Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • พร้อมเลือกตั้ง 2569 เทียบไฮไลต์ ‘นโยบายเศรษฐกิจ’ 3 พรรคใหญ่

    พร้อมเลือกตั้ง 2569 เทียบไฮไลต์ ‘นโยบายเศรษฐกิจ’ 3 พรรคใหญ่

    โค้งสุดท้ายแล้ว! ก่อน ‘เลือกตั้งนอกเขต’ ในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

    Brand Inside ขอชวนทุกคนมาอ่านนโยบายเศรษฐกิจของ 3 พรรคใหญ่ อย่างพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย พรรคไหนบ้างที่มีนโยบายที่ใช่สำหรับคุณ แล้วอย่าลืมออกไปใช้สิทธิ์ของตนเองกัน

    อ่านบน Facebook

    แหล่งที่มา: พรรคประชาชน, พรรคภูมิใจไทย, พรรคเพื่อไทย, BBC

    ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

    Related

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://brandinside.asia/economic-policy-3-candidate-for-elec-69/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Z02hMcj-1wX7HvYX612x-

  • เศรษฐกิจแห่งอนาคต กุญแจสู่ความมั่งคั่งของมนุษยชาติ

    เศรษฐกิจแห่งอนาคต กุญแจสู่ความมั่งคั่งของมนุษยชาติ

    สัปดาห์นี้ ขอพาผู้อ่านเข้าสู่โหมดการค้นหาความคิดที่ดูจะสิ้นสุดไม่ได้ของ “อีลอน มัสก์” บุรุษผู้เรียกตัวเองว่า “เอเลี่ยนแห่งโลกมนุษย์” แทนที่เรื่องเดิมๆ ที่เราพบเจอมาตลอดทั้งเดือน

    การปรากฏตัวของ มัสก์ บนเวทีการประชุม World Economic Forum 2026 ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กลายเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของปีนี้ ด้วยเนื้อหาที่ครอบคลุมตั้งแต่อนาคตของอารยธรรมมนุษย์ บทบาทของ AI และหุ่นยนต์ Humanoid ไปจนถึงเรื่องพลังงาน อวกาศ และความหมายของการมีชีวิต

    วิสัยทัศน์ของ มัสก์ ไม่ได้หยุดอยู่แค่บริษัทในเครืออย่าง SpaceX หรือ Tesla แต่เขาได้สะกดผู้คนในห้องประชุมด้วยคำทำนายที่เขย่าโลกวา ภายในปี 2026 AI จะฉลาดกว่ามนุษย์หนึ่งคน และในปี 2030 จะฉลาดกว่ามนุษย์ทั้งโลกรวมกัน

    มัสก์ ระบุว่าหุ่นยนต์ Optimus ของ Tesla จะสามารถทำงานที่ซับซ้อนได้ภายในสิ้นปี 2026 ก่อนจะเริ่มวางจำหน่ายจริงภายในสิ้นปี 2027 สิ่งนี้นำไปสู่แนวคิดสำคัญที่ว่า AI และหุ่นยนต์จะเป็นกุญแจสู่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืนของโลก โดยเศรษฐกิจแห่งอนาคตจะถูกขับเคลื่อนด้วยหุ่นยนต์และพลังงานราคาถูก ซึ่งจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างโลกจากยุคแห่ง “ความขาดแคลน” ไปสู่ยุคแห่ง “ความอุดมสมบูรณ์”

    ความมั่งคั่งไม่ใช่เงิน แต่คือความสามารถในการผลิต

    มัสก์ เสนอให้เรานิยามคำว่าความมั่งคั่งใหม่ เขามองว่า “เงิน” เป็นเพียงตัวกลาง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือความสามารถของสังคมในการผลิตสินค้าและบริการที่จำเป็นต่อชีวิตในต้นทุนที่ต่ำมากและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน หากอาหาร ที่อยู่อาศัย การเดินทาง และการดูแลสุขภาพ สามารถผลิตได้อย่างมหาศาลด้วยต้นทุนที่เข้าใกล้ศูนย์ มนุษย์ทั้งโลกจะมั่งคั่งขึ้นพร้อมกัน แม้รายได้เชิงตัวเงินจะไม่เพิ่มขึ้นเลยก็ตาม

    สูตรเศรษฐกิจใหม่: เมื่อหุ่นยนต์แทนที่แรงงานมนุษย์

    ในโลกอนาคต มัสก์ มองว่า GDP จะไม่ผูกติดกับจำนวนแรงงานหรือชั่วโมงการทำงานของมนุษย์อีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับสมการที่เรียบง่ายคือ:ศักยภาพเศรษฐกิจ = จำนวนหุ่นยนต์ X ความสามารถของหุ่นยนต์ 

    หุ่นยนต์และ AI สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง พัฒนาความสามารถได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพเหมือนมนุษย์ หากโลกมีหุ่นยนต์ประสิทธิภาพสูงจำนวนมหาศาล ศักยภาพการผลิตของโลกจะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

    เครื่องมือขจัดความยากจนเชิงโครงสร้าง

    มัสก์ เชื่อว่าความยากจนเกิดจากต้นทุนการผลิตที่สูงเกินไป เมื่อ AI และหุ่นยนต์เข้ามาแทนที่แรงงานในภาคการผลิต การก่อสร้าง โลจิสติกส์ ไปจนถึงการดูแลเด็กและผู้สูงอายุ ต้นทุนของสินค้าและบริการพื้นฐานจะลดลงอย่างรุนแรง ความยากจนเชิงโครงสร้างจะถูกทำลายลงไม่ใช่ด้วยการแจกเงิน แต่ด้วยการทำให้ปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตมีอยู่อย่างเหลือเฟือจนทุกคนเข้าถึงได้

