Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ความหวัง และ ทางรอด เศรษฐกิจไทยปี 2569 โตต่ำกว่า 2% ครั้งแรกในรอบ 30 ปี


    เงินบาทแข็งค่ากดดันส่งออก

    ค่าเงินบาทที่แข็งค่า  8.2% ในปีที่ผ่านมา เป็นอันดับที่สองของภูมิภาค เป็นปัจจัยกดดันการส่งออกเสมือนการที่ภาคธุรกิจโดนเรียกเก็บภาษี (tariff) เพิ่มเติม เป็นการเซาะกร่อนภาคธุรกิจโดยเฉพาะผู้ส่งออก จึงอยากให้หน่วยงานการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ดูแลการเคลื่อนไหวของค่าเงินที่มีการแข็งค่าตามราคาทองคำ และบทบาทของการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยต่อค่าเงินบาท โดยภาครัฐต้องเร่งดำเนินการ connect the dots เพิ่มการรับรู้แหล่งที่มาของเงิน ข้อมูลเชิงลึกของเงินบาทของบุคคลที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักในประเทศไทย โดยไม่ยึดติดกับกรอบการกำกับเดิมๆ และป้องกันไม่ให้ธุรกรรมดังกล่าวบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันและภาคเศรษฐกิจจริงของประเทศ

    วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์กระทบการค้าโลก

    ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ สะท้อนผ่านเหตุการณ์สหรัฐฯเข้าแทรกแซงเวเนซูเอลา เป็นการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจการเมืองโลกชัดเจนขึ้น (New World Order) ซึ่งกระทบกับระบบเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงจากปีก่อน อีกทั้งผลจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะเริ่มเห็นผลมากขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อนสำหรับสินค้าส่งออกไทย ที่ไม่รวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เริ่มหดตัว สะท้อนความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจไทยที่สูงขึ้น ดังนั้นไทยต้องเท่าทันการเปลี่ยนแปลง 

    การบ้านรัฐบาลใหม่

    รัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ต้องสานต่อแนวทางในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ผ่านการผันเศรษฐกิจเข้าสู่ในระบบและแก้ไขปัญหาหนี้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อ พร้อมทั้งเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ ลดอุปสรรคทางธุรกิจที่จะหนุนการลงทุนใหม่และสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทาน รวมทั้งยกระดับการต่อต้านคอรัปชั่น สิ่งผิดกฎหมาย เพื่อสร้าง Trust & Confidence และลดต้นทุนแฝงในการประกอบธุรกิจ ตลอดจนอาศัยการร่วมมือกันตามแนวทาง “Reinvent Thailand” เพื่อปิดจุดอ่อนในการลดความท้าทายภายในประเทศ และเสริมจุดแข็งเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของไทย ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม New S-Curve อย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดย BOI (กองทุนเพิ่มขีดฯ) ที่ต้องเร่งให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมและพิจารณาขยายระยะเวลาการสมัครเข้าโครงการที่จะสิ้นสุดปลายเดือน ม.ค. นี้ ตลอดจนโครงการกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ ‘SMEs Credit Boost’ มาตรการ Soft Loan และมาตรการค้ำประกันสินเชื่อโดย บสย. บนหลักการของการลดความซับซ้อนของกระบวนการ เชื่อมโยงทั้ง Supply chain ยกระดับทักษะ ก่อให้เกิดการจ้างงาน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

    มีตติ้งระดับโลก โอกาสสำคัญของไทย

    โอกาสครั้งสำคัญของไทย ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลก ประกอบด้วย การประชุม IMF-World Bank Group Annual Meeting 2026 “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจการเงินระดับโลก และแนวทางการรับมือกับความท้าทายต่างๆ จากผู้บริหารเบอร์ 1 ของโลกจากทุกอุตสาหกรรม ผู้กำหนดนโยบาย และนักวิชาการทั่วโลก ซึ่งเป็นโอกาสที่มีค่ายิ่งในการส่งเสริมภาพลักษณ์ (Re-Branding) ทำให้ประเทศไทยอยู่ใน Supply Chain ของโลก ขับเคลื่อนนวัตกรรมเพิ่มผลิตภาพและในสิ่งที่ประเทศไทยต้องการ ซึ่งจะมีการจัดประชุมต่อเนื่องตลอดทั้งปีไปจนถึงงานประชุมใหญ่ในเดือนตุลาคมนี้ จึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมโดยเร็วที่สุด 
    นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้เป็นเจ้าภาพการประชุม “Gastech 2026” ซึ่งเป็นสุดยอดงานประชุมและจัดแสดงเทคโนโลยีด้านก๊าซธรรมชาติ LNG พลังงานไฮโดรเจน เทคโนโลยีภูมิอากาศ และ AI เป็นการรวมตัวผู้นำจากทุกภูมิภาคเพื่อผลักดันความร่วมมือเสนอแนะนโยบายด้านพลังงานในระดับโลก รวมถึงงานเทศกาลดนตรีระดับโลก Tomorrowland ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย 
    ดังนั้น ไทยควรใช้โอกาสนี้ในการสร้างความเชื่อมั่นในเวทีนานาชาติ เชื่อมโยงแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาเชิงโครงสร้างของไทยเข้ากับพลวัตของโลก ซึ่งหลายแนวทางสอดคล้องกับการดำเนินงานของ Reinvent Thailand ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อย่างเต็มศักยภาพ

    ที่มา : สรุปประเด็นแถลงข่าวประจำเดือนมกราคม 2569 ของ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, คุณผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย และ คุณเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย


    Post Views: 165

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2026/01/07/thai-economy-grow-less-than-2-percent/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Vm8NqLO8b90xzW8NThRYJ

  • ‘อภิสิทธิ์’ ปลุกใจคนปักษ์ใต้สู้ทุนเทา-คอร์รัปชัน ช่วยเศรษฐกิจไทยเดินหน้า | เดลินิวส์

    ‘อภิสิทธิ์’ ปลุกใจคนปักษ์ใต้สู้ทุนเทา-คอร์รัปชัน ช่วยเศรษฐกิจไทยเดินหน้า | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 7 ม.ค. เวลา 17.20 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคฯ ช่วยนายนิติศักดิ์ มีขวด ผู้สมัคร สส. เขต 7 จ.นครศรีธรรมราช หมายเลข 1 ขอเสียงสนับสนุนจากประชาชนในตลาดนัดชุมชนลานสกา อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช

    ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ขึ้นกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งบนรถแห่ท่ามกลางประชาชนที่มาต้อนรับอย่างคึกคัก ว่า การที่ตนตัดสินใจกลับมาสู่เส้นทางการเมืองครั้งนี้ เพื่อตอบรับเสียงสะท้อนของประชาชนที่เบื่อหน่ายกับการเมืองที่มุ่งเน้นการต่อรองอำนาจและผลประโยชน์ จนทำให้เศรษฐกิจของประเทศซบเซามากว่า 10 ปี ดังนั้น เป้าหมายหลักของการกลับมา คือการสร้างการเมืองสุจริต เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นจากนานาชาติ โดยชี้ให้เห็นว่าหากไม่สามารถขจัดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน หรือกลุ่มทุนสีเทาออกไปได้ เศรษฐกิจไทยจะไม่มีวันเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน และขอชักชวนให้ประชาชนในภาคใต้ร่วมเป็นหัวหอกในการต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง เพื่อสร้างบ้านเมืองที่ใสสะอาด

    “ผมจึงตั้งต้นมาตั้งแต่แรกตอนที่กลับมาว่า มาครั้งนี้มาเพื่อทำการเมืองสุจริต ชวนพี่น้องทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องคนใต้ ซึ่งเคยต่อสู้กับความไม่ถูกต้องมาทุกยุคทุกสมัย มาสร้างบ้านเมืองที่สุจริต เพราะถ้าเราไม่เริ่มจากตรงนี้ มีแต่การทุจริตคอร์รัปชัน เราไม่สามารถทำให้ใครมาเชื่อถือและเชื่อมั่นในประเทศไทยได้เลย สุดท้ายเศรษฐกิจก็จะเป็นแบบนี้” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5479533/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3eJX603zPJkU4vS3AHMfhX

  • เศรษฐกิจไทย 69 โตต่ำกว่า 2% ครั้งแรกในรอบ 30 ปี กกร. ชี้ต้องเร่งปรับโครงสร้างและใช้โอกาสเวทีโลก

    คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) คาดว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี หากไม่รวมช่วงวิกฤติ สะท้อนความเปราะบางเชิงโครงสร้างของประเทศ ทั้งขนาดเศรษฐกิจนอกระบบที่ใหญ่ หนี้ครัวเรือนสูง ข้อจำกัดทางงบประมาณ ขาดความสามารถในการแข่งขันในโลกใหม่ และความท้าทายของภาครัฐด้านกฎระเบียบและข้อมูลที่ยังไม่เชื่อมโยง นอกจากนี้ยังได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในปีก่อน ค่าเงินบาทแข็งค่า การเคลื่อนย้ายเงินทุนเทา และความเสี่ยงจากการจัดทำงบประมาณล่าช้า

    กกร. ระบุความกังวลต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่าถึง 8.2% ในปีที่ผ่านมา เป็นอันดับสองของภูมิภาค ส่งผลกดดันการส่งออกเหมือนภาคธุรกิจถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม จึงสนับสนุนให้หน่วยงานกำกับดูแลเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวค่าเงินและบทบาทของสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมเร่งเชื่อมโยงข้อมูลการเงินของบุคคลที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักในประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้ธุรกรรมเหล่านี้บั่นทอนความสามารถในการแข่งขัน

    ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกปี 2569 ยังเพิ่มขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจการเมืองโลก และผลจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่ส่งผลต่อสินค้าส่งออกไทย ทำให้ไทยต้องเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างเท่าทัน

    TCC_5223.jpg

    กกร. มุ่งหวังให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งสานต่อแนวทางปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย โดยผันเศรษฐกิจเข้าสู่ระบบ ลดปัญหาหนี้ เพิ่มกำลังซื้อ ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ ลดอุปสรรคทางธุรกิจ และสร้างความเชื่อมั่น (Trust & Confidence) ผ่านมาตรการ Reinvent Thailand ทั้งในด้าน New S-Curve, การสนับสนุน SMEs และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

