Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • กัมพูชาชี้เสียมราฐนักท่องเที่ยวลดฮวบช่วงปีใหม่ | TOPNEWS

    กัมพูชาชี้เสียมราฐนักท่องเที่ยวลดฮวบช่วงปีใหม่ | TOPNEWS

    ขแมร์ไทม์สรายงานโดยอ้างข้อมูลของสำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดเสียมราฐเผยว่าจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่เดินทางมาเยือนเสียมราฐในช่วงวันหยุดสิ้นปี ระหว่างวันที่ 30-31 ธันวาคม 2568 อยู่ที่ประมาณ 286,751 คน ลดลงมากกว่า 14.06 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

    ทั้งนี้นักท่องเที่ยวในประเทศคิดเป็นสัดส่วนส่วนใหญ่ของจำนวนผู้มาเยือนทั้งหมด ประมาณ 279,210 คน ในช่วงสองวันดังกล่าว โดยลดลง 13.66 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนถึงบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ซบเซาแม้จะอยู่ในช่วงการเฉลิมฉลองปีใหม่

    ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวเสียมราฐก็เหลือเพียง 7,541 คน ลดฮวบ 26.5% เมื่อเทียบกับ 10,260 คน ในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568

    เสียมราฐถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของกัมพูชา โดยมีนครวัดแหล่งมรดกโลก เป็นสิ่งดึงดูด

    สำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดเสียมราฐต้องเร่งประชาสัมพันธ์กระตุ้นให้ชาวกัมพูชามาเที่ยวกันเอง รวมทั้งเพิ่มผลผลิตด้านการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นโดยเฉพาะในช่วงเทศกาล หรือ high season

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1443279&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uexSVuUs2vlLbCfbdBobz

  • เที่ยวบินปฐมฤกษ์ บินตรงสิงคโปร์-เชียงราย

    v.prd:0.0.150

    Intro

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/138865&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bnVTdPTOd4EulqHAoevxV

  • “กัณวีร์” ควง “อภิสิทธิ์” ลงพื้นที่ปัตตานี ดูงาน “บ้านเดินดิน” ชื่นชมเป็นห้องแล็บชุมชน ขยายโอกาส สร้างงาน ผลักดันเป็นเศรษฐกิจชุมชน-สันติภาพกินได้

    “กัณวีร์” ควง “อภิสิทธิ์” ลงพื้นที่ปัตตานี ดูงาน “บ้านเดินดิน” ชื่นชมเป็นห้องแล็บชุมชน ขยายโอกาส สร้างงาน ผลักดันเป็นเศรษฐกิจชุมชน-สันติภาพกินได้

    วันที่ 2 ม.ค. 69 นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต เปิดเผยว่า ตนได้ลงพื้นที่ อ.ปานะเระ จ.ปัตตานี ตั้งใจไปเยี่ยมชมและเรียนรู้แนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ บ้านเดินดิน และ Benjametha Ceramic ซึ่งเป็นตัวอย่างเศรษฐกิจชุมชน ที่เป็นนโยบายหลักของพรรคพลวัต โดยมีนายอภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล ประธานยุทธศาสตร์และนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์มาลงพื้นที่ด้วยกัน และได้แลกเปลี่ยนกับ นายเอ็มโซเฟียน เบญจเมธา บ้านเดินดิน ศิลปินเซรามิก และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Derndin (เดินดิน) และ Benjametha Ceramic ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะน้ำท่วมครั้งล่าสุด ทำให้ฟาร์มไก่ โรงผ้าคราม รวมถึง โรงงานเซรามิค ได้รับความเสียหายอย่างหนักด้วย

    นายกัณวีร์ เปิดเผยว่า ได้วิธีคิดในการผลักดันเศรษฐกิจชุมชนจากบ้านเดินดิน เพราะเป็นการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ ตนจึงอยากให้ทุกพรรคการเมืองนำไปคิดให้ดีว่า นโยบายต่าง ๆ ที่จะทำเพื่อประชาชน ขออย่าลืมความเป็นมนุษย์ ซึ่งตรงกับนโยบายสันติภาพที่กินได้ สันติภาพที่ยั่งยืนที่พรรคพลวัต จะผลักดันให้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้