    โลกที่มนุษย์ไม่จำเป็นต้องทำงานเพื่อความอยู่รอด

    มัสก์ ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าในระบบเศรษฐกิจแบบใหม่ มนุษย์จำนวนมากอาจต้อง “ตกงาน” แต่เขาเชื่อว่านี่ไม่ใช่โศกนาฏกรรม หากโลกสร้างความอุดมสมบูรณ์ได้จริง เศรษฐกิจจะเปลี่ยนจากการทำงานเพื่อ “เอาชีวิตรอด” เป็นการเลือกทำงานในสิ่งที่ “มีความหมาย” มนุษย์จะมีอิสระในการสร้างสรรค์ศิลปะ วิทยาศาสตร์ และความสัมพันธ์ แทนที่จะใช้พลังงานชีวิตทั้งหมดไปกับการแลกหยาดเหงื่อเพื่อปัจจัยพื้นฐาน

    พลังงานราคาถูก: ตัวคูณสำคัญของความมั่งคั่ง

    หัวใจสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจแบบนี้เกิดขึ้นได้คือพลังงานราคาถูกจำนวนมหาศาล มัสก์ให้ความสำคัญสูงสุดกับการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ และระบบจัดเก็บพลังงานผ่านแบตเตอรี่ เพราะ AI และหุ่นยนต์ต้องใช้พลังงานมหาศาล โดยเฉพาะหุ่นยนต์ Humanoid ที่กำลังถูกพัฒนาให้ทำงานได้อย่างละเอียดอ่อนใกล้เคียงมนุษย์ ซึ่งภายในปี 2030 หุ่นยนต์เหล่านี้จะเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ได้ในวงกว้าง โดยที่มนุษย์ยังคงเป็นผู้ควบคุมและกำหนดทิศทางเพื่อความปลอดภัย

    บทสรุปจากวิสัยทัศน์ของ อีลอน มัสก์

    เศรษฐกิจแห่งอนาคตตามมุมมองของ มัสก์ ไม่ใช่โลกที่มีเพียงคนไม่กี่กลุ่มที่รวยขึ้น แต่คือโลกที่ต้นทุนการมีคุณภาพชีวิตที่ดีลดลงจนเกือบเป็นศูนย์ มนุษย์จะมั่งคั่งขึ้นไม่ใช่เพราะมีเงินในกระเป๋ามากขึ้น แต่เพราะไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อซื้อคุณภาพชีวิตที่ดี

    วิสัยทัศน์นี้ดูจะสวนทางกับแนวคิดของนักการเมืองและรัฐบาลไทยในปัจจุบัน ที่มักนำเสนอนโยบายแก้ปัญหาด้วยการลดราคาน้ำมันเป็นหลัก แทนที่จะนำเสนอการปฏิรูปโครงสร้างไปสู่พลังงานไฟฟ้าราคาถูกจากแสงอาทิตย์และพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่เหมือนที่หลายประเทศกำลังเร่งปรับตัว

    แล้วผู้อ่านล่ะ ท่านเชื่อแบบเดียวกันนี้ไหม?!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/tech/2911231&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nAiNwQ96tBC2_uka6w8CX

  • กลุ่มเมือง GDP หลักล้านล้านหยวนขยายตัวสะท้อน ‘เศรษฐกิจจีน’ แข็งแกร่ง

    กลุ่มเมือง GDP หลักล้านล้านหยวนขยายตัวสะท้อน ‘เศรษฐกิจจีน’ แข็งแกร่ง

    สำนักข่าวซินหัว รายงาน แม้เผชิญความไม่แน่นอนระดับโลกและความท้าทายภายในประเทศ แต่หลายเมืองและมณฑลของจีนมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) สูงเกินเกณฑ์ในปี 2025 ซึ่งสะท้อนการพัฒนาระดับภูมิภาคที่มีคุณภาพสูงและความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของจีน โดยเศรษฐกิจจีนขยายตัวร้อยละ 5 เมื่อเทียบปีต่อปี มีมูลค่ารวมกว่า 140 ล้านล้านหยวน (ราว 632 ล้านล้านบาท) ในปี 2025

    รายงานระบุว่าเมืองเวินโจวในมณฑลเจ้อเจียงและเมืองต้าเหลียนในมณฑลเหลียวหนิงกลายเป็นสมาชิกใหม่ล่าสุดของกลุ่มเมืองที่มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมหลักล้านล้านหยวนของจีน ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนผ่านแบบนำโดยนวัตกรรมและการฟื้นฟูระดับภูมิภาค ทำให้จำนวนรวมเมืองสมาชิกดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 29 แห่งแล้ว

    ขณะเดียวกันหลายภูมิภาคระดับมณฑลขนาดใหญ่ของจีนมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมแตะหมุดหมายสำคัญในปี 2025 ซึ่งส่งเสริมบทบาทผู้นำการรักษาเสถียรภาพและตัวขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจจีน รวมถึงเพิ่มความแข็งแกร่งและการเติบโตที่มีคุณภาพสูง

    กลุ่มเมืองที่มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมหลักล้านล้านหยวนของจีนได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เทศบาลนครเซี่ยงไฮ้กลายเป็นเมืองแรกบนแผ่นดินใหญ่ของจีนที่มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมสูงเกิน 1 ล้านล้านหยวน (ราว 4.5 ล้านล้านบาท) ในปี 2006 ทำให้ปัจจุบันครอบคลุม 4 เทศบาลนคร 11 เมืองเอกของมณฑล และ 14 เมืองใหญ่ ไล่เรียงจากฝั่งตะวันออกจนถึงฝั่งตะวันตกของจีน

    มีสิบเมืองของกลุ่มนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เศรษฐกิจมีพลวัตมากที่สุดของจีนอันประกอบด้วยเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้และกลุ่มมณฑลอย่างเจียงซู เจ้อเจียง และอันฮุย ขณะมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของเซี่ยงไฮ้สูงแตะ 5.67 ล้านล้านหยวน (ราว 25.6 ล้านล้านบาท) และของกรุงปักกิ่งสูงเกิน 5 ล้านล้านหยวน (ราว 22.5 ล้านล้านบาท) เป็นครั้งแรกในปี 2025