    นอกจากนี้ กกร. ยังเห็นโอกาสครั้งสำคัญของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับโลก ได้แก่ IMF-World Bank Annual Meeting 2026, การประชุม Gastech 2026 และงาน Tomorrowland Thailand ซึ่งจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ระดับนานาชาติ เสริมความเชื่อมั่น และเชื่อมโยงแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศกับพลวัตเศรษฐกิจโลก โดย กกร. จะจัดตั้งคณะทำงานย่อยเพื่อประสานงานกับภาครัฐและเตรียมความพร้อมอย่างเป็นรูปธรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-gpd-export-bant&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3fT3vrR6YiB6nOrAN-EM0b

  • เศรษฐกิจไทย 69 โตต่ำกว่า 2% ครั้งแรกในรอบ 30 ปี กกร. ชี้ต้องเร่งปรับโครงสร้างและใช้โอกาสเวทีโลก

    คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) คาดว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี หากไม่รวมช่วงวิกฤติ สะท้อนความเปราะบางเชิงโครงสร้างของประเทศ ทั้งขนาดเศรษฐกิจนอกระบบที่ใหญ่ หนี้ครัวเรือนสูง ข้อจำกัดทางงบประมาณ ขาดความสามารถในการแข่งขันในโลกใหม่ และความท้าทายของภาครัฐด้านกฎระเบียบและข้อมูลที่ยังไม่เชื่อมโยง นอกจากนี้ยังได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในปีก่อน ค่าเงินบาทแข็งค่า การเคลื่อนย้ายเงินทุนเทา และความเสี่ยงจากการจัดทำงบประมาณล่าช้า

    กกร. ระบุความกังวลต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่าถึง 8.2% ในปีที่ผ่านมา เป็นอันดับสองของภูมิภาค ส่งผลกดดันการส่งออกเหมือนภาคธุรกิจถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม จึงสนับสนุนให้หน่วยงานกำกับดูแลเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวค่าเงินและบทบาทของสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมเร่งเชื่อมโยงข้อมูลการเงินของบุคคลที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักในประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้ธุรกรรมเหล่านี้บั่นทอนความสามารถในการแข่งขัน

    ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกปี 2569 ยังเพิ่มขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจการเมืองโลก และผลจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่ส่งผลต่อสินค้าส่งออกไทย ทำให้ไทยต้องเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างเท่าทัน

    TCC_5223.jpg

    กกร. มุ่งหวังให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งสานต่อแนวทางปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย โดยผันเศรษฐกิจเข้าสู่ระบบ ลดปัญหาหนี้ เพิ่มกำลังซื้อ ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ ลดอุปสรรคทางธุรกิจ และสร้างความเชื่อมั่น (Trust & Confidence) ผ่านมาตรการ Reinvent Thailand ทั้งในด้าน New S-Curve, การสนับสนุน SMEs และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

    นอกจากนี้ กกร. ยังเห็นโอกาสครั้งสำคัญของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับโลก ได้แก่ IMF-World Bank Annual Meeting 2026, การประชุม Gastech 2026 และงาน Tomorrowland Thailand ซึ่งจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ระดับนานาชาติ เสริมความเชื่อมั่น และเชื่อมโยงแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศกับพลวัตเศรษฐกิจโลก โดย กกร. จะจัดตั้งคณะทำงานย่อยเพื่อประสานงานกับภาครัฐและเตรียมความพร้อมอย่างเป็นรูปธรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-gpd-export-bant&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3fT3vrR6YiB6nOrAN-EM0b

  • เศรษฐกิจไทย 69 โตต่ำกว่า 2% ครั้งแรกในรอบ 30 ปี กกร. ชี้ต้องเร่งปรับโครงสร้างและใช้โอกาสเวทีโลก

    คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) คาดว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี หากไม่รวมช่วงวิกฤติ สะท้อนความเปราะบางเชิงโครงสร้างของประเทศ ทั้งขนาดเศรษฐกิจนอกระบบที่ใหญ่ หนี้ครัวเรือนสูง ข้อจำกัดทางงบประมาณ ขาดความสามารถในการแข่งขันในโลกใหม่ และความท้าทายของภาครัฐด้านกฎระเบียบและข้อมูลที่ยังไม่เชื่อมโยง นอกจากนี้ยังได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในปีก่อน ค่าเงินบาทแข็งค่า การเคลื่อนย้ายเงินทุนเทา และความเสี่ยงจากการจัดทำงบประมาณล่าช้า

    กกร. ระบุความกังวลต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่าถึง 8.2% ในปีที่ผ่านมา เป็นอันดับสองของภูมิภาค ส่งผลกดดันการส่งออกเหมือนภาคธุรกิจถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม จึงสนับสนุนให้หน่วยงานกำกับดูแลเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวค่าเงินและบทบาทของสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมเร่งเชื่อมโยงข้อมูลการเงินของบุคคลที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักในประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้ธุรกรรมเหล่านี้บั่นทอนความสามารถในการแข่งขัน

    ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกปี 2569 ยังเพิ่มขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจการเมืองโลก และผลจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่ส่งผลต่อสินค้าส่งออกไทย ทำให้ไทยต้องเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างเท่าทัน

    TCC_5223.jpg

    กกร. มุ่งหวังให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งสานต่อแนวทางปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย โดยผันเศรษฐกิจเข้าสู่ระบบ ลดปัญหาหนี้ เพิ่มกำลังซื้อ ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ ลดอุปสรรคทางธุรกิจ และสร้างความเชื่อมั่น (Trust & Confidence) ผ่านมาตรการ Reinvent Thailand ทั้งในด้าน New S-Curve, การสนับสนุน SMEs และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

