Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ตราดอ่วมพิษความไม่สงบ 9 วัน สูญพันล้าน ท่องเที่ยวทรุด ยอดจองหายกว่า 80% ประเมินยืด 7 เดือน เสียหายแตะหมื่นล้าน | TOPNEWS

    จ.ตราด/(17 ธันวาคม 2568) ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราด เปิดเผยถึงวิกฤตเศรษฐกิจในพื้นที่หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดน ระบุเพียง 9 วัน ความเสียหายพุ่งเป้าพันล้านบาท ขณะที่มูลค่าการค้าชายแดนที่สะสมมานานอาจแตะหลักหมื่นล้าน วอนรัฐเร่งเยียวยาภาระค่าจ้างแรงงานหลังต้องอพยพหนีภัย

    นายสุทธิลักษณ์ คุ้มครองรักษ์ เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจของจังหวัดตราดในขณะนี้กำลังเผชิญกับปัญหาหนักในหลายมิติ ทั้งด้านการขนส่ง แรงงาน และการค้าชายแดน โดยเฉพาะผลกระทบจากเหตุปะทะที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลเสียต่อภาคอุตสาหกรรม เกษตร และท่องเที่ยวอย่างรุนแรง ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นในช่วง 9 วันที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท โดยภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบไปแล้วเกือบ 500 ล้านบาท

    ในด้านการท่องเที่ยว นายสุทธิลักษณ์ ระบุว่า สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มไม่มั่นใจและขอยกเลิกการจองห้องพัก ทั้งในพื้นที่เกาะช้างและเกาะกูด ซึ่งช่วงปลายปีมียอดจองที่พักเกือบ 100% แต่ขณะนี้ถูกยกเลิกจนเหลือเพียง 20% เท่านั้น คาดการณ์ความเสียหายเฉพาะภาคท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท

    สำหรับผลกระทบต่อเนื่องจากการประกาศเคอร์ฟิวในช่วงก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ค่าขนส่งสินค้าและบริการในจังหวัดพุ่งสูงขึ้นถึง 1 เท่าตัว แม้ปัจจุบันจะมีการยกเลิกเคอร์ฟิวแล้วและคาดว่าค่าขนส่งจะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังราคาสินค้าและบริการในระยะถัดไป เนื่องจากเริ่มมีการแจ้งขอปรับราคาสินค้าจากผู้ผลิตหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ

    นายสุทธิลักษณ์ ระบุว่า มีความกังวลถึงปัญหาแรงงานกัมพูชาที่ไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ และภาระของนายจ้างในพื้นที่อพยพ ได้แก่ อ.คลองใหญ่, 4 ตำบลใน อ.เมือง และ อ.บ่อไร่ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนจากสำนักงานประกันสังคมและกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องการจ่ายเงินชดเชยจากการอพยพ ผู้ประกอบการบางรายต้องแบกรับค่าจ้างเดือนละ 2-3 ล้านบาท ทั้งที่ไม่มีรายได้เข้ามาเลยในช่วงนี้ ถือเป็นภาระหนักที่ต้องการความชัดเจนจากภาครัฐโดยเร็ว
    สำหรับความเสียหายนายสุทธิลักษณ์ คาดการณ์ว่า ตลอด 9 วันที่มีการปะทะกัน คาดว่ามากว่า 1,000 ล้านบาท ยังไม่รวมถึงมูลค่าการค้าชายแดนที่ขาดหายไปจากการปิดด่านเป็นเวลานาน ซึ่งหากคำนวณภาพรวมทั้งหมดคาดว่ามูลค่าความเสียหายน่าจะสูงถึงระดับหมื่นล้านบาท

    ภาพ/ข่าว จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ตราด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1426806&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1syuGKtCPDOOHxUNf_wnty

  • กนง.หั่นดอกเบี้ย 0.25% เหตุเศรษฐกิจชะลอ จับตาเงินฝืด

    กนง.หั่นดอกเบี้ย 0.25% เหตุเศรษฐกิจชะลอ จับตาเงินฝืด

    Loading…

    กนง.หั่นดอกเบี้ย 0.25% เหตุเศรษฐกิจชะลอ จับตาเงินฝืด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/finance-64&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Yg2do4hXKUDH1En2cDOkD

  • ตลาดคริสต์มาสเวียนนาคึกคัก – พาส่องพฤติกรรมผู้บริโภค  พร้อมวิเคราะห์เศรษฐกิจออสเตรียไตรมาสสุดท้าย ส่งท้ายปี 2025

    ตลาดคริสต์มาสเวียนนาคึกคัก – พาส่องพฤติกรรมผู้บริโภค พร้อมวิเคราะห์เศรษฐกิจออสเตรียไตรมาสสุดท้าย ส่งท้ายปี 2025

    ท่ามกลางบรรยากาศคริสต์มาสอันสวยงามทั่วออสเตรียในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึง ธันวาคมในปี 2025 นี้   แสงไฟระยิบระยับจากไฟประดับเมืองและตลาดคริสต์มาสอาจฉายภาพความรื่นเริงที่ดูเหมือนปกติสุข แต่หากมอง  ลึกลงไปในตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์ นี่คือช่วงเวลาที่เปราะบางและท้าทายที่สุดครั้งหนึ่งของสาธารณรัฐออสเตรีย โดยภาคการท่องเที่ยวได้กลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่ยังพอมีกำลังขับเคลื่อน GDP ของประเทศที่กำลังตกอยู่ในภาวะชะลอตัว (Stagnation) 

    จากข้อมูลล่าสุดของ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจแห่งออสเตรีย (WIFO) ที่เปิดเผยเมื่อต้นไตรมาสที่ 4 ปี 2025 ระบุชัดเจนว่าเศรษฐกิจออสเตรียปีนี้คาดการณ์ขยายตัวต่ำเพียงประมาณ 0.3% เท่านั้น ซึ่งเป็นผลพวงจากภาคการผลิตและส่งออกที่หดตัวตามเศรษฐกิจเยอรมนีซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลท่องเที่ยวฤดูหนาว (Winter Season 2025/2026) โดยเฉพาะในเดือนธันวาคมที่เป็นเดือนไฮไลต์ WIFO คาดการณ์ว่าการใช้จ่ายภาคเอกชนในหมวดบริการท่องเที่ยวและสันทนาการจะยังคงประคองตัวอยู่ได้ แม้ว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (Harmonised Index of Consumer Prices: HICP) จะยังทรงตัวในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะราคาพลังงานและค่าบริการที่ปรับตัวสูงขึ้น สิ่งที่น่าจับตามองคือพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป เน้นการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า (Value-for-Money) มากขึ้น นอกจากนี้ ตัวเลขจาก Statistik Austria ชี้ให้เห็นว่า แม้จำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้า (Arrivals) จะมีแนวโน้มฟื้นตัวกลับมาใกล้เคียงกับยุคก่อนโควิด (ปี 2019) แต่จำนวนคืนที่พักแรมเฉลี่ยกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นว่านักท่องเที่ยวระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น แต่ยังคงยอมจ่ายเพื่อประสบการณ์ระดับพรีเมียม ในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น

