฎหมายบางฉบับเพื่อดึงดูดการลงทุน ตลอดจนการให้สิทธิประโยชน์พิเศษทางภาษี การเสียสิทธิอำนาจในการบังคับใช้กฎหมายของประเทศตนเองภายในดินแดนของตน ประเทศมหาอำนาจผ่านทุนข้ามชาติอาจบังคับใช้กฎหมายของตนเองเหนือบุคคลหรือทรัพย์สินในประเทศไทยได้ จะกลายเป็นความอ่อนไหวทางด้านการเมืองและความมั่นคง   

    ส่วนผลกระทบและต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมสูงมาก โครงการแลนด์บริจด์จะกระทบต่อพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ประมาณ 12.59 ตารางกิโลเมตร พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าควนแม่ยายหม่อน ขนาด 0.62 ตารางกิโลเมตร และพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ บริเวณปากคลองกะเปอร์ 1.15 ตารางกิโลเมตร ที่สำคัญอุทยานแห่งชาติแหลมสน-ปากคลองกะเปอร์-ปากแม่น้ำกระบุรี ที่ได้รับการจัดลำดับความสำคัญเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ อาจได้รับผลกระทบจากเส้นทางการเดินเรือ 

    รายงานของสภาพัฒน์และจุฬาฯ ยังตั้งข้อสังเกตว่าที่ผ่านมา การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมมักทำเป็นรายโครงการ (EIA) แต่ขาดการมองภาพรวมแบบ SEA (Strategic Environmental Assessment) โดยจะต้องคำนึงถึง 1.ผลกระทบสะสม (Cumulative Impact) โดยการศึกษาของจุฬาฯและสภาพัฒน์กังวลว่าเมื่อมีท่าเรือ จะมีโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีหรืออุตสาหกรรมหนักตามมา ซึ่งจะสร้างมลพิษทางอากาศและขยะอุตสาหกรรมในปริมาณที่ระบบนิเวศภาคใต้ไม่สามารถรองรับได้ 2. ความขัดแย้งกับชุมชน เนื่องจากคนในพื้นที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติทั้งการประมงและการท่องเที่ยว การทำลายสิ่งแวดล้อมจึงเท่ากับเป็นการทำลายแหล่งรายได้ของชาวบ้าน อาจนำไปสู่การต่อต้านและปัญหาทางสังคมรุนแรง

    ส่วนโครงการแลนด์บริดจ์จะเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ความรุ่งเรืองใหม่ได้หรือไม่ต้องมีการศึกษาอย่างละเอียดภายใต้พลวัตภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์โลก  อย่างไรก็ตาม ต้องทำประชาพิจารณ์ผลกระทบชุมชน สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจฐานเดิม การทำประเมินผลกระทบของนโยบายของการลงทุนขนาดใหญ่ (Policy Impact Assessment of Megaprojects) ก่อนเดินหน้าการดำเนินการตามนโยบาย จำเป็นจะต้องมีกลไกคณะกรรมการร่วมที่มีภาควิชาการ ภาคศึกษาวิจัยนโยบายอย่างรอบด้าน 

    ร่วมกับภาคประชาสังคมเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย ใช้ Open Data ในการส่งเสริมการออกแบบกระบวนการนโยบายที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Inclusive Policy Design) การดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์จะต้องเน้นให้ความสำคัญต่อกระบวนการและเป้าหมายไปพร้อมกัน หากเราสนใจแต่เป้าหมาย สุดท้ายจะเป็นการรับรองกระบวนการแบบอำนาจนิยมหรือบนลงล่าง หากเราต้องการการพัฒนาและการเติบโตแบบยั่งยืน เราต้องใช้กระบวนการประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วม กระบวนการประชาธิปไตยแบบยั่งยืนนี้จะเน้นเอาความเป็นธรรมและกำกับการพัฒนาแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ซ้ำเติมปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมที่รุนแรงอยู่แล้วในไทย เนื่องจากผลการศึกษาที่ออกมาโดยหน่วยงานของรัฐขัดแย้งกันเอง 

    จึงเห็นควรว่าควรมีการศึกษาโดยหน่วยงานที่เป็นกลางและเป็นอิสระเพิ่มเติม เพราะเป็น โครงการขนาดใหญ่ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศได้ และ ควรเพิ่มเติมการศึกษาเรื่อง มิติทางภูมิรัฐศาสตร์ มิติความมั่นคงและบทบาทไทยบนภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ใหม่ การเปลี่ยนแปลงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มูซ ส่งผลต่อสถานะและความสำคัญของประเทศไทยต่อการเดินเรือและจุดยุทธศาสตร์ของเอเชีย หากเกิด สถานการณ์ที่อาจมีการเก็บค่าผ่านทางช่องแคบมะละกาโดยอินโดนีเซียในอนาคต ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องนำมาพิจารณา 

    โครงการแลนด์บริดจ์นี้หากมีผลประโยชน์ทับซ้อน มีการเอื้อประโยชน์กันโดยไม่ถูกต้อง โครงการนี้จะกลายเป็นโครงการทุจริตเชิงนโยบายสำคัญในรอบหลายทศวรรษและทำลายอนาคตของลูกหลานไทยได้ วางยุทธศาสตร์และวิเทโศบายไม่ดี ไทยจะกลายเป็นพื้นที่แย่งชิงผลประโยชน์ อำนาจการควบคุมการเดินเรือของมหาอำนาจ           

    ขณะที่หากโครงการนี้ดำเนินการอย่างรอบคอบรัดกุมไม่มีการทุจริตเป็นไปตามหลักวิชา ก็จะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสถานะของประเทศบนเวทีโลกได้ แต่ต้องศึกษาความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์และการเงินให้ดีเสียก่อน  