    “ระหว่างเดินดูความเสียหายจากน้ำท่วม คุณเอ็มโซเฟียน ได้ให้ดูกล่องเลี้ยงชันโรงที่บอกว่ามีผึ้งมาอยู่ด้วย ซึ่งปกติผึ้งไม่กล้ามาแตะชันโรง แต่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข สันติภาพที่กินได้ เราต้องมีพื้นที่ในการแสดงสิทธิเสรีภาพ เราควรยอมรับเขาในสิ่งที่เป็นบอกได้ว่าอยู่อย่างไร รัฐที่เป็นตัวแทนจะต้องเข้าใจในบริบทตรงนี้ในการถามทั้งผึ้งและชันโรงว่า จะอยู่ร่วมกันยังไง ต้องบริหารจัดการที่ดูได้ว่ารากเหง้าปัญหาคืออะไร ซึ่งการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เช่นเดียวกัน”

    นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า ตนรู้จากนายเอ็มโซเฟียนมานานตั้งแต่ทำงานอยู่ TCDC เห็นถึงการพัฒนาการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เห็นถึงความพยายามที่จะใช้สินทรัพย์ในชุมชน ทำให้เกิดประโยชน์ เป็นที่น่าชื่นชม และนายเอ็มโซเฟียน มีพื้นฐานความคิดที่ดี พรรคพลวัตจึงอยากทำงานในแง่วิธีคิด ที่จะนำไปถ่ายทอดเป็นเศรษฐกิจชุมชน

    “บ้านเดินดิน เป็นเหมือนห้องแล็บชุมชน ที่จะใช้เป็นศูนย์เรียนรู้ ให้ประชาชนได้รับโอกาส เป็นพื้นที่กลางของชุมชน ที่จะให้บอกว่าชุมชนเรามีอะไรดี อย่างการทำผ้าคราม การทำเซรามิค ก็เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีของชุมชน สามารถสร้างงานให้ชุมชน เป็นที่ที่ให้ทุกคนแสดงความสามารถของตัวเอง ซึ่งสิ่งนี้แหละครับคือเศรษฐกิจชุมชน”

    นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำ นายเอ็มโซเฟียน เปิดเผยด้วยว่า เป็นสิ่งที่ตนอยากเห็นกระบวนการของชาวบ้าน ความตั้งใจในการทำ บ้านเดินดิน เพราะอยากเป็นห้องแล็บของชุมชน อย่างที่ตนได้ทำต้นคราม ก็เพาะพันธุ์อยากขยายพันธุ์ แต่เสียดายที่น้ำท่วมแปลงต้นครามเสียหายหมด แต่ยังมีองค์ความรู้ที่ถ่ายทอดได้

    “ผมอยากให้โรงเรียนในชุมชนมาดูเซรามิค สามารถมา Work Shop มาเรียนรู้ได้ แต่ที่ผ่านมายังไม่เกิดขึ้น ทุกอย่างที่ผมทำมาจากความตั้งใจ เหมือนเราตั้งชื่อว่าบ้านเดินดิน เพราะทุกคนก็ต้องกลับสู่ดิน ผมจึงพร้อมจะถ่ายทอดให้ชุมชนมาก ๆ ครับ” นายเอ็มโซเฟียน กล่าว

