ร้านอาหารเปลี่ยนจากยอดขาย สู่ Cash Flow
นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย กล่าวว่า ไตรมาส 3 เป็นช่วง Low Season ขณะที่ปัจจัยสงครามยิ่งกระทบการท่องเที่ยวและกำลังซื้อ ทำให้ธุรกิจร้านอาหารต้องเปลี่ยนจากการมอง “ยอดขาย” มาให้ความสำคัญกับกระแสเงินสดมากขึ้น
ปัจจุบันแม้แต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่เคยเป็นช่วงขายดี ยอดขายบางส่วนลดลงประมาณ 25-30% ผู้ประกอบการจึงควรทำ Cash Flow Forecast ล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 เดือน เพื่อประเมินว่าสภาพคล่องจะเพียงพอประคองกิจการถึง High Season หรือไม่
ขณะเดียวกันต้องลดต้นทุนที่ไม่สร้างรายได้ โดยเฉพาะ Food Waste และค่าแรง หลายร้านชะลอรับพนักงานประจำและหันไปใช้ Casual หรือ Freelance ในช่วงที่มีความต้องการแรงงานสูง
อีกแนวทางคือ Menu Engineering คัดเมนูที่มี Margin สูงหรือ Hero Menu มาผลักดัน พร้อมลดเมนูที่ไม่ทำกำไร เพื่อควบคุมสต็อกและลดการสูญเสียวัตถุดิบ ท่ามกลางราคาวัตถุดิบทั้งไข่ เนื้อหมู และผักที่ยังผันผวน
“เจ๊จง” แนะกำเงินสด ไม่ทนแบกสาขาขาดทุน
นางจงใจ กิจแสวง หรือ “เจ๊จง” เจ้าของร้านหมูทอดเจ๊จง กล่าวว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน สิ่งสำคัญคือการรักษาเงินสดและลงทุนอย่างรอบคอบ หากต้องการขยายสาขาต้องวิเคราะห์ทำเลและความเสี่ยงอย่างละเอียด เพราะไม่ใช่ทุกสาขาจะประสบความสำเร็จ
หลักสำคัญคือ หากสาขาใดยอดขายไม่คุ้มต้นทุนหรือไม่เหลือกำไร เมื่อหมดสัญญาควรตัดสินใจปิดและมองหาทำเลใหม่ ไม่ควรฝืนดำเนินธุรกิจจนกลายเป็นภาระหนี้
“อย่าทนอยู่จนเป็นหนี้ หากเห็นสัญญาณไม่ดีต้องรีบถอยออกมาในขณะที่ยังมีกำลัง”
เจ๊จงมองว่า กำลังซื้อยังไม่กลับสู่ภาวะปกติและอาจต่อเนื่องถึงสิ้นปี ผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และ SME จึงต้องระวังการลงทุน โดยเฉพาะการเปิดสาขาใหม่ที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก
การบินไทยเฮดจิ้งนํ้ามัน 34%
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ครึ่งปีหลังบริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง ท่ามกลางความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง โดยตั้งเป้าทำประกันราคานํ้ามันหรือ Fuel Hedging ประมาณ 34% ภายใต้นโยบายที่กำหนดเพดานไม่เกิน 60%
นอกจากบริหารความเสี่ยงราคานํ้ามันแล้ว การบินไทยจะเชื่อมโยงต้นทุนกับกลยุทธ์การขาย หลีกเลี่ยงการแข่งขันด้วยการดัมพ์ราคา และปรับราคาตั๋วให้สอดคล้องกับต้นทุนนํ้ามันและภาวะตลาด
พร้อมกันนี้จะเลื่อนการลงทุนที่ยังไม่เร่งด่วน เช่น การปรับปรุงอาคารสถานที่ แต่ยังเดินหน้าลงทุน Backbone System ที่จำเป็นต่อการเติบโตระยะยาว รวมถึงการปรับปรุงภายในเครื่องบิน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและคุณภาพบริการ
เจมาร์ทบริหารซัพพลายเชน-สต็อก
นายดุสิต สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด กล่าวว่า ความเสี่ยงหลักของธุรกิจสมาร์ทโฟนขณะนี้คือซัพพลายเชนและราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น บริษัทจึงทำงานใกล้ชิดกับผู้ผลิต หากมีสัญญาณขึ้นราคาจะเพิ่มสต็อกล่วงหน้า 2-3 สัปดาห์ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านราคา
ตลาดสมาร์ทโฟนยังเติบโต โดยเฉพาะรุ่นเรือธง แม้จำนวนเครื่องที่ขายลดลง แต่มูลค่าตลาดเพิ่มขึ้น ขณะที่ครึ่งปีหลังเจมาร์ทโมบายยังเดินหน้าขยายสาขา เพื่อเป็นช่องทางค้าปลีกสนับสนุนธุรกิจของ SG ไฟแนนซ์
ก่อสร้างเจอต้นทุนสูง-แรงงานขาด-ค่า K ค้างจ่าย
นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ CIVIL และอุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ กล่าวว่า ธุรกิจก่อสร้างได้รับผลโดยตรงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ เพราะใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ทั้งเหล็ก ปูน วัสดุก่อสร้าง และนํ้ามันที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนขนส่ง
ปัญหาคือเมื่อต้นทุนวัสดุเพิ่มตามราคานํ้ามัน มักไม่ลดลงในสัดส่วนเดียวกันเมื่อราคานํ้ามันลด ขณะที่สูตรค่าชดเชยงานก่อสร้างหรือค่า K ของภาครัฐยังไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ทำให้ผู้ประกอบการต้องรับภาระส่วนต่าง
อีกปัญหาคือการขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไม่สามารถทดแทนได้ทันที เพราะงานก่อสร้างต้องอาศัยทักษะและความชำนาญเฉพาะด้าน
ด้านการเงิน ผู้ประกอบการยังเผชิญต้นทุนดอกเบี้ยจากการกู้เพื่อรักษาสภาพคล่อง ทำให้การบริหารกระแสเงินสดกลายเป็นเรื่องสำคัญที่สุด แม้บางกรณีต้องยอมรับภาระดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเพื่อให้งานเดินหน้าต่อ
CIVIL ยังปรับการบริหารซัพพลายเชน ดูแลคู่ค้า ผู้รับเหมาช่วง และเจ้าของงานอย่างใกล้ชิด พร้อมควบคุมค่าใช้จ่ายภายใน ลดต้นทุนบริหารและตรวจสอบการทำงานล่วงเวลา
ด้านเทคโนโลยี มีการนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพในงานที่เหมาะสม และเตรียมนำ ERP ของ Oracle มาใช้เพื่อลดขั้นตอนและปรับกระบวนการทำงาน รวมถึงเปิดโอกาสให้บุคลากรรุ่นใหม่มีบทบาทมากขึ้น
ในฐานะตัวแทนสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย นายปิยะดิษฐ์เสนอให้รัฐบาลเร่งเบิกจ่ายค่าจ้างและเงินชดเชยค่า K ที่ค้างชำระ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ พร้อมวางระบบบริหารแรงงานต่างด้าวอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ยังเสนอให้ตั้งองค์กรกลางดูแลและพัฒนาอุตสาหกรรมก่อสร้างโดยเฉพาะ เนื่องจากอุตสาหกรรมนี้มีสัดส่วนประมาณ 8-9% ของ GDP และเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญต่อขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
อสังหาฯ คุมเงินสด-ต้นทุน เลือกลงทุนตามดีมานด์
นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) มองว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ครึ่งหลังปี 2569 ยังท้าทายจากเศรษฐกิจไทยที่เติบโตตํ่าและความไม่แน่นอนจากต่างประเทศ ทำให้กำลังซื้อฟื้นตัวไม่เต็มที่
ผู้ประกอบการจึงต้องเน้นบริหารกระแสเงินสด ควบคุมต้นทุนและสต็อก พร้อมเลือกพัฒนาโครงการให้ตรงกับดีมานด์จริง แทนการเร่งขยาย โดยการอยู่รอดขึ้นอยู่กับฐานะการเงิน คุณภาพสินค้า และความเชื่อมั่นของลูกค้า
แสนสิริมองว่า ตลาดจะฟื้นตัวได้ชัดเจนขึ้นเมื่อเศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตระดับ 3-4% ซึ่งจะช่วยปลดล็อกกำลังซื้อที่ชะลอการตัดสินใจอยู่ในปัจจุบัน
ด้านนายณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและนวัตกรรม บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ครึ่งปีหลังบริษัทยังต้องรับมือกำลังซื้อที่ชะลอตัว โดยเตรียมเปิดโครงการใหม่และ Re-launch รวมประมาณ 18 โครงการ เพื่อกระตุ้นตลาดและช่วยดูดซับสต็อก
พร้อมเดินหน้าแคมเปญ “SC Ready to Live” นำบ้านตัวอย่างตกแต่งครบพร้อมอยู่มาจำหน่าย เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการตกแต่งของลูกค้า ขณะเดียวกันช่วยระบายสต็อกและนำเงินสดกลับเข้าสู่บริษัท
ปัจจุบันมีบ้านพร้อมขายในแคมเปญ 72 ยูนิต มูลค่ารวมประมาณ 2,900 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดขายราว 1,000 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีหลัง