Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เปิดเงื่อนไขจริง โครงการทหาร “1 ปี 1 วุฒิ” ต้องทำอะไรบ้างถึงได้? : เช็กข่าวชัวร์

    เปิดเงื่อนไขจริง โครงการทหาร “1 ปี 1 วุฒิ” ต้องทำอะไรบ้างถึงได้? : เช็กข่าวชัวร์

    Fact Check เปิดเงื่อนไขจริง โครงการ “1 ปี 1 วุฒิ” ต้องทำอะไรบ้างถึงได้วุฒิการศึกษา

    ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 มีการแชร์ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย โดยอ้างว่า “เรียนจบ ป.6 สมัครเป็นทหาร 2 ปี การันตีได้วุฒิเทียบเท่า ม.6” ภายใต้โครงการ “1 ปี 1 วุฒิ” ของกองทัพบก ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเพียงเข้ารับราชการทหารก็สามารถได้วุฒิการศึกษาเทียบเท่ามัธยมศึกษาตอนปลายโดยอัตโนมัติ

    ประเด็นดังกล่าวถูกตั้งคำถามว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือเป็นข่าวปลอม (Fake News) กองบรรณาธิการ Sanook News จึงตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง

    คำถาม

    จริงหรือไม่ที่ผู้จบการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 6 หากสมัครเป็นทหารกองประจำการ 2 ปี จะได้รับวุฒิการศึกษาเทียบเท่ามัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยอัตโนมัติ ตามที่มีการแชร์ในโลกออนไลน์?

    การตรวจสอบ

    จากการตรวจสอบข้อมูลกับเพจทางการของกองทัพภาคที่ 1 พบว่า โครงการ “1 ปี 1 วุฒิ” เป็นนโยบายของกองทัพบกที่มุ่งส่งเสริมการศึกษาให้กับทหารกองประจำการ โดยมีเป้าหมายให้ผู้เข้าร่วมสามารถ “ยกระดับวุฒิการศึกษาได้ 1 ระดับภายใน 1 ปี” ไม่ใช่การการันตีว่าจะได้วุฒิ ม.6 โดยอัตโนมัติ

    โครงการดังกล่าวใช้วิธีการเทียบโอนหน่วยกิตระหว่างการศึกษานอกระบบ (กศน./สกร.) กับหลักสูตรการฝึกของทหาร พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เรียนผ่านระบบออนไลน์ 100% ซึ่งผู้เข้าร่วมต้องเรียนและผ่านเกณฑ์การประเมินตามหลักสูตรที่กำหนด

    นอกจากนี้ การได้รับวุฒิการศึกษาจะขึ้นอยู่กับการเรียนจริง การสอบผ่าน และการประเมินผลตามระบบของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ไม่ใช่ได้จากการเป็นทหารเพียงอย่างเดียว

    สำหรับกำหนดการ โครงการเริ่มนำร่องกับทหารกองประจำการผลัดที่ 1/2569 ที่เข้าประจำการวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 โดยตั้งเป้าหมายให้ผู้เข้าร่วมอย่างน้อยร้อยละ 80 สามารถยกระดับวุฒิได้สำเร็จ ซึ่งเป็น “เป้าหมาย” ไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์รายบุคคล

    ดังนั้น ข้อความที่สื่อว่า “เป็นทหาร 2 ปี ได้วุฒิ ม.6 แน่นอน” จึงเป็นการสื่อสารที่เกินจริง และอาจทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงของโครงการ

    ข้อเท็จจริง

    ข่าวที่ระบุว่า “จบ ป.6 เป็นทหาร 2 ปี ได้วุฒิเทียบเท่า ม.6 โดยอัตโนมัติ” เป็นข้อมูลบิดเบือน ไม่เป็นความจริง เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นเพียงการเปิดโอกาสทางการศึกษา ผู้เข้าร่วมต้องเรียนและผ่านเกณฑ์ตามระบบ จึงจะได้รับวุฒิการศึกษา ไม่ได้การันตีผลลัพธ์ทุกคน

    อ้างอิง

    1. เพจทางการกองทัพภาคที่ 1
    2. ข้อมูลโครงการ “1 ปี 1 วุฒิ” กองทัพบก
    3. คำชี้แจงกองบรรณาธิการ Sanook News

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9887398/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0a8J1_8rp_izgQWVfdT1Z6

