Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • K

    K

    องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) เดินหน้าเพิ่มยอดนักท่องเที่ยว รุกตลาด MICE ไทย ตั้งเป้าดึงนักเดินทางกลุ่ม MICE ทั้งกลุ่ม Incentive ท่องเที่ยวดูงาน สัมมนา ฯลฯ จากไทยกว่า 40,000 คน หรือราว 400 กรุ๊ปภายในปี 2568 เล็งเพิ่มตลาดจากไทยขึ้นอีก 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยใช้ทั้งเวทีนานาชาติ IT&CMA and CTW APAC กรุงเทพฯ และเดินสายโรดโชว์ที่เชียงใหม่ ดัน Soft Power K-Culture และสิทธิพิเศษแก่องค์กร

    ที่งาน IT&CMA กรุงเทพฯ KTO และเครือข่าย Korea MICE Cities นำเสนอจุดแข็งของเกาหลี ทั้งโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกและแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ด้านธุรกิจ พร้อมเชื่อม Soft Power ของ K-Culture อย่าง K-pop, K-food และกิจกรรม Wellness เพื่อสร้างความแตกต่างในการดึงดูดตลาด MICE พร้อมต่อยอดผ่านอีเวนท์ ‘Korea MICE Roadshow’ ที่เชียงใหม่ ที่มีผู้แทนจากเอเจนซี่ท่องเที่ยว ภาคธุรกิจ และองค์กรต่าง ๆ กว่า 120 รายเข้าร่วมเจรจาและขยายความร่วมมือ

    นายลี กวางซู ผู้อำนวยการบริหารองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ไทยคือหนึ่งในตลาด MICE ที่เกาหลีให้ความสำคัญ เพราะนักเดินทางกลุ่มนี้ใช้จ่ายสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปเกือบสองเท่าของนักเดินทางทั่วไป เกาหลีมีความพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ตั้งแต่สนามบินอินชอนที่เชื่อมต่อกว่า 186 เมือง อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ระบบ Wi-Fi ครอบคลุม ไปจนถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ผสานกับ K-Culture ที่มีเอกลักษณ์ ปัจจัยเหล่านี้คือข้อได้เปรียบที่ทำให้เราตั้งเป้าดึงนักเดินทาง MICE ไทยอย่างน้อย 40,000 คนภายในปี 2568”

    ข้อมูลจาก KTO ระบุว่า ผู้เข้าร่วม MICE ต่างชาติเฉลี่ยใช้จ่ายราว 2.8 ล้านวอน หรือราว 64,000 บาทต่อคน อุตสาหกรรม MICE ของเกาหลีมีสัดส่วนราว 9.2% ของรายได้ท่องเที่ยวประเทศ งานประชุมนานาชาติคิดเป็น 68.5% ของมูลค่าทั้งหมด ก่อนโควิด-19 เกาหลีเคยจัดงานได้มากถึง 230,000 งานต่อปีในปี 2019 และตลาดกำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

    ปัจจุบันไทยถูกจัดเป็นตลาด MICE ใหญ่สุดเป็นอันดับสองของเกาหลีในอาเซียน รองจากเวียดนาม และกำลังถูกผลักดันให้เป็นหนึ่งในตลาดหลักที่สร้างการเติบโตระยะยาวของอุตสาหกรรม MICE เกาหลี เพื่อเจาะตลาดไทย KTO เปิดตัว Incentive Support Program ครึ่งปีหลัง 2568 ครอบคลุมการสนับสนุนงาน Gala Dinner กิจกรรม Team Building รถบัสเหมาลำ กิจกรรม K-Culture เช่น K-pop Booth และ K-food Truck รวมถึงบริการจัดทำวิดีโอทริป นอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษสำหรับกลุ่มที่เลือกเดินทางไปยังเมืองคยองจูและจังหวัดคยองบุก ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพ APEC Summit 2025

    ข้อมูลเพิ่มเติมจาก KTO สำหรับตลาดท่องเที่ยวทั่วไป จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปเกาหลีใต้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เฉลี่ยร้อยละ 5 ติดต่อกันเป็นเวลา 4 เดือน สะท้อนการฟื้นตัวที่แข็งแรงของตลาด โดยหากย้อนดูปี 2019 มีนักท่องเที่ยวไทยไปเกาหลีราว 570,000 คน และชาวเกาหลีมาไทยกว่า 1.89 ล้านคน แม้โควิด-19 จะทำให้ตัวเลขลดลง แต่ในปี 2024 การเดินทางกลับมาใกล้ระดับเดิมแล้ว โดยมีชาวเกาหลีมาไทยกว่า 1.87 ล้านคน และนักท่องเที่ยวไทยไปเกาหลีราว 320,000 คน หรือคิดเป็น 60% ของระดับก่อนโควิด ทั้งนี้ KTO กำลังหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงระบบ K-ETA และขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวไทยเดินทางได้คล่องตัวยิ่งขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://gotomanager.com/content/141665/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ydoiYKNFTAKpfB-RufMbL