    นายกัณวีร์ เปิดเผยด้วยว่า การลงพื้นที่วันนี้ได้นำผู้สมัคร สส.เขต 4 จังหวัดปัตตานี นายไซนุดิง ยุโซะ มาเรียนรู้ด้วย ซึ่งนายไซนุดิง ก็ทำงานกับชุมชนและมีความตั้งใจจะนำอุดมการณ์มาทำงานการเมือง อยากนำแนวคิดไปผลักดันในสภาผู้แทนราษฏร เพราะความสงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดขึ้นได้สิ่งสำคัญคือเศรษฐกิจจะต้องดี อย่างที่เห็นแพะ ถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจในพื้นที่ แต่มีแพะจากเมียนมา ราคาถูกกว่า พอเข้ามามาก ทำให้แพะในพื้นที่ราคาตก คนเลี้ยงแพะเริ่มท้อ ทั้งๆที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจ รวมถึง วัว แต่ปัจจุบันคนเลี้ยงวัว ยังไม่มีแล้ว ทำให้วัว พื้นบ้าน หายไป จึงน่าจะเป็นอีกอย่างหนึ่งที่จะทำเป็นเศรษฐกิจชุมชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/268584&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KKsAxT7_Uzj4KHMt21MaD

  • เลือกตั้ง69 : ยศชนัน-จุลพันธ์ ลุย พ.ร.บ.อากาศสะอาด ชูสุขภาพดันศก.

    เลือกตั้ง69 : ยศชนัน-จุลพันธ์ ลุย พ.ร.บ.อากาศสะอาด ชูสุขภาพดันศก.

    เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 ที่สวนลุมพินี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังนำทีมวิ่งออกกำลังกาย ระบุว่า ปัญหาสุขภาพเป็นภาระเศรษฐกิจสำคัญ คิดเป็นราว 10% ของ GDP การแก้ปลายทางอย่างค่ารักษาไม่เพียงพอ ต้องแก้ที่ต้นทาง โดยกว่า 64% ของโรคสามารถป้องกันได้ พร้อมเชิญชวนประชาชนออกกำลังกาย
     

    นายยศชนันย้ำว่า พรรคเพื่อไทยผลักดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดแล้วและจะเดินหน้าต่อ รวมถึงกฎหมายลูก เพราะอากาศที่ดีคือฐานสุขภาพและเศรษฐกิจ หากคุณภาพอากาศแย่ ผู้คนใช้ชีวิตนอกบ้านไม่ได้ เศรษฐกิจชะลอ จึงเสนอแนวทางลดค่าเดินทาง รถเมล์ 10 บาท รถไฟฟ้า 20 บาท เพื่อลดภาระประชาชนและลดมลพิษ

    ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านกระบวนการยาวนานและเข้าสู่ชั้น สว.แล้ว แต่สะดุดจากการยุบสภา ยืนยันว่าหากกลับมาเป็นรัฐบาล จะผลักดันให้แล้วเสร็จในสมัยถัดไป เพื่อรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการได้อากาศบริสุทธิ์ พร้อมกำกับผู้ก่อมลพิษให้เป็นผู้จ่ายชดเชย และประสานประเทศเพื่อนบ้านแก้ปัญหาการเผาข้ามแดน
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/735879&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-BRWWtAP7diWINNipx97k

  • ญี่ปุ่นรำลึก 2 ปี แผ่นดินไหวใหญ่คาบสมุทรโนโตะ

    ญี่ปุ่นรำลึก 2 ปี แผ่นดินไหวใหญ่คาบสมุทรโนโตะ

    v.prd:0.0.150

    Intro

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/138875&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06IMc1PXzYFHd4bGF-p-Gb

  • ลงพื้นที่ปราสาทคนา​ ให้กำลังใจกำลังพล​ปีใหม่ไม่ได้กลับบ้าน​ ชื่นชมกองทัพ​ทำไทยควบคุมพื้นที่ได้โดยสมบูรณ์​ ควบคู่ปราบสแก​มเมอร์​ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ลงพื้นที่ปราสาทคนา​ ให้กำลังใจกำลังพล​ปีใหม่ไม่ได้กลับบ้าน​ ชื่นชมกองทัพ​ทำไทยควบคุมพื้นที่ได้โดยสมบูรณ์​ ควบคู่ปราบสแก​มเมอร์​ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/112093&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0SeZHqmqxeUlkClME7M6Cs

  • สสวท. ชวนเรียนรู้ “ทะเลหมอก เกิดขึ้นได้อย่างไร”

    สสวท. ชวนเรียนรู้ “ทะเลหมอก เกิดขึ้นได้อย่างไร”

    วันศุกร์ ที่ 02 มกราคม พ.ศ. 2569, 10.04 น.

    สสวท. ชวนเรียนรู้ “ทะเลหมอก เกิดขึ้นได้อย่างไร”

    ในช่วงปลายฤดูฝนต่อเนื่องถึงฤดูหนาว หลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณภูเขาและหุบเขาสูง มักปรากฏหมอกสีขาวลอยตัวปกคลุมพื้นที่ด้านล่าง เมื่อมองจากที่สูงจะเห็นหมอกแผ่กว้างราวกับผืนทะเล จึงเกิดเป็นภาพที่เรียกว่า “ทะเลหมอก” ปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้ ไม่เพียงแต่มอบความสวยงามและสร้างความประทับใจให้กับผู้คนที่พบเห็นเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ ซึ่งเกี่ยวข้องกับอุณหภูมิ ความชื้นในอากาศ และลักษณะภูมิประเทศ

    ทะเลหมอกเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ทั้งสวยงามและน่าค้นหา โดยเฉพาะภาพหมอกขาวที่ปกคลุมภูเขาในยามเช้า เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน จนกลายเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้รักการถ่ายภาพตามสถานทีจุดชมทะเลหมอกชื่อดังของไทย เช่น ภูทับเบิก ดอยอินทนนท์ และภูชี้ฟ้า มักได้รับความนิยมในช่วงปลายฤดูฝนถึงฤดูหนาว

    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จึงชวนทุกคนเรียนรู้ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เรื่อง “ทะเลหมอก เกิดขึ้นได้อย่างไร” เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจวิทยาศาสตร์ใกล้ตัวและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศรอบตัวเรา https://www.scimath.org/article-science/item/4619-2015-01-28-03-01-23   

    ทะเลหมอก คือปรากฏการณ์ที่เกิดจาก หมอก ซึ่งเป็นกลุ่มละอองน้ำขนาดเล็กที่ลอยอยู่ใกล้พื้นผิวโลกเมื่อมองจากพื้นที่สูง เช่น ยอดเขา จะเห็นหมอกแผ่ปกคลุมพื้นที่ด้านล่างคล้ายผืนทะเล หมอกและทะเลหมอกนั้นมีพื้นฐานของการเกิดขึ้นเหมือนกัน คือเกิดจากอุณหภูมิของอากาศที่ลดลงมากจนต่ำกว่าจุดน้ำค้าง (Dew Point) ทำให้ไอน้ำเกิดการกลั่นตัวเป็นละอองน้ำขนาดเล็ก ในบรรยากาศใกล้ผิวโลก

    การเกิดทะเลหมอกมีปัจจัยทางวิทยาศาสตร์หลายประการที่ทำงานร่วมกัน โดยเริ่มจากอุณหภูมิอากาศที่ลดลงจนถึง จุดน้ำค้าง ทำให้ไอน้ำในอากาศควบแน่นกลายเป็นละอองน้ำขนาดเล็ก ประกอบกับพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เช่น หลังฝนตกหรือบริเวณที่มีพืชพรรณหนาแน่น จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเกิดหมอก นอกจากนี้ ลักษณะภูมิประเทศแบบหุบเขา แอ่งกระทะ หรือพื้นที่ต่ำ ยังเอื้อต่อการกักเก็บอากาศเย็น ทำให้หมอกสามารถก่อตัวและสะสมได้ดี ยิ่งหากมีสภาพอากาศลมสงบหรือมีลมอ่อน หมอกก็จะไม่กระจายตัวเร็ว จึงเกิดเป็นทะเลหมอกผืนกว้างที่สวยงามและน่าประทับใจ

    เมื่อหมอกก่อตัวในพื้นที่ต่ำ และผู้สังเกตอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า จึงมองเห็นหมอกเป็นผืนกว้างต่อเนื่อง เรียกว่า “ทะเลหมอก” ซึ่งมักพบได้ในช่วงเช้าตรู่ของฤดูหนาว และจะค่อย ๆ สลายไปตามธรรมชาติเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นหรือมีลมแรง

    ทะเลหมอกไม่เพียงเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่งดงามและเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าค้นหา แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สามารถบูรณาการเข้ากับการเรียนการสอนได้อย่างหลากหลาย ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการเรียนรู้เชิงธรรมชาติและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    ด้านวิทยาศาสตร์และการเรียนรู้ เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนสถานะของสสาร และความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิ ความชื้น และบรรยากาศ ซึ่งคุณครูสามารถนำไปใช้ประกอบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ได้อย่างใกล้ตัว ด้านสิ่งแวดล้อมและภูมิอากาศ การเกิดทะเลหมอกสะท้อนถึงสภาพอากาศและลักษณะภูมิประเทศของพื้นที่ ช่วยให้เข้าใจระบบนิเวศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในแต่ละฤดูกาล ด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ทะเลหมอกเป็นเสน่ห์สำคัญของแหล่งท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการเรียนรู้ธรรมชาติอย่างยั่งยืน

    หมอกแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามลักษณะทางกายภาพและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิด ได้แก่ หมอกที่เกิดจากการแผ่รังสีความร้อนในเวลากลางคืน หมอกจากการเคลื่อนที่ของมวลอากาศชื้นในแนวนอน หมอกที่เกิดตามพื้นที่ลาดเนินหรือสะสมในหุบเขา รวมถึงหมอกในสภาพอากาศหนาวจัดอย่างหมอกน้ำแข็ง และหมอกที่เกิดจากการระเหยของน้ำเมื่อเรียนรู้ประเภทของหมอกเหล่านี้ จะช่วยให้เราเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิ ความชื้น การเคลื่อนที่ของอากาศ และลักษณะภูมิประเทศได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้ปรากฏการณ์หมอกที่พบเห็นในชีวิตประจำวันกลายเป็นเรื่องน่ารู้และชวนค้นหามากขึ้น ศึกษา

                  จากปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าตื่นตาและสวยงามอย่างทะเลหมอก ในช่วงนี้ จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเดินทางไปท่องเที่ยวและเรียนรู้ เพราะนอกจากจะได้สัมผัสความสวยงามของธรรมชาติแล้ว ยังช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิ ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศใกล้ตัวได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ควรตรวจสอบสภาพอากาศ และเดินทางอย่างระมัดระวังเพื่อความปลอดภัย

              ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/460718&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UF8-_5nLSMoTDvSZM9aUl

  • เปิดนโยบายหาเสียง พรรคภูมิใจไทย 


    เปิดนโยบายหาเสียง พรรคภูมิใจไทย ผุดทหารอาสาแทนทหารเกณท์   จ้าง 4 ปีเดือนละ 12,000 บาท ,พยาบาลอาสา ทำงาน ดูแลผู้สูงวัยถึงที่

    นโยบายหาเสียง พรรคภูมิใจไทย ที่น่าสนใจ มีดังนี้

    ทหารอาสา 

    พรรคภูมิใจไทย เห็นความสำคัญของกองกำลังทหาร ที่ต้องมีไว้เพื่อปกป้องภัยความมั่นคง จากอริราชศัตรู ปกป้องเอกราชของชาติไทย ปกป้องศักดิ์ศรี และเกียรติภูมิของประเทศ จากการรุกรานภายนอกประเทศ และช่วยเหลือประชาชนในยามประเทศประสบภัยพิบัติธรรมชาติ

    พรรคภูมิใจไทย เสนอนโยบาย ทหารอาสา แทน ทหารเกณฑ์ เปิดรับสมัครทหารอาสา 100,000 คน รับราชการเป็น พลทหาร 4 ปี มีรายได้เดือนละ 12,000 บาท เพื่อเป็นกำลังพลของกองทัพ ทุกเหล่าทัพ โดยจะเข้ามาเพื่อ ฝึกทหาร  ฝึกอาชีพ เรียนหนังสือ และUp-skill-Re-Skill มีโอกาสสอบเป็นนายสิบ นายทหารได้  กองทัพ จะมีกำลังพลที่มีความเข้มแข็ง จากผู้ที่สมัครใจ มาเป็นทหาร เพื่อปกป้องประเทศ  

