Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ปรากฏการณ์‘หมอนทองวิทยา’ถึงศรัทธาที่สูญหาย เมื่อฟุตบอลสะท้อนเศรษฐกิจและการเมืองไทย

    ปรากฏการณ์‘หมอนทองวิทยา’ถึงศรัทธาที่สูญหาย เมื่อฟุตบอลสะท้อนเศรษฐกิจและการเมืองไทย

    ปรากฏการณ์‘หมอนทองวิทยา’ถึงศรัทธาที่สูญหาย เมื่อฟุตบอลสะท้อนเศรษฐกิจและการเมืองไทย

    วันจันทร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 07.38 น.

    ปรากฏการณ์‘หมอนทองวิทยา’ถึงศรัทธาที่สูญหาย เมื่อฟุตบอลสะท้อนเศรษฐกิจและการเมืองไทย

    10 พฤศจิกายน 2568 ดร.สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปรากฏการณ์ “หมอนทองวิทยา” ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

    “ปรากฏการณ์หมอนทองวิทยา” ถึงศรัทธาที่สูญหาย : เมื่อฟุตบอลสะท้อนเศรษฐกิจและการเมืองไทย

    ในวันที่ข่าวการเมืองเต็มไปด้วยความล้มเหลว ธุรกิจสีเทาแผ่ขยายอิทธิพลไปทั่ว และขบวนการสแกรมเมอร์ (Scammer) หลอกลวงผู้คนในโลกออนไลน์กำลังบั่นทอนศรัทธาของสังคม — ทีมฟุตบอลเล็กๆ จากโรงเรียนหมอนทองวิทยา กลับกลายเป็นแสงแห่งความหวังที่ ชโลมจิตใจของผู้คนที่กำลังห่อเหี่ยว ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองและการเมืองที่ไร้ทิศทาง

    “ปรากฏการณ์หมอนทองวิทยา” ทำให้เราได้เห็นว่าในวันที่ระบบใหญ่กำลังสั่นคลอน ยังมี “ความดีที่ไม่ต้องประชาสัมพันธ์” และ “ความเพียรที่ไม่ต้องอวด” เด็กๆกลุ่มหนึ่งจากโรงเรียนเล็กในต่างจังหวัด ซ้อมฟุตบอลด้วยหัวใจ มีครู–โค้ชที่ขับรถบรรทุกคันเก่าไปแข่งแทนที่จะขึ้นรถหรู มันคือสัญลักษณ์ของ ความจริงใจในสังคมที่เต็มไปด้วยภาพลวงตาและมายาคติ

    ขณะที่นักการเมืองบางคนใช้ตำแหน่งเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ธุรกิจสีเทาบางกลุ่มใช้กฎหมายเพื่อฟอกความไม่ชอบธรรม และสแกรมเมอร์ใช้เทคโนโลยีเพื่อหลอกลวงผู้คน

    “หมอนทองวิทยา” กลับใช้เพียง ศรัทธา ความเสียสละ และความรักในทีม เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ทั้งประเทศ นี่คือ Soft Power ของความจริงใจ ที่ไม่มีเงินซื้อได้

    ปรากฏการณ์นี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอล แต่มันคือ “การต่อต้านเชิงสัญลักษณ์” ต่อระบบที่บิดเบี้ยวในสังคมไทย — ทีมเล็กจากต่างจังหวัดที่ลุกขึ้นมาท้าทายโครงสร้างอำนาจ และย้ำเตือนเราว่า

    “ความดีอาจไม่ดังที่สุด… แต่จริงที่สุดเสมอ”

    ท่ามกลางวิกฤตศรัทธา หมอนทองวิทยา ได้ชโลมใจคนทั้งประเทศ ให้ระลึกได้ว่า ความดี ความพยายาม และความร่วมมือจากหัวใจเล็กๆ ยังคงมีพลังพอจะปลุกศรัทธาที่เราคิดว่าสูญหายไปให้กลับมาอีกครั้ง เพราะสุดท้าย ประเทศนี้ไม่ต้องการแค่คนเก่งในตำแหน่งสูง

    แต่ต้องการ “คนจริง” ที่ลงมือทำสิ่งดีโดยไม่ต้องโกหกใคร

    เหมือนหมอนทองวิทยา ทีมเล็กที่ยิ่งใหญ่ในหัวใจคนไทยทุกคน

    -005

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    'ไผ่ ลิกค์-มูลนิธิธรรมนัสฯ' อัดฉีดทีมหมอนทองวิทยา 1.5 แสนบาท ไม่ว่าแพ้หรือชนะ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/926703&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0iF-aCFLaxLGWVY8pJB8dr

  • หุ้นฟื้นตามต่างประเทศ ชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐใกล้จบ-ตัวเลขเศรษฐกิจจีนสัญญาณดี

    หุ้นฟื้นตามต่างประเทศ ชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐใกล้จบ-ตัวเลขเศรษฐกิจจีนสัญญาณดี


    นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดฟื้นตัวตามทิศทางตลาดต่างประเทศ หลังสถานการณ์ชัตดาวน์รัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีโอกาสใกล้ยุติ ประกอบกับการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจจีน โดยเฉพาะเงินเฟ้อเดือน ต.ค. เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น คาดว่าจะช่วยลดความกังวลเรื่องเงินฝืดของจีนได้บ้าง