  • อารักชี: การกลับมาใช้กลไก Snapback ทำให้ทางออกทางการทูตยากขึ้น — เรามีสิทธิ์ในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม อับบาส อารักชี กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีข่าว CNN ในนิวยอร์กว่า:

    อารักชี: การกลับมาใช้กลไก Snapback ทำให้ทางออกทางการทูตยากขึ้น — เรามีสิทธิ์ในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม อับบาส อารักชี กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีข่าว CNN ในนิวยอร์กว่า:

    อารักชี: การกลับมาใช้กลไก Snapback ทำให้ทางออกทางการทูตยากขึ้น — เรามีสิทธิ์ในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม
    อับบาส อารักชี กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีข่าว CNN ในนิวยอร์กว่า:
    🔹 สหรัฐฯ ได้โจมตีและสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโรงงานนิวเคลียร์และศูนย์เสริมสมรรถนะยูเรเนียมของเรา
    🔹 แต่ปฏิบัติการทางทหารเหล่านี้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของเราเป็นของภายในประเทศและเราพัฒนาขึ้นเอง
    🔹 เราไม่ได้ซื้อเทคโนโลยีนิวเคลียร์จากต่างประเทศ แต่พัฒนาด้วยตนเอง ดังนั้นเมื่อเทคโนโลยีมีอยู่แล้ว หากมีความกังวลเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทางออกควรเป็นทางการทูต
    🔹 เราเปิดกว้างเสมอสำหรับการเจรจาและการหาทางออกทางการทูต สหรัฐฯ เคยลองใช้มาตรการทางทหารมาแล้ว แต่มันไม่ช่วยแก้ปัญหา
    🔹 ตอนนี้พวกเขากลับมาใช้กลไก Snapback อีกครั้ง ซึ่งก็จะไม่ช่วยแก้ปัญหาเช่นกัน ตรงกันข้าม มันจะเพิ่มความซับซ้อน และทำให้การแก้ปัญหาทางการทูตยากยิ่งขึ้น

  • ‘วิทัย’ ย้ำยึดมั่นดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ เป็นอิสระจากการเมือง

    ‘วิทัย’ ย้ำยึดมั่นดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ เป็นอิสระจากการเมือง

    ‘วิทัย’ ย้ำยึดมั่นดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ เป็นอิสระจากการเมือง

    วันที่ 1 ตุลาคม 2568 นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ได้ส่งมอบหน้าที่ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้แก่ นายวิทัย รัตนากร ซึ่งเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการลำดับที่ 25 ณ สำนักงานใหญ่ ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยในช่วงเช้า นายวิทัย รัตนากร ได้ไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใน ธปท. เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ 

    ‘วิทัย’ ย้ำยึดมั่นดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ เป็นอิสระจากการเมือง ‘วิทัย’ ย้ำยึดมั่นดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ เป็นอิสระจากการเมือง

    ‘วิทัย’ ย้ำยึดมั่นดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ เป็นอิสระจากการเมือง

    นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า การได้ทำงานในตำแหน่งนี้ถือเป็นเกียรติอย่างสูง โดยบทบาทสำคัญคือ การยึดมั่นในภารกิจหลักของ ธปท. ซึ่งก็คือการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค หรือ เสถียรภาพ เป็นหัวใจสำคัญ พร้อมทั้งย้ำว่า ธปท. จำเป็นต้องรักษาความเป็นอิสระจากแรงกดดันทางการเมือง

    ทั้งนี้มองว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญกับปัญหาหลากหลาย ทั้งในระยะสั้น ระยะยาว และเชิงโครงสร้าง โดยมีหลายประเด็นที่จำเป็นต้องเร่งดูแลในทันที ขณะเดียวกัน ปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาวก็เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กัน บทบาทของ ธปท. ถือเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศ แม้จะเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งวันแรก แต่จะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดตามกำลังความสามารถ ทั้งนี้ ภารกิจของแบงก์ชาติมีหลายด้าน และบางเรื่องเป็นประเด็นใหญ่ที่ต้องการความร่วมมือ ไม่อาจดำเนินการเพียงลำพัง
     

    วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

    โดยย้ำว่า ธปท. ยินดีทำงานร่วมกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันประคับประคองเศรษฐกิจ โดยไม่ใช่ต่างคนต่างทำ แต่ต้องเดินไปด้วยกัน โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ การทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างสมดุล และสามารถก้าวไปสู่ศักยภาพที่ควรจะเป็น

    ‘วิทัย’ ย้ำยึดมั่นดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ เป็นอิสระจากการเมือง

