Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ท่องเที่ยว 2 เดือนโค้งท้ายเร่งบูสต์ยอด 6.7 ล้านคน  ‘แอตต้า’ ชี้แนวโน้มปี 68 ต่างชาติเข้าไทย 32 ล้านคน

    ท่องเที่ยว 2 เดือนโค้งท้ายเร่งบูสต์ยอด 6.7 ล้านคน ‘แอตต้า’ ชี้แนวโน้มปี 68 ต่างชาติเข้าไทย 32 ล้านคน

    ท่องเที่ยว 2 เดือนโค้งท้ายเร่งบูสต์ยอด 6.7 ล้านคน  ‘แอตต้า’ ชี้แนวโน้มปี 68 ต่างชาติเข้าไทย 32 ล้านคน

    ช่วง 2 เดือนโค้งสุดท้ายของปี 2568 ซึ่งเข้าสู่ “ไฮซีซัน” ของ “ภาคการท่องเที่ยว” ต้องแบกรับความคาดหวังในการดึง “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” เข้าไทยให้ได้อย่างน้อย 6.71 ล้านคน เพื่อไปให้ถึงแนวโน้มทั้งปีนี้ ปิดที่จำนวน 33.4 ล้านคน ตามคาดการณ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ลดลง 6% เทียบกับปีที่แล้ว สร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศ 1.51 ล้านล้านบาท ลดลง 5%

    รายงานข่าวจาก “กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” ระบุว่า สถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยในช่วง “10 เดือนแรก” ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 31 ต.ค.2568 มีจำนวนสะสม 26,689,071 คน ลดลง 7.23% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศ 1,232,968 ล้านบาท ลดลง 4.53%

    สำหรับ 10 อันดับแรกของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยสูงสุดใน 10 เดือนแรก ได้แก่ 1.มาเลเซีย 3,856,816 คน 2.จีน 3,774,771 คน 3.อินเดีย 1,984,859 คน 4.รัสเซีย 1,418,101 คน 5.เกาหลีใต้ 1,274,415 คน 6.ญี่ปุ่น 877,574 คน 7.สหราชอาณาจักร 836,907 คน 8.สหรัฐ 830,539 คน 9.ไต้หวัน 822,519 คน และ 10.สิงคโปร์ 763,470 คน

    เฉพาะเดือนต.ค. มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2,573,743 คน ลดลง 3.94% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว โดย 10 อันดับแรกของตลาดที่เดินทางเข้าไทยสูงสุด ได้แก่ 1.มาเลเซีย 378,143 คน 2.จีน 357,445 คน 3.อินเดีย 213,858 คน 4.รัสเซีย 145,764 คน 5.เกาหลีใต้ 136,382 คน 6.สหรัฐ 83,929 คน 7.ไต้หวัน 83,574 คน 8.สหราชอาณาจักร 78,947 คน 9.สิงคโปร์ 77,095 คน และ 10.เยอรมนี 76,709 คน

    ท่องเที่ยว 2 เดือนโค้งท้ายเร่งบูสต์ยอด 6.7 ล้านคน  ‘แอตต้า’ ชี้แนวโน้มปี 68 ต่างชาติเข้าไทย 32 ล้านคน

    ธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า คาดการณ์แนวโน้มตลอดปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย “32 ล้านคน” ต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาล และน้อยกว่าสถิติเมื่อปี 2567 ซึ่งปิดที่จำนวน 35.54 ล้านคน โดย 5 อันดับแรกของตลาดที่คาดว่ามีการเดินทางเข้าไทยมากที่สุด ได้แก่ 1.จีน 4.6 ล้านคน 2.มาเลเซีย 4.5 ล้านคน 3.อินเดีย 2.2 ล้านคน 4.รัสเซีย 1.6 ล้านคน และ 5.เกาหลีใต้ 1.5 ล้านคน

    เหตุปัจจัยที่ทำให้แอตต้าประเมินว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสะสมทั้งปี 2568 ต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาล เป็นเพราะกระแสการเดินทางของตลาดหลักอย่าง “นักท่องเที่ยวจีน” มาไทยประมาณ​ 10,000 คนต้นๆ ต่อวันเท่านั้น และมีบางวันลดลงต่ำกว่าหมื่นคน ยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับช่วงปกติ

    “การท่องเที่ยวของไทยในตอนนี้ถือว่าอยู่ในช่วงต่ำสุดแล้วหลังหมดยุคโควิดระบาด ขออย่าต่ำไปกว่านี้เลย และตามธรรมชาติจะต้องปรับตัวดีขึ้นในระยะถัดไป ซึ่งได้เห็นการทำงานของรัฐบาลที่มีความจริงจัง เป็นผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขยับทำงาน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาหรือถูกจับตามอง โดยภาคเอกชนคาดหวังว่าฟ้าหลังฝนต้องสดใสกว่านี้ หลังจากชินชากับสถานการณ์ภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว ก็หวังว่าจะมีปัจจัยบวกรออยู่ข้างหน้า”

    ท่องเที่ยว 2 เดือนโค้งท้ายเร่งบูสต์ยอด 6.7 ล้านคน  ‘แอตต้า’ ชี้แนวโน้มปี 68 ต่างชาติเข้าไทย 32 ล้านคน

    ธนพล ชีวรัตนพร

    ภายในเดือนม.ค.2569 จะมีการจัดอีเวนต์ใหญ่แบบธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) เพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวเพิ่มเติม ด้วยการนำพันธมิตรผู้ประกอบการต่างประเทศเข้ามาเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย คาดมีผู้เข้าร่วมงานทั้งหมด 1,500 คน จัดทำแพ็กเกจท่องเที่ยวข้ามภาค กระจายการเดินทาง ไม่ให้กระจุกตัว ครอบคลุมทั้งตลาดต่างชาติเที่ยวไทย และตลาดไทยเที่ยวไทย นอกจากนี้ยังมีแนวคิดเกี่ยวกับโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านการจัดทำโปรโมชันตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ โดยจะมีการหารือร่วมกับ ททท. อีกครั้งเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณสนับสนุน

    ท่องเที่ยว 2 เดือนโค้งท้ายเร่งบูสต์ยอด 6.7 ล้านคน  ‘แอตต้า’ ชี้แนวโน้มปี 68 ต่างชาติเข้าไทย 32 ล้านคน

    “สำหรับปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา ถือว่าส่งผลกระทบเชื่อมโยงมาถึงประเทศไทย เพราะภาพที่ทั่วโลกมองมานั้น ประเทศไทยมีชายแดนติดกับกัมพูชา น่าจะมีปัญหาสแกมเมอร์เหมือนกับที่กัมพูชา จึงอยากให้รัฐบาลเร่งปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ ซึ่งหลังจากแอตต้าได้หารือกับผู้ประกอบการเอเย่นต์ทัวร์ พบว่าประเด็นดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวแล้วจริงๆ” นายก แอตต้า กล่าว

    ตลาดระยะใกล้จองเที่ยวไฮซีซัน “Last Minute”

    เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า ด้านแนวโน้มไฮซีซันในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ คาด “อัตราการเข้าพัก” ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเดินทางด้วยตัวเองเป็นหลัก ซึ่งตลาดนี้มักจองล่วงหน้าระยะสั้นมากๆ ยกเว้นกลุ่มตลาดระยะไกลบินเกิน 6 ชั่วโมงที่ต้องวางแผนเดินทางยาวกว่า มียอดจองห้องพักล่วงหน้าเข้ามา ทำให้โรงแรมที่รับลูกค้านักท่องเที่ยวยุโรป สหรัฐ เริ่มเห็นยอดจองล่วงหน้าแล้ว ต่างจากโรงแรมที่รับตลาดระยะใกล้ในเอเชีย และอาเซียน อาจยังไม่เห็นยอดจองเข้ามา เพราะนักท่องเที่ยวนิยมจองสั้นลง

    สำหรับผลสํารวจ “ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่พักแรม เดือนก.ย.2568” ดำเนินการสํารวจระหว่างวันที่ 12-29 ก.ย.68 มีผู้ตอบแบบสํารวจจํานวน 121 แห่ง พบว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยเดือนก.ย. อยู่ที่ 54% ลดลงจากเดือนก่อนในทุกระดับดาว และทุกภูมิภาคตามจํานวนนักท่องเที่ยวไทย และนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (short-haul) แต่ใกล้เคียงกับปีก่อน ขณะที่คาดการณ์อัตราการเข้าพักเดือนต.ค.อยู่ที่ 60%

