Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เปลี่ยนพื้นที่เศรษฐกิจเป็นพื้นที่แห่งน้ำใจ! บริษัทเลิศนิมิตรฯ มอบที่ดินผืนงามทำที่จอดรถฟรี หนุน รพ.ชัยภูมิ ดูแลผู้ป่วย-ญาติ เต็มรูปแบบ | TOPNEWS

    เปลี่ยนพื้นที่เศรษฐกิจเป็นพื้นที่แห่งน้ำใจ! บริษัทเลิศนิมิตรฯ มอบที่ดินผืนงามทำที่จอดรถฟรี หนุน รพ.ชัยภูมิ ดูแลผู้ป่วย-ญาติ เต็มรูปแบบ | TOPNEWS

    เปลี่ยนพื้นที่เศรษฐกิจเป็นพื้นที่แห่งน้ำใจ! บริษัทเลิศนิมิตรฯ มอบที่ดินผืนงามทำที่จอดรถฟรี หนุน รพ.ชัยภูมิ ดูแลผู้ป่วย-ญาติ เต็มรูปแบบ

    • เผยแพร่ : 02/02/2026 21:45

    น้ำใจงาม! “บริษัท เลิศนิมิตรพัฒนาฯ” ประกาศมอบสิทธิ์ใช้พื้นที่ดินผืนงามกว่า 2 ไร่ ใจกลางเมืองชัยภูมิ ให้โรงพยาบาลชัยภูมิปรับเป็นพื้นที่จอดรถฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

    วันที่ 2 ก.พ. 2569 ท่ามกลางปัญหาการจราจรและความหนาแน่นของพื้นที่จอดรถรอบบริเวณโรงพยาบาลชัยภูมิ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยและญาติมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับข่าวดีครั้งใหญ่ เมื่อภาคเอกชนรายใหญ่ในพื้นที่อย่าง บริษัท เลิศนิมิตรพัฒนา จำกัด ได้แสดงเจตจำนงอันเป็นกุศลในการสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์และอำนวยความสะดวกให้กับสาธารณชน

    โดยทางบริษัทฯ ได้ส่งมอบสิทธิ์การใช้ประโยชน์ในที่ดินทำเลศักยภาพสูง ขนาดพื้นที่กว่า 2 ไร่เศษ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองและอยู่ใกล้กับบริเวณสถานพยาบาล เพื่อให้โรงพยาบาลชัยภูมินำไปพัฒนาเป็นที่จอดรถสำหรับรองรับรถยนต์ของประชาชน ผู้ป่วย และญาติที่มาติดต่อราชการ โดยเปิดให้เข้าจอดได้ “ฟรี” โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ

    ทางบริษัท เลิศนิมิตรฯ ระบุว่า ทางองค์กรตระหนักถึงความลำบากของประชาชนในการหาที่จอดรถเมื่อต้องมาโรงพยาบาล ซึ่งบางครั้งอาจส่งผลกระทบต่อเวลาในการรักษาพยาบาล การมอบพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นการนำทรัพยากรที่มีมูลค่าของบริษัทมาสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ส่วนรวม เพื่อขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของชาวชัยภูมิให้ดียิ่งขึ้น

    ด้านผู้บริหารโรงพยาบาลชัยภูมิได้กล่าวขอบคุณในความมีน้ำใจของทั้งสองบริษัท ซึ่งที่ดินผืนนี้ถือเป็น “จิ๊กซอว์สำคัญ” ที่จะช่วยระบายความแออัดบนท้องถนนรอบโรงพยาบาล และเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างมาก

    ภาพ/ข่าว มัฆวาน  วรรณกุล ผู้สื่อข่าว TOPNEWSทั่วไทย จ.ชัยภูมิ

    2121

    55

    “ชูวิทย์” ซัด “ไอซ์ รักชนก” นางฟ้าเสียงแจ๋ว ปั่นนิทานส้มมาโปรด “ผู้ประกันตน” ธาตุแท้โกหก..ภาพจำแลงล้วนๆ

    ผกก.เมืองนครฯ สั่งระดมกำลังดูแลความสงบเรียบร้อย เวทีปราศรัยใหญ่กลางเมือง

    พระครูจาบ เจ้าอาวาสวัดหนามแดง นำคณะสงฆ์ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน เนื่องในวันสวรรคต สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    “ท็อปนิวส์” ชี้แจงข้อเท็จจริงและขออภัย “ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข” กรณีข่าวอสม.พื้นที่ศรีสะเกษ

    วธ. น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ จัดพิธีบำเพ็ญกุศล 100 วันอุทิศถวายแด่ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

    เปลี่ยนพื้นที่เศรษฐกิจเป็นพื้นที่แห่งน้ำใจ! บริษัทเลิศนิมิตรฯ มอบที่ดินผืนงามทำที่จอดรถฟรี หนุน รพ.ชัยภูมิ ดูแลผู้ป่วย-ญาติ เต็มรูปแบบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1475574&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1613Y7yhpCk8CjrY1Ebkil

  • จัดหนักสารพัดนโยบาย ภท.แก้เศรษฐกิจปากท้อง พยุงราคาอ้อย – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    จัดหนักสารพัดนโยบาย ภท.แก้เศรษฐกิจปากท้อง พยุงราคาอ้อย – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bhumjaithai.com/news/113116&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2HPsbOStfMir-7PfHijVvK

  • “เต้ มงคลกิตติ์” บุก ม.รามฯ โชว์ฟิตวิดพื้น มั่นใจนโยบายอวกาศ-ไดโนเสาร์ มัดใจคนรุ่นใหม่ หวัง 16 ล้านเสียงนั่งนายกฯ | TOPNEWS

    “เต้ มงคลกิตติ์” บุก ม.รามฯ โชว์ฟิตวิดพื้น มั่นใจนโยบายอวกาศ-ไดโนเสาร์ มัดใจคนรุ่นใหม่ หวัง 16 ล้านเสียงนั่งนายกฯ | TOPNEWS

    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16:00 น. ที่มหาวิทยาลัยรามคําแหง กรุงเทพฯ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ 007” เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินหน้าหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง นำทีมงานพรรคลิงพื้นที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เข้าพบปะนักศึกษาและประชาชนทั่วไป ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับอย่างคึกคัก

    ได้ชูนโยบายล้ำสมัย “จากอวกาศสู่ไดโนเสาร์” ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายมงคลกิตติ์ได้ร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกลุ่มนักศึกษาในหลากหลายประเด็น โดยระบุว่าพรรคทางเลือกใหม่มีนโยบายที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และแก้ปัญหาโครงสร้างประเทศอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะ “นโยบายด้านอวกาศ” และโครงการสร้างสรรค์อย่าง “การฟื้นคืนชีพไดโนเสาร์” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจเชิงนวัตกรรม ซึ่งได้รับความสนใจจากกลุ่มเยาวชนเป็นอย่างมาก

    นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงนโยบาย “เงินทุนเจ้าบ้าน” และการแก้ปัญหาปากท้องผ่านระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ รวมถึงการแสดงทัศนคติเกี่ยวกับประเด็น Sex Worker โดยมองว่าควรมีการจัดระเบียบและดูแลสวัสดิภาพให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อลดปัญหาการทุจริตและสอดรับกับความเป็นจริงของสังคม โชว์ความแกร่ง ท้าดวลวิดพื้นกลาง ม.รามฯ

    ช่วงท้ายของการพบปะ นายมงคลกิตติ์ได้ร่วมกิจกรรมท้าดวลวิดพื้นร่วมกับนักศึกษา เพื่อแสดงออกถึงความแข็งแรงของสุขภาพและพลังในการทำงาน โดยระบุว่า “การเป็นผู้นำประเทศต้องมีทั้งสมองและร่างกายที่พร้อมทำงานหนักเพื่อประชาชน” ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากนักศึกษาที่เข้ามาขอถ่ายรูปและขอลายเซ็นเป็นจำนวนมากลั่นขอ 16 ล้านเสียง พลิกโฉมประเทศไทย

