Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • กยศ. เชิญชวนผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระ ลดภาระการชำระหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์

    กยศ. เชิญชวนผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระ ลดภาระการชำระหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์

    เริ่มต้นปีใหม่ กยศ. เชิญชวนผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระ ลดภาระการชำระหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์

    วันที่ 2 มกราคม 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เชิญชวนผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้เริ่มต้นปีใหม่ด้วยการทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ เพื่อช่วยลดภาระให้ผู้กู้ยืมเงินสามารถวางแผนการชำระหนี้ได้อย่างเหมาะสม ผ่อนชำระเงินคืนเป็นรายเดือนในอัตราเท่ากันภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน ผ่อนชำระหนี้ได้นานสูงสุดถึง 15 ปี พร้อมปลดภาระผู้ค้ำประกันเมื่อทำสัญญา หากชำระหนี้เสร็จสิ้นโดยไม่ผิดเงื่อนไขตามสัญญา กยศ. จะให้ส่วนลดเบี้ยปรับที่เกิดขึ้นก่อนทำสัญญาทั้งหมด 100% พร้อมจะงดการฟ้องคดีและบังคับคดี

    ทั้งนี้ ผู้กู้ยืมเงินทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ได้ด้วยตนเอง ง่าย สะดวก รวดเร็ว ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ผ่านเว็บไซต์ www.studentloan.or.th โดยยืนยันตัวตนและการลงนามอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปพลิเคชัน ThaID

    “การดำเนินการดังกล่าวเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้กู้ยืมเงินได้กลับมาชำระหนี้ รวมถึงลดจำนวนผู้กู้ยืมเงินที่อาจจะต้องเข้าสู่กระบวนการฟ้องคดีหรือบังคับคดี และ กยศ. จะนำเงินที่ได้รับชำระคืนไปหมุนเวียนเพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่รุ่นน้องได้อย่างต่อเนื่องต่อไป”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2905433&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1v3tW506uXGnbTm9b_6FBD

  • ข่าวเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน สำหรับคนรุ่นใหม่ -โพสต์ทูเดย์

    ข่าวเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน สำหรับคนรุ่นใหม่ -โพสต์ทูเดย์

    background-default

    เกาะติดข่าว ข่าวร้อน ข่าวเด่น ข่าววันนี้ ข่าวการเมือง ประเด็นการเมือง ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวกีฬา ท่องเที่ยว บันเทิง ดูดวง สลากกินแบ่งรัฐบาล คลิปวีดีโอ ทันเหตุการณ์ทุกแง่มุม โดยทีมงานโพสต์ทูเดย์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/735883&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3sVWAqyNsVF_Se-OZN1yWc

  • “อินทนิลเกมส์” เริ่มนับถอยหลัง พร้อมเปิดฉากชิงชัย 40 ชนิดกีฬา

    “อินทนิลเกมส์” เริ่มนับถอยหลัง พร้อมเปิดฉากชิงชัย 40 ชนิดกีฬา

    “อินทนิลเกมส์” เริ่มนับถอยหลัง พร้อมเปิดฉากชิงชัย 40 ชนิดกีฬา ม.แม่โจ้ เจ้าภาพ จะเปิดยิ่งใหญ่

    กีฬามหาวิทยาลัยครั้งนี้มหาวิทยาลัยเเม่โจ้ จัดการเเข่งขันภายใต้แนวคิดกีฬาของคน GEN Z ด้วยสโลแกน “SPIRIT SMART SPORT SUSTAINABILITY” เล่นด้วยสปิริต คิดอย่างสร้างสรรค์ ปลุกฝันคนรุ่นใหม่ ใส่ใจความยั่งยืน ซึ่งจะชิงชัยทั้งสิ้น 520 เหรียญทอง จาก 40 ชนิดกีฬา แบ่งเป็นกีฬาบังคับ 7 ชนิด ,กีฬาเลือกสากล 26 ชนิด ,กีฬาเลือกทั่วไป 4 ชนิด ,กีฬาไทย 1 ชนิด และกีฬาสาธิต 3 ชนิด โดยมีสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาเข้าร่วมเเข่งขันกว่า 109 สถาบันทั่วประเทศ

    สำหรับการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 “อินทนิลเกมส์” จะมีขึ้นวันที่ 9-19 มกราคม 2569 ที่มหาวิทยาลัยเเม่โจ้.. เริ่มนับถอยหลังเหลือเวาอีกแค่ อาทิตย์เดียว ก้จะเริ่มมีการชิงชัย ทัพนักกีฬาปัญญาชนจากทั่วประเทศ 109 สถาบันอุดมศึกษาจะเดินทางมาร่วมชิงชัย ณ ม. แม่โจ้ เชียงใหม่ เจ้าภาพจัดในปี2569 เตรียมคงามพร้อมพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ สวยงาม ตามสไตล คาวบอย

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/sport/3858609/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2OyjX7A8QbdCeyrf5D1lJS

  • “ไทยสร้างไทย” ฉีกทุกกฎป้ายหาเสียง ประเดิมปล่อยไอเดียป้าย “หวยบำเหน็จ” สุดครีเอทีฟ


    “ไทยสร้างไทย” ฉีกทุกกฎป้ายหาเสียง ประเดิมปล่อยไอเดียป้าย “หวยบำเหน็จ” สุดครีเอทีฟ เชิญรับชมเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่หลังปีใหม่ กับซีรีย์ป้าย ที่จะทำให้คนไทย”หายเหนื่อย หายจน” เป็นของขวัญคนไทยปีใหม่นี้ 

    พรรคไทยสร้างไทยสร้างสีสันใหม่ให้วงการเมืองไทยด้วยการปล่อยป้ายหาเสียงสุดครีเอทีฟที่ออกแบบมาให้เข้าถึงหัวใจชาวบ้านอย่างแท้จริง โดยประเดิมด้วยนโยบายส่งเสริมการออมอย่าง “หวยบำเหน็จ” ที่นำเอาความชอบลุ้นโชคของคนไทยมาเปลี่ยนเป็นเครื่องมือการออมที่ทรงพลัง 