    สำหรับระดับมณฑลนั้นมีมณฑลซานตงทางตะวันออกของจีนกลายเป็นภูมิภาคลำดับที่ 3 ต่อจากมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) และมณฑลเจียงซู ที่มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมสูงเกิน 10 ล้านล้านหยวน (ราว 45.1 ล้านล้านบาท) ในปี 2025 คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 5.5 เมื่อเทียบปีต่อปี

    ด้านมณฑลอันฮุยทางตะวันออกของจีน ซึ่งผันตัวเองจากแหล่งเกษตรกรรมดั้งเดิมเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและการผลิตขั้นสูง มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.5 อยู่ที่ 5.3 ล้านล้านหยวน (ราว 23.93 ล้านล้านบาท) ในปี 2025

    ทั้งนี้ บรรดาภูมิภาคระดับมณฑลขนาดใหญ่ของจีนยังคงมีการเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับชาติในปี 2025 ซึ่งช่วยเน้นย้ำพื้นฐานทางเศรษฐกิจและขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวมของจีน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/65770&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YAlomZbl2IZuJm6dX1rTe

  • พรรคเศรษฐกิจต้อง

    พรรคเศรษฐกิจต้อง

    พรรคเศรษฐกิจต้อง”หยุดเอาเปรียบพลเอกรังษี” ต้องแก้แบบนี้! 31/01/69 #อาจารย์ปานเทพ #พลเอกรังษี

    เผยแพร่:

    พรรคเศรษฐกิจต้อง”หยุดเอาเปรียบพลเอกรังษี” ต้องแก้แบบนี้! 31/01/69 #อาจารย์ปานเทพ #สนธิลิ้มทองกุล #พลเอกรังษี #มาร์คพิทบูล #คริส Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    กำลังโหลดความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/FkWDhMxMKBA&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24Iwz79uJyN2KrX3bUFMGt

  • แนวโน้มบราซิล 2026 คาดการณ์ล่วงหน้าสําหรับตลาดเกิดใหม่ที่สําคัญที่ทางแยกทางการเมือง

    แนวโน้มบราซิล 2026 คาดการณ์ล่วงหน้าสําหรับตลาดเกิดใหม่ที่สําคัญที่ทางแยกทางการเมือง

    บราซิลเข้าสู่ปี 2026 ที่จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนตุลาคมซึ่งจะเป็นตัวกําหนดว่าประธานาธิบดี Luiz Inácio Lula da Silva วัย 80 ปีจะคว้าวาระที่สี่ไม่ติดต่อกันได้หรือไม่ ประกอบกับความสัมพันธ์ ระหว่างสหรัฐฯ และบราซิลคงตัวจากวิกฤตจนถึงปี 2025 ภาษี 50% ของโดนัลด์ทรัมป์ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาได้มีการยกเว้นสำหรับสินค้ากาแฟ เนื้อวัว น้ำส้ม อาซาอี และมันสําปะหลัง ในเดือนพฤศจิกายน 2025 ช่วยบรรเทาได้ 700 ล้านดอลลาร์ อัตราภาษีถัวเฉลี่ยของบราซิลลดลงจาก 50% เหลือประมาณ 29% มิติทางภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งมองว่าบราซิลกลายเป็นทางเลือกแทนการครอบงําของจีนในหมวดแร่ธาตุที่สําคัญ ผ่านโครงการแร่หายากแบบบูรณาการอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงระยะยาวที่สําคัญที่สุดในการวางตําแหน่งเชิงกลยุทธ์

    ปี 2026 เศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากการคุมเข้มทางการเงินหลังจากเติบโต 3.4% ในปี 2024 ก่อนที่จะชะลอตัวลงเหลือประมาณ 1.8% ในปี 2026 (ตั้งแต่ 1.5% ถึง 2.2%) GDP ไตรมาสที่สามของปี 2025 เติบโตเพียง 0.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน 15% (Selic) ของธนาคารกลาง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปีตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ได้ผลักดันให้วัฏจักรนี้ชะลอตัวลง อัตราเงินเฟ้อลดลงจาก 5.5% ในเดือนเมษายนเป็น 4.5% ภายในเดือนพฤศจิกายน โดยกลับสู่ระดับเป้าหมาย แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อด้านบริการยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 6.2% ซึ่งสะท้อนถึงอัตราการ ว่างงานที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ 5.4% แต่ยังคงสามารถจัดการได้ด้วยการลงทุน FDI เป็นประวัติการณ์ที่ 74.2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม-ตุลาคม ซึ่งชดเชยการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 62 พันล้านดอลลาร์ (3.51% ของ GDP) อย่างเต็มที่ เงินเรียลแข็งค่าขึ้นเป็น 5.40 เรียลบราซิล/ดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงสองหลัก ซึ่งสร้างสถานะการเทรดที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค แม้ว่านักวิเคราะห์คาดว่าค่าเงินจะค่อยๆ อ่อนค่าลงเป็น 5.50-5.60 จนถึงปี 2569 เศรษฐกิจที่แท้จริงนําเสนอความขัดแย้ง: การเกษตรเฟื่องฟู (GDP ฟาร์มไตรมาสที่ 2 +10.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี) แต่ต้องเผชิญกับแรงกดดันในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากจีนระงับการตอบโต้ภาษีของสหรัฐฯ หลังจากการเจรจาระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ภาคการผลิตหดตัวลงอย่างรวดเร็ว (PMI เดือนกันยายน 46.5) ภายใต้ภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ และการแข่งขันนําเข้ารถยนต์ของจีน (+51.2% เมื่อเทียบเป็นรายปีเป็น 123,482 คัน)

    การค้าของบราซิลถูกครอบงําโดยพันธมิตรหลักสี่ราย จีนคิดเป็น 28-30% ของการส่งออกและ 22-25% ของการนําเข้า ซึ่งสร้างการเกินดุลการค้า 30.8 พันล้านดอลลาร์ ได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์ สําหรับถั่วเหลือง แร่เหล็ก และน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่เสริมด้วยบทบาทผู้นําของทั้งสองประเทศในกลุ่ม BRICS ซึ่งบราซิลดํารงตําแหน่งประธานหมุนเวียนในปีนี้ 

    สหภาพยุโรปซึ่งบราซิลตั้งเป้าที่จะสรุปข้อตกลงการค้าเสรีโดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มการค้า Mercosur รวมกันเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับสองของบราซิลที่ประมาณ 16% ของการค้าทั้งหมด (113.67 พันล้านดอลลาร์ในการค้าสองฝ่าย) โดยกลุ่มนี้ทําหน้าที่เป็นผู้ซื้อสินค้าเกษตรรายใหญ่ที่สุดของบราซิล (38% ของการส่งออกไปยังสหภาพยุโรป) ควบคู่ไปกับการขนส่งน้ำมันที่สําคัญ (26%) สหรัฐอเมริกาคิดเป็น 11% ของการส่งออกและ 15-19% ของการนําเข้า แม้ว่บราซิลขาดดุลเนื่องจากนําเข้าเครื่องจักรและเทคโนโลยี มากกว่าการส่งออกปิโตรเลียมและการผลิต

    อาร์เจนตินาคิดเป็น 5% ของทั้งการส่งออกและนําเข้า กระจุกตัวอยู่ที่การค้ายานยนต์ แม้ว่าการซื้อจะลดลง 17.6% ในปี 2024 ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจของอาร์เจนตินา

    ภาคแร่ธาตุที่สําคัญของบราซิลกลายเป็นโอกาสทางยุทธศาสตร์ที่แท้จริง โครงการแร่หายากใหม่ สามโครงการรวมการแปรรูปในประเทศแทนที่จะเป็นเพียงการสกัดแร่สําหรับโรงกลั่นของจีน MagBras ตั้งเป้าที่จะผลิตซุปเปอร์แม่เหล็กทั้งหมดภายในบราซิลภายในปี 2026  

    การขยายตัวของน้ำมันและก๊าซยังคงดําเนินต่อไปโดยมีการผลิตในประเทศสูงเป็นประวัติการณ์ 5.255 ล้านบาร์เรล/วัน (กําไรของบริษัทน้ำมันของรัฐ Petrobras ขยายตัวขึ้นเป็น 4.7 พันล้านดอลลาร์ 

    ซึ่งนักวิเคราะห์ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าต้องมีการปรับ GDP 3 เปอร์เซ็นต์ จะส่งผลกระทบต่อการใช้จ่าย ทางสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สร้างความท้าทายทางเศรษฐกิจการเมืองที่กําหนดวิถีปี 2027-2028 ของบราซิล 

    ความเห็นและข้อเสนอแนะ

    ขณะนี้เศรษฐกิจบราซิลในปี 2026 ถือว่ายังเติบโตแบบค่อนข้างช้า แต่การค้าระหว่างประเทศของบราซิลยังมีบทบาทสำคัญโดยมีการคาดการณ์ GDP โตประมาณ 1.5 ถึง 1.8 เปอร์เซ็นต์ และอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ราว 4 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ดอกเบี้ยยังสูงประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ และอาจมีการปรับลดดอกเบี้ยในช่วงเดือนมีนาคม 2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเล็กน้อย บราซิลกำลังเดินหน้าแบบระมัดระวังแต่ยังมีแรงขับเคลื่อนบางส่วน ทั้งนี้บราซิลยังได้โอกาสทางการค้าจากการส่งออกสินค้าเกษตรจำพวกถั่วเหลืองที่ส่งออกสู่จีนและยังคงมุ่งการส่งออกมากกว่าการนำเข้าสร้างความแข็งแกร่งของรายได้เข้าประเทศ สำหรับภาคอุตสาหกรรม ปี 2026 อุตสาหกรรมยานยนต์ของบราซิลกำลังมีการเติบโตเล็กน้อย โดยคาดว่าจะผลิตรถยนต์ประมาณ 2.74 ล้านคัน ซึ่งเติบโตจากปีก่อนหน้าเล็กน้อย ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าก็กำลังมาแรงมาก และมีบริษัทจากจีนหลายเจ้าเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานเพิ่ม นอกจากนี้ยังมีการลงทุนจากผู้ผลิตรายใหญ่เพื่อผลิตรถไฮบริดและรถไฟฟ้าในประเทศมากขึ้นด้ว อย่างไรก็ดีบราซิลมีความท้าทายดัชนีความเชื่อมั่นและความเติบโตทางเศรษฐกิจยังต่ำ ตลอดจนความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมยังอยู่ในภาวะหดตัว ทำให้ผู้นำเข้ายังชะลอตัวในการพิจารณานำเข้าสินค้าเพิ่มเติม แต่ยังสนใจสินค้าอาหาร เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร และชิ้นส่วนยานยนต์จากไทย ในขณะที่ราคาสินค้าไทยจะต้องแข่งขันกับสินค้าจากจีนเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในภาวะเศรษฐกิจการค้าของบราซิลที่ชะลอตัวและยังไม่ชัดเจนในช่วงปีนี้ที่จะมีการเลือกตั้งต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/n8lr78yqegcrvxow7jgmw51y&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13V-OaoQEwnNCtjuqpE_VY

  • วันวิชิต ชม เอกนิติ-ศุภจี ตัวเลือกเศรษฐกิจโดดเด่น รับมือโลกผันผวน ตอบโจทย์ฐานความมั่นคงนิยม

    วันวิชิต ชม เอกนิติ-ศุภจี ตัวเลือกเศรษฐกิจโดดเด่น รับมือโลกผันผวน ตอบโจทย์ฐานความมั่นคงนิยม

    วันวิชิต ชม เอกนิติ-ศุภจี ตัวเลือกเศรษฐกิจโดดเด่น รับมือโลกผันผวน ตอบโจทย์ฐานความมั่นคงนิยม

    วันเสาร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.27 น.

