Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “เคโระ” แกะขี้อ้อนยิ้มได้ ดาวเด่นสตาร์ดอยฟาร์มเขาใหญ่ ขวัญใจนักท่องเที่ยวสายครอบครัว | TOPNEWS

    พี่เอ๋ระบุว่า “สตาร์ดอยฟาร์มเขาใหญ่” ตั้งอยู่บนพื้นที่ราว 45 ไร่ ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างน้ำผุดธรรมชาติ และถือเป็นจุดศูนย์กลางโซนท่องเที่ยวเขาใหญ่ ภายในฟาร์มมีบรรยากาศร่มรื่น มีสะพานไม้ข้ามลำตะคอง มีลมเย็นและสายน้ำไหลผ่าน เพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง

    สำหรับกิจกรรมภายในฟาร์มออกแบบให้เหมาะกับเด็กและครอบครัว มีทั้งโซนร้านกาแฟห้องแอร์ พร้อมพื้นที่นั่งพักผ่อนทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์ อีกทั้งยังมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น ขี่ม้า พายเรือ นั่งม้าหมุน ชมอัลปาก้า รวมถึงอุ้มแกะและให้อาหารแกะ ตลอดจนโซนมินิซูที่มีสัตว์น่ารักอย่างกระต่าย เป็ด นกยูง และสัตว์ชนิดอื่นๆ ให้เด็กๆ ได้สัมผัสใกล้ชิดอย่างเพลิดเพลิน

    ด้านการเลี้ยงดูสัตว์ภายในฟาร์ม พี่เอ๋กล่าวว่า แกะส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์นำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสายพันธุ์คอร์ริเดล จากประเทศออสเตรเลีย ปัจจุบันมีจำนวนเกือบ 200 ตัว และมีทีมงานรวมถึงสัตวบาลดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งวัน เพื่อให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรงและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว พร้อมเปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00–18.00 น.

    หนึ่งในดาวเด่นของฟาร์มคือ “น้องเคโระ” แกะเพศผู้ อายุราว 5 เดือน น้ำหนักกว่า 20 กิโลกรัม ซึ่งมีพฤติกรรมโดดเด่นกว่าตัวอื่น ทั้งความฉลาด ความเป็นมิตร และความขี้อ้อน สามารถทำท่าทางทักทาย บ๊ายบาย และมีบุคลิกเหมือนยิ้มได้ จนหลายครอบครัวต่างพากันหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ขณะที่แกะตัวอื่นๆ ในฟาร์มก็ยังมีความน่ารัก สามารถอุ้มและถ่ายภาพได้หลายตัวเช่นกัน

    พี่เอ๋ยังเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัส “ฟาร์มแกะอีกมิติใหม่” โดยย้ำว่าฟาร์มเน้นการเลี้ยงแบบโอเพ่น ไม่ขังในกรงเหมือนสวนสัตว์ทั่วไป เปิดพื้นที่สนามหญ้าให้น้องแกะเดินเล่นอย่างอิสระ พร้อมจัดทำพื้นที่หญ้าเทียมพิเศษเพื่อความสะอาดและความปลอดภัย ลดความกังวลของผู้ปกครอง และมีเจ้าหน้าที่ดูแลความสะอาดตลอดเวลา รวมถึงทีมงานคอยช่วยถ่ายภาพให้แก่นักท่องเที่ยว

    ทั้งนี้ “สตาร์ดอยฟาร์มเขาใหญ่” เปิดให้บริการมาแล้วประมาณ 1 ปี และอยู่ระหว่างพัฒนาพื้นที่ต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงครอบครัวที่ครบทั้งกิจกรรม พักผ่อน และความประทับใจ เพื่อเป็นอีกหนึ่งจุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเขาใหญ่ในอนาคตต่อไป.

    ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1463869&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FCh999uzxJ5cBLMFabAn2

  • เศรษฐกิจไทยไม่โต-สังคมสูงวัย-จำกัดต่างชาติซื้อ เหตุผล ‘อสังหาไทย’ ถดถอย ‘แสนสิริ’ หาทางออก เปิดธุรกิจใหม่ รับสร้างบ้าน

    เศรษฐกิจไทยไม่โต-สังคมสูงวัย-จำกัดต่างชาติซื้อ เหตุผล ‘อสังหาไทย’ ถดถอย ‘แสนสิริ’ หาทางออก เปิดธุรกิจใหม่ รับสร้างบ้าน

    ปี 2026 นี้ ธุรกิจ ‘อสังหาริมทรัพย์’ จะรอดไหม?

    sansiri

    ‘ภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ’ ประธานผู้บริหารสายงานกลยุทธ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เผยว่า ปัจจุบัน อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย โดยหนึ่งในนั้นคือปัญหา ‘หนี้ครัวเรือน’ ที่ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และทำให้ดีมานด์ของบ้านมือ 1 ลดลงราว 25%

    ขณะเดียวกัน อีกความท้าทายคือ ‘การควบคุมสินเชื่อ’ ของสถาบันทางการเงิน ที่มีการคุมเข้มในการปล่อยให้ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ส่งผลให้ในอีกไม่ช้าอุปทานในตลาดก็จะน้อยลง

    อย่างไรก็ตาม ‘ภูมิภักดิ์’ มองว่า ในความท้าทาย ยังมีด้านบวกอยู่ เพราะแม้ความต้องการของบ้านมือ 1 จะลดลง แต่ในความเป็นจริง กรรมสิทธิ์ในการโอนบ้านยังเท่าเดิม เพียงแค่คนหันไปซื้อบ้านมือ 2 มากขึ้น สะท้อนว่าจริงๆ แล้ว ผู้บริโภคยังต้องการบ้านอยู่

    ในส่วนของการควบคุมสินเชื่อ ภูมิภักดิ์เชื่อว่า อีกไม่นาน ระดับอุปสงค์ก็จะค่อยๆ ปรับตัวเข้าหา ‘จุดสมดุล’ ใหม่อีกครั้ง ไม่ต่างจากช่วงโควิด-19 เพียงแค่ต้องใช้เวลา

    โอกาสยังมี เพราะดอกเบี้ยลด-ต่างชาติรักประเทศไทย-รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหา

    sansiri
    ‘ภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ’ ประธานผู้บริหารสายงานกลยุทธ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

    นอกจากนี้ ภูมิภักดิ์กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันยังมีปัจจัยบวกหรือโอกาสอีกมากมาย เนื่องจาก

    1. อัตราดอกเบี้ยอยู่ในขาลง ส่งผลให้ต้นทุนของผู้ประกอบการน้อยลงด้วย และผู้บริโภคมีกำลังซื้อมากขึ้น
    1. ต่างชาติอยากย้ายมาไทยมากขึ้น เพราะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียง และหลายๆ ชาติก็ต้องการหนีปัญหาการเมืองหรือเศรษฐกิจจากบ้านตนเอง
    1. ต่างชาติต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย เพราะแม้ว่าในปีที่ผ่านมา ผู้เล่นรายใหญ่ อย่างชาวจีนจะลดน้อยลง แต่ก็เป็นการเปิดโอกาสให้คนเชื้อชาติอื่นๆ เช่น ตะวันตก อินเดีย และเมียนมา เข้ามาซื้ออสังหาฯ บ้านเรามากขึ้น
    1. รัฐบาลไทยยังคงต้องเดินหน้าแก้ไขปัญหาค่าครองชีพต่อไป เพราะไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหน ก็ล้วนมีปัญหาที่ต้องจัดการเรื่องเดียวกันคือ ปัญหาปากท้องของประชาชน และการลดภาระของผู้บริโภค

    แสนสิริกำไรทะลุ 3 พันล้าน โตสุดในตลาด แม้ยอดโอนลดลง

    sansiri

    แม้ว่าภูมิภักดิ์จะมองเห็นโอกาสขนาดไหน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า 2025 เป็นปีที่สาหัสสำหรับผู้บริโภคและผู้ประกอบการหลายแวดวงจริงๆ รวมถึงอสังหาริมทรัพย์

    อย่างยอดโอนของ ‘แสนสิริ’ เองก็น้อยลงจากปี 2024 ถึง 16% เหลือเพียง 36,700 ล้านบาท ขณะที่ยอดพรีเซลล์เพิ่มขึ้นแค่ 2% เท่านั้น เป็น 51,000 ล้านบาท

    ทั้งนี้ แสนสิริก็ยังผ่านมาได้ แถมมีผลประกอบการที่น่าพึงพอใจ โดย ‘อุทัย อุทัยแสงสุข’ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เผยว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 สามารถทำกำไรถึง 3,029 ล้านบาท นับเป็นบริษัทที่กำไรสูงสุดในแวดวงอสังหาฯ ขณะที่รายได้อยู่ที่ราวๆ 23,670 ล้านบาท 

    ในภาพรวมแล้ว ในปี 2025 แสนสิริเปิดตัวโครงการใหม่ไปทั้งหมด 24 โครงการ รวมเป็นมูลค่ากว่า 52,000 ล้านบาท โดย

    • เป็นคอนโดมิเนียม 13 โครงการ และโครงการแนวราบ (บ้านเดี่ยว/บ้านแฝด/ทาวน์โฮม) 11 โครงการ
    • เป็นโครงการระดับพรีเมียม 49%, มีเดียม 36%, จับต้องได้ 15%
    • 80% เป็นโครงการในกรุงเทพมหานคร
    • โครงการต่างจังหวัดได้แก่ ภูเก็ต 6 โครงการ, พัทยา 1 โครงการ และหัวหิน 1 โครงการ

    2026 ปรับเป้าให้ตรงกับความเป็นจริงมากขึ้น พร้อมหาธุรกิจใหม่ช่วยเสริมการเติบโต

    sansiri
    ‘อุทัย อุทัยแสงสุข’ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

    สำหรับเป้าหมายปี 2026 อุทัยบอกว่า แสนสิริจะเปิดโครงการใหม่ทั้งหมด 33 โครงการ โดยสัดส่วนคอนโดมิเนียมกับแนวราบยังอยู่ที่ราวๆ ครึ่งต่อครึ่งเหมือนเดิม แต่มูลค่าลดลงเหลือเพียงราวๆ 51,000 ล้านบาท 

    สาเหตุที่จำนวนโครงการเยอะขึ้น แต่มูลค่าน้อยลงนั้น อุทัยอธิบายว่า ปีนี้ตั้งใจเจาะตลาด ‘มีเดียม’ มากขึ้นเป็น 41% แล้วลดพรีเมียมลงเหลือเพียง 39% เนื่องจากมองว่า ในปี 2025 แสนสิริทำโครงการระดับบนไปมากพอสมควร และยังมีว่างให้ขายต่ออยู่ ขณะที่ตลาดระดับกลางก็ใหญ่ขึ้นด้วย โดยเฉพาะในตลาดคอนโด

    ขณะเดียวกัน ยอดพรีเซลล์ที่คาดหวังกลับลดลงเหลือเพียง 48,000 ล้านบาท และยอดโอนอยู่ที่ราวๆ 39,000 ล้านบาท  เพราะอุทัยต้องการตั้งเป้าหมายที่ดูเป็นไปได้จริงๆ โดยปีนี้ก็มียอดขายค้าง (Backlog) ที่พร้อมรับรู้ทันทีประมาณ 11,000 ล้านบาทแล้ว

    และเพื่อให้แสนสิริสามารถทำตามเป้าหมายที่วาง ภูมิภักดิ์ก็อธิบายกลยุทธ์ประจำปี 2026 ไว้ดังนี้

    1. เจาะตลาดมีเดียมถึงพรีเมียม เนื่องจากเป็นกลุ่มลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจค่อนข้างน้อย
    2. ตอกย้ำจุดแข็งด้านความเชื่อมั่น เพราะเป็นองค์กรที่อยู่มานานกว่า 40 ปี และผู้บริโภคก็ให้ความไว้วางใจมาตลอด พร้อมบริการหลังการขายที่ได้รับคำชมอยู่เสมอ
    3. หาธุรกิจใหม่ เสริมธุรกิจหลัก โดยในปี 2025 แสนสิริเปิดธุรกิจใหม่ชื่อว่า ‘ต้นแบบ’ บริการรับสร้างบ้าน ซึ่งมีโอกาสเติบโตขึ้นสองเท่าในปี 2026 ขณะเดียวกัน บริษัทก็ได้จัดตั้งกองทุนมูลค่า 1 พันล้านบาท เพื่อนำไปลงทุนในธุรกิจอื่นที่ไม่จำกัดว่าต้องเกี่ยวข้องกับอสังหาฯ เท่านั้นด้วย
    4. หาพันธมิตรร่วมทุนเพิ่ม โดยปัจจุบัน แสนสิริมีพันธมิตรในการทำ Joint Venture ประมาณ 5 ราย ซึ่งล้วนเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุน

    “ต้องยอมรับว่าถ้าเศรษฐกิจมหภาค หรือเศรษฐกิจในประเทศเราไม่เติบโต และยังมีข้อจำกัดหลายๆ อย่างที่ทำให้ชาวต่างชาติเข้ามาช่วยสนับสนุนธุรกิจนี้ไม่ได้ ธุรกิจนี้ มันก็อาจจะไม่เติบโต หรืออาจจะถดถอยด้วยเรื่อง Aging Society ที่เป็นส่วนประกอบ แต่อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการก็ต้องไปหาทางออก อย่างเช่นธุรกิจเราก็หาธุรกิจใหม่เข้ามา” ภูมิภักดิ์กล่าว

    สุดท้ายนี้ อสังหาริมทรัพย์ในไทยจะกลับสู่ ‘จุดสมดุล’ เมื่อไร? และใครจะเป็นผู้เล่นที่อยู่รอด? คงต้องติดตามกันต่อไป

    ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://brandinside.asia/sansiri-2025-success-amid-real-estate-crisis/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bIz3XXUNdb23G7pVc_JYA

  • ช็อก! มือปืนปลอมตัวเป็นตำรวจไล่ยิงคู่แค้นกลางสนามบอล | เดลินิวส์

    ช็อก! มือปืนปลอมตัวเป็นตำรวจไล่ยิงคู่แค้นกลางสนามบอล | เดลินิวส์

    วานนี้ (21 ม.ค. 2569) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการก่อเหตุไล่ยิงคนอย่างอุกอาจกลางสนามฟุตบอลในเอกวาดอร์ โดยกลุ่มอาชญากรที่ปลอมตัวเป็นตำรวจระหว่างการแข่งขัน ทำให้นักบอลในสนามเสียชีวิต 3 ราย ดังที่ปรากฏในคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดในสนามฟุตบอล

    เหตุการณ์บุกยิงอย่างอุกอาจนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ที่สนามกีฬาภายในโครงการที่พักอาศัยโมโคลี กอล์ฟ คลับ ในเมืองซัมโบรอนดอน จังหวัดกวายัส ประเทศเอกวาดอร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยแก๊งค้ายาเสพติดที่ทำสงครามแย่งชิงเส้นทางการค้าข้ามชาติอย่างรุนแรง

    ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นนักบอลในสนามกำลังอยู่ในเกม เมื่อกลุ่มมือปืนบุกเข้ามาในสนามและเปิดฉากยิงใส่ผู้เล่น 3 คนโดยตรง ส่วนผู้เล่นที่เหลือถูกบังคับให้นอนคว่ำหน้าลงกับพื้น 

    คลิปวิดีโอสุดสะพรึงแสดงให้เห็นว่า ผู้ก่อเหตุมีการวางแผนโจมตีอย่างเป็นระบบ ก่อนจะหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุทันทีหลังจากยิงเป้าหมายจนเสียชีวิตแล้ว

    เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า เหยื่อรายหนึ่งเสียชีวิตอยู่กลางสนาม ส่วนอีกสองรายถูกพบในพื้นที่รอบสนามกีฬา เหยื่อทั้ง 3 ราย ได้รับการระบุชื่อในเวลาต่อมา ได้แก่ เจฟเฟอร์สัน ซาเวียร์ ซาลอน โอลิเวโร อายุ 33 ปี, ริชาร์ด โจซู มินา เวร์การา อายุ 29 ปี และ สตาลิน โรลันโด วาร์กัสอายุ 40 ปี ซึ่งมีชื่อฉายาว่า “มาริโน”

    ตำรวจเชื่อว่า วาร์กัส ซึ่งเป็นหัวหน้าองค์กรอาชญากรรมกลุ่มโลส ลาการ์โตส อาจตกเป็นเป้าหมายของแก๊งคู่อริในการ “ล้างแค้น” ครั้งนี้ ส่วนเหยื่ออีกสองรายก็มีประวัติอาชญากรรมในหลายข้อหา รวมถึงการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ฆาตกรรม และชิงทรัพย์

    จอห์น เรมเบิร์ก รัฐมนตรีมหาดไทยของเอกวาดอร์กล่าวว่า ผู้ตายมีประวัติอาชญากรรม และระบุว่าการสังหารนี้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างแก๊งอาชญากรจัดตั้ง โดยเรมเบิร์ก กล่าวว่า พนักงานสอบสวนมีข้อมูลบ่งชี้ว่า วาร์กัส อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อลาออกจากกลุ่มโลส ลาการ์โตส เพื่อไปเข้าร่วมกับแก๊งอาชญากรอีกแก๊งหนึ่งที่ชื่อว่า โลส โลโบส

    นอกจากนี้เขายังยืนยันว่ากองกำลังความมั่นคงได้ปฏิบัติการตรวจค้นในพื้นที่พักอาศัยใกล้เคียงในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนหน้า เพื่อหาตัว วาร์กัส 

    ด้านตำรวจกล่าวว่า ยังคงดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์บุกยิงครั้งนี้ และยังไม่มีการจับกุมตัวคนร้าย

    แก๊งลาการ์โตสเกิดจากการรวมตัวกันอย่างหลวมๆ ของมือปืนรับจ้างและแก๊งนักเลงข้างถนนในเรือนจำของเมืองกวายาคิล ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเอกวาดอร์ จนกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มอาชญากรที่อื้อฉาวที่สุดของประเทศ โดยเริ่มแรกก่อตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านการขยายตัวของกลุ่มคู่อริอย่างแก๊งโชเนโรส 

    ปัจจุบันแก๊งลาการ์โตสคุมระบบเศรษฐกิจอาชญากรรมในท้องถิ่น และพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ของเส้นทางการค้ายาเสพติดข้ามชาติ

    ที่มา : dailystar.co.uk

    เครดิตภาพ : YouTube / Ecuavisa

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5524864/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pt0yixQoiDPA6hWlKOSLI

  • “เคโระ” แกะขี้อ้อนยิ้มได้ ดาวเด่นสตาร์ดอยฟาร์มเขาใหญ่ ขวัญใจนักท่องเที่ยวสายครอบครัว | TOPNEWS

    พี่เอ๋ระบุว่า “สตาร์ดอยฟาร์มเขาใหญ่” ตั้งอยู่บนพื้นที่ราว 45 ไร่ ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างน้ำผุดธรรมชาติ และถือเป็นจุดศูนย์กลางโซนท่องเที่ยวเขาใหญ่ ภายในฟาร์มมีบรรยากาศร่มรื่น มีสะพานไม้ข้ามลำตะคอง มีลมเย็นและสายน้ำไหลผ่าน เพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง

    สำหรับกิจกรรมภายในฟาร์มออกแบบให้เหมาะกับเด็กและครอบครัว มีทั้งโซนร้านกาแฟห้องแอร์ พร้อมพื้นที่นั่งพักผ่อนทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์ อีกทั้งยังมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น ขี่ม้า พายเรือ นั่งม้าหมุน ชมอัลปาก้า รวมถึงอุ้มแกะและให้อาหารแกะ ตลอดจนโซนมินิซูที่มีสัตว์น่ารักอย่างกระต่าย เป็ด นกยูง และสัตว์ชนิดอื่นๆ ให้เด็กๆ ได้สัมผัสใกล้ชิดอย่างเพลิดเพลิน

    ด้านการเลี้ยงดูสัตว์ภายในฟาร์ม พี่เอ๋กล่าวว่า แกะส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์นำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสายพันธุ์คอร์ริเดล จากประเทศออสเตรเลีย ปัจจุบันมีจำนวนเกือบ 200 ตัว และมีทีมงานรวมถึงสัตวบาลดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งวัน เพื่อให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรงและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว พร้อมเปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00–18.00 น.

    หนึ่งในดาวเด่นของฟาร์มคือ “น้องเคโระ” แกะเพศผู้ อายุราว 5 เดือน น้ำหนักกว่า 20 กิโลกรัม ซึ่งมีพฤติกรรมโดดเด่นกว่าตัวอื่น ทั้งความฉลาด ความเป็นมิตร และความขี้อ้อน สามารถทำท่าทางทักทาย บ๊ายบาย และมีบุคลิกเหมือนยิ้มได้ จนหลายครอบครัวต่างพากันหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ขณะที่แกะตัวอื่นๆ ในฟาร์มก็ยังมีความน่ารัก สามารถอุ้มและถ่ายภาพได้หลายตัวเช่นกัน

    พี่เอ๋ยังเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัส “ฟาร์มแกะอีกมิติใหม่” โดยย้ำว่าฟาร์มเน้นการเลี้ยงแบบโอเพ่น ไม่ขังในกรงเหมือนสวนสัตว์ทั่วไป เปิดพื้นที่สนามหญ้าให้น้องแกะเดินเล่นอย่างอิสระ พร้อมจัดทำพื้นที่หญ้าเทียมพิเศษเพื่อความสะอาดและความปลอดภัย ลดความกังวลของผู้ปกครอง และมีเจ้าหน้าที่ดูแลความสะอาดตลอดเวลา รวมถึงทีมงานคอยช่วยถ่ายภาพให้แก่นักท่องเที่ยว

    ทั้งนี้ “สตาร์ดอยฟาร์มเขาใหญ่” เปิดให้บริการมาแล้วประมาณ 1 ปี และอยู่ระหว่างพัฒนาพื้นที่ต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงครอบครัวที่ครบทั้งกิจกรรม พักผ่อน และความประทับใจ เพื่อเป็นอีกหนึ่งจุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเขาใหญ่ในอนาคตต่อไป.

    ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1463869&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FCh999uzxJ5cBLMFabAn2

  • ของจริงไม่ใช้เอไอ! ททท.แจงยิบดรามาภาพ ลิซ่า ลลิษา โปรโมทเที่ยวทะเลบัวแดง

    ของจริงไม่ใช้เอไอ! ททท.แจงยิบดรามาภาพ ลิซ่า ลลิษา โปรโมทเที่ยวทะเลบัวแดง

    ของจริงไม่ใช้เอไอ! ททท.แจงยิบดรามาภาพ ลิซ่า ลลิษา โปรโมทเที่ยวทะเลบัวแดง

    วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.48 น.

    22 มกราคม 2569  เฟซบุ๊กเพจ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ได้ออกมาโพสต์แถลงชี้แจงจากกรณีภาพ Amazing Thailand Ambassador ประชาสัมพันธ์ทะเลบัวแดง จ.อุดรธานี

    ททท.ขอยืนยันว่า ภาพที่เผยแพร่อยู่ในขณะนี้เป็นภาพจริงที่เกิดจากการถ่ายทำ มิได้ใช้การสร้างภาพด้วย AI แต่อย่างใด ทั้งนี้ได้มีการตกแต่งเพิ่ม โดยใช้ Graphic เพื่อความสวยงามตาม Concept ที่กำหนด และออกแบบไว้โดยทีมงานมืออาชีพผู้ชำนาญ

    การดำเนินงานทั้งหมดเป็นไปตามข้อตกลงและการดำเนินงานร่วมกันกับทางต้นสังกัดของศิลปิน โดยผ่านการคัดเลือกและเห็นชอบแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อถ่ายทอดความงดงามของแหล่งท่องเที่ยวไทยให้ดีที่สุด

    ททท.ขอขอบคุณทุกความคิดเห็นและข้อเสนอแนะพร้อมนำไปพัฒนาการสื่อสารให้ชัดเจนและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อศิลปินและประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

    ซึ่งหลังจากที่ ททท. ได้ออกมาแถลงชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวนี้ ชาวเน็ตได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก อาทิเช่น 

    – คือภาพสวยครับ น้องลิซ่าก็สวย แต่… แต่เมื่อเป็นภาพที่ใช้ในการโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยว ส่วนตัวมองเรื่องความเรียล ความสมจริงเป็นสิ่งสำคัญครับ อย่างน้อยควรถ่ายทำในสถานที่จริง หรือแต่งภาพให้สมจริงกว่านี้ถ้าเป็นกรณีถ่ายในสตู ไม่งั้นจะกลายเป็นจกตานักท่องเที่ยวเอา ลองนึกถึงใจนักท่องเที่ยวดูสิครับ เขาคาดหวังอะไรกับภาพที่ได้เห็น แล้วเวลาเขาไปเที่ยวจริงๆ เขาจะได้เห็นแบบในภาพไหม อันนี้ฝากให้คิดต่อครับ ด้วยความเคารพ

    – ดอกบัวของจริง สวยกว่าในภาพครับ ช่างภาพน่าจะถ่ายออกมาได้สวยกว่านี้

    – ชอบมากครับ มูดความเป็นไทย โทนสีให้ความสากล ส่งกำลังใจให้ทีมงานที่รังสรรค์ทุกท่านครับ มันดีงามแล้ว อย่าท้อครับ

    – มันดูลอยมากเลยค่ะ จากใจลิลลี่

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ดรามาจนได้ หลัง ททท. ปล่อยภาพ ลิซ่า โปรโมตเที่ยวไทย ดี้ นิติพงษ์ วิจารณ์ใช้ AI ด้อยค่าศิลปิน

    ททท.ปล่อยภาพ ลิซ่า ชวนเที่ยวทะเลบัวแดง จ.อุดรธานี สู่สายตาชาวโลก

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/942417&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Zm_qepfg6motHvP0PFTC1

  • “เคโระ” แกะขี้อ้อนยิ้มได้ ดาวเด่นสตาร์ดอยฟาร์มเขาใหญ่ ขวัญใจนักท่องเที่ยวสายครอบครัว | TOPNEWS

    พี่เอ๋ระบุว่า “สตาร์ดอยฟาร์มเขาใหญ่” ตั้งอยู่บนพื้นที่ราว 45 ไร่ ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างน้ำผุดธรรมชาติ และถือเป็นจุดศูนย์กลางโซนท่องเที่ยวเขาใหญ่ ภายในฟาร์มมีบรรยากาศร่มรื่น มีสะพานไม้ข้ามลำตะคอง มีลมเย็นและสายน้ำไหลผ่าน เพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง

    สำหรับกิจกรรมภายในฟาร์มออกแบบให้เหมาะกับเด็กและครอบครัว มีทั้งโซนร้านกาแฟห้องแอร์ พร้อมพื้นที่นั่งพักผ่อนทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์ อีกทั้งยังมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น ขี่ม้า พายเรือ นั่งม้าหมุน ชมอัลปาก้า รวมถึงอุ้มแกะและให้อาหารแกะ ตลอดจนโซนมินิซูที่มีสัตว์น่ารักอย่างกระต่าย เป็ด นกยูง และสัตว์ชนิดอื่นๆ ให้เด็กๆ ได้สัมผัสใกล้ชิดอย่างเพลิดเพลิน

    ด้านการเลี้ยงดูสัตว์ภายในฟาร์ม พี่เอ๋กล่าวว่า แกะส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์นำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสายพันธุ์คอร์ริเดล จากประเทศออสเตรเลีย ปัจจุบันมีจำนวนเกือบ 200 ตัว และมีทีมงานรวมถึงสัตวบาลดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งวัน เพื่อให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรงและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว พร้อมเปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00–18.00 น.

    หนึ่งในดาวเด่นของฟาร์มคือ “น้องเคโระ” แกะเพศผู้ อายุราว 5 เดือน น้ำหนักกว่า 20 กิโลกรัม ซึ่งมีพฤติกรรมโดดเด่นกว่าตัวอื่น ทั้งความฉลาด ความเป็นมิตร และความขี้อ้อน สามารถทำท่าทางทักทาย บ๊ายบาย และมีบุคลิกเหมือนยิ้มได้ จนหลายครอบครัวต่างพากันหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ขณะที่แกะตัวอื่นๆ ในฟาร์มก็ยังมีความน่ารัก สามารถอุ้มและถ่ายภาพได้หลายตัวเช่นกัน

    พี่เอ๋ยังเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัส “ฟาร์มแกะอีกมิติใหม่” โดยย้ำว่าฟาร์มเน้นการเลี้ยงแบบโอเพ่น ไม่ขังในกรงเหมือนสวนสัตว์ทั่วไป เปิดพื้นที่สนามหญ้าให้น้องแกะเดินเล่นอย่างอิสระ พร้อมจัดทำพื้นที่หญ้าเทียมพิเศษเพื่อความสะอาดและความปลอดภัย ลดความกังวลของผู้ปกครอง และมีเจ้าหน้าที่ดูแลความสะอาดตลอดเวลา รวมถึงทีมงานคอยช่วยถ่ายภาพให้แก่นักท่องเที่ยว

    ทั้งนี้ “สตาร์ดอยฟาร์มเขาใหญ่” เปิดให้บริการมาแล้วประมาณ 1 ปี และอยู่ระหว่างพัฒนาพื้นที่ต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงครอบครัวที่ครบทั้งกิจกรรม พักผ่อน และความประทับใจ เพื่อเป็นอีกหนึ่งจุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเขาใหญ่ในอนาคตต่อไป.

    ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1463869&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FCh999uzxJ5cBLMFabAn2

  • ‘ศุภจี’ พบกระทรวงเศรษฐกิจสวิส กรุยทางเพิ่มการค้าการลงทุน

    ‘ศุภจี’ พบกระทรวงเศรษฐกิจสวิส กรุยทางเพิ่มการค้าการลงทุน

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในโอกาสที่ได้เดินทางมาเข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาเศรษฐกิจโลก(World Economic Forum: WEF) ประจำปี 2026 ณ เมืองดาววอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้พบหารือกับนางเฮเลเนอ บุดลีเกอร์ อาร์ทิเอดาปลัดกระทรวงกิจการเศรษฐกิจสมาพันธรัฐสวิส เพื่อหารือแนวทางกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างไทยและสวิตเซอร์แลนด์

    นางศุภจี กล่าวว่า ได้พูดคุยกับนางเฮเลเนอ เรื่อง FTA ระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป หรือ เอฟตา (European Free Trade Association : EFTA) ที่ได้ลงนามไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งทั้งสองฝ่ายกำลังดำเนินกระบวนการภายในเพื่อให้สัตยาบันความตกลงดังกล่าว ในส่วนของไทยเมื่อมีการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลแล้ว กระทรวงพาณิชย์จะนำเสนอร่างความตกลงฯ เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาให้ความเห็นชอบ และตั้งเป้าให้สัตยาบันความตกลงฯ ในช่วงไตรมาส 4 ของ 2569  ซึ่งสอดคล้องกับระยะเวลาที่ฝ่ายสวิสเซอร์แลนด์จะต้องดำเนินกระบวนการภายในเช่นกัน โดยคาดว่าความตกลงจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 1 มราคม 2570 นับเป็น FTA กับประเทศในภูมิภาคยุโรปฉบับแรกของไทย 
     

    นางศุภจี กล่าวเสริมว่า ในกลุ่มประเทศสมาชิกเอฟตา สวิสเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย และการค้าระหว่างไทยกับสวิสขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการส่งออกของไทยไปสวิสที่ขยายตัวกว่า 70% มาจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นในสินค้าหลายรายการ เช่น อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ข้าว ผลไม้กระป๋องและแปรรูป แผงสวิทซ์และแผงวงจรไฟฟ้า เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ 

    'ศุภจี' พบกระทรวงเศรษฐกิจสวิส กรุยทางเพิ่มการค้าการลงทุน

    ทั้งนี้ ไทยและสวิสจะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจาก FTA ไทย-เอฟตา ทั้งในด้านการขยายโอกาสส่งออกและลดต้นทุนการนำเข้า โดยสินค้าส่งออกสำคัญที่ไทยจะได้รับประโยชน์ เช่น ผักผลไม้สดและแปรรูป ข้าว เนื้อสัตว์ปีกสดและแปรรูป อาหารทะเล อาหารปรุงแต่ง เครื่องดื่ม อาหารสัตว์เลี้ยง อัญมณีและเครื่องประดับ นาฬิกาและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องนุ่งห่ม เคมีภัณฑ์ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ นอกจากนี้ ไทยจะยังได้รับประโยชน์จากการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนเอฟตาในสาขาที่สนับสนุนการพัฒนาประเทศของไทย เช่น การวิจัยและพัฒนา การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ICT การซ่อมบำรุงรักษาชิ้นส่วนอากาศยาน ตลอดจนการเสริมสร้างความร่วมมือที่จะช่วยพัฒนายกระดับมาตรฐานและขีดความสามารถให้ไทยแข่งขันได้ในเวทีโลก