    ชูคอนเซปต์เปลี่ยนเงินที่เคยเสียเปล่าจากการซื้อหวยให้กลายเป็นเงินฝากที่จะได้รับคืนพร้อมดอกเบี้ยเมื่อเกษียณ ถือเป็นการเริ่มต้นสื่อสารนโยบายที่เข้าใจง่าย ไม่น่าเบื่อ และฉีกกรอบการหาเสียงแบบเดิมๆ ที่มักเน้นแต่ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่จับต้องยาก มาเป็นการใช้วิถีชีวิตที่ใกล้ตัวประชาชนมากที่สุด

    ความแปลกใหม่ของป้ายหาเสียงชุดนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่เนื้อหา แต่ยังรวมถึงดีไซน์และการจัดวางสื่อที่เน้นความ “จริงใจและเรียบง่าย” โดยมีเป้าหมายหลักคือการทำให้คนไทย #หายเหนื่อย #หายจน ในทุกช่วงวัย ตั้งแต่แคมเปญสวัสดิการแม่และเด็ก “คูปองสร้างไทย” เดือนละ 2,000 บาท ไปจนถึงการปฏิรูปการศึกษาเรียนฟรีจบปริญตรีที่ช่วยลดภาระหนี้ กยศ. และกองทุนสร้างไทยดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% ต่อเดือนเพื่อสู้หนี้นอกระบบ 

    ทุกนโยบายของไทยสร้างไทย 48 ถูกนำเสนอผ่านป้ายที่สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา เข้าถึงความรู้สึกที่เหนื่อยล้าของพี่น้องประชาชน และมอบความหวังที่เป็นรูปธรรมให้เห็นตั้งแต่วันแรกที่พบเห็น ที่สำคัญ นี่เป็นเพียงการอุ่นเครื่องเท่านั้น เพราะหลังปีใหม่ 2569 นี้ พรรคไทยสร้างไทยเตรียมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วย “ป้ายหาเสียงไอเดียสุดล้ำ” ชุดใหญ่ที่จะกระจายตัวไปทั่วพื้นที่ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์พรรคที่คิดต่างและทำจริง โดยแว่วมาว่าป้ายชุดใหม่นี้จะยิ่งมีความครีเอทีฟและเข้าถึงปัญหาเชิงลึกของชาวบ้านในแบบที่คาดไม่ถึงแน่นอน 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/39089&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0a58fD_WnWBhF0-ZLwT2j1

  • สุดคึกคัก! นักท่องเที่ยวแห่ร่วมงาน ‘อะเมซิ่ง ลพบุรี’ ต้อนรับพุทธศักราชใหม่ | เดลินิวส์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย อ.เมือง จ.ลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผวจ.ลพบุรี เป็นประธานเปิดงานอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) และ กิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรี ชมเมือง ดูศิลป์” ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 68 ถึง 1 ม.ค. 69ซึ่งทางจ.ลพบุรี ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี เทศบาลเมืองลพบุรี ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการยกระดับจ.ลพบุรี ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้งในมิติประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะร่วมสมัย ต้อนรับพุทธศักราชใหม่ 2569 ได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมงานจำนวนมาก

    ทั้งนี้ จ.ลพบุรีได้ส่งเสริมและสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวด้วยการผ่านการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยหวังว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวตลอดปีและยังเป็นการร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว รวมทั้งยังยกระดับภาพลักษณ์ลพบุรีให้เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่โดดเด่นในระดับประเทศ พร้อมมั่นใจว่ากิจกรรมภายใต้โครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

    สำหรับกิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรีเมือง ดูศิลป์” ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญในการเคาท์ดาวน์นับถอยหลังเข้าสู่พุทธศักราชใหม่ 2569 ผ่านนิทรรศการศิลปะ การแสดงวัฒนธรรม การเดินชมเมืองเก่า เส้นทางท่องเที่ยวโบราณสถาน และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชน การแสดงมหกรรมบอลลูนจัดแสดงบอลลูนลมร้อนแฟนซีหลากสีสันและรูปทรงแปลกตา การแสดงพลุเทิดพระเกียรติ 3 ชุดการแสดง 1,159 นัด ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ประกอบด้วย ชุดการแสดงแสงแห่งสยาม แม่ของแผ่นดิน ชุดการแสดงแสงแห่งความจงรักภักดี สถิตกลางใจนิจนิรันดร์ และชุดการแสดงน้อมใจภัคเทิดไท้องค์ราชา ชาวประชาร่วมใจ และยังมีกิจกรรมอื่นๆ มากมาย อาทิ การแสดงซุ่มเฉลิมพระเกียรติ การสาธิตการทำหัวโขน ศิลปะการทอผ้าหมัดหมี่ การทำดินสอง การแสดงศิลปพื้นบ้าน การแสดงทางวัฒนธรรม การจัดแสดงซุ้มและอุโมงค์ไฟ การจำหน่ายสินค้าของดีของเด่นซึ่งเป็น อัตลักษณ์ ของจังหวัดลพบุรี การนั่งรถรางชมโบราสถานเมืองเก่าลพบุรี ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว มีเป้าหมายให้ลพบุรีเป็นเมืองศิลป์และเมืองสร้างสรรค์แห่งภูมิภาคกลาง พร้อมทั้งเป็นเวทีให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตลอด 3 วัน  3 คืน ชมฟรี ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2569

    โดยการจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจร่วมกันของจ.ลพบุรี หลังมีการควบคุมประชากรลิง เพื่อเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านการบูรณาการทรัพยากร นโยบาย และความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพและผลักดันลพบุรีให้เป็นจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นของประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5462570/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XBRkqsvGzl3aH8ndjnZly

  • สุดคึกคัก! นักท่องเที่ยวแห่ร่วมงาน ‘อะเมซิ่ง ลพบุรี’ ต้อนรับพุทธศักราชใหม่ | เดลินิวส์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย อ.เมือง จ.ลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผวจ.ลพบุรี เป็นประธานเปิดงานอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) และ กิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรี ชมเมือง ดูศิลป์” ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 68 ถึง 1 ม.ค. 69ซึ่งทางจ.ลพบุรี ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี เทศบาลเมืองลพบุรี ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการยกระดับจ.ลพบุรี ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้งในมิติประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะร่วมสมัย ต้อนรับพุทธศักราชใหม่ 2569 ได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมงานจำนวนมาก

    ทั้งนี้ จ.ลพบุรีได้ส่งเสริมและสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวด้วยการผ่านการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยหวังว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวตลอดปีและยังเป็นการร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว รวมทั้งยังยกระดับภาพลักษณ์ลพบุรีให้เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่โดดเด่นในระดับประเทศ พร้อมมั่นใจว่ากิจกรรมภายใต้โครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

    สำหรับกิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรีเมือง ดูศิลป์” ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญในการเคาท์ดาวน์นับถอยหลังเข้าสู่พุทธศักราชใหม่ 2569 ผ่านนิทรรศการศิลปะ การแสดงวัฒนธรรม การเดินชมเมืองเก่า เส้นทางท่องเที่ยวโบราณสถาน และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชน การแสดงมหกรรมบอลลูนจัดแสดงบอลลูนลมร้อนแฟนซีหลากสีสันและรูปทรงแปลกตา การแสดงพลุเทิดพระเกียรติ 3 ชุดการแสดง 1,159 นัด ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ประกอบด้วย ชุดการแสดงแสงแห่งสยาม แม่ของแผ่นดิน ชุดการแสดงแสงแห่งความจงรักภักดี สถิตกลางใจนิจนิรันดร์ และชุดการแสดงน้อมใจภัคเทิดไท้องค์ราชา ชาวประชาร่วมใจ และยังมีกิจกรรมอื่นๆ มากมาย อาทิ การแสดงซุ่มเฉลิมพระเกียรติ การสาธิตการทำหัวโขน ศิลปะการทอผ้าหมัดหมี่ การทำดินสอง การแสดงศิลปพื้นบ้าน การแสดงทางวัฒนธรรม การจัดแสดงซุ้มและอุโมงค์ไฟ การจำหน่ายสินค้าของดีของเด่นซึ่งเป็น อัตลักษณ์ ของจังหวัดลพบุรี การนั่งรถรางชมโบราสถานเมืองเก่าลพบุรี ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว มีเป้าหมายให้ลพบุรีเป็นเมืองศิลป์และเมืองสร้างสรรค์แห่งภูมิภาคกลาง พร้อมทั้งเป็นเวทีให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตลอด 3 วัน  3 คืน ชมฟรี ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2569

    โดยการจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจร่วมกันของจ.ลพบุรี หลังมีการควบคุมประชากรลิง เพื่อเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านการบูรณาการทรัพยากร นโยบาย และความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพและผลักดันลพบุรีให้เป็นจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นของประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5462570/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XBRkqsvGzl3aH8ndjnZly

  • สรุป 5 ปรากฏการณ์เด่น ‘ท่องเที่ยว’ และ ‘ธุรกิจการบิน’ ปี 2568

    สรุป 5 ปรากฏการณ์เด่น ‘ท่องเที่ยว’ และ ‘ธุรกิจการบิน’ ปี 2568

    สรุป 5  ปรากฏการณ์เด่นท่องเที่ยว ปี 2568

    • ท่องเที่ยวไทย ปี 2568 ติดลบ

    การท่องเที่ยวของไทยในปี 2568 ต้องเผชิญกับสารพัดปัจจัยรุมเร้ามากมาย ตั้งแต่ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามตะวันออกกลาง ภาพลักษณ์ความไม่ปลอดภัยของไทยในสายตานักท่องเที่ยวจีน ปัญหาสแกมเมอร์ กระทบต่อการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักด้านการท่องเที่ยวของไทย

    รวมถึงแผ่นดินไหว ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ภัยธรรมชาติ และล่าสุดน้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่ ส่งผลให้การท่องเที่ยวของไทยในปีนี้โตต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งยังลดลงหากเทียบกับปีที่ผ่านมาอีกด้วย

    จากผลกระทบที่เกิดขึ้นส่งผลให้สถานการณ์ท่องเที่ยว ในปี 2568 มีต่างชาติเที่ยวไทย 32.98  ล้านคน ลดลง 7 % จากปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 35.54 ล้านคน และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวราว 1.53 ล้านล้านบาท ลดลง 4.71 % จากปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 1.61 ล้านล้านบาท ทั้งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ก่อนหน้านี้ททท.ได้วางไว้ตั้งแต่ต้นปี ที่จะมีต่างชาติเที่ยวไทย 39 ล้านคน สร้างรายได้ 2.23 ล้านล้านบาท

    สถิติการท่องเที่ยวไทย ปี 2568

    สวนทางกับตลาดในประเทศ (ไทยเที่ยวไทย) ททท.คาดว่าตลอดปี 2568 คนไทยเดินทางเที่ยวในประเทศ 202.37 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2.70 % สร้างรายได้ 1,166,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.69 % เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีวันหยุดยาว และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้ง เที่ยวดีมีคืน เที่ยวไทยคนละครึ่ง เป็นต้น

    • การบินไทยพ้นฟื้นฟูกลับเข้าเทรดหุ้น

    บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ใช้เวลากว่า 4 ปีในการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ นับจากศาลล้มละลายกลางเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการในปี 2564 บริษัทพลิกจากขาดทุนมาทำกำไร โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 การบินไทย มีกำไรสุทธิรวม 26,394 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73.4% จากปีก่อน และมี EBITDA 43,295 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0% การเติบโตของรายได้รวม 3.7%

    การบินไทย

    รวมถึงในปี 2568 มีการปรับโครงสร้างทุน ผ่านกระบวนการการแปลงหนี้และดอกเบี้ยตั้งพักของเจ้าหนี้เป็นทุน และเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม และพนักงาน ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นกลับมาเป็นบวก จากเดิมที่ติดลบเป็นจำนวน 127,235 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563

    จนเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 การบินไทยก็ออกจากแผนฟื้นฟูกิจการได้สำเร็จ และสามารถนำบริษัทกลับเข้ามาซื้อขายหลักทรัพย์ฯได้อีกครั้ง เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ในวันแรกของการซื้อขายหุ้น THAI  ทันทีที่เปิดตลาดอยู่ที่ 10.50 บาทต่อหุ้น จากนั้นปรับเพิ่มมาเป็น 10.80 บาทต่อหุ้น 10.90 บาทต่อหุ้น และทะลุ 11 บาทต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 134.4 %จากราคาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนที่ 4.48 บาทต่อหุ้น และ