    นอกจากนี้ ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่มากกว่าครึ่งหนึ่งในทุกระดับดาว คาดว่ารายได้ช่วงครึ่งหลังปี 2568 มีแนวโน้มลดลงอย่างน้อย 10% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะโรงแรมในพื้นที่ภาคกลาง สะท้อนจากยอดจองห้องพักล่วงหน้าในช่วง Q4/68 ที่เข้ามาช้า และตํ่ากว่าคาด ส่งผลให้ความหวังที่จํานวนนักท่องเที่ยวจะฟื้นตัวมากขึ้นในไตรมาส 4 ปีนี้ ถูกเลื่อนออกไปใกล้ปลายปีมากขึ้น ด้านยอดจองห้องพักล่วงหน้าที่เข้ามาแล้ว ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มลูกค้าระยะไกล (Long-haul) ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ โรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไปในพื้นที่กระบี่ และสมุย ขณะที่อีกปัจจัยคือ การปรับราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวันทําได้อย่างจํากัด ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการแข่งขันที่อยู่ในระดับสูง

    เมื่อสอบถามผู้ประกอบการเรื่องคาดการณ์ “นักท่องเที่ยวไทย” ในครึ่งหลังปี 2568 มีแนวโน้มลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่มไมซ์ (MICE: การประชุม เดินทางเพื่อเป็นรางวัล สัมมนา และแสดงสินค้า) และกลุ่มเซลล์ของบริษัทต่างๆ ด้านจำนวนวันพัก ธุรกิจโรงแรมราว 2 ใน 3 ประเมินว่าโดยรวมใกล้เคียงกับปีก่อน แม้จะมีจำนวนวันพักปรับลดลงบ้างในโรงแรมระดับไม่เกิน 3 ดาว ในพื้นที่ภาคกลาง และภาคเหนือ

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์   ศิลาวงษ์  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1206094&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23Ou2BQOGMPjj9CofQEAJo

  • ตำรวจท่องเที่ยวจัดกำลังดูแล “ลอยกระทง” ปลอดภัย สืบสานประเพณีไทย

    ตำรวจท่องเที่ยวจัดกำลังดูแล “ลอยกระทง” ปลอดภัย สืบสานประเพณีไทย

    ตำรวจท่องเที่ยวจัดกำลังดูแล “ลอยกระทง” ปลอดภัย สืบสานประเพณีไทย

    กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) จัดพิธีปล่อยแถวระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2568 ภายใต้นโยบายของรัฐบาล และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว พร้อมมุ่งปราบปรามการฉ้อโกง การหลอกลวง และอาชญากรรมที่กระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย

                     ตำรวจท่องเที่ยวจัดกำลังดูแล

    พิธีปล่อยแถวจัดขึ้น เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ณ บริเวณวัดพระราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในงาน “Maha Loy Krathong @ Ayutthaya” โดยมี พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง

    พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับทั่วประเทศ บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในพื้นที่จัดกิจกรรมลอยกระทง รวมทั้งปรับรูปแบบการจัดงานให้เหมาะสมกับช่วงเวลาแห่งการถวายความอาลัย ภายใต้แนวคิด “ท่องเที่ยวปลอดภัย สืบสานประเพณีไทย”

                     ตำรวจท่องเที่ยวจัดกำลังดูแล

    นอกจากการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่สำคัญแล้ว บช.ทท. ยังได้เตรียมความพร้อมในหลายด้าน อาทิ

    • รถบริการนักท่องเที่ยวเคลื่อนที่ (CCOC Mobile Vehicles) เพื่อให้บริการและเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว

    • ศูนย์สายด่วน 1155 ที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รองรับการสื่อสารได้ 8 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี รัสเซีย ฝรั่งเศส เยอรมัน และฮินดี

    • แอปพลิเคชัน TPB-APP (Thailand Tourist Police) ที่เชื่อมต่อนักท่องเที่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแบบเรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพการให้ความช่วยเหลือ