    สำหรับปัจจัยในประเทศ ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลเปิดเผยว่าจะเตรียมออกโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ซึ่งเป็น Sentiment ที่ดี ช่วยให้ตลาดโดยรวมมีโอกาสฟื้นตัว

    โดยให้กรอบแนวรับ 1,300 จุด และแนวต้าน 1,320 จุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/stockmarket/detail/9680000107139&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3HMK12Dqyq9wqQHg2gTMH3

  • หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าฟื้นตามต่างประเทศ ชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐใกล้จบ-ตัวเลขเศรษฐกิจจีนสัญญาณดี : อินโฟเควสท์

    หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าฟื้นตามต่างประเทศ ชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐใกล้จบ-ตัวเลขเศรษฐกิจจีนสัญญาณดี : อินโฟเควสท์

    นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีฟื้นตัวตามตลาดต่างประเทศ หลังสถานการณ์ชัตดาวน์รัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีโอกาสใกล้ยุติ ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่เริ่มส่งสัญญาณดีขึ้น ขณะที่ในประเทศยังได้แรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ โดยให้กรอบแนวรับ 1,300 จุด และแนวต้าน 1,320 จุด

    นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดฟื้นตัวตามทิศทางตลาดต่างประเทศ หลังสถานการณ์ชัตดาวน์รัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีโอกาสใกล้ยุติ ประกอบกับการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจจีน โดยเฉพาะเงินเฟ้อเดือนต.ค. เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น คาดว่าจะช่วยลดความกังวลเรื่องเงินฝืดของจีนได้บ้าง

    สำหรับปัจจัยในประเทศ ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลเปิดเผยว่าจะเตรียมออกโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ซึ่งเป็น Sentiment ที่ดี ช่วยให้ตลาดโดยรวมมีโอกาสฟื้นตัว

    โดยให้กรอบแนวรับ 1,300 จุด และแนวต้าน 1,320 จุด

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 พ.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IRA90IQDY18OJ3Z7Y5UDB6Q8I3N75OGK&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1N3cGc97fIhmM501NAcMdk

  • ‘อัครวิทย์’ ชี้รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจไทยออกผล หนุนดีมานด์สินเชื่อรายย่อยพุ่ง

    ‘อัครวิทย์’ ชี้รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจไทยออกผล หนุนดีมานด์สินเชื่อรายย่อยพุ่ง

    ‘อัครวิทย์’ ชี้รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจไทยออกผล หนุนดีมานด์สินเชื่อรายย่อยพุ่ง

    นายอัครวิทย์ สุกใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่า แฟคตอริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AF เปิดมุมมองกับ ‘ฐานเศรษฐกิจ’ ว่า ประเมินภาพรวมอุตสาหกรรมในช่วงไตรมาส 4/2568 มีทิศทางที่เป็นบวก ตามสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

    นอกจากนี้ ยังได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะการใช้จ่ายของประชาชนอย่างโครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ ซึ่งช่วยเพิ่มการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจของไทย และสร้างบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปี

    ส่งผลบวกต่อภาคธุรกิจและความมั่นใจของผู้ประกอบการ ทำให้มีการวางแผนรองรับการลงทุนในธุรกิจสำหรับปีต่อไป ทำให้แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อแฟคตอริ่งในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568 นี้ ขยายตัวดีขึ้นตามเศรษฐกิจไปด้วย

    ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทคาดการปล่อยสินเชื่อแฟคตอริ่งจะเติบโตประมาณ 6% ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้ โดยประเมินมูลค่าพอร์ตจะอยู่ที่มากกว่า 18,500 ล้านบาท ซึ่งยังมีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน

    แม้ว่าในช่วงไตรมาส 1-2/2568 จะชะลอตัวลงไปบ้าง เนื่องจากอยู่ในช่วงรอประเมินผลการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ แต่หลังจากที่เคาะตัวเลขที่ชัดเจนแล้ว ก็เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ นอกจากนี้ จากการที่ภาครัฐออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ทำให้ภาคเอกชนมีความมั่นใจมากขึ้น

    อัครวิทย์ สุกใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่า แฟคตอริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AF

    กางแผนปี 69

    สำหรับภาพรวมในปี 2569 มองว่ายังต้องติดตามความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะในช่วงที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หากรัฐบาลใหม่เดินหน้าสานต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีอยู่ได้ต่อ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการลงทุนและการฟื้นตัวของภาคเอกชน

    โดยประเมิน GDP ไทยในปี 2569 ไว้ที่ระดับประมาณ 1.6-2.2% โดยเฉลี่ย แต่เชื่อว่าลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายของบริษัทจะมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจไทย มั่นใจว่าวอลุ่มของทุกผลิตภัณฑ์สินเชื่อของบริษัทจะเติบโตได้ไม่น้อยกว่า 7% จากปีก่อน

    ทั้งนี้ บริษัทจะปรับแผนธุรกิจให้สอดรับกับสถานการณ์ เพื่อรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตที่ดี อาทิ กลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทน กลุ่มธุรกิจทางการแพทย์กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และ กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์

    ขณะเดียวกันบริษัทคาดว่าในปี 2569 จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีกประมาณ 1-2 ผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สอดคล้องต่อพฤติกรรมการใช้เงินทุนของผู้ประกอบการไทย