    ขณะที่บรรยากาศในกรุงเวียนนาช่วงเดือนธันวาคม 2025 ตลาดคริสต์มาสยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดเม็ดเงินมหาศาล สภาหอการค้าเวียนนา (Wirtschaftskammer Wien) ประเมินว่าตลาดคริสต์มาสกว่า 17 แห่งทั่วเมืองเวียนนาจะสร้างมูลค่าหมุนเวียนทางเศรษฐกิจได้หลายร้อยล้านยูโรในปีนี้ แต่สิ่งที่ผู้บริโภคต้องเผชิญคือภาวะเงินเฟ้อซึ่งอยู่ที่ประมาณ 4% ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ เป็นผลสะท้อนจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงงานในภาคบริการที่ปรับตัวสูงขึ้นตามข้อตกลงสหภาพแรงงานล่าสุด โดยจากผลสำรวจของ Deloitte เผยว่า ผู้บริโภคชาวออสเตรีย 31% วางแผนที่จะใช้จ่ายกับอาหารและเครื่องดื่มน้อยลงกว่าปีที่แล้ว ขณะที่ 28% จะลดการใช้จ่ายกับการซื้อของขวัญในช่วงเทศกาลนี้เช่นกัน โดยเหตุผลหลักคืออัตราเงินเฟ้อที่สูงอย่างต่อเนื่อง

    อย่างไรก็ดี ภาพของนักท่องเที่ยวที่กลับมาหนาแน่นบนถนนการค้าหลักในเมืองเวียนนาอย่าง Graben และ Kärntner Straße อาจสะท้อนว่าเสน่ห์ของเวียนนายังมีอำนาจเหนือป้ายราคาที่แพงขึ้นในระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการแข่งขันที่ดุเดือดของผู้ประกอบการที่ต้องงัดกลยุทธ์ทั้งด้านคุณภาพและราคามาแข่งขันกัน อีกหนึ่งประเด็นที่ไม่ควรมองข้ามคือ การขาดแคลนแรงงาน (Labor Shortage) ข้อมูลจากกรมการจัดหางานออสเตรีย (AMS) รายงานว่าภาคการท่องเที่ยวและร้านอาหารยังคงขาดแคลนแรงงานกว่าหมื่นตำแหน่งทั่วประเทศในฤดูหนาวนี้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายต้องจำกัดเวลาให้บริการ ซึ่งเป็นการเสียโอกาสในการทำรายได้ในช่วงพีคซีซัน ปัญหานี้อาจสะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างเศรษฐกิจของออสเตรียที่พึ่งพาภาคบริการจำเป็นต้องมีการปฏิรูปอย่างเร่งด่วน

    ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นสำนักงานฯ
    จากภาพรวมเศรษฐกิจและแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคออสเตรีย สำนักงานฯ เห็นว่า ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคออสเตรียที่เน้นความคุ้มค่า (Value-for-Money) มากขึ้น โดยมุ่งนำเสนอสินค้าและบริการที่มีคุณภาพในราคาที่แข่งขันได้ เช่น ของฝากพรีเมียม และสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ ขณะเดียวกันตลาดนักท่องเที่ยวยังคงให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่มีความพิเศษและแตกต่าง ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้จุดแข็งของไทยในด้านการบริการ (Hospitality) นำเสนอและยกระดับบริการต่างๆ เช่น Thai Massage & wellness, Thai Food Experience (เช่น คลาสเรียนทำอาหารไทย) หรือกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมมาสร้างคุณค่าเพิ่ม นอกจากนี้ การสื่อสารด้านความยั่งยืนและมาตรฐานแรงงานที่ตรวจสอบได้จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของสินค้าไทยในตลาดยุโรปมากขึ้น การส่งเสริมความร่วมมือกับร้านค้า โรงแรม และผู้จัดกิจกรรมท้องถิ่น เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภคทั้งชาวออสเตรียและนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมไปถึงการนำเสนอสินค้าที่ช่วยลดภาระแรงงาน เช่น สินค้าพร้อมจำหน่ายหรือสินค้าที่จัดเก็บง่าย ถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการลดต้นทุนการดำเนินงานและเพิ่มประสิทธิภาพได้ในระยะยาวเช่นกัน

    ธันวาคม 2568
    สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเวียนนา
     

    แหล่งอ้างอิงข้อมูล:. https://www.statistik.at/ https://www.statistik.at/ https://www.wko.at/wien
    https://www.deloitte.com/at/ https://www.ams.at/ 

    เครดิตภาพ : https://www.vienna.at/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/c2hb57jaill708k59166wytl&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GtXlKTVCMNLKjgDKOhsTh

  • ไทยรั้งอันดับ 2 โลก ธุรกิจเผชิญวิกฤตข้อมูลบิดเบือนคุกคามความมั่นคง

    ไทยรั้งอันดับ 2 โลก ธุรกิจเผชิญวิกฤตข้อมูลบิดเบือนคุกคามความมั่นคง

    เจาะลึกภัยคุกคามใหม่: เมื่อข้อมูลเท็จกลายเป็นอาวุธทำลายธุรกิจ

    จากรายงานความมั่นคงโลกปีล่าสุดโดย Allied Universal และ G4S ซึ่งสำรวจความคิดเห็นของหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง (CSO) กว่า 2,300 รายทั่วโลก พบว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สมรภูมิความมั่นคงรูปแบบใหม่ที่น่ากังวล โดยมีประเด็นสำคัญ
     

    สถิติที่น่าตกใจ: 78% ของบริษัทขนาดกลางและใหญ่ในไทย ตกเป็นเป้าหมายของแคมเปญ “ข้อมูลบิดเบือนและข้อมูลเท็จ” (Misinformation & Disinformation) ในรอบปีที่ผ่านมา

    แรงจูงใจอันตราย: 60% ของผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ผู้ไม่ประสงค์ดีมากกว่าครึ่งขับเคลื่อนด้วยข้อมูลบิดเบือน ซึ่งถือเป็นสถิติที่ สูงเป็นอันดับสองของโลก

    ภัยคุกคามภายใน: นอกเหนือจากปัจจัยภายนอก การรั่วไหลของข้อมูลสำคัญถูกคาดการณ์ว่าเป็นภัยคุกคามหลักจากภายในที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในปีหน้า

    ปัจจัยซ้ำเติมจากภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ

    ซานเจย์ เวอร์มา CEO ของ G4S ภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง ระบุว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังเผชิญกับความซับซ้อนจาก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจที่ผันผวน ซึ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดอาชญากรรมไซเบอร์ที่มีแรงจูงใจทางการเงินและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ

    ไทยรั้งอันดับ 2 โลก ธุรกิจเผชิญวิกฤตข้อมูลบิดเบือนคุกคามความมั่นคง

    โกมล ปานมงคล

    ด้าน โกมล ปานมงคล ผู้จัดการ G4S ประเทศไทย เสริมว่าในสภาวะที่ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามหลัก (53%) ธุรกิจจำเป็นต้องเปลี่ยนมุมมองต่อความปลอดภัย จากเดิมที่เป็นเพียงฝ่ายสนับสนุน ให้กลายเป็น “กลยุทธ์หลักขององค์กร”

    แนวทางการรับมือเพื่อความยั่งยืน

    เพื่อให้ธุรกิจไทยรอดพ้นจากวิกฤตข้อมูลเท็จและความไม่มั่นคงโลก รายงานฉบับนี้เสนอแนะ 3 แนวทางหลัก:

    ผสานเทคโนโลยีขั้นสูง: ลงทุนใน AI และโซลูชันดิจิทัลเพื่อดักจับและตอบโต้ข้อมูลบิดเบือนอย่างรวดเร็ว

    ยกระดับบุคลากร: ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ด่านหน้าให้มีความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีและเท่าทันเล่ห์เหลี่ยมทางไซเบอร์

    สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย: ส่งเสริมให้ความปลอดภัยเป็นหน้าที่ของทุกคนในองค์กร ไม่ใช่เพียงแผนกใดแผนกหนึ่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/735124&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0m6068zx17cArZIpSV5vi8

  • เปิดลิสต์ 10 จุดหมายปลายทางมาแรง 2026-2027 ที่นักเดินทางทั่วโลกกำลังจับตา

              เตรียมตัวออกเดินทางสู่ 10 จุดหมายปลายทางมาแรงในปี 2026-2027 ทั้งธรรมชาติ วิวสวย วัฒนธรรม และกิจกรรมเฉพาะตัว เหมาะกับสายชิลและสายผจญภัย

              นักเดินทางทั่วโลกกำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ สถานที่ท่องเที่ยว หรือจุดหมายที่แตกต่างจากเดิม ในปี 2026-2027 Unforgettable Travel Company ได้คัดเลือก 10 จุดหมายปลายทางมาแรง ที่เต็มไปด้วยวิวธรรมชาติสุดอลังการ วัฒนธรรมท้องถิ่น และกิจกรรมเฉพาะตัว เหมาะทั้งสายชิลและสายผจญภัย พร้อมสร้างความทรงจำไม่รู้ลืมให้ทุกทริป ถ้าคุณกำลังวางแผนการเดินทางปีหน้า นี่คือรายชื่อที่ห้ามพลาด

    จุดหมายปลายทางท่องเที่ยว
    2026-2027 มาแรง

    1. French Riviera ประเทศฝรั่งเศส

              เมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ผสมผสานระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีฟ้าใส เมืองตากอากาศสุดหรู และวัฒนธรรมฝรั่งเศสอันมีเอกลักษณ์ นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศชิค ๆ ของนีซ ความหรูหราของโมนาโก ความโรแมนติกของแซงต์-โตรเปซ์ ไปจนถึงหมู่บ้านริมเขาสุดคลาสสิกอย่างเอซและมองตง ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายศิลปะ อาหาร และไวน์ระดับโลก เหมาะทั้งสายพักผ่อนริมทะเล สายถ่ายรูป สายคาเฟ่ และสายไลฟ์สไตล์หรูแบบไม่เร่งรีบ หากใครกำลังมองหาทริปยุโรปที่ให้ทั้งความสวยงาม ความสงบ และความพรีเมียมในทริปเดียว French Riviera คือคำตอบที่น่าปักหมุดไว้ล่วงหน้าอย่างยิ่ง

    French Riviera ฝรั่งเศส

    2. The Cotswolds ประเทศอังกฤษ

              The Cotswolds กำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมาแรงของอังกฤษ สำหรับนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์ยุโรปแบบสโลว์ไลฟ์และโรแมนติก ด้วยเสน่ห์ของหมู่บ้านหินสีฮันนีย์สโตน ถนนเล็ก ๆ คดเคี้ยว ทุ่งหญ้าและเนินเขาเขียวขจี พร้อมบ้านหลังคามุงหญ้าและสวนดอกไม้สวยราวภาพวาด นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นในหมู่บ้านชื่อดังอย่าง Bourton-on-the-Water, Bibury และ Stow-on-the-Wold แวะคาเฟ่ท้องถิ่น ผับอังกฤษดั้งเดิม และที่พักสไตล์คอตเทจสุดอบอุ่น เหมาะทั้งสายถ่ายรูป สายพักผ่อน และผู้ที่อยากหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ หากกำลังวางแผนทริปอังกฤษในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า The Cotswolds คือจุดหมายที่ให้ทั้งความสงบ ความคลาสสิก และเสน่ห์แบบอังกฤษแท้ ๆ ที่ควรปักหมุดไว้

    The Cotswolds อังกฤษ

    3. The Dolomites ประเทศอิตาลี

              เทือกเขาสุดยิ่งใหญ่ทางตอนเหนือของอิตาลี ด้วยภูมิประเทศอันโดดเด่นของยอดเขาหินปูนรูปทรงแปลกตา ทะเลสาบสีเขียวมรกต และทุ่งหญ้าอัลไพน์กว้างสุดสายตา ที่นี่เหมาะทั้งสายธรรมชาติ สายแอดเวนเจอร์ และสายถ่ายภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเขาชมวิวที่ Seceda และ Tre Cime di Lavaredo การปั่นจักรยาน ทัวร์ถนนสายพาโนรามา หรือพักผ่อนในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ผสานวัฒนธรรมอิตาเลียนกับกลิ่นอายออสเตรียได้อย่างลงตัว หากใครกำลังมองหาทริปยุโรปที่ให้ความอลังการของธรรมชาติควบคู่ความสงบและคุณภาพชีวิต The Dolomites คือจุดหมายที่ควรรีบปักหมุดไว้ล่วงหน้าในแผนเที่ยว

    The Dolomites อิตาลี

    4. Seoul ประเทศเกาหลีใต้

              โซล (Seoul) ยังคงครองตำแหน่งหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมาแรงของเอเชียอย่างต่อเนื่อง ด้วยเสน่ห์ของเมืองที่ผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นย่านพระราชวังเคียงบกกุงและหมู่บ้านบุกชอนฮันอก ก่อนเปลี่ยนอารมณ์ไปช้อปปิ้ง คาเฟ่ และแฟชั่นในฮงแด เมียงดง และคังนัม พร้อมอินกับกระแส K-pop, ซีรีส์เกาหลี และอาหารสตรีตฟู้ดที่พัฒนาไม่หยุด ทั้งยังมีสวนสาธารณะ พื้นที่สีเขียว และจุดชมวิวเมืองที่เหมาะกับการพักผ่อนแบบคนเมืองรุ่นใหม่ หากใครกำลังมองหาทริปที่ครบทั้งวัฒนธรรม ความสนุก ความสะดวก และเทรนด์ล่าสุด โซลนี่แหละตอบโจทย์สุด ๆ