                          ตำรวจท่องเที่ยวจัดกำลังดูแล

    กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวยังขอความร่วมมือจากประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทงอย่างปลอดภัย โดยงดจุดพลุ ดอกไม้ไฟ และงดการยิงปืนขึ้นฟ้า เพื่อป้องกันอันตรายและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น

                 ตำรวจท่องเที่ยวจัดกำลังดูแล

    “ตำรวจท่องเที่ยวมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจภายใต้แนวคิด ‘ท่องเที่ยวปลอดภัย อุ่นใจไปกับตำรวจท่องเที่ยว’ เพื่อให้เทศกาลลอยกระทงปีนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ความสงบ และสะท้อนภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะ จุดหมายปลอดภัยระดับโลก” พล.ต.ท.ศักย์ศิรา กล่าวทิ้งท้าย
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/643205&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0C163zaqoy4-4MxOEREe8U

  • P

    P

    15 49.0138 8.38624 arrow 0 none 0 4000 1 0 horizontal https://maya-channel.com 300 0 1

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://maya-channel.com/2025/11/04/%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%259F%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%25AA%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%258C-%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B8%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AA/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KqQ2nyHnD7sNSAkCgmB9c

  • ตำรวจท่องเที่ยวปล่อยแถวทั่วประเทศ คุมเข้มลอยกระทง สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

    ตำรวจท่องเที่ยวปล่อยแถวทั่วประเทศ คุมเข้มลอยกระทง สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

    กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวระดมกำลังเข้าดูแลความปลอดภัย ทั่วแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่จัดงานลอยกระทง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนงดเล่นดอกไม้ไฟ-ยิงปืนขึ้นฟ้า ภายใต้แนวคิด “ท่องเที่ยวปลอดภัย สืบสานประเพณีไทย”

    พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

    วันนี้ (4 พฤศจิกายน 2568) เวลา 16.30 น. กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวจัดพิธีปล่อยแถวระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลลอยกระทง ณ บริเวณวัดพระราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในงาน “Maha Loy Krathong @ Ayutthaya” โดยมี พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคีเครือข่าย

    การดำเนินการสอดคล้องตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว คุ้มครองความปลอดภัย และป้องปรามการฉ้อโกงหลอกลวง

    พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว

    พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สั่งการกำชับให้ทุกหน่วยประสานงานกับองค์กรท้องถิ่น ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่จัดงานลอยกระทงทั่วประเทศ และปรับรูปแบบงานให้เหมาะสมในช่วงถวายความอาลัย ภายใต้แนวคิด “ท่องเที่ยวปลอดภัย สืบสานประเพณีไทย”

    ตำรวจท่องเที่ยวยังได้จัดเตรียมระบบบริการสนับสนุน อาทิ​ รถบริการนักท่องเที่ยวเคลื่อนที่ (CCOC Mobile), ศูนย์สายด่วน 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง รองรับ 8 ภาษาและแอปพลิเคชั่น TPB-APP (Thailand Tourist Police) เชื่อมต่อเจ้าหน้าที่แบบเรียลไทม์​ พร้อมขอความร่วมมือประชาชน งดจุดประทัด พลุ ดอกไม้ไฟ และการยิงปืนขึ้นฟ้า เพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุและอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

    ตำรวจท่องเที่ยวเน้นย้ำว่า ภายใต้แนวคิด“ท่องเที่ยวปลอดภัย อุ่นใจไปกับตำรวจท่องเที่ยว”ต้องการให้เทศกาลลอยกระทงปีนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ความสงบ และสะท้อนภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะ จุดหมายปลอดภัยระดับโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/254522&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01zAflPgRvtzAfdD6pCXTh

  • หวั่นมิจฉาชีพแฝง ตำรวจท่องเที่ยว สั่งคุมเข้มความปลอดภัย ‘ลอยกระทง68’ | เดลินิวส์