    วันที่ 31 มกราคม 2569 ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงการปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ที่จัดขึ้น ณ สวนลุมพินี ใจกลางกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ผ่านมา ว่า 

    หากพิจารณาเฉพาะบทบาทของ นาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ บนเวที จะเห็นได้ชัดว่าเป็นการปราศรัยที่ไม่ได้เน้นความหวือหวาเชิงอารมณ์ หากแต่มีน้ำหนักทางเนื้อหาและสะท้อนความเข้าใจต่อบริบทเศรษฐกิจโลกอย่างลึกซึ้ง

    ผศ.ดร.วันวิชิต ระบุว่า ทั้งนายเอกนิติและนางศุภจีพูดไปในทิศทางเดียวกัน คือการชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังเผชิญ “ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง” จากระบบเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการแข่งขันระหว่างชาติมหาอำนาจที่ต่างหันมาปกป้องผลประโยชน์ของตนเองมากขึ้น ขณะที่ประเทศขนาดกลางและขนาดเล็กจำเป็นต้องปรับตัว หาทางสร้างพันธมิตรใหม่ และวางตำแหน่งของตนเองให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง ซึ่งประเทศไทยไม่สามารถยืนอยู่ข้างหลังได้อีกต่อไป

    ประเด็นเหล่านี้เป็นโจทย์ใหญ่ของการบริหารเศรษฐกิจในระยะต่อไป และเป็นเหตุผลที่ทำให้การสื่อสารของทั้งสองคนมีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากเป็นบุคคลที่ผ่านเวทีเศรษฐกิจโลกมาแล้ว เห็นทั้งวิกฤตและโอกาสจากประสบการณ์ตรง ไม่ใช่การพูดเชิงทฤษฎีหรือคำขวัญทางการเมืองเพียงอย่างเดียว ส่งผลให้ผู้ฟังจำนวนมากรู้สึกพึงพอใจและมองเห็นภาพการทำงานจริงได้ชัดเจน

    ผศ.ดร.วันวิชิต ยังเห็นว่า ทั้งนายเอกนิติและนางศุภจีถือเป็น “ตัวเลือกที่โดดเด่น” ในมิติด้านเศรษฐกิจอย่างชัดเจน หรืออย่างน้อยก็สามารถนำเสนอบทบาทของตนเองได้ดีในช่วงการปราศรัย โดยเฉพาะการตอกย้ำว่าปัจจุบันฐานะการคลังของประเทศมีความเปราะบางจากปัญหาหนี้สะสม จึงไม่ควรเดินหน้านโยบายประชานิยมแบบไร้ขอบเขต ซึ่งเป็นการสะท้อนข้อเท็จจริงที่สอดคล้องกับความคิดของกลุ่มอนุรักษ์นิยมและกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับ “ความมั่นคง” ของประเทศในระยะยาว

    “การไม่ใช้นโยบายประชานิยมเพื่อเอาใจระยะสั้น แต่เลือกเสนอเป็นแพ็กเกจความมั่นคง ทั้งด้านชายแดน การเมือง และเศรษฐกิจ โดยมีทีมเทคโนแครตเข้ามาช่วยกำหนดทิศทาง ถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ว่าพรรคอนุรักษ์นิยมชุดนี้มีความพร้อมในระดับการบริหารประเทศ ไม่ใช่แค่ขึ้นเวทีหาเสียง แต่พร้อมทำงานจริง” ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าว 

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/944280&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1qCjYdaWuGCEhiEayU-8ML

  • สรุปรายได้-กำไร 4 ร้านทองชื่อดัง ร้านไหนมีกำไรมากที่สุด | เดลินิวส์

    สรุปรายได้-กำไร 4 ร้านทองชื่อดัง ร้านไหนมีกำไรมากที่สุด | เดลินิวส์

    ในช่วงนี้ ราคาทองคำล่าสุด ค่อนข้างผันผวนเป็นอย่างมาก หลังจากทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 80,000 บาท ก่อนจะปรับร่วงลดลงแรงเพียงชั่วข้ามคืน โดยข้อมูลสถิติร้านทองคำในช่วงที่ผ่านมาเป็นอย่างไร

    จากข้อมูลผลประกอบการ 3 ปีล่าสุด (2565-2567) ของ 4 ร้านทองของไทย พบว่าธุรกิจนี้มีการขับเคลื่อนด้วยวอลลุ่มมหาศาล แต่มี อัตรากำไรสุทธิเฉลี่ย (Net Profit Margin) อยู่ในระดับที่ต่ำมาก เพียงประมาณ 0.3-3% เท่านั้น

    ห้างขายทองฮั่วเซ่งเฮง

    • ปี 2565 : รายได้ 6,230 ล้านบาท / กำไร 91 ล้านบาท
    • ปี 2566 : รายได้ 15,308 ล้านบาท / กำไร 519 ล้านบาท
    • ปี 2567 : รายได้ 20,355 ล้านบาท / กำไร 915 ล้านบาท
    • อัตรากำไรสุทธิเฉลี่ย 3 ปี : 3.11%

    ออโรร่า ดีไซน์ (AURORA)

    • ปี 2565 : รายได้ 29,604 ล้านบาท / กำไร 708 ล้านบาท
    • ปี 2566 : รายได้ 29,925 ล้านบาท / กำไร 850 ล้านบาท
    • ปี 2567 : รายได้ 33,189 ล้านบาท / กำไร 1,135 ล้านบาท
    • อัตรากำไรสุทธิเฉลี่ย 3 ปี : 2.88%

    เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก)

    • ปี 2565 : รายได้ 3,336 ล้านบาท / กำไร 7.1 ล้านบาท
    • ปี 2566 : รายได้ 3,099 ล้านบาท / กำไร 12 ล้านบาท
    • ปี 2567 : รายได้ 4,339 ล้านบาท / กำไร 26 ล้านบาท
    • อัตรากำไรสุทธิเฉลี่ย 3 ปี : 0.40%

    ห้างขายทองจินฮั้วเฮง

    • ปี 2565 : รายได้ 10,590 ล้านบาท / กำไร 10 ล้านบาท
    • ปี 2566 : รายได้ 8,070 ล้านบาท / กำไร 9.3 ล้านบาท
    • ปี 2567 : รายได้ 13,374 ล้านบาท / กำไร 10 ล้านบาท
    • อัตรากำไรสุทธิเฉลี่ย 3 ปี : 0.34%

    ทำไมร้านทองรายได้เยอะ แต่กำไรน้อย?