    'ศุภจี' พบกระทรวงเศรษฐกิจสวิส กรุยทางเพิ่มการค้าการลงทุน

    นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในระหว่างการหารือฝ่ายสวิตเซอร์แลนด์ได้เชิญไทยพิจารณาเข้าร่วม Friends of Investment and Trade Platform (FITP) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือไม่เป็นทางการของกลุ่มประเทศที่มีแนวคิดสอดคล้องกัน (like-minded countries) ที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมบทบาทของประเทศขนาดกลาง (middle power countries) ในการมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนระบบการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศให้มีความเปิดกว้าง โปร่งใส และยืดหยุ่นมากขึ้น ผ่านการแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายและการประสานความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในเวทีพหุภาคีอย่างสร้างสรรค์ในการผลักดันวาระเศรษฐกิจระหว่างประเทศในบริบทความท้าทายของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ปัจจุบันประเทศที่เข้าร่วมแล้ว อาทิ นอร์เวย์ นิวซีแลนด์ คอสตาริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คอสตาริกา ชิลี สิงคโปร์ มาเลเซีย และบรูไน

    'ศุภจี' พบกระทรวงเศรษฐกิจสวิส กรุยทางเพิ่มการค้าการลงทุน  
    นางศุภจี ทิ้งทายว่า นางเฮเลเนอแสดงความยินดีที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุม World Bank IMF ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ และแจ้งว่าประธานาธิบดีของสวิสเซอร์แลนด์มีแผนจะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย ซึ่งจะเป็นโอกาสที่จะทั้งสองฝ่ายจะได้มีการหารือสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างกัน 

    ในโอกาสนี้ ไทยยังได้แสดงความพร้อมที่จะเป็นฐานการลงทุนและประตูการค้าในการเชื่อมโยงสวิสไปสู่ประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชีย โดยได้เชิญชวนให้สวิสใช้ประโยชน์จาก FTA ฉบับนี้ในการเพิ่มการลงทุนและมีความร่วมมือกับไทยโดยเฉพาะในสาขาที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สวิสมีความก้าวหน้า เช่นเทคโนโลยีชีวภาพและเวชภัณฑ์ เทคโนโลยีสะอาดซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม S Curve ของไทย เช่น อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต วิทยาศาสตร์สุขภาพและสุขภาวะ และพลังงานสะอาด

    ทั้งนี้ ปัจจุบันสวิสเป็นคู่ค้าอันดับที่ 1 ของไทยในกลุ่มประเทศสมาชิกเอฟตา โดยในปี 2025 (ม.ค. – พ.ย.) การค้ารวมไทย – สวิตเซอร์แลนด์ มีมูลค่า 13,673.87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปี 2024 ร้อยละ 28.9 เป็นการส่งออกของไทยไปสวิตเซอร์แลนด์ 6,656.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นการนำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ 7,017.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยขาดดุลการค้า 360.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ สินค้าสำคัญที่ไทยมีการส่งออกไปสวิส เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ นาฬิกาและส่วนประกอบ เครื่องใช้สำหรับเดินทาง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป และ เครื่องสำอาง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/business/economy/378972439&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zRbjmPBkaQXtuabW60EZc

  • CIMB วิเคราะห์ ทรัมป์ เดินหน้าเปิดสงคราม 3 มิติ ‘การค้า-ค่าเงิน-เงินทุน’

    CIMB วิเคราะห์ ทรัมป์ เดินหน้าเปิดสงคราม 3 มิติ ‘การค้า-ค่าเงิน-เงินทุน’

    CIMB มองทรัมป์ไม่ได้ต้องการเข้าสู่ ‘สงครามเต็มรูปแบบ’ แต่เดินหน้าเปิดสงคราม 3 มิติ ‘การค้า-ค่าเงิน-เงินทุน’ สั่นคลอนเศรษฐกิจโลก คาด GDP ไทยปีนี้ชะลอตัวเหลือ 1.7% เท่านั้น ท่ามกลางความเสี่ยงขาลงรุมเร้า พร้อมคาดว่า กนง.คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับปัจจุบันที่ 1.25% ไปตลอดทั้งปี

    ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) กล่าวว่า แม้วันนี้ หลายคนจะกังวลว่า สหรัฐฯ จะเปิดสงครามทางการทหาร (Military War) หลังจากเกิดกรณีจับกุมตัวผู้นำเวเนซุเอลา ประเด็นอิหร่าน และความต้องการกรีนแลนด์ อย่างไรก็ตาม ดร.อมรเทพมองว่า ทรัมป์ไม่ได้ต้องการเข้าสู่ ‘สงครามเต็มรูปแบบ’ โดยเฉพาะหลังจากทรัมป์กล่าวบนเวที World Economic Forum ว่าต้องการกรีนแลนด์ แต่จะไม่ใช้กำลังเข้ายึด แต่ทรัมป์กำลังทำสงครามใน 3 มิติ ได้แก่

    • สงครามการค้า (Trade War) ที่คาดว่าไม่น่าจะจบลงได้โดยง่าย โดยดร.อมรเทพกล่าวว่า ไม่ว่า ศาลสูงสุดสหรัฐฯ จะตัดสินเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการกำแพงภาษี (Reciprocal Tariff) ออกมารูปแบบใด แต่ทรัมป์ก็ยังมีมาตรการอื่นๆ เพื่อทำสงครามการค้าต่อไป นอกจากนี้ ยังคงต้องติดตามสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนต่อด้วย
    • สงครามค่าเงิน (Currency War) ที่มาจากความต้องการของทรัมป์ที่ต้องการให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ซึ่งประเด็นดังกล่าวส่งผลกระทบต่อไทยโดยตรงเพราะ ทำให้บาทแข็ง ทำให้ไทยตกเป็นเหยื่อของสงครามค่าเงินอีกครั้ง โดยสิ่งนี้ยังต้องติดตามต่อไป เนื่องจาก การแข็งค่าของเงินบาททำให้ไทยเสียเปรียบในการแข่งขัน ด้านการส่งออก รวมถึงกระทบต่อรายได้ภาคการเกษตรและภาคการผลิตด้วย
    • สงครามเงินทุน (Capital War) โดยจากการดำเนินนโยบายต่างๆ ของทรัมป์ ทำให้ประเทศอื่นตอบโต้กันด้วยการเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ผันผวน วิ่งขึ้นและลงอย่างรวดเร็ว ต่างจากสถานการณ์ปกติที่พันธบัตรสหรัฐฯ ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven)

    ดร.อมรเทพยังกล่าวว่า “ถ้าถามว่า ทรัมป์เก่งอะไรที่สุด ไม่ใช่ มิติที่ 4 สงครามทางการทหาร (Military War) ไม่ใช่สงคราม 3 มิตินี้ แต่คือมิติที่ 5 สงครามจิตวิทยา (Psychological War) ซี่งทำให้ตลาดผันผวนอย่างมาก”