  • นายกฯ ดัน ‘แลนด์บริดจ์’ ตั้ง ‘เอกนิติ’ นั่งประธานบอร์ดศึกษาใหม่

    นายกฯ ดัน ‘แลนด์บริดจ์’ ตั้ง ‘เอกนิติ’ นั่งประธานบอร์ดศึกษาใหม่

    นายกฯ ดัน ‘แลนด์บริดจ์’ ตั้ง ‘เอกนิติ’ นั่งประธานบอร์ดศึกษาใหม่

    นายกฯ ดัน ‘แลนด์บริดจ์’ ตั้ง ‘เอกนิติ’ นั่งประธานบอร์ดศึกษาใหม่

    รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนโครงการ “แลนด์บริดจ์” (Land Bridge) อย่างต่อเนื่อง โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษารายละเอียดโครงการใหม่อีกครั้ง เพื่อทบทวนความเหมาะสมให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกำหนดกรอบเวลาศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน

    โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวมี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นประธาน ทำหน้าที่พิจารณาในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน โลจิสติกส์ ความมั่นคง และผลกระทบในภาพรวม เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่รอบด้านก่อนเดินหน้าโครงการในระยะถัดไป

    ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า การศึกษาครั้งนี้จะไม่พิจารณาเฉพาะผลตอบแทนทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่จะครอบคลุมถึงบริบทโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของเส้นทางการค้าโลก รวมถึงปัจจัยด้านพลังงาน ซึ่งล้วนส่งผลต่อความคุ้มค่าและความเป็นไปได้ของโครงการในระยะยาว

    ขณะที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการทบทวน “สมมติฐานเดิม” ของโครงการ เนื่องจากสถานการณ์โลกในปัจจุบันมีความผันผวนสูง ทั้งความขัดแย้งระหว่างประเทศ และแนวโน้มการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ส่งผลให้ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว

    ทั้งนี้ โครงการแลนด์บริดจ์ถือเป็นหนึ่งในเมกะโปรเจกต์ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยมีเป้าหมายเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน เพื่อลดระยะเวลาและต้นทุนการขนส่งสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ และยกระดับไทยให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งในภูมิภาค

    ในเชิงเศรษฐกิจ รัฐบาลประเมินว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารสดที่ต้องอาศัยความรวดเร็วในการขนส่ง รวมถึงสร้างโอกาสดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และกระตุ้นการจ้างงานในพื้นที่

    อย่างไรก็ตาม แม้โครงการจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ แต่ยังมีข้อกังวลในบางประเด็น ทั้งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าจะให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน และจะมีการสื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใสเพื่อสร้างความเข้าใจในทุกภาคส่วน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/658230&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25amwJFBfXOQbQdiRyC17Q

  • นายกฯ เดินหน้าแลนด์บริดจ์ ตั้ง ‘เอกนิติ’ นั่งประธานคณะกรรมการศึกษาขีดเส้น 90 วัน ปัดข้อครหาเอื้อนายทุน ย้ำยึดผลประโยชน์ชาติเป็นที่ตั้ง

    นายกฯ เดินหน้าแลนด์บริดจ์ ตั้ง ‘เอกนิติ’ นั่งประธานคณะกรรมการศึกษาขีดเส้น 90 วัน ปัดข้อครหาเอื้อนายทุน ย้ำยึดผลประโยชน์ชาติเป็นที่ตั้ง

    วันนี้ (4 พฤษภาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาชี้แจงถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับความเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ระหว่าง วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยนายกรัฐมนตรียืนยันว่าประเด็นดังกล่าวไม่ได้มีความขัดแย้งหรือเป็นปัญหาแต่อย่างใด เป็นเพียงการสื่อสารในต่างกรรมต่างวาระเท่านั้น

    เพื่อขับเคลื่อนโครงการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรอบด้าน รัฐบาลเตรียมแต่งตั้ง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์

    โดยมีเป้าหมายหลักในการพิจารณารายละเอียดทุกมิติ ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความคุ้มค่าของการลงทุน โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้า (Cargo) ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การประเมินโครงการนี้จะไม่พิจารณาเพียงแค่ต้นทุนและกำไร แต่ต้องมองภาพรวมถึงความสะดวกสบายและผลสัมฤทธิ์ระดับมหภาค เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด โดยได้กำหนดกรอบเวลาให้เร่งสรุปผลการศึกษาภายใน 90 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

    อนุทิน ชี้ให้เห็นว่า ผลการศึกษาโครงการในอดีตถูกจัดทำขึ้นภายใต้สถานการณ์โลกที่แตกต่างจากปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้ประเด็นด้านความมั่นคงทางพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์โลกมีความผันผวนสูง ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องกำหนดยุทธศาสตร์ที่จะทำให้ประเทศสามารถพึ่งพาตนเองได้ และลดผลกระทบจากความขัดแย้งในเวทีโลกให้น้อยที่สุด

