Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • มองข้ามช็อต น้ำท่วมหาดใหญ่ เอกชนบี้ออกมาตรการเยียวยา-ฟื้นเศรษฐกิจ

    มองข้ามช็อต น้ำท่วมหาดใหญ่ เอกชนบี้ออกมาตรการเยียวยา-ฟื้นเศรษฐกิจ

    ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย เปิดเผยบทความพิเศษมองข้ามช็อต หาดใหญ่หลังวิกฤติจมน้ำ อย่ามัวโทษกันเร่งออกมาตรการเยียวยาฟื้นเศรษฐกิจ มีเนื้อหาว่าน้ำท่วมภาคใต้ โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ ศูนย์กลางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การค้า ท่องเที่ยว โลจิสติกส์และภาคบริการใหญ่สุดของภาคใต้ 

    น้ำท่วมครั้งนี้เป็นวิกฤติอุทกภัยครั้งใหญ่สุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งของหาดใหญ่และจังหวัดสงขลา รวมทั้งหลายจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างครัวเรือนได้รับผลกระทบมากกว่า 9.861 แสนครัวเรือนมีประชาชนกว่า 2.730 ล้านคนเฉพาะที่สงขลามีประมาณ 3.21 แสนครัวเรือน 

    ขณะที่อ่านบทความนี้ระดับน้ำคงลดไปมากแล้วอย่ามัวเสียเวลาโทษกันว่าใครผิดเพื่อหวังผลทางการเมืองต้องมองข้ามช็อต “หลังน้ำลด” เกี่ยวกับแนวทางการฟื้นฟูกู้เศรษฐกิจช่วยเหลือชาวบ้านและผู้ประกอบการให้ฟื้นคืนมาได้อย่างไร

    บทความนี้จะโฟกัสไปที่พื้นที่เมืองหาดใหญ่และใกล้เคียงในเขตเทศบาล ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจน้ำท่วมมิดถึงชั้นหนึ่งของร้านค้าและอาคารพาณิชย์ ส่วนบ้านเรือนท่วมไปถึงชั้นสองบางรายมิดหลังคา 

    ขณะที่โรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเส้นทางจากเทศบาลเมืองไปทุ่งลุงและอำเภอสะเดา เป็นเส้นทางโลจิสติกส์สำคัญทางถนนไปรัฐเคดาห์และรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย ซึ่งน้ำท่วมหนักมากโรงงานอุตสาหกรรมทั้งเล็กและใหญ่จำนวนมากถูกน้ำท่วมเข้าไปถึงไลน์การผลิต และคลังสินค้าเสียหายเป็นจำนวนมาก

    การช่วยเหลือเฉพาะหน้าคงต้องทำไปแค่แจกถุงยังชีพและของจำเป็น เสมือนเป็นเพียงยาดมยาหอม มาตรการเร่งด่วนที่ต้องออกมาคือ การกู้ฟื้นเศรษฐกิจ ซึ่งจมและไหลไปกับกระแสน้ำจะกลับคืนมาได้ในเร็ววัน

    ถอดบทเรียนวิกฤติน้ำท่วมพื้นที่อุตสาหกรรม

    ถอดบทเรียนประสบการณ์วิกฤติน้ำท่วมพื้นที่อุตสาหกรรมครั้งใหญ่ จังหวัดอยุธยา-ปทุมธานีและพื้นที่ปริมณฑลกรุงเทพ เมื่อพ.ศ. 2554 โรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากจมน้ำ 3 ถึง 4 เมตร เครื่องจักรส่วนใหญ่จมน้ำหลังน้ำลดใช้งานไม่ได้ต้องซ่อมแซม 4 – 6 เดือน บางโรงงานต้องใช้เวลามากกว่าจึงกลับมาดำเนินการได้ ส่งผลให้แรงงานจำนวนมากตกงานกระทบไปถึงการหยุดชะงักของ

    โซ่อุปทาน หรือ “Supply chain” ที่เกี่ยวข้องทั้งภาคการผลิต-บริการและโลจิสติกส์ กระทบเป็นลูกโซ่ไปถึงการชะลอตัวของภาคส่งออก การบริโภคและการลงทุนมีผลต่อการขยายตัวของ GDP ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่น้ำท่วม หดตัวถึง 9% รัฐบาลในสมัยนั้นออกมาตรการต่าง ๆ ทั้งการเงิน-การคลังและเงินกู้เพื่อฟื้นเศรษฐกิจมูลค่าความเสียเสียหายประมาณ 1.44 ล้านล้านบาท 

    ที่กล่าวเป็นเรื่องในอดีตและขนาดเศรษฐกิจของหาดใหญ่และจังหวัดใกล้เคียง เล็กกว่าพื้นที่ปริมณฑลกรุงเทพ ซึ่งน้ำท่วมครั้งนั้นค่อนข้างมาก การนำเสนอเพื่อให้เห็นถึงความเสียหายหลังน้ำลดจะเป็น บาดแผลทางเศรษฐกิจ (Economic Pain Point) ที่จะตามมาและใช้เวลาค่อนข้างมากในการฟื้นตัว อีกทั้งเสถียรภาพการเมืองกำลังเข้าสู่โหมด “Shutdown” ยุบสภาใน 1 – 2 เดือน เพื่อเลือกตั้งจะทำให้ขาดการติดตามการแก้ปัญหา