    ธปท.ยังคงยึดมั่นในภารกิจหลัก ซึ่งคือ การดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค นอกจากนี้ ธปท. จะต้องมีความเป็นอิสระจากการกดดันทางการเมืองด้วย ส่วนภาพรวมปัญหาของเศรษฐกิจในปัจจุบันมีปัญหามากมาย ทั้งระยะสั้น ระยะยาว และปัญหาเชิงโครงสร้าง ปัญหาที่ต้องเร่งเข้าไปดูแลมีหลายประการในระยะสั้น และยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาวที่ต้องให้ความสำคัญด้วย บทบาทของ ธปท.ยินดีจะร่วมมือกับกระทรวงคลัง และทุกหน่วยงาน ที่จะเข้ามาดูแล และประคับประคองเศรษฐกิจ ไม่ใช่การที่แบงก์ชาติจะต่างคนต่างทำกับหน่วยงานอื่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/economy-business/economy/378967513&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27vJ0yAvZTsSerUtDbkjkn

  • เศรษฐกิจโลกไม่ “ชัดเจน” เมื่อสหรัฐฯ “ชัตดาวน์”

    เศรษฐกิจโลกไม่ “ชัดเจน” เมื่อสหรัฐฯ “ชัตดาวน์”

    วันนี้ (1 ต.ค.2568) ลองนึกภาพชาวอเมริกันตื่นเช้ามา แล้วตัดสินใจไปปิกนิกที่อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี แต่ป้ายหน้าประตูบอกว่า “ปิด!” หรือนักเดินทางจะบินไปนิวยอร์ก แต่คิวที่สนามบินยาวเป็นกิโล เพราะเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกที่สนามบินมีจำนวนไม่พอ

    นี่คือความจริงของ Government Shutdown 2025 ที่เริ่มขึ้นเมื่อเที่ยงคืนวันที่ 30 ก.ย.2568 ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ หลังสภาคองเกรสคุยกันไม่จบในญัตติงบประมาณ สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองในวอชิงตัน แต่ส่งผลกระทบแน่ ๆ ถึงคนอเมริกันและเศรษฐกิจโลก

    อะไรทำให้เกิด “ชัตดาวน์” ครั้งนี้ ?

    ทุกอย่างเริ่มจาก ร่างงบประมาณชั่วคราว (Continuing Resolution หรือ CR) ที่สภาคองเกรสต้องผ่านเพื่อให้รัฐบาลมีเงินใช้ต่อไป แต่ครั้งนี้ พรรคเดโมแครตและรีพับลิกันตกลงกันไม่ได้ เพราะ 

    • เดโมแครต ต้องการให้ร่างงบฯ รวมเงินช่วยเหลือประกันสุขภาพ (ACA subsidies หรือ Obamacare) ที่ช่วยคนรายได้น้อยจ่ายค่าเบี้ยประกัน ถ้าไม่ต่ออายุ 20 ล้านครอบครัวอาจเจอค่าเบี้ยพุ่งสูงถึงร้อยละ 55
    • รีพับลิกัน ยืนกรานให้ผ่านร่างงบฯ ขยายเวลาถึง 21 พ.ย. โดยไม่ผูกกับนโยบายอื่น “ไมค์ จอห์นสัน” ประธานสภาผู้แทนฯ บอกว่า “ไม่มีอะไรต้องเจรจา” จนกว่า ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเดโมแครตในวุฒิสภา จะยอมถอย

    อ่านข่าว : รบ.สหรัฐฯ “ชัตดาวน์” หน่วยงานรัฐเกือบทั้งหมดพักงานไม่มีกำหนด

    ชัตดาวน์ครั้งนี้ “ต่าง” ยังไง ?

    ข้อมูลจาก USA Today ระบุว่า “รัฐบาลปิดทำการ” หรือ Government Shutdown ตั้งแต่ปี 2519 (หลังกฎหมายงบประมาณปี 2518) จนถึงปัจจุบัน (1 ต.ค.2568) มีการปิดทำการทั้งหมด 21 ครั้ง รวมระยะเวลาทั้งหมด 161 วัน (ยังไม่นับของปี 2568) 

    การปิดทำการรัฐบาลสหรัฐ (Government Shutdown) เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสภาคองเกรสไม่สามารถตกลงร่างงบประมาณได้ทันเวลา ส่งผลให้หน่วยงานรัฐบางส่วนต้องหยุดทำงานชั่วคราว ตั้งแต่ปี 2519 เป็นต้นมา มีประธานาธิบดีที่เผชิญวิกฤตนี้บ่อยครั้ง โดย จิมมี คาร์เตอร์ ครองสถิติสูงสุดด้วยการเผชิญชัตดาวน์ถึง 5 ครั้ง รวม 56 วัน ระหว่างปี 2520-2522

    ส่วน โรนัลด์ เรแกน ก็พบกับชัตดาวน์ 5 ครั้งเช่นกัน ในช่วง 2524-2530 แต่ใช้เวลาน้อยกว่า

    ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ เผชิญ 2 ครั้ง รวม 36 วัน โดยเฉพาะครั้งใหญ่ในช่วงปี 2561-2562 ที่ยืดเยื้อถึง 35 วัน ซึ่งนับเป็นการปิดทำการที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

    สาเหตุของชัตดาวน์มักมาจาก ข้อพิพาทเรื่องงบประมาณ และความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน โดยมักผูกโยงกับนโยบายเฉพาะ เช่น การถกเถียงเรื่อง โอบามาแคร์ (Obamacare) ในปี 2556 ที่ทำให้รัฐบาลหยุดชะงัก 16 วัน หรือข้อพิพาทเรื่องงบประมาณสร้างกำแพงชายแดนเม็กซิโกในช่วง 2561-2562 ส่งผลกระทบหนักต่อพนักงานรัฐ 800,000 คน และทำ GDP สูญเสียถึง 11,000 ล้านดอลลาร์ 

    แต่การชัตดาวน์ครั้งนี้มีความต่างจากหลาย ๆ ครั้งในอดีต เพราะอาจส่งผล “เลิกจ้างถาวร” ไม่ใช่แค่การพักงานเหมือนที่เคยเกิดขึ้น

    ในอดีต พนักงานรัฐที่ถูกพักงาน (Furlough) จะได้เงินย้อนหลังเมื่อรัฐบาลเปิด แต่ครั้งนี้ รัส โวท ผอ.สำนักบริหารและงบประมาณ (OMB) ส่งจดหมายสั่งหน่วยงานเตรียม “เลิกจ้างถาวร” เพราะต้องการลดขนาดองค์กรตามนโยบายของทรัมป์ สอดคล้องกับ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เรียกชัตดาวน์ครั้งนี้ว่า “อาจนำสิ่งดี ๆ มาได้”  

    ผลกระทบจากสนามบินถึงตลาดหุ้น

    การปิดทำการรัฐบาลสหรัฐ เป็นเหมือนระเบิดเวลาที่กระทบทุกคน ตั้งแต่พนักงานรัฐที่ต้องหยุดงานโดยไม่มีเงินเดือน นักท่องเที่ยวที่เจออุทยานปิด สนามบินที่วุ่นวาย ไปจนถึงนักลงทุนทั่วโลกที่กุมขมับเมื่อข้อมูลเศรษฐกิจหายไป 

    พนักงานรัฐ กว่า 750,000 คนถูกพักงานโดยไม่ได้รับเงินเดือน คิดเป็นค่าแรงที่หายไปวันละ 400 ล้านเหรียญ ส่วนคนที่ต้องทำงาน ด้วยหน้าที่พนักงานจำเป็น เช่น ตำรวจ ทหาร หรือเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ ต้องรอเงินย้อนหลังจนกว่าวิกฤตจะคลี่คลาย 

    การเดินทาง สนามบินอาจกลายเป็นฝันร้าย เพราะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสนามบิน และ FAA หน่วยควบคุมการจราจรทางอากาศ จะขาดแคลนคน เมื่อปี 2562 การขาดงานของเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรแค่ 10 คน ทำให้เที่ยวบินทั่วสหรัฐฯ ล่าช้าเหมือนโดมิโนล้ม

    สถานที่ท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติ เช่น แกรนด์แคนยอน หรือเยลโลว์สโตน ต้องปิดประตูเงียบ พิพิธภัณฑ์สมิธโซเนียนก็เช่นกัน นักท่องเที่ยวที่วางแผนมานานต้องเปลี่ยนแผนกระทันหัน

    บริการอื่น เช่น การคืนภาษีล่าช้า การสมัครสวัสดิการ เช่น Social Security ชะงัก กระทบคนตัวเล็ก ๆ ที่รอเงินจากรัฐบาล เช่น ผู้สูงอายุหรือครอบครัวยากจน

    ทองคำ-พันธบัตรอาจเป็นที่พึ่ง เมื่อหุ้นส่อแววร่วง

    สูญเสีย GDP Goldman Sachs คาดว่าการชัตดาวน์ 1 สัปดาห์ ทำให้ GDP ลดลงร้อยละ 0.2 แต่ถ้ายืดเยื้อ 1 เดือน อาจเสียหายถึง 4,200 ล้านเหรียญ/วัน ย้อนไปปี 2562 การชัตดาวน์ 35 วันในรัฐบาลทรัมป์ 1.0 ทำให้ GDP หายไปอย่างเรียกคืนกลับมาไม่ได้ถึง 3,000 ล้านเหรียญ ส่งผลให้ธุรกิจที่พึ่งพาสัญญารัฐบาล เช่น บริษัทก่อสร้าง เสียหายหนัก

    ตัวเลขเศรษฐกิจจะหายไป หน่วยงานสถิติหยุดปล่อยตัวเลขสำคัญ เช่น อัตราเงินเฟ้อหรือการจ้างงาน ทำให้การตัดสินใจลงทุนยากขึ้น และอาจนำไปสู่ความผันผวนในตลาด