    พยาบาลอาสา (ทำงาน ดูแลผู้สูงวัยถึงที่)

    พรรคภูมิใจไทย เสนอโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา  เพื่อดูแลผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์  โครงการนี้จะมีการจ้างงาน จากผู้จบการศึกษาด้าน พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล เทคนิกการแพทย์ เข้ามาอบรมเพิ่มเติม แล้วเข้าทำงาน จำนวนเกือบ 100,000 อัตรา  เงินเดือน 15,000 บาท โดยมีสัญญาจ้างงานขั้นต่ำ 4 ปี ทำงานเชิงรุก เคาะประตู ทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ  เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน  ช่วยเหลือผู้สูงอายุ และครอบครัวผู้สูงอายุ รวมทั้งสตรีตั้งครรภ์

     “สร้างกำแพง” เพื่อปกป้องประเทศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ

    จากปัญหาความั่นคง ตามแนวชายแดน ทั้งเรื่องการบุกรุกดินแดน การลักลอบขนสินค้าเกษตร ลักลอบขนยาเสพติด แรงงานเถื่อน สิ่งของผิดกฎหมาย ที่เป็นช่องโหว่เซาะกร่อน บ่อนทำลายประเทศไทย มาเป็นเวลายาวนาน

    พรรคภูมิใจไทย นำเสนอนโยบาย “สร้างกำแพง” เพื่อปกป้องประเทศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ไม่เพียงเฉพาะภัยทางทหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภัยคุกคามทางเศรษฐกิจ และสังคม ทั้งการลักลอบนำของเถื่อนเข้าประเทศ สินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านที่ทะลักเข้ามากดราคาพืชผลทางการเกษตรไทย แรงงานผิดกฎหมาย ยาเสพติด เครือข่ายสแกมเมอร์ การพนัน กาสิโน และทุนสีเทา ประเทศไทยไม่เอาสิ่งเหล่านี้ และจำเป็นต้องมีกำแพงที่เข้มแข็งเพื่อปกป้องอธิปไตย เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน

    มาตรการคนละครึ่ง พลัส

    เป็นการเติมกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยประชาชนออกครึ่งหนึ่ง รัฐบาลออกครึ่งหนึ่ง เมื่อนำมาผสมกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ Quick Big Win สามารถทำให้เงินเข้าไปสู่ระบบ เกิดการหมุนของเงินหลายรอบ ทำให้อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ GDP โตขึ้นได้  และยังเป็นมาตรการจำเป็นที่จะต้องดำเนินต่อไป ช่วงปี 2569-2572 เพื่อเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน

    ค่าไฟต่ำ 3 บาท

    ราคาพลังงานโดยเฉพาะไฟฟ้า ถือเป็นรายจ่ายสำคัญสำหรับครอบครัวคนไทยทั่วประเทศกว่า 29 ล้านครัวเรือน ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจสีเขียวพลัส สู่ Net Zero 2050 ของพรรคภูมิใจไทย มีมาตรการจะดำเนินการโดย พลังงานสีเขียว (Direct PPA) โดยจะทำโซล่าเซลล์ชุมชน ส่งไฟฟ้าเข้าบ้านเรือนตรงถึงประชาชน ไม่ต้องผ่านหน่วยงานต่างๆ ที่จะคิดค่าดำเนินการ และค่าภาษี ทำให้ค่าไฟฟ้ามีราคาแพงขึ้น

    ด้วยมาตรการนี้ จะส่งผลให้ “ประชาชนจะจ่ายค่าไฟต่ำกว่า 3 บาทต่อยูนิต สำหรับ 200 ยูนิตแรก” เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