    สำรวจพื้นที่การผลิตอำเภอหาดใหญ่

    บริบทอำเภอหาดใหญ่ห่างจากกทม.ประมาณ 993 กิโลเมตรเป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหญ่สุดของภาคใต้ ขนาดเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลามูลค่า 2.881 ล้านล้านบาท มูลค่าการค้าชายแดนมาเลเซียประมาณ 3.067 แสนล้านบาท ตัวเลขนี้ไม่รวมการค้าผ่านแดน โดยเป็นการส่งออกประมาณ 57% เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตมากกว่า 1,230 กิจการ 

    ส่วนใหญ่เป็นโรงงานผลิตยางแท่ง-ยางแผ่น ผลิตภัณฑ์จากยางพารา อุตสาหกรรมไม้และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ทำให้มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ซึ่งอยู่ในโซ่อุปทาน เช่น อุตสาหกรรมการผลิตที่เป็นวัตถุดิบ ธุรกิจโลจิสติกส์ คลังสินค้า บรรจุภัณฑ์มีแรงงานรวมกันมากกว่า 1.2 แสนคน 

    นอกจากนี้อำเภอหาดใหญ่เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญเกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรมกว่า 300 แห่ง และร้านอาหาร-บริการที่เกี่ยวข้องกับท่องเที่ยว ส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลเซียมากกว่าปีละ 4.5 – 4.6 ล้านคน ผลพวงเหล่านี้ทำให้เกิดการจ้างงานจำนวนมาก

    แนะมาตรการพลิกฟื้นกู้เศรษฐกิจหาดใหญ่

    มาตรการพลิกฟื้นกู้เศรษฐกิจหาดใหญ่และพื้นที่เศรษฐกิจภาคใต้ ไม่ใช่ทำแบบฉาบฉวยเพียงแค่แถลงข่าวหรือการหาเสียงเรียกคะแนนนิยม จำเป็นต้องมีการบูรณาการทั้งด้านมาตรการทางภาษี-การคลัง-การปล่อยสินเชื่อและอื่นๆ ได้แก่ 

    ประการแรก มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ครอบคลุมทั้งการผลิต การค้า โรงแรม ท่องเที่ยวและภาคบริการต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมทั้งรายย่อย เอสเอ็มอี ตลอดจนรายใหญ่ ซึ่งได้รับความเสียหายทั้งอาคาร เครื่องจักร อุปกรณ์ทำมาหากินให้สามารถฟื้นฟูกลับมาประกอบธุรกิจใหม่ ซึ่งจะมีผลต่อการรักษาการจ้างงาน

    มาตรการที่จำเป็นเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าในช่วงที่หยุดกิจการ เช่น พักชำระหนี้สถาบันการเงินแบบอัตโนมัติ ร่วมกับยกเว้นดอกเบี้ย 6 เดือนถึง 1 ปี รวมถึงเสริมสภาพคล่องด้วยการขยายเวลาตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) ตลอดจนวงเงินกู้พิเศษสำหรับธุรกิจที่ได้รับความเสียหาย

    ประการที่สอง มาตรการช่วยเหลือภาคครัวเรือนประเมินว่า มีครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบประมาณ 9.9 แสนครัวเรือน ส่วนใหญ่ 32.5% อยู่ในพื้นที่จังหวัดสงขลา คงต้องไปแยกแยะว่าเสียหายจริงมากน้อยเพียงใด ซึ่งต้องช่วยเหลือมาตรการทางการเงินด้วยการปล่อยสินเชื่อ ยกเว้นดอกเบี้ยในช่วง 1 ปีแรก และที่เหลือดอกเบี้ยแบบผ่อนปรน เพื่อที่จะได้นำมาใช้ในการซ่อมแซมบ้าน อาคารและร้านค้าย่อยที่ได้รับความเสียหาย 

    น้ำท่วมครั้งนี้หนักมากมาเร็วและแรง ทำให้เตรียมการหนีและขนย้ายไม่ทันเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์และเครื่องใช้ที่จำเป็นในครัวเรือนที่สูญหายหรือเสียหายจากภัยพิบัติ ประเด็นที่จะต้องเร่งสำรวจคือพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะยางพาราเป็นพืชไม่ทนน้ำหากน้ำท่วมขังนาน 10 – 15 วัน อาจทำให้ตายหรือลดผลผลิต ซึ่งจะต้องมีมาตรการเยียวยาเช่นกัน

    ประการที่สาม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ซึ่งประกาศเป็นภัยพิบัติด้านอุทกภัย จะทำให้ธุรกิจหยุดชะงักแรงงานบางส่วนอาจต้องหยุดงาน ตลอดจนภาคท่องเที่ยวจะหายไปทำให้ขาดรายได้ในการจับจ่ายใช้สอย จำเป็นจะต้องมีมาตรการกระตุ้นการบริโภคผ่านแอพเป๋าตังหรือเป็นโครงการแจกคูปอง เพื่อให้เกิดกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่เป็นการเยียวยาในระยะสั้นและจำกัดในพื้นที่ 

    ดังที่กล่าวมานี้เป็นเพียงตัวอย่างที่รัฐบาลจะต้องเร่งออกมาอย่างเป็นรูปธรรม เพราะบาดแผลหลังน้ำท่วมครั้งใหญ่สุดของหาดใหญ่และภาคใต้ตอนล่างต้องใช้เวลาในการพื้นตัวอย่างน้อยครึ่งปี รัฐบาลรวมทั้งฝ่ายค้าน ตลอดจนฝ่ายแค้นจำเป็นต้องออกมาตรการระยะเร่งด่วน ไม่ใช่พอข่าวจางไปก็มัวแต่หาเสียงเลือกตั้ง อย่าเล่นการเมืองจนเกินไปชาวบ้านเขาเดือดร้อนจริง ๆ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/645365&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0BtFZsvuaSpn9dpjtmOjHx

  • นายกฯนำทีมเศรษฐกิจ ลงพื้นที่หาดใหญ่ หารือภาคเอกชน เร่งฟื้นฟูช่วยผู้ประกอบการ

    นายกฯนำทีมเศรษฐกิจ ลงพื้นที่หาดใหญ่ หารือภาคเอกชน เร่งฟื้นฟูช่วยผู้ประกอบการ

    นายกฯนำทีมเศรษฐกิจ ลงพื้นที่หาดใหญ่ หารือภาคเอกชน เร่งฟื้นฟูช่วยผู้ประกอบการ

    วันนี้, 14:21น.