    สาเหตุหลักที่ทำให้ธุรกิจที่ดูเหมือนจะกำไรดีนี้มี Margin ต่ำ เป็นผลมาจากปัจจัยหลายด้าน ประกอบด้วย

    1.ต้นทุนสินค้าสูงมาก : ราคาทองคำถูกกำหนดโดยตลาดโลก ร้านทองมีฐานะเป็น “ผู้ซื้อมาขายไป” ซึ่งราคาทุน (Spot Price) กับราคาขายมีส่วนต่าง (Spread) ที่แคบมากตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ

    2.ความผันผวนของราคา : แม้ทองคำจะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) แต่การขึ้นลงของราคาทองคำจากภาวะสงคราม ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐ ทำให้ผู้ประกอบการมีความเสี่ยงสูงในการบริหารสต๊อก

    3.การแข่งขันสูง : นอกจากการแข่งกับร้านทองด้วยกันแล้ว ปัจจุบันยังมีแพลตฟอร์มออมทองออนไลน์และแอปพลิเคชันเทรดทองเข้ามาแชร์ส่วนแบ่งตลาด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5554586/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XGvfw94ZkkwHsBLi3Mk3T

  • ‘อนุทิน’ โวโพลนำลิ่ว! ชี้พวกจ้องตี ‘ทีมเศรษฐกิจ’ แสดงว่าสิ้นท่าหมดรูปแล้ว

    ‘อนุทิน’ โวโพลนำลิ่ว! ชี้พวกจ้องตี ‘ทีมเศรษฐกิจ’ แสดงว่าสิ้นท่าหมดรูปแล้ว

    อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการปราศรัยใหญ่ที่สวนลุมพินี ซึ่งถูกมองว่าเป็นการปราศรัยที่ดุเดือด ว่า “ก็เป็นการปราศรัยปกติ ในจุดที่เป็นเป้าหมายของพรรคภูมิใจไทยที่จะปักธงให้ได้ ซึ่งจากนี้คงต้องเดินทางไปอีกหลายจังหวัด ไม่ใช่เฉพาะในกรุงเทพฯ”

    ส่วนประเด็นที่มองกันว่า ในพื้นที่หัวเมืองใหญ่ที่เป็นฐานเสียงของพรรคประชาชน ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยจะมีกลยุทธ์อย่างไรบ้าง อนุทินกล่าวว่า “ออร์แกนิกนี่แหละ เดินขอเสียงพี่น้องประชาชน รับฟังปัญหาของเขาว่าสิ่งที่เขาต้องการคืออะไร”

    เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าแคมเปญ “น้ำเงินทั้งแผ่นดิน” จะช่วยให้คว้าชัยได้ อนุทิน กล่าวว่า “ผู้สมัครทุกคนของพรรคภูมิใจไทยก็ทุ่มเท ขยันเดินทางหาประชาชน”

    ส่วนที่ถูกมองว่า การปราศรัยของพรรคภูมิใจไทยเมื่อวันที่ 30 ม.ค. ดูเหมือนโจมตีไปที่ “พรรคที่คิดจะแก้มาตรา 112” นั้น อนุทินกล่าวว่า “ไม่ได้โจมตี”

    เมื่อถามว่า การจับมือจะยากหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า “ไม่น่าจะเป็นปัญหาและไม่เกี่ยวกับเรื่องจับมือ ทุกวันนี้ต่างคนก็ต่างฝ่ายอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ”

    ส่วนเมื่อถามถึงกรณี ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาพาดพิงในทำนอง “วิ่งราวชาติ”พร้อมบอกว่า “ไม่ได้ฟังแดดดี้ แต่ฟังครูใหญ่” นั้น อนุทินหัวเราะพร้อมกล่าวว่า “นั่นคือวาทกรรม แต่ว่า ‘ชวนคนเผาบ้านเผาเมือง’ นี่มันชัดเจนแล้ว”

    บอกว่าผมรับผิดชอบเองๆ ถ้ารับผิดชอบเอง ป่านนี้ก็คงไม่ได้ไปอยู่บนเวทีแล้ว

    เมื่อถามย้ำว่า ณัฐวุฒิพยายามเหน็บว่า “อนุทินฟังแต่ครูใหญ่” นั้น อนุทิน กล่าวว่า “นี่แสดงให้เห็นว่าเป็นคนวงนอกจริงๆ ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย คนมาเป็นนายกรัฐมนตรีจะเที่ยวไปฟังคนโน้นคนนี้ได้อย่างไร”

    เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าทีมเศรษฐกิจที่พรรคภูมิใจไทยเอามาช่วยหาเสียงอาจจะมีคนไปดิสเครดิตหรือถูกโจมตีในภายหลัง อนุทิน กล่าวว่า “โอ้ย มือสะอาดทุกคน ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง, อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน เขาไปที่ไหนก็ไปสร้างแต่คุณงามความดี คนที่คอยจะไปหาสิ่งมาโจมตี แสดงว่าตัวเองสิ้นท่าหมดรูปแล้ว”

    ผมคิดว่าควรเอาเวลานี้ไปทำความดี ไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนต่อสังคม ขึ้นเวทีไปก็ต้องพูดแต่เรื่องที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่สร้างวาทกรรมเป็นตลกหน้าม่านแบบนี้ไม่ได้

    ส่วนเมื่อตั้งข้อเกตว่า เป็นเพราะ “ไปแตะกล่องดวงใจที่เป็นแดดดี้ของเขาหรือไม่” อนุทิน กล่าวว่า “โอ้ย พวกนี้เขาก็ต้องทำใจ วัฒนธรรมแต่ละพรรคไม่เหมือนกัน เขาชอบคิดว่าพรรคอื่นจะเป็นเหมือนพรรคนี้ แต่พวกผมไม่มีเวลาไปทำแบบนั้น เพราะผมไม่จำเป็นต้องไปทำหรือไปเอาใจใคร เพื่อให้ตัวเองได้พื้นที่ ที่คิดว่าจะมีโอกาสได้รับแต่งตั้ง ดำรงตำแหน่งอะไร นั่นคือวัฒนธรรมของพวกเขา แต่วัฒนธรรมของพวกผมคนละอย่างกัน พวกผมทำงานไม่มีตำแหน่งก็ทำงานได้เยอะแยะไปหมด”