    จักรยานยนต์ไฟฟ้า

    ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจสีเขียว คมนาคมสีเขียว พรรคภูมิใจไทย นำเสนอ “โครงการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ที่จะให้ประชาชนผ่อนเพียงเดือนละ 300 บาท 60 งวด เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์

    ถือเป็นการซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในราคาไม่แพง เป็นการลดรายจ่ายในการเดินทางให้กับประชาชน

    การศึกษาเท่าเทียม พลัส

    แม้ประเทศไทยจะมีนโยบายเรียนฟรี 15 ปี แต่ยังไม่ใช่การเรียนฟรีที่แท้จริง อีกทั้งความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายังคงปรากฏให้เห็นอยู่ และพบว่ามีเด็กกว่า 1 ล้านคน ถูกผลักออกจากระบบการศึกษา

    พรรคภูมิใจไทยจึงเสนอนโยบาย “การศึกษาเท่าเทียม พลัส” ที่จะทำให้การเรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านการดำเนินมาตรการสำคัญ คือ

    การศึกษาเท่าเทียม พลัส 1 สร้างแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ฟรี รวมคลังความรู้ครอบคลุมการศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงมหาวิทยาลัย และวัยทำงาน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

    การศึกษาเท่าเทียม พลัส 2 Skill Bridge สะพานที่จะพาคนไทยข้ามไปสู่อนาคตที่ดีกว่า เน้นทักษะ เน้นงาน มีรายได้ นโยบายนี้จะดึงดูดบริษัทเอกชน โดยบริษัทจะเป็นผู้เขียนหลักสูตรวิชาที่มีเนื้อหาตรงกับตำแหน่งงานที่บริษัทต้องการรับสมัคร และนำหลักสูตรวิชาดังกล่าวบรรจุในแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ ซึ่งจะทำให้แรงงานสามารถพัฒนาความรู้ ความสามารถให้ตรงกับความต้องการทางการตลาดได้ ลดอัตราการว่างงาน และเพิ่มโอกาสการเข้าทำงานมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เรียนฟรี มีงานทำ เกิดขึ้นได้จริง

    การศึกษาเท่าเทียม พลัส 3 ธนาคารหน่วยกิต Learning Passport เป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่เปิดโอกาสให้เด็กไทย ได้เรียนรู้ในหลากหลายสาขาวิชา โดยเมื่อเก็บเครดิตครบตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ก็จะมีการออกปริญญาบัตรให้ มาตรการนี้จะทำให้ เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา เกิดขึ้นได้จริง
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/39101&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3o_snoMIjdT08DLNPhdMj5

  • สีคุ้น ๆ ? HONOR เตรียมเปิดตัว “HONOR Power 2” ในจีน 5 ม.ค. นี้

    สีคุ้น ๆ ? HONOR เตรียมเปิดตัว “HONOR Power 2” ในจีน 5 ม.ค. นี้

    HONOR ประกาศเตรียมเปิดตัวมือถือแบตฯ อึดรุ่นใหม่ “HONOR Power 2” ในประเทศจีน 5 ม.ค. นี้ แย้มสเปกแบตฯ 10080 mAh – ทนทานระดับ IP69K ชาวเน็ตแซวสีคุ้น ๆ

    HONOR แบรนด์สมาร์ตโฟนจีน ประกาศผ่านเว็บไซต์ เตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ในตระกูล HONOR Power ซีรีส์ ที่ขายความอึดทนของแบตเตอรี่ อย่าง “HONOR Power 2” ในวันที่ 5 มกราคมนี้ โดยจะเป็นการเปิดตัวในประเทศจีนก่อน ส่วนระดับ Global ยังต้องติดตามกันต่อไป

    โดยเว็บไซต์ HONOR ระบุว่า HONOR Power 2 จะมีทั้งหมด 3 สีด้วยกัน ได้แก่ สีส้ม Sunburst Orange สีขาว Snow White และสีดำ Magic Night Black ส่วนกรอบเครื่องจะใช้เป็นโลหะแบบด้าน