    โดยทั้งนี้นายมงคลกิตติ์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงความคาดหวังในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องได้รับกระแสตอบรับที่ดีเกินคาด โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 16 ล้านเสียง เพื่อที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ “ผมมั่นใจว่านโยบายด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของเรา รวมถึงการกล้าพูดในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าทำ จะทำให้ประชาชนตัดสินใจเลือกพรรคทางเลือกใหม่ เราต้องการคะแนนเสียงถล่มทลายเพื่อเข้าไปแก้ปัญหาซื้อสิทธิ์ขายเสียงและปฏิรูปประเทศอย่างเร่งด่วน” นายมงคลกิตติ์ กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1475293&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hZw2kUvIQ5iKLEJu6scvr

  • เมื่อไทยเร่งเป้าหมาย Net Zero ขึ้น 15 ปี ตาม แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า

    เมื่อไทยเร่งเป้าหมาย Net Zero ขึ้น 15 ปี ตาม แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า

    แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (Power Development Plan : PDP) เป็นแผนแม่บทในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ว่าด้วยการจัดหาพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว 15 -20 ปี เพื่อสร้างความมั่นคงและความเพียงพอของกำลังการผลิตไฟฟ้า โดยคำนึงถึงนโยบาย พลังงานของประเทศและปัจจัยต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม อาทิ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การกระจายการใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า กำลังผลิตไฟฟ้าสำรองที่เหมาะสม การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน นโยบายการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ฯลฯ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าจะมีการทบทวนเป็นระยะๆ หรือทุก 1 – 2 ปี เพื่อพิจารณาปัจจัยต่างๆ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากสมมุติฐานเดิมหรือไม่ เพื่อจัดทำฉบับใหม่หรือฉบับปรับปรุง


    ที่ผ่านมา แผน PDP มีความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะแผนการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้าของประเทศในอนาคต 15-20 ปี ซึ่งจะมีการทบทวนแผนดังกล่าว เมื่อมีการปรับปรุงค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป
    ทั้งนี้ในแผนดังกล่าวจะระบุค่าพยากรณ์ความต้องการพลังไฟฟ้า ซึ่งมีความสำคัญต่อการวางแผน PDP หากการพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้ามีความถูกต้องและแม่นยำ จะทำให้การลงทุนในการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอยู่ในระดับที่เหมาะสม
    นอกจากนี้ จะระบุถึงโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน และนิวเคลียร์ โครงการขนาดเล็กและเล็กมาก ทั้งที่เป็นระบบ Cogeneration และพลังงานหมุนเวียน เชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิต การขยายระบบส่งไฟฟ้า ประมาณการเงินลงทุนการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้า ผลกระทบค่าไฟฟ้า และปริมาณการปล่อย

    โดยในปัจจุบันมีการปรับปรุง แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า ของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ (พ.ศ. 2569-2593) ซึ่งมีสาระสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องรับรู้ ดังนี้
    1. ขยายระยะเวลาและเร่งเป้าหมาย Net Zero: ขยายกรอบแผนครอบคลุม 25 ปี (2026–2050) พร้อมยกระดับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ให้เร็วขึ้นจากปี 2065 มาเป็นปี 2050 เพื่อให้สอดรับกับมาตรฐานสากล
    2. เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดมากกว่า 50%: มุ่งเน้นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ทั้งโซลาร์ฟาร์ม พลังงานลม และโซลาร์เซลล์ลอยน้ำในเขื่อน กฟผ. ทั่วประเทศ ซึ่งมีศักยภาพสูงถึง 5,000 – 10,000 เมกะวัตต์
    3. ยกระดับความมั่นคงด้วยเกณฑ์สากล (LOLE): ปรับมาใช้ดัชนีโอกาสเกิดไฟฟ้าดับ (Loss of Load Expectation) โดยควบคุมให้ไฟฟ้าดับได้ไม่เกิน 0.7 วันต่อปี (หรือ 16 ชั่วโมงต่อปี) เพื่อสร้างระบบไฟฟ้าที่เสถียรและน่าเชื่อถือรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ
    4. รับมือความต้องการไฟฟ้าจากเทคโนโลยีใหม่: ปรับแผนให้รองรับการขยายตัวของธุรกิจ Data Center การใช้ AI และการเติบโตอย่างรวดเร็วของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน
    5. เปิดรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต: พิจารณาเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากนวัตกรรมใหม่ เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) และเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) เพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในภาคการผลิตไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ
    6. สอดคล้องกับเศรษฐกิจและสังคม: คำนวณความต้องการใช้ไฟฟ้าตามการคาดการณ์ GDP เฉลี่ยที่ 2.5-2.6% และพิจารณาสัดส่วนการผลิตของ กฟผ. ให้เพียงพอต่อการดูแลความมั่นคงของระบบในระยะยาว

    จากการปรับเปลี่ยนนี้ องค์กรธุรกิจทุกประเภท จำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า ของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ นี้ด้วย โดยเฉพาะในประเด็นต่อไปนี้
    1. วางแผนบริหารต้นทุนพลังงาน เร่งประเมินความคุ้มค่าและการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เอง
    2. ศึกษาและเตรียมความพร้อมในการจัดซื้อหรือขอใบรับรองพลังงานหมุนเวียน หรือสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสีเขียว เพื่อใช้ลดค่า Carbon Footprint ของสินค้าในการส่งออกและตอบโจทย์คู่ค้าสาย ESG
    3. เตรียมพร้อมโครงสร้างพื้นฐานรองรับ EV Charging และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ เพื่อรองรับความต้องการตามแผนมากขึ้น
    4. พัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลก๊าซเรือนกระจกให้ละเอียดและโปร่งใสระดับซัพพลายเชน เพื่อรองรับมาตรฐานรายงานความยั่งยืนที่เข้มงวดขึ้นตามเป้าหมาย Net Zero ปี 2050
    อย่างไรก็ตาม คุณประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เคยระบุว่า กระทรวงพลังงาน อยู่ระหว่างเร่งจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของไทย (PDP) ฉบับใหม่ให้เสร็จ หลังจากมีการปรับปรุงร่างแผน PDP มาหลายครั้ง และล่าสุดจะต้องปรับแผนให้ตอบโจทย์ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ภายใต้ปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การเกิดขึ้นของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ เทคโนโลยี AI การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2593 รวมทั้งยังมีการพิจารณาเพิ่มกรอบกำลังผลิตไฟฟ้าจากเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ได้แก่ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์โมดูลาร์ขนาดเล็ก (SMR) และโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ซึ่งแผน PDP ฉบับใหม่ จะต้องรอนำเสนอรัฐบาลชุดใหม่พิจารณา ก่อนจะมีผลบังคับใช้ต่อไป

    อัปเดตเทรนด์ความเปลี่ยนแปลงในทุกมิติที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน

    อียู กระกาศใช้กฎหมายไมโครพลาสติก วิกฤต หรือ โอกาส ผู้ส่งออกไทย

    อุตสาหกรรมดักจับและกักเก็บคาร์บอน เทคโนโลยีแห่งความหวัง ดันไทยบรรลุเป้าหมาย Carbon neutrality ภายในปี 2050

    เมื่อเจตนารมณ์แปรเปลี่ยนเป็นการลงมือทำ! ถอดรหัส WFES 2026 พลังงานสะอาดขับเคลื่อนโลกใหม่จากใจกลางทะเลทราย

    Post Views: 145

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2026/02/02/power-development-plan-net-zero/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-HuDsEW6pd20zgXaJs_wO

  • 💥*ไทยเฮ! ชาวจีนเริ่มเดินทางท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนแล้ว เล็งไทยเป็นเป้าหมายหลัก

    💥*ไทยเฮ! ชาวจีนเริ่มเดินทางท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนแล้ว เล็งไทยเป็นเป้าหมายหลัก

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 ก.พ. 69)

    การเดินทางของชาวจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีนประจำปี ซึ่งกินระยะเวลา 40 วัน และมักถูกเรียกว่าเป็น “การอพยพของมนุษย์ครั้งใหญ่ที่สุดในโลกในแต่ละปี” ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในวันนี้ (2 ก.พ.) และจะสิ้นสุดในวันที่ 13 มี.ค.