              เมื่อเวลา 13.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล  นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง, นายภราดา ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์, นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย

              พร้อมด้วย อธิบดีกรมธนารักษ์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง อธิบดีกรมการค้าภายใน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ผู้บริหารธนาคารออมสิน, ผู้บริหารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.), ผู้บริหารธนาคารกรุงไทย, ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และรักษาการเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกเดินทางไปลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งถือเป็นการลงพื้นที่หาดใหญ่ ครั้งที่ 5

              เมื่อเวลา 12.37 น. ขณะเดินทางถึงกองบิน 6 ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีมาตรการช่วยลดราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือไม่ อนุทิน ชาญวีรกูล หยุดฟังคำถามและพยักหน้า แต่ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว ด้าน ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ยืนยันว่า ขอให้ติดตามดู มีมาตรการช่วยเหลือแน่นอน

              โดยเมื่อเดินทางไปถึง จ.สงขลา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ จะเดินทางไปยังศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (มณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อประชุมรับฟังสรุปผลการติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่หาดใหญ่ รวมถึงร่วมประชุมแผนฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน

              ทั้งนี้ นายอนุทิน จะหารือกับผู้ประกอบนักธุรกิจในพื้นที่สงขลา และลงพื้นที่สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจที่ตลาดกิมหยง เพื่อพบปะให้กำลังใจผู้ประกอบการ ก่อนร่วมประชุมรับฟังปัญหาและมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่

              จากนั้นจะลงพื้นที่ถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 ซึ่งในพื้นที่ได้มีการจัด Big Cleaning Day ในวันแรกไปเมื่อวันที่ 29 พ.ย.เพื่อเร่งฟื้นฟูเมืองกลับคืนสู่สภาพปกติ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีและคณะ จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ

    #น้ำท่วมใต้ 

    แฟ้มภาพ

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/156981&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3MMY4LFN0wk4WFvHB82STq

  • นายกฯ​ นำ ครม. เศรษฐกิจ-หน่วยงานการเงิน ไปหาดใหญ่ คุยผู้ประกอบการ พร้อมสำรวจความเสียหายย่านธุรกิจ ออกมาตรการช่วยเหลือ

    นายกฯ​ นำ ครม. เศรษฐกิจ-หน่วยงานการเงิน ไปหาดใหญ่ คุยผู้ประกอบการ พร้อมสำรวจความเสียหายย่านธุรกิจ ออกมาตรการช่วยเหลือ

    วันนี้ (30 พฤศจิกายน) เวลา 13.00 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

    รวมถึง อธิบดีกรมธนารักษ์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง อธิบดีกรมการค้าภายใน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ผู้บริหารธนาคารออมสิน ผู้บริหารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และรักษาการเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังกองบิน 56 อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นการลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาเป็นครั้งที่ 5

    เมื่อเดินทางถึงอำเภอหาดใหญ่ นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปยังศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (มณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อประชุมรับฟังสรุปผลการติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงร่วมประชุมแผนฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน โดยหารือกับผู้ประกอบการในพื้นที่สงขลา

    จากนั้นลงพื้นที่สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจตลาดกิมหยง พบปะให้กำลังใจผู้ประกอบการก่อนประชุมรับฟังปัญหาและมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ และลงพื้นที่ ถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 ซึ่งมีการจัดกิจกรรม Big Cleaning Day ในวันแรกเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน เพื่อเร่งฟื้นฟูเมืองกลับคืนสู่สภาพปกติ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ

    ทั้งนี้เมื่อเวลา 12.37 น. ขณะเดินทางถึงกองบิน 6 ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีมาตรการช่วยลดราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือไม่ อนุทิน ชาญวีรกูล หยุดฟังคำถามและพยักหน้า แต่ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว ด้าน ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ยืนยันว่า ขอให้ติดตามดู มีมาตรการช่วยเหลือแน่นอน

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/pm-visits-hatyai-business-help/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ktQIQ5KYNBD3Pst59sbny

  • นายกฯ นำทีมเศรษฐกิจ คุยผู้ประกอบการ สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจ

    นายกฯ นำทีมเศรษฐกิจ คุยผู้ประกอบการ สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจ

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายก นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

    สตริงเกอร์ กทม.
    นายกฯนำทีมเศรษฐกิจ-หน่วยงานการเงิน บินลงหาดใหญ่รอบที่ 5 คุยผู้ประกอบการ พร้อมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจตลาดกิมหยง ด้าน ‘ศุภจี’ยันมีมาตรการช่วยเหลือแน่นอน

    อธิบดีกรมธนารักษ์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง อธิบดีกรมการค้าภายใน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ.ผู้บริหารธนาคารออมสิน ผู้บริหารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และรักษาการเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. เดินทางออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังกองบิน 56 อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา

    เป็นการเดินทางลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 1 สัปดาห์ (น้ำท่วมหาดใหญ่ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย.)