    ตลาดการเงิน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจสั่นสะเทือน โดยเฉพาะหุ้นที่พึ่งพาสัญญารัฐบาล เช่น บริษัทก่อสร้างหรือเทคโนโลยี แต่ ทองคำ และ พันธบัตรรัฐบาล กลายเป็นที่พึ่ง เพราะนักลงทุนมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย 

    อำนาจสหรัฐฯ สั่นคลอน สหรัฐฯ เป็นผู้นำโลกด้านเศรษฐกิจและการทูต แต่ชัตดาวน์ทำให้ภาพลักษณ์เสียหายเป็นอย่างมาก เช่น การช่วยเหลือต่างประเทศ “USAID” ต้องหยุดโครงการสำคัญ เช่น การกู้ทุ่นระเบิดในกัมพูชา หรือช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดช่องให้จีนเข้ามามีบทบาทมากขึ้นผ่านโครงการโครงสร้างพื้นฐาน

    ยกตัวอย่างการชัตดาวน์ในปี 2562 การปิด USAID ทำให้โครงการช่วยเหลือด้านสุขภาพในลาวและเวียดนามชะงัก จีนฉวยโอกาสขยายอิทธิพลผ่านโครงการ Belt and Road เช่น สร้างถนนและท่าเรือในภูมิภาค

    หลังจากนี้ จะเกิดอะไรขึ้น ?

    วุฒิสภาจะโหวตร่างงบประมาณของรีพับลิกันอีกครั้งในวันที่ 1 ต.ค. (วันที่ 2 ต.ค. ตามเวลาไทย) แต่โอกาสผ่านต่ำ เพราะต้องการคะแนนเดโมแครตเพิ่ม 8 เสียง และยังติดวันหยุดยิว Yom Kippur (2-3 ต.ค.) อีกอาจทำให้เจรจาล่าช้า ถ้าชัตดาวน์ยืดเยื้อเกิน 1 สัปดาห์ ผลกระทบจะหนักขึ้นอีกมากมาย เช่น

    คนอเมริกัน พนักงานรัฐที่ไม่มีเงินเดือนอาจเริ่มประท้วง หรือขาดงานมากขึ้น ส่งผลให้บริการพื้นฐาน เช่น สนามบินหรือไปรษณีย์ ชะงักหนัก

    เศรษฐกิจโลก ความผันผวนในตลาดหุ้นอาจลามไปยุโรปและเอเชีย โดยเฉพาะถ้าข้อมูลเศรษฐกิจขาดหายนาน

    การเมือง เดโมแครตและรีพับลิกันจะยิ่งโทษกันไปมา ประชาชนอาจเริ่มเบื่อและไม่เชื่อใจทั้ง 2 ฝ่าย

    การชัตดาวน์ 2568 ไม่ใช่แค่การ “ปิดไฟ” รัฐบาลชั่วคราว แต่เป็นสัญญาณว่า การเมืองสหรัฐฯ กำลังแตกแยกหนัก การขู่เลิกจ้างถาวรของทรัมป์ ผสมกับความดื้อแพ่งของทั้ง 2 พรรค ทำให้วิกฤตนี้ไม่เหมือนครั้งไหน ๆ 

    ที่มาข้อมูล : Investing.comPotential government shutdown impacts on transportation Better World CampaignU.S. Government Shutdown Risks: 2025 Edition

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/357135&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lVTyDwtTEN0cjKogPnDwN

  • บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – InterGold

    บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – InterGold

    วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลา 10.15 น.

    กลยุทธ์ : ลุ้นบาทอ่อนหนุนทองต่อเนื่อง
    แนวรับ : $3,740  หรือ  58,300 บาท
    แนวต้าน : $3,870  หรือ  59,400 บาท

    ข่าว :  

    .

    เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย : ฟิลิป เจฟเฟอร์สัน รองประธานเฟดยืนยันเดินหน้าลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ แม้เศรษฐกิจเผชิญแรงกดดันจากตลาดแรงงานและเงินเฟ้อ

    วิกฤตชัตดาวน์สหรัฐฯ : ความเสี่ยงที่รัฐบาลกลางจะปิดหน่วยงาน สร้างความไม่แน่นอนสูง และอาจทำให้ข้อมูลเศรษฐกิจ เช่น ตัวเลขการจ้างงาน เผยแพร่ล่าช้า

    ดอลลาร์-บอนด์ยิลด์แข็ง : ดัชนีดอลลาร์เริ่มปรับขึ้น และบอนด์ยิลด์อายุ 10 ปี ทรงตัวสูงที่ 4.15% ยังคงกดดันทองคำ

    เศรษฐกิจจีนผสมผสาน : PMI ภาครัฐหดตัวต่อเนื่อง แต่เอกชนออกมาดีกว่าคาด โดยมียอดสั่งซื้อเพื่อการส่งออกฟื้นตัวครั้งแรกในหลายเดือน

    .

