Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เดือด! “เจี๊ยบ อมรัตน์”ฟาดคำสั่งกระทรวงศึกษาฯ สั่งโรงเรียนงดรื่นเริง 1 ปี  หลุดโลกเกินพอดี จี้ทบทวน

    เดือด! “เจี๊ยบ อมรัตน์”ฟาดคำสั่งกระทรวงศึกษาฯ สั่งโรงเรียนงดรื่นเริง 1 ปี หลุดโลกเกินพอดี จี้ทบทวน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/106173&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2TITWWVOaXLYcozoaoM9Xr

  • “น้องหมิว” บัณฑิตจิ๋ว ย้อนทรงจำจดหมายเปลี่ยนชีวิต รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” | TOPNEWS

    “น้องหมิว” บัณฑิตจิ๋ว ย้อนทรงจำจดหมายเปลี่ยนชีวิต รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” | TOPNEWS

    “บันทึกเด็กหญิงวราภรณ์ ที่มีความฝันอยากเป็นนักเขียนแรงบันดานใจจากเรื่องจริงของตัวเอง

    พระองค์ท่านไม่เคยต้องออกสื่อหรือป่าวประกาศ เพราะพระองค์คิดเสมอประชาชนทุกหมู่เหล่า คือลูกๆของพระองค์

    จดหมายฉบับเล็ก…ถึงพระเมตตาที่ไม่มีวันเลือน

    เราเป็นเด็กพิการคนหนึ่งที่เกิดมาในครอบครัวค่อนข้างลำบากยากจนมีพ่อแม่ทำงานก่อสร้าง

    แต่มีความฝันเพียงหนึ่งเดียว อยากเรียนหนังสือให้ได้ เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระของใคร
    หลายคนบอกเราว่า “เพ้อฝัน” ไม่มีทางได้รับโอกาสนั้นหรอกแต่เรากลับเชื่อมั่นเสมอว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระราชินี คือกำลังใจของชีวิต

    เราจึงตัดสินใจเขียนจดหมายกราบบังคมทูลถึงพระองค์ท่าน
    ด้วยหัวใจที่ไม่รู้เลยว่าจะมีใครได้อ่านไหม
    แต่เชื่อเพียงว่า ถ้าจดหมายฉบับนี้มีบุญถึงพระเนตรพระกรรณ พระองค์คงไม่ทอดทิ้งประชาชน

    ไม่นานหลังจากนั้น เราได้รับจดหมายตอบกลับจาก “สำนักพระราชวัง”
    ลงนามโดย “สำนักราชเลขาธิการในพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ”
    เป็นจดหมายที่เปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิตของเรา
    พระองค์ทรงมีรับสั่งให้เราระบุได้เลยว่า “อยากเรียนที่ไหน เรียนอะไร เรียนกี่ปี”
    และพระราชทาน ทุนการศึกษา ให้เราได้เรียนต่อ

    ความตื้นตันใจในวันนั้นไม่มีคำใดจะบรรยายได้
    มันคือวันที่เราได้รู้ว่า พระองค์ท่านทรงเห็นเราแล้วจริง ๆ
    และนี่ก็สะท้อนให้เราเห็นชัดเจนว่า พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งประชาชนเลย
    ไม่ว่าประชาชนจะเกิดมาเป็นแบบไหน หรือมีข้อจำกัดอย่างไร
    พระองค์ไม่เคยเลือกประชาชน แต่ทรงเมตตาทุกคนเท่าเทียมกัน

    ตั้งแต่นั้นมา เราสัญญากับตัวเองว่า
    สิ่งเดียวที่เราจะตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณได้
    คือ ตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด
    เรียนให้สมกับที่พระองค์ทรงให้โอกาส
    ไม่ขาดเรียนแม้วันที่ป่วย เว้นแต่ร่างกายไม่ไหวจริง ๆ

    เราส่งรายงานผลการเรียนไปยังสำนักพระราชวังทุกภาคเรียน
    และทุกครั้งที่มีจดหมายตอบกลับ ก็เต็มไปด้วยกำลังใจจากพระองค์
    พระองค์ตรัสผ่านเจ้าหน้าที่ว่า

    “ตั้งใจเรียนเท่าที่ทำได้ ไม่ต้องกดดันตัวเองมาก หากมีปัญหาหรือติดอะไรให้แจ้งได้เลยไม่ต้องกังวลหรือเกรงใจ”

    ในวันที่เราป่วยจนเกรดตกเล็กน้อย
    เรารายงานไป และคำตอบกลับจากพระองค์ก็อ่อนโยนยิ่งนัก
    พระเมตตานั้นทำให้เราลุกขึ้นสู้ต่อ และผลการเรียนก็ดีขึ้นอีกครั้ง

    จนกระทั่งถึงวันที่เรากำลังเรียนปีสอง
    ข่าวการเสด็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาถึง
    เราร้องไห้ทุกวัน ไม่อยากทำอะไรเลย
    เพราะในใจของเราฝันไว้เสมอว่า อยากเรียนจบด้วยเกียรตินิยมถวายแด่พระองค์ เราท้อและเศร้าเสียใจมากๆ
    แต่เมื่อมองดูประชาชนทั้งแผ่นดินที่ยังมี “หัวใจของพ่อ” อยู่ในใจ
    เราจึงฮึดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกำลังใจจาก “แม่หลวง” ที่ยังคงอยู่

    และในที่สุด…เราก็ทำได้จริง ๆ

    เราจบปริญญาตรี พร้อม เกียรตินิยมอันดับสอง เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าได้เกียรตินิยมเพราะเราหารายชื่อไม่เจอ

    ช่วงนั้นอาจจะเริ่มสายตาสั้นแล้ว แต่คนที่เห็นคือ แม่ของเรา
    แม่เห็นชื่อเราในใบทานสคริป แม่ร้องไห้ด้วยความภูมิใจ เพราะเราทำสำเร็จ ด้วยเกียรตินิยมอย่างที่ตั้งใจ ถวายปริญญานี้แด่พระองค์ท่าน

    เมื่อถึงวันรับพระราชทานปริญญาบัตร
    เรารู้สึกกังวลมาก แต่พระเมตตาก็ยังคงอยู่
    เราได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา (พระองค์ภา) พระองค์ผู้พระราชทานปริญญาบัตรตรัสว่า
    “ให้เดินเข้าไปรับได้เลย ไม่ต้องกังวล และยิ้มให้พระองค์ได้ด้วย” ไม่ใช่แค่เพราะเราได้ “รับพระราชทานปริญญาบัตร”

    แต่เพราะ เราได้เดินเข้าไปด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความกตัญญูและศรัทธาในพระเมตตาของพระองค์ท่าน

