รัฐบาลกางแผนท่องเที่ยว 4 ล้านล้าน ดันไทยติดท็อป 30 โลก ปั้นท่าเรือสำราญ-ยอร์ช เจาะตลาดไฮเอนด์ : อินโฟเควสท์

รัฐบาลกางแผนท่องเที่ยว-4-ล้านล้าน-ดันไทยติดท็อป-30-โลก-ปั้นท่าเรือสำราญ-ยอร์ช-เจาะตลาดไฮเอนด์-:-อินโฟเควสท์
รัฐบาลกางแผนท่องเที่ยว 4 ล้านล้าน ดันไทยติดท็อป 30 โลก ปั้นท่าเรือสำราญ-ยอร์ช เจาะตลาดไฮเอนด์ : อินโฟเควสท์

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) ครั้งที่ 2/2569 โดยที่ประชุมได้หารือทิศทางการจัดทำแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2571–2575) โดยมุ่งเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว ยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการ ขยายตลาดนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชน 

พร้อมกำหนดเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวรวมไม่น้อยกว่า 4 ล้านล้านบาท และยกระดับอันดับดัชนีการพัฒนาการเดินทางและการท่องเที่ยว (TTDI) ของไทยให้อยู่ใน 30 อันดับแรกของโลก ตามเป้าหมายของร่างแผนดังกล่าว

นางสาวลลิดากล่าวว่า แนวทางสำคัญของแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับใหม่ คือการยกระดับสินค้าและบริการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก โดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางเรือสำราญ (Cruise Tourism) และเรือยอร์ช (Yacht Tourism) ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสร้างรายได้สูง แต่ประเทศไทยยังจำเป็นต้องพัฒนาท่าเทียบเรือสำราญและท่าจอดเรือยอร์ชให้เพียงพอต่อความต้องการ 

โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำกรอบแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูงในระดับนานาชาติ

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้หารือการต่อยอดโอกาสจากการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี IMF–World Bank 2569 โดยนำความสนใจที่ประเทศไทยได้รับจากผู้เข้าร่วมประชุมและนักเดินทางต่างชาติมาต่อยอดด้านการท่องเที่ยวในระยะยาว ผ่านความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ททท. และภาคเอกชน ในการส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวที่นำเสนอเอกลักษณ์และเสน่ห์ไทยสู่สายตานานาชาติ ร

วมถึงเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้กรุงเทพมหานคร เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมขยายตลาดนักท่องเที่ยวทั้งระยะใกล้และระยะไกล โดยตลาดระยะใกล้ให้ความสำคัญกับไต้หวัน เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ส่วนตลาดระยะไกลมุ่งส่งเสริมกิจกรรมขนาดใหญ่ การทำงานร่วมกับบริษัทนำเที่ยว และการขยายความร่วมมือกับสายการบิน เพื่อเพิ่มโอกาสเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยตลอดทั้งปี

นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมยังมีข้อเสนอให้จัดทำปฏิทินกิจกรรมท่องเที่ยวรายจังหวัดตลอดทั้งปี เพื่อเชื่อมโยงเทศกาล วัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรมของชุมชนเข้ากับเส้นทางท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ โดยเผยแพร่ข้อมูลหลายภาษาเพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถวางแผนการเดินทางล่วงหน้าได้ 

พร้อมพิจารณาแนวทางสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวหลายจุดหมายในแต่ละพื้นที่ รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและทัวร์ผลไม้ตามฤดูกาล โดยเฉพาะในจังหวัดภาคตะวันออก เพื่อเพิ่มโอกาสจำหน่ายผลผลิตและสร้างรายได้โดยตรงให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย และชุมชนท้องถิ่น

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือแนวทางอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางให้แก่นักท่องเที่ยวจากตลาดที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะเม็กซิโกและโคลอมเบีย รวมถึงอุซเบกิสถานและเบลารุส โดย ททท. เตรียมเสนอแนวทางพิจารณามาตรการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับทั้ง 4 ประเทศ ต่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องในวันที่ 9 พ.ย.69 ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างประสานการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ E-Visa เพื่อลดระยะเวลาและอุปสรรคในการขอวีซ่า ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังไม่มีผลบังคับใช้ 

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจอนุญาตผู้โดยสารขาเข้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อลดระยะเวลารอคอยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว

สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างการบริหารงานท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานและการเตรียมร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีกำหนดเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาในวันที่ 4 พ.ย.69 พร้อมเห็นชอบให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวในระยะเปลี่ยนผ่าน โดยมีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานอนุกรรมการฯ เพื่อเตรียมความพร้อมและประสานการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ภารกิจด้านการท่องเที่ยวดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพการบริหารงานและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่าน

ส่วนแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่ประชุมได้รับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นต่อมาตรการดังกล่าว ซึ่งได้รับการตอบรับในทิศทางที่ดี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสรุปรายละเอียดและพิจารณาประเด็นที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งมาตรการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและยังไม่ได้เริ่มจัดเก็บ

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการ เพื่อให้รายได้จากการท่องเที่ยวกระจายไปถึงทุกภาคส่วน ตั้งแต่สายการบิน โรงแรม ร้านอาหาร ผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร ไปจนถึงชุมชนท้องถิ่น การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐาน การขยายตลาดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง และการเชื่อมโยงกิจกรรมท่องเที่ยวตลอดทั้งปี จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ตามทิศทางแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 4” นางสาวลลิดา กล่าว

โดย ฐานิสร์ ทองนอก

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/672036&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VfhGhF17zliLmpKFYShxP

Related Post