    นอกจากนี้ รัฐบาล นักลงทุน หรือผู้สนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์ พึงตระหนักถึงแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่อพื้นที่และวิถีชีวิตและเศรษฐกิจดั้งเดิม ซึ่งภาวะดังกล่าวมีลักษณะเป็นความยั่งยืนแบบ Productive ต่อสังคมโดยรวม แต่บางครั้ง การพัฒนาอย่างยั่งยืน อาจถูกใช้เป็นเพียง วาทกรรม (Discourse) เพื่อต่อต้านการลงทุนขนาดใหญ่ซึ่งสภาพดังกล่าวเป็นการถ่วงการพัฒนา 

    และมีลักษณะเป็น Counter-Productive การยืนยันในหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ไม่ใช่เพียงวาทกรรม ความต่อเนื่องและเจตจำนงทางการเมืองของรัฐบาลเป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้โครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบอันซับซ้อนเกิดขึ้นได้ และ เกิดประโยชน์ต่อประเทศโดยรวมในระยะยาว นอกจากนี้ ทำอย่างไรให้เกิดการกระจายผลประโยชน์จากการลงทุนของต่างชาติภายใต้ระบบการเมืองและเศรษฐกิจผูกขาดแบบไทยไทย จึงเป็นเรื่องที่ยากมาก    

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/658179&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1abNd-pSdPXOhYUw9KrTyR

  • ทภ.1 เผยเรียนจบป.6 เป็นทหาร 2 ปี การันตีวุฒิเทียบเท่า ม.6

    ทภ.1 เผยเรียนจบป.6 เป็นทหาร 2 ปี การันตีวุฒิเทียบเท่า ม.6

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    เพจกองทัพภาคที่ 1 โพสต์ระบุว่า เรียนจบป.6 เป็นทหาร 2 ปี การันตีวุฒิเทียบเท่า ม.6 เพื่อยกระดับการศึกษาทหารกองประจำการ ตามโครงการ “1 ปี 1 วุฒิ” มุ่งพัฒนาและยกระดับคุณวุฒิ ส่งผลต่อความเจริญก้าวหน้าของทหารกองประจำการ ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีวุฒิเพิ่ม มีอาชีพ” ตามนโยบายของกองทัพบก

    โดยการเปรียบเทียบโอนหน่วยกิตของการศึกษานอกระบบกับหลักสูตรการฝึก และภารกิจของหน่วย พร้อมจัดทำ “คู่มือการเทียบโอนหน่วยกิต” สำหรับใช้เป็นแนวทางในการออกหนังสือรับรองผลการฝึกตามหลักสูตร นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้เสนอแนวทางการศึกษาทางไกล ซึ่งเป็นการศึกษาออนไลน์ 100% โดยทหารสามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง สอดคล้องกับภารกิจของหน่วย และลดภาระการเดินทางไปยังสถานศึกษาอีกด้วย

    ทั้งนี้ จะเริ่มดำเนินการกับทหารกองประจำการผลัดที่ 1/69 ที่จะเข้าประจำการในวันที่ 1 พ.ค. 69 นี้ โดยตั้งเป้าหมายให้ผู้เข้าร่วมโครงการสำเร็จการศึกษาสูงขึ้น 1 ระดับ ภายในเวลา 1 ปี ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 เพื่อเพิ่มโอกาสในการรับราชการเป็นนายทหารประทวน และการเข้ารับการสอบคัดเลือกเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก ตลอดจนสามารถนำวุฒิการศึกษาใหม่ เพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพภายหลังปลดประจำการได้ทันที ถือเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่สำคัญของกองทัพบก ที่ส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตของทหารในห้วงประจำการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9690000041698&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0TJRsQzl9MuwYsRY9WEpXy

  • กราบน้ำใจ พิธีกรชื่อดัง มอบทุนการศึกษา ลูกสาวแดนนี่ ศรีภิญโญ

    กราบน้ำใจ พิธีกรชื่อดัง มอบทุนการศึกษา ลูกสาวแดนนี่ ศรีภิญโญ

    กราบน้ำใจ พิธีกรหนุ่มชื่อดัง ควักทุนการศึกษาซัพพอร์ต “น้องเอวา”ลูกสาว”แดนนี่ ศรีภิญโญ” หลังมาเปิดใจสูญเสียพ่อในรายการ

    กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวอบอุ่นหัวใจที่สร้างรอยยิ้มให้กับโลกโซเชียล เมื่อพิธีกรหนุ่มอารมณ์ดี พุฒ พุฒิชัย ได้มีโอกาสพูดคุยกับครอบครัวของอดีตนักแสดงตลกผู้ล่วงลับ แดนนี่ ศรีภิญโญ หลังจากภรรยาได้พาลูกสาวสุดที่รัก “น้องเอวา” มาเปิดใจผ่านรายการ คุยแซ่บโชว์ ไม่นานหลังต้องเผชิญกับการสูญเสียคุณพ่อ

    กราบน้ำใจ พิธีกรชื่อดัง มอบทุนการศึกษา ลูกสาวแดนนี่ ศรีภิญโญ

    ในช่วงหนึ่งของรายการ หนุ่มพุฒได้แสดงน้ำใจด้วยการโอนเงินมอบเป็นทุนการศึกษาให้กับน้องเอวา พร้อมเผยความรู้สึกอย่างจริงใจว่า “น่ารักมากเลยครับ อยากจะซัพพอร์ตน้อง ก่อนหน้านี้เคยสัมภาษณ์ น้องเข้มแข็งมาก นั่งยิ้ม นั่งหัวเราะตลอด หนูเก่งและเข้มแข็งมากจริง ๆ”

