Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เปิดประวัติ วีนา ปวีนา ตำนานนางงามนักสู้ คว้ารองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2025

    เปิดประวัติ วีนา ปวีนา ตำนานนางงามนักสู้ คว้ารองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2025

    สวมสะพายไทยแลนด์ทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2025 ได้เป็นอย่างดี สำหรับ วีนา ปวีนา ซิงห์ และสามารถคว้าตำแหน่งรองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2025 แต่เส้นทางจักรวาลสำหรับวีนาไม่เคยง่ายเลย ต้องรอคอยมายาวนานถึง 8 ปีกว่าจะคว้าตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 มาได้ ไทยรัฐบันเทิงจะพาไปย้อนประวัติเส้นทางนางงามของเธอกัน

    วีนา ปวีนา เกิดเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2539 ที่ จ.เชียงใหม่ เธอเกิดมาในครอบครัวเชื้อสายอินเดียที่นับถือศาสนาซิกข์ มารดาเกิดและโตที่อินเดียจึงค่อนข้างเคร่งศาสนามากกว่าครอบครัวฝั่งบิดาที่อาศัยอยู่จังหวัดยะลา ต่อมาเธอย้ายไปอยู่ที่จังหวัดยะลาร่วมกับป้า ด้านการศึกษา วีนาสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสตรียะลา และระดับปริญญาตรีที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาวิชาภาษารัสเซีย

    สำหรับเส้นทางสายนางงาม วีนาเข้าร่วมการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 เมื่อปี 2561 เป็นครั้งแรก และคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2 จากนั้นในปี 2563 วีนากลับมาบนเวทีนางงามอีกครั้งด้วยการเข้าร่วมการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2020 และได้ตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1

    หลังจากนั้นอีก 3 ปี วีนากลับมาบนเส้นทางนางงามอีกครั้งในปี 2566 กับการได้รับแต่งตั้งเป็นมิสยูนิเวิร์สภูเก็ต 2023 เป็นตัวแทนภูเก็ตเข้าร่วมการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 ก่อนจะคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2 และสละตำแหน่งในภายหลัง

    แม้จะต้องผิดหวังมาแล้วถึง 3 ครั้ง แต่วีนาก็ยังสู้ไม่ถอย เธอกลับมาสู่เส้นทางนางงามอีกครั้งในปี 2568 ด้วยการเป็นตัวแทน อ.เสาไห้ จ.สระบุรี เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สสระบุรี 2025 และคว้าตำแหน่งชนะเลิศ ก่อนจะเป็นตัวแทนจังหวัดสระบุรีเข้าร่วมประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 และสามารถคว้ามงกุฎมาได้สำเร็จสมดังใจ หลังรอคอยวันนี้มานานกว่า 8 ปี เรียกว่าเป็นตำนานนางงามนักสู้ของไทยอีกคน

    และในวันนี้ วีนา ปวีนา ทำหน้าที่ตัวแทนสายสะพายไทยแลนด์ เข้าร่วมการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2025 ครั้งที่ 74 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ แม้ก่อนหน้านี้เธอจะเจอดราม่าในช่วงเก็บตัว โดยเฉพาะเรื่องชุด แต่ทุกอย่างก็ถูกปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น และกวาดใจแฟนๆ นางงามในผลงานสุดปังทั้งรอบชุดประจำชาติ รวมถึงรอบพรีลิมฯ ที่ทำได้ดีทั้งการเดินชุดว่ายน้ำและชุดราตรี สวยสะพรึงสะใจแฟนๆ ไทยแลนด์ เสียงเชียร์ดังสนั่นฮอลล์เลยทีเดียว ก่อนจะคว้ารองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2025 ไปครอง

    ซึ่งวีนาย้ำเสมอว่าเธอเลือกที่จะประกวดเวทีนี้เวทีเดียวเท่านั้น และเมื่อไทยรัฐบันเทิงมีโอกาสได้สัมภาษณ์วีนา เธอเผยถึงเรื่องที่เธอตั้งใจมาประกวดเฉพาะเวทีมิสยูนิเวิร์สเพียงเวทีเดียวไว้ว่า “การที่เรามาครั้งแรกแล้วมีคนสัมภาษณ์ถามวีนาว่า ถ้าไม่ได้จะกลับมาอีกมั้ย แล้ววีนาตอบว่า “จะกลับมาจนกว่าจะมง” ซึ่งตอนนั้นเราก็ไม่ได้มานั่ง… เป็นเด็กใสๆ เลย ไม่เคยเข้าวงการหรือเรียนเรื่องการตอบคำถาม เราก็ตอบมาจากใจจริงๆ ว่าเราจะมาจนกว่าเราจะมง เพราะว่านี่คือสิ่งที่เรารัก 