    ตรุษจีนปีนี้ ซึ่งเป็นการต้อนรับปีมะเมียตามนักษัตรจีน ตรงกับวันที่ 17 ก.พ. และจะมีวันหยุดราชการพิเศษถึง 9 วัน ตั้งแต่วันที่ 15-23 ก.พ.ในประเทศจีน

    รัฐบาลจีนคาดหวังว่า วันหยุดที่ยาวขึ้นในปีนี้ จากเดิมปีที่แล้วซึ่งหยุด 8 วัน จะช่วยกระตุ้นการบริโภค โดยทำให้ประชาชนใช้จ่ายมากขึ้นในด้านการท่องเที่ยว การรับประทานอาหาร และกิจกรรมอื่น ๆ ในช่วงเทศกาล

    เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานวางแผนของรัฐรายหนึ่งกล่าวว่า ทางการจีนคาดว่าจะมีการเดินทางของผู้โดยสารสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 9.5 พันล้านเที่ยวในช่วงเทศกาลนี้ ซึ่งจะสูงกว่าสถิติ 9.02 พันล้านเที่ยวเมื่อปีที่แล้ว

    แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวขนาดใหญ่หลายแห่งรายงานว่า ยอดจองการเดินทางในช่วงตรุษจีนปีนี้ สูงกว่าปีที่แล้ว โดยข้อมูลจาก Flight Master ระบุว่า ณ ช่วงกลางเดือนม.ค. มียอดจองเที่ยวบินภายในประเทศในช่วงวันหยุดมากกว่า 4.13 ล้านที่นั่ง เพิ่มขึ้นประมาณ 21% เมื่อเทียบกับปีก่อน

    จุดหมายปลายทางต่างประเทศที่ได้รับความนิยมอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเที่ยวบินไปยังภูมิภาคนี้คิดเป็นเกือบ 50% ของเที่ยวบินทั้งหมด และประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางหลัก

    ในทางกลับกัน เส้นทางบินไปญี่ปุ่นได้ลดลงอย่างมาก โดยดิ่งลงกว่า 40% หลังจากเกิดข้อพิพาทระหว่างจีนและญี่ปุ่นเมื่อปลายปีที่แล้ว

    แพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ Qunar เปิดเผยว่า ภายในประเทศจีน เมืองที่มีมรดกทางวัฒนธรรมและ “มรดกทางภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้” เช่น หวงซานในมณฑลอานฮุย จิ่งเต๋อเจิ้นในมณฑลเจียงซี เฉวียนโจวในมณฑลฝูเจี้ยน โฝซานในมณฑลกวางตุ้ง และจื่อกงในมณฑลเสฉวน ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินทางชาวจีน

    โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRD10IQ6AGEKW70TP0HVE09M3XF9N1II&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3pwe61JE9iEM2JTXPU2S2F

  • ททท. เปิดตัว “Tourism Product Highlight 2026” ชู 11 ธีมเที่ยวไทย ดันรายได้ 3 ล้านล้าน

    ททท. เปิดตัว “Tourism Product Highlight 2026” ชู 11 ธีมเที่ยวไทย ดันรายได้ 3 ล้านล้าน

    ททท. เปิดตัว “Tourism Product Highlight 2026” งัด 11 ตีมเด็ด ดันรายได้ทะลุ 3 ล้านล้านบาท

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่เวทีโลกอย่างเต็มรูปแบบ ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “Tourism Product Highlight 2026” ณ Neilson Hays Library เพื่อประกาศความพร้อมของสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ที่มุ่งเน้นคุณภาพและประสบการณ์ที่มีความหมาย ตอบโจทย์เทรนด์โลกยุคใหม่ พร้อมตั้งเป้าหมายสร้างรายได้เข้าประเทศแตะระดับ 3 ล้านล้านบาทภายในปีนี้

    ยกระดับท่องเที่ยวไทย สู่มาตรฐานสากล

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ในปีนี้ว่า ททท. ให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ผ่านกลไกการพัฒนาสินค้าเชิงคุณภาพ โดยมุ่งเน้น 3 หัวใจสำคัญ ได้แก่

    • การส่งมอบประสบการณ์ที่ทรงคุณค่า: ออกแบบเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับสินค้าและบริการให้ “พร้อมขาย” และน่าจดจำ
    • การสร้างความหมาย (Meaningful Travel): ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีท้องถิ่น ชุมชน และวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง
    • การยกระดับผู้ประกอบการด้วย TAT Certified: ผ่านโครงการต่างๆ เช่น STGs STAR, Thailand Tourism Awards และ Trusted Thailand เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและคุณภาพระดับสากล

    ผู้ว่าการ ททท. ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า การนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ จะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยฟื้นฟูสุขภาวะและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปสู่เป้าหมายรายได้ 3 ล้านล้านบาทในปี 2569 นี้

    เปิดโผ 11 ไฮไลต์ท่องเที่ยวไทย ปี 2569

    สำหรับปีนี้ ททท. ได้คัดสรร Tourism Product Highlight 2026 ที่สะท้อนศักยภาพความหลากหลายของเมืองไทย แบ่งออกเป็น 11 กลุ่มเด็ด ดังนี้:

    • Luxury Voyage Thailand: เส้นทางหรูหรามีระดับ ผสานความยั่งยืน เช่น Classic car tour, Private Jet, Helicopter tour และ Yacht Charter เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก (Luxury Tourist)
    • Romance in Thailand: เส้นทางสุดโรแมนติกสำหรับคู่รัก ผสานบริการระดับ World-class เช่น การล่องเรือสุริยันจันทรา หรือแต่งชุดไทยชมเมืองเก่าที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
    • From Dusk till Dawn: 60 จุดหมายปลายทางสัมผัสเสน่ห์ยามค่ำคืน ตั้งแต่พระอาทิตย์ตกจนถึงรุ่งสาง เช่น อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก และ ณ สัทธา อุทยานไทย จ.ราชบุรี
    • Thai Craft Destination: สัมผัสไทยผ่าน “เครื่องดื่มคราฟต์” (Craft Drinks) ที่เล่าเรื่องราววัตถุดิบท้องถิ่นอย่าง CAFFEINE ROUTE จ.เชียงใหม่ หรือ FRESH FRUITY ROUTE จ.จันทบุรี
    • Local Experience: เชื่อมโยงวิถีชุมชนอย่างลึกซึ้ง เช่น TOUCH EXPERIENCE ที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.อุดรธานี
    • Worth-Life Balance: ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทั้งกายและใจ เช่น THE BARAI หัวหิน และ KLAI Spa กรุงเทพฯ
    • 5 Must Do in Thailand: กิจกรรมคลาสสิกที่ต้องทำเมื่อมาไทย ทั้งแบบ Iconic และ Must-experience เช่น การชิมหมูย่างเมืองตรัง หรือการเรียนมวยไทย
    • Travel with Care: เส้นทางเที่ยวกระบี่รูปแบบใหม่ “Self Care, Nature Care, Culture Care” ที่ไม่ได้มีดีแค่ทะเล แต่เน้นการดูแลใจและสิ่งแวดล้อม
    • UNESCO Thailand: 7 เส้นทางเมืองสร้างสรรค์ที่ได้รับการรับรองจาก UNESCO เช่น เชียงใหม่ เมืองแห่งหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน
    • Krabi Prototype: โมเดลท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของกระบี่ ผสมผสานธรรมชาติ วัฒนธรรม และกิจกรรมสำหรับคนยุคใหม่
    • Rail Rover Thailand: 10 เส้นทางรถไฟสายชิลล์ เน้นเที่ยวช้าๆ ชมวิวสองข้างทาง เช่น เส้นทางสายชิม (Taste Track) กรุงเทพฯ – หัวหิน – สงขลา

    ดึงอินฟลูฯ ดัง ร่วมการันตีความปัง

    ภายในงานแถลงข่าว ยังได้รับเกียรติจากอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอย่าง เจนนี่ ปาหนัน และ คิวเท โอปป้า มาร่วมแชร์ประสบการณ์ท่องเที่ยวไทย นอกจากนี้ยังมีการจัด Product Showcase และเวิร์กช็อปสาธิตอาหารเมนูสุดเก๋ “คานาเป้ ก้อยปลาดุก” รังสรรค์โดย เชฟไพศาล ชีวินศิริวัฒน์ จากร้านอาหารแก่น จ.ขอนแก่น และร้านอาหารแก่นกรุง ซึ่งเป็นร้านที่ได้รับการแนะนำจากมิชลินไกด์ เพื่อแสดงถึงการต่อยอดวัตถุดิบไทยสู่เมนูระดับโลก

    สรุป

    โครงการ **Tourism Product Highlight 2026** ถือเป็นก้าวสำคัญของ ททท. ในการจัดทัพสินค้าท่องเที่ยวไทยให้แข็งแกร่งและหลากหลาย เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก โดยผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์หรือสอบถามผ่านสายด่วน 1672

    แหล่งอ้างอิง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9871526/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3NadJWs0bwa4S2OSKDw0xi

  • ‘ยศชนัน’ ปราศรัยมุกดาหาร ดันเมืองการค้า-ท่องเที่ยวชายโขง เชื่อมโยงสู่สากล

    ‘ยศชนัน’ ปราศรัยมุกดาหาร ดันเมืองการค้า-ท่องเที่ยวชายโขง เชื่อมโยงสู่สากล

    “ยศชนัน” บุกปราศรัยมุกดาหาร ชูนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิต แก้หนี้ครัวเรือน ดันเมืองการค้าชายโขงสู่สากล ขอประชาชนเลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค

    2 กุมภาพันธ์ 2569 – เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และคณะ เดินทางมายัง จ.มุกดาหาร เพื่อปราศรัยช่วย นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ ผู้สมัคร สส.มุกดาหาร เขต 1 และ น.ส.ปิยธิดา บุตรกาล ผู้สมัคร สส.มุกดาหาร เขต 2 หาเสียง

    นายยศชนัน กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้ยังไงก็แล้วแต่ ต้องมาเจอกับชาวมุกดาหารให้ได้ แน่นอนมุกดาหารคือหมุดหมายหนึ่ง ที่จะดีขึ้นกว่านี้ได้ ตนจะจะขอกล่าวถึงวิสัยทัศน์ของเมืองมุกดาหารว่าเมืองการค้า ทันสมัย คุณภาพสูง ท่องเที่ยวชายโขง เชื่อมโยงสู่สากล สิ่งๆนี้จะไม่เกิดประโยชน์เลยหากไม่มีคุณภาพชีวิตที่ดี และ 8 ก.พ. ตนพร้อมที่จะนำความฝันความหวังของทุกคนเปลี่ยนเป็นความจริงให้ได้ ตนอยากให้พี่น้องอยู่อย่างมีความหวัง อย่างแรกที่เราต้องทำ ตนจะดูเรื่องหนี้ครัวเรือนของมุกดาหาร

    นอกจากนี้ เรามีมะขามหวาน มีมะม่วง พุทรานมสด ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องทำคือการเพิ่มความต้องการทั้งภาครัฐ และความต้องการในการส่งออกต่างประเทศ ตนพร้อมถือธงนำให้ เราจะมีแพลตฟอร์มออนไลน์ ขายของภาครัฐ เราจะทำให้อย่างถูกต้อง เพื่อที่จะช่วยในเรื่องพยุงราคา และเติบโตอย่างยั่งยืนขอให้รู้ว่าเพื่อไทย ไม่ทิ้งชาวมุกดาหารแน่นอน

    นายยศชนัน กล่าวต่อว่า ตนขอฝากผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย ทั้ง 2 เขต เพราะเข้าไปทำงานคนเดียวคงไม่ได้ พร้อมขอให้ตนเข้าไปทำงาน และตนพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของมุกดาหาร ขอสนับสนุนพรรคเพื่อไทยเข้าไปทั้งคนทั้งพรรคไปดูแลคนมุกดาหาร

    จากนั้น นายยศชนัน นำทีมพรรคเพื่อไทย แวะมาทักทายเด็กนักเรียน โรงเรียนทีโอเอวิทยา เทศบาลวัดคำสายทอง จ.มุกดาหาร โดยนายยศชนันได้เดินเข้าไปทักทายกับนักเรียน ก่อนฝากข้อความถึงเด็กๆ ว่า วันนี้ไม่ว่าน้องๆจะเข้าเรียนที่ไหนก็แล้วแต่ ไม่เป็นไร เอาสิ่งที่ตัวเองชอบ แค่นี้ก็พอแล้ว แน่นอนว่าหากทำในสิ่งที่เราชอบ จะมีความสุข สามารถทำตลอดเวลา และทำได้อย่างมีความสุข เรื่องเงินไม่เป็นไร เพราะอีกหน่อยอาชีพไม่ได้เป็นอาชีพตามคณะที่เรียน แต่จะเป็นอาชีพในสิ่งที่เราจะทำ พร้อมขออวยพรให้น้องๆประสบความสำเร็จ และเป็นเด็กดี เป็นอนาคตที่ดีของประเทศชาติ พี่จะทำให้ดีที่สุดเพื่อน้องๆ มุกดาหารทุกคน ก่อนจะถ่ายรูปร่วมกัน และออกเดินทางต่อไปที่ จ. อำนาจเจริญ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/vote69/941136/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1O81Po39jTP4Aj3-SI9BFc

  • เทินหม้อ วัฒนธรรม (สะพาน) มอญ บนกระแสแห่งการท่องเที่ยว

    เทินหม้อ วัฒนธรรม (สะพาน) มอญ บนกระแสแห่งการท่องเที่ยว

    เรื่อง : วิลาสินี หงษ์ศา
    ภาพ : ทิพวรรณ มาประสพ

    เทินหม้อ วัฒนธรรม (สะพาน) มอญ บนกระแสแห่งการท่องเที่ยว

    เท้าของฉันยังไม่ทันก้าวพ้นจากรถตู้ กลิ่นหอมดอกไม้ไทยก็โชยมาเตะจมูก ต่อมาคือความรู้สึกเปียกที่แก้มขวาและซ้าย พร้อมเครื่องหัวร้อยเรียงด้วยกลีบดอกไม้สีขาวแซมแดงวางบนศีรษะ

    “ขอบคุณค่ะ…” ฉันกล่าวพลางฉีกยิ้มกว้าง

    เมื่อสติกลับมา ฉันก็ต้องควักกระเป๋าสตางค์ออกมาจ่ายค่าคอร์สระยะสั้น (ชั่วพริบตา) ทั้งหมด 30 บาท เป็นค่ามงกุฎดอกไม้10 บาทส่วนแป้งทานาคาบนหน้านั้น “ตามแต่จะให้”

    ว้า… ไม่ทันเสียแล้ว ฉันกลายมาเป็นนักท่องเที่ยวเสียแล้ว ไม่ใช่นักสารคดี !” ฉันคิดในใจว่าจะมีผลต่อการทำงานสารคดีครั้งแรกหรือไม่ จากนั้นก็เดินหน้ามุ่งไปยังหมุดหมายที่สะพานไม้ทอดยาวแห่งหนึ่ง ณ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ที่รู้จักกันในนาม “สะพานมอญ”

    สะพานมอญมีอีกชื่อหนึ่งคือ “สะพานอุตตมานุสรณ์” เพื่อเป็นเกียรติแก่หลวงพ่ออุตตมะ บุคคลสำคัญของชุมชนมอญ หลังจากชุมชนเดิมถูกน้ำท่วมขังจากการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ (เขื่อนเขาแหลม) หลวงพ่ออุตตมะตั้งใจสร้างชุมชนให้แน่นแฟ้นแข็งแกร่งดังเดิม สะพานมอญแห่งใหม่นี้จึงได้ถือกำเนิดขึ้น

    turnmor02
    turnmor03
    turnmor04

    ๑.