    นอกเหนือจากนี้ บริษัทยังคงมีความสนใจและเปิดโอกาสในการศึกษาการร่วมมือใหม่ๆ ร่วมกับพันธมิตรที่มีศักยภาพใหม่ๆ เพิ่มเติม ปัจจุบันมีที่อยู่ระหว่างการเจรจา 1 ราย เป็นผู้ให้บริการที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Service Provider) คาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนของความร่วมมือกันภายในปี 2569

    รุกดิจิทัลซัพพลายเชนไฟแนนซ์

    ส่วนการร่วมมือกับ บริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (NEC Thailand) เปิดตัวแพลตฟอร์ม ดิจิทัลซัพพลายเชนไฟแนนซ์ (Digital Supply Chain Financing Platform) ให้บริการผ่าน “TASConnect” ซึ่งพัฒนาโดย SCV Research and Development PTE. LTD.

    ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อน Digital Transformation ของอุตสาหกรรมสินเชื่อไทย เพื่อลดความล่าช้าและข้อผิดพลาดที่เกิดจากการใช้เอกสาร รวมทั้งยังช่วยเพิ่มความโปร่งใส ความถูกต้อง และที่สำคัญเป็นการสนับสนุนธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนหมุนเวียนได้อย่างรวดเร็ว

    ปัจจุบันได้เปิดให้ใช้บริการมาแล้วประมาณ 3-4 เดือน และได้รับการตอบรับที่ค่อนข้างดี ส่งผลให้มียอดการให้สินเชื่อไปแล้วราว 100 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษํทคาดหวังว่าในปี 2569 ยอดการให้สินเชื่อผ่านแพลต์ฟอร์มดังกล่าวจะสามารถเติบโตได้อีกไม่น้อนกว่า 20%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/finance/stockmarket/643436&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kDRqUR-pKMlgcXGmmesMp

  • น้ำมัน WTI ปิดบวก 0.54% ตลาดคาด “ฮังการี” ได้สิทธิใช้น้ำมันรัสเซีย

    น้ำมัน WTI ปิดบวก 0.54% ตลาดคาด “ฮังการี” ได้สิทธิใช้น้ำมันรัสเซีย

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/109265&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0A2l-N-Phyh2tjp-g0a4_s

  • ผ่าไทม์ไลน์รัฐบาล จัดหนัก 17 มาตรการเศรษฐกิจ ชงทุกเดือนก่อนยุบสภา

    ผ่าไทม์ไลน์รัฐบาล จัดหนัก 17 มาตรการเศรษฐกิจ ชงทุกเดือนก่อนยุบสภา

    แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาล ภายใต้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้จัดทำแผนการขับเคลื่อนนโยบาย Quick Big Win โดยกำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินโครงการต่าง ๆ ภายใต้ 5 เสาหลัก โดยมีการจัดวางไทม์ไลน์เบื้องต้นของโครงการสำคัญด้านเศรษฐกิจ ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงเดือนมกราคม 2569 รวมทั้งหมดมากกว่า 17 โครงการ ซึ่งจะทยอยนำเสนอเข้ามาให้คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ เห็นชอบ ก่อนจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

    “ตอนนี้รัฐบาลได้วางไทม์ไลน์เอาไว้ยาวจนถึงเดือนมกราคม 2569 ก่อนทีจะยุบสภาตามที่ตกลงไว้ โดยจะมีมาตรการด้านเศรษฐกิจทยอยออกมาเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อกระตุ้นและประคับประคองเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้เพิ่มมากขึ้น หลังจากต้องเจอกับปัจจัยเสี่ยงจำนวนมาก โดยโครงการส่วนใหญ่จะเร่งผลักดันออกมาทันที โดยเฉพาะในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า” แหล่งข่าว ระบุ

    สำหรับการจัดวางไทม์ไลน์เบื้องต้นของโครงการสำคัญ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงเดือนมกราคม 2569 รวมทั้งหมดมากกว่า 17 โครงการ แยกเป็นรายเดือนสรุปได้ดังนี้

    เดือนพฤศจิกายน 2568

    • มาตรการแก้หนี้ประชาชน การจัดซื้อหนี้โดย AMC(ผ่านความเห็นชอบคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจแล้ว)
    • มาตรการ Quick Big Win กระทรวงพาณิชย์ (ผ่านความเห็นชอบคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจแล้ว)
    • มาตรการเสริมสภาพคล่องให้ SMEs (เตรียมเสนอเข้ามายังคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ)
    • มาตรการการลงทุนเพื่ออนาคต (BOI เตรียมเสนอคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ) 
    • มาตรการกระทรวงอุตสาหกรรม (กระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมเสนอคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ)
    • การคลังเพื่อวางรากฐาน (กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ)

    เดือนธันวาคม 2568

    • สลากเพื่อการออม (กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ)
    • พันธบัตรรัฐบาลเพื่อการออม (กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ)
    • การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เพื่อติดตามผลเชิงนโยบาย ของรัฐบาล ครอบคลุม ผลการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผลการกระจายรายได้ และผลต่อการวางรากฐานระบบเศรษฐกิจ

    เดือนมกราคม 2569

    • โครงการคนละครึ่งเฟส 2 (Upskill / Reskill)

    อย่างไรก็ตามในการติดตามความคืบหน้าการดำเนินนโยบายต่าง ๆ ที่ผลักดันออกมาแล้วนั้น รัฐบาลได้จัดทำ Dashboard เพื่อแสดงสถานะของโครงการและมาตรการ Quick Big Win ภายใต้ 5 เสาหลัก เพื่อให้เห็นภาพรวมของความก้าวหน้าในระดับประเทศ โดยจะระบุสถานะการดำเนินงานและระดับความคืบหน้าเป็นร้อยละ และรายงานสถานะต่อคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจเป็นรายสัปดาห์ด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/643590&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1PJkMzVUzhXjY7hZRooW3I

  • ดูดวงรายสัปดาห์ ราศีเมถุน

    ดูดวงรายสัปดาห์ ราศีเมถุน

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีเมถุน ราศีธาตุลม ที่มีดาวพุธ ดาวแห่งความคิด สติปัญญา เป็นเจ้าเรือน บอกถึงการเป็นผู้ชอบเรียนและสนุกที่จะรู้บอกถึง พรสวรรค์ที่ไม่มีใครเทียบเทียมในการเจรจา หาเรื่องทั้งที่มีสาระและไร้สาระมาพูดคุยได้กับทุกคน ทุกเวลา และทุกสถานที่

    การเงิน ถ้าจะหารายได้เพิ่มเติม หรือจะเสี่ยงโชค เก็งกำไร ก็อยู่ในเกณฑ์ดี ที่จะได้ลาภผลมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าจะมีญาติสนิทมิตรสหาย หรือเพื่อนบ้าน มาขอกู้ยืมเงิน ก็ควรพิจารณาให้รอบคอบ เพราะมีเกณฑ์สูงว่าจะไม่ได้คืน!

    การงาน อยู่ในระยะที่มนุษย์เงินเดือน ควรก้มหน้าก้มตาทำงานไปตามปกติ ที่ควรอดทน อดกลั้น และหลีกเลี่ยงที่จะ “อู้งาน” แอบเล่นเกม แอบใช้สื่อออนไลน์ใด ๆ เพราะอยู่ในระยะที่จะถูกจับจ้องจากผู้ใหญ่ ผู้มีอำนาจ ที่จะส่งผลดี/ร้าย กับโบนัสปลายปี!

    ความรัก ร่วมด้วย ช่วยกัน ดูแล บ้าน ที่อยู่อาศัยให้สวยงาม สะอาดตา ดูแลญาติผู้ใหญ่และคนในครอบครัวให้อยู่ร่วมกันอย่างอยู่เย็นเป็นสุข ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดี ที่จะรักษาสัมพันธ์รักให้ราบรื่น ที่คู่ครอง ก็พร้อมจะ “ให้” ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ของมีค่า!

    สุขภาพ อยู่ในเกณฑ์ดี แต่วันที่ 14-16 ถ้าจะเดินทาง ก็อย่าประมาท จากอาหารการกินที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ก็อาจทำให้เจ็บป่วย ไม่สบายได้

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ดาวพฤหัสบดี ราชาธิบดีแห่งสวรรค์ และที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคู่ครอง ได้โคจรเข้ามาสถิต ณ เขตราศีกำเนิดของชาวราศีเมถุนแล้ว ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ที่จะได้รับ “โชคดี” ประสบผลสำเร็จ จากการศึกษาระดับสูง งานขยายตัว เจริญรุ่งเรือง หรือได้ทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงจะได้พบรัก เจอเนื้อคู่อีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/316967/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3fNAxG9KVx7o4A8W9k69VS

  • ‘อนุทิน’ตั้งกรรมการศึกษา ’ขยายอายุเกษียณ’  ‘ก.พ.‘ วางกรอบ 10 ปี เล็งโมเดล OECD

    ‘อนุทิน’ตั้งกรรมการศึกษา ’ขยายอายุเกษียณ’ ‘ก.พ.‘ วางกรอบ 10 ปี เล็งโมเดล OECD

    เศรษฐกิจ

    10 พ.ย. 2025 เวลา 6:03 น.

    “อนุทิน” สั่งลุยขยายอายุเกษียณราชการพลเรือนสามัญ เร่งสรุป ธ.ค.นี้ มอบ ก.พ.ร่วมกรมบัญชีกลาง สำนักงบฯกบข. เตรียมพร้อมสังคมสูงอายุแรงงานลด เล็งใช้โมเดล “โออีซีดี” เกษียณ 65 ปี เน้นสายงานวิชาการ-ชำนาญการ ไม่กระทบฝ่ายบริหาร ใช้ฐานเงินเดือนเดิมตอน 60 ปี ไม่กระทบงบบำนาญ สศช.ชี้จ้างเกษียณต้องยืดหยุ่น รัฐต้องหนุนจ้างงานต่อเนื่อง คำนึงความสามารถก่อนดูอายุ

    • “อนุทิน” สั่งลุยขยายอายุเกษียณราชการพลเรือนสามัญ เร่งสรุป ธ.ค.นี้  ก.พ.ร่วมกรมบัญชีกลาง สำนักงบฯกบข. เตรียมพร้อมสังคมสูงอายุแรงงานลด
    • เลขาธิการ ก.พ.ชี้การศึกษาให้ความสำคัญโครงสร้างประชากรที่มีผู้สูงอายุเพิ่ม  
    • เล็งใช้โมเดล “โออีซีดี” เกษียณ 65 ปี เน้นสายงานวิชาการ-ชำนาญการ ไม่กระทบฝ่ายบริหาร ใช้ฐานเงินเดือนเดิมตอน 60 ปี ไม่กระทบงบบำนาญ
    • สศช.ชี้จ้างเกษียณต้องยืดหยุ่น  คำนึงความสามารถก่อนดูอายุ