    กราบน้ำใจ พิธีกรชื่อดัง มอบทุนการศึกษา ลูกสาวแดนนี่ ศรีภิญโญ

    กราบน้ำใจ พิธีกรชื่อดัง มอบทุนการศึกษา ลูกสาวแดนนี่ ศรีภิญโญ

    โมเมนต์ดังกล่าวสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมจำนวนมาก กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวพลังบวก ที่ช่วยเติมกำลังใจให้กับใครหลายคนที่ได้ชมคลิปนี้

    กราบน้ำใจ พิธีกรชื่อดัง มอบทุนการศึกษา ลูกสาวแดนนี่ ศรีภิญโญ

    ชมคลิป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tnews.co.th/entertainment/thai-entertainment/649735&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WfScWzySNlJ6zHjRnwxEl

  • การศึกษาสำคัญจริงหรือ? ทำไมผ่านมา 4 รัฐบาล แทบไม่ขยับ

    การศึกษาสำคัญจริงหรือ? ทำไมผ่านมา 4 รัฐบาล แทบไม่ขยับ

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/education-52&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vd4zoHLoYenmG-PbbOm-q

  • ‘ศธ.-พม.’ บุกชี้ชะตาครูหื่น! ลั่นเพิกถอนใบอนุญาตตลอดชีพ | เดลินิวส์

    ‘ศธ.-พม.’ บุกชี้ชะตาครูหื่น! ลั่นเพิกถอนใบอนุญาตตลอดชีพ | เดลินิวส์

    เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 พ.ค. 69 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมด้วย นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ทปษ.รมว.พม.) นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย นางสาวกาญจนาพร จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ และคุณปารมี ไวจงเจริญ คณะทำงาน รมช.ศธ. และเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่จังหวัดลพบุรี เพื่อติดตามมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษา พร้อมชี้แจงความคืบหน้ากรณีอดีตครูโรงเรียนเอกชนล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนเมื่อช่วงปี 2567 ที่ผ่านมา โดยในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีญาติของผู้เสียหายเข้าร่วมพูดคุยและรับฟังการดำเนินงานด้วย

    ​รมช.ศธ. กล่าวว่า คดีนี้กระทรวงศึกษาธิการ ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันผู้กระทำผิดได้รับโทษจำคุกประมาณ 36 ปี และรับโทษอยู่ในเรือนจำแล้ว อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลเยียวยาจิตใจผู้เสียหาย โดยเน้นย้ำว่าโรงเรียนต้องเป็นหลักในการยืนหยัดเคียงข้างนักเรียน พร้อมกำหนด 3 มาตรการ เร่งรัดการให้ความช่วยเหลือและป้องกันการก่อเหตุซ้ำ ได้แก่ 1.​เพิกถอนใบประกอบวิชาชีพตลอดชีวิต โดยมอบหมายให้ประสานงานเรื่องนี้กับคุรุสภา เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นครูได้อีกตลอดชีวิต 2.​กำชับให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ออกหนังสือเตือนโรงเรียนต้นสังกัดให้มีมาตรการดูแลเยียวยาเด็กผู้เสียหายอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งพิจารณายกระดับมาตรการขั้นเด็ดขาดตามระเบียบ เช่น การพักใบอนุญาต, การปิดสถานศึกษา เป็นต้น และ 3.​หาข้อสรุปมาตรการเยียวยาครอบครัว ภายใน 2 สัปดาห์ ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารโรงเรียน โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมและความเป็นมนุษย์

    ​”ระยะเวลาที่ผ่านมา ครอบครัวผู้เสียหายต้องเผชิญกับความเจ็บปวดมามากพอแล้ว เราจึงต้องร่วมกันดูแลและให้ความยุติธรรมกับครอบครัว ผมขอให้ทางโรงเรียนนำเรื่องนี้ไปหารือ และขอให้ได้ข้อสรุปภายใน 2 สัปดาห์ แล้วผมจะลงพื้นที่มาติดตามความคืบหน้าด้วยตัวเองอีกครั้ง ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ศธ. พร้อมเป็นที่พึ่งให้ผู้เสียหาย และจะกำชับให้ทุกโรงเรียนมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดเพื่อดูแลนักเรียนทุกคนอย่างดีที่สุด” รมช.ศธ. กล่าว

    ด้าน นายชนินทร์ กล่าวว่า ทาง พม. ได้จัดส่งทีมนักสังคมสงเคราะห์และทีมนักจิตวิทยาลงพื้นที่เข้าประกบดูแลสภาพจิตใจของน้องผู้เสียหายและครอบครัวอย่างใกล้ชิด เพื่อฟื้นฟูเยียวยาบาดแผลทางจิตใจให้กลับมาเข้มแข็งโดยเร็ว นอกจากนี้ พม. ยืนยันความพร้อมในการบูรณาการการทำงานร่วมกับ ศธ. และทีมสหวิชาชีพ เพื่อยกระดับมาตรการคุ้มครองเด็ก สร้างกลไกเฝ้าระวังความปลอดภัยในสถานศึกษาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจเช่นนี้ซ้ำรอย.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5832424/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3YMZ0JXFbJXqB1I_rfzs_n

  • โฆษก เผย 1 เดือนแรกรัฐบาล เร่งแก้ปัญหาชายแดนใต้-พูดคุยสันติสุข    

    โฆษก เผย 1 เดือนแรกรัฐบาล เร่งแก้ปัญหาชายแดนใต้-พูดคุยสันติสุข    


    โฆษกรัฐบาล เผย 1 เดือนแรก ของรัฐบาล แก้ปัญหาชายแดนใต้ ทั้งการศึกษา-พูดคุยสันติสุข ทำงานใกล้ชิดประชาชน หวังเป็นกุญแจสำคัญสร้างความสงบสุข-ความไว้วางใจ 