    เมื่อถามถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าทำ ไปออกรายการแล้วอ้างว่า “ตอนแรกนายกฯ จะให้ตำแหน่ง รมว.กลาโหม” นั้น อนุทิน กล่าวว่า “สุดท้ายเราต้องดูความเหมาะสมและสถานการณ์ในช่วงนั้นๆ ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส ก็บอกว่าขอไปดูกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ไหม ไม่ใช่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สื่อเสนอข่าวผิดนะ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้พูดคุยตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกแล้ว และสุดท้ายก็บอกว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เหมาะกว่า ดูจากบุคลากรและความถนัดของงาน และ ร.อ.ธรรมนัส อยากทำงานต่อเนื่องในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่มีปัญหาอะไรเลย”

    การคุยทางการเมืองมันต้องคุยหลายรอบ อย่างสมัยก่อนที่ผมจะเป็น รมว.มหาดไทย ผมได้กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งก็เหมือนกันกับกรณีนี้ เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้เป็นเรื่องน่าแปลกใจอะไร

    เมื่อถามว่านายกฯ ผ่านมาแล้วหลายกระทรวง ถ้าครั้งหน้าได้กลับมาเป็นนายกฯ อีกอยากได้กระทรวงไหน อนุทิน กล่าวว่า “เป็นนายกฯ แล้วจะไปเอากระทรวงอะไรเล่า ส่วนถ้าจะควบก็รอให้พ้นการเลือกตั้งไปก่อน ตอนนี้ยังไม่รู้หมู่หรือจ่าเลย”

    ส่วนตอนนี้โค้งสุดท้ายแล้ว คะแนนของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนดูเหมือนจะสูสีกัน จะต้องมีการเร่งในช่วงปลายหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “ผมว่าไม่สูสีนะ เพราะโพลของผมนำตลอด ซึ่งมีการประเมินจากหลายที่”

    เมื่อถามว่า ถ้าดีดลูกคิดกันจริงๆ ประเมินไว้ที่เท่าไร อนุทิน กล่าวว่า “ตกข่าวเหรอจ๊ะ? ข่าวน้อยเหรอวีคเอนด์? ไปถามพรรคอื่นบ้าง”

    ส่วนที่ขณะนี้มีความพยายามทวงถามความคืบหน้า “ที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์” หลังการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ยื่นฟ้องศาลจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ทับซ้อน อนุทิน กล่าวว่า “ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ที่พยายามจะบอกว่ายึดมาแล้วยึดเมื่อไหร่ มีแต่สั่งให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ทุกอย่างไม่มีการแทรกแซง ทุกวันนี้ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ผมยังไม่รู้จักเลยว่าเป็นใคร วันนั้นยังปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่ม จะให้เขาลาออกทั้งๆ ที่ยังไม่มีผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เลย”

    ผมคิดว่าเป็นวาทกรรม และเป็นสิ่งที่ผู้ที่คิดว่าจุดนี้จะเป็นจุดอ่อน ซึ่งไม่ใช่หรอก อะไรที่เป็นไปตามกฎหมาย เราก็ต้องดำเนินการตามนั้น ถ้าสมมุติว่ามีการกระทำความผิด ดำเนินคดีแล้วมีการพิสูจน์ได้ว่ากระทำความผิด ก็ไม่มีการละเว้น ไม่ว่าจะอยู่ในพรรคเดียวกัน เป็นญาติ เป็นโยม เป็นเพื่อน เป็นฝูง ผมแสดงให้เห็นชัดเจนมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว

    เมื่อถามว่ามีความพยายามเล่นในแง่ของการดองคดี ดองเรื่องเอาไว้ อนุทิน ยืนยันว่า “ไม่มีหรอก ดูสิ ขนาดผมบอกขึ้นบัญชีดำบริษัทที่ทำงานไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งผมก็ต้องไล่จี้ทุกวันๆ มีแต่เร่ง ไม่มีดอง”

    เหตุชายแดนเคลียร์จบแล้ว! ชี้ ‘ผู้บังคับบัญชาแนวหน้า’ มีสิทธิเจรจา แต่ไม่ควรเกิดบ่อย

    ส่วนกรณีที่ทหารกัมพูชายิงลูกระเบิด M79 มายังฝั่งประเทศไทยนั้น นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า “ได้รับรายงานแล้ว และทั้งหมดเป็นไปตามข่าวที่กองทัพได้เผยแพร่ ซึ่งเสนาธิการทหารบกได้รายงานให้ทราบเมื่อเช้าที่ผ่านมาว่า ไม่มีอะไรน่ากังวล โดยเหตุแสงสว่างที่ชายแดนเกิดจากการเดินสะดุดแฟลร์ส่องสว่างที่เราวางไว้ตามแนวลาดตระเวน” ก่อนจะบอกว่า “ก็อย่างที่ว่ามีที่ให้เดินตั้งเยอะไม่เดิน มาเดินตรงนี้”

    พร้อมยืนยันว่า “ไม่มีการยิงเข้ามาแบบต่อเนื่อง อีกทั้งในสัญญาหยุดยิง หากเกิดเหตุลักษณะดังกล่าว ให้ผู้บังคับบัญชาสองฝ่ายหาทางออกร่วมกัน เมื่อตกลงได้ก็ถือเป็นการยุติ แต่ไม่ควรเกิดขึ้นบ่อย ซึ่งผู้ปฏิบัติงานระดับพื้นที่ได้มีข้อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องถึงระดับที่สูงขึ้นมา”

    ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลกับเหตุที่เกิดขึ้นหรือไม่ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการปราศรัยของพรรคภูมิใจไทยถึงเรื่องชายแดน นายกรัฐมนตรี ระบุว่า “ไม่กังวลเลย และไม่เกี่ยวข้องกัน” พร้อมทิ้งท้ายว่า “กองทัพของเราเข้มแข็ง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/anutin-defends-bhumjaithai-campaign-and-rejects-political-warfare&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BGxRBaHoOOQ8XleWVneoR