    หลังจากนั้น เราได้เข้าทำงานที่ธนาคาร
    อาชีพมั่นคงที่เราใฝ่ฝัน ทั้งที่ไม่เคยคิดเลยว่าจะทำได้
    ทุกอย่างนี้ล้วนเกิดจากพระเมตตาและพระกรุณาของพระองค์ทุกพระองค์
    ที่ทรงเปิดประตูชีวิตให้เด็กพิการคนหนึ่งมีวันนี้ได้เพราะคำว่าการศึกษาและพระเมตตา

    อาชีพมั่นคงและสิ่งที่เราใฝ่ฝัน มันไม่ใช่เพียงความสำเร็จทางชีวิตเท่านั้น แต่เป็น หลักฐานของพลังแห่งความดี ความพยายาม และพระมหากรุณาธิคุณที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนคนหนึ่งจนเติบโตให้งดงามได้ด้วยพระเมตตา

    มาถึงวันนี้ วันที่เราไม่อยากได้ยินหรือให้เกิดขึ้นจริงเลยแม้แค่ความฝันก็ไม่อยากให้เกิด วันที่ทราบข่าวจากทุกสำนัก พระพันปีหลวงจะเสด็จสวรรคต😢
    เราหันไปดูหน้าซองจดหมายเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ความรู้สึกต่างจากทุกครั้งมากๆ

    เรามองดูจ่าหน้าซองจดหมายจาก

    “กองราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ” ซึ่งเป็นพระนามของ แม่ ผู้ที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา

    ความซาบซึ้งนั้นยังคงเหมือนวันแรก
    ไม่มีพระเมตตาที่ใดในโลกจะเทียบเทียมได้เลย

    พระมหากรุณาธิคุณนี้จะสถิตอยู่ในหัวใจของเรา
    ตราบเท่าที่เรายังมีลมหายใจ และจะส่งต่อแรงบันดาลใจนี้
    ให้ทุกคนเชื่อมั่นว่า

    “เมื่อเราทำดีและไม่ยอมแพ้ ความดีนั้นจะพาเราไปถึงแสงแห่งความหวังเสมอ”

    ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความกตัญญู เราขอถวายความสำเร็จในชีวิตของเรา
    ทั้งความรู้ ความเพียร และความตั้งใจเรียนทุกย่างก้าว
    แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระพันปีหลวง
    ผู้ทรงเป็นแรงบันดาลใจและความหวังของลูกหลานประชาชนทุกคน

    พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน
    ที่ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน ไม่เลือกใคร ไม่ว่าสภาพใด
    ได้หล่อหลอมชีวิตของเราให้กล้าเผชิญโลกด้วยความมั่นใจและความดี
    ให้เราได้มีโอกาสเรียนจบ มีอาชีพมั่นคง และเป็นประโยชน์ต่อสังคม

    ถ้าไม่ได้รับพระเมตตาจากพระองค์ ก็คงไม่มี #บัณฑิตจิ๋ว ในวันนี้

    กราบแทบพระยุคลบาท น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

    และขอถวาย กำลังใจและความปรารถนาดี แด่
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระราชินี ทั้ง พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญด้วยสวัสดิภาพและพระเกษมสำราญ
    เพื่อเป็นกำลังใจให้สืบสานพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชนทุกคน

    เราขอสัญญาว่าจะถือเอาพระเมตตานี้เป็นหลักชัยของชีวิต
    ตั้งใจทำความดี ตั้งใจให้เต็มกำลัง และแบ่งปันแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น
    เพื่อสืบทอดความดี ความศรัทธา และพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน
    ให้คงอยู่ในใจของเรา และของผู้ที่ได้รับรู้เรื่องราวนี้ตลอดไป”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1368443&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SiQa-K_B7JTIp17WagGzK

  • มาร์คอนเดส นักหวดบราซิล ผงาดคว้าแชมป์หวดแคล-คอมพ์ หัวหิน 2025

    มาร์คอนเดส นักหวดบราซิล ผงาดคว้าแชมป์หวดแคล-คอมพ์ หัวหิน 2025

    อิกอร์ มาร์คอนเดส นักเทนนิสหนุ่มจากบราซิล โชว์ฟอร์มแกร่งเฉือนชนะ อาเธอร์ เวเบอร์ มือหนึ่งของรายการจากฝรั่งเศส 2 เซตรวด ผงาดแชมป์ศึก แคล-คอมพ์ แอนด์ ซีซีเอยู อินดัสตรี 4.0 ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ M15 หัวหิน 2025 พร้อมเปิดฉากสัปดาห์ที่สองด้วยชัยชนะของนักหวดไทย “เปน” จารุศร ในรอบคัดเลือก

    การแข่งขันเทนนิสชายนานาชาติ ไอทีเอฟ เมนส์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ เอ็ม15 หัวหิน รายการ แคล-คอมพ์ แอนด์ ซีซีเอยู อินดัสตรี 4.0 ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 516,000 บาท) จัดขึ้นที่ อารีน่า หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568

    ประเภทชายเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ อิกอร์ มาร์คอนเดส นักหวดหนุ่มชาวบราซิล มือวางอันดับ 2 ของรายการ และมือ 609 ของโลก ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง เอาชนะ อาเธอร์ เวเบอร์ มือวางอันดับ 1 ของรายการ และมือ 485 ของโลกจากฝรั่งเศส ไปด้วยสกอร์ 7-5, 7-5

    มาร์คอนเดส คว้าแชมป์พร้อมรับเงินรางวัล 2,160 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 74,304 บาท) และคะแนนสะสมโลก 15 คะแนน ส่วนเวเบอร์ รองแชมป์ รับเงินรางวัล 1,272 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 43,756 บาท) และ 8 คะแนน

    ในวันเดียวกัน ยังเปิดฉากการแข่งขัน สัปดาห์ที่ 2 ของรายการเดียวกัน โดยในประเภทชายเดี่ยว รอบคัดเลือก รอบแรก เป็นการพบกันเองของนักเทนนิสไทยระหว่าง “เปน” จารุศร มือวางอันดับ 10 ของรอบคัดเลือก กับ ณัฏฐญุตม์ นิธิธนนนต์ ผลปรากฏว่า “เปน” เอาชนะไป 2 เซตรวด 6-3, 6-2 ผ่านเข้าสู่รอบคัดเลือก รอบสอง ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายของการคัดเลือก โดยจะพบผู้ชนะระหว่าง เอเลียส ยูเลียน แวร์เนอร์ มือวาง 7 จากเยอรมนี กับ เรียว มินากาตะ จากญี่ปุ่น

    ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่น ๆ ในรอบคัดเลือก รอบแรก มีดังนี้

