นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า รู้สึกยินดีและเชิญชวนคนไทยร่วมกันภาคภูมิใจที่วัฒนธรรมไทยได้รับคำชื่นชมจากผู้นำองค์กรการเงินระดับโลก ในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี 2569 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings) ระหว่างวันที่ 12 – 18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยนายอาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก และนางคริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ต่างกล่าวชื่นชมการต้อนรับและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของประเทศไทย ทั้งการแสดงเรือพระที่นั่ง ผ้าไหมไทย อาหารไทย และไมตรีจิตของคนไทย ซึ่งสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลก

“รู้สึกปลื้มใจและอยากเชิญชวนให้คนไทยทุกคนร่วมภาคภูมิใจที่ผู้นำองค์กรระดับโลกกล่าวชื่นชมวัฒนธรรมไทย เพราะนี่ไม่ใช่เพียงคำชื่นชมต่อความงดงามของศิลปวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงเสน่ห์และคุณค่าของความเป็นไทยที่สามารถสร้างความประทับใจ เชื่อมโยงผู้คนต่างชาติ ต่างภาษา และสร้างมิตรภาพระหว่างประเทศได้อย่างงดงาม การประชุมระดับโลกครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยได้แสดงศักยภาพทั้งด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตานานาชาติ” รมว.วธ. กล่าว

ทั้งนี้ นายอาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก กล่าวขอบคุณประเทศไทยสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมชื่นชมวัฒนธรรมไทยที่ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 20,000 คนรู้สึกเสมือนอยู่บ้าน ขณะที่นางคริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการจัดการ IMF กล่าวถึงการแสดงเรือพระที่นั่งในพิธีเปิดการประชุม โดยเชื่อมโยงภาพเรือกับสถานการณ์โลกว่า ทุกประเทศต่างอยู่ในเรือลำเดียวกัน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ และภาระหนี้สาธารณะ การจะนำพาโลกให้ก้าวไปข้างหน้าจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างมาก พร้อมกล่าวถึงความประทับใจต่อผ้าไหมไทย อาหารไทย และการต้อนรับของประเทศไทย และระบุว่าจะยังคงสนับสนุนสิ่งเหล่านี้แม้เดินทางออกจากประเทศไทยแล้ว

นางสาวซาบีดา กล่าวเพิ่มเติมว่า คำชื่นชมจากผู้นำองค์กรการเงินระดับโลกครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า วัฒนธรรมไทยไม่ได้เป็นเพียงมรดกอันทรงคุณค่าที่ต้องสืบสานและอนุรักษ์ แต่ยังเป็นทุนสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ประเทศ เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะผ้าไทย อาหารไทย และศิลปวัฒนธรรมที่มีศักยภาพในการต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตลอดจนการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนทั่วประเทศ

“ความประทับใจของผู้นำองค์กรระดับโลกที่มีต่อวัฒนธรรมไทยครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่าเสน่ห์ความเป็นไทยสามารถสื่อสารและเข้าถึงหัวใจผู้คนทั่วโลกได้โดยไม่มีกำแพงด้านภาษา กระทรวงวัฒนธรรมจะเดินหน้าสืบสาน รักษา และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมไทยให้เป็นพลังสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทย เพื่อให้วัฒนธรรมไทยเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในเวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง” รมว.วธ. กล่าว