    วิเคราะห์ทองคำ :   

    .

    ปัจจัยบวก : การลดดอกเบี้ยของเฟดถือเป็นแรงหนุนสำคัญ เพราะทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าและทองน่าสนใจขึ้น

    ปัจจัยเสี่ยง : วิกฤตชัตดาวน์อาจสร้างความผันผวน ทั้งหนุนทองในฐานะ Safe Haven แต่ก็เสี่ยงต่อแรงซื้อดอลลาร์ระยะสั้น

    ปัจจัยกดดัน : ดอลลาร์แข็งและบอนด์ยิลด์สูงยังค้ำคอราคาทองไม่ให้พุ่งแรง จีนในฐานะผู้บริโภคทองรายใหญ่ยังไม่ฟื้นชัดเจน ทำให้นักลงทุนชะลอการเข้าซื้อ

    กลยุทธ์ :

    .

    แนวต้าน : $3,870 / 59,400 บาท แนวรับ: $3,740 / 58,300 บาท

    กลยุทธ์ : ทองคำยังได้รับแรงหนุนจากดอลลาร์อ่อนและท่าทีเฟด แต่ระวังความผันผวนจากชัตดาวน์และแรงขายทำกำไรในตลาด แนะนำผู้ที่มีทองแล้ว “ถือ” รอจังหวะ-ผู้ที่ยังไม่มีทอง “รอซื้อเมื่อราคาปรับฐาน”
    เป้าหมายถัดไป หากผ่านแนวต้านได้ มีโอกาสวิ่งสู่ 60,000 บาท แต่ต้องระวังแรงเทขายจากบรรยากาศ FOMO

    .

    #ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา

    สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.intergold.co.th/investor_core/analyze-1-oct-2025/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Rh4BPuqp5Y6MT24o7HIeB

  • ‘วิทัย’ย้ำภารกิจหลักธปท. ดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ อิสระทางการเมือง

    ‘วิทัย’ย้ำภารกิจหลักธปท. ดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ อิสระทางการเมือง

    ‘วิทัย’ย้ำภารกิจหลักธปท. ดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ อิสระทางการเมือง

    วันที่ 1 ตุลาคม 2568 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนที่ 22 ลำดีบที่ 25 ได้เปิดวิสัยทัศน์ในวันแรกหลังรับตำแหน่งใหม่ โดยเน้นย้ำถึงภารกิจหลักของธปท. ในการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคและความเป็นอิสระของธปท. จากแรงกดดันทางการเมือง พร้อมร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นและระยะยาว

    ช่วงเช้าที่ผ่านมา (เวลา 08:35 น.) นายวิทัย เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำธปท. ทั้งหมด 19 จุด ทั้งบริเวณโดยรอบและบนอาคาร เริ่มจากพระนาคปรก หน้าตำหนักวังบางขุนพรหม จนจุดสุดท้ายศาลพระภูมิพระนาคราช ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งศูนย์การเรียนรู้ ธปท. ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ โดยมีคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ

    นายวิทัยกล่าวในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าธปท.วันแรกว่า การได้ทำงานในตำแหน่งนี้ถือเป็นเกียรติอย่างสูง โดยบทบาทสำคัญคือการยึดมั่นในภารกิจหลักของ ธปท. ซึ่งก็คือการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค หรือ “เสถียรภาพ” เป็นหัวใจสำคัญ พร้อมทั้งย้ำว่า ธปท. จำเป็นต้องรักษาความเป็นอิสระจากแรงกดดันทางการเมือง 

    ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญกับปัญหาหลากหลาย ทั้งในระยะสั้น ระยะยาว และเชิงโครงสร้าง โดยมีหลายประเด็นที่จำเป็นต้องเร่งดูแลในทันที ขณะเดียวกัน ปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาวก็เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กัน

    นายวิทัยกล่าวว่า บทบาทของ ธปท. ถือเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศ แม้จะเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งวันแรก แต่จะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดตามกำลังความสามารถ

    ภารกิจของแบงก์ชาติมีหลายด้าน และบางเรื่องเป็นประเด็นใหญ่ที่ต้องการความร่วมมือ ไม่อาจดำเนินการเพียงลำพัง

    ดังนั้น ธปท. ยินดีทำงานร่วมกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันประคับประคองเศรษฐกิจ โดยไม่ใช่ต่างคนต่างทำ แต่ต้องเดินไปด้วยกัน โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ การทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างสมดุล และสามารถก้าวไปสู่ศักยภาพที่ควรจะเป็น

    ธปท.ยังคงยึดมั่นในภารกิจหลัก ซึ่งคือ การดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค นอกจากนี้ ธปท. จะต้องมีความเป็นอิสระจากการกดดันทางการเมืองด้วย