    ชาร์ลส์ กล่ำสมบัติ แพ้ ดอเรียง เทรมเบลย์ (ฝรั่งเศส) 2-6, 2-6

    ปัญณ์ณวัชญ์ สุทธิสมบูรณ์ แพ้ คอร์บาน โครว์เธอร์ (นิวซีแลนด์) 1-6, 1-6

    สิทธวีร์ กุลพิศาลรัศม์ แพ้ แอนโทนี่ ซูซานโต (อินโดนีเซีย) 3-6, 1-6

    คงทรัพย์ คงคา แพ้ ซาย คาร์ทีก เรดดี้ กันตา (อินเดีย) 3-6, 4-6

    พิชญะพงษ์ โสภณพิสุทธิ์ แพ้ ดานิล โบกาตอฟ 0-6, 0-6

    ปุญชัช สุนทรปกาสิต แพ้ เร็น นากามูระ (ญี่ปุ่น) 0-6, 0-6

    จูเลียน เดอ คุยแปร์ (มือ 1–ฝรั่งเศส) ชนะ วิโตริโอ สแตนคอฟ (บัลแกเรีย) 6-3, 6-0

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/92971/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FquDrD3ZzyIN34Ot4gPDz

  • คนใต้จ่ายหนัก ซื้อสินค้า Luxury สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2 เท่า CPN ทุ่ม 4.5 พันล้าน ปั้น“เซ็นทรัล กระบี่”

    คนใต้จ่ายหนัก ซื้อสินค้า Luxury สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2 เท่า CPN ทุ่ม 4.5 พันล้าน ปั้น“เซ็นทรัล กระบี่”

    ขึ้นชื่อเป็นหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว “กระเป๋าหนัก” จากทั่วโลก จังหวัดกระบี่มีรายได้และกำลังซื้อที่แข็งแกร่งเป็นทุนเดิม การมาถึงของ “เซ็นทรัล กระบี่” จึงไม่ใช่แค่การเติมเต็มความต้องการ แต่เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน บทความนี้จะพาเจาะลึกว่า แลนด์มาร์กแห่งใหม่นี้จะเข้าไปปลุกเร้าเศรษฐกิจท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวใต้ให้ “พร้อมรับ” คลื่นนักท่องเที่ยวคุณภาพได้อย่างไร?

    New Premium Market ของภาคใต้

    ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “เซ็นทรัล กระบี่” โครงการมิกซ์ยูสแห่งแรกของจังหวัดกระบี่ และแห่งที่ 6 ในภาคใต้ ด้วยมูลค่าการลงทุน 4,500 ล้านบาท เป็นศูนย์การค้าลำดับที่ 44 ของเซ็นทรัลพัฒนา พื้นที่โครงการรวม 114 ไร่ ประกอบด้วยศูนย์การค้าพื้นที่ 54 ไร่ พื้นที่อาคารรวม (GBA) 86,609 ตารางเมตร, โครงการที่อยู่อาศัย BAAN NINYA KRABI วิลล่าหรูวิวภูเขา Panoramic View, คอนโดมิเนียมหรูบรรยากาศรีสอร์ต PHYLL และ โรงแรม 

    โดยเซ็นทรัล กระบี่ พร้อมเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตแห่งใหม่ ภายใต้แนวคิด “Made by Krabi” พร้อมเสริมทัพด้วยกว่า 300 แบรนด์ ตั้งเป้าทราฟฟิก 25,000 คน/วัน พร้อมทั้งเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกของไทยที่มุ่งสู่การรับรองมาตรฐานสากล EDGE Zero Certification มาตรฐานอาคารสีเขียว ยกระดับจังหวัดกระบี่สู่การเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก สอดรับยุทธศาสตร์จังหวัด “Krabi Prototype” ให้เป็นศูนย์กลาง Sustainable Tourism สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

    5 เรื่องน่ารู้ของ ‘เซ็นทรัล กระบี่’ 

    1. Krabi – The City of Sustainable Tourism กระบี่คือหนึ่งในเมืองที่งดงามและสมดุลที่สุดของประเทศไทย ธรรมชาติ วัฒนธรรม และผู้คน อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน จนได้รับการยกให้เป็น “เมืองต้นแบบของการท่องเที่ยวยั่งยืน (Sustainable Tourism)” เซ็นทรัล กระบี่ จึงถูกพัฒนาให้เป็น ศูนย์การค้าต้นแบบแห่งแรกของไทย ที่เติบโต “ไปพร้อมกับเมืองกระบี่” ด้วยแนวคิด Regenerative Design ที่ให้ธรรมชาติและธุรกิจอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล สถาปัตยกรรมของศูนย์ฯ ได้แรงบันดาลใจจาก หมู่เกาะกลางอันดามัน, สวนปาล์ม และเรือหัวโทง ใช้พื้นที่เปิดโล่งแบบ Semi-Outdoor เพื่อลดพลังงาน     พร้อมระบบโซลาร์เซลล์กว่า 14,400 ตร.ม. กำลังผลิต 3.2 เมกะวัตต์ ถือเป็นศูนย์การค้าที่ใช้พลังงานสะอาดมากที่สุดในกลุ่มเซ็นทรัล พร้อมนำวัสดุเหลือใช้อย่างพลาสติก Biochar และหินฝุ่น มาพัฒนาเป็นถนนคาร์บอนต่ำยาวเกือบ 500 เมตร นี่คือการเชื่อมโยงแนวคิดความยั่งยืนจากศูนย์การค้าไปสู่ชุมชน พิสูจน์ว่า “การพัฒนาเมือง” และ “การดูแลโลก” สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้จริง

    2. Made by Krabi – คิดและทำจากหัวใจของคนกระบี่ เพราะความยั่งยืนที่แท้จริง ต้องเริ่มจากรากของผู้คนในเมืองนั้น ทุกดีเทลของ เซ็นทรัล กระบี่ ถูกสร้างขึ้นแรงบันดาลใจของท้องถิ่น ศูนย์การค้าแห่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ “เกิดขึ้นจากกระบี่จริง ๆ”

    3. The Living Room of Krabi – ห้องรับแขกของเมือง พื้นที่แห่งการพบปะและชีวิต ที่รวมกว่า 300 แบรนด์ ไว้ในที่เดียว เซ็นทรัล กระบี่ ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าศูนย์การค้า แต่คือ “ศูนย์กลางชีวิตเมือง” ที่ทุกคนในชุมชนมีส่วนร่วม ครบทุกไลฟ์สไตล์ เช่น Tops, Power Buy, Supersports, B2S, Auto1 และร้านอาหารชื่อดังอย่าง BONCHON, Fuji, Salad Factory, Pepper Lunch พร้อมไฮไลต์ตอบโจทย์สายสปอร์ตอย่าง Jetts Fitness 24 ชั่วโมง, HarborLand แห่งแรกของภาคใต้, และ Starbucks วิวสวยที่สุดในอันดามัน