    นอกจากนี้ กกร. ยังเห็นโอกาสครั้งสำคัญของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับโลก ได้แก่ IMF-World Bank Annual Meeting 2026, การประชุม Gastech 2026 และงาน Tomorrowland Thailand ซึ่งจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ระดับนานาชาติ เสริมความเชื่อมั่น และเชื่อมโยงแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศกับพลวัตเศรษฐกิจโลก โดย กกร. จะจัดตั้งคณะทำงานย่อยเพื่อประสานงานกับภาครัฐและเตรียมความพร้อมอย่างเป็นรูปธรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-gpd-export-bant&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3fT3vrR6YiB6nOrAN-EM0b

  • กกร. หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้โตต่ำกว่า 2% ครั้งแรกในรอบ 30 ปี

    กกร. หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้โตต่ำกว่า 2% ครั้งแรกในรอบ 30 ปี

    นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่า 2% ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี หากไม่รวมช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ

    โดยคาดว่าไทยจะเป็นประเทศที่เติบโตต่ำสุดในภูมิภาค ท่ามกลางความท้าทายรอบด้านและความเปราะบางเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน

    กกร.
    กกร. หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้โตต่ำกว่า 2% ครั้งแรกในรอบ 30 ปี ห่วงบาทแข็งกดดันส่งออก–ท่องเที่ยว พร้อมประเมินสหรัฐฯบุกเวเนซุเอลา กระทบไทยไม่มากนัก แต่มีผลกดดันบรรยากาศค้าขายโลก

    ปัจจัยสำคัญมาจากขนาดเศรษฐกิจนอกระบบที่ใหญ่ หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงในบริบทเศรษฐกิจโลกใหม่ ข้อจำกัดด้านงบประมาณภาครัฐ กฎระเบียบที่ซับซ้อน รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐที่ยังไม่เป็นระบบ

    ขณะเดียวกัน ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ทั้งภัยพิบัติในช่วงปีที่ผ่านมา ค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างรวดเร็วและรุนแรง อาชญากรรมทางไซเบอร์ การเคลื่อนย้ายเงินทุนผิดกฎหมาย รวมถึงความเสี่ยงจากกระบวนการจัดทำงบประมาณที่ล่าช้า

    นอกจากนี้ กกร. แสดงความกังวลต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่าถึง 8.2% ในรอบปีที่ผ่านมา สูงเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค ซึ่งเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อภาคการส่งออก เปรียบเสมือนภาระภาษี (Tariff) ที่เพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ส่งออก

    ส่วนค่าเงินบาทที่แข็งค่ายังส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว เนื่องจากทำให้ต้นทุนการท่องเที่ยวในประเทศไทยสูงขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง โดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่งค่าเงินอ่อนกว่า ทำให้ความแตกต่างด้านต้นทุนสูงกว่า 10% กกร. จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามและกำกับดูแลความเคลื่อนไหวของค่าเงินอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเชื่อมโยงกับราคาทองคำ และบทบาทของการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่อาจส่งผลต่อค่าเงินบาท พร้อมสนับสนุนให้ภาครัฐเร่งดำเนินนโยบาย “Connect the dot” เชื่อมโยงการกำกับดูแลระหว่างหน่วยงาน โดยไม่ยึดติดกับกรอบเดิม เพื่อป้องกันไม่ให้ธุรกรรมทางการเงินบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจจริง

    นอกจากนี้ นายพจน์ ระบุว่า ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปีนี้เพิ่มสูงขึ้นจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะกรณีที่สหรัฐฯ เข้าแทรกแซงเวเนซุเอลา ซึ่งสะท้อนการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจและการเมืองโลกอย่างชัดเจน หรือที่เรียกว่า New World Order ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวจากปีก่อน

    ขณะที่มาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะเริ่มส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่รวมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเริ่มหดตัว สะท้อนความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น กกร. เห็นว่าไทยจำเป็นต้องปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

    คือเฉพาะเรื่องเวเนซุเอลา ตัวเลขการค้าไป-กลับประมาณไม่เกิน 500 ล้านเหรียญต่อปี ซึ่งถือว่าน้อยมาก แต่ว่าสิ่งที่น่ากังวลใจก็คือเรื่องของ Supply Chain พลังงานกับราคา ซึ่งผมคิดว่าน่าจะมีผลกระทบมากเกี่ยวกับ World Supply Chain เรื่องของพลังงานมาก โดยเฉพาะน้ำมัน

    พร้อมคาดหวังให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งเดินหน้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง โดยผลักดันการนำเศรษฐกิจเข้าสู่ระบบ แก้ไขปัญหาหนี้อย่างยั่งยืน เพิ่มกำลังซื้อในประเทศ พร้อมยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ ลดอุปสรรคทางธุรกิจ เพื่อกระตุ้นการลงทุนใหม่และเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน

    นอกจากนี้ ยังเสนอให้ยกระดับการต่อต้านคอร์รัปชันและสิ่งผิดกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ลดต้นทุนแฝงในการดำเนินธุรกิจ และขับเคลื่อนประเทศตามแนวทาง “Reinvent Thailand” โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