    มันคือเหตุผลว่าทำไมวีนาประกวดแค่มิสยูนิเวิร์ส ไม่ได้ประกวดเวทีอื่น เพราะว่าเรารู้ว่าใจเราเนี่ยจริงๆ เรารักคอนเซปต์ รักสิ่งที่เราได้รับจากเวทีมิสยูนิเวิร์ส เราไม่ได้มาประกวดเพราะเราอยากจะได้เงินรางวัล แน่นอนว่ามันเป็นส่วนนึงที่เราอยากได้ แต่เราไม่ได้อยากจะมาประกวดเพราะอยากได้มงกุฎอะไรก็ได้ ไม่ได้อยากจะมาประกวดเพราะอยากเป็นคนมีชื่อเสียง ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นส่วนหนึ่งที่เราจะต้องได้มาอยู่แล้วถ้าเราประกวด 

    สิ่งที่วีนายึดถือมั่นกับตัวเองเลยคือเราจะต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง แล้วเรารู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องการ แล้วสิ่งๆ นั้นแหละมันเป็นสิ่งที่ทำให้ชาวนาวีเขาเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์ที่จะต้องทดสอบเรามากแค่ไหน เราจะยังคงยึดมั่นในคุณค่าที่เรายึดถืออยู่ เพราะมันคือสิ่งที่เรารัก และคือความจริงใจต่อตัวเองของเรา”

    เราถามย้ำว่าคงไม่ได้เห็นวีนาในเวทีอื่นแน่นอนใช่ไหม วีนาตอบชัดเจนว่า “แน่นอนค่ะ จะไม่ได้เห็นวีนาในเวทีการประกวดนางงามแล้ว ยกเว้นว่าวีนาจะไปประกวดร้องเพลง (หัวเราะ) แต่ว่าการประกวดนางงามก็ให้มิสยูนิเวิร์ส 2025 เป็นปีสุดท้าย และหวังว่าจะเป็นชัยชนะด้วยค่ะ”

    คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/entertain/beauty-pageant/2896752&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03PkbSBloAlLjx1OEjcj1W

  • ”อรรถพล” สั่ง กฟผ.เดินหน้าปรับปรุงสายส่ง รับลงทุน ”ดาต้าเซ็นเตอร์”

    ”อรรถพล” สั่ง กฟผ.เดินหน้าปรับปรุงสายส่ง รับลงทุน ”ดาต้าเซ็นเตอร์”

    ”อรรถพล” สั่ง กฟผ.เดินหน้าปรับปรุงสายส่ง รับลงทุน ”ดาต้าเซ็นเตอร์”

    ”อรรถพล” สั่ง กฟผ.เดินหน้าปรับปรุงสายส่ง รับลงทุน ”ดาต้าเซ็นเตอร์”

    รัฐมนตรีฯพลังงาน เดินหน้าเต็มสปีดดึงนักลงทุนตั้ง “ดาต้าเซ็นเตอร์” ในประเทศไทย สั่งกฟผ.เร่งปรับปรุงระบบสายส่งไฟฟ้าไว้รองรับ งบประมาณ 3 พันล้านบาท

    นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่าได้เร่งให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ปรับปรุงระบบสายส่งไฟฟ้า เพื่อรองรับผู้ประกอบการกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ ที่คาดว่าจะมีการลงทุนตามมาจำนวนมาก หนึ่งในนโยบาย “Quick Big Win” ของรัฐบาล 

    โดยการปรับปรุงระบบสายส่งไฟฟ้าของกฟผ. ตั้งงบประมาณราว 3,000 ล้านบาท  เพื่ออำนวยความสะดวกในพื้นที่นอกอีอีซี ผ่านโครงการ TIPE และในอนาคตจะมีการอนุมัติแผนเพิ่มเติม

    นอกเหนือจากการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านสายส่งแล้ว รัฐบาลยังเร่งผลักดันโครงการ Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) หรือการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่คาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็ว ๆ นี้ เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในการเข้ามาลงทุนของกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/860797&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Jms3AkGkimDtM5FmJ_0uf

  • องคมนตรีเป็นประธานมอบทุนการศึกษาพระราชทาน จ.น่าน | TOPNEWS

    องคมนตรีเป็นประธานมอบทุนการศึกษาพระราชทาน จ.น่าน | TOPNEWS

    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ที่โรงเรียนบ้านนายาง อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาพระราชทาน โครงการกองทุนการศึกษา ประจำปี 2568 ให้แก่นักเรียนผู้ได้รับทุนพระราชทาน รุ่นที่ 7 ในพื้นที่จังหวัดน่าน จำนวน 3 คน โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ให้การต้อนรับ

    ภายหลังพิธีมอบทุน องคมนตรีได้ รับฟังการดำเนินงานของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา ในพื้นที่จังหวัดน่าน จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านนายาง อำเภอนาหมื่น, โรงเรียนประกิตเวชศักดิ์ อำเภอนาน้อย, โรงเรียนบ้านหลวง อำเภอบ้านหลวง, โรงเรียนทุ่งช้าง อำเภอทุ่งช้าง และโรงเรียนไตรเขตประชาสามัคคี รัชมังคลาภิเษก อำเภอสองแคว