    ส่วนภาพรวมปัญหาของเศรษฐกิจในปัจจุบันมีปัญหามากมาย ทั้งระยะสั้น ระยะยาว และปัญหาเชิงโครงสร้าง ปัญหาที่ต้องเร่งเข้าไปดูแลมีหลายประการในระยะสั้น และยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาวที่ต้องให้ความสำคัญด้วย บทบาทของธปท.ยินดีจะร่วมมือกับกระทรวงคลังและทุกหน่วยงาน ที่จะเข้ามาดูแลและประคับประคองเศรษฐกิจ ไม่ใช่จะต่างคนต่างทำกับหน่วยงานอื่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/640294&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KYicjUrAXkTd_xBOCZeyY

  • รวมพลังทุกภาคส่วน! เชียงใหม่ Kick off วาระการศึกษา 2588

    รวมพลังทุกภาคส่วน! เชียงใหม่ Kick off วาระการศึกษา 2588

    เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ จัดการประชุม สมัชชาเพื่อการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ ณ ห้องประชุมสวรรคโลก โรงแรมคุ้มภูคำ โดยมี นายคงกระพัน เวฬุสาโรจน์ เป็นประธานเปิดการประชุม ตามมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้นำเสนอการขับเคลื่อนสมัชชาการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ และการประกาศวาระการศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ 2588

    การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อ ระดมความคิดเห็น กำหนดทิศทาง และสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม พร้อม Kick off “วาระการศึกษาเชียงใหม่ 2588” เพื่อวางเป้าหมายการศึกษาในระยะ 20 ปีข้างหน้า ภายในงานได้จัดพิธีมอบโล่และเกียรติบัตรการประกวดตราสัญลักษณ์หรือโลโก้ CM@GNLC 2588
    สมัชชาฯ มีบทบาทสำคัญในการบูรณาการนโยบายด้านการศึกษา สอดคล้องกับ มาตรา 54 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดให้รัฐส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต และเปิดโอกาสให้ภาครัฐ ท้องถิ่น เอกชน และภาคประชาสังคมมีส่วนร่วม
    การประชุมครั้งนี้ได้กำหนดประเด็นการพัฒนาการศึกษาและระดมความคิดเห็นให้สอดรับกับนโยบายรัฐบาลปัจจุบัน ที่มุ่งยกระดับคุณภาพคนไทย ผ่านการพัฒนาทักษะดิจิทัล การเรียนรู้ตลอดชีวิต และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงพื้นที่เพื่อให้การศึกษาเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3783614/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2f46c-0ALdddkaHjbPc6TI

  • เอ็นไอเอ ผนึกพันธมิตร เปิดพื้นที่ให้ “นวัตกรรุ่นใหม่” โชว์นวัตกรรมสร้างโลกยั่งยืนใน

    เอ็นไอเอ ผนึกพันธมิตร เปิดพื้นที่ให้ “นวัตกรรุ่นใหม่” โชว์นวัตกรรมสร้างโลกยั่งยืนใน

    เอ็นไอเอ ผนึกพันธมิตร เปิดพื้นที่ให้

    ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง (ที่ 4 จากซ้าย) ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA พร้อมด้วยนายสพลกิตติ์ สังข์ทิพย์ (คนขวา) ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยและส่งเสริมคุณธรรมและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในสถานศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดร. ณัฐพันธุ์ ศุภกา (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ และรักษาการผู้อำนวยการสำนักวิชาการและนวัตกรรม (สสส.) และ นายศรชัย กุสันใจ (ที่ 6 จากซ้าย) รองประธานกรรมการมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ ร่วมเปิด “STEAM4INNOVATOR’s Day 9.9” เพื่อเป็นเวทีให้นวัตกรรุ่นเยาว์ที่ผ่านกระบวนการพัฒนาทักษะการสร้างนวัตกรรมภายใต้หลักสูตร STEAM4INNOVATOR ได้ร่วมนำเสนอผลงานนวัตกรรมเปลี่ยนโลก ซึ่งสะท้อนพลังของ Gen Z ในฐานะ ‘นวัตกรรุ่นใหม่’ ที่พร้อมจะขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมแห่งนวัตกรรม

    รายชื่อบุคคลในภาพจากซ้ายไปขวา

    • นาวสาวช่อทิพย์ ประมูลผล ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและฟิลิปปินส์ หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand: ENZ)
    • รองศาสตราจารย์ ดร.ปุณณมา ศิริพันธ์โนน อุปนายกสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
    • ดร. ณัฐพันธุ์ ศุภกา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ และรักษาการผู้อำนวยการสำนักวิชาการและนวัตกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
    • ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
    • นางสาวชุตินธรา วัฒนกุล บรรณาธิการบริหารด้านข่าวออนไลน์ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส
    • นายศรชัย กุสันใจ รองประธานกรรมการมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12752306&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sTLbg5xVn67URsYyJ_AOL