    ขณะเดียวกัน กกร. ยังได้ติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม New S-Curve อย่างใกล้ชิด พร้อมเสนอให้เร่งผลักดันมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย ทั้งโครงการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของ BOI กองทุนเพิ่มขีดฯ การขยายระยะเวลาการสมัครโครงการ รวมถึงมาตรการ SME Credit Boost, Soft Loan และการค้ำประกันสินเชื่อโดย บสย. โดยเน้นการบูรณาการ ลดความซ้ำซ้อนของกระบวนการ และเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับทักษะแรงงาน สร้างการจ้างงาน และเพิ่มมูลค่าให้เศรษฐกิจไทย

    คาด GDP ปีนี้จะขยายตัวอยู่ในกรอบ 1.6–2%

    สำหรับประมาณการเศรษฐกิจล่าสุด กกร. คาดว่า GDP ปีนี้จะขยายตัวอยู่ในกรอบ 1.6–2% การส่งออกหดตัว -1.5 ถึง -0.5% และอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 0.2–0.7% โดยยังไม่ปรับประมาณการมากนัก เนื่องจากเพิ่งเข้าสู่ช่วงต้นปีและยังมีปัจจัยไม่แน่นอนจำนวนมาก

    ขณะเดียวกัน กกร. มองว่าไทยมีโอกาสสำคัญจากการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับโลกหลายเวที อาทิ การประชุม IMF-World Bank Group Annual Meeting 2026 ซึ่งจะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจการเงินระดับโลก และเป็นโอกาสสำคัญในการ Rebranding ประเทศไทยให้เป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain โลก โดย กกร. เตรียมตั้งคณะทำงานย่อยเพื่อประสานงานกับภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม

    นอกจากนี้ ไทยยังจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech 2026 งานประชุมและแสดงเทคโนโลยีด้านพลังงานระดับโลก รวมถึงเทศกาลดนตรี Tomorrowland ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งควรใช้เป็นโอกาสในการสร้างความเชื่อมั่นบนเวทีนานาชาติ และเชื่อมโยงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างของไทยเข้ากับพลวัตเศรษฐกิจโลกอย่างเป็นระบบ

    กังวลผลกระทบทางอ้อมจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์

    ด้านนายผยง ศรีวนิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวเสริมว่า แม้ผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อเศรษฐกิจไทยอาจยังไม่สูงมากนัก แต่สิ่งที่น่ากังวลคือผลกระทบทางอ้อมต่อการลงทุน โดยมหาอำนาจมีแนวโน้มใช้ศักยภาพของตนเองเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าขั้วอำนาจอื่นจะยอมให้สถานการณ์เช่นนี้ขยายตัวไปในพื้นที่อื่นหรือไม่

    นายผยงมองว่า สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนการ Repositioning ของขั้วอำนาจทั่วโลก รวมถึงการแสดงแสนยานุภาพด้านเทคโนโลยีที่สร้างความแตกต่างด้านประสิทธิภาพทางการทหาร ซึ่งชี้ให้เห็นว่า “เทคโนโลยี” จะเป็นตัวชี้ขาดผู้ชนะใน New World Order และจะส่งผลต่อการปรับโครงสร้าง Supply Chain ของโลกและของภูมิภาคในระยะต่อไป คำถามสำคัญคือประเทศไทยจะสามารถปรับตัวและตามการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ทันหรือไม่ ซึ่งจำเป็นต้องมีการถกเถียงเชิงลึกและเตรียมความพร้อมอย่างจริงจัง

    เรื่องของผลกระทบโดยตรงมันดูเหมือนจะไม่เยอะ แต่ว่าสิ่งที่เป็นกังวลก็คือในเรื่องของผลกระทบกับการลงทุน เราเห็นว่ามหาอำนาจจะใช้พลานุภาพของตนเอง ในการที่จะชิงความได้เปรียบทางเศรษฐกิจโลกนะครับ อันนี้เป็นจุดที่สำคัญ คำถามคือว่าแล้วขั้วอำนาจอื่นจะปล่อยให้ลักษณะนี้เกิดขึ้น และลามไปที่อื่นหรือไม่ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ต้อง Repositioning ในขั้วต่างๆ ทั่วโลก

    ส่วนประเด็นค่าเงินบาท นายผยงระบุว่า ยังคงเป็นปัจจัยกดดันการส่งออก โดยยอมรับว่าทั่วโลกกำลังเผชิญภาวะดอลลาร์อ่อน แต่สิ่งสำคัญคือไทยต้องทำอย่างไรไม่ให้เงินบาทแข็งค่าโดดเด่นเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง เพราะจะเปรียบเสมือนภาษีแฝงที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับในการแข่งขันด้านการส่งออก

    ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าเงินบาทผันผวนผิดปกติ มาจาก 2 เรื่องสำคัญ ได้แก่ การเคลื่อนไหวที่เชื่อมโยงกับราคาทองคำ และการเคลื่อนไหวของดิจิทัลแอสเซท ซึ่งเป็นเงินทุนที่สามารถเคลื่อนย้ายได้รวดเร็วและส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจจริง โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายและต้องแข่งขันในเวทีโลก

    ในส่วนของระบบธนาคารพาณิชย์ นายผยง ระบุว่า ปัจจุบันมีความร่วมมือและความพร้อมในการติดตามธุรกรรมทางการเงิน ทั้งการรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัยต่อ ปปง. การเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงกฎเกณฑ์ใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่กำหนดให้การรับเงินจากต่างประเทศเกิน 200,000 บาทต้องมีการแจ้งข้อมูล ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการติดตามการเคลื่อนย้ายเงินทุน