    โครงการกองทุนการศึกษา เป็นโครงการที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด จากพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะองคมนตรีพัฒนาการดำเนินงานให้สอดคล้องกับพระบรมราโชบายด้านการศึกษา เพื่อ “สร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง”

    การดำเนินงานโครงการอยู่ภายใต้ ยุทธศาสตร์ 3 เสาหลัก ได้แก่ ให้เด็กได้เรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพ, ให้เด็กจบการศึกษาอย่างมีคุณภาพ, ปลูกฝังวินัย คุณธรรม และจริยธรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1398770&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0sJd1dSVhQOkLN2EngJiUP

  • “อักษร เอ็ดดูเคชั่น”คว้ารางวัลบริหารจัดการยอดเยี่ยมผู้นำสื่อการศึกษา

    “อักษร เอ็ดดูเคชั่น”คว้ารางวัลบริหารจัดการยอดเยี่ยมผู้นำสื่อการศึกษา

    “อักษร เอ็ดดูเคชั่น”คว้ารางวัลบริหารจัดการยอดเยี่ยมผู้นำสื่อการศึกษา

    บริษัท อักษร เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ของไทย ตอกย้ำความแข็งแกร่งในการบริหารองค์กรบนเวทีสากล หลังได้รับเชิญเข้าร่วมงาน “2025 Southeast Asia Best Managed Companies Regional Awards Ceremony” ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อรับประกาศเกียรติคุณจาก Deloitte Private ในฐานะหนึ่งในองค์กรที่ได้รับรางวัล Thailand’s Best Managed Companies 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 พร้อมก้าวสู่ระดับสูงสุด “Gold Standard” ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญขององค์กรไทยที่มีศักยภาพโดดเด่นอย่างต่อเนื่องในด้านการจัดการธุรกิจสมัยใหม่

                                           “อักษร เอ็ดดูเคชั่น”คว้ารางวัลบริหารจัดการยอดเยี่ยมผู้นำสื่อการศึกษา

    โครงการ Thailand’s Best Managed Companies เป็นมาตรฐานระดับนานาชาติที่จัดขึ้นในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก เพื่อเฟ้นหาองค์กรเอกชนที่โดดเด่นใน 4 มิติหลัก ได้แก่

    1.กลยุทธ์ (Strategy)

    2.ความสามารถและนวัตกรรม (Capabilities & Innovation)

    3.วัฒนธรรมและความมุ่งมั่น (Culture & Commitment)

    4.ธรรมาภิบาลและการเงิน (Governance & Financials)

    การก้าวขึ้นสู่ระดับ Gold Standard สะท้อนว่าองค์กรสามารถรักษามาตรฐานการบริหารที่เป็นเลิศ ได้อย่างต่อเนื่องหลายปี ซึ่งมีเพียงไม่กี่องค์กรไทยที่สามารถไปถึงจุดนี้ได้

    นายตะวัน เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อักษร เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การได้รับรางวัลติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จขององค์กร แต่คือพลังสำคัญที่ผลักดันให้อักษรเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมเพื่อการศึกษา ที่ได้มาตรฐานระดับโลก ควบคู่กับหลักธรรมาภิบาล และการดำเนินงานอย่างยั่งยืน 

                                    “อักษร เอ็ดดูเคชั่น”คว้ารางวัลบริหารจัดการยอดเยี่ยมผู้นำสื่อการศึกษา

    พร้อมย้ำว่า ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของพนักงาน ครูผู้สอน และพันธมิตรเครือข่ายที่เชื่อมั่นในเป้าหมายเดียวกัน คือ การสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็กไทยได้ก้าวทันโลกอนาคต

    รางวัลระดับภูมิภาคนี้ยังตอกย้ำบทบาทของ อักษร เอ็ดดูเคชั่น ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ ทั้งด้านสื่อการสอน เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา และโครงการยกระดับสมรรถนะครู ที่บริษัทผลักดันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครูไทยมีเครื่องมือที่ทันสมัยและเด็กไทยเข้าถึงคุณภาพการเรียนรู้ที่เทียบเท่ามาตรฐานสากล 

    โดยองค์กรยังคงมุ่งมั่นสร้างระบบนิเวศทางการศึกษา (Education Ecosystem) ที่ตอบสนองความต้องการของโรงเรียนในยุคดิจิทัล และสนับสนุนโอกาสทางการเรียนรู้ให้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/644610&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vVAydYLHOK8bJuRa_Vgbe

  • รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา “อรรถกร” ผนึกกำลัง “ธรรมนัส” ประชุมบอร์ดกองทุนฯ อนุมัติเงินเก็บตัวฝึกซ้อมซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์

    รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา “อรรถกร” ผนึกกำลัง “ธรรมนัส” ประชุมบอร์ดกองทุนฯ อนุมัติเงินเก็บตัวฝึกซ้อมซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์

    รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา “อรรถกร” ผนึกกำลัง “ธรรมนัส” ประชุมบอร์ดกองทุนฯ อนุมัติเงินเก็บตัวฝึกซ้อมซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ พร้อมสั่งการกองทุน-สมาคมดำเนินการเบิกจ่ายให้ถึงมือนักกีฬาโดยด่วน

