Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 29 ธันวาคม 2568 – InterGold

    บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 29 ธันวาคม 2568 – InterGold

    วันที่ 29 ธันวาคม 2568 เวลา 10.47 น.

    กลยุทธ์ : Buy-on-dips
    แนวรับ : $4,430 หรือ 66,000
    แนวต้าน : $4,530 หรือ 66,800

    ข่าว :

    .

    บรรยากาศปลายปีทำให้ตลาด “เหวี่ยงแรง” ได้ง่าย เพราะสภาพคล่องบาง แต่จุดที่ต้องโฟกัสจริง ๆ คือสัปดาห์แรกหลังเปิดปี โดยเฉพาะตัวเลข Non-Farm Payrolls คืนวันศุกร์ ซึ่งมักเป็นตัวชี้โทนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ช่วงต้นปีและอาจทำให้ราคาทองแกว่งแรงได้อีกระลอก ขณะเดียวกันตลาดยังจับตาความเห็นต่างระหว่าง Fed กับมุมมองของตลาดเรื่องจำนวนครั้งการลดดอกเบี้ย รวมถึงประเด็นการเมือง/นโยบายปีหน้าอย่าง “การเปลี่ยนประธาน Fed” ที่อาจเปลี่ยนโทนการเงินทั้งระบบ ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภาพตะวันออกกลางดูผ่อนลง แต่ความเสี่ยงยังคุกรุ่นในยูเครน–รัสเซีย และแรงเสียดทานในทะเลจีนใต้/จีน–ญี่ปุ่น ซึ่งพร้อมปะทุเป็นข่าวเร่งให้ทองดีดได้ทุกเมื่อ

    .

    วิเคราะห์ทองคำ :

    .

    โครงสร้างราคาวันนี้สะท้อนภาพ “ลงแรงแต่เด้งไว” จึงยังตีความเป็นการพักตัวจากแรงขายทำกำไรระยะสั้นมากกว่าการกลับตัวเป็นขาลงเต็มรูปแบบ การรีบาวด์เร็วและกลับมายืนเหนือโซนสำคัญได้ ทำให้เทรนด์หลักยังดูแข็งแรง แต่ความผันผวนมีโอกาสสูงต่อเนื่องจากทั้งปัจจัยข้อมูลเศรษฐกิจและสภาพคล่องบางช่วงปลายปี-ต้นปี ในเชิงเทคนิค โซนแนวรับสำคัญอยู่แถว $4,430 (ประมาณ 66,000 บาท) และโซนย่อยที่ตลาดจับตาคือ $4,460–4,470 ว่าย่อแล้วรับอยู่หรือไม่ ขณะที่แนวต้านหลักอยู่แถว $4,530 (ประมาณ 66,800 บาท) และถ้าผ่านโซนสำคัญถัดไปได้ ภาพจะกลับเข้าสู่โหมด “ไปต่อ” ชัดขึ้น

    กลยุทธ์ :

    .

    ภาพรวมยังเหมาะกับแนวทาง Buy-on-dips คือเล่นตามเทรนด์หลัก แต่ต้องบริหารความเสี่ยงให้เข้มขึ้นเพราะตลาดกำลังเข้า “ช่วงเดดไลน์” ของ Christmas Effect แถว 5 ม.ค. ที่มักเห็นแรงปรับพอร์ต/ทำกำไร ก่อนจะลุ้นแรงหนุนแบบ January Effect ในช่วงถัดไป แผนปฏิบัติคือรอจังหวะย่อเข้าซื้อใกล้แนวรับสำคัญและทยอยลดความเสี่ยงเมื่อเข้าใกล้แนวต้าน โดยระวังความผันผวนจากตัวเลข NFP เป็นพิเศษ เพราะถ้าตัวเลขออกมาดีมากอาจกดดันทองช่วงต้นปีได้ ในทางกลับกัน หากเกิดข่าวภูมิรัฐศาสตร์แรง ๆ ก็พร้อมเป็นตัวเร่งให้ราคาดีดขึ้นเร็วเช่นกัน

    .