    โดยนายกฯ เดินทางถึงสนามบิน บน.6 เวลา 12.37 น. ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีมาตรการช่วยเรื่องลดราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือไม่ นายกฯ หยุดนิ่งยืนฟังคำถาม และพยักหน้า 2 ครั้ง แต่ไม่ได้ตอบคำถามใด ๆ

    ขณะที่นางศุภจี กล่าวว่า ขอให้ติดตามดู ยืนยันว่ามีมาตรการช่วยเหลือแน่นอน

    อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินทางถึงหาดใหญ่ นายกฯ จะเดินทางไปยังศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (มณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อประชุมรับฟังสรุปผลการติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่หาดใหญ่ รวมถึงร่วมประชุมแผนฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน โดยนายกฯ จะหารือกับผู้ประกอบนักธุรกิจในพื้นที่สงขลา

    จากนั้นลงพื้นที่สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจย่านตลาดกิมหยง พร้อมพบปะให้กำลังใจผู้ประกอบการก่อนร่วมประชุมรับฟังปัญหาและมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่โรงแรมบุรีศรีภู อ.หาดใหญ่ ก่อนลงพื้นที่ถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 ซึ่งในพื้นที่ได้มีการทำความสะอาดครั้งใหญ่ (บิ๊ก คลีนนิ่งเดย์) ในวันแรกไปเมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเร่งฟื้นฟูเมืองกลับคืนสู่สภาพปกติ ก่อนที่นายกฯและคณะเดินจะเดินกลับกทม.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/262598&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ODpspgQpBqOULgmw7iTXq

  • ‘มาร์ค’ นำ ‘หนู – เท้ง’ คนใต้เทใจ ‘อภิสิทธิ์’ นั่งนายกฯ

    ‘มาร์ค’ นำ ‘หนู – เท้ง’ คนใต้เทใจ ‘อภิสิทธิ์’ นั่งนายกฯ

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง ‘กระแสการเมือง ภาคใต้’ ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18 – 24 พฤศจิกายน 2568 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด  

    จากผลสำรวจ เมื่อถามถึงบุคคลที่คนใต้จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 32.25 ระบุว่า ‘ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้’ อันดับ 2 ร้อยละ 25.65 ระบุว่าเป็น ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 3 ร้อยละ 15.40 ระบุว่าเป็น ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 4 ร้อยละ 12.85 ระบุว่าเป็น ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ (พรรคประชาชน) อันดับ 5 ร้อยละ 2.50 ระบุว่าเป็น ‘พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา’  

    อันดับ 6 ร้อยละ 2.45 ระบุว่าเป็น ‘พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์’ (พรรคเศรษฐกิจ) อันดับ 7 ร้อยละ 2.05 ระบุว่าเป็น ‘พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค’ (พรรครวมไทยสร้างชาติ) อันดับ 8 ร้อยละ 1.85 ระบุว่าเป็น ‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ (พรรคประชาชาติ) ขณะที่อันดับ 9 ร้อยละ 1.25 ระบุว่าเป็น ‘จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์’ (พรรคเพื่อไทย) และ ‘คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์’ (พรรคไทยสร้างไทย) ในสัดส่วนที่เท่ากัน  

    เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนใต้จะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 28.60 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 2 ร้อยละ 28.45 ระบุว่า “ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้” อันดับ 3 ร้อยละ 17.80 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 4 ร้อยละ 11.65 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 5 ร้อยละ 3.90 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ

    อันดับ 6 ร้อยละ 2.45 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 7 ร้อยละ 1.95 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชาติ อันดับ 8 ร้อยละ 1.65 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ และอันดับ 9 ร้อยละ 1.55 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ  

    นอกจากนี้ ร้อยละ 1.65 ระบุพรรคอื่น ๆ ได้แก่ พรรคไทยสร้างไทย พรรคกล้าธรรม พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยภักดี รวมถึงผู้ที่ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) ขณะที่ร้อยละ 0.35 ระบุว่าไม่ตอบหรือไม่สนใจ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/nida-poll-30-nov&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0G7q8YT-UDVDqDALFmy1O0

  • อาลัย “ณัฐวุฒิ ปงลังกา” นักข่าว และผู้ประกาศช่องดัง จากไปกะทันหัน

    อาลัย “ณัฐวุฒิ ปงลังกา” นักข่าว และผู้ประกาศช่องดัง จากไปกะทันหัน

    อาลัย

    อาลัย “ณัฐวุฒิ ปงลังกา” นักข่าว และผู้ประกาศช่องดัง จากไปกะทันหัน

    “จิตดี ศรีดี” ผู้ประกาศข่าวช่อง 8 โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Jitdee Sridee (จิตดี ศรีดี) ไว้อาลัยการจากไปของ “ณัฐวุฒิ ปงลังกา” นักข่าว และผู้ประกาศ ช่อง 8 โดยระบุข้อความ ว่า “เจ้ กลับแล้วหรอ” ยิ้มหล่อ คำทักทาย มาวันนี้ 30 พ.ย. 68 พี่ช็อกมากนะนัท พี่เสียใจจริงๆ ขอให้นัทน้องรักสู่สุคติ #RIPณัฐวุฒิปงลังกา รูปนี้ 21 พ.ย. 68

    ด้าน “ไอซ์ สารวัตร” ผู้ประกาศข่าวช่อง 8 โพสต์ข้อความระบุว่า RIP เป็นเรื่องช็อก แต่มันคือเรื่องจริง หลายคนโทรมาถามข่าว “พี่นัทปง” เสียชีวิต ส่วนสาเหตุ เท่าที่รู้ พี่นัทหลับแล้วไม่ตื่น