    “โครงการแลนด์บริดจ์ไม่ใช่นโยบายที่จะเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน แต่เป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยได้ผลักดันมาตั้งแต่ปี 2562 และในรัฐบาลชุดที่ผ่านมา สมัยที่สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ได้มีความตั้งใจที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นจริง ดังนั้น การดำเนินงานในปัจจุบันจึงถือเป็นการสานต่องานอย่างต่อเนื่อง” นายกรัฐมนตรี กล่าว

    ส่วนกรณีที่ผลสำรวจของนิด้าโพลระบุว่า ประชาชนในภาคใต้ส่วนใหญ่สนับสนุนโครงการ แต่ยังขาดความเข้าใจในรายละเอียดเชิงลึกนั้น นายกรัฐมนตรียอมรับว่าเป็นหน้าที่สำคัญของรัฐบาลที่ต้องเร่งลงพื้นที่สื่อสารให้ประชาชนเห็นถึงประโยชน์ส่วนรวมและผลดีที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ

    และเมื่อสื่อสอบถามถึงกรณีที่อาจมีกลุ่มประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้เตรียมยื่นหนังสือคัดค้านต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในพื้นที่ อนุทินตอบกลับทันทีว่า ในขณะที่มีผู้คัดค้าน ก็ย่อมมีผู้ที่เห็นด้วย ท้ายที่สุดทุกอย่างจะต้องถูกตัดสินบนพื้นฐานของข้อมูลจากผลการศึกษา ความคุ้มทุน และประโยชน์ใช้สอยที่แท้จริง

    นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เชื่อมโยงความสำคัญของโครงการแลนด์บริดจ์เข้ากับยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงทางอาหาร โดยระบุว่า แม้ประเทศไทยจะไม่มีทรัพยากรน้ำมัน แต่ไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก โครงการนี้จะช่วยพัฒนาระบบการขนส่งอาหารไปยังประเทศปลายทางได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์

    เช่น ปัญหาการปิดช่องแคบฮอร์มุซ หรือการเรียกเก็บค่าผ่านทางบริเวณช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ไทยไม่สามารถควบคุมได้ รัฐบาลจึงต้องแสวงหากลไกใหม่ ๆ เพื่อให้ประเทศหลุดพ้นจากการต้องพึ่งพาผู้อื่น

    ในตอนท้าย เมื่อถูกตั้งคำถามถึงข้อกังวลที่ว่าโครงการแลนด์บริดจ์อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนใหญ่ นายกรัฐมนตรีได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าตลอดระยะเวลา 7-8 ปีของการทำงานการเมือง ตนไม่เคยมีนโยบายเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มใด หากสิ่งนั้นไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ

    “เรื่องข้อครหาว่าเอื้อนายทุน ผมได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าผมไม่ได้ไปตามใจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง มีแต่ทำให้เขาโกรธหรือขัดใจด้วยซ้ำ จนถึงตอนนี้ผมแทบจะเหลือแค่เพื่อนที่เป็น สส. ด้วยกันแล้ว ส่วนเพื่อนข้างนอกไม่เหลือแล้ว” อนุทิน กล่าวทิ้งท้าย

    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ฐานิส สุดโต

    บรรณาธิการภาพ ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/landbridge-anutin-ekniti-study-90-days/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09Z_g5BAOXcfoY0PuTOf0Q

  • แผนและผลการดำเนินงาน ปี 2569

    แผนและผลการดำเนินงาน ปี 2569

    แผนและผลการดำเนินงาน ปี 2569

    ในปี 2569 การไฟฟ้านครหลวงได้มีแผนการดำเนินการกิจกรรมและการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การไฟฟ้านครหลวง (อพ.สธ. – กฟน.) ดังนี้

    –  ให้บริการพิพิธภัณฑ์การไฟฟ้าไทย  MEA SPARK แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์การไฟฟ้าไทย โดยรวบรวมเรื่องราวการเดินทางของ “แสงแรกแห่งสยามสู่แสงสว่างแห่งความยั่งยืน”  ตั้งอยู่ที่ การไฟฟ้านครหลวงเขตวัดเลียบ ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

      

    –  บำรุงรักษาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและระบบไฟฟ้า อาคาร อพ.สธ. สวนจิตรลดา จำนวน 2 ครั้ง  ในเดือน มิถุนายน และ ธันวาคม 2569

    –  บำรุงรักษาเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และระบบไฟฟ้าบริเวณ เกาะแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จำนวน 2 ครั้ง  ในเดือน มิถุนายน และ ธันวาคม 2569

    –  ดำเนินการสนับสนุนส่งเสริมให้เจ้าของอาคารเกิดแรงจูงใจในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้แนวคิด “การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพอากาศได้มาตรฐาน”  MEA ENERGY AWARDS 