    น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วง 1 เดือนหลังจากรัฐบาลเข้าบริหารประเทศ ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เร่งเดินหน้าดูแลและแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจัง ครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัย เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และกระบวนการสันติภาพ โดยยึดประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ มุ่งสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความสงบสุขที่ยั่งยืนในพื้นที่  

     น.ส.รัชดา กล่าวต่อว่า ในช่วงสัปดาห์แรกหลังเข้ารับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมมอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายความมั่นคง ทำงานโดยยึดหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพื่อให้การแก้ไขปัญหาตรงจุดและตอบโจทย์ประชาชนมากที่สุด โดยในด้านการพัฒนา นายกฯได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ ทั้งด้านรายได้ โอกาสทางเศรษฐกิจ การศึกษา และการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเข้าใจ โดยมุ่งลดความเปราะบางในระดับชุมชน และสร้างความเชื่อมั่นระหว่างรัฐกับประชาชน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความสงบในระยะยาว

    โฆษกประจำสำนักฯ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกัน ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ที่มีนายกฯเป็นประธาน ได้กำหนดทิศทางการทำงานที่ชัดเจนใน 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1.การพัฒนาระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ 2.การเพิ่มศักยภาพอาสาสมัคร 3.การยกระดับความร่วมมือไทย–มาเลเซีย 4.การแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุย และ 5.การแต่งตั้งผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

    สำหรับการเดินหน้ากระบวนการสันติภาพ ได้มีการแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยคนใหม่จากฝ่ายพลเรือน คือ นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานด้านนี้มาอย่างยาวนาน เพื่อสานต่อการพูดคุยกับทุกฝ่ายอย่างสร้างสรรค์และครอบคลุม โดยเปิดโอกาสให้ทุกความคิดเห็นมีส่วนร่วมในการหาทางออก

    “รัฐบาลตั้งใจอย่างยิ่งที่จะเห็นพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีชีวิตที่ปลอดภัย มีโอกาส และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม การรับฟังเสียงของประชาชนและการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความสงบสุขและความไว้วางใจให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/42436&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2MvPaafm0tsh-kGwd18T_7

  • “อัครนันท์” สางคดีฉาว “ครูหื่น” ล่วงละเมิดศิษย์ สั่ง! เพิกถอนใบอนุญาตตลอดชีพ

    “อัครนันท์” สางคดีฉาว “ครูหื่น” ล่วงละเมิดศิษย์ สั่ง! เพิกถอนใบอนุญาตตลอดชีพ

    “อัครนันท์” สางคดีฉาว “ครูหื่น” ล่วงละเมิดศิษย์ สั่ง! เพิกถอนใบอนุญาตตลอดชีพ

    “อัครนันท์” สางคดีฉาว “ครูหื่น” ล่วงละเมิดศิษย์ สั่ง! เพิกถอนใบอนุญาตตลอดชีพ

    เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษา รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และคณะทำงานชุดใหญ่ ลงพื้นที่จังหวัดลพบุรีเพื่อติดตามการเยียวยาเหยื่อในคดีอดีตครูโรงเรียนเอกชนล่วงละเมิดนักเรียน โดย รมช.ศธ. ลั่นวาจาเด็ดขาด สั่งประสานคุรุสภาให้เพิกถอนใบประกอบวิชาชีพครูของผู้กระทำผิดตลอดชีวิต เพื่อไม่ให้คนประเภทนี้มีโอกาสกลับมาทำร้ายเด็กคนไหนได้อีก

    “อัครนันท์” สางคดีฉาว “ครูหื่น” ล่วงละเมิดศิษย์ สั่ง! เพิกถอนใบอนุญาตตลอดชีพ

    นายอัครนันท์ ไม่ปล่อยให้เรื่องเงียบหาย สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ออกหนังสือเตือนโรงเรียนต้นสังกัดอย่างเป็นทางการ โดยมี 3 มาตรการเหล็กคือ 

    • ยกระดับบทลงโทษ: หากโรงเรียนละเลยมาตรการความปลอดภัย อาจถึงขั้นพักใบอนุญาตหรือสั่งปิดสถานศึกษา
    • กำหนดเวลาเยียวยา: โรงเรียนต้องหาข้อสรุปการชดเชยเยียวยาครอบครัวผู้เสียหายให้จบภายใน 2 สัปดาห์ โดยย้ำว่าต้องคำนึงถึง “ความเป็นมนุษย์” เป็นที่ตั้ง

    “อัครนันท์” สางคดีฉาว “ครูหื่น” ล่วงละเมิดศิษย์ สั่ง! เพิกถอนใบอนุญาตตลอดชีพ

    ขณะที่ นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ยืนยันว่าทางกระทรวง พม. ได้ส่งทีมนักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยาลงพื้นที่เข้าประกบดูแลสภาพจิตใจของน้องผู้เสียหายและครอบครัวอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการร่วมกับ ศธ. เพื่อสร้างกลไกเฝ้าระวังความปลอดภัยในสถานศึกษาไม่ให้เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจซ้ำรอยเดิม

    “ครอบครัวผู้เสียหายเจ็บปวดมามากพอแล้ว โรงเรียนต้องยืนเคียงข้างเด็ก ไม่ใช่ปัดความรับผิดชอบ ผมจะลงพื้นที่มาติดตามความคืบหน้าด้วยตัวเองอีกครั้งใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า” นายอัครนันท์ กล่าวทิ้งท้ายอย่างดุดัน

    “อัครนันท์” สางคดีฉาว “ครูหื่น” ล่วงละเมิดศิษย์ สั่ง! เพิกถอนใบอนุญาตตลอดชีพ

    การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณชัดจากรัฐบาลว่า “สถานศึกษาต้องปลอดภัย” และผู้ที่กระทำผิดรวมถึงต้นสังกัดที่ปล่อยปละละเลยจะต้องรับผิดชอบอย่างถึงที่สุด ทีมข่าว “คมชัดลึกการเมือง” จะเกาะติดผลการเยียวยาในอีก 14 วันข้างหน้าอย่างใกล้ชิด!