    แนวคิดการขยายอายุเกษียณราชการเป็นประเด็นที่พูดถึงหลายรัฐบาลที่ผ่านมา รวมทั้งบรรจุในแผนการปฏิรูประเทศที่มีข้อเสนอขยายอายุเกษียณราชการจาก 60 ปี เป็น 63 ปี เพื่อรับมือสังคมสูงอายุ แต่ถูกชะลอเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 

    แนวนโยบายดังกล่าวเป็นประเด็นอีกครั้งในรัฐบาลปัจจุบัน โดยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ศึกษาความเป็นไปได้การขยายอายุเกษียณเฉพาะของข้าราชการพลเรือนจาก 60 ปี เป็น 65 ปี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสนใจเป็นพิเศษและหวังว่าจะตัดสินใจได้ในรัฐบาลชุดนี้

    นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ขั้นตอนการศึกษาของ ก.พ.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยต้องพิจารณาผลกระทบหลายมิติกรณีขยายอายุราชการเป็น 65 ปี เช่น ผลกระทบงบประมาณ (บำเหน็จ บำนาญ) ผลกระทบต่อตำแหน่งและการบริหารงานส่วนราชการ ผลกระทบต่อโอกาสการเข้าทำงานของข้าราชการรุ่นใหม่

    “วันนี้พูดกันเพียงศึกษาขยายอายุข้าราชการพลเรือนถึง 65 ปีหรือไม่ ไม่รวมข้าราชการอื่นๆ ตำรวจไม่รวม เพราะเรื่องนี้มีผลกระทบเยอะ อาทิ คนเกิดน้อย คนตายมากกว่าคนเกิด รวมถึงมีผลกระทบกับงบประมาณ เช่น บำเหน็จ บำนาญ มีผลกระทบสำหรับหัวหน้าส่วนราชการ และมีผลกระทบต่อคนที่จะเข้ามาเป็นข้าราชการใหม่“ นายบวรศักดิ์ กล่าว

    ‘อนุทิน’ตั้งกรรมการศึกษา ’ขยายอายุเกษียณ’  ‘ก.พ.‘ วางกรอบ 10 ปี เล็งโมเดล OECD

    รายงานข่าวจากสำนักงาน ก.พ.ระบุว่า ก.พ.สรุปจำนวนข้าราชการปี 2567 รวม 1.12 ล้านคน แบ่งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ 414,088 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ ก.พ.กำลังศึกษาเพื่อขยายอายุราชการเป็น 65 ปี

    นอกจากนี้ มีข้าราชการครู 44,168 คน, ข้าราชการส่วนท้องถิ่น 268,063 คน, ข้าราชการตำรวจ 213,086 คน, ข้าราชการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 26,364 คน, ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา 9,408 คน, ข้าราชการตุลาการ 5,297 คน, ข้าราชการอัยการ 4,257 คน และข้าราชการรัฐสภาสามัญ 3,164 คน

    นายปิยวัฒน์ ศิวรักษ์ เลขาธิการ ก.พ.เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการศึกษาการขยายอายุเกษียณของข้าราชการพลเรือน โดยหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันที่ 6 พ.ย.2568 นายกรัฐมนตรี มอบหมาย 4 หน่วยงาน ทำงานร่วมกัน ได้แก่ ก.พ. กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) 

    ทั้งนี้จะทำงานร่วมกันในการศึกษาประเด็นหลัก ได้แก่ จำนวนข้าราชการที่เกี่ยวข้อง งบประมาณที่ต้องใช้ และผลกระทบเชิงบวกและลบของนโยบาย เพื่อเสนอนายกรัฐมนตรีกลางเดือน ธ.ค.2568

    ชี้เป็นมาตรการรองรับสังคมสูงวัย

    สำนักงาน ก.พ.เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารบุคลากรภาครัฐได้ศึกษาแนวทางขยายอายุเกษียณราชการตามแผนปฏิรูปประเทศด้านสังคมมาระยะหนึ่ง โดยเป็นมาตรการรองรับสังคมสูงวัยและสนับสนุนบุคลากรภาครัฐมีงานทำหลังเกษียณ รวมถึงการบริหารกำลังคนภาครัฐแต่ละช่วงวัยอย่างเหมาะสม

    สำหรับแนวคิดขยายอายุเกษียณข้าราชการเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2564 มีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป สัดส่วน 20% ของประชากรทั้งหมด และเพิ่มเป็น 30% ในปี 2573 ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องมีแผนรองรับสู่สังคมสูงวัยรวมถึงภาคราชการ

    ขณะที่โครงสร้างประชากรไทยเป็นโจทย์ใหญ่ของสังคม ซึ่งนอกจากมีจำนวนผู้สูงอายุมากขึ้น และมีประชากรเด็กเกิดน้อย รวมถึงอายุขัยยาวนานขึ้น โดยถ้าขยายเวลาให้ผู้มีอายุเกิน 60 ปี ที่มีศักยภาพทำงานได้เป็นแรงงานในระบบทั้งภาคราชการและเอกชนจะลดปัญหาเศรษฐกิจ รวมทั้งลดปัญหาวัยแรงงานที่เริ่มลดลงจนต้องแบกรับประชากรวัยผู้สูงอายุมากขึ้น