    หวั่นมิจฉาชีพแฝง ตำรวจท่องเที่ยว สั่งคุมเข้มความปลอดภัย ‘ลอยกระทง68’ | เดลินิวส์

    ผบช.ทท. สั่งทุกหน่วยกวาดล้างอาชญากรรม เพิ่มความเข้มงวดดูแลนักท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางน้ำ ในช่วงเทศกาลลอยกระทง 5 พ.ย. 68 นี้ พร้อมเตือนประชาชนระวังอุบัติเหตุจากการใช้โป๊ะ ท่าเรือ และย้ำ “เมาไม่ขับ” หากพบเหตุด่วนแจ้ง 1155 ตลอด 24 ชม.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5268174/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1HxoNDres5dtT_BLmay4f7

  • CENTEL อานิสงส์กระตุ้นท่องเที่ยว โกยรายได้รับไฮซีซั่น – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    CENTEL อานิสงส์กระตุ้นท่องเที่ยว โกยรายได้รับไฮซีซั่น – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – CENTEL โดย บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวของรัฐบาล ด้านราคาหุ้นอ่อนตัวลงสวนทางกับผลประกอบการที่ผ่านจุดตาสุดแล้วใน Q2/68 และกําไร Q3/68 คาดฟื้นตัว +15% QoQ และฟื้นตัวต่อเนื่องถึง Q1/69 จากโรงแรมมัลดีฟส์ที่เข้าสู่ High Season Valuation ยังไม่แพง PER ที่ -1SD เป้าหมายระยะสั้นที่ 33.50 บาท

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/11/04/591002/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3o0gPayYv98RSOAGdY9eR3

  • รมว.ท่องเที่ยวฯ ซัด ‘สส.พรรคส้ม’ โพสต์เท็จ ปมโควตาหวยคนพิการ

    รมว.ท่องเที่ยวฯ ซัด ‘สส.พรรคส้ม’ โพสต์เท็จ ปมโควตาหวยคนพิการ

    รมว.ท่องเที่ยวฯ ยืนยันไม่เคยได้รับโควตาสลากแม้แต่ใบเดียว ชี้ข้อมูลที่ “ธนเดช เพ็งสุข” โพสต์เป็นเท็จ ใส่ร้ายพรรคกล้าธรรม ลั่นหากยังปล่อยเฟคนิวส์เตรียมฟ้องแน่ สอนอย่าหวังแต่ยอดไลก์ เพราะสะท้อนวุฒิภาวะคนพูด

    4 พฤศจิกายน 2568 – นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีที่นายธนเดช เพ็งสุข สส.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่ากระทรวงท่องเที่ยวฯ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการได้รับโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลของสมาคมกีฬาผู้พิการ และพาดพิงว่าเป็นหน่วยงานภายใต้การบริหารของพรรคกล้าธรรม

    นายอรรถกร ยืนยันว่า เรื่องดังกล่าว “ไม่เป็นความจริง” โดยชี้แจงว่า กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ไม่เคยได้รับการจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลใด ๆ ทั้งสิ้น การดำเนินการในเรื่องนี้เป็นของสมาคมกีฬาคนพิการ ที่ประสานงานโดยตรงกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ภายใต้ระเบียบที่กำหนดไว้

    “ผมขอยืนยันว่า กระทรวงท่องเที่ยวไม่ข้องเกี่ยวกับโควตาหวยใด ๆ ทั้งสิ้น การที่นายธนเดชนำข้อมูลเท็จมาใส่ร้ายผมและพรรคกล้าธรรม เพื่อปลุกปั่นสังคมแบบนี้ ผมสามารถฟ้องร้องได้ จึงอยากให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนโพสต์ ไม่ใช่พูดลอย ๆ เพื่อเรียกกระแสหรือสร้างภาพให้ตัวเองดูเด่น” นายอรรถกรกล่าว

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เข้าใจดีว่าช่วงนี้อาจใกล้การเลือกตั้งภายในพรรคการเมืองบางพรรค ทำให้บางคนพยายามหาพื้นที่สื่อเพื่อให้เป็นที่สนใจ แต่การสร้างข่าวเท็จหรือโยงเรื่องที่ไม่มีมูลถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

    “การตรวจสอบรัฐบาลเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องทำด้วยความรับผิดชอบ ไม่ใช่ใช้ข้อมูลบิดเบือนเพื่อเรียกยอดไลก์ยอดแชร์ เพราะสุดท้ายมันสะท้อนถึงวุฒิภาวะของคนพูดเอง” นายอรรถกร กล่าวย้ำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/890111/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BnguNHuwX7pX2RuwKTV0k