    –  ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกันดูแลผืนป่าและส่งเสริมอาชีพให้คนอยู่ร่วมกับป่า ภายในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง และ น่าน จำนวน 5,000 ไร่ และ ร่วมกับฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้จัดทำแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง MEA’s Model รวมเป็นระยะทาง 2,200 เมตร และปลูกป่าชายเลนและพื้นฟูอย่างต่อเนื่องทุกปี

     

    ร่วมกับสถานศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ในเขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ  โดยเน้นการศึกษารอกตำราในด้านการอนุรักษ์พลังงาน การจัดการพลังงานที่ดี ใช้พลังงานและทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดการนำเข้าพลังงานสิ้นเปลืองแล้ว ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานให้กับนักเรียน นักศึกษา ซึ่งจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต ภายใต้การดำเนินงาน Energy Mind Award Season 2

    –  ดูแลและส่งเสริมการดำเนินงานของ อพ.สธ. – กฟน. เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mea.or.th/sdgs-csr/plant-genetic-conservation/QmxWVVSP/Mx9qsgJDr&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3C0QsJJrW3PpnRzWpxlS1Z

  • ภัยใกล้ตัวในออฟฟิศ เพจดังโพสต์ไอทีหนุ่มแอบติดกล้องในห้องน้ำ พบเหยื่อนับสิบราย

    ภัยใกล้ตัวในออฟฟิศ เพจดังโพสต์ไอทีหนุ่มแอบติดกล้องในห้องน้ำ พบเหยื่อนับสิบราย

    ภัยใกล้ตัวในออฟฟิศ เพจดังโพสต์ไอทีหนุ่มแอบติดกล้องในห้องน้ำ พบเหยื่อนับสิบราย

    วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.42 น.

    เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียล เมื่อเพจ ตลาดล่างอัปเกรด ออกมาตีแผ่เรื่องราวสุดระทึกในออฟฟิศแห่งหนึ่งที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช หลังพบกล้องแอบถ่ายซ่อนอยู่ในห้องน้ำ ทำเอาพนักงานสาวและน้องฝึกงานผวาหนัก มีผู้เสียหายรวมตัวกันกว่า 30-40 คน ได้เข้าแจ้งความต่อผู้ต้องหา และทางผู้ต้องหารับสารภาพ ก่อนที่จะได้รับการปล่อยตัว โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “เจอกล้องแอบถ่ายในห้องน้ำบริษัท ผู้เสียหาย 30-40 คน รวมตัวไปแจ้งความผู้ต้องหารับสารภาพทำมานาน 3-4 เดือนก่อนได้รับการปล่อยตัวขณะที่ผู้เสียหายยังคาใจกระบวนการดำเนินคดีที่ล่าช้า และตั้งคำถามต่อความยุติธรรมในสังคม เมื่อผู้ต้องหามาจากครอบครัวมีหน้ามีตาในพื้นที่แม่เป็นผอ.โรงเรียน พ่อเป็นผจก.ธนาคารและมีญาติเป็นข้าราชการระดับสูงเคยมีคนโพสต์เรื่องนี้แล้วโดนสั่งลบด้วย และคนก่อเหตุยังใช้ชีวิตปกติ #นครศรีธรรมราช ส่งเข้าประกวด (เรื่องละเอียดในคอมเม้น) สภ.ทุ่งสง ช่วยด้วยค่ะ”

    ก่อนที่ในเวลาต่อมาทางเพจ ตลาดล่างอัปเกรด จะได้เข้ามาคอมเมนต์รายละเอียดเพิ่มเติมใต้โพสต์ โดยมีข้อความว่า “เหตุเกิดที่จังหวัดนครศรีธรรมมราช อ.ทุ่งสง วันเกิดเหตุ 02/04/69 ประมาณตอนเที่ยงได้มีน้องฝึกงานเข้าห้องน้ำที่บริษัทและได้พบเจอกล้องแอบถ่ายและได้มีการเดินมาบอกหัวหน้าให้ไปดู หลังจากนั้นมีการถอดออกมาดูและพนักงานได้คุยปรึกษากันว่าจะทำยังไงต่อไป(คุยต่อหน้านาย B คนร้าย ไม่มีใครคิดว่าเป็นนาย B เป็นคนร้าย)พนักงานได้พูดขึ้นว่าจะไปแจ้งความนาย B ก็ได้มีการเอากล้องไปถอดเมมโมรี่การ์ดออกพนักงานที่อยู่ตรงนั้นก็พูดว่าจะถอดทำไมไม่ให้ถอดแต่นายB ทำเหมือนไม่ได้ยินและถอดออกไป และใส่กลับไปใหม่(โดยมีการสลับใส่อันใหม่เข้าไปแทน) วันนั้นได้มีการไปแจ้งแล้วเรียบร้อยแต่ทางตำรวจไม่ได้มีการมาเก็บหลักฐานหรือดูสถานที่เกิดเหตุเลย