  • “ชลัฐ” เผย เลือกภูมิใจไทย “ดิสนีย์แลนด์” มาแน่ ดึงเงินเข้าไทย ไร้คาสิโน

    “ชลัฐ” เผย เลือกภูมิใจไทย “ดิสนีย์แลนด์” มาแน่ ดึงเงินเข้าไทย ไร้คาสิโน

    “ชลัฐ รัชกิจประการ” ชู “ภูมิใจไทย พูดแล้วทำพลัส” ปลดล็อกเศรษฐกิจใต้ กางแผนพัฒนาแบบคลัสเตอร์ท่องเที่ยว–ฮาลาล พร้อมเปิดไพ่ใบใหม่ “ดิสนีย์แลนด์” พลิกโฉมท่องเที่ยว-ดึงเงินเข้าไทย ไร้คาสิโน

    วันที่ 31 ม.ค. 2569 นายชลัฐ รัชกิจประการ ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายเด่น เชื่อมโยงพื้นที่ภาคใต้ โดยชูนโยบาย “พูดแล้วทำพลัส” ซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรคภูมิใจไทย ที่สามารถนำไปใช้ได้ทั่วประเทศ ตามแนวคิดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ต้องการดึงคนเก่ง คนที่มีความพร้อมเข้ามาร่วมบริหารประเทศ พร้อมต่อยอดนโยบายที่ดีให้ตอบโจทย์ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับนโยบายปากท้อง ผ่านการยกระดับการพัฒนาแบบคลัสเตอร์ ครอบคลุมอันดามัน อ่าวไทย และจังหวัดชายแดนภาคใต้ หากสามารถพัฒนาการเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดได้ครบวงจร ทั้งโรงแรม โรงเรียน และโรงพยาบาล ก็จะช่วยให้ประชาชนไม่จำเป็นต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่

    “ภาคใต้มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง ทั้งน้ำตก ทะเลสาบ และทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม แต่ที่ผ่านมาขาดการสื่อสาร หากสามารถสื่อสารไปถึงนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ จะช่วยกระจายรายได้สู่คนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง พร้อมชี้ว่า อดีตภาคใต้เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ แต่วันนี้สิ่งเหล่านี้ขาดหายไป ดังนั้นพรรคภูมิใจไทยต้องการทวงคืน 30 ปีที่หายไปของคนภาคใต้กลับคืนมา” นายชลัฐ กล่าว

    นายชลัฐ กล่าวด้วยว่า ภาคใต้ยังมีความโดดเด่นด้านสังคมพหุวัฒนธรรม โดยเฉพาะชาวมุสลิม ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมฮาลาล ไม่ใช่เพียงด้านอาหารเท่านั้น แต่รวมถึงท่องเที่ยวฮาลาลที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ในระยะยาว พร้อมประกาศจะสร้างราคายางพาราและราคาปาล์มให้ขยับขึ้นได้เช่นเดียวกับราคาข้าวที่ในช่วง 2 เดือนของรัฐบาลนายอนุทินสามารถทำให้ได้แล้ว

    ส่วนการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการแลนด์บริดจ์ นั้น นายชลัฐ ระบุว่า ต้องดำเนินการตามกระบวนการอย่างรอบคอบ เริ่มจากการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเป็นหลักว่ามีความพร้อมหรือไม่ พร้อมชูแนวคิดการผลักดันโครงการ “เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ พลัส” ซึ่งเป็นเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ที่ไม่มีคาสิโน โดยจะเชิญชวนดิสนีย์แลนด์เข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก เพิ่มรายได้ใหม่ให้ประเทศ พร้อมย้ำว่าเป็นดิสนีย์แลนด์ที่ไม่เอาคาสิโน “ถ้าเลือกภูมิใจไทย ดิสนีย์แลนด์มาแน่”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2911327&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw182itPk68rW6dEe8ODiDuG

  • กู้ภัยช่วยนักท่องเที่ยวต่างชาติหญิงพลัดตกเหวกองแลน แหล่งท่องเที่ยวดังอำเภอปาย

    กู้ภัยช่วยนักท่องเที่ยวต่างชาติหญิงพลัดตกเหวกองแลน แหล่งท่องเที่ยวดังอำเภอปาย

    ภูมิภาค

    กู้ภัยช่วยนักท่องเที่ยวต่างชาติหญิงพลัดตกเหวกองแลน แหล่งท่องเที่ยวดังอำเภอปาย

    วันเสาร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.10 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 กู้ชีพอบต.ทุ่งยาว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอนได้รับแจ้งเหตุมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เป็นหญิง ได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่ กองแลนแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังและขณะเดินชมวิวธรรมชาติ ได้เกิดเหยียบพลาดพลัดตกลงไปในเหวลึกด้านล่าง ทางกู้ชีพ อบต.ทุ่งยาว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ได้ประสานไปยังทีมกู้ภัยทางสูงกู้ภัยปายสามัคคีการกุศล ร่วมกับกู้ชีพทุ่งยาว รพ.ปาย สภ.ปาย  ฝ่ายปกครอง  ตร.ท่องเที่ยว ร่วมกันให้ความช่วยเหลือ นำตัวนักท่องเที่ยวดังกล่าวขึ้นมาอย่างปลอดภัย โดยทาง รถโรงพยาบาลปาย นำส่ง รพ.อ.ปาย ล่าสุด นักท่องเที่ยวหญิงดังกล่าวอาการปลอดภัยแล้ว

    สำหรับกองแลน หรือ Pai Can yon เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอำเภอปาย บรรดานักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวอำเภอปายแล้วจะต้องไปเที่ยวชมธรรมชาติที่กองแลนให้ได้ เนื่องจากขณะภพค่ำจะมองเห็นแสงสุดท้ายก่อนพระอาทิตย์จะตกดินที่สวยงามมาก .

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/464357&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2rMEZpfYpbHehn6dbEwvJ0