    #ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา

    สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.intergold.co.th/investor_core/analyze-29-dec-2025/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2SDmTDJVRWkt-MDX1apAVd

  • เปิดรายได้ธุรกิจ บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส. พรรคดัง ที่สังคมกำลังจับตา

    เปิดรายได้ธุรกิจ บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส. พรรคดัง ที่สังคมกำลังจับตา

    เปิดรายได้ธุรกิจ บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ที่สังคมกำลังจับตามอง

    นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน เป็นหนึ่งในผู้สมัครที่หลายคนจับตามอง เพราะก่อนที่เขาจะลงสมัครรับเลือกตั้ง นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ เคยทำงานเกี่ยวข้องกับฝ่ายนิติบัญญัติหลายตำแหน่ง เช่น ผผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, เลขานุการคณะกรรมาธิการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา, ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและส่งเสริมการประกอบธุรกิจสีเขียว, และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า

    นอกจากงานที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายนิติบัญญัติแล้ว ในอีกมุมหนึ่งนายบุญฤทธิ์ ยังเป็นนักธุรกิจ และยังมีบริษัทส่วนตัวอีกด้วย

    เปิดรายได้ธุรกิจ บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์

    Sanook Money ตรวจสอบข้อมูลจาก creden data จากฐานข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ผ่านระบบวิเคราะห์ข้อมูลบริษัทครบวงจร พบว่า นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ปรากฎเป็นกรรมการ 2 แห่ง และถือหุ้น 3 รายการ มูลค่าหุ้นทั้งหมด 2,840,786 บาท โดยมีผลประกอบการย้อนหลังดังนี้

    บริษัท เอ็มคอน อินเตอร์เทรด จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2553 พบนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริษัท และถือหุ้นจำนวน 5,100 หุ้น (51.00%) มูลค่าหุ้น 1,568,664 บาท ดำเนินธุรกิจการขายส่งอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท โดยมีผลประกอบการย้อนหลังดังนี้

    • ปี 2565 รายได้ 3,816,898.86 บาท กำไร 677,430.79 บาท
    • ปี 2566 รายได้ 4,854,160.79 บาท กำไร 587,748.17 บาท
    • ปี 2567 รายได้ 3,187,970.95 บาท ขาดทุน 37,876.83 บาท

    ปี 2567 มีสินทรัพย์รวม 3,103,902.10 บาท รวมหนี้สิน 28,090.00 บาท


    บริษัท เอ็มทีซี ปิโตร แอนด์ ทรานส์ จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2566 พบนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริษัท และถือหุ้นจำนวน 10,200 หุ้น (51.00%) มูลค่าหุ้น 60,497 บาท ดำเนินธุรกิจการขนส่งและขนถ่ายสินค้า รวมถึงคนโดยสาร ปัจจุบันทุนจดทะเบียน 2,000,000 บาท โดยมีผลประกอบการย้อนหลังดังนี้

    • ปี 2567 รายได้ 54,552,519.81 บาท ขาดทุน 1,838,208.67 บาท

    ปี 2567 มีสินทรัพย์รวม 1,760,526.62 บาท รวมหนี้สิน 1,641,905.29 บาท


    นอกจากนี้ ยังพบว่านายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ถือหุ้นบริษัท เซซูแป เอเจนซี จำกัด จำนวน 304 หุ้น (3.04%) มูลค่าหุ้น 1,211,625 บาท ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจรับจัดงานแสดงสินค้า, ประสานงานในกิจกรรมต่างๆ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/946239/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw132jkizbY6-nHjGVh2gty1

  • คลัง เผยเศรษฐกิจไทย พ.ย.รับแรงหนุนส่งออกโตต่อเนื่อง 17 เดือน จับตาผลมาตรการรัฐ-เหตุปะทะชายแดน : อินโฟเควสท์