    Seoul เกาหลีใต้

    5. Slovenia

              ประเทศเล็ก ๆ กำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมาแรงของยุโรป สำหรับนักเดินทางที่มองหาธรรมชาติสวยบริสุทธิ์และบรรยากาศเงียบสงบแต่คุณภาพสูง ประเทศนี้โดดเด่นด้วยทะเลสาบเบลดที่มีโบสถ์กลางน้ำราวเทพนิยาย เทือกเขาแอลป์จูเลียน ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ และเมืองหลวงลูบลิยานาที่น่ารักเป็นมิตรต่อการเดินเท้า อีกทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อาหารท้องถิ่นคุณภาพดี และค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผลกว่าเมืองท่องเที่ยวหลักในยุโรปตะวันตก หากใครอยากค้นพบประเทศที่สวย สงบ และยังไม่แมสเกินไป Slovenia คือหมุดหมายที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

    Slovenia สโลวีเนีย

    6. Zambia

              Zambia กำลังถูกยกให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมาแรงของแอฟริกา ประเทศนี้โดดเด่นด้วยน้ำตกวิกตอเรียอันยิ่งใหญ่ หนึ่งในน้ำตกที่สวยที่สุดของโลก พร้อมซาฟารีคุณภาพสูงในอุทยานแห่งชาติอย่าง South Luangwa และ Lower Zambezi ที่ขึ้นชื่อเรื่องการชมสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิดและเป็นธรรมชาติ นักท่องเที่ยวยังสามารถล่องเรือแม่น้ำแซมบีซี ชมพระอาทิตย์ตก หรือพักในซาฟารีลอดจ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟท่ามกลางธรรมชาติบริสุทธิ์ ให้ทั้งความตื่นตา ความสงบ และประสบการณ์ระดับลึก หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

    Zambia แซมเบีย

    7. Hokkaido ปนะเทศญี่ปุ่น

              ฮอกไกโด กำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมาแรง โดยเฉพาะในหมู่นักเดินทางที่มองหาธรรมชาติสวย อากาศดี และบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ไม่แออัดเท่าเมืองหลัก โดดเด่นด้วยทุ่งดอกไม้กว้างสุดสายตาในบิเอะและฟุราโนะ ทะเลสาบใส ภูเขา และอุทยานแห่งชาติที่เหมาะทั้งการเดินเขาและพักผ่อนตามฤดูกาล อีกทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดใหม่ นมและของหวานคุณภาพสูง รวมถึงออนเซ็นท่ามกลางธรรมชาติหิมะในฤดูหนาว ไม่ว่าจะมาเที่ยวฤดูไหนก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว สวยและน่าประทับใจเกินคำบรรยาย

    Hokkaido ญี่ปุ่น

    8. Istria ประเทศโครเอเชีย

              คาบสมุทรทางตอนเหนือของโครเอเชีย สำหรับนักเดินทางที่หลงใหลยุโรปในมุมละเมียดและมีรสนิยม ที่นี่ผสมผสานกลิ่นอายเมดิเตอร์เรเนียนเข้ากับวัฒนธรรมอิตาเลียนได้อย่างมีเสน่ห์ ตั้งแต่เมืองเก่าริมทะเลอย่าง Rovinj ที่บ้านสีพาสเทลเรียงตัวตามชายฝั่ง ไปจนถึงหมู่บ้านกลางเนินเขาและไร่องุ่นที่ผลิตไวน์และทรัฟเฟิลชื่อดัง นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาช้า ๆ กับการชิมอาหารท้องถิ่น เดินเล่นเมืองหินโบราณ ปั่นจักรยานเลียบชายฝั่ง หรือชมพระอาทิตย์ตกเหนือทะเลเอเดรียติก ใครออยากเที่ยวยุโรปที่ยังคงความสวยดิบ ความสงบ และประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมแบบไม่เร่งรีบ ลองวางแผนทริปเที่ยวกันได้เลย

    Istria โครเอเชีย

    9. The Peloponnese ประเทศกรีซ

              ตั้งอยู่ทางคาบสมุทรทางตอนใต้ของกรีซ ที่นี่คือดินแดนซึ่งเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์กรีกโบราณ ชายฝั่งทะเลสีฟ้าเข้ม และวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวท้องถิ่นหลอมรวมกันอย่างกลมกลืน ตั้งแต่เมืองโบราณอย่าง Mycenae และ Epidaurus ไปจนถึงหมู่บ้านหินบนเนินเขา ชายหาดเงียบสงบ และไร่มะกอกทอดยาวสุดสายตา Peloponnese เหมาะกับการขับรถเที่ยวแบบโรดทริป แวะชิมอาหารกรีกแท้ ๆ และซึมซับบรรยากาศเมดิเตอร์เรเนียนที่ยังไม่ถูกรบกวนด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมาก หากกำลังมองหาปลายทางที่ให้ทั้งเรื่องราว วัฒนธรรม และความสงบในทริปเดียว Peloponnese คือกรีซในเวอร์ชันที่น่าหลงใหลและควรค่าแก่การไปเยือนในอนาคตอันใกล้

    The Peloponnese กรีซ

    10. กระบี่ ประเทศไทย

              จังหวัดทางใต้ของไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องชายหาดน้ำใส หน้าผาหินปูนสูง และลากูนสีมรกต ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักรีสอร์ตวิวหน้าผาหินปูนอันเป็นเอกลักษณ์ ออกเรือไปสัมผัสเกาะเล็กเกาะน้อยที่ยังคงความใสของน้ำทะเล หรือใช้เวลาช้า ๆ กับคาเฟ่และร้านอาหารท้องถิ่นที่ยกระดับวัตถุดิบพื้นถิ่นสู่เมนูร่วมสมัย กระบี่จึงไม่ใช่แค่เมืองทะเลสำหรับการมาเยือนครั้งเดียว แต่เป็นปลายทางที่ตอบโจทย์ทั้งสายพักผ่อน สายธรรมชาติ และนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์เรียบหรู ไม่เร่งรีบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการวางแผนทริปในครั้งต่อไป

    กระบี่ ประเทศไทย

             ไม่ว่าคุณจะชอบชายหาด ภูเขา ซาฟารี หรือเมืองสุดชิค ทั้ง 10 จุดหมายปลายทางนี้น่าสนใจและพร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ สำหรับการวางแผนทริปปีหน้า หากมีโอกาสก็ปักหมุดไว้แล้วตามไปเที่ยวกันนะ

    บทความ ที่เที่ยวต่างประเทศ เที่ยวต่างประเทศ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ขอบคุณข้อมูลจาก : เว็บไซต์ unforgettabletravel.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=http://travel.kapook.com/view297337.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-JRwqbEqy0p7sIuC_H3oB