    ดร.อมรเทพ ยังคาดการณ์ว่า อัตราการเติบโตของ GDP ไทยปี 2569 จะชะลอตัวเหลือ 1.7% จากประมาณการการเติบโตที่ 2.1% ในปี 2568

    อย่างไรก็ตาม ดร.อมรเทพ ยังมองบวก เนื่องจากคาดว่า เศรษฐกิจไทยเผชิญมรสุมแค่ครึ่งแรกของปีเท่านั้น ส่วนในครึ่งหลังของปี เชื่อมั่นว่า จะมีแสงสว่างและเริ่มเห็นสายรุ้งอีกครั้ง เนื่องจากจะมีแรงขับเคลื่อนจากมาตรการภาครัฐ หลังได้รัฐบาลใหม่ ท่ามกลางนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง

    “เศรษฐกิจไทยเผชิญมรสุมแค่ครึ่งแรกของปีเท่านั้น เพราะกำลังซื้อ การบริโภค การลงทุนยังไม่เร่งแรง การส่งออกครึ่งแรกยังไม่ดูค่อยดี ค่าเงินบาทยังคงแข็งค่ากระทบเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวคึกคักแค่ช่วงปีใหม่ พอหมดไฮซีซั่นจะกลับมาซบเซาอีกครั้ง ส่วนในครึ่งหลังของปี เชื่อมั่นว่า จะมีแสงสว่างและเริ่มเห็นสายรุ้งอีกครั้ง เนื่องจากคาดว่า เงินลงทุนจะไหลกลับเข้ามา ส่วนค่าเงินบาทก็คาดว่า จะกลับมาอ่อนค่าเล็กน้อย เพื่อเพิ่มการแข่งขันของภาคส่งออก ส่วนภาพรวมนโยบายการเงิน คาดว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะคงหรือไม่ก็ปรับลดลง ส่วนภาคการท่องเที่ยวช่วงครึ่งหลังน่าจะกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง” ดร.อมรเทพ กล่าว

    ดังนั้น ดร.อมรเทพจึงคาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จบรอบลดดอกเบี้ยแล้ว กล่าวคือ คาดว่า กนง.คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับปัจจุบันที่ 1.25% ไปตลอดทั้งปี เนื่องจาก การส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยจะใช้เวลา 6-12 เดือน ดังนั้นถึงกนง.จะลดดอกเบี้ยรอบถัดไปในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ก็จะไม่ทันช่วยเศรษฐกิจครึ่งแรกของปีแล้ว ดังนั้น กนง.จึงน่าจะเลือกเก็บกระสุน (Policy Space) ไว้แทน ท่ามกลางคาดการณ์ที่ว่า เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังจะเริ่มฟื้นตัว

    ดร.อมรเทพ ยังคาดว่า เงินบาท (USD/THB) จะแข็งค่าในระยะสั้น โดยมีปัจจัยหนุนให้เงินบาทแข็งค่า ได้แก่ การเลือกตั้งทั่วไปที่จะหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน ราคาทองคำที่ปรับสูงขึ้น ราคาน้ำมันปรับลดลง เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า และรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

    อย่างไรก็ตาม ดร.อมรเทพ มองว่า ในปีนี้ แรงแข็งค่าจะจำกัดมากกว่าปีก่อน โดย คาดว่า USD/THB จะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.0–33.0 บาทต่อดอลาร์ ภายในสิ้นปี 2569 โดยปัจจัยที่หนุนให้ค่าเงินบาทอ่อนค่า ได้แก่ ธปท.เข้มงวดมาตรการธุรกรรมทองคำ พร้อมลดเงินทุนเก็งกำไร นอกจากนี้ ไทยยังปัจจัยเรื่องความไม่แน่นอนของการเมืองในประเทศ และความเสี่ยงการปรับลดอันดับเครดิตประเทศที่คอยกดดันค่างเงินบาทอยู่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/cimb-trump-global-economy-thai-gdp/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jD8mjTkPeKi6sRDhuF2HE

  • ‘ตั๊น จิตภัสร์’ ชู หัวหินเมืองท่องเที่ยวต้นแบบ ดึงชาวต่างชาติวัยเกษียณ กระตุ้นเศรษฐกิจ จี้ รบ. ดูแลปัญหาอาชญากรรม หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญ | เดลินิวส์

    ‘ตั๊น จิตภัสร์’ ชู หัวหินเมืองท่องเที่ยวต้นแบบ ดึงชาวต่างชาติวัยเกษียณ กระตุ้นเศรษฐกิจ จี้ รบ. ดูแลปัญหาอาชญากรรม หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญ | เดลินิวส์

    เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 22 ม.ค.  ที่ตลาดโต้รุ่ง อ.หัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์ นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อและแกนนำพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ อ.หัวหิน จะมีนโยบายอะไรในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ว่า ตนคิดว่า อ.หัวหิน ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวอยู่แล้ว และเป็นเมืองที่อิ่มไปด้วยวัฒนธรรมจึงอยากจะผลักดันให้เป็นเมืองท่องเที่ยวต้นแบบในเชิงธุรกิจท่องเที่ยว ที่จะเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะประชาชนที่เกษียณแล้ว รวมถึงต่างชาติอย่างน้อยหากมีเงินมาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของ อ.หัวหิน ก็จะดีมากขึ้น เพื่อให้มีเม็ดเงินมาหมุนเวียนที่ ซึ่งที่นี่ค่อนข้างที่จะสโลว์ไลฟ์ ก็ต้องยอมรับว่าเราไม่สามารถสู้ จ.ชลบุรี หรือ จ.ภูเก็ตได้ แต่ต้องทำอย่างไรให้ อ.หัวหิน มีเอกลักษณ์ของตน และเป็นที่ท่องเที่ยวดึงดูดคนต่างชาติและชาวไทยได้

    นางสาวจิตภัสร์ กล่าวต่อว่า ซึ่งมองว่า อ.หัวหิน เป็นเมืองที่ค่อนข้างที่จะมีนักท่องเที่ยวที่มีอายุค่อนข้างมากมาเที่ยว ส่วนใหญ่ที่เราเดินผ่านจากการเดินตลาดก็พบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติวัยเกษียณที่เลือกมาเกษียณที่อ.หัวหิน จึงมองว่านโยบายของพรรคที่จะมีการโชว์ อ.หัวหิน ที่เป็นเหมือนเมืองต้นแบบของการทำการท่องเที่ยว ชวนชาวต่างชาติที่เกษียณอายุแล้วมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย เพื่อที่จะได้คนที่มีคุณภาพและเพื่อที่จะมีเงินไปหมุนเวียนเศรษฐกิจใน อ.หัวหิน