    ภาพนี้คือภาพสุดท้ายที่เราจัดการด้วยกันเมื่อคืนที่ผ่านมา ยังหยอกเล่นกับพี่อยู่ ไม่คิดว่ามันจะไว ขอให้ไปไปสู่ภพที่ดีนะครับ 
     

    ประวัติ “ณัฐวุฒิ ปงลังกา”

    ณัฐวุฒิ ปงลังกา ชื่อเล่น นัท เกิดเมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2533 ที่จังหวัดเชียงราย จบการศึกษาจากคณะบัญชี มหาวิทยาลัยศรีปทุม

    ก่อนจะมาเป็นนักข่าว ณัฐวุฒิ เคยเป็นดีเจอยู่ที่จังหวัดเชียงราย ก่อนเริ่มเข้าสู่เส้นทางสื่อมวลชน กับสำนักข่าว INN จากนั้นย้ายมาเป็นผู้สื่อข่าวการเมือง ช่อง 3 และเริ่มมีชื่อเสียงจากนักข่าวภาคสนามของ อมรินทร์ทีวี จากนั้นณัฐวุฒิ ย้ายมาเป็นนักข่าวภาคสนามของช่อง 8 นอกจากนี้ยังสวมบทบาทเป็นผู้ประกาศ ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา ณัฐวุฒิ เพิ่งนั่งจัดรายการ PhuttaTalk ร่วมกับ ไอซ์ สารวัตร และ พุทธ อภิวรรณ ก่อนจากไปอย่างสงบ
     

    อาลัย  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/general-news/610519&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qu5B_Eq-DhX1BYlpqRuNn

  • พลิกได้! นิด้าโพลเผย ‘กระแสการเมืองภาคใต้’ ปชช.ยังไม่มี ‘นายกฯ’ และ ‘พรรค’ ในใจ

    พลิกได้! นิด้าโพลเผย ‘กระแสการเมืองภาคใต้’ ปชช.ยังไม่มี ‘นายกฯ’ และ ‘พรรค’ ในใจ

    พลิกได้! นิด้าโพลเผย ‘กระแสการเมืองภาคใต้’ ปชช.ยังไม่มี ‘นายกฯ’ และ ‘พรรค’ ในใจ

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “กระแสการเมืองภาคใต้” ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18 – 24 พฤศจิกายน 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคใต้ (จำนวน 14 จังหวัด ประกอบด้วย ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี สงขลา กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง สตูล นราธิวาส ปัตตานี และยะลา กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,000 หน่วยตัวอย่าง 

    พลิกได้! นิด้าโพลเผย 'กระแสการเมืองภาคใต้' ปชช.ยังไม่มี 'นายกฯ' และ 'พรรค' ในใจ

    ยังไม่พบ ‘นายกรัฐมนตรี’ ที่เหมาะสมครองอันดับ 1 กว่าร้อยละ 32

    จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนใต้จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า

    อันดับ 1  ร้อยละ 32.25   ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้

    อันดับ 2  ร้อยละ 25.65   นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์)

    อันดับ 3 ร้อยละ 15.40    นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย)

    อันดับ 4 ร้อยละ 12.85    นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน)

    อันดับ 5 ร้อยละ 2.50    พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

    อันดับ 6 ร้อยละ 2.45    พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ)

    อันดับ 7 ร้อยละ 2.05   นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ)

    อันดับ 8 ร้อยละ 1.85   นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ)

    อันดับ 9 ร้อยละ 1.25   นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย) และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) ในสัดส่วนที่เท่ากัน

    และร้อยละ 2.50 ระบุอื่น ๆ ได้แก่

    • พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ)
    • ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่)
    • พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ)
    • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์
    • นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์)
    • ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ (พรรคกล้าธรรม)
    • นายแพทย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี)
    • นายวราวุธ ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา)
    • นางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ (พรรครวมไทยสร้างชาติ)
    • พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย)
    • ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม)
    • ไม่ประสงค์ลงคะแนน 

    พรรคการเมืองอันดับหนึ่งยังเป็น ‘ประชาธิปัตย์’ แต่เหลื่อมกับ ‘หาพรรคที่เหมาะสมไม่ได้’ ฉิวเฉียด

    เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนใต้จะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า

    อันดับ 1 ร้อยละ 28.60   พรรคประชาธิปัตย์

    อันดับ 2 ร้อยละ 28.45   ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้

    อันดับ 3 ร้อยละ 17.80  พรรคประชาชน

    อันดับ 4 ร้อยละ 11.65   พรรคภูมิใจไทย

    อันดับ 5 ร้อยละ 3.90    พรรครวมไทยสร้างชาติ

    อันดับ 6 ร้อยละ 2.45    พรรคเพื่อไทย

    อันดับ 7 ร้อยละ 1.95   พรรคประชาชาติ

    อันดับ 8 ร้อยละ 1.65   พรรคเศรษฐกิจ

    อันดับ 9 ร้อยละ 1.55   พรรคพลังประชารัฐ

    และร้อยละ 1.65 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคไทยสร้างไทย พรรคกล้าธรรม พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยภักดี และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และร้อยละ 0.35 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    พลิกได้! นิด้าโพลเผย 'กระแสการเมืองภาคใต้' ปชช.ยังไม่มี 'นายกฯ' และ 'พรรค' ในใจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/734256&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ZaEM1VxeC1hcop-B0gcxG

  • หนุ่มหัวกะทิเรียนจบ ม. ดัง เจอจุดพลิกผัน แต่งหญิง-ใช้ชีวิตกับกองขยะ เหตุเพราะแม่ !