    4. When Sustainability Meets Creativity เพราะความยั่งยืนต้องมีชีวิต ต้องมีสีสัน และต้องร่วมสมัย เซ็นทรัล กระบี่ ยกระดับแนวคิดความยั่งยืนให้จับต้องได้และสนุกขึ้น ผ่านศิลปะและคาแรกเตอร์ที่คนกระบี่ภาคภูมิใจ พบกับ “น้องปูอันดา” มาสคอตแห่งความสุขของเมือง 

    และ “Krabi Man” มนุษย์โบราณแห่งอันดามันในเวอร์ชันร่วมสมัย ออกแบบร่วมกับคนกระบี่กว่า 11 ชุมชน เช่น ช่างผ้าบาติก กลุ่มแม่บ้านวัยเกษียณ ศิลปินรุ่นใหม่ และวงษ์พาณิชย์ กระบี่ ดีไซน์ออกมาเป็น 4 สไตล์แฟชั่นสะท้อนอัตลักษณ์ของเมือง จาก “Krabi Beach Vibe” ไปจนถึง “Krabi Sustainable Man” ทั้งหมดนี้คือการแสดงพลังของความคิดสร้างสรรค์และความยั่งยืน ที่เติบโตไปพร้อมกัน

    5. Celebrate the Opening – Made by Krabi Grand Opening ฉลองเปิดศูนย์การค้าสุดยิ่งใหญ่ 72 วันต่อเนื่อง ด้วยกิจกรรมสุดพิเศษที่สะท้อนหัวใจแห่งความยั่งยืนของเมือง ทั้ง เต้ย–จรินทร์พร บิวกิ้น–พุฒิพงศ์, แอลลี่–อชิรญา

    คาดปี 68 รายได้จากการท่องเที่ยวกระบี่แตะ 1 แสนล้านบาท

    แล้วกระบี่มีศักยภาพมากน้อยแค่ไหน ? ดร.ณัฐกิตติ์ เผยว่า กระบี่มีราคาที่ดินที่จับต้องได้ และเป็นหนึ่งในจังหวัดศักยภาพสูงของภาคใต้ หากกล่าวว่าคือ “Tourism Powerhouse of Andaman” ก็คงไม่ผิดเพี้ยน ทั้งนี้ที่ผ่านมากระบี่มีรายได้จากการท่องเที่ยวปี 2567 กว่า 91,000 ล้านบาท ติด Top 5 ของประเทศ (ไม่รวมกรุงเทพฯ) และเป็น Top 3 ของภาคใต้ 

    รวมทั้งคาดว่าปี 2568 รายได้จากการท่องเที่ยวจะเติบโตแตะ 1 แสนล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 6.3 ล้านคนต่อปี โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพจากยุโรป มาเลเซีย อินเดีย และสิงคโปร์ รวมทั้งออสเตรเลีย สแกนดิเนเวีย ด้วยเช่นกัน 

    นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งของจังหวัดกำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะการขยายท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ เทอร์มินอลใหม่ ที่รองรับผู้โดยสารได้ถึง 8 ล้านคนต่อปี 3,000 คนต่อชั่วโมง โดยล่าสุดมีจำนวนเที่ยวบินในเดือนต.ค. 68 เฉลี่ย 900 เที่ยว และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวไฮซีซั่น โดยเฉพาะในกลุ่มยุโรป สแกนดิเนเวีย อินเดีย ตะวันออกกลางและเชียที่มีการเชื่อมต่อเส้นทางบินใหม่กว่า 40 เที่ยวต่อสัปดาห์ จำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 50% จากปี 2567 

    พร้อมด้วยโครงการ ท่าเรือวงแหวนอันดามัน ที่เชื่อม กระบี่–ภูเก็ต–พังงา เป็น Triangle of Andaman รองรับเรือเฟอร์รี่ความเร็วสูง สร้าง Seamless Connectivity ครบทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล 

    นอกจากนี้ ด้วยศักยภาพรอบด้านของกระบี่ ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ อากาศดี และคุณภาพชีวิตที่มี Work–Life Balance ลงตัว ประกอบกับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญต่างๆ เซ็นทรัล กระบี่ จึงพร้อมร่วมผลักดันจังหวัดก้าวสู่การเป็น Digital Nomad Hub ของประเทศไทยอย่างเต็มศักยภาพ

    ด้านประชากรในจังหวัดมีกำลังซื้อเติบโตต่อเนื่องจากทั้งคนในพื้นที่ และแรงหนุนของนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยกระบี่มีประชากรราว 480,000 คน แต่อยู่ในกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงของภาคใต้ โดยกว่า 70% เป็นคนวัยทำงาน วัยรุ่น และครอบครัวรุ่นใหม่ที่มีกำลังใช้จ่ายและเปิดรับไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ อีกทั้งยังมีกลุ่มผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยว นักลงทุนรุ่นใหม่ รวมถึง Expats และ Long-Stay Residents ที่เข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่แข็งแกร่งของจังหวัดกระบี่

    “ข้อมูลจาก The 1 Insight คนกระบี่ส่วนใหญ่มีกำลังซื้อสูง ด้านภาพรวมการใช้จ่ายภาคใต้ พบมีการใช้จ่ายสูงสุด เฉลี่ยกว่า 10,000 บาทต่อบิล ในกลุ่มสินค้า Luxury ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศถึง 2 เท่า และเพิ่มขึ้นกว่า 22% ในช่วง High Season โดยเฉพาะกลุ่มแฟชั่น มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยเกือบ 20,000 บาทต่อบิล สะท้อนถึงศักยภาพของกลุ่มลูกค้าภาคใต้ที่มีกำลังซื้อสูง และมีความพร้อมในการจับจ่ายสินค้าพรีเมียม การเปิดศูนย์การค้าใหม่ในพื้นที่จึงช่วยตอบโจทย์และอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น” ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าวเสริม

    ทั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนาได้ต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในเซ็กเมนต์ Premium ถึง Super Luxury มูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท เจาะกลุ่มลูกค้าระดับ Super Premium ซึ่งกว่า 80% เป็นคนไทย และอีก 20% เป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในประเทศ สะท้อนศักยภาพของตลาดพรีเมียมที่กำลังขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ประกอบด้วยสองแบรนด์หลัก ที่เตรียมเปิดพรีเซล 25–26 ตุลาคมนี้ ทั้ง Baan Ninya Krabi – ในสไตล์ Modern Tropical ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุดเพียง 100 ครอบครัว บนพื้นที่กว่า 48 ไร่ ราคาเริ่มต้น 16–25 ล้านบาท และ Phyll Krabi คอนโด Low-rise 4 ชั้น 5 อาคาร รวม 160 ยูนิต ราคา 3.99–10 ล้านบาท

