Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เมื่อเศรษฐกิจพังพินาศและเงินไร้ค่า ประชาชนทั่วประเทศจึงลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน

    1. ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2025 การประท้วงครั้งใหญ่ได้ปะทุขึ้นในหลายเมืองทั่วประเทศอิหร่าน ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงขึ้นและความไม่พอใจต่อรัฐบาลอย่างแพร่หลาย แม้ว่าในตอนแรกจะเกิดจากความไม่พอใจต่อภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น ราคาอาหารที่สูงขึ้น และการอ่อนค่าอย่างรุนแรงของเงินเรียลอิหร่าน แต่การประท้วงก็พัฒนาอย่างรวดเร็วไปสู่การเคลื่อนไหวที่กว้างขึ้นเพื่อเรียกร้องให้ยุติการปกครองที่กดขี่ของสาธารณรัฐอิสลาม

    2. คลื่นแห่งการประท้วงเกิดขึ้นจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็ว โดยอัตราเงินเฟ้อในอิหร่านพุ่งสูงขึ้นถึง 48.6% ในเดือนตุลาคม 2025 และ 42.2% ในเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อรายจ่ายในครัวเรือน ขณะที่ราคาอาหารและสินค้าจำเป็นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ชาวอิหร่านจำนวนมากต้องดิ้นรนเพื่อหาเงินซื้อสิ่งจำเป็นพื้นฐาน โดยราคาอาหารเพิ่มขึ้น 72% ในขณะที่สินค้าด้านสุขภาพและการแพทย์เพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับปีต่อปี 

    3. นอกจากนี้ อิหร่านกำลังประสบกับวิกฤตน้ำขาดแคลนและยังมีจัดการที่ไม่ดี รายงานในสื่ออิหร่านยังระบุว่ารัฐบาลวางแผนที่จะขึ้นภาษีในช่วงเริ่มต้นปีใหม่ของอิหร่านในวันที่ 21 มีนาคม ซึ่งยิ่งทำให้ประชาชนกังวลมากขึ้น และยังมีรายงานของสื่อต่างประเทศว่าหลายเดือนก่อนการประท้วง ความโกรธและความไม่พอใจของประชาชนได้เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนพลังงานอย่างรุนแรง การละเมิดสิทธิพลเมือง และการทุจริตอย่างแพร่หลาย 

    4. ที่จริงแล้ว เศรษฐกิจของอิหร่านประสบความยากลำบากอย่างมากอย่างน้อยเริ่มตั้งแต่ปี 2024 โดยมีอัตราเงินเฟ้อสูง ค่าเงินอ่อนตัวลง และขาดแคลนพลังงาน ส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของไฟฟ้าและก๊าซซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียนของอิหร่านต้องออกมาขอโทษ อิหร่านยังประสบกับความเสื่อมถอยครั้งใหญ่ในอิทธิพลระดับโลก เช่น การล่มสลายของระบอบอัสซาดในซีเรีย ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญ 

    5. ในช่วงหลายเดือนสุดท้ายของปี 2025 เศรษฐกิจของอิหร่านประสบกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยค่าเงินเรียลของอิหร่านอ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยอยู่ที่ประมาณ 145,000 โทมาน (หนึ่งโทมันมีค่าเท่ากับ 10 เรียล (แบบเก่า) หรือ 10,000 เรียล (แบบใหม่ทางการ) ภายในวันที่ 29 ธันวาคม 2025 ค่าเงินเรียลของอิหร่านลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.45 ล้านเรียลต่อดอลลาร์สหรัฐ และรัฐบาลยังได้ระงับการอุดหนุนอัตราแลกเปลี่ยนเงินเรียลต่อดอลลาร์สหรัฐ อิหร่านใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ได้รับการอุดหนุนมานานแล้วในฐานะกลไกในการสนับสนุนการนำเข้าและควบคุมอัตราเงินเฟ้อ

    6. วิกฤตค่าเงินซึ่งพัฒนามาหลายปีแล้วนั้น ทวีความรุนแรงขึ้นในปี 2025 จากสงคราม 12 วันกับอิสราเอล และมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ของสหประชาชาติที่บังคับใช้ผ่านกลไก Snapback mechanism (คือการอนุญาตให้ “รัฐภาคี” ใดๆ ในข้อตกลงนิวเคลียร์อิหหร่านสามารถนำมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติที่มีต่ออิหร่านกลับมาใช้ใหม่ได้โดยฝ่ายเดียว ในกรณีที่อิหร่านละเมิดข้อตกลงอย่างร้ายแรง) ด้วยการอายัดทรัพย์สินของอิหร่านในต่างประเทศ การระงับธุรกรรมอาวุธ และการกำหนดบทลงโทษที่เกี่ยวข้องกับโครงการขีปนาวุธของประเทศ

    7. นักวิเคราะห์เศรษฐกิจระบุว่านโยบายการเงินและการคลังของรัฐบาล การบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาด การขาดดุลงบประมาณเรื้อรัง และการคว่ำบาตรระหว่างประเทศที่ต่อเนื่อง สภาวะเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมาคมการค้า โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาการนำเข้า ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างรุนแรงทำให้พ่อค้าจำนวนมากไม่สามารถกำหนดราคาสินค้า จัดหาสินค้า หรือดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อไปได้

    8. กระแสความไม่พอใจเริ่มต้นจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดในกรุงเตหะราน การประท้วงได้แพร่กระจายไปยังมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว ดึงดูดนักศึกษาจำนวนมากจากทั่วประเทศ เมื่อการประท้วงขยายวงกว้างขึ้น ผู้ประท้วงในหลายเมืองต่างตะโกนเรียกร้องทั้งความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง รวมถึงการเรียกร้อง “เสรีภาพ” และการต่อต้านรัฐบาลอย่างชัดเจน 

    9. ผู้ประท้วงตะโกนคำขวัญต่อต้านรัฐบาล เช่น “ความตายแด่เผด็จการ” (หมายถึงรัฐบาลสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในปัจจุบัน) และ “ปาห์ลาวีจะกลับมา” (หมายถึงราชวงศ์ปาห์ลาวีที่ถูกสาธารณรัฐอิสลามโค่นล้ม) และ “ชาห์ทรงพระเจริญ” (หมายถึงกษัตรย์อิหร่านที่เคยปกครองประเทศ) ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงความไม่พอใจของพวกเขาต่อผู้มีอำนาจที่รับผิดชอบต่อวิกฤตเศรษฐกิจ ตลอดจนข้อเรียกร้องทางการเมืองที่กว้างขึ้น

    10. การเคลื่อนไหวนี้กลายเป็นการปะทุความไม่สงบครั้งใหญ่ที่สุดในอิหร่านนับตั้งแต่การประท้วงในปี 2022–2023 หลังจากการเสียชีวิตของมาห์ซา อามินี หญิงวัย 22 ปี ขณะถูกควบคุมตัวโดยตำรวจเนื่องจากถูกกล่าวหาว่าสวมฮิญาบไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ตามที่เอลลี บอร์ฮาน นักเคลื่อนไหวชาวอังกฤษ-อิหร่านกล่าว การประท้วงครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งก่อนๆ และความเชื่อมั่นของประชาชนชาวอิหร่านที่มีต่อรัฐบาลลดลงนับตั้งแต่การปราบปรามขบวนการสตรี ชีวิต เสรีภาพ ในปี 2022 ระหว่างการประท้วงมาห์ซา อามินี

    11. เนื่องจากวิกฤตครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและค่าเงินเรียลอิหร่านที่ดิ่งลงต่กเงินเหรียญสหรัฐฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อาราคชี ได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เปิดการเจรจาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ กล่าวว่า ผู้นำของอิหร่าน “มีปัญหามากมาย พวกเขามีภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรง เศรษฐกิจของพวกเขาล่มสลาย และผมรู้ว่าประชาชนไม่ค่อยมีความสุขนัก” และเขายังเตือนทางการอิหร่านไม่ให้สังหารผู้ประท้วงอย่างสันติ โดยกล่าวว่าสหรัฐฯ “จะเข้ามาช่วยเหลือพวกเขา (ผู้ประท้วง)”

    โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

    Photo – บรรดาพ่อค้าแม่ค้าเดินข้ามสะพานระหว่างการประท้วงต่อต้านสภาพเศรษฐกิจและค่าเงินของอิหร่านที่กำลังตกต่ำ ในกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2025 (Photo by HANDOUT / FARS NEWS AGENCY / AFP)
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/world/39126&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw12LOYsU6gsxeWWBb48SP2N

  • ‘ธุรกิจค้าปลีกไทย’ ยืนบนจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ การแข่งขันสูง แต่ยังเติบโตต่อได้ แนะธุรกิจเร่งปรับโครงสร้าง รับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

    แนะผู้ประกอบการเร่งปรับโครงสร้างธุรกิจ ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเชื่อมทุกช่องทางการขายแบบออฟไลน์และออนไลน์ รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ เพื่อสร้างความอยู่รอดและการเติบโตอย่างยั่งยืน

    นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยผลวิเคราะห์ภาพรวม ‘ธุรกิจค้าปลีกไทย’ ที่กำลังเผชิญความท้าทายด้านจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความเปราะบาง ส่งผลให้การเติบโตชะลอตัว การแข่งขันสูง และผู้ประกอบการจำเป็นต้องบริหารต้นทุนอย่างรัดกุม

    ขณะเดียวกันยังมีโอกาสจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและการปรับตัวเชิงดิจิทัล หากสามารถตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

    อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “จากการวิเคราะห์พบว่า รายได้ครัวเรือนที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะกลุ่มรายได้ต่ำถึงปานกลาง ประกอบกับภาระหนี้สินและค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าอย่างระมัดระวัง เน้นสินค้าจำเป็นและความคุ้มค่า (Value for Money) 

    ภาคการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ช่วยพยุงยอดขายค้าปลีกในบางหมวด เช่น อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวหลัก 

    ขณะที่เชิงโครงสร้างธุรกิจค้าปลีกหน้าร้านยังคงมีบทบาทสำคัญโดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนและต่างจังหวัด ในทางกลับกันร้านค้าปลีกออนไลน์เติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบาย และลูกค้าสามารถเปรียบเทียบราคาที่ได้ 

    อย่างไรก็ตาม ร้านค้าปลีกออนไลน์ยังไม่สามารถทดแทนร้านค้าหน้าร้านได้อย่างสมบูรณ์ ผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัวมาใช้การตลาดแบบ Omnichannel หรือการผสมผสานช่องทางการขายระหว่างออฟไลน์กับออนไลน์ จนเกิดมาตรฐานใหม่ที่ผู้ประกอบการในยุคนี้ต้องเร่งพัฒนา เช่น เพิ่มช่องทางการสั่งซื้อออนไลน์ หรือการสั่งผ่านออนไลน์และมารับสินค้าที่หน้าร้าน หรือการจัดส่งแบบเร่งด่วนในพื้นที่

    ปัจจุบันประเทศไทยมีนิติบุคคลในธุรกิจค้าปลีก 14,902 ราย ทุนจดทะเบียน 136,794 ล้านบาท แบ่งเป็น ซุปเปอร์มาร์เก็ต 930 ราย ทุนจดทะเบียน 11,119 ล้านบาท ดิสเคาท์สโตร์/ซูเปอร์มาร์เก็ต/ไฮเปอร์มาร์เก็ต 299 ราย ทุนจดทะเบียน 22,893 ล้านบาท ร้านสะดวกซื้อ/มินิมาร์ท 1,328 ราย ทุนจดทะเบียน 23,391 ล้านบาท ร้านขายของชำ 1,114 ราย ทุนจดทะเบียน 3,735 ล้านบาท และร้านค้าขายปลีกอื่นๆ 11,231 ราย ทุนจดทะเบียน 75,656 ล้านบาท  โดยกว่า 94% เป็นธุรกิจขนาดเล็ก

    ทั้งนี้ การจัดตั้งใหม่ช่วง 5 ปีย้อนหลัง (2563-2567) มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 32.52%  จาก 1,390 รายในปี 2563 เป็น 1,842 ราย ในปี 2567

    ขณะเดียวกันการจดเลิกเพิ่มขึ้นจาก 298 ราย ในปี 2563 เป็น 332 ราย ในปี 2568 (ม.ค.-พ.ย.) สะท้อนแรงกดดันจากการแข่งขันและต้นทุนที่สูงขึ้น ด้านผลประกอบการพบว่า ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2565-2567) รายได้และกำไรมีความผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ โดยในปี 2567 แม้รายได้รวมจะอยู่ที่ 1,306,002 ล้านบาท ลดลง 345,397 ล้านบาท คิดเป็น 20.92% เมื่อเทียบกับปี 2566 (1,651,399 ล้านบาท)

    แต่สามารถทำกำไรสุทธิได้ที่ 47,893 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,082 ล้านบาท คิดเป็น 23.40% เมื่อเทียบกับปี 2566 (38,811 ล้านบาท) สะท้อนถึงความสามารถของผู้ประกอบการในการควบคุมต้นทุนและปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้เหมาะสมกับสถานการณ์

    ด้านการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติในธุรกิจค้าปลีกมีเงินลงทุน 11,571 ล้านบาท ประเทศที่เข้ามาลงทุนมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ญี่ปุ่น 21.14% ทุน 2,446 ล้านบาท จีน 18.98% ทุน 2,196 ล้านบาท และสิงคโปร์ 16.70% ทุน 1,932 ล้านบาท

    ธุรกิจค้าปลีกไทยกำลังยืนอยู่บนช่วง ‘หัวเลี้ยวหัวต่อ’ ที่รอการพิสูจน์ความอยู่รอดและการเติบโตในระยะยาว ซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับการขยายจำนวนสาขาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการปรับตัวเชิงโครงสร้าง การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี เช่น ระบบวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและ AI การพัฒนา Omnichannel อย่างมีประสิทธิภาพ

    รวมถึงการดำเนินธุรกิจบนหลักความยั่งยืน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมศักยภาพการแข่งขันของค้าปลีกไทยในอนาคต” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.onlinenewstime.com/the-thai-retail-business-is-at-a-critical-juncture-facing-intense-competition/news-update/amp/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Ax3kKg02E6cfbZFNx7ql9

  • สนามบินเยอรมนีเผชิญเหตุขัดข้องทางไอที ทำให้ผู้โดยสารติดอยู่ในแถวตรวจคนเข้าเมืองนาน 2 ชั่วโมง | BT

    สนามบินเยอรมนีเผชิญเหตุขัดข้องทางไอที ทำให้ผู้โดยสารติดอยู่ในแถวตรวจคนเข้าเมืองนาน 2 ชั่วโมง | BT

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.beartai.com/tech/it-news/1448872/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zyWxUCfin6wvlDxUE12Lq

  • เมื่อเศรษฐกิจพังพินาศและเงินไร้ค่า ประชาชนทั่วประเทศจึงลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน

    1. ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2025 การประท้วงครั้งใหญ่ได้ปะทุขึ้นในหลายเมืองทั่วประเทศอิหร่าน ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงขึ้นและความไม่พอใจต่อรัฐบาลอย่างแพร่หลาย แม้ว่าในตอนแรกจะเกิดจากความไม่พอใจต่อภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น ราคาอาหารที่สูงขึ้น และการอ่อนค่าอย่างรุนแรงของเงินเรียลอิหร่าน แต่การประท้วงก็พัฒนาอย่างรวดเร็วไปสู่การเคลื่อนไหวที่กว้างขึ้นเพื่อเรียกร้องให้ยุติการปกครองที่กดขี่ของสาธารณรัฐอิสลาม

    2. คลื่นแห่งการประท้วงเกิดขึ้นจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็ว โดยอัตราเงินเฟ้อในอิหร่านพุ่งสูงขึ้นถึง 48.6% ในเดือนตุลาคม 2025 และ 42.2% ในเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อรายจ่ายในครัวเรือน ขณะที่ราคาอาหารและสินค้าจำเป็นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ชาวอิหร่านจำนวนมากต้องดิ้นรนเพื่อหาเงินซื้อสิ่งจำเป็นพื้นฐาน โดยราคาอาหารเพิ่มขึ้น 72% ในขณะที่สินค้าด้านสุขภาพและการแพทย์เพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับปีต่อปี 

    3. นอกจากนี้ อิหร่านกำลังประสบกับวิกฤตน้ำขาดแคลนและยังมีจัดการที่ไม่ดี รายงานในสื่ออิหร่านยังระบุว่ารัฐบาลวางแผนที่จะขึ้นภาษีในช่วงเริ่มต้นปีใหม่ของอิหร่านในวันที่ 21 มีนาคม ซึ่งยิ่งทำให้ประชาชนกังวลมากขึ้น และยังมีรายงานของสื่อต่างประเทศว่าหลายเดือนก่อนการประท้วง ความโกรธและความไม่พอใจของประชาชนได้เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนพลังงานอย่างรุนแรง การละเมิดสิทธิพลเมือง และการทุจริตอย่างแพร่หลาย 

    4. ที่จริงแล้ว เศรษฐกิจของอิหร่านประสบความยากลำบากอย่างมากอย่างน้อยเริ่มตั้งแต่ปี 2024 โดยมีอัตราเงินเฟ้อสูง ค่าเงินอ่อนตัวลง และขาดแคลนพลังงาน ส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของไฟฟ้าและก๊าซซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียนของอิหร่านต้องออกมาขอโทษ อิหร่านยังประสบกับความเสื่อมถอยครั้งใหญ่ในอิทธิพลระดับโลก เช่น การล่มสลายของระบอบอัสซาดในซีเรีย ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญ 

    5. ในช่วงหลายเดือนสุดท้ายของปี 2025 เศรษฐกิจของอิหร่านประสบกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยค่าเงินเรียลของอิหร่านอ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยอยู่ที่ประมาณ 145,000 โทมาน (หนึ่งโทมันมีค่าเท่ากับ 10 เรียล (แบบเก่า) หรือ 10,000 เรียล (แบบใหม่ทางการ) ภายในวันที่ 29 ธันวาคม 2025 ค่าเงินเรียลของอิหร่านลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.45 ล้านเรียลต่อดอลลาร์สหรัฐ และรัฐบาลยังได้ระงับการอุดหนุนอัตราแลกเปลี่ยนเงินเรียลต่อดอลลาร์สหรัฐ อิหร่านใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ได้รับการอุดหนุนมานานแล้วในฐานะกลไกในการสนับสนุนการนำเข้าและควบคุมอัตราเงินเฟ้อ

    6. วิกฤตค่าเงินซึ่งพัฒนามาหลายปีแล้วนั้น ทวีความรุนแรงขึ้นในปี 2025 จากสงคราม 12 วันกับอิสราเอล และมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ของสหประชาชาติที่บังคับใช้ผ่านกลไก Snapback mechanism (คือการอนุญาตให้ “รัฐภาคี” ใดๆ ในข้อตกลงนิวเคลียร์อิหหร่านสามารถนำมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติที่มีต่ออิหร่านกลับมาใช้ใหม่ได้โดยฝ่ายเดียว ในกรณีที่อิหร่านละเมิดข้อตกลงอย่างร้ายแรง) ด้วยการอายัดทรัพย์สินของอิหร่านในต่างประเทศ การระงับธุรกรรมอาวุธ และการกำหนดบทลงโทษที่เกี่ยวข้องกับโครงการขีปนาวุธของประเทศ

    7. นักวิเคราะห์เศรษฐกิจระบุว่านโยบายการเงินและการคลังของรัฐบาล การบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาด การขาดดุลงบประมาณเรื้อรัง และการคว่ำบาตรระหว่างประเทศที่ต่อเนื่อง สภาวะเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมาคมการค้า โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาการนำเข้า ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างรุนแรงทำให้พ่อค้าจำนวนมากไม่สามารถกำหนดราคาสินค้า จัดหาสินค้า หรือดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อไปได้

    8. กระแสความไม่พอใจเริ่มต้นจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดในกรุงเตหะราน การประท้วงได้แพร่กระจายไปยังมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว ดึงดูดนักศึกษาจำนวนมากจากทั่วประเทศ เมื่อการประท้วงขยายวงกว้างขึ้น ผู้ประท้วงในหลายเมืองต่างตะโกนเรียกร้องทั้งความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง รวมถึงการเรียกร้อง “เสรีภาพ” และการต่อต้านรัฐบาลอย่างชัดเจน 

    9. ผู้ประท้วงตะโกนคำขวัญต่อต้านรัฐบาล เช่น “ความตายแด่เผด็จการ” (หมายถึงรัฐบาลสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในปัจจุบัน) และ “ปาห์ลาวีจะกลับมา” (หมายถึงราชวงศ์ปาห์ลาวีที่ถูกสาธารณรัฐอิสลามโค่นล้ม) และ “ชาห์ทรงพระเจริญ” (หมายถึงกษัตรย์อิหร่านที่เคยปกครองประเทศ) ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงความไม่พอใจของพวกเขาต่อผู้มีอำนาจที่รับผิดชอบต่อวิกฤตเศรษฐกิจ ตลอดจนข้อเรียกร้องทางการเมืองที่กว้างขึ้น

    10. การเคลื่อนไหวนี้กลายเป็นการปะทุความไม่สงบครั้งใหญ่ที่สุดในอิหร่านนับตั้งแต่การประท้วงในปี 2022–2023 หลังจากการเสียชีวิตของมาห์ซา อามินี หญิงวัย 22 ปี ขณะถูกควบคุมตัวโดยตำรวจเนื่องจากถูกกล่าวหาว่าสวมฮิญาบไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ตามที่เอลลี บอร์ฮาน นักเคลื่อนไหวชาวอังกฤษ-อิหร่านกล่าว การประท้วงครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งก่อนๆ และความเชื่อมั่นของประชาชนชาวอิหร่านที่มีต่อรัฐบาลลดลงนับตั้งแต่การปราบปรามขบวนการสตรี ชีวิต เสรีภาพ ในปี 2022 ระหว่างการประท้วงมาห์ซา อามินี

    11. เนื่องจากวิกฤตครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและค่าเงินเรียลอิหร่านที่ดิ่งลงต่กเงินเหรียญสหรัฐฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อาราคชี ได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เปิดการเจรจาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ กล่าวว่า ผู้นำของอิหร่าน “มีปัญหามากมาย พวกเขามีภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรง เศรษฐกิจของพวกเขาล่มสลาย และผมรู้ว่าประชาชนไม่ค่อยมีความสุขนัก” และเขายังเตือนทางการอิหร่านไม่ให้สังหารผู้ประท้วงอย่างสันติ โดยกล่าวว่าสหรัฐฯ “จะเข้ามาช่วยเหลือพวกเขา (ผู้ประท้วง)”

    โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

    Photo – บรรดาพ่อค้าแม่ค้าเดินข้ามสะพานระหว่างการประท้วงต่อต้านสภาพเศรษฐกิจและค่าเงินของอิหร่านที่กำลังตกต่ำ ในกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2025 (Photo by HANDOUT / FARS NEWS AGENCY / AFP)
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/world/39126&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw12LOYsU6gsxeWWBb48SP2N

  • ‘อนุทิน’ ช่วยหาเสียงผู้สมัคร สส.ระนอง ชู ‘คนละครึ่งพลัส-แลนด์บริดจ์’ ยกระดับเศรษฐกิจพื้นที่

    ‘อนุทิน’ ช่วยหาเสียงผู้สมัคร สส.ระนอง ชู ‘คนละครึ่งพลัส-แลนด์บริดจ์’ ยกระดับเศรษฐกิจพื้นที่

    ระนองคึกคัก “อนุทิน” ช่วย “คงกฤษ” หาเสียง ประชาชนขอถ่ายรูปตลอดทาง ชู “คนละครึ่งพลัส–แลนด์บริดจ์” ปลุกเศรษฐกิจพื้นที่

    3 มกราคม 2569 – ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองระนอง จังหวัดระนอง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. จังหวัดระนอง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนให้การต้อนรับและขอถ่ายรูปตลอดเส้นทาง

    นายอนุทิน กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ต้องการสร้างความเชื่อมั่นประชาชนต่อผู้สมัครของพรรค ซึ่งนายคงกฤษทำงานในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง เคยผ่านการทำหน้าที่ สส. มาก่อน มีความรู้ความเข้าใจบริบทจังหวัด และมีแนวทางพัฒนาระนองอย่างเป็นรูปธรรม

    หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวอีกว่า จังหวัดระนองมีศักยภาพและความพร้อมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โครงการแลนด์บริดจ์จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับจังหวัดไปอีกขั้น ควบคู่กับนโยบายคนละครึ่งพลัสที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับพื้นที่และประเทศโดยรวม

    “เชื่อว่าระนองเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพที่จะเติบโตไปข้างหน้าได้ ชาวระนองต้องการพรรคการเมืองและผู้แทนที่กล้าคิด คิดได้ และทำเป็น ซึ่งพรรคภูมิใจไทยและผู้สมัครของพรรคมีความพร้อมในทุกมิติ” นายอนุทินกล่าว

    ทั้งนี้ ตลอดการลงพื้นที่ นายอนุทินและนายคงกฤษได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างอบอุ่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/vote69/925467/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0LLVhWl-aHItCnqmcXklx6

  • เมื่อเศรษฐกิจพังพินาศและเงินไร้ค่า ประชาชนทั่วประเทศจึงลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน

    1. ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2025 การประท้วงครั้งใหญ่ได้ปะทุขึ้นในหลายเมืองทั่วประเทศอิหร่าน ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงขึ้นและความไม่พอใจต่อรัฐบาลอย่างแพร่หลาย แม้ว่าในตอนแรกจะเกิดจากความไม่พอใจต่อภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น ราคาอาหารที่สูงขึ้น และการอ่อนค่าอย่างรุนแรงของเงินเรียลอิหร่าน แต่การประท้วงก็พัฒนาอย่างรวดเร็วไปสู่การเคลื่อนไหวที่กว้างขึ้นเพื่อเรียกร้องให้ยุติการปกครองที่กดขี่ของสาธารณรัฐอิสลาม

    2. คลื่นแห่งการประท้วงเกิดขึ้นจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็ว โดยอัตราเงินเฟ้อในอิหร่านพุ่งสูงขึ้นถึง 48.6% ในเดือนตุลาคม 2025 และ 42.2% ในเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อรายจ่ายในครัวเรือน ขณะที่ราคาอาหารและสินค้าจำเป็นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ชาวอิหร่านจำนวนมากต้องดิ้นรนเพื่อหาเงินซื้อสิ่งจำเป็นพื้นฐาน โดยราคาอาหารเพิ่มขึ้น 72% ในขณะที่สินค้าด้านสุขภาพและการแพทย์เพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับปีต่อปี 

    3. นอกจากนี้ อิหร่านกำลังประสบกับวิกฤตน้ำขาดแคลนและยังมีจัดการที่ไม่ดี รายงานในสื่ออิหร่านยังระบุว่ารัฐบาลวางแผนที่จะขึ้นภาษีในช่วงเริ่มต้นปีใหม่ของอิหร่านในวันที่ 21 มีนาคม ซึ่งยิ่งทำให้ประชาชนกังวลมากขึ้น และยังมีรายงานของสื่อต่างประเทศว่าหลายเดือนก่อนการประท้วง ความโกรธและความไม่พอใจของประชาชนได้เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนพลังงานอย่างรุนแรง การละเมิดสิทธิพลเมือง และการทุจริตอย่างแพร่หลาย 

    4. ที่จริงแล้ว เศรษฐกิจของอิหร่านประสบความยากลำบากอย่างมากอย่างน้อยเริ่มตั้งแต่ปี 2024 โดยมีอัตราเงินเฟ้อสูง ค่าเงินอ่อนตัวลง และขาดแคลนพลังงาน ส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของไฟฟ้าและก๊าซซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียนของอิหร่านต้องออกมาขอโทษ อิหร่านยังประสบกับความเสื่อมถอยครั้งใหญ่ในอิทธิพลระดับโลก เช่น การล่มสลายของระบอบอัสซาดในซีเรีย ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญ 

    5. ในช่วงหลายเดือนสุดท้ายของปี 2025 เศรษฐกิจของอิหร่านประสบกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยค่าเงินเรียลของอิหร่านอ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยอยู่ที่ประมาณ 145,000 โทมาน (หนึ่งโทมันมีค่าเท่ากับ 10 เรียล (แบบเก่า) หรือ 10,000 เรียล (แบบใหม่ทางการ) ภายในวันที่ 29 ธันวาคม 2025 ค่าเงินเรียลของอิหร่านลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.45 ล้านเรียลต่อดอลลาร์สหรัฐ และรัฐบาลยังได้ระงับการอุดหนุนอัตราแลกเปลี่ยนเงินเรียลต่อดอลลาร์สหรัฐ อิหร่านใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ได้รับการอุดหนุนมานานแล้วในฐานะกลไกในการสนับสนุนการนำเข้าและควบคุมอัตราเงินเฟ้อ

    6. วิกฤตค่าเงินซึ่งพัฒนามาหลายปีแล้วนั้น ทวีความรุนแรงขึ้นในปี 2025 จากสงคราม 12 วันกับอิสราเอล และมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ของสหประชาชาติที่บังคับใช้ผ่านกลไก Snapback mechanism (คือการอนุญาตให้ “รัฐภาคี” ใดๆ ในข้อตกลงนิวเคลียร์อิหหร่านสามารถนำมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติที่มีต่ออิหร่านกลับมาใช้ใหม่ได้โดยฝ่ายเดียว ในกรณีที่อิหร่านละเมิดข้อตกลงอย่างร้ายแรง) ด้วยการอายัดทรัพย์สินของอิหร่านในต่างประเทศ การระงับธุรกรรมอาวุธ และการกำหนดบทลงโทษที่เกี่ยวข้องกับโครงการขีปนาวุธของประเทศ

    7. นักวิเคราะห์เศรษฐกิจระบุว่านโยบายการเงินและการคลังของรัฐบาล การบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาด การขาดดุลงบประมาณเรื้อรัง และการคว่ำบาตรระหว่างประเทศที่ต่อเนื่อง สภาวะเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมาคมการค้า โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาการนำเข้า ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างรุนแรงทำให้พ่อค้าจำนวนมากไม่สามารถกำหนดราคาสินค้า จัดหาสินค้า หรือดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อไปได้

    8. กระแสความไม่พอใจเริ่มต้นจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดในกรุงเตหะราน การประท้วงได้แพร่กระจายไปยังมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว ดึงดูดนักศึกษาจำนวนมากจากทั่วประเทศ เมื่อการประท้วงขยายวงกว้างขึ้น ผู้ประท้วงในหลายเมืองต่างตะโกนเรียกร้องทั้งความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง รวมถึงการเรียกร้อง “เสรีภาพ” และการต่อต้านรัฐบาลอย่างชัดเจน 