    ณ ซอยสะพานไม้ก่อนถึงสะพานมอญ ช่วงเวลารุ่งเช้าจะพลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยวในชุดมอญ สวมเสื้อสีขาวทั้งแขนยาวและสั้น ผ้าถุงยาวสีแดงลวดลายสวยงามและผ้าคล้องคอโปร่งสีแดง พร้อมประแป้งทานาคาบนแก้มเป็นลวดลายต่างๆ สวมมงกุฎดอกไม้สีขาวแดงพันขดลวด เก้าอี้พลาสติกสีแดงตั้งเรียงหน้าร้านรวงตลอดสองฝั่ง ซึ่งมีทั้งร้านให้เช่าชุด ร้านขายเครื่องประดับ ร้านอาหารและร้านขายของฝาก

    ทั้งนี้คนพื้นที่จะไม่สวมชุดมอญดั้งเดิมแบบนี้ แต่มักจะใส่ชุดมอญประยุกต์เพราะมีสีสัน ลวดลาย รวมทั้งรูปแบบแปลกใหม่

    ระหว่างเดินไปตามซอยสะพานไม้ฉันเห็นทัศนียภาพของสะพานและแม่น้ำซองกาเลียด้านล่างได้ชัดเจน ทั้งผู้คนและกิจกรรมบนสะพาน นอกจากนักท่องเที่ยวแล้วยังมีกลุ่มเด็กตัวเล็กทั้งหญิงชายในชุดสีสันต่างๆ ประดับ “หม้อ” สีเงินเป็นเครื่องหัวแซมดอกไม้พลาสติกหลากสีซ้อนกันหลายชั้น ดูแล้วสวยงามแปลกตา บางคนเครื่องหัวนั้นสูงกว่าตัวเองเสียอีก

    “พี่ ๆ ถ่ายรูปกับหนูไหมคะ 20 บาทค่ะ”

    “พี่คะถ่ายรูปกับหนูไหมคะ แล้วแต่จะให้ค่ะ”

    “พี่คนสวยถ่ายรูปไหมคะ”

    นี่คือเสียงที่จะได้ยินเมื่อเดินบนสะพานมอญในช่วงเดือนกรกฎาคม ซึ่งมีฝนปรอยแทบตลอดทั้งวัน ทำให้อากาศชื้นจนมอสเขียวน้อยๆ เติบโตขึ้นในช่องว่างบนสะพาน

    ประโยคแรกนั้นเสียงหวานเจื้อยแจ้วชวนให้เอ็นดู เมื่อหันไปก็เจอเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก สูงประมาณ 100 เซนติเมตร แต่กลับไม่ได้มีหม้อเทินอยู่แนบกายหรือแต่งชุดมอญ ตามมาด้วยเสียงหัวเราะชอบใจของชายคนหนึ่งซึ่งคาดว่าเป็นพ่อ

    น้องตัวเล็กคนนั้นเป็นนักท่องเที่ยว”

    ฉันสังเกตว่าเด็กเทินหม้อบนสะพานจะไม่บอกราคาค่าถ่ายรูป มักจะพูดว่า “แล้วแต่ให้” ฉันเดาว่าถ้ากำหนดราคาชัดเจนอาจจะตัดโอกาสในการได้เงินจำนวนมากกว่า แต่เด็กน้อยเหล่านี้ก็อาจไม่ได้สนใจเรื่องเงินมากขนาดนั้น เพราะฉันเข้าไปพูดคุยสอบถามอยู่นานสองนานก็ไม่ได้ให้เลยสักบาท แต่พวกเขาก็ยังวิ่งเข้ามาทักทายเสียงใสแจ๋วทุกครั้งที่กลับขึ้นไปบนสะพาน

    “พี่กินข้าวมายัง”

    “ยังเลย แต่ก็เริ่มหิวแล้ว”

    “หนูยังไม่ได้กินข้าวเลย”

    น้องบอกว่าจะได้กินข้าวตอนกลับไปพักผ่อนที่บ้านหลังนักท่องเที่ยวเริ่มซาลงในช่วงสายสักสิบเอ็ดโมง พวกเขาจะออกมาตั้งแต่เช้าตรู่ราวหกโมง และมาอีกในช่วงบ่ายแก่ประมาณบ่ายสามโมง และกลับบ้านสักทุ่มครึ่ง วันเปิดเทอมก็จะออกจากบ้านช่วงเดิมแล้วกลับไปเปลี่ยนชุดนักเรียน เมื่อเลิกเรียนจึงค่อยเปลี่ยนชุดออกมาอีกครั้ง

    สะพานมอญเป็นสะพานไม้ที่ยาวสุดในประเทศไทย ในอดีตเคยมีความยาวกว่า 850 เมตร แต่ปัจจุบันเหลือเพียงครึ่งหนึ่งราว 447 เมตร เนื่องจากฝนตกหนักในปี 2556 ทำให้สะพานขาด หลังจากซ่อมแซมเสร็จในปีต่อมาก็เริ่มมีการเทินหม้อบนสะพานเพื่อการท่องเที่ยว

    เด็กเทินหม้อบนสะพานนั้นมีภูมิหลังต่างกันออกไป บางคนเกิดที่ไทย เป็นเด็กมอญหรือกะเหรี่ยง บางคนเพิ่งลี้ภัยมาจากพม่า มีทั้งเด็กเล็กเจ้าถิ่นขาประจำซึ่งมาทุกเช้า-เย็น หรือเด็กที่โตหน่อยจะมาแค่ช่วงโรงเรียนหยุด โดยจะมีเหล่าแม่มาคอยคุมตรงหัวหรือท้ายสะพาน

    “มิมิ หรือแก้ว” แม่เลี้ยงเดี่ยวตัวเล็กชาวทวาย วัย 35 ปี ผู้ย้ายมาจากตอนใต้ของพม่าตั้งแต่อายุ 7 ปี แม้พูดภาษาไทยไม่ชัดแต่ก็ฟังไม่ยาก เธอกำลังเฝ้าลูกสองคนที่มาเทินหม้อให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปแลกกับเงินเพื่อหาทุนการศึกษา ส่วนใหญ่จะได้ประมาณวันละ 150 บาท หากเป็นช่วงปีใหม่อาจได้มากถึง 400-500 บาท

    “พี่ก็อยากให้เรียน แต่คือส่งไม่ไหว” มิมิกล่าวหลังจากฉันถามว่าอยากให้น้องเรียนสูงๆ หรือไม่ ตัวเธอเองเคยเข้าโรงเรียนไทยเมื่อสมัยเป็นเด็ก แต่สุดท้ายก็ต้องล้มเลิกไป

    “ปีที่แล้วก็เพิ่งไปเข้าเรียนกศน. แต่ก็… ไม่รอดน่ะ เลี้ยงลูกด้วย ทำงานด้วย จำไม่ได้ (หัวเราะ)”

    “อยากเรียนอยู่ตั้งแต่เด็ก ไม่ได้เรียนหนังสือ อย่างมีคนแชตมาอะไรมา ก็อยากอ่านว่าเขาเขียนอะไรมาบ้าง”

    turnmor05
    turnmor06
    turnmor07

    แม้การเทินหม้อจะเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวมอญ แต่บนสะพานนั้นถ้าใครเทินได้…ก็ทำได้ เพราะฉันได้เจอเด็กสวมชุดกะเหรี่ยงมาเทินหม้อ รวมถึงความลื่นไหลทางเสื้อผ้าวัตถาภรณ์ตามแต่ทุกคนจะอยากใส่ สังขละบุรีจึงถือเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่แท้จริง

    “หนูเป็นเด็กมอญเหรอ”

    “ใช่ค่ะ”

    “แล้วทำไมเราใส่ชุดกะเหรี่ยงอยู่คนเดียวเลยล่ะ”

    “อ๋อ… มันใส่สบายดี”

    เมื่อเลี้ยวออกจากซอยสะพานไม้ไปอีกไม่ไกล ก็จะเจอกับ “ปลายฟ้า”วัย 23 ปี แม่ค้าเทินกะละมัง “ขายผัก” เธอให้ความเห็นเกี่ยวกับการเทินหม้อบนสะพานมอญว่า

    “มีคนชวนแต่เราไม่ทำนะ ไปรอให้เขาเอาตังค์ให้เรา มันไม่ดี ถึงแม้วันนี้จะขายผักไม่ได้ เราก็เก็บไว้พอพรุ่งนี้ก็ขายต่อได้ แต่เทินหม้อมันมีข่าวเสียหาย ไม่อยากให้ครอบครัวเราเสียหาย ไม่อยากให้เมืองของเราเป็นอะไรไป เพราะว่าที่นี่เราอยู่มาตั้งแต่เด็ก”