    นอกจากนี้ ระบบธนาคารยังได้ยกระดับการพัฒนาระบบ Central Fraud Registry (CFR) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การกำกับดูแลต้องครอบคลุมทั้งระบบนิเวศทางการเงิน โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายทองคำในรูปแบบต่างๆ และการทำธุรกรรมดิจิทัลแอสเซท รวมถึงแนวทางการนำกฎ Travel Rule มาใช้ เพื่อให้หน่วยงานกำกับและสาธารณชนเห็นภาพการเคลื่อนย้ายเงินทุนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อสามารถ Connect the dot ได้ครบถ้วน ก็จะช่วยลดผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจจริงและรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

    ขณะที่นายเกรียงไกร เธียรนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวด้วยว่า ในระยะสั้นสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯและเวเนซุเอลาอาจสร้างแรงกระเพื่อมให้ราคาทองคำและสินทรัพย์บางประเภทปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะตื่นตระหนกของตลาด แต่ในมุมของตลาดพลังงาน ผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกอาจไม่รุนแรงในระยะยาว หากการบริหารจัดการแหล่งน้ำมันของเวเนซุเอลาสามารถเพิ่มปริมาณอุปทานเข้าสู่ตลาดโลกได้จริง

    นายเกรียงไกร อธิบายว่า เวเนซุเอลาอาจไม่ได้เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่ถือครองปริมาณน้ำมันสำรองมากที่สุด ทว่าที่ผ่านมาไม่สามารถผลิตและส่งออกได้เต็มศักยภาพ เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตร ทำให้ลูกค้าหลักอยู่ที่จีน การที่สหรัฐฯ ส่งบริษัทน้ำมันเข้าไปบริหารจัดการซัพพลาย หากทำได้จริง จะช่วยเพิ่มอุปทานน้ำมันในตลาดโลก และอาจทำให้ราคาน้ำมันมีเสถียรภาพมากขึ้น

    ทั้งนี้ นายเกรียงไกรมองว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่พยายามกดราคาน้ำมันไม่ให้สูงเกิน 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพื่อลดแรงกดดันเงินเฟ้อของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการใช้นโยบาย Reciprocal Tariff หากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูง อาจซ้ำเติมเงินเฟ้อให้รุนแรงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามว่าการเข้าไปบริหารจัดการซัพพลายจะเผชิญแรงต่อต้านมากน้อยเพียงใด และสามารถดำเนินการได้จริงหรือไม่

    ในอีกมิติหนึ่ง การกดราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับต่ำ ยังอาจเป็นการตัดกำลังประเทศคู่แข่งอย่างรัสเซีย ซึ่งอยู่ระหว่างสงครามกับยูเครนมาเป็นเวลาหลายปี เนื่องจากในภาวะปกติ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์มักผลักดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และเอื้อต่อรายได้ของประเทศผู้ส่งออกพลังงาน

    นายเกรียงไกรระบุว่า แม้ผลกระทบทางตรงจากกรณีเวเนซุเอลาต่อเศรษฐกิจไทยจะมีจำกัด เนื่องจากมูลค่าการค้าระหว่างกันอยู่ในระดับต่ำ แต่ผลกระทบทางอ้อมจะกดดันบรรยากาศการค้าโลก ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินของหลายสำนักที่มองว่าเศรษฐกิจโลกในปีนี้มีแนวโน้มชะลอตัวมากกว่าปีที่ผ่านมา

    ก็ต้องดูมหาอำนาจของผู้ซื้อรายใหญ่ คือจีน และผู้ที่ลงทุนในรายใหญ่ในเวเนซุเอลา ว่าจะมีปฏิกิริยาตอบโต้อย่างไร แต่ว่าในช่วงสั้น ตัวเลขการซื้อขายเหล่านี้น้อยมาก เพราะฉะนั้นไม่มีผลกับเรา แต่จะมีผลกดดันต่อบรรยากาศการค้าขายของโลก

    สำหรับประเทศไทยที่พึ่งพาการส่งออกในสัดส่วนกว่า 60% ของ GDP จึงได้รับผลกระทบโดยตรงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้หลายหน่วยงาน รวมถึง IMF ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวเพียงราว 1.5–1.6% ต่ำสุดในรอบ 30 ปี

    นอกจากนี้ นายเกรียงไกรยังย้ำถึงปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง โดยเตือนว่า หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าและอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งได้อย่างต่อเนื่อง ไทยจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก และกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/265445&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw05wnEhfsMJfRzhbp1N1CP9

  • “พล.อ.รังษี” นำทัพพรรคเศรษฐกิจ ปักธงเมืองคอนเปิดตัวผู้สมัคร 4 เขตรวด | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 07/01/2026 21:44

    วันที่ 7 ม.ค. 2569 บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั้ง 9 เขต ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นไปอย่างคึกคัก ผู้สมัครจากหลายพรรคการเมือง ทั้งพรรคใหญ่ พรรคขนาดกลาง พรรคเล็ก และพรรคน้องใหม่ ต่างเร่งลงพื้นที่เปิดตัวและพบปะประชาชนอย่างต่อเนื่อง