  • รู้จัก โซห์ราน มัมดานี ว่าที่นายกเทศมนตรีมุสลิมคนแรกของนิวยอร์ก ผู้ที่ทรัมป์เรียกเขาว่าเป็น ‘คอมมิวนิสต์’

    รู้จัก โซห์ราน มัมดานี ว่าที่นายกเทศมนตรีมุสลิมคนแรกของนิวยอร์ก ผู้ที่ทรัมป์เรียกเขาว่าเป็น ‘คอมมิวนิสต์’

    การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนิวยอร์กที่จัดขึ้นในวันนี้ (4 พฤศจิกายน 2025) นับเป็นการเลือกตั้งที่ ‘คึกคัก’ ที่สุดของนครนิวยอร์ก คณะกรรมการเลือกตั้งของนิวยอร์กรายงานว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากชาวเมืองเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้เดินทางมาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2025 สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งที่ไม่ใช่ประธานาธิบดี และเป็นการเลือกตั้งที่จะกำหนดทิศทางมหานครแห่งความฝันของใครหลายคนต่อไปในอนาคต

    จนถึงขณะนี้ค่อนข้างแน่ชัดว่า นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กคนต่อไปน่าจะชื่อ โซห์ราน มัมดานี (Zohran Mamdani) ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต (Democratic Party) ที่สามารถเอาชนะ แอนดรูว์ คูโอโม (Andrew Cuomo) อดีตผู้ว่าการมลรัฐนิวยอร์ก ในการเลือกตั้งขั้นต้น (Primary Election) เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมในตัวของมัมดานี รวมไปถึงค่านิยมของชาวนิวยอร์กที่เปลี่ยนไป

    โซห์ราน มัมดานี คือใคร

    มัมดานีเป็นนักการเมืองสายสังคมนิยมประชาธิปไตยจากพรรคเดโมแครต (Democratic Party) เชื้อสายอินเดีย-ยูกันดา วัย 34 ปี เขาเกิดที่กัมปาลา เมืองหลวงของยูกันดา ก่อนจะอพยพมาที่มหานครนิวยอร์กพร้อมครอบครัวในวัยเพียง 7 ปี มัมดานีสำเร็จการศึกษาจาก Bowdoin College ในสาขาวิชาแอฟริกานาศึกษา หรือการศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของผู้คนเชื้อสายแอฟริกันทั่วโลก โดยในช่วงที่เป็นนักศึกษา มัมดานียังเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มนักศึกษาเรียกร้องความยุติธรรมให้กับปาเลสไตน์อีกด้วย

    ก่อนหน้าที่มัมดานีจะก้าวเข้าสู่วงการการเมือง เขาเคยเป็นแรปเปอร์ภายใต้ชื่อ Young Cardamom และต่อมาเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Mr.Cardamom ในเวลาต่อมา มัมดานีเริ่มให้ความสนใจเกี่ยวกับปัญหาเรื่องค่าครองชีพในนครนิวยอร์ก และเริ่มเดินหน้าทำแคมเปญเรียกร้องค่าครองชีพที่ยุติธรรมให้กับชาวนิวยอร์ก ทำให้ได้รับความนิยมในหมู่ชนชั้นแรงงาน กระทั่งได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติของเขตควีนส์ในปี 2020 และถือเป็นชาวเอเชียใต้คนแรกในสภาฯ นิวยอร์ก

    แนวโน้มทิศทางนิวยอร์ก หากมัมดานีก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี

    มัมดานีเป็นตัวแทนจากพรรคเดโมแครตที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองปีกซ้าย ทำให้การหาเสียงและเสนอนโยบายเน้นไปที่การกระจายความมั่งคั่งและความเท่าเทียมเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการรถบัสฟรีทั่วเมือง สวัสดิการดูแลเด็กเล็กตั้งแต่ 6 สัปดาห์ถึง 5 ปี การร่วมมือกับ สหภาพแรงงานจัดหาที่อยู่อาศัยที่ควบคุมค่าเช่าให้กับแรงงาน นอกจากนี้ยังมีท่าทีต่อต้านรัฐบาลอิสราเอลในสงครามกาซา และแสดงถึงการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศด้วยการไปเข้าร่วมปาร์ตี้ที่คลับเกย์ เมื่อเทศกาลฮาโลวีนที่ผ่านมาอีกด้วย