    ตลาดล่างอัปเกรด

    วันที่03/04/69 นาย B ก็ได้มาทำงานปกติ ทำงานตำแหน่งไอทีของบริษัท แต่มาทำงานครึ่งวัน

    วันที่04/04/69 นายB มาทำงานปกติ เรื่องเงียบทำไมทางตำรวจไม่เรียกไปสอบปากคำก็ได้มีการรวมตัวกันไปที่ สภ. ตามเรื่องว่าถึงไหนแล้วทำไมเรื่องเงียบ ได้เจอกับหมวดซึ่งพูดจาไม่เข้าหูเท่าไหร่

    ถามว่าจะยกขโยงกันมาทำไมเป็นแค่พยาน (ทุกคนที่ไป30-40คน ไม่ใช่พยานแต่คือผู้เสียหาที่โดนแอบถ่ายมาตามเรื่องว่าไปถึงไหนแล้วทำไมไม่เรียกมาให้ปากคำสักที)

    หมวดงานเยอะทำคนเดียวต้องเข้าใจด้วยเมื่อคืนทำคดีดังไม่ได้นอน(ผู้เสียหายก็ไม่ได้นอนเหมือนกันต้องมาระแวง อ๋อคือถ้าเรื่องไม่ดังไม่อยากทำว่างั้น?) ฯ และไปมีการส่งตัวแทนเข้าไปคุยกับรองผู้กำกับ สักพักใหญ่ และออกมาได้รีบกลับไปที่บริษัท ทางตำรวจก็ตามมาด้วย และได้มีการเรียกคุยกับทุกคนที่อยู่ในเหตุการวันนั้น ยกเว้นนาย B ทางตำรวจได้มีการเปิดกล้องวงจรปิดที่บริษัท ก็ได้เจอว่าช่วง สำคัญได้ถูกลบไป คือช่วงที่นาย B เอากล้องไปเปลี่ยนเมมโมรี่การ์ด ทางตำรวจได้มีการเดินมาจับกุมนาย B ไป สภ และรับสารภาพว่าตนเป็นคนทำจริง 02/04/69วันเกิดเหตุได้มีการเอาเข้าไปติดประมาณตี11 และไปเจอตี12 ไม่ได้ติดทุกวัน ทำมาประมาณ3-4เดือน และได้มีการดูคลิปที่แอบถ่ายวันละ 3เวลา !!!! โดนจับตัวและก็ปล่อยตัวเลยในวันที่04/04/69 เห็นว่านายB ออกมาใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น!***แม่เป็นถึง ผอ รรดังในทุ่งใหญ่ พ่อเป็นผู้จัดการธนาคาร นาบอน อาๆลุงๆเป็นถึงพันโท ครอบครัวมีหน้ามีตาในสังคม”

    ตลาดล่างอัปเกรด

    ไม่นานหลังจากที่ เพจ ตลาดล่างอัปเกรด โพสต์เรื่องราวสุดระทึกนี้ลงมาบนโลกโซเชียล ทำเอาชาวเน็ตหลายคนต่างก็เจ้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก เช่น

    “ถ้ากฎหมายใช้ไม่ได้คงต้องใช้กฎหมู่เพื่อสะเดาะเคราะห์ให้กับคนแบบนี้”

    “ประตูมีกลอนv

    “คนทำผิดมันถึงย่ามใจ”

    “แชร์ไป ภัยสังคม”

    “อย่าเงียบ ดันให้ดัง …”

    ” สืบที แถวบ้านแล้วหลาว”

    ตลาดล่างอัปเกรด

    ตลาดล่างอัปเกรด

    ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ตลาดล่างอัปเกรด

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/962405&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hkVE74JifOh1qbRgHfEhb

  • ลุ้น! พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท สกัดเศรษฐกิจซึมลึก-ชง “คนละครึ่ง” สูตรใหม่ 12 พ.ค.นี้

    ลุ้น! พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท สกัดเศรษฐกิจซึมลึก-ชง “คนละครึ่ง” สูตรใหม่ 12 พ.ค.นี้

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 5 พ.ค.69 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง จะเสนอให้พิจารณาร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อนำมาตั้งรับวิกฤติเศรษฐกิจระลอกใหม่ โดยมุ่งรักษาสมดุลระหว่างการเยียวยาประชาชนในระยะสั้น และการปรับโครงสร้างประเทศในระยะยาว
    