    ล่าสุด ณ วันที่ 18 ธ.ค. 2568 ราคาหุ้นอยู่ที่ 8.70 บาท ซึ่งก็ยังสูงกว่าปี 2564 ที่ราคาหุ้นอยู่ที่ 3.32 บาท และปัจจุบันมีมูลค่าหลักทรัพย์ หรือ Market Cap อยู่ที่ 246,238 ล้านบาท

    • รื้อแผนลงทุนสนามบินสุวรรณภูมิ ปักธง South Terminal

    ในปี 2568 บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) AOT หรือ ทอท. ได้จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิฉบับปรับปรุงใหม่ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากบอร์ดทอท.แล้ว เหลือรอเสนอครม.ใหม่พิจารณา โดยมีแผนจะเดินหน้าโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ หรือ South Terminal ที่จะรองรับผู้โดยสารได้ 30 ล้านคนต่อปี รวมถึงรันเวย์ 4 โรงไฟฟ้า ถนนเส้นใหม่ วงเงินลงทุน 2.2 แสนล้านบาท ที่จะทยอยลงทุนเป็น 3 เฟส คาดว่าจะเปิดใช้อาคารเซ้าท์เทอร์มินัล ส่วนแรกได้ในปี 2575 หรือ ปี 2576

    แผนแม่บทการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ

    ทั้งในแผนแม่บทยังจะมีพื้นที่จะพัฒนาเป็นศูนย์ซ่อมอากาศยาน (MRO) คลังสินค้า (Cargo) และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบิน อาทิ ศูนย์ฝึกอบรม เป็นต้น เพื่อหนุนให้ไทยเป็น Aviation Hub

    •  ดราม่าฉ่ำ ไทยเจ้าภาพ ซีเกมส์ 2025

    ซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ทั้งๆที่รู้ล่วงหน้ามากว่า 2 ปี แต่กลับเต็มไปด้วยความฉุกละหุก จากปัญหาการจัดสรรงบประมาณกว่า 2 พันล้านบาทที่ล่าช้า ทั้งๆที่จริงๆควรจะอนุมัติงบปีงบประมาณ 2568 แต่ปรากฏว่ากลับต้องมาใช้งบประมาณ ปี 2569 ที่เริ่มใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 และการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ทำให้การจัดเต็มไปด้วยปัญหา

    ซีเกมส์ 2025

    โดยเฉพาะพิธีเปิดซีเกมส์ 2025 ก็มีข้อผิดพลาดมากมายจนเกิดดราม่าสนั่นโซเซียล ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะใช้เวลาจัดหาบริษัทออร์แกนไนเซอร์แค่ 2 วัน วันที่ 2 ธ.ค.68 เปิดให้ยื่นซอง วันที่ 3 ธ.ค. ก็ได้ บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) เข้ามาเป็นผู้จัดพิธีเปิด-ปิดซีเกมส์ ภายใต้งบ 142 ล้านบาท

    แต่หากตัดเรื่องดราม่าออกไป การเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ก็ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1.78 หมื่นล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 1.42 หมื่นคน

    •  ไทยฟิล์มโลเคชัน หนุนเที่ยวตามรอยหนัง

    ในปี 2568 มี 3 ภาพยนตร์/ซีรีส์ดังระดับโลกออกฉาย ซึ่งใช้ประเทศไทยเป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำ ไม่เพียงทำรายเข้าไทย และเกิดการจ้างงาน แต่หลังจากออกฉาย ส่งผลให้เกิดการท่องเที่ยวตามรอยหนังอย่างต่อเนื่องและกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ

    สรุป 5 ปรากฏการณ์เด่น 'ท่องเที่ยว' และ 'ธุรกิจการบิน' ปี 2568

    ไม่ว่าจะเป็น “The White Lotus Season 3” ที่มี “ลิซ่า” มาร่วมแสดง ที่หลังออกฉาย โดยเฉพาะเกาะสมุย ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ยอดจองโรงแรมเพิ่มขึ้น 44%

    รวมถึงการออกฉายของภาพยนตร์ “Jurassic World: Rebirth” ที่มาถ่ายทำที่ กระบี่ พังงา และตรัง และซีรีส์ฟอร์มยักษ์ “AlienEarth” ถ่ายทำใน 7 จังหวัดทั่วไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ พังงา กระบี่ นครปฐม สุราษฎร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์ และสมุทรปราการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/648050&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XBM1opsS9xbr2cj3gJsks

  • สุดคึกคัก! นักท่องเที่ยวแห่ร่วมงาน ‘อะเมซิ่ง ลพบุรี’ ต้อนรับพุทธศักราชใหม่ | เดลินิวส์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย อ.เมือง จ.ลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผวจ.ลพบุรี เป็นประธานเปิดงานอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) และ กิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรี ชมเมือง ดูศิลป์” ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 68 ถึง 1 ม.ค. 69ซึ่งทางจ.ลพบุรี ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี เทศบาลเมืองลพบุรี ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการยกระดับจ.ลพบุรี ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้งในมิติประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะร่วมสมัย ต้อนรับพุทธศักราชใหม่ 2569 ได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมงานจำนวนมาก

    ทั้งนี้ จ.ลพบุรีได้ส่งเสริมและสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวด้วยการผ่านการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยหวังว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวตลอดปีและยังเป็นการร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว รวมทั้งยังยกระดับภาพลักษณ์ลพบุรีให้เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่โดดเด่นในระดับประเทศ พร้อมมั่นใจว่ากิจกรรมภายใต้โครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

    สำหรับกิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรีเมือง ดูศิลป์” ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญในการเคาท์ดาวน์นับถอยหลังเข้าสู่พุทธศักราชใหม่ 2569 ผ่านนิทรรศการศิลปะ การแสดงวัฒนธรรม การเดินชมเมืองเก่า เส้นทางท่องเที่ยวโบราณสถาน และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชน การแสดงมหกรรมบอลลูนจัดแสดงบอลลูนลมร้อนแฟนซีหลากสีสันและรูปทรงแปลกตา การแสดงพลุเทิดพระเกียรติ 3 ชุดการแสดง 1,159 นัด ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ประกอบด้วย ชุดการแสดงแสงแห่งสยาม แม่ของแผ่นดิน ชุดการแสดงแสงแห่งความจงรักภักดี สถิตกลางใจนิจนิรันดร์ และชุดการแสดงน้อมใจภัคเทิดไท้องค์ราชา ชาวประชาร่วมใจ และยังมีกิจกรรมอื่นๆ มากมาย อาทิ การแสดงซุ่มเฉลิมพระเกียรติ การสาธิตการทำหัวโขน ศิลปะการทอผ้าหมัดหมี่ การทำดินสอง การแสดงศิลปพื้นบ้าน การแสดงทางวัฒนธรรม การจัดแสดงซุ้มและอุโมงค์ไฟ การจำหน่ายสินค้าของดีของเด่นซึ่งเป็น อัตลักษณ์ ของจังหวัดลพบุรี การนั่งรถรางชมโบราสถานเมืองเก่าลพบุรี ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว มีเป้าหมายให้ลพบุรีเป็นเมืองศิลป์และเมืองสร้างสรรค์แห่งภูมิภาคกลาง พร้อมทั้งเป็นเวทีให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตลอด 3 วัน  3 คืน ชมฟรี ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2569

    โดยการจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจร่วมกันของจ.ลพบุรี หลังมีการควบคุมประชากรลิง เพื่อเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านการบูรณาการทรัพยากร นโยบาย และความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพและผลักดันลพบุรีให้เป็นจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นของประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5462570/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XBRkqsvGzl3aH8ndjnZly

  • หัวเรือใหญ่ Lenovo แนะผ่าตัดใหญ่ระบบราชการ-ศึกษา ชูไอทีปั้นเศรษฐกิจใหม่

    หัวเรือใหญ่ Lenovo แนะผ่าตัดใหญ่ระบบราชการ-ศึกษา ชูไอทีปั้นเศรษฐกิจใหม่

    ท่ามกลางบรรยากาศที่ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569 ขณะที่ทุกพรรคการเมืองมุ่งนำเสนอนโยบายเพื่อครองใจผู้ใช้สิทธิ “ฐานเศรษฐกิจ” เล็งเห็นความสำคัญของการวางรากฐานระยะยาว จึงจัดแคมเปญ Thailand Redesign : อนาคตออกแบบได้ ระดมความคิดเห็นจากผู้นำและผู้บริหารระดับสูงเพื่อร่วมออกแบบพิมพ์เขียวอนาคตประเทศให้ขับเคลื่อนไปอย่างยั่งยืน

    นายวรพจน์ ถาวรวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เลอโนโว ประเทศไทย จำกัด ร่วมสะท้อนมุมมองเชิงโครงสร้าง เพื่อวางแนวทางสำหรับทศวรรษใหม่ โดยระบุว่าโครงสร้างที่ต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงเป็นอันดับแรกคือ ระบบการศึกษาและระบบราชการ เนื่องจากเป็นแกนหลักสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ ของประเทศ

    หัวเรือใหญ่ Lenovo แนะผ่าตัดใหญ่ระบบราชการ-ศึกษา ชูไอทีปั้นเศรษฐกิจใหม่

    สำหรับการสร้างความมั่งคั่งในอีก 5–10 ปีข้างหน้า ประเทศไทยควรปรับเปลี่ยนโมเดลเศรษฐกิจจากการพึ่งพารูปแบบเดิมมาเป็นการนำเทคโนโลยีไอทีผสานร่วมกับภาคการเกษตร

    ขณะเดียวกันต้องเร่งยกระดับทักษะแรงงานไทยให้เท่าทันยุคสมัย โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะ Prompt Engineer และสนับสนุนให้นักศึกษามีทักษะการออกแบบความคิดภายใต้กรอบวัฒนธรรมที่ดีงาม เพื่อให้สามารถอยู่รอดและเติบโตได้ในเศรษฐกิจยุคใหม่

    ในส่วนของการเพิ่มสมรรถนะภาครัฐ มีข้อเสนอให้ปรับโครงสร้างรัฐไทยให้เล็กลงและมีความคล่องตัวสูงขึ้นด้วยการลดขั้นตอนการทำงาน พร้อมชี้ว่าคอขวดอำนาจที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันคือระบบราชการ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจเชิงนโยบาย นอกจากนี้ รัฐควรพิจารณากระจายอำนาจเพื่อเพิ่มความสำคัญให้กับเมืองใหญ่อื่นๆ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการย้ายเมืองหลวง เพื่อกระจายโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่

    กลยุทธ์ด้านการเงินและขีดความสามารถทางการแข่งขัน มีข้อเสนอแนะที่น่าสนใจดังนี้:

    • เสนอให้ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่ให้เพิ่มสิทธิการลดหย่อนภาษีสำหรับคนชั้นกลางเพื่อลดภาระค่าครองชีพ
    • มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ผ่านการลดภาษี ส่งเสริมการส่งออก และพัฒนาศักยภาพเพื่อดึงดูดทุนคุณภาพอย่างยั่งยืน
    • รัฐบาลและพรรคการเมืองควรหยุดนโยบายประชานิยมทันที เนื่องจากเป็นอุปสรรคต่ออนาคตของประเทศ
    • ประเทศไทยควรวางตัวเป็นกลางท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์บนเวทีโลก

    สำหรับนโยบายเร่งด่วน (Quick Win) หลังการเลือกตั้ง รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น อย่างไรก็ตาม หากต้องเลือกเปลี่ยนทิศทางประเทศเพียงเรื่องเดียวภายในวาระเดียวของรัฐบาล นายวรพจน์ เน้นย้ำว่าต้องเป็นเรื่องการพัฒนาการศึกษา เพื่อไม่ให้ประเทศไทยต้องถอยหลังอีกต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/technology/647933&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3CMo2YHbttbqhmtbR9oBZQ

  • เปิด ‘10 คำทำนาย’ ปี 2026 ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเห็นร่วมกัน

    เปิด ‘10 คำทำนาย’ ปี 2026 ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเห็นร่วมกัน

    ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลกยุคใหม่ คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า “อะไรจะเกิดขึ้น” แต่คือ “แนวโน้มใดที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นตรงกัน”

    การวิเคราะห์ “Prediction Consensus 2026” หรือ “มุมมองร่วมของผู้เชี่ยวชาญ ปี 2026” ของ Visual Capitalist ได้รวบรวมและสังเคราะห์การคาดการณ์มากกว่า 2,000 รายการ จากบทความ รายงาน พอดแคสต์ และบทสัมภาษณ์ของนักวิเคราะห์และองค์กรชั้นนำทั่วโลก ตั้งแต่สถาบันการเงินขนาดใหญ่ บริษัทที่ปรึกษาระดับสากล ไปจนถึงผู้นำด้านเทคโนโลยี เพื่อคัดกรองสัญญาณที่ปรากฏซ้ำ ๆ ออกมาเป็น “ธีมหลัก” ที่มีน้ำหนักสูงที่สุดสำหรับปี 2026 ออกมาเป็น 10 อย่าง ดังนี้

    1.หุ้นปี 2026 วัดกันที่กำไรจริง ไม่ใช่กระแส

    ถ้า 2025 คือปีแห่งการ “ปรับตัว” ทั้งตลาดการเงินต้องตั้งหลักกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น การเมืองโลกที่ปั่นป่วนจากการกลับมาของรัฐบาลทรัมป์ และ AI ที่เริ่มหลุดจากช่วงกระแสไปสู่การใช้งานจริง ในปี 2026 กำลังจะเป็นปีที่โลกเริ่ม “รวมศูนย์” และเห็นผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นชัดเจนขึ้น

    มุมมองโดยรวมของนักวิเคราะห์คือ “มองบวกอย่างระมัดระวัง” ตลาดยังมีความหวัง แต่ไม่ได้ไร้ความเสี่ยง โดยสถาบันการเงิน Morgan Stanley เรียกปี 2026 ว่าเป็น “ปีแห่งการรีบูตความเสี่ยง” หมายความว่า นักลงทุนจะเริ่มหันจากความกังวลระดับโลก ไปโฟกัสที่ “พื้นฐานของบริษัท” มากขึ้น ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น

    ปัจจัยหนุนสำคัญคือ นโยบายรัฐที่ค่อนข้างเป็นมิตร ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจ การผ่อนคลายนโยบายการเงินที่ยังเดินหน้าต่อ และการลดกฎระเบียบ ซึ่งเป็นชุดนโยบายที่ไม่ค่อยได้เห็นพร้อมกัน นอกจากในช่วงเศรษฐกิจซบเซา

    อย่างไรก็ดี The Economist มองภาพด้วยน้ำเสียงที่สุขุมกว่า โดยเตือนว่า ปี 2026 จะถูกกำหนดทิศทางด้วย “ความไม่แน่นอน” เป็นหลัก จากแรงสั่นสะเทือนของการปรับโฉมระเบียบภูมิรัฐศาสตร์ภายใต้ทรัมป์ ซึ่งยังคงแผ่ขยายไปทั่วโลก ระเบียบโลกแบบยึดกติกาเดิมกำลังเลือนรางลง เส้นแบ่งระหว่างสงครามกับสันติภาพยิ่งพร่าเลือน การโจมตีทางไซเบอร์ และการแข่งขันเชิงอำนาจที่ยังคงอยู่ตลอดเวลาระหว่างประเทศต่าง ๆ

    สรุปคือ แม้สินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นอาจยังเติบโตได้ดี แต่โลกที่เป็นพื้นฐานรองรับตลาดเหล่านี้ ยังเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอนอยู่ไม่น้อย

    2. AI เข้าสู่การผสานงานจริง พร้อมคำถามเรื่องผลลัพธ์

    เป็นปีที่สามติดต่อกันแล้ว ที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ครองเวทีการคาดการณ์อนาคต หากแต่กรอบการสนทนาได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากปี 2024 ที่สังคมยังถกเถียงกันว่า กระแส AI เป็นเพียงกระแสตื่นเต้น หรือมีพื้นฐานรองรับจริง และปี 2025 ที่จุดสนใจขยับไปสู่การนำ AI ไปใช้งานในวงกว้าง

    ในปี 2026 บทสนทนากำลังก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ สู่ “การผสาน AI เข้ากับระบบและกระบวนการทำงานอย่างแท้จริง” รวมถึงผลกระทบเชิงลึกที่กำลังตามมา

    ด้านบริษัทเทคโนโลยี Microsoft มองว่า “ปี 2026 คือปีที่ AI พัฒนาจากการเป็นเพียงเครื่องมือ ไปสู่การเป็น ‘พาร์ตเนอร์’ ที่ช่วยเปลี่ยนแปลงวิธีที่เราทำงาน สร้างสรรค์ และแก้ไขปัญหา”

    ขณะที่ Forrester บริษัทวิจัยด้านเทคโนโลยี ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐมองว่า “AI จะค่อยๆ หมดความเงางามลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากมงกุฎสู่หมวกนิรภัย ความกังวลเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ขององค์กร จะมีน้ำหนักมากกว่าคำโฆษณาเกินจริงของผู้ขายเทคโนโลยี”

    3. Agentic AI หรือคู่หูร่วมงาน จะมาแรง

    ในหลายอุตสาหกรรม AI กำลังก้าวข้ามบทบาทจากการเป็นเพียง “เครื่องมือ” ที่คอยตอบคำถาม ไปสู่ “การทำงานร่วมกับมนุษย์” อย่างจริงจัง และช่วยขยายขีดความสามารถของผู้เชี่ยวชาญ

    ปีนี้ถูกมองว่าเป็นช่วงของการเร่งสร้าง “Agentic AI” อย่างเต็มรูปแบบ โดยบริษัทตรวจสอบบัญชี Deloitte คาดว่า ภายในสิ้นปี 2026 บริษัทมากถึง 75% อาจเริ่มลงทุนใน Agentic AI ซึ่งหมายถึงระบบอัตโนมัติที่สามารถวางแผน ลงมือทำ และปรับตัวได้ด้วยตนเอง โดยแทบไม่ต้องมีมนุษย์ควบคุมตลอดเวลา