    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568  นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) ครั้งที่ 8/2568 โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง อาทิ นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เข้าร่วมหารือ ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล และผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Zoom Cloud Meeting)  

    การประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญเพื่อพิจารณาและอนุมัติแผนงานที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนและยกระดับกีฬาของชาติ ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการใช้กีฬาเป็นกลไกสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสร้างรายได้เข้าประเทศ เช่น:

    การแข่งขันวิ่งเทรลระดับนานาชาติ รายการ Chiang Mai Thailand by UTMB และรายการ Amazean Jungle Thailand by UTMB (อำเภอเบตง จังหวัดยะลา) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และจังหวัดชายแดนภาคใต้  

    คณะกรรมการยังได้อนุมัติเงินค่าเก็บตัวฝึกซ้อมทัพนักกีฬาซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ รวมทั้งสิ้น 280,739,684 บาท พร้อมเร่งรัดให้เกิดการเบิกจ่ายถึงมือนักกีฬาโดยเร็วที่สุด
    คณะกรรมการฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลนักกีฬา โดยได้อนุมัติหลักการเบิกจ่ายเงินรางวัลให้กับนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน มหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และ อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 โดยจะดำเนินการเบิกจ่ายผ่านระบบ KTB Corporate Online ภายใน 7 วันหลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจอย่างรวดเร็วให้กับฮีโร่นักกีฬาไทย  

    ที่ประชุมได้รับทราบรายงานผลการดำเนินงานที่สำคัญ โดยเฉพาะ รายงานผลการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 (ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568) ซึ่งมีผลการเบิกจ่ายแล้วกว่า 78% สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกองทุนฯ นอกจากนี้ ยังมีการรับทราบการนำส่งคืนงบประมาณเหลือจ่ายให้แก่กองทุนฯ รวมกว่า 705 ล้านบาท เพื่อนำไปบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป 

    การเข้าร่วมประชุมของ นายอรรถกร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในครั้งนี้ ย้ำชัดถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงฯ ภายใต้การนำของรัฐบาล ในการบูรณาการงานด้านกีฬาเข้ากับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เพื่อพัฒนาประเทศและสร้างความสุขให้กับคนไทยอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/61600&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1r8_GB7DkJgDQnsJo1lBaU

  • ททท. มอบสายสะพาย 127 ทูตการท่องเที่ยว-ทูตกีฬา 2025 สานพลัง Soft Power ไทย

    ททท. มอบสายสะพาย 127 ทูตการท่องเที่ยว-ทูตกีฬา 2025 สานพลัง Soft Power ไทย

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึกกำลังตำรวจท่องเที่ยวและ GMM Music จัดพิธีมอบสายสะพายแก่ 127 ทูตการท่องเที่ยวและทูตการกีฬา ประจำปี 2025 เตรียมใช้พลังคนรุ่นใหม่สื่อสาร Soft Power ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดพิธีแต่งตั้งและมอบสายสะพายแก่ ทูตการท่องเที่ยวและทูตการกีฬา ประจำปี 2025 รวม 127 คน ที่อาคาร ททท. สำนักงานใหญ่ เพื่อสานต่อกลยุทธ์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย Soft Power โดยเน้นหนักไปที่ศักยภาพด้าน Sport Tourism และกิจกรรมกีฬาไลฟ์สไตล์ทั่วประเทศ

    โครงการนี้จัดขึ้นโดย บริษัท ขวัญชนก โปรดักชั่น จำกัด ผู้ถือสิทธิ์การประกวด Miss Tourism World Thailand โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ นายอัครวิชย์ เทพาสิต รองผู้ว่าการด้านบริหาร ททท. เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารสำคัญ อาทิ พล.ต.ต.ปรารถนา แผ่นผา ผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และ นายศุภชัย นิลวรรณ Vice President บริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค จำกัด (มหาชน)

    – การแต่งตั้งทูตฯ ในครั้งนี้ ครอบคลุมผู้แทนทั้งในระดับจังหวัด 77 จังหวัด และเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร 50 เขต โดย ทูตการกีฬา เหล่านี้จะทำหน้าที่สำคัญในการ:

    – โปรโมตการท่องเที่ยวเชิงกีฬา: สื่อสารและประชาสัมพันธ์กิจกรรมการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน กีฬาเพื่อสุขภาพ (เช่น มาราธอน ปั่นจักรยาน) และกิจกรรม Adventure ทั่วไทย

    – ถ่ายทอดคุณค่า Soft Power: นำเสนอเรื่องราวดี ๆ ของท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต อาหาร และวัฒนธรรม ควบคู่ไปกับกิจกรรมกีฬา

    – สร้างแรงบันดาลใจ: ใช้มุมมองของคนรุ่นใหม่ในการชักชวนให้เกิดการเดินทางและเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาในภูมิภาคต่าง ๆ