    โดยเหตุผลที่กำหนดวงเงินกู้ที่ 400,000 ล้านบาท ลดลงจากเดิมที่ 500,000 ล้านบาทนั้น เพราะต้องการส่งสัญญาณบวกแก่นานาชาติและนักลงทุนต่างชาติ ว่ารัฐบาลไทยเคร่งครัดในการรักษาวินัยทางการคลัง จะไม่เปิดวงเงินกู้แบบไร้เป้าหมาย ซึ่งผ่านความเห็นชอบของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยแล้ว นอกจากนี้ เพื่อทำให้หนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยับไปอยู่ที่ 68% ยังไม่เกินเพดานที่ 70% อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังประเมินเผื่อไว้ว่า หากอนาคต สถานการณ์วิกฤติยืดเยื้อและมีความจำเป็น รัฐบาลพร้อมขยายเพดานหนี้สาธารณะ ซึ่งเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่าการกู้เงินมาตุนไว้เกินความจำเป็นตั้งแต่แรก

    ส่วนสาเหตุที่เร่งผลักดัน พ.ร.ก.กู้เงินก้อนนี้ เพราะไทยได้รับผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลางจนเกิดวิกฤติที่แท้จริง และวิกฤติครั้งนี้ไม่ได้จบแบบม้วนเดียว แต่เป็นเหมือนคลื่นที่ทยอยซัดเข้ามาเป็นระลอก ตั้งแต่ราคาพลังงาน วัตถุดิบผลิตสินค้าขาดแคลน จนลุกลามไปสู่วิกฤติของแพง หากรัฐบาลไม่กู้เงินเพื่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำมารองรับ ปลายทางที่อันตรายที่สุด คือ เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะชะงักงันพร้อมกับมีอัตราเงินเฟ้อสูง หรือ Stagflation
  

    สำหรับเงินกู้ 400,000 ล้านบาทนั้น จะแบ่งสัดส่วนเป็น 50:50 ระหว่างการบรรเทาผลกระทบและการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย โดยออกแบบให้มีความยืดหยุ่น สามารถโยกย้ายได้ตามสถานการณ์ โดยวงเงินส่วนแรก 200,000 ล้านบาท มุ่งเยียวยากลุ่มเปราะบางและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยจะใช้ในโครงการ “คนละครึ่ง” ที่ปรับสัดส่วนการร่วมจ่ายเป็นรัฐ 60% และประชาชน 40% เบื้องต้นกำหนดกรอบ 30 ล้านคนละ 4,000 บาท ล่าสุด กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดสุดท้าย เพื่อให้เกิดความรัดกุมและคุ้มค่าที่สุด และเตรียมนำเสนอเข้า ครม. วันที่ 12 พ.ค.69 หลังจากที่ พ.ร.ก.กู้เงิน ผ่านความเห็นชอบแล้ว
    

    ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังเตรียมรื้อระบบเปิดลงทะเบียนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ เพราะฐานข้อมูลเดิมไม่ได้ทบทวนมา 9 ปีแล้ว เพื่อให้เงินช่วยเหลือถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำที่สุด ปัจจุบันมีผู้อยู่ในระบบ 13.2 ล้านคน ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ใหม่จะได้รับการช่วยเหลือตามสิทธิ์ และได้รับเงินเพิ่มเติมเข้าบัญชี 4,000 บาท ขณะที่วงเงินส่วนที่ 2 อีก 200,000 ล้านบาท จะลงทุนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยพุ่งเป้าไปที่การเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อลดพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยกรอบเวลาการใช้เงินกู้วันที่ 30 ก.ย.70

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2930562&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw02hIpg4XS8MIrBw2ccEbfa

  • รมช.ปิยะรัฐชย์ ลุยสุโขทัย ขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำก่อนเข้าสู่ฤดูฝน พร้อมหนุนแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

    รมช.ปิยะรัฐชย์ ลุยสุโขทัย ขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำก่อนเข้าสู่ฤดูฝน พร้อมหนุนแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

    รมช.ปิยะรัฐชย์ ลุยสุโขทัย ขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำก่อนเข้าสู่ฤดูฝน พร้อมหนุนแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

    (3 พ.ค.69) นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัด ณ จังหวัดสุโขทัย ว่า ในวันนี้ได้นำคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำลุ่มแม่น้ำยม โดยมีนายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน นายปิยะ ลืออุติกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 บรรยายสรุปความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบาย ณ สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 4 ตำบลในเมือง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ซึ่งสถานการณ์น้ำในปัจจุบันของจังหวัดสุโขทัยยังบริหารจัดการได้ตามแผน โดยกรมชลประทานใช้ประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์เป็นเครื่องมือหลักในการควบคุมและระบายน้ำให้สอดคล้องกับฤดูกาล ทั้งการเตรียมพื้นที่รองรับน้ำในช่วงฤดูฝน และการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง เพื่อรักษาระดับน้ำให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ ควบคู่กับการจัดสรรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