    คลัง เผยเศรษฐกิจไทย พ.ย.รับแรงหนุนส่งออกโตต่อเนื่อง 17 เดือน จับตาผลมาตรการรัฐ-เหตุปะทะชายแดน : อินโฟเควสท์

    นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนพฤศจิกายน 2568 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้า ที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 ขณะที่การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณทรงตัวจากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ดี จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังคงชะลอตัว

    ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา และสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

    – เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณทรงตัวจากปีก่อนหน้า

    ปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ ในเดือนพฤศจิกายน 2568 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 15.4% แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ -4.6% ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 53.2 จากระดับ 51.9 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” และมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว แต่ทั้งนี้ ผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางชายแดนไทย-กัมพูชา

    ขณะที่ปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน -6.8% และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนที่ -6.0% และรายได้เกษตรกรที่แท้จริง ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน -12.8%

    – เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณทรงตัวจากปีก่อนหน้า

    การลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน ในเดือนพฤศจิกายน 2568 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 13.9% และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 2.2% ขณะที่ปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -11.7% และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ที่ -10.2%

    – มูลค่าการส่งออกสินค้า ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน

    มูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนพฤศจิกายน 2568 อยู่ที่ 27,445.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 ที่ 7.1% และหากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมันและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับทองคำ และยุทธปัจจัย พบว่า ขยายตัวที่ 11.8% ตามการขยายตัวของสินค้าในหมวดเครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และแผงวงจรไฟฟ้า ในขณะที่การส่งออกข้าว ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ปรับตัวลดลง

    – เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทาน โดยเฉพาะบริการด้านการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว

    ภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือนพฤศจิกายน 2568 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวม จำนวน 2.91 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -7.5% ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศ มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ในเดือนพฤศจิกายน 2568 จำนวน 23.1 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 0.1%

    ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือนพฤศจิกายน 2568 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 0.4% แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ -2.9% ตามการเพิ่มขึ้นในหมวดพืชผลสำคัญ อาทิ ข้าวโพด และหมวดไม้ผล อย่างไรก็ดี ผลผลิตมันสำปะหลัง ลดลงจากเดือนก่อน

    สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 89.1 จากระดับ 87.3 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ อาทิ โครงการคนละครึ่งพลัส เที่ยวดีมีคืน และเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของไทย ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 56.8 จากระดับ 56.6 ในเดือนก่อนหน้า

    – เสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี

    สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนพฤศจิกายน 2568 อยู่ที่ -0.49% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน อยู่ที่ 0.66% ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2568 อยู่ที่ 65.2% ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561

    สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2568 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 274.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

    – ภาพรวมภาวะตลาดการเงินไทยล่าสุด ปรับตัวดีขึ้นบางส่วน โดยเฉพาะในตลาดทุน

    โดยได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนบุคคลทั่วไปในประเทศ แม้จะมีแรงซื้อสุทธิกลับเข้ามาบ้างในบางวันของเดือนธันวาคม อย่างไรก็ดี ข้อมูล ณ วันที่ 25 ธันวาคม 2568 นักลงทุนบุคคลทั่วไปในประเทศมีการซื้อสุทธิ 1,367.55 ล้านบาท และเมื่อพิจารณาภาพรวมในเดือนธันวาคม (ข้อมูลสะสมตั้งแต่วันที่ 1-25 ธันวาคม 2568) นักลงทุนกลุ่มนี้ขายสุทธิรวม -1,479.43 ล้านบาท ซึ่งแตกต่างจากเดือนก่อนหน้า โดยเมื่อพิจารณาภาพรวมตั้งแต่ต้นปี (YTD) นักลงทุนกลุ่มนี้ ยังคงซื้อสุทธิอยู่ในระดับสูงที่ 155,358.69 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องของนักลงทุนรายย่อยต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทย แม้จะมีแรงขายบางส่วนเพื่อทำกำไรระยะสั้น