    “ที่บอกว่าไม่ดีนี่คือยังไงหรือคะ” ฉันถามต่อ

    “บางทีก็มีนักท่องเที่ยวแบบว่า คนชาวมอญ…เดี๋ยวก็ไปขอเงินเค้า ไม่อยากให้เกิดแบบนั้นค่ะ”

    หลังจากแยกกับปลายฟ้าก็เดินต่อไปยังวัดวังก์ หรือวัดวังก์วิเวการาม ที่มีความสำคัญต่อชุมชนชาวมอญอย่างลึกซึ้ง และยังเป็นวัดที่สังขารของหลวงพ่ออุตตมะประจำอยู่ ฉันได้พูดคุยกับพระมหาสุชาติ สิริปัญโญ เจ้าอาวาสวัดวังก์คนปัจจุบัน ท่านให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเด็กเทินหม้อบนสะพานเช่นกัน

    “เด็กที่สะพาน… พวกที่มาเทินของน่ะหรือ พระมหาไม่เห็นชอบมาตั้งแต่ไหน เมื่อก่อนการท่องเที่ยวมันไม่มี การขอตังค์จากนักท่องเที่ยวเนี่ย ชาวบ้านมองเป็นเด็กเหลือขอ นานๆ เข้า เด็กๆ จะกระด้าง คือเขาจะไม่อายกับสิ่งนี้ เขาก็จะเข้าหานักท่องเที่ยวง่าย แต่ความยั่งยืนมันจะไม่มี ต่อมาที่เห็น มันก็จะกลายเป็นมาเฟียเล็กๆ…”

    ส่วนอรัญญา เจริญหงษ์ษา เจ้าของร้านขายเสื้อผ้าบนซอยสะพานไม้และแกนนำด้านวัฒนธรรมของพื้นที่ก็ให้ความเห็นว่า

    “วันก่อนนู้นใครมาประแป้ง แล้วเขาเรียกเก็บเยอะเกินไปนักท่องเที่ยวก็บ่น เขาไปพูดที่อำเภอกับเจ้าหน้าที่ มันก็เป็นภาพลักษณ์ของเรา การท่องเที่ยวเนี่ยอันตรายถ้าเราไม่ได้จัดการให้ดี สังเกตหลายที่ถ้าไม่ได้จัดการอย่างดี พังเกือบทั้งนั้น…”

    เธอยังบอกว่าเคยมีการจัดระเบียบเด็กเทินหม้อบนสะพาน แต่ก็ห่างหายไปเนื่องจากคนดูแลเสียชีวิตไปแล้วไม่มีคนสานต่อ รวมถึงการรณรงค์ให้เลิกเทินหม้อเพื่อการท่องเที่ยวก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะทั้งนักท่องเที่ยวและพ่อแม่เด็กไม่ยินยอม

    turnmor08
    turnmor09
    turnmor10

    หากค้นหาคำว่า “สะพานมอญ”บนอินเทอร์เน็ต นอกจากตัวสะพานก็จะเจอภาพนักท่องเที่ยวถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน อีกทั้งเด็กกลุ่มหนึ่งที่เป็นซูเปอร์สตาร์จิ๋วแห่งเวทีสะพานมอญซึ่งแต่งหน้าแต่งตัวงดงาม แต่ละคนลีลาการโพสท่าไม่มีใครยอมใคร พร้อมความสามารถในการซ้อนหม้อสูง บางคนได้ถึง 13-14 ชั้น อีกทั้งความแก่นเซี้ยวก็พาให้รู้สึกเอ็นดู อยากจะเก็บภาพไว้เป็นความทรงจำ

    แต่หากไปย้อนดูภาพเก่าๆ แม้สะพานมอญเองไม่มีใครยืนเทินหม้อให้ดูก็มีเสน่ห์ในตนเองมากเสียจนคนอยากจะเยี่ยมชมให้เห็นกับตา

    แต่หากไม่มีความต้องการ… ก็คงไม่มีการตอบสนอง

    ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย… ภาพสะพานมอญแบบใดงดงามที่สุด

    อ้างอิง

    • สะพานมอญ จ.กาญจนบุรี ขาดยาวกว่า 30 ม. หลังฝนตกหนักติดกัน 3 วัน-เร่งซ่อมวันนี้. (2556, 29 กรกฎาคม). Thai PBS. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2568, https://www.thaipbs.or.th/news/content/186656
    • สะพานมอญ (สะพานอุตตมานุสรณ์). (ม.ป.ป.). จังหวัดกาญจนบุรี https://ww2.kanchanaburi.go.th/travel/detail/33

    ขอขอบคุณ

    • อรัญญา เจริญหงษ์ษา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sarakadee.com/2026/02/02/turnmor/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-JJSy6Ec-bF7Ad_jNZ7yC

  • เจาะลึก ‘เทรนด์ท่องเที่ยว 2569’ เปิดคำแนะนำ ตัวช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

    เจาะลึก ‘เทรนด์ท่องเที่ยว 2569’ เปิดคำแนะนำ ตัวช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

    Booking.com เผยผลการสำรวจข้อมูลเพื่อคาดการณ์เกี่ยวกับการเดินทางในปี 2026 ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่  การเดินทางกำลังกลายเป็นเรื่องส่วนตัวมากขึ้น ผู้เดินทางกำลังปฏิเสธโปรแกรมการเดินทางแบบมาตรฐาน พร้อมแนะตัววิธีการทำให้ธุรกิจที่พักประสบความสำเร็จ

    การสำรวจข้อมูลเพื่อคาดการณ์เกี่ยวกับการเดินทางในปี 2026 Travel trends 2026 ของเราชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่  การเดินทางกำลังกลายเป็นเรื่องส่วนตัวมากขึ้น ผู้เดินทางกำลังปฏิเสธโปรแกรมการเดินทางแบบมาตรฐานเพื่อแสวงหาประสบการณ์ที่สะท้อนถึงความหลงใหล ค่านิยม และสไตล์ส่วนตัวอย่างแท้จริง

    เปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้ท่านได้โดดเด่นกว่าใครด้วยการนำเสนอที่พักที่เน้นความเป็นตัวเองและการแสดงออกถึงตัวตน การสำรวจข้อมูลของเราที่มีข้อมูลเชิงลึกจากผู้เดินทางกว่า 29,000 คนจาก 33 ประเทศและดินแดนได้ระบุ 10 เทรนด์สำคัญที่กำหนดนิยามใหม่ให้กับวิธีที่ผู้คนจะสำรวจโลก และวิธีที่ท่านสามารถตอบโจทย์พวกเขาได้

    เทรนด์ท่องเที่ยว 2569

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569

    • Romantasy Retreatsดึงดูดผู้เข้าพักเข้าสู่โลกมหัศจรรย์

    เรื่องราวไม่ได้อยู่แค่ในหนังสืออีกต่อไป แต่กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการเดินทาง โดยผู้เดินทางทั่วโลก 71% สนใจไปเยือนจุดหมายปลายทางที่มีบรรยากาศโรแมนติกและแฟนตาซี ตั้งแต่ปราสาทและป่าไม้ไปจนถึงงานเต้นรำสวมหน้ากาก ผู้เข้าพักจะวางแผนทริปที่ทำให้พวกเขาได้สัมผัสเวทมนตร์ที่พวกเขาชื่นชอบ

    ผู้เดินทาง 53% สนใจเข้าร่วมการพักผ่อนที่ให้เล่นบทบาทสมมติจากเกม หนังสือ หรือหนังแฟนตาซีที่ชอบ

    คำแนะนำ : ใช้ภาพถ่ายที่ดึงดูดสายตาในข้อมูลที่พักของท่านเพื่อดึงดูดยอดจองเพิ่มขึ้น แสดงการตกแต่งภายในที่โดดเด่น การตกแต่งที่แปลกตา หรือภูมิทัศน์ที่สวยงาม เพื่อดึงดูดจินตนาการของผู้เข้าร่วม Romantasy Retreats