    “ได้มอบหมายให้กรมชลประทานพัฒนาระบบชลประทานและการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างรอบด้าน โดยการจัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำในระดับภูมิภาคให้เหมาะสมกับความต้องการใช้น้ำที่แตกต่างกันในแต่ละลุ่มน้ำทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อรองรับภัยธรรมชาติทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งรวมถึงให้ความสำคัญกับการเติมน้ำในเขื่อนหลัก แหล่งกักเก็บน้ำในชุมชน การจัดการข้อมูลน้ำแม่นยำ ตลอดจนพัฒนาระบบเตือนภัยน้ำอัจฉริยะ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำในอนาคต จากนั้นได้เดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำ ณ ประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ และพบปะกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานในพื้นที่ ณ ที่ทำการกำนัน หมู่ 9 ตำบลไกรใน อำเภอกงไกรลาศ ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้กรมชลประทานร่วมบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกของโครงการฯ อย่างทั่วถึง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรและชาวสุโขทัยให้ดีขึ้น” รมช.ปิยะรัฐชย์ กล่าว

    รมช.ปิยะรัฐชย์ กล่าวต่อว่า ได้เดินทางไปยังศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ตำบลป่าแฝก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย โดยมีนายสุริยะ คำปวง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และ จ.ส.ท.สุทิน ทองเอ็ม เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2561 ซึ่งเป็นแกนนำในการขับเคลื่อนองค์ความรู้และนวัตกรรมการเกษตรสู่ชุมชนให้การต้อนรับ โดยได้มอบนโยบายให้กรมส่งเสริมการเกษตรขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรกรสู่ “เกษตรมูลค่าสูง” (High Value Agriculture) เน้นการลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ควบคู่กับการส่งเสริมเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และได้เน้นย้ำบทบาทของ ศพก. ให้เป็น “ศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน” ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ เชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกร และต่อยอดสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง ในโอกาสนี้ ได้มอบโฉนดเพื่อการเกษตรให้แก่เกษตรกร จำนวน 50 ราย มอบบัตรดินดีแก่ผู้แทนเกษตรกร จำนวน 1 ราย โครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน แก่ผู้แทนเกษตรกร จำนวน 1 ราย รวมทั้งปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกร อาทิ พันธุ์ปลา พันธุ์ผัก เป็นต้น พร้อมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/71287&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1GrLLb4IN9HVmBL3Ftyx7r

  • รมว.ทส.ปลื้ม”อ่าวเกือก”คว้าอันดับ 10 ชายหาดที่ดีที่สุดในโลกปี 2026​

    รมว.ทส.ปลื้ม”อ่าวเกือก”คว้าอันดับ 10 ชายหาดที่ดีที่สุดในโลกปี 2026​

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    ​จากผลการจัดอันดับ “50 ชายหาดที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2026” (The World’s 50 Best Beaches 2026) โดยความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวและเครือข่ายกว่า 1,000 คนทั่วโลก ปรากฏว่า “อ่าวเกือก” (Donald Duck Bay) ภายในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา ได้รับการจัดอันดับให้เป็นชายหาดที่ดีที่สุดอันดับ 10 ของโลก โดยพิจารณาจากความสวยงามตามธรรมชาติ ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น

    ​นายสุชาติ​ ชมกลิ่น​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้แสดงความยินดีต่อความสำเร็จครั้งนี้ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอย่างหนักในการเฝ้าระวังและดูแลทรัพยากรธรรมชาติ โดยได้เน้นย้ำให้กรมอุทยานฯ “รักษามาตรฐานการจัดการไว้อย่างเคร่งครัด” และให้นำความสำเร็จนี้เป็นต้นแบบในการยกระดับอุทยานแห่งชาติแห่งอื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้การท่องเที่ยวทางธรรมชาติของไทยเติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลต่อไป

    นายอรรถพล​ เจริญชันษา​ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่า ถือเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทยที่พื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเลสามารถครองใจนักเดินทางทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง ผลการจัดอันดับในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของมาตรการเชิงรุกที่กรมอุทยานฯ นำมาใช้ ทั้งการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว (Carrying Capacity) การปิดฤดูกาลท่องเที่ยวเพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟู และการบริหารจัดการขยะอย่างเข้มงวด ส่งผลให้ทรัพยากรใต้ทะเลและหาดทรายขาวละเอียดของอ่าวเกือกยังคงความงดงามและสมบูรณ์สูงสุด

    ​ด้านนายศิริวัฒน์ สืบสาย​ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ระบุว่า “อ่าวเกือก” อยู่บนเกาะแปด (เกาะสิมิลัน) นอกจากจะมีจุดเด่นที่น้ำทะเลใสสะอาดและหาดทรายที่ขาวละเอียดแล้ว ยังมีสัญลักษณ์สำคัญคือ “หินเรือใบ” ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสนใจ ในฐานะหน่วยงานพื้นที่ เราให้ความสำคัญกับการรักษาความสมดุลระหว่างการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อ่าวเกือกได้รับรางวัลระดับโลกในครั้งนี้