    ททท. คาดหวังว่าการผนึกกำลังของเหล่า ทูตการกีฬาและทูตการท่องเที่ยว ชุดใหม่นี้ จะเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการยกระดับมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการจัดงานและกิจกรรมกีฬา (Sport Events) เพื่อให้การเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยมีความสร้างสรรค์และยั่งยืนต่อไป

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/news/pr/94668/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1G0r13PyKyXCmTfbSLHsDu

  • วังน้ำเขียวท่องเที่ยวคึกคัก สัมผัสอากาศหนาว ท่ามกลางดอกไม้บานสะพรั่ง ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส ช่วงส่งท้ายปี | TOPNEWS

    วังน้ำเขียวท่องเที่ยวคึกคัก สัมผัสอากาศหนาว ท่ามกลางดอกไม้บานสะพรั่ง ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส ช่วงส่งท้ายปี | TOPNEWS

    วังน้ำเขียวท่องเที่ยวคึกคัก สัมผัสอากาศหนาว ท่ามกลางดอกไม้บานสะพรั่ง ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส ช่วงส่งท้ายปี

    • เผยแพร่ : 21/11/2025 22:10

    นครราชสีมา วังน้ำเขียวท่องเที่ยวคึกคัก สัมผัสอากาศหนาว ท่ามกลางดอกไม้บานสะพรั่ง ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส ช่วงส่งท้ายปี

    วันที่ 21 พฤศิกายน 2568 มงคลศิลป์ ลีนะกนิษฐ์ นายกสมาคมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรอำเภอวังน้ำเขียว เปิดเผยว่า ในช่วงสภาพอากาศในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียวหนาวเย็นเป็นอย่างมาก อุณหภูมิลดเหลือ 12-14 องศา ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในพื้นที่เต็มไปด้วยความคึกคัก

    โดยโดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นลานกางเต็นท์ อาทิ ลานกางเต็นท์ ผาเก็บตะวัน อุทยานแห่งชาติทับลาน ลานกางเต็นท์ บ้านสวนห้อม อุทยานแห่งชาติทับลาน ลานกางเต็นท์ จุดสกัดเขาสูงเขาแผงม้า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า หรือ ลานกางเต็นท์ ขญ.4 บ้านคลองบ้านกั่ง และลานกางเต็นท์ ภูร่าเริง ต.ระเริง เป็นต้น

    ในขณะที่ สวนดอกไม้ในพื้นที่ออกดอกบานสะพรั่งต้อนรับลมหนาว อาทิ ศูนย์เรียนรู้ฯ ฟลอร่าพาร์ค วังน้ำเขียว กับเทศกาลดอกไม้เมืองหนาว และงานประกวดดอกกล้วยไม้ ชิงถ้วยพระราชทาน สวนดอกไม้ฟูจิฟูใจ สวนดอกไม้สตอเบอรี่วังน้ำเขียว สวนสับปะรดสี วังน้ำเขียว

    รวมถึงงานเทศกาล “ของขวัญจากป่า” ซีซั่น 3 ตอน “ดินแดนแห่งสายหมอก” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 7 ธันวาคม 2568 จัดโดย ชุมชนท่องเที่ยวบ้านสุขสมบูรณ์ ตำบลไทยสามัคคี ภายในงานมีการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน ผลไม้ พุทรานมสดของดีวังน้ำเขียว รวมถึงการแสดงของชุมชน และตักบาตรพระถ่อแพไม้ไผ่ในอ่างเก็บน้ำ และงาน ” ตลาดสมบัติผลัดกันชม เก่าเรา ใหม่เธอ ” วันที่ 30 พย. ณ ครัวต้นไทร ต้นไทรคาเฟ่.

    ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.สุรินทร์

    25

    5

    นพค 24 นำชุดแพทย์เคลื่อนที่รักษาประชาชนเขตพื้นที่ตำบลนาโสก

    “สส.ป๊อบ นิกร เดินหน้าแก้ตลิ่งทรุดชุมพวง กรมโยธาฯ เคาะงบปี 69 กว่า 181 ล้าน ลุยสร้างเขื่อน 3 ใหญ่

    วังน้ำเขียวท่องเที่ยวคึกคัก สัมผัสอากาศหนาว ท่ามกลางดอกไม้บานสะพรั่ง ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส ช่วงส่งท้ายปี

    น้ำป่าโตนงาช้างหลาก จ่อเข้าคลองวาด หาดใหญ่เฝ้าระวัง 24 ชม.