    แม้ว่ากระแสความนิยมในตัวของมัมดานีดูจะได้รับการสนับสนุนจากชาวนิวยอร์กเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดีนโยบายข้างต้นของมัมดานีกลับถูก โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง อีกทั้งทรัมป์เองยังกล่าวหาว่า มัมดานีเป็นคอมมิวนิสต์ ซ้ำร้ายเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทรัมป์ยังโพสต์ผ่าน Truth Social ส่วนตัว ขู่ว่าหากมัมดานีชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ เขาอาจจะดำเนินการตัดงบอุดหนุนจากรัฐบาลกลางให้กับมหานครนิวยอร์ก

    ในอีกด้านหนึ่ง New York Post รายงานผลสำรวจจาก J.L. Partners พบว่า หากมัมดานีชนะการเลือกตั้ง ชาวนิวยอร์กราว 7.6 แสนคน จาก 8.4 ล้านคน เตรียมจะอพยพออกจากนิวยอร์ก โดยให้เหตุผลว่า ไม่มั่นใจกับอนาคตของเมืองภายใต้การปกครองของมัมดานีอีกต่อไป ซึ่งจะถือเป็นการอพยพครั้งใหญ่ที่สุดของประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

    “หากจำนวนผู้อพยพเข้าใกล้ตัวเลขดังกล่าวจริง เมืองนิวยอร์กจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก” เจมส์ จอห์นสัน (James Johnson) ผู้ทำผลสำรวจกล่าว พร้อมกับขยายความด้วยว่า กลุ่มผู้สูงอายุ ชาวผิวขาว และชาวเมืองจากเกาะสแตเทน คือกลุ่มที่แนวโน้มที่จะอพยพมากที่สุด

    ทั้งนี้หากมัมดานีสามารถชนะการเลือกตั้ง จนขึ้นเป็นนายกเทศมนตรีมุสลิมที่มีอายุน้อยที่สุดได้สำเร็จ ก็สะท้อนว่านิวยอร์กกำลังขยับเข้าสู่ยุคใหม่ที่เสียงของชนชั้นแรงงาน คนรุ่นใหม่ และผู้อพยพ กำลังมีน้ำหนักมากขึ้นกว่าเดิม

    ที่มา

    https://www.bbc.com/news/articles/c231e284345o

    https://www.bbc.com/news/articles/cly2rgzye9no

    https://news.sky.com/story/who-is-zohran-mamdani-the-democratic-socialist-who-could-become-new-york-citys-next-mayor-13388523

    https://apnews.com/article/uganda-zohran-mamdani-mayor-election-new-york-d41260eeef2438498a3aa04118fbd2df

    https://timesofindia.indiatimes.com/world/us/nyc-mayoral-race-donald-trump-threatens-to-cut-federal-funds-warns-of-total-disaster-if-communist-zohran-mamdani-wins-election/articleshow/125072031.cms

    https://www.them.us/story/zohran-mamdani-lgbtq-gay-bar-papi-juice-mood-ring

    https://nypost.com/2025/11/03/us-news/nearly-a-million-new-yorkers-ready-to-flee-nyc-if-mamdani-becomes-mayor-poll/

    https://www.fox5ny.com/news/record-breaking-early-voting-nyc-mayoral-election

    Tags: , , , , , ,

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://themomentum.co/report-who-is-zohran-mamdani/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1kWmUu328W_rJqmkYzga80

  • ปฏิรูปการศึกษา ต้องมีมากกว่า เปลี่ยนระบบสอบครู : ถอนหมุดข่าว  04-11-68

    ปฏิรูปการศึกษา ต้องมีมากกว่า เปลี่ยนระบบสอบครู : ถอนหมุดข่าว 04-11-68

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    กำลังโหลดความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/PRSMCDppv6M&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw314S40rvckJLqZVCP1a_qH