  • ส.อ.ท.จี้ตรวจสอบสาเหตุแท้จริง ค่าเงินบาทแข็ง กระทบส่งออก-ท่องเที่ยว

    ส.อ.ท.จี้ตรวจสอบสาเหตุแท้จริง ค่าเงินบาทแข็ง กระทบส่งออก-ท่องเที่ยว

    ส.อ.ท.จี้ตรวจสอบสาเหตุแท้จริง ค่าเงินบาทแข็ง กระทบส่งออก-ท่องเที่ยว

    จากกรณีที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามาดูแลค่าเงินบาทและคุมเข้มธุรกรรมการขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อซื้อเงินบาทของธุรกิจทองคำ โดยได้สั่งการให้ธนาคารพาณิชย์ตรวจสอบเอกสารในธุรกรรมการขายเงินตราต่างประเทศเพื่อแลกซื้อเงินบาทของธุรกิจทองคำอย่างเข้มงวด และอยู่ระหว่างการขอให้ออกประกาศกระทรวงการคลังเพื่อให้อำนาจ ธปท. ในการเรียกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายเงินตราต่างประเทศจากผู้ค้าทองคำรายใหญ่ รวมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับธุรกรรมการขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อซื้อเงินบาท นั้น

    ต่อเรื่องดังกล่าว เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้ความเห็นว่า มาตรการดังกล่าวคงเป็นเพียง 1 ในมาตรการเท่านั้น เพราะสิ่งที่น่ากลัวคือ เงินเทา ธุรกิจสแกมเมอร์ อาศัยประเทศไทยเป็นแหล่งฟอกเงิน ดังนั้น ธปท. และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งเข้าไปตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่จริง

    ค่าเงินบาทแข็งค่ารุนแรง กระทบส่งออก-ท่องเที่ยว

    เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า ค่าเงินบาทไทย กำลังเผชิญกับการแข็งค่าขึ้นอย่างมาก โดยปัจจุบันแข็งค่าขึ้นกว่า 8% ซึ่งถือเป็นการแข็งค่ามากที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้เคยแข็งค่าขึ้น 5.77% ในเดือนก่อน ซึ่ง ธปท.เองก็ออกมายอมรับว่า การแข็งค่าในระดับนี้ ไม่ส่งผลดีต่อภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยว  เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน พบว่าค่าเงินด่องของเวียดนามแข็งค่าขึ้น 3% กว่า

    ส.อ.ท.จี้ตรวจสอบสาเหตุแท้จริง ค่าเงินบาทแข็ง กระทบส่งออก-ท่องเที่ยว เกรียงไกร เธียรนุกุล

    ในขณะที่เงินหยวนของจีนแข็งค่าขึ้นประมาณ 7% เศษ ซึ่งยังตามหลังการแข็งค่าของเงินบาทไทย ล่าสุด ค่าเงินบาทที่แข็งค่าทันที 8% กว่า ซึ่งได้รับอิทธิพลทางจิตวิทยาจากการที่สหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะลดอัตราดอกเบี้ยลงประมาณ 0.25 ทำให้ค่าเงินบาทของไทยที่ขี้ตกใจอยู่แล้ว แข็งค่าขึ้นมาอีก

    เร่งตรวจสอบที่มาของปัญหา ค่าเงินบาทแข็ง

    ดังนั้น เพื่อบรรเทาความกังวลเรื่องค่าเงินบาท ธปท.จึงได้ออกมาตรการสั่งการให้ธนาคารต่าง ๆ ตรวจสอบเอกสารการซื้อขายดอลลาร์ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทองคำ มาตรการดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการออกมาอย่างตรงจุดเพื่อช่วยแก้ปัญหา โดยครอบคลุมถึงการควบคุมรายละเอียดบัญชี การโอนเงิน และการซื้อขายทอง

    อย่างไรก็ตาม ประธาน ส.อ.ท.ระบุว่า จุดเริ่มต้นของการตรวจสอบธุรกรรมทองคำมาจากการที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ตั้งข้อสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับค่าเงินบาทตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และได้ส่งคำถามไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะธนาคารแห่งประเทศไทย

    ความผิดปกติของการส่งออกทองคำแท่งไปกัมพูชา

    จากการตรวจสอบรายละเอียดในภาคการส่งออก หลังเกิดการปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชาซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้าขายชายแดน กกร. ได้ตรวจสอบรายการสินค้าส่งออก 10 อันดับแรกจากไทยไปกัมพูชา และพบว่าหมวดเครื่องประดับและอัญมณีเป็นรายการส่งออกอันดับ 3 แต่เมื่อเจาะลึกกลับพบว่าสินค้าในหมวดนี้ ไม่ใช่เครื่องประดับหรืออัญมณี แต่เป็นทองแท่งล้วน ๆ

    ยอดการส่งออกทองคำแท่งไปยังกัมพูชามีอัตราที่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ โดยมีรายละเอียดดังนี้

    • ปี 2566: ยอดส่งออกอยู่ที่ประมาณ 12,000 ล้านบาท

    • ปี 2567: ยอดพุ่งขึ้นเกือบ 10 เท่า ไปอยู่ที่ประมาณ 105,000 ล้านบาท

    • ปี 2568 (7 เดือนแรก จนถึงวันที่มีการปะทะ): ยอดส่งออกสะสมอยู่ที่ 71,000 ล้านบาท

    ด้วยยอดที่สูงมากนี้ ทำให้กัมพูชากลายเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ที่ไทยส่งออกทองคำแท่งไปมากที่สุด โดยมีปริมาณตามหลังสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งเป็นอันดับ 1 เพียงเล็กน้อย

    การส่งออกที่ผิดปกติเช่นนี้ นำมาซึ่งคำถามว่าจำนวนเงินที่ใช้ซื้อทองคำมีที่มาที่ไปถูกต้องหรือไม่ และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นด้วยหรือไม่

    หวั่นใช้ไทยเป็นแหล่งฟอกเงินเทาสแกมเมอร์

    แม้ว่ามาตรการควบคุมที่ดำเนินการไปจะช่วยลดการแข็งค่าของเงินบาทในระยะสั้น (จาก 7% เศษ เหลือ 5% กว่า) แต่ค่าเงินบาทก็ได้กลับมาแข็งค่าทะลุ 8% กว่าอีกครั้ง กกร. ชี้ว่ามาตรการที่ออกมาเป็นเพียงหนึ่งในมาตรการเท่านั้น

    สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้ คือปัญหา เงินเทา และ ธุรกิจสแกมเมอร์ ที่อาจอาศัยประเทศไทยเป็นแหล่งในการฟอกเงิน เนื่องจากไม่ทราบทิศทางการเข้ามาของเงินเหล่านี้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการแข็งค่าของเงินบาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/735132&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2sQDvmuYFrwk5hBkpa_2JF

  • กรุงเทพฯ ยืน 1 เมืองท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนมากที่สุดในโลกปี 2568

    กรุงเทพฯ ยืน 1 เมืองท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนมากที่สุดในโลกปี 2568

    17 ธันวาคม 2568 เพจ กรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความ ระบุ ใครไม่มาถือว่าพลาด! จากข้อมูลล่าสุดของ “Euromonitor International” ในรายงาน Top 100 City Destinations Index 2025 ยืนยันแล้วว่าปีนี้ กทม. ฮอตปรอทแตก ต้อนรับนักท่องเที่ยวไป 30.3 ล้านคน ชนะเลิศอันดับ 1 ของโลกไปเลยจ้า