    นาบอนอ่วมน้ำท่วม 3 วันฝนสะสม 182 มม. กระทบ 618 ครัวเรือน

    สุมทรสงคราม///อัมพวาจัดใหญ่‼️ อาหารชวนชิม ริมแม่กลอง” ดึงดูดนักท่องเที่ยว ชูวิถีคนตกกุ้ง-ค้าขาย กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1399035&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nfp10Ds4dHT2zyOoyzdPn

  • เชียงใหม่ ชู “เชียงใหม่ที่เดียว กิน เที่ยว ประชุม” ประกาศความพร้อมทุกภาคส่วน

    เชียงใหม่ ชู “เชียงใหม่ที่เดียว กิน เที่ยว ประชุม” ประกาศความพร้อมทุกภาคส่วน

    สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงใหม่ ผนึกกำลังสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทีเส็บ และ ททท. เปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ชู “เชียงใหม่ที่เดียว กิน เที่ยว ประชุม” ประกาศความพร้อมทุกภาคส่วน

    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ที่โรงแรมกรีนเลค รีสอร์ท สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ (สทท.ชม.) เปิดตัวโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว “เชียงใหม่ที่เดียว กิน เที่ยว ประชุม” อย่างเป็นทางการ โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการจุดประกายเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและไมซ์ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด และเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้เชียงใหม่เป็น Destination ที่ครองใจผู้มาเยือน

    งานเปิดฤดูกาลครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานในพิธี และได้รับการสนับสนุนอันทรงพลังจากองค์กรพันธมิตรหลัก ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน. หรือ TCEB), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และภาคเอกชนอย่างสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติไทย (TICA) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.), สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.), สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA), สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ (สสทน.), สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย, สมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทยอาเซียน, และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวรวมทั้งผู้ประกอบการจากภาคใต้ ได้แก่ ตรัง นครศรีธรรมราช อ่าวนาง เกาะลันตา ขนอม สิชล และเกาะพะงัน

    โครงการนี้คือการประกาศศักยภาพอันสมบูรณ์แบบของเชียงใหม่ในฐานะ ‘The Complete One-Stop Destination’ ที่ผสานทุกองค์ประกอบของการสร้างสรรค์ประสบการณ์อันน่าประทับใจเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยเริ่มจาก “กิน” ซึ่งนำเสนอความหลากหลายทางรสชาติอาหารล้านนา จากเสน่ห์ของอาหารพื้นเมืองในระดับชุมชน ไปจนถึงมาตรฐานระดับมิชลินสตาร์ ควบคู่กับการเป็น “เมืองหลวงแห่งกาแฟ” ของไทย จากนั้นจึงเชื่อมโยงกับ “เที่ยว” ซึ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนและวิถีล้านนา ผนวกกับแนวคิด “12 เดือน 12 เทศกาล” เพื่อสร้างความน่าสนใจตลอดทั้งปี

    และท้ายที่สุด การท่องเที่ยวทั้งหมดนี้จะถูกยกระดับด้วย “การประชุม” หรืออุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) เพื่อให้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางการจัดงานระดับนานาชาติ ที่เน้นย้ำเรื่อง MICE in Green และ Sustainable Event Management เพื่อให้เชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางที่มอบทั้งความสำเร็จทางธุรกิจและความสุขในการเดินทางที่ยั่งยืน ครองใจนักเดินทางทั่วโลกอย่างแท้จริง

    งานนี้ได้ตอกย้ำความร่วมมืออันเข้มแข็งผ่านการนำเสนอสินค้าและบริการไฮไลท์ในช่วงไฮซีซัน, การเปิดตัวแพลตฟอร์ม City Package Promotion “เชียงใหม่พร้อมเที่ยว”, และการลงนาม บันทึกข้อตกลงร่วม (MOU) โครงการแลกเปลี่ยนผู้เดินทาง “ดอยเที่ยวเล เลเที่ยวดอย” ที่แสดงถึงการบูรณาการเครือข่ายภาคีภาคการท่องเที่ยวอย่างเป็นหนึ่งเดียว

    นางสาวศิวะภรณ์ ปิยะพรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคเหนือ กล่าวสนับสนุนว่า “ทีเส็บมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ การนำเสนอ City Package ที่เชื่อมโยง ‘กิน เที่ยว ประชุม’ และขับเคลื่อนด้วยแนวคิด MICE in Green คือการสะท้อนศักยภาพของเชียงใหม่ ซึ่งทีเส็บได้มุ่งส่งเสริมเชียงใหม่ไมซ์ซิตี้ให้เป็น high value added MICE destination ที่พร้อมรองรับนักเดินทางไมซ์ทั้งในและต่างประเทศ

    รวมทั้งจะร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ในการจัดทำแพ็กเกจไมซ์ของชุมชนที่มีความพร้อม, กิจกรรม CSR ที่เน้นการมีส่วนร่วมขององค์กรและสร้างความยั่งยืน อีกทั้งจะร่วมผลักดันส่งเสริมมาตรฐานอุตสาหกรรมไมซ์แก่ผู้ประกอบการโรงแรมและสถานที่จัดงานต่าง ๆ การผนึกกำลังวันนี้จึงถือเป็นการประกาศศักยภาพว่า เชียงใหม่พร้อมแล้วที่จะต้อนรับท่านด้วยประสบการณ์หลากหลายมิติที่สมบูรณ์แบบที่สุด”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3826796/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BCwd6XPmTWRcs2GTR56Yj

  • ญี่ปุ่นไฟเขียว อนุมัติแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ $110,000 ล้าน : Bitcoin จะได้รับประโยชน์หรือไม่ ?