    หนึ่งในพรรคที่มีความเคลื่อนไหวโดดเด่น คือ พรรคเศรษฐกิจ ซึ่งมี พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ อดีตนายทหารระดับสูง เป็นหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยได้เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 4 เขต ได้แก่ เขต 2 เขต 4 เขต 5 และเขต 7 พร้อมชูนโยบายปราบอิทธิพล แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน การเปิดตัวจัดขึ้นที่ศูนย์ประสานงานพรรคเศรษฐกิจ ในพื้นที่ อำเภอปากพนัง มีประชาชนเข้าร่วมแสดงความยินดีและให้กำลังใจแก่ผู้สมัครเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก

    ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างลงพื้นที่ติดตามการหาเสียงในย่านตลาด 100 ปี พบการติดตั้งป้ายหาเสียงของพรรคเศรษฐกิจ โดยหนึ่งในผู้ร่วมติดตั้งป้ายคือ นายทศพร หยิกแซ่ซิ้น ผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 เบอร์ 8 พรรคเศรษฐกิจ ซึ่งลงมือดำเนินการด้วยตนเองร่วมกับทีมงาน นายทศพร เปิดเผยว่า เลือกติดตั้งป้ายหาเสียงเองทุกจุด เพื่อให้ได้ตำแหน่งที่มองเห็นชัดเจน ไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการหาเสียงอีกด้วย.

    กิตตินันท์ จินดำ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.นครศรีธรรมราช

    11212

    SOCAIL 16-9

    EDC Thailand ประกาศวิสัยทัศน์ 5 ปี ยกระดับภูเก็ตสู่ศูนย์กลางดนตรี EDM

    โดน “ฮุน เซน” เทแล้ว! รวบ “เฉิน จื้อ” ประธานปรินซ์ กรุ๊ป คุมตัวจากเขมรส่งจีนดำเนินคดี ฉ้อโกง ฟอกเงิน

    “พล.อ.รังษี” นำทัพพรรคเศรษฐกิจ ปักธงเมืองคอนเปิดตัวผู้สมัคร 4 เขตรวด

    ภูเก็ตเปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่ 3/2569

    ผู้ตรวจฯ เขตสุขภาพที่ 12 เปิดโครงการเด็กไทยสายตาดี

    นายกแดง!! เทศบาลบางเมือง นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ ทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ต้อนรับปี 69

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1447531&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pPpnk2kxkil-WDR4UMcmB

  • “พล.อ.รังษี” นำทัพพรรคเศรษฐกิจ ปักธงเมืองคอนเปิดตัวผู้สมัคร 4 เขตรวด | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 07/01/2026 21:44

    วันที่ 7 ม.ค. 2569 บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั้ง 9 เขต ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นไปอย่างคึกคัก ผู้สมัครจากหลายพรรคการเมือง ทั้งพรรคใหญ่ พรรคขนาดกลาง พรรคเล็ก และพรรคน้องใหม่ ต่างเร่งลงพื้นที่เปิดตัวและพบปะประชาชนอย่างต่อเนื่อง


    หนึ่งในพรรคที่มีความเคลื่อนไหวโดดเด่น คือ พรรคเศรษฐกิจ ซึ่งมี พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ อดีตนายทหารระดับสูง เป็นหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยได้เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 4 เขต ได้แก่ เขต 2 เขต 4 เขต 5 และเขต 7 พร้อมชูนโยบายปราบอิทธิพล แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน การเปิดตัวจัดขึ้นที่ศูนย์ประสานงานพรรคเศรษฐกิจ ในพื้นที่ อำเภอปากพนัง มีประชาชนเข้าร่วมแสดงความยินดีและให้กำลังใจแก่ผู้สมัครเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก

    ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างลงพื้นที่ติดตามการหาเสียงในย่านตลาด 100 ปี พบการติดตั้งป้ายหาเสียงของพรรคเศรษฐกิจ โดยหนึ่งในผู้ร่วมติดตั้งป้ายคือ นายทศพร หยิกแซ่ซิ้น ผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 เบอร์ 8 พรรคเศรษฐกิจ ซึ่งลงมือดำเนินการด้วยตนเองร่วมกับทีมงาน นายทศพร เปิดเผยว่า เลือกติดตั้งป้ายหาเสียงเองทุกจุด เพื่อให้ได้ตำแหน่งที่มองเห็นชัดเจน ไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการหาเสียงอีกด้วย.

    กิตตินันท์ จินดำ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.นครศรีธรรมราช

    11212

    SOCAIL 16-9

    EDC Thailand ประกาศวิสัยทัศน์ 5 ปี ยกระดับภูเก็ตสู่ศูนย์กลางดนตรี EDM

    โดน “ฮุน เซน” เทแล้ว! รวบ “เฉิน จื้อ” ประธานปรินซ์ กรุ๊ป คุมตัวจากเขมรส่งจีนดำเนินคดี ฉ้อโกง ฟอกเงิน

    “พล.อ.รังษี” นำทัพพรรคเศรษฐกิจ ปักธงเมืองคอนเปิดตัวผู้สมัคร 4 เขตรวด

    ภูเก็ตเปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่ 3/2569

    ผู้ตรวจฯ เขตสุขภาพที่ 12 เปิดโครงการเด็กไทยสายตาดี

    นายกแดง!! เทศบาลบางเมือง นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ ทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ต้อนรับปี 69

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1447531&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pPpnk2kxkil-WDR4UMcmB

  • ถนอม ลุยคันนายาว-บึงกุ่ม ชาวบ้านประสานเสียงเรียกร้องทำ คนละครึ่ง ฟื้นเศรษฐกิจด่วน!