    หนุ่มหัวกะทิเรียนจบ ม. ดัง เจอจุดพลิกผัน แต่งหญิง-ใช้ชีวิตกับกองขยะ เหตุเพราะแม่ !

     
               หนุ่มเรียนเก่ง จบมหาวิทยาลัยชื่อดัง เจอจุดพลิกผัน หันหน้าหนีโลก แต่งหญิง ใช้ชีวิตกับกองขยะ เผยต้นเหตุมาจากแม่ตัวเอง  

    ปัญหาชีวิต
     ภาพจาก Weibo 

    ปัญหาชีวิต
     ภาพจาก Weibo 

                 เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เว็บไซต์เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ รายงานว่า มีเรื่องราวของชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นรายหนึ่งได้รับความสนใจ และกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงบนสังคมออนไลน์ของจีน ภายหลังจากเขาได้แสดงการขัดขืนต่อความคาดหวังของครอบครัว ด้วยการปฏิเสธการสอบเข้ารับราชการ และแต่งเป็นหญิง ใช้ชีวิตอาศัยอยู่กับกองขยะในอพาร์ตเมนต์ 

                 หนุ่มรายนี้ชื่อว่า มิซึกิ วัย 26 ปี เมื่อปี 2565 เรื่องราวของเขาได้สร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนเป็นอย่างมาก โดยสื่อท้องถิ่นเผยว่า เขาเติบโตมาในครอบครัวที่เคร่งครัดและมุ่งเน้นเรื่องความสำเร็จ พ่อแม่ของเขาหย่าร้างกัน เขาอาศัยอยู่กับแม่ของเขา ซึ่งมักจะเข้มงวดและดุเขาอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เขามีนิสัยเชื่อฟัง ดำเนินชีวิตตามแบบแผน และปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบเสมอ 

    ปัญหาชีวิต
     ภาพจาก Weibo 

               มิซึกิ เป็นเด็กเรียนเก่ง มีความมุ่งมั่นในการเรียน เขาสามารถสอบติดเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับประเทศ กระทั่งสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโตเกียวอันทรงเกียรติ แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้น เขากลับเจอจุดพลิกผันครั้งสำคัญในชีวิต เมื่อทั้งหมดที่ทำมาทำให้เขารู้สึกว่างเปล่าเขารู้สึกว่าเขาเป็นเพียง “ผลตอบแทนความสำเร็จ” จากการลงทุนของแม่ 

                 มิซึกิ พยายามต่อสู้กับตัวตน และความรู้สึกไม่สบายใจข้างใน เขาเริ่มเปลี่ยนแปลงรูปร่างหน้าตาตัวเอง หันไปสวมใส่เสื้อผ้าผู้หญิง โดยเขามองว่านี่อาจจะเป็นหนทางที่จะหลุดพ้นจากการ “ควบคุมของแม่” และยุติบทบาทการเป็น “ลูกชายที่สมบูรณ์แบบ” เขาเลือกไปทำงานเป็นพนักงานขายในร้านเสื้อผ้าผู้หญิง แต่หลังจากสนุกอยู่ได้ไม่นานเขาก็รู้สึกเบื่อและลาออก

                 มิซึกิลองไปทำงานบริษัทไอที แต่สภาพแวดล้อมในที่ทำงานกลับยิ่งทำให้เขานึกถึงชีวิตที่ถูกควบคุมโดยแม่ และการใช้ชีวิตที่อยู่โดยความคาดหวังของคนอื่น สุดท้ายเขาก็ไปถึงจุดแตกหัก หลังตัดสินใจปฏิเสธการสอบเข้ารับราชการที่มั่นคง จนทำให้แม่โกรธและไล่เขา โดยกล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้น ทำไมฉันจะต้องเลี้ยงคุณต่อไป” 

                 มิซึกิออกจากบ้าน และตัดขาดการติดต่อกับแม่ทั้งหมด เขาเช่าอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ในโตเกียวเดือนละประมาณ 30,000 เยน (ราว 6,100 บาท) ห้องของเขาค่อย ๆ ถูกเติมเต็มไปด้วย เศษของเหลือใช้ กล่องพัสดุ เสื้อผ้าเก่า และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่พังแล้ว ซึ่งสำหรับคนทั่วไปมองว่าเป็นขยะ แต่สำหรับเขามองว่ามันคือ “แหล่งมิตรภาพ” 

                 ปัจจุบัน มิซึกิหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สตรีมออนไลน์ในชุดแต่งหญิง พร้อมพูดคุยกับแฟน ๆ ที่ชื่นชอบและติดตาม โดยเขามักจะกล่าวว่า “ผมเป็นสิ่งที่ผมเป็น และผมหวังว่าผมจะแสดงตัวตนได้อย่างมั่นใจ”

    ปัญหาชีวิต
     ภาพจาก Weibo 

                 เรื่องราวของมิซึกิ เพิ่งมาได้รับความสนใจในจีนเมื่อเร็ว ๆ นี้ ภายหลังจากมีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องการเลี้ยงดูบุตรแบบสุดโต่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และเกิดการถกเถียงอย่างดุเดือดบนโซเชียลมีเดีย 

                 ชาวเน็ตบางรายเข้าใจเขา กล่าวว่า “เด็ก ๆ หลายคนใช้ชีวิตภายใต้แรงกดดันมหาศาลเพื่อความคาดหวังและฐานะทางสังคมของครอบครัว เขาเติบโตขึ้นมาด้วยความเครียดและโหยหาการหลีกหนี สิ่งนี้เป็นผลผลิตจากการเลี้ยงดูของครอบครัว”