    ญี่ปุ่นไฟเขียว อนุมัติแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ $110,000 ล้าน : Bitcoin จะได้รับประโยชน์หรือไม่ ?

    By

    พฤศจิกายน 21, 2025

    รัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่งอนุมัติแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดมหึมา มูลค่า 21 .3 ล้านล้านเยน (ประมาณ $135,500 ล้านดอลลาร์) ซึ่งถือเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ยุคโควิด-19 

    การประกาศนี้ส่งผลให้ค่าเงินเยนร่วงลงทันที ไปแตะระดับต่ำสุด นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 40 ปี พุ่งทำสถิติที่ 3.697 %

    มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่นนี้มุ่งเน้น 3 เป้าหมายหลัก คือ บรรเทาค่าครองชีพที่สูงขึ้น, กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ, และเสริมงบประมาณด้านกลาโหมและการทูต 

    รายงานจากสื่อ NHK ระบุว่า แพ็กเกจนี้ รวมถึงเงินอุดหนุนด้านพลังงานและงบประมาณสนับสนุนท้องถิ่น ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเฉลี่ยให้ครัวเรือนได้ประมาณ 7,000 เยนใน 3 เดือน แม้ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงอยู่ในช่วงชะลอตัว 

    โดย GDP ไตรมาส 3/2025 หดตัว 0.4 % เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) หรือคิดเป็น -1.8% แบบปรับรายปี ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 18 เดือน และอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่า 2% ติดต่อกัน 43 เดือน 

    รัฐบาลญี่ปุ่นหวังว่า มาตรการนี้จะสามารถผลักดัน GDP จริงให้สูงขึ้น 24 ล้านล้านเยน (รวมถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจราว $265,000 ล้านดอลลาร์) แต่ในตลาดยังมีความกังวล เนื่องจาก CDS (Credit Default Swap) ของพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นพุ่งสู่ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน

    BREAKING: Japan’s government says it may “intervene” before the Japanese Yen to US Dollar ratio reaches 160.

    Over the last 2 months, the Yen has gone from 145 to 157 as a $110B+ stimulus package is coming.

    We are ~2% away from “intervention.” pic.twitter.com/YNPpp2cOuY

    — The Kobeissi Letter (@KobeissiLetter) November 21, 2025

    หลังจากการประกาศแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ ค่าเงินเยนร่วงลงอย่างหนัก จนเกิดประเด็นว่า รัฐบาลอาจต้องเข้าแทรกแซงค่าเงินเพิ่ม ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 40 ปี กลับพุ่งสูงถึง $3.774% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ผิดปกติ เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจควรทำให้ดอกเบี้ยระยะยาวลดลง แต่การที่ผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้น กลับสะท้อนว่า ตลาดมีความกลัวเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และกังวลเรื่องภาระหนี้รัฐบาล 

    ซึ่งทุก ๆ 1% ที่ดอกเบี้ยระยะยาวเพิ่มขึ้น จะทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องรับภาระค่าดูแลหนี้เพิ่มถึง 2.8 ล้านล้านเยนต่อปี

    นอกจากนี้ สถานการณ์นี้ ยังสร้างแรงกดดันต่อ Yen Carry Trade มูลค่ากว่า $20 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่นักลงทุนจะกู้เงินเยนดอกเบี้ยต่ำไปลงทุนในต่างประเทศ หากผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นพุ่งขึ้น หรือเยนแข็งค่า นักลงทุนจะถูกบังคับให้ “เทขายสินทรัพย์ทั่วโลกเพื่อปิดสถานะ”

    ซึ่งในประวัติศาสตร์ เคยแสดงให้เห็นในอดีตว่า การปิดสถานะ มีความสัมพันธ์สูงถึง 0.55 กับการดิ่งลงของดัชนี S&P 500

    ผลลัพธ์จากสถานการณ์นี้ มีความชัดเจนในสองด้านสำหรับ Bitcoin ในด้านบวก คือ ค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลง จะกระตุ้นให้นักลงทุนญี่ปุ่นหันมาซื้อ Bitcoin มากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของสภาพคล่องทั่วโลก เช่น จากการผ่อนคลายนโยบายของ Fed และการอัดฉีดเงินของจีน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า นี่คือ ปัจจัยเชิงบวก ที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับ Bitcoin

    แต่ก็มีด้านลบที่น่ากังวลเช่นกัน คือ หากพันธบัตรญี่ปุ่นร่วงลงอย่างรุนแรงจนทำให้ Carry Trade แตก สถาบันต่าง ๆ จะต้องเทขายสินทรัพย์ทั่วโลก รวมถึง Bitcoin เพื่อปิดสถานะ และเนื่องจากตลาดคริปโตมีความไวต่อการเทขายแบบล้างเลเวอเรจ จึงมีความเสี่ยงที่ราคา  Bitcoin จะร่วงลงหนัก ตามตลาดหุ้นและตลาดบอนด์