    ​ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอยืนยันความมุ่งมั่นในการคุ้มครองดูแลทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่าเหล่านี้ เพื่อส่งต่อความงามระดับโลกให้แก่คนรุ่นหลังสืบไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://sondhitalk.com/detail/9690000041889&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_sHg-CFO4xrc6b5q23TVI

  • สิริพงศ์ ยันฟังเสียงปชช. แลนด์บริดจ์คุ้มทุนเศรษฐกิจ : รอบวันทันเหตุการณ์ 17.00 น./ วันที่ 4 พ.ค.69

    สิริพงศ์ ยันฟังเสียงปชช. แลนด์บริดจ์คุ้มทุนเศรษฐกิจ : รอบวันทันเหตุการณ์ 17.00 น./ วันที่ 4 พ.ค.69

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/BZo6GJt4J7A&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2iEjBNgVQ1jOlvqYlIaouo

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 5 พฤษภาคม 2569 เบนซิน ดีเซล ลิตรละกี่บาท

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 5 พฤษภาคม 2569 เบนซิน ดีเซล ลิตรละกี่บาท

    ราคาน้ำมันวันพรุ่งนี้ 5 พ.ค. 2569 ล่าสุดราคาน้ำมันทุกชนิด กลุ่มดีเซล เบนซิน แก๊สโซฮอล์ ลิตรละเท่าไหร่

    อัปเดตข้อมูล วันที่ 4 พ.ค. 2569 เวลา 17.00 น. ล่าสุด เช็คราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 5 พฤษภาคม 2569 กลุ่มดีเซล เบนซิน และแก๊สโซฮอล์ โดยทีมข่าวเศรษฐกิจเว็บไซต์ Sanook อ้างอิงข้อมูลจาก จากเว็บไซต์ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด และ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด โดยล่าสุด ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 5/5/2569 มีผลเวลา 05.00 น. ดังต่อไปนี้

    ล่าสุดเวลานี้ 17.00 น. ราคาหน้าปั๊มยังคงที่ ไม่เปลี่ยนแปลง

    อัปเดต ราคาน้ำมันวันพรุ่งนี้ 5 พฤษภาคม 2569 มีผล เวลา 05.00 น. ดังนี้

    ราคาน้ำมัน “ปตท.” วันนี้ 5 พฤษภาคม 2569

    • ดีเซล B20 อยู่ที่ 33.80 บาท/ลิตร
    • ดีเซล อยู่ที่ 40.80 บาท/ลิตร
    • GSH E85S EVO อยู่ที่ 32.24 บาท/ลิตร
    • GSH E20S EVO อยู่ที่ 36.30 บาท/ลิตร
    • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.93 บาท/ลิตร
    • GSH95S EVO อยู่ที่ 43.30 บาท/ลิตร
    • เบนซิน อยู่ที่ 52.89 บาท/ลิตร
    • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล 62.10 บาท/ลิตร
    • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 52.39 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “บางจาก” วันนี้ 5 พฤษภาคม 2569

    • ดีเซล B20 อยู่ที่ 33.80 บาท/ลิตร
    • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 40.80 บาท/ลิตร
    • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 62.10 บาท/ลิตร
    • ไฮพรีเมียม 98 อยู่ที่ 56.04 บาท/ลิตร
    • GSH E85S EVO อยู่ที่ 32.24 บาท/ลิตร
    • GSH E20S EVO อยู่ที่ 36.30 บาท/ลิตร
    • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.93 บาท/ลิตร
    • GSH95S EVO อยู่ที่ 43.30 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “เชลล์” พรุ่งนี้ 5 พฤษภาคม 69

    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.33 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร
    • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 42.90 บาท/ลิตร
    • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 66.34 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “คาลเท็กซ์” พรุ่งนี้ 5 พฤษภาคม 69 

    • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 56.01 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร
    • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 40.20 บาท/ลิตร
    • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 62.10 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมันข้างต้นเป็นราคากลาง (ยังไม่รวมภาษีท้องถิ่น) ราคาหน้าปั๊มแต่ละแห่งอาจต่างกันเล็กน้อย โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนเติม

    ตรวจสอบ ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ ราคาแก๊ส ล่าสุดได้เลยที่นี่ ราคาน้ำมัน

    เช็กราคาน้ำมันวันนี้ ราคาน้ำมันแต่ละปั๊ม คลิกไปที่ www.sanook.com/money/oil-price-today/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/950415/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0JVoFf_BsKFB_jtDVEhJ7f