    ไม่ว่าจะเป็นสตรีทฟู้ด วัดสวยๆ หรือแหล่งช้อปปิ้ง ก็ทำให้ทุกคนประทับใจ เพื่อนๆ คิดว่าอะไรคือ “ทีเด็ด” ที่ทำให้ต่างชาติหลงรักกรุงเทพฯที่สุด คอมเมนต์บอกหน่อย

    10 อันดับเมืองที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดในปี 2568

    • กรุงเทพมหานคร จำนวน 30.3 ล้านคน
    • ฮ่องกง จำนวน 23.2 ล้านคน
    • ลอนดอน จำนวน 22.7 ล้านคน
    • มาเก๊า จำนวน 20.4 ล้านคน
    • อิสตันบูล จำนวน 19.7 ล้านคน
    • ดูไบ จำนวน 19.5 ล้านคน
    • เมกกะ จำนวน 18.7 ล้านคน
    • อันตัลยา จำนวน 18.6 ล้านคน
    • ปารีส จำนวน 18.3 ล้านคน
    • กัวลาลัมเปอร์ จำนวน 17.3 ล้านคน

    Photo : Visit บางกอก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/63357&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2s99J7l6onAvzA9vbqns6n

  • ดีป้า ร่วมกับ BDI และ TCT ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย ด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ ปัญญาประดิษฐ์ และดิจิทัล

    ดีป้า ร่วมกับ BDI และ TCT ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย ด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ ปัญญาประดิษฐ์ และดิจิทัล

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/technology/117647&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2PajDqL1x8FbDgH5KYs144

  • สื่อนอกเผย การท่องเที่ยวกัมพูชาได้รับผลกระทบหลังเหตุปะทะชายแดน

    สื่อนอกเผย การท่องเที่ยวกัมพูชาได้รับผลกระทบหลังเหตุปะทะชายแดน

    สื่อนอกเผย การท่องเที่ยวกัมพูชาได้รับผลกระทบหลังเหตุปะทะชายแดน

    ภาคการท่องเที่ยวกัมพูชาได้รับผลกระทบหลังปะทะไทย เฉพาะช่วง มิ.ย. – พ.ย. ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

    สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า ผู้บริหารในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของกัมพูชาแสดงความกังวลว่า เหตุการปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาครั้งล่าสุด ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. และยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง จะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคการท่องเที่ยวที่กำลังประสบปัญหาอยู่แล้วจากการปะทะก่อนหน้านี้ในเดือน ก.ค.

    เมื่อปี 2567 ภาคการท่องเที่ยวคิดเป็นเกือบ 10% ของเศรษฐกิจของประเทศกัมพูชา

    Reuters/Cindy Liu
    นครวัด สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของกัมพูชา

    สถิติจากอังกอร์เอ็นเตอร์ไพรซ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการขายตั๋วเข้าชมนครวัดและวัดโบราณอื่น ๆ ของกัมพูชา ชี้ให้เห็นถึงการชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัดของการเยี่ยมชมจากชาวต่างชาติ นับตั้งแต่ความตึงเครียดกับไทยปะทุขึ้นในปลายเดือน พ.ค. โดยจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในช่วงเดือน มิ.ย. – พ.ย. ที่ผ่านมา ลดลง 20% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2567

    จำนวนผู้เข้าชมนครวัดทั้งหมดเมื่อปีที่แล้วอยู่ที่มากกว่า 1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อนหน้านั้น แต่ยังคงน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้เข้าชมมากกว่า 2 ล้านคนในปี 2561 และ 2562 ก่อนการระบาดของโควิด-19

    ทั่วประเทศ จำนวนนักท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยที่ข้ามพรมแดนไปเล่นการพนันในกาสิโนของกัมพูชา ลดลง 34% ตั้งแต่เดือน พ.ค. เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

    พนักงานในภาคการท่องเที่ยวกัมพูชาระบุว่า พวกเขาถูกถามบ่อยครั้งว่ากัมพูชาปลอดภัยหรือไม่

    เชย์ ศิวลิน ประธานสมาคมการท่องเที่ยวแห่งกัมพูชา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการทัวร์ของประเทศกำลังพยายามสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวว่า ความขัดแย้งอยู่ห่างไกลจากสถานที่ท่องเที่ยวในเสียมเรียบ พนมเปญ และศูนย์กลางอื่น ๆ มากพอ

    “ผู้ประกอบการทัวร์ของเราได้อธิบายว่า พื้นที่พิพาทอยู่ห่างไกลจากสถานที่ท่องเที่ยวหลัก และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของเรา เราจะไม่พาพวกเขาไปยังที่ที่สถานการณ์ไม่มั่นคง” เธอกล่าว

    ศิวลินกล่าวว่า ความขัดแย้งในเดือนนี้และการสู้รบก่อนหน้านี้ในช่วงปลายเดือน ก.ย. ได้สร้างความเสียหายให้กับวัดพระวิหาร ซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโกที่ตั้งอยู่ตามแนวชายแดนที่มีข้อพิพาท รวมถึงปราสาทตาควายด้วย

    เธอกล่าวว่าสถานที่สำคัญเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ “หัวใจและจิตวิญญาณ” ของการท่องเที่ยวของกัมพูชา

    “การเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกทำให้เรามีความหวังว่าสถานที่เหล่านี้จะได้รับการคุ้มครองภายใต้อิทธิพลของนานาชาติ อย่างไรก็ตาม การขาดการมีส่วนร่วมและการตอบสนองของยูเนสโกหลังจากการทำลายปราสาทศักดิ์สิทธิ์ของเรานั้นเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังและท้อแท้” ศิวลินกล่าว

    ยูเนสโกออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อความขัดแย้งชายแดน โดยเสริมว่า องค์กรสหประชาชาติเตือนทุกฝ่ายถึงพันธกรณีและความมุ่งมั่นที่จะเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ

    ทั้งไทยและกัมพูชารายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ในปีนี้ ไม่เพียงแต่เนื่องจากการปะทะกันข้ามพรมแดนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมในภาคใต้ของประเทศไทย และปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์และการค้ามนุษย์ในพื้นที่ด้วย

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่า จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 32 ล้านคนในปี 2025 ซึ่งลดลงประมาณ 9.8% จากปีที่แล้ว

    ปกติเดือน ธ.ค. และ ม.ค. มักจะเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในภูมิภาคนี้ ดังนั้นไกด์นำเที่ยวจึงกล่าวว่า พวกเขากำลังเตรียมรับมือกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่น้อยกว่าค่าเฉลี่ย

    ฮักเลา เชวย์ ไกด์ชาวกัมพูชาผู้บริหารแบรนด์สื่อการท่องเที่ยว Laoclassics กล่าวกับ Nikkei Asia ว่า นักท่องเที่ยวดูเหมือนจะลังเลในการจองมากขึ้น เขายังคงได้รับการสอบถามเกี่ยวกับการเดินทางในช่วงเดือน ม.ค. – เม.ย. แต่มีจำนวนการจองจริงน้อยกว่าในปี 2567