    AI กลุ่มนี้ถูกคาดหมายว่าจะกลายเป็น “เพื่อนร่วมงานดิจิทัล” ช่วยให้ทีมมีขนาดเล็ก และทำผลงานได้เกินตัว

    Microsoft มองภาพอนาคตที่ทีมการตลาดเพียง 3 คน สามารถเปิดตัวแคมเปญระดับโลกได้ภายในไม่กี่วัน โดยให้ AI รับหน้าที่ประมวลผลข้อมูลและสร้างคอนเทนต์ ขณะที่มนุษย์ยังคงเป็นผู้กำหนดกลยุทธ์

    ขณะ Morgan Stanley ระบุว่า AI ได้เสริมมุมมองเชิงบวกต่อกำไรของบริษัทต่าง ๆ พร้อมคาดการณ์ว่า รายได้จาก Generative AI ของบริษัทซอฟต์แวร์และอินเทอร์เน็ต จะเติบโตมากกว่า 20 เท่า ภายในช่วง 3 ปีข้างหน้า

    “ผมเชื่อว่า AI จะสร้างงานใหม่จำนวนมากในระยะยาว แต่ในช่วงปีแรก ๆ จะเกิด ‘ช่องว่างเวลา’ ระหว่างการทำลายงานอย่างรวดเร็วกับการสร้างงานใหม่ ผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือบัณฑิตจบใหม่ระดับมัธยมปลายและมหาวิทยาลัย รวมถึงแรงงานอายุเกิน 50 ปี ที่ไม่สามารถหรือไม่ยอมปรับตัวเข้ากับ AI” จอห์น แชมเบอร์ส ประธานกิตติคุณ Cisco / CEO, JC2 Ventures กล่าว

    4. S&P 500 ขึ้นต่อ คาดทะลุ 8,000 จุด

    ในปัจจุบัน ดัชนี S&P 500 อยู่ที่ราว 6,900 จุด โดยเหล่านักกลยุทธ์วอลล์สตรีทประเมิน “เป้าหมายดัชนี S&P 500” ณ สิ้นปี 2026 อยู่ในกรอบค่อนข้างแคบ ดังนี้

    สถาบัน                             เป้าหมาย             อัพไซด์โดยประมาณ

    Morgan Stanley                 7,800                          15%

    JPMorgan                          7,500                          11%

    UBS                                     7,500                          11%

    CFRA                                   7,400                          10%

    Bank of America                7,100                            5%

    ในฝั่งมุมมองเชิงบวกของ JPMorgan เชื่อว่า ดัชนีอาจ “ทะลุระดับ 8,000 จุดได้” หากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ผ่อนคลายนโยบายการเงินมากกว่าที่ตลาดคาดไว้

    ขณะที่ Morgan Stanley ระบุว่า นี่คือมุมมองเชิงบวกที่สุดในรอบหลายปี โดยมีแรงหนุนจากการกลับมาของความสามารถบริษัทในการทำให้ “กำไรเพิ่มเร็วกว่ารายได้” เมื่อยอดขายเพิ่มขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพจาก AI นโยบายภาษีและกฎระเบียบที่เอื้ออำนวย รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับควบคุมได้

    ที่สำคัญ นักวิเคราะห์มองว่า กำไรบริษัทจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดในปี 2026 สวิตา ซูบรามาเนียน จาก Bank of America คาดว่า กำไรต่อหุ้น (EPS) จะเติบโตถึง 14% แต่เตือนว่า ค่า P/E อาจหดตัวลงราว 10 จุด ซึ่งหมายความว่า ตลาดจะปรับขึ้นท่ามกลางความกังวลด้านมูลค่า

    ส่วน Morgan Stanley คาดว่า EPS ของดัชนี S&P 500 ในปี 2026 จะอยู่ที่ 317 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 17% จากปีก่อนหน้า

    5.ซูเปอร์ไซเคิลของทองคำ ‘ยังไม่จบ’

    สำหรับทองคำ ยังคงเป็นสินทรัพย์ขวัญใจของนักลงทุน โดย Morgan Stanley ตั้งราคาเป้าหมายไว้ที่ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือมีอัพไซด์ราว 9% จากระดับปัจจุบัน

    ขณะที่สภาทองคำโลก (World Gold Council) ระบุว่า ในปี 2025 ราคาทองคำทำสถิติสูงสุดใหม่กว่า 50 ครั้ง และอาจสร้างผลตอบแทนรายปีที่แข็งแกร่งเป็นอันดับ 4 นับตั้งแต่ปี 1971
    แรงขับเคลื่อนของทองคำเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้าง ทั้งการเข้าซื้อของธนาคารกลาง การใช้ทองคำเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และความกังวลต่อความยั่งยืนทางการคลัง

    ธนาคาร Deutsche มองว่า อุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากธนาคารกลาง และจากนักลงทุนที่มองหาทางป้องกันความเสี่ยงให้กับการลงทุนด้านเทคโนโลยีของตน มีแนวโน้มจะช่วยพยุงราคาทองคำในปี 2026

    ในกรณีเลวร้ายแบบ “วงจรหายนะ” ที่ฐานะการคลังเสื่อมถอยอย่างรวดเร็ว ราคาทองคำอาจพุ่งขึ้นได้อีก 15–30% จากระดับปัจจุบัน

    “แม้ราคาทองคำอาจดูปรับขึ้นมามากในระยะสั้น แต่ปัจจัยพื้นฐานที่ขับเคลื่อนความแข็งแกร่งของทองคำยังคาดว่าจะดำรงอยู่ต่อไป ทำให้ทองคำยังคงเป็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจ” Mackenzie Investments ระบุ

    6.ศก.ปีหน้า ชะลอค่อยเป็นค่อยไป แต่ไม่ถึงขั้นถดถอย

    กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่า เศรษฐกิจโลกจะเติบโต 3.2% ในปี 2025 และ 3.1% ในปี 2026 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก่อนเกิดโควิดที่ 3.7% แต่ยังไม่ถึงขั้นถดถอย

    ขณะที่ Morgan Stanley ประเมินตัวเลขใกล้เคียงกัน โดยคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะโต 3.0% ในปี 2025 และ 3.2% ในปี 2026 และ 2027