                 “ฉันเห็นบัณฑิตบางคนจากสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง ไปเลือกงานที่ไม่ธรรมดา เช่น เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือขายอาหารตามแผงลอยริมทาง” 

                 อย่างไรก็ดี อีกส่วนมองว่า “เขาผลาญชีวิตและการศึกษาไปอย่างเปล่าประโยชน์ การแสดงพฤติกรรมต่อต้านเช่นนี้ไม่เกิดผลดี ทั้งในด้านสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจ ลองพิจารณาสอนบทเรียนแนะแนวช่วยเหลือคนอื่น ๆ ที่หลงทาง อาจทำให้รู้สึกว่าชีวิตมีความหมายขึ้น “

    ปัญหาชีวิต
     ภาพจาก Weibo 

    ปัญหาชีวิต
     ภาพจาก Weibo 

    ปัญหาชีวิต
     ภาพจาก Weibo 

    ปัญหาชีวิต
     ภาพจาก Weibo 

    ขอบคุณข้อมูลจาก South China Morning Post 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://hilight.kapook.com/view/250683&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3pvhiCIuKw2d1-wP2LvqFJ

  • ดุสิตโพล ชี้ ดัชนีการเมืองไทย พ.ย.ลดลง ทั้งผลงานรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

    ดุสิตโพล ชี้ ดัชนีการเมืองไทย พ.ย.ลดลง ทั้งผลงานรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

    ดุสิตโพล ชี้ ดัชนีการเมืองไทย พ.ย.ลดลง ทั้งผลงานรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

    สวนดุสิตโพลมหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือน พฤศจิกายน 2568” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,208 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 25-28 พฤศจิกายน 2568 โดย มีตัวชี้วัด 25 ประเด็น ที่บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นต่อการเมืองไทยในด้านต่าง ๆ ซึ่งแต่ละตัวชี้วัดจะมีคะแนนเต็ม 10 คะแนน สรุปผลเรียง ลำดับจากค่าคะแนนสูงสุดไปถึงต่ำสุด ได้ดังนี้

    1. “ดัชนีการเมืองไทย” เดือนพฤศจิกายน 2568 ภาพรวมคะแนนเต็ม 10 ได้ 3.90 คะแนน (เดือนตุลาคม 2568 ได้ 4.02 คะแนน)

    2. ประชาชนให้คะแนน 25 ตัวชี้วัด “ดัชนีการเมืองไทย” โดยคะแนนเต็ม 10 เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้

    ที่ ดัชนีการเมืองไทย ต.ค.68 พ.ย.68 การเปลี่ยนแปลง 1 ผลงานของฝ่ายค้าน 4.60 4.46 ลดลง 2 การมีส่วนร่วมของประชาชน 4.44 4.41 ลดลง 3 สิทธิและเสรีภาพของประชาชน 4.40 4.36 ลดลง 4 การพัฒนาด้านการศึกษาสำหรับประชาชน 4.26 4.21 ลดลง 5 ความมั่นคงของประเทศ 4.32 4.13 ลดลง 6 เสถียรภาพทางการเมือง 4.22 4.11 ลดลง 7 สภาพสังคมโดยรวม 4.19 4.09 ลดลง 8 การดำเนินงานของพรรคการเมืองโดยภาพรวม 4.14 4.02 ลดลง 9 ค่าครองชีพ เงินเดือน ค่าจ้าง สวัสดิการ 3.97 4.01 เพิ่มขึ้น 10 ราคาสินค้า 3.75 3.98 เพิ่มขึ้น 11 การพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า 4.06 3.92 ลดลง 12 การแก้ปัญหาต่างๆ ในภาพรวม 4.18 3.91 ลดลง 13 การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของภาครัฐ 4.10 3.90 ลดลง 14 การบริหารประเทศตามนโยบายที่ประกาศไว้ 4.04 3.88 ลดลง 15 ผลงานของรัฐบาล 4.07 3.85 ลดลง 16 การปฏิบัติตนและพฤติกรรมของนักการเมือง 3.90 3.80 ลดลง 17 กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม 3.81 3.73 ลดลง 18 ผลงานของนายกรัฐมนตรี 3.99 3.69 ลดลง 19 ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน 3.97 3.68 ลดลง 20 ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 3.92 3.67 ลดลง 21 สภาพเศรษฐกิจโดยภาพรวม 3.73 3.61 ลดลง 22 การแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล 3.64 3.55 ลดลง 23 การแก้ปัญหาการว่างงาน 3.64 3.53 ลดลง 24 การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส 3.58 3.50 ลดลง 25 การแก้ปัญหาความยากจน 3.67 3.44 ลดลง * ภาพรวม 4.02 3.90 ลดลง

    3. นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ประชาชนคิดว่ามีบทบาทโดดเด่น ในเดือนพฤศจิกายน 2568

    ที่ นักการเมืองฝ่ายรัฐบาล ภาพรวม ที่ นักการเมืองฝ่ายค้าน ภาพรวม 1 ไม่มี 57.34% 1 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 39.49% 2 อนุทิน ชาญวีรกูล 23.46% 2 รักชนก ศรีนอก 31.97% 3 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 19.20% 3 พริษฐ์ วัชรสินธุ 28.54%

    4. ผลงานของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ประชาชนชื่นชอบ ในเดือนพฤศจิกายน 2568