    “การสอบถามส่วนใหญ่มาพร้อมกับคำถามว่า ‘ตอนนี้ปลอดภัยไหม สถานการณ์เป็นอย่างไร?’ แต่ผมคิดว่าผู้คนอยากมาจริง ๆ พวกเขากำลังวางแผนที่จะมาอยู่แล้ว” เชวย์กล่าว

    ด้วยความไม่แน่นอนเหล่านี้ เชวย์จึงตั้งข้อสังเกตว่า นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มที่จะจองล่วงหน้าน้อยลง และทริปของพวกเขาจะมีระยะสั้นกว่าที่เคยเป็นมา

    อเล็กซิส เดอ ซูร์แม็ง เจ้าของรีสอร์ตเทมเปิลเลชันในเสียมเรียบและแบรนด์โรงแรมมาดส์ กล่าวว่า แม้ว่านครวัดจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยไปเที่ยวสถานที่อื่น ๆ ในกัมพูชา

    “เรายังไม่ได้กระจายความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวมากพอ ยังมีพื้นที่อีกมากสำหรับการเติบโตและการกระจายความหลากหลาย กัมพูชามีสถานที่สวยงามน่าทึ่งอีกมากมายที่ยังไม่ได้รับการเปิดเผย” เขากล่าว โดยอ้างถึงสถานที่ต่างๆ เช่น แม่น้ำโขงและทะเลสาบโตนเลสาบ

    เรียบเรียงจาก Nikkei Asia

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A8/263907&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37O4qSusj-RtN__Bj_Zq2E

  • เปิดลิสต์ 10 จุดหมายปลายทางมาแรง 2026-2027 ที่นักเดินทางทั่วโลกกำลังจับตา

              เตรียมตัวออกเดินทางสู่ 10 จุดหมายปลายทางมาแรงในปี 2026-2027 ทั้งธรรมชาติ วิวสวย วัฒนธรรม และกิจกรรมเฉพาะตัว เหมาะกับสายชิลและสายผจญภัย

              นักเดินทางทั่วโลกกำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ สถานที่ท่องเที่ยว หรือจุดหมายที่แตกต่างจากเดิม ในปี 2026-2027 Unforgettable Travel Company ได้คัดเลือก 10 จุดหมายปลายทางมาแรง ที่เต็มไปด้วยวิวธรรมชาติสุดอลังการ วัฒนธรรมท้องถิ่น และกิจกรรมเฉพาะตัว เหมาะทั้งสายชิลและสายผจญภัย พร้อมสร้างความทรงจำไม่รู้ลืมให้ทุกทริป ถ้าคุณกำลังวางแผนการเดินทางปีหน้า นี่คือรายชื่อที่ห้ามพลาด

    จุดหมายปลายทางท่องเที่ยว
    2026-2027 มาแรง

    1. French Riviera ประเทศฝรั่งเศส

              เมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ผสมผสานระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีฟ้าใส เมืองตากอากาศสุดหรู และวัฒนธรรมฝรั่งเศสอันมีเอกลักษณ์ นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศชิค ๆ ของนีซ ความหรูหราของโมนาโก ความโรแมนติกของแซงต์-โตรเปซ์ ไปจนถึงหมู่บ้านริมเขาสุดคลาสสิกอย่างเอซและมองตง ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายศิลปะ อาหาร และไวน์ระดับโลก เหมาะทั้งสายพักผ่อนริมทะเล สายถ่ายรูป สายคาเฟ่ และสายไลฟ์สไตล์หรูแบบไม่เร่งรีบ หากใครกำลังมองหาทริปยุโรปที่ให้ทั้งความสวยงาม ความสงบ และความพรีเมียมในทริปเดียว French Riviera คือคำตอบที่น่าปักหมุดไว้ล่วงหน้าอย่างยิ่ง

    French Riviera ฝรั่งเศส

    2. The Cotswolds ประเทศอังกฤษ

              The Cotswolds กำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมาแรงของอังกฤษ สำหรับนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์ยุโรปแบบสโลว์ไลฟ์และโรแมนติก ด้วยเสน่ห์ของหมู่บ้านหินสีฮันนีย์สโตน ถนนเล็ก ๆ คดเคี้ยว ทุ่งหญ้าและเนินเขาเขียวขจี พร้อมบ้านหลังคามุงหญ้าและสวนดอกไม้สวยราวภาพวาด นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นในหมู่บ้านชื่อดังอย่าง Bourton-on-the-Water, Bibury และ Stow-on-the-Wold แวะคาเฟ่ท้องถิ่น ผับอังกฤษดั้งเดิม และที่พักสไตล์คอตเทจสุดอบอุ่น เหมาะทั้งสายถ่ายรูป สายพักผ่อน และผู้ที่อยากหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ หากกำลังวางแผนทริปอังกฤษในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า The Cotswolds คือจุดหมายที่ให้ทั้งความสงบ ความคลาสสิก และเสน่ห์แบบอังกฤษแท้ ๆ ที่ควรปักหมุดไว้

    The Cotswolds อังกฤษ

    3. The Dolomites ประเทศอิตาลี

              เทือกเขาสุดยิ่งใหญ่ทางตอนเหนือของอิตาลี ด้วยภูมิประเทศอันโดดเด่นของยอดเขาหินปูนรูปทรงแปลกตา ทะเลสาบสีเขียวมรกต และทุ่งหญ้าอัลไพน์กว้างสุดสายตา ที่นี่เหมาะทั้งสายธรรมชาติ สายแอดเวนเจอร์ และสายถ่ายภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเขาชมวิวที่ Seceda และ Tre Cime di Lavaredo การปั่นจักรยาน ทัวร์ถนนสายพาโนรามา หรือพักผ่อนในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ผสานวัฒนธรรมอิตาเลียนกับกลิ่นอายออสเตรียได้อย่างลงตัว หากใครกำลังมองหาทริปยุโรปที่ให้ความอลังการของธรรมชาติควบคู่ความสงบและคุณภาพชีวิต The Dolomites คือจุดหมายที่ควรรีบปักหมุดไว้ล่วงหน้าในแผนเที่ยว

    The Dolomites อิตาลี

    4. Seoul ประเทศเกาหลีใต้

              โซล (Seoul) ยังคงครองตำแหน่งหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมาแรงของเอเชียอย่างต่อเนื่อง ด้วยเสน่ห์ของเมืองที่ผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นย่านพระราชวังเคียงบกกุงและหมู่บ้านบุกชอนฮันอก ก่อนเปลี่ยนอารมณ์ไปช้อปปิ้ง คาเฟ่ และแฟชั่นในฮงแด เมียงดง และคังนัม พร้อมอินกับกระแส K-pop, ซีรีส์เกาหลี และอาหารสตรีตฟู้ดที่พัฒนาไม่หยุด ทั้งยังมีสวนสาธารณะ พื้นที่สีเขียว และจุดชมวิวเมืองที่เหมาะกับการพักผ่อนแบบคนเมืองรุ่นใหม่ หากใครกำลังมองหาทริปที่ครบทั้งวัฒนธรรม ความสนุก ความสะดวก และเทรนด์ล่าสุด โซลนี่แหละตอบโจทย์สุด ๆ