    “อัครนันท์” สางคดีฉาว “ครูหื่น” ล่วงละเมิดศิษย์ สั่ง! เพิกถอนใบอนุญาตตลอดชีพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/politics/616681&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2gn_dZ9clVtJjf9duvZ7VF

  • สหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการ Economic Fury เพื่อ”บีบคอ”อิหร่านด้วย

    สหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการ Economic Fury เพื่อ”บีบคอ”อิหร่านด้วย

    สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ กำลัง “บีบคอ” ผู้นำอิหร่านด้วย “การปิดล้อมทางเศรษฐกิจ” ที่เปิดตัวควบคู่ไปกับการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ

    “เรื่องนี้เริ่มต้นด้วยคำสั่งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาจากประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับการกดดันสูงสุด และเมื่อสามสัปดาห์ก่อน ประธานาธิบดีได้สั่งการให้กระทรวงการคลังเริ่มปฏิบัติการ ‘Economic Fury’” เบสเซนต์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ โดยอ้างถึงโครงการริเริ่มของกระทรวงเพื่อเสริมปฏิบัติการ “Operation Epic Fury” ของเพนตากอน

    “เรากำลังบีบคั้นระบอบการปกครองของอิหร่าน และพวกเขาไม่สามารถจ่ายเงินเดือนให้ทหารได้ นี่คือการปิดล้อมทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง และมันเกิดขึ้นในทุกภาคส่วนของรัฐบาล – ทุกคนต้องร่วมมือกัน” เขากล่าวในรายการ “Sunday Morning Futures”

    ทั้งอิหร่านและสหรัฐอเมริกาได้กำหนดข้อจำกัดสำหรับเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมพลังงานที่ส่งออกไฮโดรคาร์บอนจากอ่าวเปอร์เซีย

    ในขณะที่อิหร่านปิดกั้นเรือส่วนใหญ่ในเส้นทางนี้ กองทัพเรือสหรัฐฯ กล่าวว่ากำลังปิดกั้นเรือทั้งหมดที่มุ่งหน้าไปยังหรือออกจากท่าเรือของอิหร่าน ทั้งสองฝ่ายกำลังเจรจากันในขณะที่การหยุดยิงที่เปราะบางยังคงอยู่

    เบสเซนต์กล่าวว่ากระทรวงของเขากำลังใช้มาตรการทางเศรษฐกิจ “กับทุกคนที่พยายามโอนเงินเข้าไปในอิหร่านเพื่อช่วยเหลือ IRGC” ซึ่งเป็นกองกำลังทหารชั้นยอดของอิหร่าน

    “พวกเขาเป็นสถาบันที่ทุจริต พวกเขาขโมยเงินจากประชาชนอิหร่านมาหลายปีแล้ว พวกเขามีเงินอยู่ต่างประเทศ เราติดตามเรื่องนี้จนเจอแล้ว และเราจะติดตามต่อไป และเราจะรักษาทรัพย์สินเหล่านั้นไว้ให้ประชาชนอิหร่านที่อยู่อีกฝั่งของความขัดแย้งนี้” เขากล่าว

    เมื่อวันเสาร์ เบสเซนต์ได้เขียนข้อความบนเว็บไซต์ X โดยเปรียบเทียบผู้นำอิหร่านว่า “เหมือนหนูในท่อระบายน้ำ” และระบุว่า “การปิดล้อมจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีเสรีภาพในการเดินเรือก่อนวันที่ 27 กุมภาพันธ์” ในช่องแคบอิหร่าน

    ในโพสต์เดียวกัน เขากล่าวว่า “มีการปันส่วนอาหารและน้ำมันเชื้อเพลิง” ในอิหร่าน

    ขณะเดียวกัน ในรายการ “Face the Nation” ทางช่อง CBS เมื่อวันอาทิตย์ เควิน แฮสเซ็ตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ ได้กล่าวสนับสนุนคำพูดของเบสเซนต์ โดยระบุว่าอิหร่าน “มีเศรษฐกิจที่อยู่บนขอบเหวแห่งหายนะอย่างร้ายแรง”

    “พวกเขากำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อรุนแรง” เขากล่าวเสริม “พวกเขากำลังเริ่มอดอยาก”

    Agence France-Presse

    Photo – ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (ซ้าย) กล่าวสุนทรพจน์ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ สก็อตต์ เบสเซนต์ ยืนอยู่เคียงข้าง ในระหว่างการประชุมโต๊ะกลมเกี่ยวกับนโยบาย “ไม่เก็บภาษีจากทิป” ของเขา ที่โรงแรมเอซี โฮเทล ลาสเวกัส ซิมโฟนี พาร์ค ในลาสเวกัส รัฐเนวาดา เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2026 (Photo by Jim WATSON / AFP)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/world/42457&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ZvBkl-Ho1lAj-VvGOaqf5

  • ‘เศรษฐกิจ-ตลาดเงิน’อิสราเอลยังแกร่ง แม้สงครามระอุตะวันออกกลาง

    ‘เศรษฐกิจ-ตลาดเงิน’อิสราเอลยังแกร่ง แม้สงครามระอุตะวันออกกลาง

    ไม่กี่วันก่อนธนาคารกลางอิสราเอลเพิ่งปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้ อ้างว่าเพราะสงครามในตะวันออกกลาง แต่สิ่งที่โดดเด่นสำหรับประเทศที่อยู่ในสงครามมาเกือบสามปีคือ ธนาคารกลางยังคงคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจจะเติบโต 3.6% แม้ปรับลดลง 1.4% แล้วก็ตาม