    จึงอาจกล่าวได้ว่า “เซ็นทรัล กระบี่” ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์การค้า แต่เป็น ‘หัวใจ’ ดวงใหม่ของกระบี่ ที่ผสานความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจเข้ากับความยั่งยืนของธรรมชาติและวัฒนธรรม ด้วยการออกแบบที่ใส่ใจ การลงทุนมหาศาล และการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน Krabi Prototype สู่จุดหมายปลายทางระดับโลก 

    แลนด์มาร์กแห่งนี้จึงพร้อมแล้วที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตชาวใต้และต้อนรับนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก ให้กระบี่เติบโตอย่างสมดุลและมั่นคงในฐานะ ‘Tourism Powerhouse of Andaman’ อย่างแท้จริง

    ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/business_marketing/marketing_trends/2891123&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KUCKZxSFpGA5gWPbmmJmw

  • รถโบราณ ดาราที่เคยโลดแล่นบทแผ่นฟิล์ม – เดลินิวส์

    รถโบราณ ดาราที่เคยโลดแล่นบทแผ่นฟิล์ม – เดลินิวส์

    ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า “สมาคมฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม จัดงาน “VINTAGE CAR SHOW at ICONSIAM” ภายใต้แนวคิด “รถ…ที่โลดแล่นบนแผ่นฟิล์ม – Famous …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5239573/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03_gzmK2xL_tOdsOyMWFfD

  • จดหมายฉบับเล็ก ถึงพระเมตตาของ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ที่ไม่มีวันเลือน

    จดหมายฉบับเล็ก ถึงพระเมตตาของ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ที่ไม่มีวันเลือน

    วันอาทิตย์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 11.36 น.

    จดหมายฉบับเล็ก ถึงพระเมตตาของ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ที่ไม่มีวันเลือน

    26 ตุลาคม 2568 น.ส.วราภรณ์ สร้อยเสน หรือ “น้องหมิว บัณฑิตจิ๋ว” สาวพิการขา นิ้วมือ และมีความสูงเพียง 92 เซนติเมตร แต่เรียนจบระดับปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ 2 ม.ราชภัฏบุรีรัมย์ นักเรียนในพระบรมราชานุเคราะห์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Vitamilk Waraporn Soisean ระบุว่า…

    บันทึกเด็กหญิงวราภรณ์ ที่มีความฝันอยากเป็นนักเขียนแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของตัวเอง

    พระองค์ท่านไม่เคยต้องออกสื่อหรือป่าวประกาศ เพราะพระองค์คิดเสมอประชาชนทุกหมู่เหล่า คือลูกๆของพระองค์

    จดหมายฉบับเล็ก…ถึงพระเมตตาที่ไม่มีวันเลือน

    เราเป็นเด็กพิการคนหนึ่งที่เกิดมาในครอบครัวค่อนข้างลำบากยากจนมีพ่อแม่ทำงานก่อสร้าง

    แต่มีความฝันเพียงหนึ่งเดียว อยากเรียนหนังสือให้ได้ เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระของใคร

    หลายคนบอกเราว่า “เพ้อฝัน” ไม่มีทางได้รับโอกาสนั้นหรอกแต่เรากลับเชื่อมั่นเสมอว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระราชินี คือกำลังใจของชีวิต

    เราจึงตัดสินใจเขียนจดหมายกราบบังคมทูลถึงพระองค์ท่าน

    ด้วยหัวใจที่ไม่รู้เลยว่าจะมีใครได้อ่านไหม

    แต่เชื่อเพียงว่า ถ้าจดหมายฉบับนี้มีบุญถึงพระเนตรพระกรรณ พระองค์คงไม่ทอดทิ้งประชาชน

    ไม่นานหลังจากนั้น เราได้รับจดหมายตอบกลับจาก “สำนักพระราชวัง”

    ลงนามโดย “สำนักราชเลขาธิการในพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ”

    เป็นจดหมายที่เปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิตของเรา

    พระองค์ทรงมีรับสั่งให้เราระบุได้เลยว่า “อยากเรียนที่ไหน เรียนอะไร เรียนกี่ปี”

    และพระราชทาน ทุนการศึกษา ให้เราได้เรียนต่อ

    ความตื้นตันใจในวันนั้นไม่มีคำใดจะบรรยายได้

    มันคือวันที่เราได้รู้ว่า พระองค์ท่านทรงเห็นเราแล้วจริง ๆ

    และนี่ก็สะท้อนให้เราเห็นชัดเจนว่า พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งประชาชนเลย

    ไม่ว่าประชาชนจะเกิดมาเป็นแบบไหน หรือมีข้อจำกัดอย่างไร

    พระองค์ไม่เคยเลือกประชาชน แต่ทรงเมตตาทุกคนเท่าเทียมกัน

    ตั้งแต่นั้นมา เราสัญญากับตัวเองว่า

    สิ่งเดียวที่เราจะตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณได้

    คือ ตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด

    เรียนให้สมกับที่พระองค์ทรงให้โอกาส

    ไม่ขาดเรียนแม้วันที่ป่วย เว้นแต่ร่างกายไม่ไหวจริง ๆ

    เราส่งรายงานผลการเรียนไปยังสำนักพระราชวังทุกภาคเรียน

    และทุกครั้งที่มีจดหมายตอบกลับ ก็เต็มไปด้วยกำลังใจจากพระองค์

    พระองค์ตรัสผ่านเจ้าหน้าที่ว่า

    “ตั้งใจเรียนเท่าที่ทำได้ ไม่ต้องกดดันตัวเองมาก หากมีปัญหาหรือติดอะไรให้แจ้งได้เลยไม่ต้องกังวลหรือเกรงใจ“

    ในวันที่เราป่วยจนเกรดตกเล็กน้อย

    เรารายงานไป และคำตอบกลับจากพระองค์ก็อ่อนโยนยิ่งนัก

    พระเมตตานั้นทำให้เราลุกขึ้นสู้ต่อ และผลการเรียนก็ดีขึ้นอีกครั้ง

    จนกระทั่งถึงวันที่เรากำลังเรียนปีสอง

    ข่าวการเสด็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาถึง

    เราร้องไห้ทุกวัน ไม่อยากทำอะไรเลย

    เพราะในใจของเราฝันไว้เสมอว่า อยากเรียนจบด้วยเกียรตินิยมถวายแด่พระองค์ เราท้อและเศร้าเสียใจมากๆ