    Seoul เกาหลีใต้

    5. Slovenia

              ประเทศเล็ก ๆ กำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมาแรงของยุโรป สำหรับนักเดินทางที่มองหาธรรมชาติสวยบริสุทธิ์และบรรยากาศเงียบสงบแต่คุณภาพสูง ประเทศนี้โดดเด่นด้วยทะเลสาบเบลดที่มีโบสถ์กลางน้ำราวเทพนิยาย เทือกเขาแอลป์จูเลียน ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ และเมืองหลวงลูบลิยานาที่น่ารักเป็นมิตรต่อการเดินเท้า อีกทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อาหารท้องถิ่นคุณภาพดี และค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผลกว่าเมืองท่องเที่ยวหลักในยุโรปตะวันตก หากใครอยากค้นพบประเทศที่สวย สงบ และยังไม่แมสเกินไป Slovenia คือหมุดหมายที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

    Slovenia สโลวีเนีย

    6. Zambia

              Zambia กำลังถูกยกให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมาแรงของแอฟริกา ประเทศนี้โดดเด่นด้วยน้ำตกวิกตอเรียอันยิ่งใหญ่ หนึ่งในน้ำตกที่สวยที่สุดของโลก พร้อมซาฟารีคุณภาพสูงในอุทยานแห่งชาติอย่าง South Luangwa และ Lower Zambezi ที่ขึ้นชื่อเรื่องการชมสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิดและเป็นธรรมชาติ นักท่องเที่ยวยังสามารถล่องเรือแม่น้ำแซมบีซี ชมพระอาทิตย์ตก หรือพักในซาฟารีลอดจ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟท่ามกลางธรรมชาติบริสุทธิ์ ให้ทั้งความตื่นตา ความสงบ และประสบการณ์ระดับลึก หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

    Zambia แซมเบีย

    7. Hokkaido ปนะเทศญี่ปุ่น

              ฮอกไกโด กำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมาแรง โดยเฉพาะในหมู่นักเดินทางที่มองหาธรรมชาติสวย อากาศดี และบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ไม่แออัดเท่าเมืองหลัก โดดเด่นด้วยทุ่งดอกไม้กว้างสุดสายตาในบิเอะและฟุราโนะ ทะเลสาบใส ภูเขา และอุทยานแห่งชาติที่เหมาะทั้งการเดินเขาและพักผ่อนตามฤดูกาล อีกทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดใหม่ นมและของหวานคุณภาพสูง รวมถึงออนเซ็นท่ามกลางธรรมชาติหิมะในฤดูหนาว ไม่ว่าจะมาเที่ยวฤดูไหนก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว สวยและน่าประทับใจเกินคำบรรยาย

    Hokkaido ญี่ปุ่น

    8. Istria ประเทศโครเอเชีย

              คาบสมุทรทางตอนเหนือของโครเอเชีย สำหรับนักเดินทางที่หลงใหลยุโรปในมุมละเมียดและมีรสนิยม ที่นี่ผสมผสานกลิ่นอายเมดิเตอร์เรเนียนเข้ากับวัฒนธรรมอิตาเลียนได้อย่างมีเสน่ห์ ตั้งแต่เมืองเก่าริมทะเลอย่าง Rovinj ที่บ้านสีพาสเทลเรียงตัวตามชายฝั่ง ไปจนถึงหมู่บ้านกลางเนินเขาและไร่องุ่นที่ผลิตไวน์และทรัฟเฟิลชื่อดัง นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาช้า ๆ กับการชิมอาหารท้องถิ่น เดินเล่นเมืองหินโบราณ ปั่นจักรยานเลียบชายฝั่ง หรือชมพระอาทิตย์ตกเหนือทะเลเอเดรียติก ใครออยากเที่ยวยุโรปที่ยังคงความสวยดิบ ความสงบ และประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมแบบไม่เร่งรีบ ลองวางแผนทริปเที่ยวกันได้เลย

    Istria โครเอเชีย

    9. The Peloponnese ประเทศกรีซ

              ตั้งอยู่ทางคาบสมุทรทางตอนใต้ของกรีซ ที่นี่คือดินแดนซึ่งเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์กรีกโบราณ ชายฝั่งทะเลสีฟ้าเข้ม และวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวท้องถิ่นหลอมรวมกันอย่างกลมกลืน ตั้งแต่เมืองโบราณอย่าง Mycenae และ Epidaurus ไปจนถึงหมู่บ้านหินบนเนินเขา ชายหาดเงียบสงบ และไร่มะกอกทอดยาวสุดสายตา Peloponnese เหมาะกับการขับรถเที่ยวแบบโรดทริป แวะชิมอาหารกรีกแท้ ๆ และซึมซับบรรยากาศเมดิเตอร์เรเนียนที่ยังไม่ถูกรบกวนด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมาก หากกำลังมองหาปลายทางที่ให้ทั้งเรื่องราว วัฒนธรรม และความสงบในทริปเดียว Peloponnese คือกรีซในเวอร์ชันที่น่าหลงใหลและควรค่าแก่การไปเยือนในอนาคตอันใกล้

    The Peloponnese กรีซ

    10. กระบี่ ประเทศไทย

              จังหวัดทางใต้ของไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องชายหาดน้ำใส หน้าผาหินปูนสูง และลากูนสีมรกต ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักรีสอร์ตวิวหน้าผาหินปูนอันเป็นเอกลักษณ์ ออกเรือไปสัมผัสเกาะเล็กเกาะน้อยที่ยังคงความใสของน้ำทะเล หรือใช้เวลาช้า ๆ กับคาเฟ่และร้านอาหารท้องถิ่นที่ยกระดับวัตถุดิบพื้นถิ่นสู่เมนูร่วมสมัย กระบี่จึงไม่ใช่แค่เมืองทะเลสำหรับการมาเยือนครั้งเดียว แต่เป็นปลายทางที่ตอบโจทย์ทั้งสายพักผ่อน สายธรรมชาติ และนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์เรียบหรู ไม่เร่งรีบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการวางแผนทริปในครั้งต่อไป

    กระบี่ ประเทศไทย

             ไม่ว่าคุณจะชอบชายหาด ภูเขา ซาฟารี หรือเมืองสุดชิค ทั้ง 10 จุดหมายปลายทางนี้น่าสนใจและพร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ สำหรับการวางแผนทริปปีหน้า หากมีโอกาสก็ปักหมุดไว้แล้วตามไปเที่ยวกันนะ

    บทความ ที่เที่ยวต่างประเทศ เที่ยวต่างประเทศ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ขอบคุณข้อมูลจาก : เว็บไซต์ unforgettabletravel.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=http://travel.kapook.com/view297337.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-JRwqbEqy0p7sIuC_H3oB