    อามีร์ ยารอน ผู้ว่าการธนาคารกลางอิสราเอล เผยกับสำนักข่าวซีเอ็นบีซี เมื่อวันที่ 16 เม.ย. หากแก้ไขความขัดแย้งในภูมิภาคได้ ปี 2026 เศรษฐกิจอิสราเอล สามารถฟื้นตัวมาเติบโต5.5%

    กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่า เศรษฐกิจอิสราเอลจะขยายตัว 3.5% ในปีนี้ เทียบกับสหรัฐโต 2.3% และสหภาพยุโรป 1.3% นอกจากนี้ยังหมายความว่าผลผลิตมวลรวมภายในประเทศของอิสราเอล (GDPอิสราเอล) คาดว่าจะเติบโตแซงหน้าประเทศกลุ่มจี7ทั้งหมดในปี 2026 โดยในปีหน้าไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่า อิสราเอลจะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจ 4.4% ซึ่งจะยังคงเติบโตแซงหน้าประเทศพัฒนาแล้วรายใหญ่หลายประเทศ

    อิสราเอลมีสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ หลายประเทศ ไอเอ็มเอฟประเมินไว้ปีนี้อยู่ที่ 69.8% แม้จะเพิ่มขึ้นจากปี 2025 เล็กน้อย แต่ก็ต่ำกว่าอัตรา 123.7% ของกลุ่มจี7 อยู่มาก

    อัตราการว่างงานก็ขยับขึ้นมาเล็กน้อยอยู่ที่ 3.2% ในเดือน มี.ค. แต่ก็ต่ำกว่าสหรัฐที่อัตราว่างงาน 4.3% และยูโรโซน 6.2%

    ขณะที่เงินเฟ้อยังทรงตัวในช่วงสองเดือนนับตั้งแต่เริ่มสงครามอิหร่าน โดยผ่อนคลายลงมาอยู่ที่ 1.9% ในเดือน มี.ค. ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงทำให้ค่าครองชีพในสหรัฐ อียู และสหราชอาณาจักรพุ่งตาม พิสัยเงินเฟ้อเป้าหมายในอิสราเอลอยู่ที่ 1%-3%

    อิสราเอลนั้นอยู่ในความขัดแย้งต่อเนื่องมาตั้งแต่ถูกฮามาสโจมตีเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2023 เป็นเหตุให้อิสราเอลต้องตอบโต้ด้วยการโจมตีกาซา ต่อมาอิสราเอลร่วมกับสหรัฐเล่นงานอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. รวมทั้งต่อกรกับฮิซบอลเลาะห์ที่มีอิหร่านหนุนหลังในเลบานอน แถมยังตกเป็นเป้าการโจมตีของกลุ่มฮูตีในเยเมนด้วย

    เคเรน ยูซิเยล นักวิเคราะห์อาวุโสจากอีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต กล่าวกับซีเอ็นบีซีว่า แม้เศรษฐกิจอิสราเอลโตต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเพราะทำสงครามมาหลายปี แต่ภาคเอกชนที่ปรับตัวได้ เงินเฟ้อต่ำ แรงงานทักษะสูงมาก และการเติบโตอย่างต่อเนื่องช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวจากวิกฤติ

    “การส่งออกสินค้าและบริการไฮเทคเป็นปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและการสร้างความมั่งคั่งในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา แต่เศรษฐกิจก็เติบโตอย่างดีในด้านอื่นๆ ด้วย เช่น การพัฒนาทรัพยากรก๊าซและการส่งออกด้านการป้องกันประเทศ”

    “ในปี 2025 อิสราเอลได้ดีลการลงทุนจากต่างประเทศครั้งใหญ่สุดสองรายการทั้งสองรายการอยู่ในอุตสาหกรรมความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้แก่ กูเกิลซื้อกิจการวิซ มูลค่า 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ และพาโลอัลโตเน็ตเวิร์กซื้อกิจการไซเบอร์อาร์ก 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ทั้งสองรายการเสร็จสมบูรณ์ในเดือนมีนาคม 2026” ยูซิเยลกล่าวและว่า โครงสร้างประชากรของอิสราเอลก็เอื้อต่อเศรษฐกิจ อัตราการเติบโตเฉลี่ยเกือบ 2% ต่อปีเป็นส่วนใหญ่ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา

    “เมื่อเทียบกับมาตรฐานของประเทศพัฒนาแล้ว ประชากรของประเทศนี้ค่อนข้างอายุน้อย”

    “ต่อให้พิจารณารายหัวผลงานทางเศรษฐกิจก็แข็งแกร่งมาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา” ยูซิเยลอธิบายต่อ พร้อมเสริมว่าหากการหยุดยิงยังอยู่แม้อ่อนแอ คาดว่า เศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้อย่างค่อนข้างแข็งแกร่งภายในกลางปีนี้ ส่งผลเศรษฐกิจโดยรวมขยายตัวราว 3% ในปีนี้

    “อัตราการว่างงานต่ำ ความต้องการสินค้าและบริการด้านเทคโนโลยีของอิสราเอลจากต่างประเทศที่แข็งแกร่ง รวมถึงการส่งออกด้านกลาโห การลงทุนด้านเทคโนโลยีในระดับโลกคึกคักและผลประโยชน์ที่ครัวเรือนได้รับ โดยเฉพาะผู้มีรายได้สูงจากการลงทุนขนาดใหญ่หลายโครงการ จะช่วยส่งเสริมการเติบโต” นักวิเคราะห์รายนี้กล่าว และไม่เพียงเท่านั้นภาคพลังงานก็จะมีการลงทุนสูงมากในปี 2026-2027 ทั้งด้านพลังงานหมุนเวียนในประเทศ และการสนับสนุนขีดความสามารถในการผลิตและส่งออกก๊าซธรรมชาติ