    เล็งใช้โมเดล“โออีซีดี”เกษียณ65ปี

    นอกจากนี้หลายประเทศโดยเฉพาะสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่มีปัญหาโครงสร้างประชากรและมีจำนวนแรงงานลดลงได้ขยายอายุเกษียณราชการ ซึ่งมีหลายประเทศขยายอายุเกษียณถึง 65 ปี 

    ขณะที่การกำหนดอายุการเกษียณปัจจุบันอาจมีการทบทวน เพราะการกำหนด 60 ปี มีมานานตั้งแต่อายุขัยเฉลี่ยประชากรไทยยังน้อยกว่าอายุเกษียณราชการ แต่ขณะนี้อายุขัยเฉลี่ยคนไทยสูงกว่า 60 ปีแล้ว โดยคนไทยมีสุขภาพดีขึ้นและส่วนใหญ่อายุเกิน 60 ปี

    “โจทย์โครงสร้างประชากรเป็นเรื่องใหญ่สุด เพราะเด็กเกิดใหม่น้อยกว่าคนตายต่อเนื่อง 4 ปีแล้ว จะทำให้แรงงานลดลงแม้ปัจจุบันยังไม่ขาดแคลนแรงงาน แต่อีก 10 ปี ปัญหาจะชัดเจนทั้งแรงงานขาดแคลน และงบประมาณที่ต้องใช้ดูแลผู้เกษียณอายุสูงขึ้น จึงต้องเตรียมความพร้อมไว้ ส่วนประสิทธิภาพคุณภาพการทำงานของผู้สูงอายุที่หลายคนกังวลจะหากลไกมากำกับดูแลได้เป็นโจทย์ระยะต่อไป”

    ครอบคลุมข้าราชการพลเรือน4แสนคน

    นายปิยวัฒน์ กล่าวว่า กรณีตัดสินใจขยายอายุเกษียณข้าราชการพลเรือนจะครอบคลุมข้าราชการพลเรือน 4 แสนคน โดยต้องมีช่วงการเปลี่ยนผ่านที่ปกติใช้เวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี 

    ทั้งนี้ กลุ่ม OECD ใช้โมเดลทยอยขยายอายุเกษียณราชการ โดยอาจมีปีที่ขยายอายุราชการทีละ 1 ปี เช่น จาก 60 เป็น 61 ปี และเว้น 1 ปี จากนั้นขยายเป็น 62 ปี แล้วอาจเว้นยังไม่ขยายอายุเกษียณ จากนั้นขยายอีกครั้งเป็นเกษียณอายุ 63 ปี จนกระทั่งถึงเป้าหมายขยายอายุเกษียณข้าราชการที่ 65 ปี

    ก.พ.ยืนยันไม่กระทบรับข้าราชการใหม่

    สำหรับข้อกังวลการขยายอายุเกษียณราชการแล้วจะกระทบการรับราชการรุ่นใหม่ เลขาธิการ ก.พ.กล่าวว่า การขยายอายุเกษียณข้าราชการจะไม่กระทบแผนการรับข้าราชการใหม่ เพราะแต่ละปีนั้นจะรับข้าราชการใหม่เพื่อทดแทนข้าราชการเกษียณอายุและลาออก ซึ่งรับข้าราชการใหม่ประมาณปีละ 10,000 คน โดยมีนโยบายต้องการคนรุ่นใหม่มาทำงานราชการและเปิดสอบบรรจุเป็นประจำทุกปี

    ขณะที่กฎ ก.พ.ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์รับราชการต่อไป พ.ศ.2552 เป็นประเด็นการขยายอายุให้ข้าราชการที่มีความสามารถและมีทักษะสูงที่หาทดแทนไม่ได้ เช่น ช่าง 10 หมู่ ที่กรมศิลปากรต้องการขยายอายุราชการให้ทำงานต่อ โดยลักษณะนี้ไม่ประกาศสำหรับข้าราชการทั่วไป 

    รัฐบาลชี้ไม่กระทบตำแหน่งบริหาร

    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายบวรศักดิ์ ระบุแนวทางการเกษียณอายุราชการสำหรับสายงานวิชาการและชำนาญการ มากกว่าสายงานบริหาร เพื่อไม่ให้กระทบผู้ที่จะเลื่อนตำแหน่งทดแทนผู้เกษียณ ยกเว้นกรณีจำเป็นตามการเสนอของหน่วยราชการ

    นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เพื่อไม่ให้การขยายอายุเกษียณข้าราชการเป็นภาระงบประมาณของกรมบัญชีกลาง โดยให้ความเห็นยึดฐานเงินเดือนสุดท้ายที่อายุ 60 ปี เพื่อใช้คำนวณฐานเงินบำนาญเพราะหากใช้ฐานเงินเดือนที่อายุ 65 ปี ระบบบำนาญข้าราชการจะรับภาระไหว