    เมื่อถามว่าจะมีการกระตุ้นคนคนไทยอย่างไรให้มาท่องเที่ยวในประเทศเพราะว่าตอนที่เดินตลาดก็พบเห็นส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ นางสาวจิตภัสร์ กล่าวว่า อาจจะยาก เพราะอย่างที่บอกว่า อ.หัวหิน อาจจะสู้ จ.ชลบุรีหรือ จ.ภูเก็ต ไม่ได้แต่หัวหินเป็นเมืองที่ค่อนข้างเน้นในเรื่องของวัฒนธรรมและมีเอกลักษณ์ที่ค่อนข้างไม่เหมือนคนอื่น ซึ่งเราในฐานะที่เป็นพรรคไทยก้าวใหม่ ตั้งใจจะชูในเรื่องของเอกลักษณ์ของ อ.หัวหิน เพื่อที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามา นอกเหนือจากนั้นอ.หัวหิน ก็ต้องพร้อมที่จะรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้น ทั้งในเรื่องของปัญหาอาชญากรรมในเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งทางพรรคเราเน้นในเรื่องของเทคโนโลยีและ AI มาประกอบในการดูแลความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมถึงคนไทย

    อย่างไรก็ตามการที่เราจะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมาต้องดึงดูดด้วยความมั่นใจ ว่าเขามาเที่ยวแล้วจะมีความสุข ความปลอดภัย ซึ่งอาจจะมีการกระจายไปถึงอำเภออื่นๆที่จะดึงคนที่เกษียณอายุมาเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

    เมื่อถามว่าอำเภอหัวหินเป็นแหล่งท่องเที่ยวจะดูแลในเรื่องของความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่มาท่องเที่ยวได้อย่างไร เช่น กรณีคดีฆ่า ชิงทรัพย์ พนักงานโรงแรมในพื้นที่อำเภอหัวหิน นางสาวจิตภัสร์ กล่าวว่า อย่างที่เห็นในข่าว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเศร้าและน่าเสียใจเป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้ก็สามารถจับกุมตัวคนกระทำความผิดได้แล้ว และพบว่าเป็นคนเร่ร่อนจากต่างจังหวัดไม่ใช่คนในพื้นที่อ.หัวหิน ซึ่งอยากฝากไปถึงรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงรวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นที่จะดูแลเรื่องพวกนี้ แต่ปัญหาหลักที่กลับมาคือธนูดอกที่ 1 ของพรรคไทยก้าวใหม่คือต้นทุนของการสร้างมนุษย์ เพราะหากทุกคนได้การศึกษามีต้นทุนที่ดีตั้งแต่เริ่มต้น บั่นปลายชีวิตเขาก็จะไม่กลายมาเป็นคนเร่ร่อนที่มาสร้างอาชญากรรมอย่างนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5527689/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Xpt8P219Mqbb481JJjTlC

  • “เคโระ” แกะขี้อ้อนยิ้มได้ ดาวเด่นสตาร์ดอยฟาร์มเขาใหญ่ ขวัญใจนักท่องเที่ยวสายครอบครัว | TOPNEWS

    พี่เอ๋ระบุว่า “สตาร์ดอยฟาร์มเขาใหญ่” ตั้งอยู่บนพื้นที่ราว 45 ไร่ ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างน้ำผุดธรรมชาติ และถือเป็นจุดศูนย์กลางโซนท่องเที่ยวเขาใหญ่ ภายในฟาร์มมีบรรยากาศร่มรื่น มีสะพานไม้ข้ามลำตะคอง มีลมเย็นและสายน้ำไหลผ่าน เพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง

    สำหรับกิจกรรมภายในฟาร์มออกแบบให้เหมาะกับเด็กและครอบครัว มีทั้งโซนร้านกาแฟห้องแอร์ พร้อมพื้นที่นั่งพักผ่อนทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์ อีกทั้งยังมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น ขี่ม้า พายเรือ นั่งม้าหมุน ชมอัลปาก้า รวมถึงอุ้มแกะและให้อาหารแกะ ตลอดจนโซนมินิซูที่มีสัตว์น่ารักอย่างกระต่าย เป็ด นกยูง และสัตว์ชนิดอื่นๆ ให้เด็กๆ ได้สัมผัสใกล้ชิดอย่างเพลิดเพลิน

    ด้านการเลี้ยงดูสัตว์ภายในฟาร์ม พี่เอ๋กล่าวว่า แกะส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์นำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสายพันธุ์คอร์ริเดล จากประเทศออสเตรเลีย ปัจจุบันมีจำนวนเกือบ 200 ตัว และมีทีมงานรวมถึงสัตวบาลดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งวัน เพื่อให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรงและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว พร้อมเปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00–18.00 น.

    หนึ่งในดาวเด่นของฟาร์มคือ “น้องเคโระ” แกะเพศผู้ อายุราว 5 เดือน น้ำหนักกว่า 20 กิโลกรัม ซึ่งมีพฤติกรรมโดดเด่นกว่าตัวอื่น ทั้งความฉลาด ความเป็นมิตร และความขี้อ้อน สามารถทำท่าทางทักทาย บ๊ายบาย และมีบุคลิกเหมือนยิ้มได้ จนหลายครอบครัวต่างพากันหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ขณะที่แกะตัวอื่นๆ ในฟาร์มก็ยังมีความน่ารัก สามารถอุ้มและถ่ายภาพได้หลายตัวเช่นกัน

    พี่เอ๋ยังเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัส “ฟาร์มแกะอีกมิติใหม่” โดยย้ำว่าฟาร์มเน้นการเลี้ยงแบบโอเพ่น ไม่ขังในกรงเหมือนสวนสัตว์ทั่วไป เปิดพื้นที่สนามหญ้าให้น้องแกะเดินเล่นอย่างอิสระ พร้อมจัดทำพื้นที่หญ้าเทียมพิเศษเพื่อความสะอาดและความปลอดภัย ลดความกังวลของผู้ปกครอง และมีเจ้าหน้าที่ดูแลความสะอาดตลอดเวลา รวมถึงทีมงานคอยช่วยถ่ายภาพให้แก่นักท่องเที่ยว

    ทั้งนี้ “สตาร์ดอยฟาร์มเขาใหญ่” เปิดให้บริการมาแล้วประมาณ 1 ปี และอยู่ระหว่างพัฒนาพื้นที่ต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงครอบครัวที่ครบทั้งกิจกรรม พักผ่อน และความประทับใจ เพื่อเป็นอีกหนึ่งจุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเขาใหญ่ในอนาคตต่อไป.

    ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1463869&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FCh999uzxJ5cBLMFabAn2