    ถนอม ลุยคันนายาว-บึงกุ่ม ชาวบ้านประสานเสียงเรียกร้องทำ คนละครึ่ง ฟื้นเศรษฐกิจด่วน!

    ถนอม ลุยคันนายาว-บึงกุ่ม ชาวบ้านประสานเสียงเรียกร้องทำ คนละครึ่ง ฟื้นเศรษฐกิจด่วน!

    วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.54 น.

    วันที่ 7 มกรามค 2568 นายถนอม อ่อนเกตุพล ผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 5 เขตคันนายาว เขตบึงกุ่ม เฉพาะแขวงคลองกุ่มกล่าวว่า ตั้งแต่เดินพบปะชาวบ้านส่วนใหญ่เรียกร้องให้รัฐบาลทำโครงการคนละครึ่งเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วนโดยทำให้ชาวบ้านได้เข้าถึงได้ง่ายและได้สิทธิ์ทุกคน ลดขั้นตอนความยุ่งยากในการเปิดร้านคนละครึ่งที่ต้องทิ้งร้านไปยื่นเรื่องที่ธนาคาร

    ในขณะเดียวกัน ชาวบ้านก็เรียกร้อง ให้จัดการปัญหาชายแดนกับเขมร ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่ให้ฮุนเซนฮุนมามาเน็ต มารุกล้ำหรือยั่วยุประเทศไทยได้อีก

    นายถนอมกล่าวอีกว่า ขณะนี้การหาเสียงในพื้นที่ มีชาวบ้านร้องมาว่าผู้สมัครบางคน เริ่มทวงบุญคุณชาวบ้านที่เคยได้รับการสนับสนุน ดูแลว่าถ้าไม่เลือกพรรคก็ให้เลือกตัวเอง ซึ่งได้ช่วยเหลือดูแลชุมชนหรือกลุ่มต่างๆ มาโดยตลอด ซึ่งตนเห็นว่า การทำงานทางการเมืองไม่ควรเอาผลประโยชน์ของชาติ มาเป็นเครื่องแลกเปลี่ยนหรือตอบแทนบุญคุณส่วนตัวให้ใครทั้งสิ้น 

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/939367&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1M8FZUhWoSTG65SOVmIE_B

  • “พล.อ.รังษี” นำทัพพรรคเศรษฐกิจ ปักธงเมืองคอนเปิดตัวผู้สมัคร 4 เขตรวด | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 07/01/2026 21:44

    วันที่ 7 ม.ค. 2569 บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั้ง 9 เขต ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นไปอย่างคึกคัก ผู้สมัครจากหลายพรรคการเมือง ทั้งพรรคใหญ่ พรรคขนาดกลาง พรรคเล็ก และพรรคน้องใหม่ ต่างเร่งลงพื้นที่เปิดตัวและพบปะประชาชนอย่างต่อเนื่อง


    หนึ่งในพรรคที่มีความเคลื่อนไหวโดดเด่น คือ พรรคเศรษฐกิจ ซึ่งมี พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ อดีตนายทหารระดับสูง เป็นหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยได้เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 4 เขต ได้แก่ เขต 2 เขต 4 เขต 5 และเขต 7 พร้อมชูนโยบายปราบอิทธิพล แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน การเปิดตัวจัดขึ้นที่ศูนย์ประสานงานพรรคเศรษฐกิจ ในพื้นที่ อำเภอปากพนัง มีประชาชนเข้าร่วมแสดงความยินดีและให้กำลังใจแก่ผู้สมัครเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก

    ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างลงพื้นที่ติดตามการหาเสียงในย่านตลาด 100 ปี พบการติดตั้งป้ายหาเสียงของพรรคเศรษฐกิจ โดยหนึ่งในผู้ร่วมติดตั้งป้ายคือ นายทศพร หยิกแซ่ซิ้น ผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 เบอร์ 8 พรรคเศรษฐกิจ ซึ่งลงมือดำเนินการด้วยตนเองร่วมกับทีมงาน นายทศพร เปิดเผยว่า เลือกติดตั้งป้ายหาเสียงเองทุกจุด เพื่อให้ได้ตำแหน่งที่มองเห็นชัดเจน ไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการหาเสียงอีกด้วย.

    กิตตินันท์ จินดำ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.นครศรีธรรมราช

    11212

    SOCAIL 16-9

    EDC Thailand ประกาศวิสัยทัศน์ 5 ปี ยกระดับภูเก็ตสู่ศูนย์กลางดนตรี EDM

    โดน “ฮุน เซน” เทแล้ว! รวบ “เฉิน จื้อ” ประธานปรินซ์ กรุ๊ป คุมตัวจากเขมรส่งจีนดำเนินคดี ฉ้อโกง ฟอกเงิน

    “พล.อ.รังษี” นำทัพพรรคเศรษฐกิจ ปักธงเมืองคอนเปิดตัวผู้สมัคร 4 เขตรวด

    ภูเก็ตเปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่ 3/2569

    ผู้ตรวจฯ เขตสุขภาพที่ 12 เปิดโครงการเด็กไทยสายตาดี

    นายกแดง!! เทศบาลบางเมือง นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ ทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ต้อนรับปี 69

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1447531&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pPpnk2kxkil-WDR4UMcmB