    นอกจากนี้ต้องนึกถึงความเป็นธรรมกับผู้ที่อยู่ในระบบและคนรุ่นใหม่ที่จะเข้าระบบราชการ ซึ่งผู้ที่ขยายอายุราชการออกไปต้องทำข้อตกลงใช้ตัวเลขเงินเดือนสุดท้ายในการอ้างอิงและจะไม่ปรับเพิ่มเงินเดือนตลอดสัญญาขยายอายุการทำงาน

    สศช.แนะงานสูงวัยต้องยืดหยุ่น

    รายงานข่าวจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า สศช.ร่วมกับกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNFPA Thailand) HelpAge International และมูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ สรุปบทเรียนต่างประเทศเพื่อรับมือกับสังคมสูงวัยระดับสุดยอด โดยมีข้อเสนอแนวทางวางแผนงานสำหรับวัยเกษียณ เช่น

    Prof. CheolSung Park Dean, College of Economics and Finance Director Hanyang Institute for Population and Policy Research, Hanyang University เสนอความท้าทายสังคมสูงวัยภายใน 30 ปีข้างหน้า 

    ทั้งนี้ ระบุถึงเกาหลีใต้จะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปถึงครึ่งของประเทศ รัฐบาลจึงมีมาตรการ อาทิ การขยายอายุเกษียณ การจ้างงานผู้สูงอายุจากภาครัฐ ให้เงินอุดหนุนแก่บริษัทเอกชน การลดข้อจำกัดสัญญาจ้างและยกเว้นเงินสมทบประกันการว่างงาน

    อย่างไรก็ตาม ระบบบำนาญเกาหลีใต้ที่มีบำนาญพื้นฐานและบำนาญแห่งชาติเผชิญปัญหาความยั่งยืนและความเชื่อมั่นจากคนรุ่นใหม่ อีกทั้งอัตราความยากจนกลุ่มผู้สูงอายุยังสูง ซึ่งได้เสนอมาตรการลดต้นทุนให้นายจ้างเพื่อจ้างงานผู้สูงอายุที่มีประสิทธิภาพ พร้อมแนะนำให้ไทยเร่งปฏิรูประบบบำนาญ ระบบสุขภาพ และโครงสร้างค่าจ้าง รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นระหว่างรุ่นในการเตรียมพร้อมรับสังคมสูงวัย

    แนะคำนึงความสามารถมากกว่าอายุ

    นอกจากนี้ ได้มีการข้อสรุปข้อเสนอ 3 ข้อ ที่น่าสนใจ ได้แก่ 

    1.อนาคตของระบบการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุ โดยเสนอให้พัฒนาระบบการเงินและกองทุนที่ยั่งยืนผ่านการร่วมจ่ายและมีประกันสุขภาพครอบคลุมการดูแลระยะยาว ควบคู่การใช้เทคโนโลยีติดตามสุขภาพเบื้องต้น รวมถึงยกระดับศักยภาพและสร้างแรงจูงใจผู้ดูแลผู้สูงอายุ และบูรณาการการภาครัฐ เอกชนและท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อน community care model

    2.เส้นทางการทำงานหลังเกษียณและระบบบำนาญที่ยืดหยุ่น โดยผู้สูงอายุยังมีศักยภาพทั้งงานบริการ งานใช้ความเชี่ยวชาญ และงานจิตอาสา รัฐควรสนับสนุนการจ้างงานต่อเนื่องโดยคำนึงถึงความสามารถมากกว่าอายุ 

    รวมทั้งส่งเสริม Upskill/Reskill และการ Re-employment และสนับสนุนการสร้างงานชุมชน อีกทั้งสนับสนุนกลุ่มวัยก่อนสูงอายุเป็นผู้ประกอบการและทำอาชีพที่สอง และสนับสนุนผู้หลุดจากตลาดแรงงานเนื่องจากภาระการดูแล (care work) ให้กลับสู่ระบบการทำงาน

    3.การพัฒนาปัจจัยแวดล้อมเพื่อสูงวัยสุดยอดอย่างมีคุณภาพ มีข้อเสนอให้ผลักดันนวัตกรรมรูปแบบใหม่ อาทิ การปรับห้องว่างเป็นบ้านแบ่งปัน การพัฒนาบริการดิจิทัลที่ใช้งานง่ายและเข้าถึงได้ 

    รวมถึงการสร้างอาชีพใหม่ที่เหมาะสม อาทิ มัคคุเทศก์สูงวัย อาชีพ “เพื่อนผู้สูงอายุ” ซึ่งสร้างรายได้และเพิ่มคุณค่าทางใจควบคู่ นอกจากนี้มีข้อเสนอปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและที่อยู่อาศัยตามหลัก Universal Design โดยภาครัฐควรมีสิทธิประโยชน์สนับสนุนเอกชนปรับปรุงบ้าน 

    รวมทั้งการจัดตั้ง Elderly Community Center ในชุมชน และศูนย์สองวัย เพื่อให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมดูแลเด็กและทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งช่วยลดความโดดเดี่ยวและสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างรุ่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1206866&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1w2vPMW76uERQBcw8e47Xg

  • นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวตราด เผย ต่างชาติเริ่มคึกคัก ห้องพักจองแล้ว80%

    นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวตราด เผย ต่างชาติเริ่มคึกคัก ห้องพักจองแล้ว80%

    วันจันทร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    Tag :