    ที่ ผลงานฝ่ายรัฐบาล ภาพรวม ที่ ผลงานฝ่ายค้าน ภาพรวม 1 คนละครึ่งพลัส 39.51% 1 ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล 49.72% 2 แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา 38.82% 2 เร่งปราบแก๊งสแกมเมอร์ 26.20% 3 การประชุม APEC 2025 21.67% 3 ช่วยเหลือน้ำท่วมใต้ 24.08%

    น.ส.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ดัชนีการเมืองไทยเดือนนี้โดยรวมปรับลดลง แม้มาตรการ “คนละครึ่ง พลัส” จะช่วยพยุงคะแนนรัฐบาลจากการบรรเทาค่าครองชีพ แต่กลับไม่สามารถยกระดับคะแนนผลงานของนายกรัฐมนตรีได้ เพราะ เหตุการณ์มหาอุทกภัยหาดใหญ่ สะท้อนปัญหาการบริหารจัดการที่ยังไม่ตอบโจทย์ประชาชน

    ขณะที่ฝั่งฝ่ายค้าน แม้ดัชนีภาพรวมจะลดลงเช่นกัน แต่คะแนนนักการเมืองของนายณัฐพงษ์ ปรับเพิ่มหลังการเปิดตัวแคนดิเด ตนายกรัฐมนตรี และบทบาทเชิงรุกในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย น้ำท่วมครั้งนี้จึงไม่เพียงสร้างความเสียหายให้ประชาชน หากแต่ยังซัด กระทบคะแนนนิยมของรัฐบาลอย่างมีนัยสำคัญด้วย


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq01/12770117&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GaKM3ZS0D7Q_bkOcIn7kc

  • ‘กระแสการเมืองภาคใต้’ หนุนอภิสิทธิ์-ปชป. ‘อนุทิน-ปชน.’ รั้งอันดับ 3

    ‘กระแสการเมืองภาคใต้’ หนุนอภิสิทธิ์-ปชป. ‘อนุทิน-ปชน.’ รั้งอันดับ 3

    'กระแสการเมืองภาคใต้' หนุนอภิสิทธิ์-ปชป. 'อนุทิน-ปชน.' รั้งอันดับ 3

    นิด้าโพล เผยผลสำรวจกระแสการเมืองภาคใต้ ยกให้ “อภิสิทธิ์-พรรคประชาธิปัตย์” ได้คะแนนนำ ขณะที่ “อนุทิน-พรรคประชาชน” รั้งอันดับสาม

    • ผลสำรวจนิด้าโพลชี้ว่า คนใต้ส่วนใหญ่ที่สุด (ร้อยละ 32.25) ยังหาคนที่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้
    • สำหรับพรรคการเมือง กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจมีสัดส่วนสูงเป็นอันดับสอง (ร้อยละ 28.45) ใกล้เคียงกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้อันดับหนึ่ง (ร้อยละ 28.60)
    • นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นบุคคลที่คนใต้สนับสนุนให้เป็นนายกฯ มากที่สุดในกลุ่มที่มีตัวเลือก ตามมาด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล
    • พรรคประชาธิปัตย์ยังคงเป็นพรรคที่คนใต้ให้การสนับสนุนมากที่สุด ตามมาด้วยพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย

    นิด้าโพล เผยผลสำรวจกระแสการเมืองภาคใต้ ยกให้ “อภิสิทธิ์-พรรคประชาธิปัตย์” ได้คะแนนนำ ขณะที่ “อนุทิน-พรรคประชาชน” รั้งอันดับสาม

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “กระแสการเมืองภาคใต้” ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18 – 24 พฤศจิกายน 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคใต้ (จำนวน 14 จังหวัด ประกอบด้วย ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี สงขลา กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง สตูล นราธิวาส ปัตตานี และยะลา กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,000 หน่วยตัวอย่าง 

    เมื่อถามถึงบุคคลที่คนใต้จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ 

    • อันดับ 1  ร้อยละ 32.25   ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
    • อันดับ 2  ร้อยละ 25.65   นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์)
    • อันดับ 3 ร้อยละ 15.40    นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย)
    • อันดับ 4 ร้อยละ 12.85    นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน)
    • อันดับ 5 ร้อยละ 2.50    พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
    • อันดับ 6 ร้อยละ 2.45    พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ)
    • อันดับ 7 ร้อยละ 2.05   นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ)
    • อันดับ 8 ร้อยละ 1.85   นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ)
    • อันดับ 9 ร้อยละ 1.25   นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย) และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) ในสัดส่วนที่เท่ากัน
    • ร้อยละ 2.50 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่) พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ (พรรคกล้าธรรม) นายแพทย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี) นายวราวุธ ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) นางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ (พรรครวมไทยสร้างชาติ) พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม) และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)

    'กระแสการเมืองภาคใต้' หนุนอภิสิทธิ์-ปชป. 'อนุทิน-ปชน.' รั้งอันดับ 3

    เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนใต้จะสนับสนุนในวันนี้

    • อันดับ 1 ร้อยละ 28.60 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
    • อันดับ 2 ร้อยละ 28.45 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้
    • อันดับ 3 ร้อยละ 17.80 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน
    • อันดับ 4 ร้อยละ 11.65 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย
    • อันดับ 5 ร้อยละ 3.90 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
    • อันดับ 6 ร้อยละ 2.45 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
    • อันดับ 7 ร้อยละ 1.95 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชาติ
    • อันดับ 8 ร้อยละ 1.65 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ
    • อันดับ 9 ร้อยละ 1.55 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ
    • ร้อยละ 1.65 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคไทยสร้างไทย พรรคกล้าธรรม พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยภักดี และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และร้อยละ 0.35 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/politics/860924&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vKYmHLzNXCNZwl6D_sTIw