    HONOR
    HONOR Power 2

    ส่วนสเปกอื่น ๆ ที่ได้รับการยืนยันแล้ว จะมีความสามารถในการกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 และ IP69K ซึ่งถือว่าเป็นระดับสูงสุด มีระบบ Hongyan Communication System ที่ช่วยเพิ่มกำลังรับสัญญาณ 200% และในส่วนที่ถือเป็นไฮไลต์ คือ แบตเตอรี่ Qinghai Lake ขนาด 10080 mAh ใช้งานได้ยาวนาน

    ทั้งนี้ บนกระทู้สื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังอย่าง Reddit มีผู้ตั้งกระทู้หัวข้อ HONOR Power 2 Colors ตั้งข้อสังเกตในประเด็น “สี” ของ HONOR Power 2 ส่วนใหญ่แสดงความเห็นว่ามีสีคล้ายกับ “iPhone 17 Pro” และ “iPhone 17 Pro Max” ที่มี 3 สี และมีสีส้ม Cosmic Orange ที่ลักษณะคล้ายกัน

    ตัวอย่างความเห็น เช่น “ฉันคิดว่าฉันเห็น iPhone 17 แวบ ๆ” หรือมีคนแซวโดยตั้งชื่อให้ใหม่ว่า เจ้านี่มัน “Honor Power 2 Pro Max” ชัด ๆ

    ที่มา: HONOR / Reddit

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5/265097&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3I2fCXkSTZm9KaPKUSoggO

  • พนมรุ้งคึกคักอีกครั้ง หลังหยุดยิง นักท่องเที่ยวมั่นใจปลอดภัย

    พนมรุ้งคึกคักอีกครั้ง หลังหยุดยิง นักท่องเที่ยวมั่นใจปลอดภัย

    ภูมิภาค

    พนมรุ้งคึกคักอีกครั้ง หลังหยุดยิง นักท่องเที่ยวมั่นใจปลอดภัย

    วันศุกร์ ที่ 02 มกราคม พ.ศ. 2569, 20.54 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    บุรีรัมย์ – บรรยากาศการท่องเที่ยวที่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังสถานการณ์ชายแดนคลี่คลายและมีการลงนามหยุดยิง ประกอบกับช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวทยอยเดินทางกลับมาเที่ยวอย่างต่อเนื่อง หลายคนระบุมั่นใจในความปลอดภัย

    เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วนอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมความงดงามของปราสาทพนมรุ้งเป็นจำนวนมาก หลังจากบรรยากาศการท่องเที่ยวซบเซาลงในช่วงก่อนหน้านี้ จากเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนซึ่งเกิดขึ้นถึงสองระลอก

    นางสาวกฤษณา สมสาย อายุ 35 ปี นักท่องเที่ยวจากจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาเที่ยวเขาพนมรุ้งเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ เพื่อขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขาพนมรุ้ง โดยขณะนี้มีความมั่นใจว่าการท่องเที่ยวในพื้นที่มีความปลอดภัย หลังได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ อีกทั้งจุดท่องเที่ยวอยู่ห่างจากพื้นที่การปะทะ จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสความมหัศจรรย์ของเขาพนมรุ้ง ซึ่งตนมาแล้วหลายครั้งและรู้สึกสบายใจ รวมถึงมีความมั่นใจในการดำเนินชีวิตมากขึ้น

    ด้านนายภสินธุ์ บุญล้อม หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ยอมรับว่า ในช่วงที่เกิดเหตุปะทะครั้งแรกและครั้งที่สอง จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างมาก เหลือเพียงหลักร้อยคนต่อวัน อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการลงนามหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชา ประกอบกับช่วงเทศกาลปีใหม่ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเดินทางกลับมาเที่ยวเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเฉลี่ยวันละประมาณ 1,500–2,000 คน และเชื่อว่าหากสถานการณ์ชายแดนยังคงเป็นปกติ การท่องเที่ยวจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างต่อเนื่อง

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/460776&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0k2neDDPnEZXVzB64WZFsx