เมื่อวันที่ 25 ต.ค. “มูลนิธิคลังสมอง วปอ.เพื่อสังคม” นำโดย “พลอากาศเอก ศิริพล ศิริทรัพย์” ร่วมกับ “ดร.กระหยิ่ม ศานต์ตระกูล” รองประธานมูลนิธิฯ จัดการประชุมระดมความคิดเห็นเรื่อง “พลิกฟื้นเศรษฐกิจไผ่และไผ่เครือจรรย์ ด้วยยุทธศาสตร์ปลอดการเผา เพิ่มรายได้ให้ชุมชน” ณ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ ภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และตัวแทนเกษตรกรเข้าร่วมรวม 53 ท่าน เพื่อร่วมกำหนดแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจไผ่ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน

โดยวิกฤติไฟป่าดันโจทย์ด่วน “หยุดเผา ด้วยเศรษฐกิจทางเลือก” จากสถานการณ์ไฟป่าในประเทศไทยระหว่างวันที่ 1 มกราคม-31 พฤษภาคม 2569 พบว่า มีพื้นที่เผาไหม้รวมทุกประเภทพุ่งสูงถึง 26,149,429 ไร่ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.99 จากช่วงเดียวกันของปี 2568) โดยเฉพาะพื้นที่ป่าที่มีการเผาไหม้สูงถึง 13,524,207 ไร่ เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจถึงร้อยละ 55.87 ขณะที่จุดความร้อนสะสมในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือสูงถึง 34,832 จุด ที่ประชุมจึงเห็นพ้องว่า การเร่งฟื้นฟูป่าจะยั่งยืนได้ ต้องเกิดจาก “การสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ” ให้ชุมชนมีรายได้ที่มั่นคงเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงก่อไฟป่า โดยนำเสนอ 6 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ การฟื้นฟูป่าอย่างยั่งยืน, การป้องกันไฟก่อนเกิด, การใช้เทคโนโลยีตรวจจับ, การสร้างเศรษฐกิจปลอดการเผา, การลดผลกระทบสุขภาพ และการปฏิรูประบบบริหารจัดการแบบบูรณาการ “ไผ่เครือจรรย์” และไผ่เศรษฐกิจ ทางออกแปรรูปมูลค่าสูงในการประชุมได้หยิบยก “ไผ่เครือจรรย์” และไผ่สายพันธุ์ท้องถิ่นมาเป็นกรณีศึกษา เนื่องจากลำต้นตรง มีศักยภาพสูงในการแปรรูป

อีกทั้ง สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้หลากหลายตั้งแต่
– ระดับฐานราก: หน่อไม้สำหรับบริโภค สร้างรายได้ระยะสั้นให้เกษตรกรเฉลี่ย 10,000-20,000 บาท/ไร่
– แปรรูปทั่วไป: ลำไผ่สำหรับงานก่อสร้าง ไม้อัด เฟอร์นิเจอร์
– เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy): นำเศษวัสดุทำไบโอชาร์ ปุ๋ยอินทรีย์ และถ่านกัมมันต์
– นวัตกรรมขั้นสูง: ศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถไฟความเร็วสูง เสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย ผสาน 7 กระทรวงขับเคลื่อนเพื่อให้การส่งเสริมเศรษฐกิจไผ่เป็นไปตามแนวคิด “ตลาดนำการผลิต” อย่างครบวงจร
มูลนิธิคลังสมอง วปอ.เพื่อสังคม จึงเสนอโครงสร้างการทำงานร่วมกันของ 7 กระทรวงหลัก คือ
-กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: กำหนดพื้นที่นำร่อง ศึกษาความเหมาะสมของระบบนิเวศและข้อกฎหมาย -กระทรวงเกษตรและสหกรณ์: ส่งเสริมการปลูก รวมกลุ่มเกษตรกร และถ่ายทอดเทคโนโลยี
-กระทรวงอุตสาหกรรม: พัฒนาเทคโนโลยีการแปรรูป ยกระดับมาตรฐาน และสร้างมูลค่าเพิ่ม
-กระทรวงพาณิชย์: ขยายตลาดทั้งใน-ต่างประเทศ และจัดทำกลไกประกันราคาที่เป็นธรรม
-กระทรวงการคลัง (ร่วมกับ ธ.ก.ส.): สนับสนุนแหล่งทุน สินเชื่อ และการลงทุนร่วมระหว่างชุมชนกับเอกชน
-กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.): สนับสนุนงานวิจัย นวัตกรรมแปรรูป และการประเมินคาร์บอนเครดิต -กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม: พัฒนา Big Data นำ AI, โดรน และดาวเทียมมาประยุกต์ใช้ในการติดตามและบริหารจัดการ เตรียมชงสมุดปกขาว สู่รัฐบาลกลุ่มเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ มูลนิธิคลังสมอง วปอ.เพื่อสังคม ระบุว่า “จะนำข้อสรุปและข้อเสนอแนะทั้งหมดไปจัดทำเป็น “สมุดปกขาว” (White Paper) เพื่อเสนอต่อรัฐบาลต่อไป โดยมุ่งเป้าพัฒนาโครงการนำร่องแบบครบวงจรที่มีชุมชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมตั้งตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรม ทั้งพื้นที่เผาไหม้ที่ลดลง อัตรารอดของป่า รายได้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น เพื่อลดยุทธศาสตร์การเผาและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ฟื้นฟูป่า ลดการเผา เพิ่มมูลค่าไผ่ สร้างรายได้ให้ชุมชน”
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6302553/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xCircdMaSzBdIgT0iGidY