    สำหรับประเทศพัฒนาแล้ว มีแนวโน้มเติบโตเพียงราว 1.5–1.6%

    ส่วนตลาดเกิดใหม่ มีแนวโน้มรักษาอัตราการเติบโตได้เหนือ 4% มุมมองโดยรวมจึงเป็นฉากทัศน์ “ลงจอดนุ่ม” (Soft Landing) กล่าวคือ เศรษฐกิจอาจชะลอลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป เงินเฟ้อยังคงลดลง และธนาคารกลางเริ่มผ่อนคลายนโยบายการเงิน แต่ไม่ถึงขั้นเร่งรุนแรง

    7.ยุค ‘ดอกเบี้ยสูงยาวนาน’ กำลังเลือนหาย

    ในปีหน้า นโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น Morgan Stanley คาดว่า เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลงสู่ระดับ 3.0–3.25% ภายในช่วงกลางปี ก่อนหยุดพักเป็นระยะเวลานาน

    ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) คาดว่า จะลดดอกเบี้ยลงมาที่ 2.75% ก่อนชะลอการปรับต่อ

    ส่วนธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งเผชิญเงินเฟ้อต่ำกว่าเป้าหมายและการเติบโตที่ซบเซา อาจจำเป็นต้องลดดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดประเมินไว้ในปัจจุบัน

    ด้านญี่ปุ่น ยังคงเป็นข้อยกเว้นสำคัญ โดยเป็นประเทศพัฒนาแล้วรายเดียวที่อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อ เนื่องจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) คาดว่า จะขึ้นดอกเบี้ยไปแตะระดับ 0.75% ภายในเดือนธันวาคม ก่อนจะหยุดพักการดำเนินนโยบาย

    8.ภาษีศุลกากร กลายเป็น ‘เรื่องปกติใหม่’

    แทบไม่มีประเด็นใดที่นักวิเคราะห์เห็นตรงกันมากเท่านี้ นั่นคือ มาตรการภาษีศุลกากร “จะยังไม่หายไปไหน” ภาษีตอบโต้ที่รัฐบาลทรัมป์ใช้ สามารถสร้างรายได้ให้รัฐเกือบ 300,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี แม้จะมีความเสี่ยงถูกท้าทายทางกฎหมาย

    ธนาคาร Barclays มองว่า ศาลสูงสุดสหรัฐอาจตัดสินว่า มาตรการเหล่านี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่อัตราภาษีที่แท้จริง ก็ได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 12.1% ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1934

    “ภาษีศุลกากร เมื่อบังคับใช้ไปแล้ว เป็นเรื่องยากที่จะยกเลิก” จีนา ไรมอนโด อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐกล่าว “ไม่มีใครอยากเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ถูกกล่าวหาว่า ‘ทอดทิ้งแรงงานอเมริกัน’ ”

    สำหรับผลกระทบจากภาษี ธนาคาร UBS คาดว่า ในช่วงต้นปี 2026 เศรษฐกิจสหรัฐอาจเผชิญช่วงสะดุดสั้น ๆ จากผลของภาษีที่ดันราคาสินค้าในประเทศขึ้น แต่ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป การเติบโตจะขยายวงและแข็งแรงขึ้น

    อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างกำลังเกิดขึ้นอย่างลึกซึ้ง การค้าโลกอาจถูกจัดเส้นทางใหม่อย่างถาวร ห่วงโซ่อุปทานกำลังกระจายตัว และสหรัฐกำลังใช้ “ภาษีศุลกากร” อย่างชัดเจน ในฐานะเครื่องมือสร้างอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจ

    9.จีนหันพึ่งส่งออกกับ ‘ประเทศกำลังพัฒนา’

    ท่ามกลางภาวะเงินฝืด วิกฤติอสังหาริมทรัพย์ และการเติบโตในประเทศที่ชะลอลง จีนกำลังปรับทิศทางไปเน้นการผลิต และการครองความได้เปรียบด้านการส่งออก พร้อมวางตัวเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือมากขึ้น โดยเฉพาะต่อประเทศกำลังพัฒนา หรือ Global South ผ่านการทำข้อตกลงการค้า ในช่วงที่สหรัฐกำลังถอยห่างจากระบบพหุภาคี

    “เครื่องจักรการส่งออกของจีน ยังคงเดินหน้าทำงานอย่างคึกคักตลอดปี 2025 และมีแนวโน้มจะดำเนินต่อเนื่องไปถึงปี 2026” ธนาคาร Barclays ระบุ

    Morgan Stanley คาดว่า จีดีพีที่แท้จริงของจีนจะขยายตัว 5% ในปี 2026 โดยได้แรงหนุนจากมาตรการสนับสนุนของรัฐบาลที่อัดฉีดล่วงหน้า

    อย่างไรก็ดี กลยุทธ์นี้อาจก่อให้เกิดแรงเสียดทานในระดับโลก เพราะปัญหาการผลิตล้นเกินในภาคอุตสาหกรรมจีน อาจทะลักสู่ตลาดโลก และยิ่งกระตุ้นความขัดแย้งด้านภาษีให้รุนแรงขึ้น

    10.ความตึงเครียดใน ‘พื้นที่สีเทา’ เพิ่มมากขึ้น

    The Economist เตือนว่า รัสเซียและจีนอาจ “ทดสอบความจริงจังของสหรัฐ” ในการปกป้องพันธมิตร ผ่านการเคลื่อนไหวกดดันใน “พื้นที่สีเทา” ทั้งในยุโรปเหนือและทะเลจีนใต้ โดยความตึงเครียด มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายด้าน ตั้งแต่เขตอาร์กติก อวกาศ รอบวงโคจร ก้นทะเล ไปจนถึงโลกไซเบอร์

    การแข่งขันเชิงอำนาจในลักษณะนี้ ซึ่งยังไม่ถึงขั้นสงครามเต็มรูปแบบ แต่ก็เกินกว่าความขัดแย้งในยามปกติ คาดว่าจะทวีความเข้มข้นมากขึ้น โดยการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ จะพึ่งพาเทคโนโลยีข่าวกรองจากอวกาศ โดรน และปฏิบัติการไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI มากขึ้นเรื่อย ๆ

    อ้างอิง: visualcapitalist

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1214620&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0e-khy95MOv1sFh8hfc0SG