  • ตรวจสลากออมสิน 1/10/68 สลากออมสินพิเศษ 2 ปี งวด 1 ตุลาคม 2568

    ตรวจสลากออมสิน 1/10/68 สลากออมสินพิเศษ 2 ปี งวด 1 ตุลาคม 2568

    ตรวจสลากออมสิน 1/10/68 ผลการออกเลขสลากจ่ายคืน สลากออมสินพิเศษ 2 ปี หวยออมสิน งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2568

    อันดับที่ 1 ออก 1 ครั้ง 1 อันดับ อันดับละ 30,000,000 บาท

    งวดที่ 245 Q 4804475

    อันดับที่ 2 ออก 1 ครั้ง 1 อันดับ อันดับละ 1,000,000 บาท

    งวดที่ 258 ม 7841735

    อันดับที่ 3 ออก 5 ครั้ง 4,595 อันดับ อันดับละ 10,000 บาท

    1600035 4031505 4858910 5173689 9321773

    อันดับที่ 4 ออก 10 ครั้ง 9,190 อันดับ อันดับละ 3,000 บาท

    0140512 0640203 1589361 2698018 4018406
    4811409 4980323 5037085 5750644 7595347

    อันดับที่ 5 ออก 15 ครั้ง 13,785 อันดับ อันดับละ 1,000 บาท

    0761743 1098431 1400380 1493523 2267685
    2778414 3022086 4256198 5210651 5812590
    8155911 8272608 8639131 8841348 9430878

    เลขท้าย 4 ตัว ออก 1 ครั้ง
    งวดที่ 242 และงวดที่ 244 – 253 497,657 อันดับ อันดับละ 200 บาท
    งวดที่ 254 – 262 312,842 อันดับ อันดับละ 800 บาท
    งวดที่ 263 – 264 64,910 อันดับ อันดับละ 700 บาท
    งวดที่ 265 – 266 30,148 อันดับ อันดับละ 600 บาท

    0594

    เลขท้าย 3 ตัว ออก 1 ครั้ง งวดที่ 242 และงวดที่ 244 – 253 4,976,020 อันดับ อันดับละ 40 บาท

    153

    gsbtn

    อ่านข่าวสลากออมสิน เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/943607/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2i160TNYaSNFYo5XQ673lJ

  • กระทรวงศึกษาธิการ – MOE

    กระทรวงศึกษาธิการ – MOE

    MOE E-Services

    บริการออนไลน์

    ข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

    ข้อมูลสถานศึกษา

    ข้อมูลนักเรียน

    ข้อมูลครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

    ข้อมูลสถานศึกษา

    ข้อมูลนักเรียน

    ข้อมูลครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

    ข่าวประกาศ

    announce

    ข่าวอื่นๆ

    NEWS & UPDATE

    • ทุนพระราชทาน มทศ.
    • ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
    • กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
    • ดูทั้งหมด

    26 ส.ค. 65

    22 ก.ย. 64

    เบื้องหลังความสำเร็จของครูดีเด่น “มนูญ ทิตย์วัลลี” ครูผู้ดูแลนักเรียนทุนพระราชทาน รุ่นที่ 9 ในโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ปี 2563

    21 ก.ย. 64

    “ครูเกม” ทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี (ตชด.)

    18 ก.ย. 64

    กระทรวงศึกษาธิการ พาไปพูดคุยกับ น.ส.เบญจวรรณ แสงเลื่อน นักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 9

    10 มี.ค. 65

    ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาซื้อเครื่องปรับอากาศ แบบแยกส่วน ชนิดตั้งพื้นหรือชนิดแขวนขนาด 36,000 บีทียู จำนวน 20 เครื่อง

    10 มี.ค. 65

    ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาจ้างจัดทำหนังสือที่ระลึกวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 130 ปี 1 เมษายน 2565

    25 ก.พ. 65

    ประกาศเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เรื่องทำเข็มที่ระลึก เสมาคุณูปการ ประจำปี 2565

    23 ก.พ. 65

    ประกาศเชิญชวนเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายประสิทธิภาพสูงเพื่อจัดทำ Web server

    30 ก.ค. 67

    16 ก.พ. 66

    30 ต.ค. 62

    โครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) เพื่อรองรับ 10 อุตสาหกรรม เป้าหมาย และ 3 โครงสร้างพื้นฐาน ผ่านกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

    30 ต.ค. 62

    โครงการสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ผูกู้ยืมเงิน กยศ. ด้วย e-Learning หลักสูตรเงินทองต้องวางแผน

    ข่าวประชาสัมพันธ์

    NEWS & UPDATE

    บทความที่น่าสนใจ

    ARTICLES

    Infographic

    หน่วยงาน ในสังกัด

    องค์กรหลัก

    องค์กรในกำกับ/องค์กรมหาชน

    สำนักงานรัฐมนตรี

    หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.moe.go.th/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A8%25E0%25B8%2588-%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A1/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2TW1TbskgsoZSwPTdfX75x