    9. ผู้ประท้วงตะโกนคำขวัญต่อต้านรัฐบาล เช่น “ความตายแด่เผด็จการ” (หมายถึงรัฐบาลสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในปัจจุบัน) และ “ปาห์ลาวีจะกลับมา” (หมายถึงราชวงศ์ปาห์ลาวีที่ถูกสาธารณรัฐอิสลามโค่นล้ม) และ “ชาห์ทรงพระเจริญ” (หมายถึงกษัตรย์อิหร่านที่เคยปกครองประเทศ) ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงความไม่พอใจของพวกเขาต่อผู้มีอำนาจที่รับผิดชอบต่อวิกฤตเศรษฐกิจ ตลอดจนข้อเรียกร้องทางการเมืองที่กว้างขึ้น

    10. การเคลื่อนไหวนี้กลายเป็นการปะทุความไม่สงบครั้งใหญ่ที่สุดในอิหร่านนับตั้งแต่การประท้วงในปี 2022–2023 หลังจากการเสียชีวิตของมาห์ซา อามินี หญิงวัย 22 ปี ขณะถูกควบคุมตัวโดยตำรวจเนื่องจากถูกกล่าวหาว่าสวมฮิญาบไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ตามที่เอลลี บอร์ฮาน นักเคลื่อนไหวชาวอังกฤษ-อิหร่านกล่าว การประท้วงครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งก่อนๆ และความเชื่อมั่นของประชาชนชาวอิหร่านที่มีต่อรัฐบาลลดลงนับตั้งแต่การปราบปรามขบวนการสตรี ชีวิต เสรีภาพ ในปี 2022 ระหว่างการประท้วงมาห์ซา อามินี

    11. เนื่องจากวิกฤตครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและค่าเงินเรียลอิหร่านที่ดิ่งลงต่กเงินเหรียญสหรัฐฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อาราคชี ได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เปิดการเจรจาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ กล่าวว่า ผู้นำของอิหร่าน “มีปัญหามากมาย พวกเขามีภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรง เศรษฐกิจของพวกเขาล่มสลาย และผมรู้ว่าประชาชนไม่ค่อยมีความสุขนัก” และเขายังเตือนทางการอิหร่านไม่ให้สังหารผู้ประท้วงอย่างสันติ โดยกล่าวว่าสหรัฐฯ “จะเข้ามาช่วยเหลือพวกเขา (ผู้ประท้วง)”

    โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

    Photo – บรรดาพ่อค้าแม่ค้าเดินข้ามสะพานระหว่างการประท้วงต่อต้านสภาพเศรษฐกิจและค่าเงินของอิหร่านที่กำลังตกต่ำ ในกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2025 (Photo by HANDOUT / FARS NEWS AGENCY / AFP)
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/world/39126&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw12LOYsU6gsxeWWBb48SP2N

  • “เตอร์กิช แอร์ไลน์ส” เปิดโลกการท่องเที่ยวมุมใหม่ เปลี่ยนเวลารอต่อเครื่องเป็นประสบการณ์ประทับใจ

    “เตอร์กิช แอร์ไลน์ส” เปิดโลกการท่องเที่ยวมุมใหม่ เปลี่ยนเวลารอต่อเครื่องเป็นประสบการณ์ประทับใจ

    เป็นศูนย์กลางอารยธรรมสำคัญๆของโลกที่มีดินแดนอยู่ทั้งฝั่งเอเชียและยุโรป สำหรับ “ประเทศตุรกี” โดยมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานหลายพันปี และจนถึงปัจจุบันก็ยังคงรุ่มรวยไปด้วยแหล่งอารยธรรมโบราณจากยุคต่างๆ ที่ปรากฏร่องรอยให้ชมได้จริง ทั้งจากยุคก่อนประวัติศาสตร์, กรีกโบราณ, โรมัน, ไบแซนไทน์ จนถึงยุคออตโตมัน ทำให้มีเสน่ห์ทั้งด้านวัฒนธรรม, สถาปัตยกรรม และโบราณสถานที่น่าศึกษามากมาย โดยตุรกีมีแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกถึง 22 แห่ง เฉพาะปี 2024 มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนดินแดนแห่งนี้มากกว่า 60 ล้านคน ทำให้ตุรกีอยู่ในอันดับต้นๆของโลกในฐานะจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยว

    นอกจากจะบินตรงเพื่อมาเที่ยวตุรกีแบบเจาะลึกแล้ว อีกทางเลือกคือการแวะพักและเที่ยวชมเมืองอิสตันบูล ระหว่างรอต่อเครื่องเพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายอื่นๆ โดย “สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส” นำเสนอโปรแกรมพิเศษ “Stopover in Istanbul” เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารของ “เตอร์กิช แอร์ไลน์ส” ได้เปลี่ยนช่วงเวลารอต่อเครื่องที่อิสตันบูลให้กลายเป็นการค้นพบใหม่อันน่าประทับใจ สำหรับผู้โดยสารที่มีช่วงเวลาต่อเครื่องตั้งแต่ 20  ชั่วโมงขึ้นไป ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ https://www.turkishairlines.com/th-th/flights/stopover/ เพื่อรับสิทธิ์เข้าพักฟรี ในโรงแรมระดับ 4  ดาว  1 คืน สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด และสูงสุด 2 คืน ในโรงแรมระดับ 5 ดาว สำหรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจ ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้พักเบรกจากการเดินทางอันเหนื่อยล้า ออกไปสัมผัสวัฒนธรรมเปี่ยมชีวิตชีวา, ประวัติศาสตร์อันงดงาม และรสชาติอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศตุรกี

    เพื่อถ่ายทอดปรัชญาสำคัญที่เชื่อว่า ทุกการเดินทางควรเป็นมากกว่าการเดินทางจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่ง “เตอร์กิช แอร์ไลน์ส” จับมือ “กลุ่มเซ็นทรัล” นำคณะสื่อมวลชนไทย เดินทางไปเยี่ยมชมความยิ่งใหญ่ของ “ห้างเซล ฟริดเจส” (Selfridges) ทั่วสหราชอาณาจักร พร้อมแวะพักและเที่ยวชมเมืองอิสตันบูล ระหว่างรอต่อเครื่องเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย

    ภายใต้โปรแกรม “Stopover in Istanbul” ชาวคณะได้สัมผัสมนต์เสน่ห์ของเมืองแห่งอารยธรรมโบราณอย่างตื่นตาตื่นใจ พลาดไม่ได้คือ “มัสยิดใหญ่ฮาเกีย โซเฟีย” หนึ่งในสถาปัตยกรรมยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 6 ในฐานะมหาวิหารคริสต์ออร์ทอดอกซ์ และเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิไบแซนไทน์ ต่อมาในปี 1453 ถูกเปลี่ยนเป็นมัสยิด โดยจักรวรรดิออตโตมัน ก่อนจะเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1934 และกลับมามีสถานะเป็นมัสยิดในปี 2020 อาคารแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของการผสมผสานทางประวัติศาสตร์และศิลปะระหว่างโลกตะวันออกกับตะวันตก โดมขนาดใหญ่ที่เป็นนวัตกรรมและงานโมเสกล้ำค่า แสดงถึงความรุ่งเรืองของอารยธรรมที่เคยปกครองพื้นที่แห่งนี้ ปัจจุบัน “ฮาเกีย โซเฟีย” เป็นมรดกโลกยูเนสโก และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เปิดให้เข้าชม โดยมีไฮไลต์อยู่ที่ภาพโมเสกจากคริสต์ศตวรรษที่ 11 แสดงองค์พระเยซูประทับบนบัลลังก์อยู่ตรงกลาง รายล้อมด้วยจักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 9 โมโนมาคอส ทางซ้าย และจักรพรรดินี Zoe ทางขวา, ภาพโมเสกจากคริสต์ศตวรรษที่ 12 แสดงองค์พระแม่มารีอุ้มพระกุมารประทับตรงกลาง โดยมีจักรพรรดิจอห์นที่ 2 โคมเนนอส และจักรพรรดินี Eirene อยู่ด้านข้าง และภาพโมเสก Deesis อายุราวคริสต์ศตวรรษที่ 13 ผลงานศิลปะไบแซนไทน์อันทรงคุณค่า ปรากฏพระเยซูประทับตรงกลาง รายล้อมด้วยพระแม่มารีทางซ้าย และนักบุญยอห์น บัปติสต์ ทางขวา ทั้งสองกำลังวิงวอนเพื่อมนุษยชาติ

    อีกหนึ่งงานสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์อันน่าทึ่งยกให้ “เยเรบาตัน ซาร์นิจึ” (Basilica Cistern) สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 6 โดยจักรพรรดิจัสติเนียนที่ 1 เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่สำหรับพระราชวังและอาคารสำคัญในอดีต โดดเด่นด้วยเสาหินอ่อนโบราณจำนวน 336 ต้น ที่ตั้งตระหง่านเรียงรายเป็นระเบียบภายในโถงใต้ดินขนาดมหึมา จุดดึงดูดสำคัญคือฐานเสาแกะสลักเป็นรูปเศียรเมดูซากลับหัว เสริมความขลังด้วยชิ้นงานประติมากรรมศิลปะจัดวางต่างๆ ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงและเปิดให้เข้าชมในฐานะพิพิธภัณฑ์และสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ทางวิศวกรรมของจักรวรรดิไบแซนไทน์

    น่าทึ่งในความยิ่งใหญ่ยังรวมถึง “พระราชวังโทพคาปึ” (Topkapı Palace) เป็นศูนย์กลางการปกครองหลักและเป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งจักรวรรดิออตโตมันเกือบ 400 ปี ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 ถึง 19 การตกแต่งภายในมีการใช้สีน้ำเงิน, ทอง และสีแดงอย่างโดดเด่น ซึ่งเป็นสีหลักแบบออตโตมัน ผนังตกแต่งด้วยกระเบื้องอิซนิกและประดับด้วยเสาหินอ่อน

    การเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงเปิดมุมมองใหม่ด้านธุรกิจและการท่องเที่ยว แต่ยังมอบโอกาสให้ผู้ร่วมเดินทางได้สัมผัสการบริการอันอบอุ่นและพิถีพิถันของ “เตอร์กิช แอร์ไลน์ส” ทำให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความหมายและคุณค่า โดยอีกหนึ่งบริการโดดเด่นน่าจับตามองคือ โปรแกรม “Boarding  Pass  Privileges” มอบสิทธิพิเศษให้ผู้โดยสารสามารถรับส่วนลดจากร้านอาหาร, แหล่งช็อปปิ้ง และกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆในประเทศตุรกี รวมทั้งศูนย์การค้าและห้างร้านในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ทั้งในยุโรปและประเทศไทย เพียงแสดงบัตรโดยสารของ “เตอร์กิช แอร์ไลน์ส” โดยสิทธิประโยชน์นี้สามารถใช้ได้ยาวถึง 15 วัน หลังจากเดินทางถึงจุดหมายปลายทาง ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้เหนือกว่าขอบเขตของเที่ยวบิน และเปลี่ยนทุกทริปให้กลายเป็นประตูสู่สิทธิพิเศษมากมาย

    โปรแกรม “Stopover in Istanbul” ถือเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยเปิดโอกาสให้นักเดินทางจากทั่วโลกได้สัมผัสวัฒนธรรมและมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่นของประเทศตุรกี ผ่านความร่วมมือกับโรงแรม, ร้านอาหาร และสถาบันวัฒนธรรมในพื้นที่ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ลึกซึ้ง ตลอดจนกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมสู่ท้องถิ่นไปพร้อมกัน.

    ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

    อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2905443&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zfBu_jpHZA0tV9i5_KM3l

  • ลูกเรือประมงพลัดตกทะเล ระหว่าง เกาะสิมิลัน – เกาะบอน ขอเรือท่องเที่ยว – เรือประมง ช่วยสังเกตหาคนตกน้ำ จ.พังงา

    ลูกเรือประมงพลัดตกทะเล ระหว่าง เกาะสิมิลัน – เกาะบอน ขอเรือท่องเที่ยว – เรือประมง ช่วยสังเกตหาคนตกน้ำ จ.พังงา

    ลูกเรือประมงพลัดตกทะเล ระหว่าง เกาะสิมิลัน – เกาะบอน ขอเรือท่องเที่ยว – เรือประมง ช่วยสังเกตหาคนตกน้ำ จ.พังงา

    วันที่ 2 ม. ค. 69 เวลา 08.15 น. ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จังหวัดพังงา (ศคท.จว.พง.ฯ) ได้รับเเจ้งจากศูนย์คุระบุรี ว่า เกิดเหตุลูกเรือทรัพย์ศรีสวัสดิ์ 19 พลัดตกน้ำ โดยเป็นผู้ชาย อายุ 31 ปี สัญชาติเมียนมา

    โดยพลัดตกน้ำในช่วงเวลา 05.00 น.ที่ผ่านมา ระหว่างเกาะสิมิลัน – เกาะบอน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน

    ปัจจุบันทางเรือประมงทรัพย์ศรีสวัสดิ์ 19 เเละเครือข่ายเรือประมงในพื้นที่กำลังดำเนินการให้การช่วยเหลือเเละค้นหา ปัจจุบันยังไม่พบลูกเรือคนดังกล่าว

    หลังรับแจ้งจึง ประสานเครือข่ายเรือประมงในพื้นที่ใกล้เคียงช่วยดำเนินการตรวจสอบเเละให้การช่วยเหลือ รวมทั้งเเจ้งเครือข่ายเรือท่องเที่ยวในเส้นทางที่วิ่งผ่านหากพบให้เเจ้งให้หน่วยงานค้นหารับทราบ

    เครดิต Phuket Hotnews 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/64283&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw209Gtqnnqx4nqoPkU56BaQ

  • สถานที่ท่องเที่ยว สบายๆไกล้กรุงเทพฯ  | 2 ม.ค. 69 | ข่าวใส่ไข่

    สถานที่ท่องเที่ยว สบายๆไกล้กรุงเทพฯ | 2 ม.ค. 69 | ข่าวใส่ไข่

    3 ม.ค. 2569 03:56 น.

    สถานที่ท่องเที่ยว สบายๆไกล้กรุงเทพฯ | 2 ม.ค. 69 | ข่าวใส่ไข่ —————————————————- 🔔 กด Subscribe ติดตาม & กดกระดิ่งได้ที่ : https://bit.ly/3J2YF7v 💚 สมัครสมาชิกเเฟนข่าวไทยรัฐ : https://bit.ly/4jhFaZ6 . ยินดีต้อนรับแฟนข่าวสู่ Thairath News – ข่าวไทยรัฐ สำนักข่าวอันดับ 1 ของไทย ช่องทางสำหรับแฟนข่าวเพื่อรับชมข่าวแบบสด ๆ เกาะติดสถานการณ์ปัจจุบันและติดตามประเด็นข่าวย้อนหลังได้ตลอด 24 ชม. รับชมสดและย้อนหลังได้ทุกที่ ทุกเวลา ทาง YouTube และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเรา #ไทยรัฐ #ข่าวไทยรัฐ #ไทยรัฐทีวี #Thairath #Thairathnews #THAIRATHTV

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/video/channel/thairath_news/news-with-egg/1176963&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3OrWBPqWwNuCz04jGoaff0

  • ล่องแก่ง

    ล่องแก่ง

    ล่องแก่ง’วังสายทอง’สตูล นทท.สัมผัสธรรมชาติป่าต้นน้ำ ชูวิถีชาวมานิ

    วันศุกร์ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.53 น.

    2 มกราคม 2569 หากใครกำลังมองหาที่เที่ยวช่วงปีใหม่แบบ “งบน้อยแต่ความสุขมาก” ต้องไม่พลาดที่นี่ค่ะ “ล่องแก่งวังสายทอง” จังหวัดสตูล บรรยากาศปีนี้คึกคักเป็นพิเศษ กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของครอบครัว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านและ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

    บรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ในพื้นที่อำเภอละงู จังหวัดสตูล ทวีความคึกคักอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ล่องแก่งวังสายทอง ตั้งอยู่ในพื้นที่คลองลำโลน ตำบลน้ำผุด ซึ่งกลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมสำหรับครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ด้วยค่าใช้จ่ายที่สบายกระเป๋าแต่ได้สัมผัสธรรมชาติแบบจัดเต็ม

    กิจกรรมไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวไม่พลาด คือการลงเรือคายัค “ล่องแก่งวังสายทอง” สัมผัสสายน้ำที่ไหลเย็นจากป่าต้นน้ำเทือกเขาบรรทัด ในราคาที่เป็นมิตรเพียงท่านละ 250 บาทเท่านั้น ซึ่งราคานี้รวมทั้งเรือและคนพายที่พร้อมดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทาง ให้นักท่องเที่ยวได้ดื่มด่ำกับทัศนียภาพสองฝั่งคลองที่เขียวขจี ทอดยาวโอบล้อมรอบหมู่บ้าน สร้างความสดชื่นและผ่อนคลายในช่วงวันหยุดอย่างแท้จริง

    นอกเหนือจากการเล่นน้ำและล่องแก่งแล้ว อีกหนึ่งจุดดึงดูดใจคือโอกาสในการเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวมานิหรือเงาะป่าซาไก ชนกลุ่มน้อยที่ยังคงอาศัยอยู่ในป่าเขาบรรทัดใกล้กับลำธาร ซึ่งทางชุมชนได้จัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิถีชีวิตดั้งเดิมที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว

    ในส่วนของอาหารการกิน แหล่งท่องเที่ยวชุมชนบ้านวังนาใน จัดเต็มเมนูพื้นถิ่นรสเด็ดไว้ต้อนรับ ไม่ว่าจะเป็น “แกงไก่ใส่หยวกกล้วย” รสชาติเข้มข้นสไตล์บ้านๆ หรือ ยำผักกูด สดใหม่จากริมธาร และเมนูพื้นเมืองอีกหลากหลายที่พร้อมเสิร์ฟให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับ

    จากการสำรวจพบว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะพี่น้องจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกลุ่ม นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ที่เดินทางผ่านด่านชายแดนวังประจันเข้ามา เนื่องจากระยะทางไม่ไกลและมีความคุ้มค่า ทำให้ล่องแก่งวังสายทองกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนจังหวัดสตูลให้สะพัดในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/938388&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_-oBvj6RhhGueLpTK97Bs