    ที่มา : beincrypto

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2025/11/21/japan-approves-110-billion-economic-stimulus-package-will-bitcoin-benefit/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rlTQxD8E–2V6DwFqUXx8

  • สุมทรสงคราม///อัมพวาจัดใหญ่‼️ อาหารชวนชิม ริมแม่กลอง” ดึงดูดนักท่องเที่ยว ชูวิถีคนตกกุ้ง-ค้าขาย กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น | TOPNEWS

    สุมทรสงคราม///อัมพวาจัดใหญ่‼️ อาหารชวนชิม ริมแม่กลอง” ดึงดูดนักท่องเที่ยว ชูวิถีคนตกกุ้ง-ค้าขาย กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น | TOPNEWS

    สุมทรสงคราม///อัมพวาจัดใหญ่‼️ อาหารชวนชิม ริมแม่กลอง” ดึงดูดนักท่องเที่ยว ชูวิถีคนตกกุ้ง-ค้าขาย กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

    • เผยแพร่ : 21/11/2025 20:55

    อัมพวาจัดใหญ่‼️ อาหารชวนชิม ริมแม่กลอง” ดึงดูดนักท่องเที่ยว ชูวิถีคนตกกุ้ง-ค้าขาย กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

    นายธนวัฒน์ รุ่งเรืองศรี นายอำเภออัมพวา เป็นประธานประชุมเตรียมจัดงานส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและวัฒนธรรมครั้งใหญ่ ภายใต้ชื่อ “อาหารชวนชิม ริมแม่น้ำแม่กลอง ตามครรลอง ของคนอัมพวา” ระหว่างวันที่ 5 – 7 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณเขื่อนใต้สะพานสมเด็จพระศรีสุริเยนทร์วัดนางวัง เพื่อส่งเสริมอาชีพดั้งเดิมของชาวอัมพวาที่ผูกพันกับแม่น้ำแม่กลอง โดยเฉพาะการหาปลา การตกกุ้ง และการค้าขายอาหารทะเลสด ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของคนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน

    นายธนวัฒน์ เปิดเผยว่า โครงการนี้มุ่งเน้นการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบอาชีพตกกุ้งและผู้ค้าขายในท้องถิ่น ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตริมแม่น้ำอย่างยั่งยืน โดยพื้นที่จัดงานจะมีการจัดที่นั่งริมเขื่อนให้นักท่องเที่ยวได้รับประทานอาหารรสเลิศ พร้อมชมทัศนียภาพอันสวยงามของแม่น้ำแม่กลอง สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง
    อัดแน่นกิจกรรม 3 วัน

    งานจะจัดขึ้นรวม 3 วัน วันที่ 5 – 7 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 13.00 – 20.00 น. โดยมีกิจกรรมสำคัญที่น่าสนใจ ประกอบด้วย ชิม ช้อป ตลาดนัดชุมชน: จัดตั้ง ตลาดนัดชุมชน 12 ตำบลสู่ความยั่งยืน โดยมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการกว่า 90 ร้านค้า ให้เลือกซื้อสินค้าและอาหารพื้นเมือง, นิทรรศการเทิดพระเกียรติ: จัดให้มีการแสดง นิทรรศการเรือไฟเทิดไท้สถาบันพระมหากษัตริย์ ริมแม่น้ำแม่กลอง, ประลองฝีมือตกกุ้ง: จัด การแข่งขันประลองฝีมือตกกุ้งแม่น้ำ และ การแข่งขันประกวดทำอาหารจากกุ้งแม่น้ำ เพื่อสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น, ดนตรีบรรเลง: รับฟัง การบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ โดยวงดุริยางค์ มทบ.15 และศิลปินท้องถิ่น

    ทั้งนี้คาดว่าการจัดงานในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวตามแนวทาง “การท่องเที่ยวตามครรลองของคนอัมพวา” และเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าว TOP NEWS ทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    25

    5

    นพค 24 นำชุดแพทย์เคลื่อนที่รักษาประชาชนเขตพื้นที่ตำบลนาโสก

    “สส.ป๊อบ นิกร เดินหน้าแก้ตลิ่งทรุดชุมพวง กรมโยธาฯ เคาะงบปี 69 กว่า 181 ล้าน ลุยสร้างเขื่อน 3 ใหญ่

    วังน้ำเขียวท่องเที่ยวคึกคัก สัมผัสอากาศหนาว ท่ามกลางดอกไม้บานสะพรั่ง ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส ช่วงส่งท้ายปี

    น้ำป่าโตนงาช้างหลาก จ่อเข้าคลองวาด หาดใหญ่เฝ้าระวัง 24 ชม.

    นาบอนอ่วมน้ำท่วม 3 วันฝนสะสม 182 มม. กระทบ 618 ครัวเรือน

    สุมทรสงคราม///อัมพวาจัดใหญ่‼️ อาหารชวนชิม ริมแม่กลอง” ดึงดูดนักท่องเที่ยว ชูวิถีคนตกกุ้ง-ค้าขาย กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1399003&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2g6fufj6f8WbIgAqPi-aOw