    แต่เมื่อมองดูประชาชนทั้งแผ่นดินที่ยังมี “หัวใจของพ่อ” อยู่ในใจ

    เราจึงฮึดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกำลังใจจาก “แม่หลวง” ที่ยังคงอยู่

    และในที่สุด…เราก็ทำได้จริง ๆ

    เราจบปริญญาตรี พร้อม เกียรตินิยมอันดับสอง เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าได้เกียรตินิยมเพราะเราหารายชื่อไม่เจอ

    ช่วงนั้นอาจจะเริ่มสายตาสั้นแล้ว แต่คนที่เห็นคือ แม่ของเรา

    แม่เห็นชื่อเราในใบทานสคริป แม่ร้องไห้ด้วยความภูมิใจ เพราะเราทำสำเร็จ ด้วยเกียรตินิยมอย่างที่ตั้งใจ ถวายปริญญานี้แด่พระองค์ท่าน

    เมื่อถึงวันรับพระราชทานปริญญาบัตร

    เรารู้สึกกังวลมาก แต่พระเมตตาก็ยังคงอยู่

    เราได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา (พระองค์ภา) พระองค์ผู้พระราชทานปริญญาบัตรตรัสว่า

    “ให้เดินเข้าไปรับได้เลย ไม่ต้องกังวล และยิ้มให้พระองค์ได้ด้วย” ไม่ใช่แค่เพราะเราได้ “รับพระราชทานปริญญาบัตร”

    แต่เพราะ เราได้เดินเข้าไปด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความกตัญญูและศรัทธาในพระเมตตาของพระองค์ท่าน

    หลังจากนั้น เราได้เข้าทำงานที่ธนาคาร

    อาชีพมั่นคงที่เราใฝ่ฝัน ทั้งที่ไม่เคยคิดเลยว่าจะทำได้

    ทุกอย่างนี้ล้วนเกิดจากพระเมตตาและพระกรุณาของพระองค์ทุกพระองค์

    ที่ทรงเปิดประตูชีวิตให้เด็กพิการคนหนึ่งมีวันนี้ได้เพราะคำว่าการศึกษาและพระเมตตา

    อาชีพมั่นคงและสิ่งที่เราใฝ่ฝัน มันไม่ใช่เพียงความสำเร็จทางชีวิตเท่านั้น แต่เป็น หลักฐานของพลังแห่งความดี ความพยายาม และพระมหากรุณาธิคุณที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนคนหนึ่งจนเติบโตให้งดงามได้ด้วยพระเมตตา

    มาถึงวันนี้ วันที่เราไม่อยากได้ยินหรือให้เกิดขึ้นจริงเลยแม้แค่ความฝันก็ไม่อยากให้เกิด วันที่ทราบข่าวจากทุกสำนัก พระพันปีหลวงจะเสด็จสวรรคต

    เราหันไปดูหน้าซองจดหมายเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ความรู้สึกต่างจากทุกครั้งมากๆ

    เรามองดูจ่าหน้าซองจดหมายจาก

    “กองราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ” ซึ่งเป็นพระนามของ แม่ ผู้ที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา

    ความซาบซึ้งนั้นยังคงเหมือนวันแรก

    ไม่มีพระเมตตาที่ใดในโลกจะเทียบเทียมได้เลย

    พระมหากรุณาธิคุณนี้จะสถิตอยู่ในหัวใจของเรา

    ตราบเท่าที่เรายังมีลมหายใจ และจะส่งต่อแรงบันดาลใจนี้

    ให้ทุกคนเชื่อมั่นว่า

    “เมื่อเราทำดีและไม่ยอมแพ้ ความดีนั้นจะพาเราไปถึงแสงแห่งความหวังเสมอ”

    ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความกตัญญู เราขอถวายความสำเร็จในชีวิตของเรา

    ทั้งความรู้ ความเพียร และความตั้งใจเรียนทุกย่างก้าว

    แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระพันปีหลวง

    ผู้ทรงเป็นแรงบันดาลใจและความหวังของลูกหลานประชาชนทุกคน

    พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

    ที่ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน ไม่เลือกใคร ไม่ว่าสภาพใด

    ได้หล่อหลอมชีวิตของเราให้กล้าเผชิญโลกด้วยความมั่นใจและความดี

    ให้เราได้มีโอกาสเรียนจบ มีอาชีพมั่นคง และเป็นประโยชน์ต่อสังคม

    ถ้าไม่ได้รับพระเมตตาจากพระองค์ ก็คงไม่มี #บัณฑิตจิ๋ว ในวันนี้

    กราบแทบพระยุคลบาท น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

    และขอถวาย กำลังใจและความปรารถนาดี แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระราชินี ทั้ง พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญด้วยสวัสดิภาพและพระเกษมสำราญ

    เพื่อเป็นกำลังใจให้สืบสานพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชนทุกคน

    เราขอสัญญาว่าจะถือเอาพระเมตตานี้เป็นหลักชัยของชีวิต

    ตั้งใจทำความดี ตั้งใจให้เต็มกำลัง และแบ่งปันแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น

    เพื่อสืบทอดความดี ความศรัทธา และพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

    ให้คงอยู่ในใจของเรา และของผู้ที่ได้รับรู้เรื่องราวนี้ตลอดไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/923508&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UAVoUuGznN1Wm_824cYkb

  • วช. สนับสนุน ม.นเรศวร ขับเคลื่อนการพัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะ จ.สุโขทัย ภายใต้แผนที่นำทางการขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    วช. สนับสนุน ม.นเรศวร ขับเคลื่อนการพัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะ จ.สุโขทัย ภายใต้แผนที่นำทางการขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    วช. สนับสนุน ม.นเรศวร ขับเคลื่อนการพัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะ จ.สุโขทัย ภายใต้แผนที่นำทางการขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    วันที่ 24 ตุลาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการประชุมแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาระบบขนส่งของจังหวัดสุโขทัย ที่ดำเนินการภายใต้โครงการ “การพัฒนาแผนที่นำทางสำหรับการขนส่งที่ชาญฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดตาก” โดย วช.ได้สนับสนุนการวิจัยให้แห่มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการดำเนินการ โดยการประชุมมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการประชุม

    ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางสาวสลินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย, นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เจษฎา โพธิ์จันทร์ หัวหน้าโครงการวิจัย, รองศาสตราจารย์ ดร.ภูพงษ์ พงษ์เจริญ นักวิจัย รวมทั้งผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมประชุมและให้การต้อนรับ ณ สุโขทัย เฮอริเทจ รีสอร์ท อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

    ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นการดำเนินงานระยะที่ 3 ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง–อินโดจีน–เมาะลำไย (LIMEC) ครอบคลุมพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ได้แก่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย และตาก โดย วช. เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงได้ให้การสนับสนุนทุนวิจัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อวางแนวทางการพัฒนาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าโครงการจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 1 และสนับสนุนการพัฒนาประเทศในภาพรวม

    นางสาวสลินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า จังหวัดสุโขทัยยินดีที่ได้เป็นพื้นที่นำร่องของโครงการฯ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการร่วมกันวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาค อันจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัดสุโขทัยและพื้นที่ใกล้เคียงในแนวระเบียงเศรษฐกิจ LIMEC ตลอดจนเอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

    ภายในงานมีการนำเสนอรายละเอียดของโครงการโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เจษฎา โพธิ์จันทร์ และการรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุดารัตน์ รัตนพงษ์ เพื่อร่วมกันหาแนวทางพัฒนาระบบขนส่งที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่อย่างแท้จริง

    การประชุมหารือในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน สะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักและความมุ่งมั่นร่วมกันในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์อย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของภูมิภาคในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/966822&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_qSNJQVaVMIDDya7Li_tw

  • ม.ขอนแก่นจัด “สีฐานเฟสติวัล 2568” ยิ่งใหญ่ ผสานวัฒนธรรม 5 ชาติ

    ม.ขอนแก่นจัด “สีฐานเฟสติวัล 2568” ยิ่งใหญ่ ผสานวัฒนธรรม 5 ชาติ

    วันอาทิตย์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 08.31 น.

    ม.ขอนแก่นจัด “สีฐานเฟสติวัล 2568” ยิ่งใหญ่ ผสานวัฒนธรรม 5 ชาติ

    มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับจังหวัดขอนแก่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่น จัดแถลงข่าว “งานสีฐานเฟสติวัล นานาชาติ บุญสมมาบูชานาค ประจำปี 2568” (SITHAN INTERNATIONAL FESTIVAL 2025) ภายใต้ธีม “สีฐาน นวธารา หิมาลายัน” โดยมี นายคารม  คำพิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น, นางสาวธนวัน กาสี ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่น นายทศพล วงษาลี องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น และ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมแถลงข่าว ในการนี้มีคณาจารย์ นักศึกษา สื่อมวลชน และผู้สนใจ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ หอศิลป์ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น

    นายคารม  คำพิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นมีความภาคภูมิใจที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นจัดงานสีฐานเฟสติวัล นานาชาติ บุญสมมาบูชานาค ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นการสืบทอดและต่อยอดวัฒนธรรมไทยและคติความเชื่อที่บรรพบุรุษได้สั่งสมสืบต่อกันมา งานนี้ไม่เพียงสะท้อนเอกลักษณ์ของภาคอีสานที่ยึดถือประเพณีตามฮีตสิบสอง คลองสิบสี่ แต่ยังเป็นการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์งานลอยกระทงให้ตระการตาและยิ่งใหญ่ขึ้นในระดับนานาชาติ

    “จากข้อมูลการประเมินผลปีที่ผ่านมา งานสีฐานเฟสติวัลสามารถสร้างเงินสะพัดให้จังหวัดขอนแก่น   กว่า 701 ล้านบาท และดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมตลอดทั้ง 3 วันกว่า 300,000 คน จังหวัดขอนแก่น มีความพร้อมในทุกมิติ ทั้งที่พัก แหล่งท่องเที่ยว และระบบรักษาความปลอดภัย โดยได้รับความร่วมมือ จากตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ค่ายศรีพัชรินทร์ และกรมทหารราบที่ 8 ค่ายสีหราชเดโชไชย เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ ‘ขอนแก่น เมืองน่าอยู่ มุ่งสู่มหานครแห่งอาเซียน’ เราพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่าน ที่จะมาร่วมงานในวันที่ 3-5 พฤศจิกายน 2568 นี้”

    ด้าน นางสาวธนวัน กาสี ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่น กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น รวมทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างๆ ได้ร่วมกันจัดงานสีฐานเฟสติวัล นานาชาติ บุญสมมาบูชานาค ประจำปี 2568 ขึ้น

    “กิจกรรมสีฐานเฟสติวัล นานาชาตินี้ เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของการนำวัฒนธรรมดั้งเดิมมาประยุกต์กับวัฒนธรรมสมัยใหม่ กลายเป็นกิจกรรมร่วมสมัยที่ตระการตา เป็นการเปลี่ยนงานลอยกระทงในรูปแบบเดิม  ให้น่าติดตาม และทำให้ประชาชนหันมาสนใจวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น เป็นกิจกรรมที่การท่องเที่ยว  แห่งประเทศไทยควรสนับสนุนและน่ายกย่อง เนื่องจากเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับจังหวัดขอนแก่นและภาคอีสาน”

    รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 62 ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นฐานในการจัดการศึกษาและพัฒนาภาคอีสาน  พร้อมทั้งบูรณาการศิลปวัฒนธรรมอันเป็นมรดกและภูมิปัญญาของท้องถิ่นให้เข้ากับรายวิชาและกิจกรรมต่างๆ  ปีนี้จึงเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นยกระดับการจัดงานจากภูมิภาคสู่ระดับสากล ภายใต้ธีม“สีฐาน นวธารา หิมาลายัน” ซึ่งหมายถึง “เถือกเขาแห่งสายน้ำอันบริสุทธิ์ ณ สีฐาน”

    “แนวคิดของการจัดงานนานาชาติในปีนี้คือ ‘การเดินทางของสายน้ำและศรัทธา’ จากดินแดนปลายน้ำ                     สู่ดินแดนต้นน้ำ จากน้ำที่ละลายจากหิมะศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาหิมาลัยเกิดเป็นแม่น้ำโขงที่เป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ของวัฒนธรรมอีสาน มีต้นกำเนิดจากที่ราบสูงทิเบตในเทือกเขาหิมาลัย เดินทางผ่านหลายประเทศ  เข้ามาหล่อเลี้ยงแผ่นดินอีสานของไทย ก่อเกิดวัฒนธรรมแห่งดินแดนลุ่มน้ำ การยกระดับการจัดงานในครั้งนี้  มีกิจกรรมใหม่และหลากหลายขึ้น เพื่อให้ชาวมหาวิทยาลัยขอนแก่น ชาวจังหวัดขอนแก่น และชาวไทยทั่วประเทศ ได้มีโอกาสมาสัมผัสกลิ่นอายงานศิลปวัฒนธรรมอันงดงามของดินแดนปลายน้ำและดินแดนต้นน้ำ”

    “เราภูมิใจที่ได้ความร่วมมือจากนานาชาติในครั้งนี้ ประกอบด้วย 5 ประเทศ ได้แก่ ราชอาณาจักรไทย สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ทำให้งานสีฐานเฟสติวัล 2568 นี้เป็นมากกว่างานประเพณี แต่เป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศและการสร้างมิตรภาพระหว่างประชาชนในภูมิภาค”