    แต่โจเอา โกเมส อาจารย์ด้านการเงินจากวิทยาลัยธุรกิจวอร์ตัน มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย กล่าวกับซีเอ็นบีซีว่า เศรษฐกิจของอิสราเอลเริ่มได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดแคลนแรงงานวัยทำงานที่ถูกระดมพลไปร่วมรบ และการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ลดลงเนื่องจากกังวลด้านความปลอดภัย การท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเช่นกันส่งผลกระทบต่อการเติบโตและรายได้ของรัฐบาลด้วย

    โกเมสมองว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับข้อตกลงสันติภาพในตะวันออกกลางและความมั่นคงในมุมมองของอิสราเอลเป็นหลัก

    หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างมากและจำเป็นต้องมีการปรับปรุงทางการคลัง แต่ยังคงอยู่ในระดับที่จัดการได้ ตราบใดที่อิสราเอลสามารถสร้างกรอบสันติภาพที่เปิดให้ลดค่าใช้จ่ายด้านกลาโหมลงอย่างมากและต่อเนื่อง [และ] รักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติและฐานบุคลากรที่มีความสามารถ”

    “สิ่งที่สำคัญน้อยกว่า แต่ก็ยังมีความเกี่ยวข้อง คือ ผลกระทบของสงครามต่อชื่อเสียงของอิสราเอลและความมีเสน่ห์ต่อนักเดินทางทั่วโลก” โกเมสกล่าวเสริม

     ตลาดทุนคึกคัก

    ควบคู่ไปกับเศรษฐกิจตลาดทุนอิสราเอลก็มีเงินไหลเข้ามากมาย ตั้งแต่ต้นปี ดัชนีเทลอาวีฟ 35 พุ่งขึ้นราว 20% จากที่ขึ้นมาแล้ว 51.6% ในปี 2025 ตลอดช่วงสองเดือนของสงครามกับอิหร่าน ดัชนีเพิ่มขึ้นราว 1% นับถึงขณะนี้ดัชนีเทลอาวีฟ 125 ขึ้นมาแล้วกว่า 17%

    ขณะเดียวกันค่าเงินเชเกลของอิสราเอลแข็งค่าขึ้นเกือบ 7% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในปีนี้ โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 4% ตลอดช่วงสงคราม แม้นักลงทุนจะแห่กลับไปลงทุนในดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยก็ตาม

    ผลงาน 35 ปีนับถึงวันนี้ของตลาดหุ้นเทลอาวีฟนำหน้าคู่แข่งตลาดพัฒนาแล้วอื่นๆ รวมถึงดัชนีสำคัญทั้งสามตัวของวอลล์สตรีท

    “ตลาดไม่ใช่แค่ปรับตัวได้ แต่ยังแข็งแกร่งอย่างเห็นได้ชัดเปลี่ยนจากความช็อกมาเป็นความปกติ” ยูซิเยลกล่าวพร้อมตั้งข้อสังเกตว่านักลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนมากอย่างมีนัยสำคัญและกำลังซื้อขายเพิ่มจำนวนขึ้น

    “เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเงินทุนจากต่างประเทศกำลังไหลกลับเข้ามาในตลาดท้องถิ่นส่วนใหญ่ไหลเข้ามาในภาคเทคโนโลยี การเงิน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศ” ยูซิเยลสรุป

     หลีกเลี่ยงผลกระทบจากสงครามไม่ได้

    ยูซิเยล นักวิเคราะห์อาวุโสจากอีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต กล่าวด้วยว่า ระหว่างความขัดแย้งรอบล่าสุด “รัฐบาลยกเลิกมาตรการปิดเมืองที่ไม่จำเป็นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากกังวลว่าการปิดเมืองเป็นเวลานานจะทำให้เศรษฐกิจหดตัวรุนแรงขึ้นและส่งผลกระทบต่อรายได้ของรัฐบาลมากขึ้น”

    “กระนั้นเราคาดว่า กิจกรรมของผู้บริโภคจะหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญระหว่างเดือน มี.ค.-เม.ย. (ปกติจะเป็นช่วงพีคของเทศกาลวันหยุด)”

    แม้รัฐบาลอิสราเอลต้องการลดทอนขีดความสามารถของทั้งรัฐบาลอิหร่านและฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน“ลงอย่างมาก” แต่เป็นไปได้ว่าต้องปฏิบัติตามสหรัฐในขั้นตอนต่อไป สัปดาห์ก่อนรัฐบาลทรัมป์ขยายเส้นตายการหยุดยิงออกไปเพื่อให้มีเวลาเจรจาสันติภาพกับอิหร่านมากขึ้น แต่ทรัมป์ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ว่า เขาไม่รีบทำข้อตกลงหรือกำหนดกรอบเวลายุติสงคราม

    และต่อให้การเจรจาได้ผลลัพธ์ใหม่ๆ “การหยุดยิงใดๆ จะเปราะบางอย่างที่สุด และความเสี่ยงที่อิสราเอลจะดำเนินการแต่เพียงฝ่ายเดียวอย่างน้อยๆ ก็ในเลบานอนนั้นมีความเป็นไปได้สูง” นักวิเคราะห์รายนี้กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/geopolitics/1232299&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw078rHqp0WO0XZcjzQSxWyp

  • “กลุ่มรักษ์ระนอง” ค้าน “แลนด์บริดจ์” ชี้กระทบชุมชน-กลุ่มเปราะบาง-สิ่งแวดล้อม

    “กลุ่มรักษ์ระนอง” ค้าน “แลนด์บริดจ์” ชี้กระทบชุมชน-กลุ่มเปราะบาง-สิ่งแวดล้อม

    เมื่อวันที่ 2 พ.ค.2569 กลุ่มเครือข่ายรักษ์ระนอง ออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ และร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) เพื่อปกป้องแผ่นดิน ทรัพยากร และอนาคตของคนใต้ พร้อมอ่านแถลงการณ์ ที่ท่าเรือยางคด ต.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง

    แถลงการณ์ระบุว่า กลุ่มรักษ์ระนอง ขอประกาศจุดยืนอย่างชัดเจน ในการคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ และร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งผลักดันให้เกิดขึ้น ภายใต้ข้ออ้างเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจและความเจริญของประเทศ แต่ในความเป็นจริง โครงการดังกล่าวกำลังนำมาซึ่งการสูญเสียครั้งใหญ่ของผืนแผ่นดิน ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต และสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในภาคใต้

    โครงการแลนด์บริดจ์ไม่ใช่เพียงการสร้างท่าเรือน้ำลึก หากแต่เป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่ประกอบด้วยท่าเรือขนาดใหญ่ทั้งสองฝั่ง รถไฟรางคู่ มอเตอร์เวย์ นิคมอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า เขื่อน แหล่งสัมปทานหิน และโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่จำนวนมาก ที่ต้องใช้ที่ดินมหาศาลตลอดแนวจาก จ.ระนอง ถึง จ.ชุมพร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 100,000 ไร่ และส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะประชาชนในกลุ่มเปราะบาง เช่น กลุ่มชาติพันธุ์ ชาวเลมอแกน กลุ่มคนไทยพลัดถิ่น และกลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน เป็นต้น

    สิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง คือ กระบวนการผลักดันโครงการนี้ ขาดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงจากประชาชนในพื้นที่ ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพยากร และเป็นผู้ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง การศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EIA/EHIA) ของโครงการย่อยยังไม่แล้วเสร็จ อีกทั้งยังถูกตั้งคำถามอย่างหนักถึงความไม่โปร่งใส การปกปิดข้อมูล และการไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจอย่างเป็นธรรม

    โครงการนี้จะนำไปสู่การทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ทั้งทะเลชายฝั่ง แหล่งประมง ป่าต้นน้ำ ป่าอนุรักษ์ เขตอุทยานแห่งชาติ พื้นที่สงวนชีวมณฑล ป่าชายเลนที่กำลังขึ้นทะเบียนมรดกโลก ภูเขา สายน้ำ และระบบนิเวศที่เป็นฐานชีวิตของคนในพื้นที่ การระเบิดภูเขา การสร้างเขื่อน การขุดลอกทะเล และการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรม จะสร้างผลกระทบที่ไม่อาจประเมินค่าได้ และไม่อาจฟื้นคืนกลับมาได้อีก

    ขณะเดียวกัน ร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC คือกฎหมายพิเศษที่ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์ให้ดำเนินงานได้ง่ายขึ้น โดยให้อำนาจรัฐและกลุ่มทุนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของภาคใต้ได้อย่างกว้างขวาง เปิดทางให้ทุนต่างชาติได้รับสิทธิสัมปทานระยะยาว การเช่าที่ดินและถือครองสิทธิในพื้นที่ได้ถึง 99 ปี พร้อมสิทธิประโยชน์เหนือประชาชนทั่วไปอย่างไม่เป็นธรรม

    กฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่กฎหมายเพื่อประชาชน แต่เป็นกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่และนักลงทุนต่างชาติ เป็นการใช้กฎหมายเพื่อยึดที่ดินของประชาชนภาคใต้ เปลี่ยนผืนแผ่นดินของลูกหลานให้กลายเป็นเขตผลประโยชน์ของนายทุน และทำให้คนในพื้นที่ต้องกลายเป็นเพียงผู้เฝ้ามองการสูญเสียบ้านเกิดของตนเอง พวกเราไม่อาจยอมรับการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนการทำลาย ไม่อาจยอมรับการออกกฎหมายพิเศษเพื่อคนพิเศษ และไม่อาจยอมให้ประชาชนกลายเป็นพลเมืองชั้นสองบนผืนแผ่นดินของตนเอง

    กลุ่มรักษ์ระนอง ขอยืนยันว่า จะยืนหยัดร่วมกับเครือข่ายประชาชนภาคใต้ทุกจังหวัด ในการปกป้องแผ่นดินใต้ ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ปกป้องสิทธิของชุมชน และคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ รวมถึงร่าง พ.ร.บ. SEC อย่างถึงที่สุด

    เราจะร่วมกันต่อสู้ทุกวิถีทางอย่างสันติและเข้มแข็ง เพื่อหยุดยั้งการยึดครองผืนแผ่นดินใต้โดยกฎหมายและทุนข้ามชาติ และเพื่อส่งต่อทรัพยากรอันสมบูรณ์นี้ให้ลูกหลานได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นธรรมต่อไป หยุดแลนด์บริดจ์ หยุด SEC หยุดการยึดแผ่นดินใต้ ปกป้องบ้านเรา เพื่ออนาคตของ

    อ่านข่าว :

    SEC Watch ส่ง จม.ถึง สส.ภูมิใจไทยภาคใต้ ถามกรณีที่ดิน-ทรัพยากร “แลนด์บริดจ์”

    ประจักษ์วิเคราะห์ : ปัดฝุ่น “แลนด์บริดจ์” พายเรือวนในอ่างเดิม

    “นายกฯ” ชี้ “แลนด์บริดจ์” เป็นประโยชน์สร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ

    เตรียมชง “แลนด์บริดจ์” เข้า ครม. “พิพัฒน์” ตั้งงบ 1 ล้านล้าน เชื่อไทยได้ประโยชน์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/505451&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2j2OdD4Nj9S7XC7949Dxkj