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิชิต สุกะสูยานนท์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจ.ตราด เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคม 2568 เป็นต้นมานักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเริ่มเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดตราดมากขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงฤดูการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด ซึ่งจะเห็นได้ว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มเดินทางเข้ามาอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะช้างที่ในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาวันละ 3-4,000 คัน หากเป็นช่วงวันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดยาวจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 5,000 คน/วัน และในจำนวนนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเรื่อยๆและเริ่มหนาตาขึ้นหลังเทศกาลลอยกระทง ซึ่งสะท้อนจากจำนวนห้องพักที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจองเข้ามาพักเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้มี 40-50%แล้ว ส่วนในช่วงเดือนต้นธันวาคม-ปลายธันวาคมมีเพิ่มขึ้นถึง 80%แล้ว

    อย่างไรก็ตาม ปัญหาของนักท่องเที่ยวชาวยุโรปยังกังวลกับปัญหาการสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา เนื่องจากบริษัทประกันไม่รับทำประกัน ซึ่งความจริงแล้วหากเป็นอุบัติเหตุปกติสามารถเครมได้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้อยากแจ้งให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบด้วยว่า จังหวัดตราดและทุกเกาะในทะเลตราดสามารถท่องเที่ยวโดยไม่ได้รับอันตรายใดๆ

    “ผมมั่นใจว่านักท่องเที่ยวทุกคนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศจะได้รับความปลอดภัย เพราะสถานการณ์สู้รบไม่ได้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดตราด สามารถเดินทางเข้ามาได้ อีกทั้งในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ทางสมาคมฯและอบจ.ตราดร่วมกับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดจะร่วมกันเปิดแถลงข่าวเปิดฤดูท่องเที่ยวจังหวัดตราดและเกาะช้างอย่างเป็นทางการ และทางสมาคมฯได้จัดกิจกรรมทุกปี แต่ปีนี้มีการปรับเปลีทยนให้เข้ากับสถานการณ์ของประเทศ จึงจัดวิ่ง Koh Chang Bikini Run “ก้าวนี้ เพื่อแม่ของแผ่นดิน”,เพื่อน้อมไว้อาลัยพระพันปีหลวงด้วย” 

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/926675&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3tZSHnoSe67iloUpW-RGKo

  • ดูดวงรายสัปดาห์ ราศีกรกฎ

    ดูดวงรายสัปดาห์ ราศีกรกฎ

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีกรกฎ ราศีต้นธาตุน้ำ ผู้ดำเนินชีวิตไปตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ ซึ่งขึ้นกับความรู้สึก ไม่อ้างอิง หรือยึดถือ ตำรา หรือทฤษฎีใด ๆ โลกจะหมุนซ้าย หรือขวาก็ไม่สน แต่ถ้าความรู้สึกบอกว่าถูกต้องก็จะทำ แต่ถ้าไม่ใช่ก็จะปฏิเสธ หรือต่อต้านโดยทันที

    การเงิน ถ้าจะหารายได้เพิ่มเติม ก็อยู่ในเกณฑ์ดี รวมถึงอาจได้โชคมีลาภอีกด้วย แต่ก็ควรระวัง การติดต่อ สัมพันธ์ใด ๆ ก็อาจถูกล่อลวง โน้มน้าวใขให้เสียเงินอย่างเดียว!

    การงาน วันที่ 14-16 ถ้าจะนัดประชุม หรือจะมีนัดสำคัญในเรื่องใด ๆ ก็ตาม รวมถึงจะขอความร่วมมือ ขอความช่วยเหลือ ก็อาจถูกบอกเลื่อน บอกปฏิเสธ หรือจะไปสัมภาษณ์งาน ก็มีโอกาสจะผิดหวังได้

    ความรัก แสดงความใจดี มีเมตตา หรือใกล้ชิดกับเพศตรงข้ามคนอื่นที่ไม่ใช่คนรัก คู่ครอง ที่ควรระวังและหลีกเลี่ยงที่จะกระทำ เพราะนอกจากจะทำให้คนรัก คู่ครองไม่พอใจแล้ว ก็ยังอาจนำเหตุ/ภัย อันตรายมาให้กับตนเองอีกด้วย

    ครอบครัว ยังอยู่ในระยะที่ควรระวัง หรือหลีกเลี่ยงที่จะใช้คำพูด/เขียนที่ก้าวร้าว รุนแรงกับสมาชิกในครอบครัว เพราะอาจทำให้ลุกลาม กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้

    สุขภาพ อยู่ในระยะที่ควรใส่ใจ ดูแลตนเองให้มากขึ้น ควรระวังอารมณ์ตามใจปาก กินอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ หรือรสจัดจ้าน เพราะอาจทำให้เจ็บป่วย ไม่สบายได้

    คำแนะนำ จนถึงเดือนมิถุนายน 2570 ดาวเสาร์ เจ้าแห่งชะตากรรม และที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคู่ครอง คู่ค้า คู่สัญญา หรือคู่ศัตรูของชาวราศีกรกฎ ได้โคจรไปสถิตร่วมกับดาวเนปจูน ณ เขตราศีมีน ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า เป็นระยะแห่งการศึกษาเพื่อ “ตื่นรู้” ที่จะทำให้ได้พบความจริง พบสัจธรรม ที่จะทำให้ได้พบทางสว่าง ที่จะทำให้ไม่..หลงทาง อีกต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=http://www.sanook.com/horoscope/316971/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bbWy0ulr9rkv0rOS6W-u0