    •  Humanoid Homesให้บริการที่พักให้เช่าที่เน้นเทคโนโลยีเป็นหลัก

    ปี 2026 คือปีแห่งการท่องเที่ยวที่เน้นเทคโนโลยีเป็นหลัก และผู้เดินทางพร้อมที่จะเปิดรับบ้านพักแห่งอนาคตที่ผสานความสะดวกสบายเข้ากับความอยากรู้อยากเห็น มากกว่าครึ่ง (56%) สนใจที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับหุ่นยนต์ผู้ดูแลที่พักที่สามารถทำอาหาร ทำความสะอาด และแม้กระทั่งเสิร์ฟเครื่องดื่ม

    ท่องเที่ยว

    ผู้เดินทาง 77% สนใจจองบ้านพักที่มีหุ่นยนต์ช่วยยกระดับ และ 25% ต้องการให้หุ่นยนต์จัดการด้านความยั่งยืนเบื้องหลัง

    คำแนะนำ: ค้นหาวิธีลดความยุ่งยากในการดำเนินงานที่พักให้เช่าของท่านด้วยเทคโนโลยี และเน้นเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมในข้อมูลที่พักของท่าน บริการ เช่น เช็คอิน/เช็คเอาท์แบบไร้สัมผัส ระบบเข้าออกโดยไม่ใช้กุญแจ และอุปกรณ์ทำความสะอาดอัตโนมัติ 

    • Turbulence Testสร้างประสบการณ์ที่จะช่วยเสริมสร้างสายสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น

    การเดินทางกำลังกลายเป็นบททดสอบความเข้ากันได้ขั้นสูงสุดสำหรับความสัมพันธ์ทุกรูปแบบในปีใหม่นี้ ผู้เดินทาง 62% จะมุ่งหาทริปในสถานที่ห่างไกล ขณะที่ 59% พร้อมออกทริปโดยมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ภาษา หรืออินเทอร์เน็ตอย่างมากเพื่อทดสอบความสามารถในการปรับตัวและการทำงานเป็นทีม

    ผู้เดินทาง 69% สนใจออกทริปกับคู่ที่กำลังดูใจ เพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนใหม่ เพื่อดูว่าพวกเขาจะเข้ากันได้แค่ไหนโดยเฉพาะ

    คำแนะนำ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการตั้งค่าจำนวนผู้เข้าพักในแต่ละห้องของท่านถูกต้อง เพื่อช่วยให้ผู้เข้าพักผ่อนคลายและมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ที่กำลังเริ่มต้น แทนที่จะกังวลเรื่องการจัดที่นอน

    • Shelf-ie Souvenirsดึงดูดนักชิมที่เปลี่ยนครัวเป็นเวทีแสดงวัฒนธรรม

    ผู้เดินทางกำลังเปลี่ยนใจจากของที่ระลึกแบบดั้งเดิมอย่างแม่เหล็กติดตู้เย็น โดย 68% หันมาให้ความสนใจการซื้อเครื่องครัวดีไซน์เนอร์และของใช้ในครัวแบบงานฝีมือเพื่อประดับชั้นวาง 26% มองหาของที่ระลึกที่รับประทานได้ เพื่อช่วยให้พวกเขาย้อนรำลึกถึงจุดหมายปลายทางทุกครั้งที่ทำอาหาร

    ผู้เดินทาง 55% จะพิจารณาเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่มีชื่อเสียงด้านผลิตภัณฑ์ในครัวหรือเครื่องครัวโดยเฉพาะ

    คำแนะนำ : เรียนรู้วิธีทำให้ครัวของท่านพร้อมต้อนรับผู้เข้าพัก หรือทำตามตัวอย่าง Denitsa เจ้าของโรงแรมที่ได้รับรางวัล ซึ่งเลือกช็อกโกแลตงานฝีมือมาเป็นของขวัญเพื่อสร้างความประหลาดใจและความประทับใจให้กับผู้เข้าพักของเธอ

    • Roadtrip Rewiredรองรับการเดินทางร่วมกันบนท้องถนน

    โร้ดทริปกำลังเปลี่ยนจากการเดินทางส่วนตัวมาเป็นประสบการณ์ทางสังคมที่แบ่งปันร่วมกัน ผู้เดินทาง 79% ชอบโร้ดทริปแบบปุ๊บปั๊บที่ยืดหยุ่น ขณะที่ 54% ยินดีที่จะใช้แอปเพื่อหาผู้ร่วมเดินทางในเส้นทางเดียวกัน โดยมีจุดมุ่งหมายคือการได้สัมผัสกับอิสระและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนเท่านั้น 

    ผู้เดินทาง 84% สนใจการเดินทางแบบแชร์รถร่วมกันในทริปพักผ่อน

    คำแนะนำ : ขจัดความยุ่งยากในการหาที่จอดรถ อัปเดตนโยบายที่จอดรถของท่านเพื่อให้ผู้ที่ออกเดินทางแบบโร้ดทริปค้นหาและเลือกที่พักของท่านได้ง่าย

    •  Destinedationsโปรโมตที่พักตามเทรนด์โหราศาสตร์

    ในปี 2026 โหราศาสตร์ ข้างขึ้นข้างแรม และคำแนะนำด้านจิตวิญญาณจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเดินทาง โดยผู้เดินทาง 43% จะพิจารณาทริปใหม่หากได้รับคำเตือนจากดวงชะตา เกือบครึ่งหนึ่ง (47%) เริ่มคิดถึงการเดินทางเชิงจิตวิญญาณไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เช่น วงหินและวิหารโบราณ

    ผู้เดินทาง 47% จะพิจารณาเปลี่ยนหรือยกเลิกแผน หากที่ปรึกษาหรือไกด์ด้านจิตวิญญาณแนะนำว่าไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม

    คำแนะนำ : ดึงดูดผู้เดินทางที่สนใจโหราศาสตร์ด้วยการนำเสนอสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยเสริมความสมดุลทางจิตวิญญาณและอารมณ์ เช่น ชุดสุขภาพในห้องพักที่ประกอบด้วยสเปรย์ช่วยนอนหลับ น้ำมันหอมระเหย หรือชาสมุนไพรที่ช่วยผ่อนคลาย

    • Glowcationsมีข้อเสนอที่เน้นการดูแลผิวโดยเฉพาะ

    การเดินทางเพื่อสุขภาพจะเปลี่ยนจากการพักผ่อนแบบธรรมดาไปเป็นทริปที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูและเสริมสร้างสุขภาพอย่างจริงจัง ผู้เดินทาง 75% สนใจห้องสวีทที่มีระบบแสงตามวงจรชีวิตและเสียงบรรยากาศเพื่อช่วยปรับปรุงการพักผ่อนและฟื้นฟูผิวพรรณ ขณะที่ 71% ต้องการการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของร่างกายและโปรแกรมออกกำลังกายที่ปรับให้เหมาะกับบุคคล

    เจาะลึก 'เทรนด์ท่องเที่ยว 2569' เปิดคำแนะนำ ตัวช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

    ผู้เดินทาง 80% สนใจจองทริปที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูและเสริมสร้างสุขภาพอย่างจริงจัง ซึ่งรวมถึงการบำรุงผิวหลายรูปแบบซึ่งปรับให้ตรงกับความต้องการด้านการดูแลผิวของแต่ละคน

    คำแนะนำ: เน้นสิ่งอำนวยความสะดวกในข้อมูลที่พักของท่าน เช่น สปาและศูนย์สุขภาพ หรือยิม เพื่อยกระดับประสบการณ์ให้กับผู้เข้าพักทริปที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูและเสริมสร้างสุขภาพอย่างจริงจัง

    • Hushed Hobbiesออกแบบพื้นที่ของท่านโดยเน้นกิจกรรมที่สงบเงียบ

    ผู้เดินทางจะแสวงหาความสงบและความเงียบในปี 2026 ผ่านงานอดิเรกที่ทำให้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น 69% จะพิจารณาเข้าพักในโรงแรมที่สามารถหาอาหารจากบริเวณรอบ ๆ เพื่อนำมาทำอาหารเอง ขณะที่ 25% จะเลือกไปพักผ่อนเพื่อทำงานอดิเรกที่สงบกว่า

    ผู้เดินทาง 43% จะออกทริปเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้นโดยเฉพาะ