    ขณะที่กลุ่มนักลงทุนต่างชาติ พบว่ามีการขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยในวันดังกล่าวมูลค่า -786.55 ล้านบาท และเมื่อพิจารณาภาพรวมยอดสะสมทั้งเดือนธันวาคม (ถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2568) พบว่าเป็นยอดซื้อสุทธิรวม 3,169.39 ล้านบาท อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาภาพรวมตั้งแต่ต้นปี นักลงทุนต่างชาติยังคงมีสถานะขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยรวมทั้งสิ้น -105,277.92 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่ยังคงมีอยู่ภายใต้ภาวะตลาดการเงินโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน

    สำหรับตลาดตราสารหนี้ พบว่าในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 นักลงทุนต่างชาติ มีการขายสุทธิเล็กน้อย -72.0 ล้านบาท และเมื่อพิจารณายอดสะสมทั้งเดือนธันวาคม นักลงทุนในตลาดตราสารหนี้มีสถานะขายสุทธิรวม -16,343.53 ล้านบาท ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณายอดสะสมตั้งแต่ต้นปี นักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ ยังคงถือสถานะซื้อสุทธิรวม 70,872.22 ล้านบาท บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพด้านการคลัง และพันธบัตรรัฐบาลไทยในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอน และแนวนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักที่อยู่ในช่วงการปรับเปลี่ยน

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ธ.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/557301&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3jNmcaidgcLqi-V65Xcs4U

  • MPI พ.ค. ขยายตัวในรอบ 11 เดือน! ยานยนต์หนุนแรง แต่เศรษฐกิจยังเจอสัญญาณน่าห่วง

    v.prd:0.0.150

    Intro

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1005.mcot.net/news1005/-/news/list/114506&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1p8znqSB8aYIfz7vJ2LTu1

  • MPI พ.ค. ขยายตัวในรอบ 11 เดือน! ยานยนต์หนุนแรง แต่เศรษฐกิจยังเจอสัญญาณน่าห่วง

    v.prd:0.0.150

    Intro

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1005.mcot.net/news1005/-/news/list/114506&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1p8znqSB8aYIfz7vJ2LTu1

  • MPI พ.ค. ขยายตัวในรอบ 11 เดือน! ยานยนต์หนุนแรง แต่เศรษฐกิจยังเจอสัญญาณน่าห่วง

    v.prd:0.0.150

    Intro

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1005.mcot.net/news1005/-/news/list/114506&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1p8znqSB8aYIfz7vJ2LTu1

  • MPI พ.ค. ขยายตัวในรอบ 11 เดือน! ยานยนต์หนุนแรง แต่เศรษฐกิจยังเจอสัญญาณน่าห่วง

    v.prd:0.0.150

    Intro

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1005.mcot.net/news1005/-/news/list/114506&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1p8znqSB8aYIfz7vJ2LTu1

  • MPI พ.ค. ขยายตัวในรอบ 11 เดือน! ยานยนต์หนุนแรง แต่เศรษฐกิจยังเจอสัญญาณน่าห่วง

    v.prd:0.0.150

    Intro

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1005.mcot.net/news1005/-/news/list/114506&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1p8znqSB8aYIfz7vJ2LTu1

  • MPI พ.ค. ขยายตัวในรอบ 11 เดือน! ยานยนต์หนุนแรง แต่เศรษฐกิจยังเจอสัญญาณน่าห่วง

    v.prd:0.0.150

    Intro

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1005.mcot.net/news1005/-/news/list/114506&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1p8znqSB8aYIfz7vJ2LTu1

  • MPI พ.ค. ขยายตัวในรอบ 11 เดือน! ยานยนต์หนุนแรง แต่เศรษฐกิจยังเจอสัญญาณน่าห่วง

    v.prd:0.0.150

    Intro

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1005.mcot.net/news1005/-/news/list/114506&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1p8znqSB8aYIfz7vJ2LTu1