    สำหรับ งานสีฐานเฟสติวัล นานาชาติ บุญสมมาบูชานาค ประจำปี 2568 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 พฤศจิกายน 2568 ณ บึงสีฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น เต็มรูปแบบ 3 วัน 3 คืน โดยมีไฮไลท์สำคัญ อาทิ ภูเขาหิมาลัยจำลอง ความสูง 8 เมตร กว้าง 40 เมตร, มณฑลพิธีประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ แบบผสมผสานศิลปะไทยและภูฏาน, ขบวนแห่อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ แบบศิลปะร่วมธิเบต ภูฏาน และไทย, การแสดงพิเศษจากผู้ชนะเลิศการประกวด KKU DANCE TROUPE เริงระบำอีสานร่วมสมัย ครั้งที่ 1 ถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, การแสดงร่วมสมัยผีบักฮวด กว่า 100 ชีวิต, การประกวดขบวนแห่กระทงสุดอลังการ กว่า 22 คณะ, หอศิลป์เที่ยงคืน กิจกรรม CREATIVE ECONOMY อีสานมูเตลู, การแสดงโขน และนาฏศิลป์ร่วมสมัย, เทศกาลหน้ากากและการแสดงหุ่นนานาชาติ ครั้งแรกของอีสาน, เรือไฟหิมาลายัน ยาวกว่า 20 เมตร ลอยกลางบึงสีฐาน, กระทงยักษ์หิมาลายัน ยาวกว่า 20 เมตร ออกแบบตามศิลปะธิเบต ภูฏาน และของมงคล 8 ประการ, การจุดประทีปกระทงบก กว่า 15,000 ดวง, ทิวโคมไฟ กว่า 16,000 ดวง และการประกวดต่างๆ มากมาย รวมทั้งมี นางนพมาศ Special Guest แอนนา เสืองามเอี่ยม MISS UNIVERSE THAILAND 2022 และหมูแฮม โชตินภา แก้วจรูญ นางสาวไทย ประจำปี 2568 มาร่วมงานด้วย  ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊คแฟนเพจ Sithan KKU Festival สีฐานเฟสติวัล

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com    และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/451760&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ekR5pLun5O0EKn3GKeqRV

  • สสวท. พัฒนาศักยภาพครูเปิดอบรมหลักสูตรวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ (ESS)

    สสวท. พัฒนาศักยภาพครูเปิดอบรมหลักสูตรวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ (ESS)

    การศึกษา

    สสวท. พัฒนาศักยภาพครูเปิดอบรมหลักสูตรวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ (ESS)

    วันอาทิตย์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 11.59 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    สสวท. พัฒนาศักยภาพครูเปิดอบรมหลักสูตรวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ (ESS)

    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) โดยโครงการ GLOBE รับสมัครครูเข้าร่วมอบรม “หลักสูตรวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ (Earth System Science: ESS)” ระหว่างวันที่ 19 – 21 ธันวาคม 2568 ณ บ้านอัมพวา รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดสมุทรสงคราม จำนวนจำกัดเพียง 50 คน การอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมการเรียนรู้โลกผ่านการทำงานวิจัยระดับนักเรียน การฝึกตรวจวัดสิ่งแวดล้อมตามหลักวิธีของ GLOBE และการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียน

    ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์โครงการ GLOBE https://globethailand.ipst.ac.th/news.php หรือ  เพจ Globe Thailand https://www.facebook.com/globethailand2015  สมัครได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/451761&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0w9RNZ9CBIIg_Dze6Rb6Qq

  • NT นำคณะผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีจิตศรัทธา น้อมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568

    NT นำคณะผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีจิตศรัทธา น้อมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568

    พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เพื่อน้อมนำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดโสธรวรารามวรวิหาร พระอารามหลวง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นประธานอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน มี พระเทพภาวนาวชิรคุณ วิ. เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหารและเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานสงฆ์ ทั้งนี้ ในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานประจำปี 2568 มี นายสันติ รังษิรุจิ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าร่วมในพิธีด้วย อีกทั้ง ผู้บริหาร พนักงานของ NT พร้อมประชาชน จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้เข้าร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้

    พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ NT กล่าวว่า NT ได้จัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานเป็นประจำทุกปี หมุนเวียนไปยังภาคต่าง ๆ สำหรับปี 2568 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานให้ NT ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ในวันที่ 25 ตุลาคม 2568 ณ วัดโสธรวรารามวรวิหาร พระอารามหลวง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยได้จัดพิธีสมโภชองค์พระกฐินพระราชทาน ณ อาคารอเนกประสงค์หลวงพ่อโสธร พระธรรมมังคลาจารย์ วิ. วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา ในวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ทั้งนี้ วัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองฉะเชิงเทรา สร้างขึ้นตอนปลายของกรุงศรีอยุธยา เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโสธร พระพุทธรูปอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวแปดริ้ว และประชาชนทั่วทุกสารทิศ มาแต่อดีตกาล ซึ่งผู้บริหาร พนักงาน NT และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบองค์พระกฐินพระราชทาน NT ประจำปี 2568 โดยมียอดจำนวนเงินสมทบทุนถวาย จำนวน 5,599,999.99 บาท

    พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่  NT กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวาระอันเป็นมงคลนี้ เป็นประจำทุกปี NT ได้จัดกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมด้านการศึกษาในโครงการ “ชุดนี้ เอ็นที จัดให้” โดยมีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นการสนับสนุนและพัฒนาด้านการศึกษาและเสริมสร้างให้เยาวชนได้ใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญสร้างการพัฒนาให้กับประเทศ ในปีนี้ได้มอบทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 8 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดโสธรวรารามวรวิหาร  โรงเรียนบาลีสิริวิชชาธร โรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร  โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์  โรงเรียนดัดดรุณี  โรงเรียนวัดโพธาราม  โรงเรียนเทศบาล 1 วัดแหลมใต้ (สุตสุนทร)  และโรงเรียนเทศบาล 2 พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)

    นอกจากนี้ NT ได้มอบเงินสนับสนุนเพื่อร่วมสมทบทุนในงานพยาบาลผู้ป่วย รวมถึงกิจกรรมอันเป็นสาธารณกุศลแก่โรงพยาบาล และสถานพยาบาลในพื้นที่ ประกอบด้วย โรงพยาบาลพุทธโสธร ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองวัดโสธร วรารามวรวิหาร และสาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา (25 ตุลาคม 2568)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/966808&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BL4oMruKoy2Ie3GWa55S2