    คำแนะนำ : เพิ่มกิจกรรม เช่น การตกปลา การดูนก และการส่องแมลงในข้อมูลที่พักของท่านเพื่อดึงดูดผู้เดินทางที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้งที่แสวงหาช่วงเวลาอันสงบและเรียบง่ายมากขึ้น

    • PastPortsดึงดูดด้วยเสน่ห์การเดินทางย้อนความทรงจำ

    ผู้เดินทางจะพิจารณาทริปที่เชื่อมโยงกับประวัติส่วนตัว โดย 49% มีแรงจูงใจที่จะกลับไปเยือนความทรงจำร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนสนิท เทคโนโลยีกำลังพลิกโฉมความคิดถึง ช่วยให้ผู้คนตามรอยรากเหง้า แบ่งปันเรื่องราวข้ามรุ่น และรื้อฟื้นความทรงจำในรูปแบบใหม่ ๆ

    ผู้เดินทาง 66% จะพิจารณาสร้างประสบการณ์หรือภาพถ่ายขึ้นมาใหม่โดยใช้เทคโนโลยีระบุสถานที่ที่ถ่ายจริง แล้วเดินทางไปที่นั่น

    คำแนะนำ : สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าพักได้หวนรำลึกถึงช่วงเวลาพิเศษด้วยการนำเสนอกิจกรรมและประสบการณ์รอบสถานที่สำคัญในท้องถิ่นและสถานที่ที่มีความหมายอื่น ๆ

    • Modern Milestone Missionsรองรับการฉลองส่วนตัวตามใจนึก

    การเดินทางไม่ได้มีไว้แค่สำหรับฮันนีมูนหรือช่วงวันหยุดเท่านั้น ผู้คนเดินทางด้วยเหตุผลใดก็ได้ ตั้งแต่การฉลองงานใหม่ (24%) ไปจนถึงการเลิกรา (14%) การเดินทางแบบปุ๊บปั๊บกำลังเพิ่มขึ้น อันที่จริงแล้ว ผู้เดินทาง 67% ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลใด ๆ ในการจองทริปพักผ่อน

    ผู้เดินทาง 75% ให้เหตุผลในการจองที่พักเพียงเพราะตนทำงานหนักและสมควรได้พัก

    คำแนะนำ : ตั้งค่าข้อเสนอนาทีสุดท้ายเพื่อดึงดูดผู้เข้าพักที่ต้องการเดินทางกะทันหัน เพราะบางครั้งการผจญภัยที่ดีที่สุดก็เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว

    เตรียมพร้อมสำหรับปี 2026 ด้วยการคาดการณ์เกี่ยวกับการเดินทางเหล่านี้
    ในปี 2026 การเดินทางจะช่วยให้ผู้คนได้สัมผัสกับตัวตนที่แท้จริงของตนเอง ด้วยการปรับตัวตามเทรนด์ผู้เดินทางที่เกิดขึ้นใหม่ ท่านสามารถเตรียมที่พักของท่านให้ประสบความสำเร็จและดึงดูดผู้เข้าพักที่ต้องการสัมผัสโลกในแบบเฉพาะตัวของตนเอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/650505&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0RTowUas0KvJk1Lylu6nkC

  • “ขึ้นเหนือหาหิมะ ลงใต้หนีลมหนาว” กระแสท่องเที่ยวสวนทาง “จีน-ไทย” คึกคัก | เดลินิวส์

    “ขึ้นเหนือหาหิมะ ลงใต้หนีลมหนาว” กระแสท่องเที่ยวสวนทาง “จีน-ไทย” คึกคัก | เดลินิวส์

    สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองคุนหมิง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ว่า “เพิ่งได้รู้ว่า ‘ฤดูร้อนของไทย’ เป็นยังไงก็ตอนไปถึงกระบี่” จางจื่อถง นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เพิ่งกลับจากการท่องเที่ยวไทยกล่าว พร้อมบอกเล่าความทรงจำชวนประทับใจ จากการนวดแผนไทย นั่งเรือสปีดโบ๊ทกลางทะเล และนอนอาบแดดบนชายหาดเกาะพีพี ซึ่งจางถือเป็นหนึ่งในผู้ร่วมโต้กระแสคลื่นการท่องเที่ยวแบบสองทาง “ขึ้นเหนือหาหิมะ ลงใต้หนีลมหนาว” ที่กำลังคึกคักในช่วงระยะนี้ ตามความแตกต่างของสภาพภูมิอากาศและความต้องการท่องเที่ยว

    นักท่องเที่ยวชาวจีนแห่มาท่องเที่ยวไทยเพื่อสัมผัสแสงแดด ลมทะเล และมนต์เสน่ห์เมืองร้อน ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทยแห่เยือนภูเขาหิมะและลานน้ำแข็งของจีนเพื่อสัมผัสประสบการณ์ฤดูหนาวของจริง

    ช่วงไม่นานนี้ ภูเขาหว่าอูในมณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายท่องเที่ยวในจีนที่ได้รับความสนใจไม่น้อยบนสื่อสังคมออนไลน์ของไทย “อาหลิวปักหมุด” ครีเอเตอร์การท่องเที่ยวชาวไทย ได้เดินทางจากกรุงเทพฯ มายังเมืองเฉิงตูของมณฑลเสฉวน ต่อรถไฟความเร็วสูงและรถบัสไปยังภูเขาหว่าอูเพื่อ “ถ่ายรูปเช็กอินภูเขาหิมะ” ซึ่งคลิปวิดีโอทิวทัศน์หิมะขาวละลานตาของเธอกลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว และดึงดูดชาวเน็ตไทยจำนวนมาก เข้ามาสอบถามเส้นทางและข้อมูลต่าง ๆ เพื่อท่องเที่ยวตามรอยบ้าง

    การท่องเที่ยว “ขึ้นเหนือ ลงใต้” แบบสวนทางกันนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยเลือกเดินทางเยือนจีนในช่วงฤดูหนาวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดจุดหมายปลายทางยอดนิยมหลายแห่ง เช่น ภูเขาหว่าอูและภูเขาหิมะซีหลิ่ง ในมณฑลเสฉวน

    ภูเขาหิมะเจี้ยวจื่อในมณฑลยูนนาน ภูเขาฉางไป๋ในมณฑลจี๋หลิน รวมถึงสวนสนุกโลกน้ำแข็ง-หิมะแห่งฮาร์บินในมณฑลเฮย์หลงเจียง
    ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเยือนกรุงเทพฯ กระบี่ ภูเก็ต เชียงใหม่ และอื่น ๆ ในไทย เพื่อเปิดช่วง “หนีหนาว” ใช้วันหยุดยาวแสนอบอุ่นตามชายหาด ป่าฝน และตลาดนัดกลางคืน

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท. ) ระบุว่าหลังจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ เมื่อช่วงกลางเดือนพ.ย. 2568 ภาพลักษณ์เชิงบวกของไทยบนสื่อสังคมออนไลน์ของจีนพัฒนาดีขึ้นอย่างมาก ช่วยให้กระแสการท่องเที่ยวไทยทยอยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

    ปัจจุบัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบริษัทการท่องเที่ยวของจีนและไทยร่วมกันปรับปรุงเส้นทางการบิน ยกระดับการบริการชำระเงินและภาษา และสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวข้ามพรมแดนที่ดียิ่งขึ้น

    ข้อมูลสถิติจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทย เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า ปริมาณนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเยือนไทยในปี 2568 รวมอยู่ที่ 32.97 ล้านคน ซึ่งก่อให้เกิดรายได้จากธุรกิจการท่องเที่ยวราว 1.54 ล้านล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวชาวจีนมีส่วนสร้างรายได้นี้สูงถึง 249,000 ล้านบาท

    นอกจากนั้น ปริมาณนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเยือนไทย ในช่วงสัปดาห์ระหว่างวันที่ 12-18 ม.ค. ยังเพิ่มขึ้นมากกว่า 8% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ทำให้จีนกลายเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติขนาดใหญ่ที่สุดของไทยติดต่อกันสองสัปดาห์.

    ข้อมูล : XINHUA

    เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5561578/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LeV2vypzxezli09677hl0