มูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม จัดสัมมนาวางแผนการเงิน ยึดแนวเศรษฐกิจพอเพียง 

มูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม-จัดสัมมนาวางแผนการเงิน-ยึดแนวเศรษฐกิจพอเพียง 

มูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม จัดสัมมนาวางแผนการเงิน ยึดแนวเศรษฐกิจพอเพียง

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 – ดร.ภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ กรรมการบริหารมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม เปิดเผยว่า มูลนิธิฯ จัดสัมมนาเรื่อง “เราจะอยู่กันอย่างไรในโลกทุนนิยม โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9)” ณ มูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม สำนักงานใหญ่ ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า

เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตและการทำงาน โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี

การสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้แทนธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วม ได้แก่ ดร.สาธิต ผ่องธัญญา Senior Vice President, Head of Family Wealth Solution, Wealth & Private Bank คุณวัชรชัย สวัสดิไชย Vice President, Family Wealth Solution, Wealth & Private Bank คุณกิติกร ลิ้มมงคล (CFA) Financial Consultant และคุณน้องหญิง สุขเจริญ Private Banker

รวมถึงผู้แทนสาขาหัวลำโพง ได้แก่ คุณดวงใจ สุขสมบัติ ผู้จัดการสาขา คุณจุมพฏา อาจทวีกุล เจ้าหน้าที่อำนวยบริการอาวุโส และคุณนันทภัค ธรรมศิริ เจ้าหน้าที่การตลาด

นอกจากนี้ คณะที่ปรึกษามูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียมยังเข้าร่วมการสัมมนา ได้แก่ พลเอก วรวิทย์ ชินะนาวิน พลโท บรรพต งามกัณหา คุณยงจิตต์ สุนทร-วิจารณ์ คุณอภิสิทธิ์ ธรรมใจ คุณสุพจน์ อ่อนบุญมี คุณสุชาดา ล้วนรอด และคุณปาริมา บุญภักดี

โดยผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนแนวทางสร้างความมั่นคงให้แก่ตนเองและครอบครัวอย่างยั่งยืน

ดร.ภาคภูมิ กล่าวว่า การดำเนินชีวิตในโลกทุนนิยมจำเป็นต้องอาศัยความรู้ ความรอบคอบ และความเข้าใจฐานะของตนเอง โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการบริโภค การใช้จ่าย การทำงาน และการลงทุนให้เหมาะสมกับกำลังที่มี หลักสำคัญ 3 ประการ

ได้แก่ ความพอประมาณ คือการดำเนินชีวิตไม่เกินกำลังและไม่เบียดเบียนตนเองหรือผู้อื่น ความมีเหตุผล คือการพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องและผลที่อาจตามมาก่อนตัดสินใจ และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี คือการเตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง ทั้งหมดนี้ต้องตั้งอยู่บนเงื่อนไขความรู้และคุณธรรม โดยใช้ความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวัง ควบคู่กับความซื่อสัตย์สุจริต ความอดทน และความเพียร

ดร.ภาคภูมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนมีนโยบายส่งเสริมการปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้ จึงจัดทำโครงการ “สวนลุงเติ้ง” ในพื้นที่ไม่ไกลจากเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ โดยปลูกผักหลากหลายชนิด อาทิ แตงกวา ถั่วพู ฟัก มะเขือ พริก ผักกาดขาว กวางตุ้ง ถั่วฝักยาว และโหระพา

พร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานใช้เวลาว่างหลังเลิกงานร่วมกันดูแลและเก็บเกี่ยวผลผลิต แล้วนำผลผลิตมาแจกจ่ายให้พนักงานเพื่อใช้ประกอบอาหารในครัวเรือน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเป็นการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

สำหรับการสร้างภูมิคุ้มกันในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ได้เน้นย้ำถึงการศึกษาและทำความเข้าใจปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อย่างถ่องแท้ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการทำงานและการดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการลงทุนอย่างไม่ประมาท ด้วยการศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบและประเมินระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้

นอกจากนี้ ยังมองว่าระบบการเงินในอนาคตอาจเปลี่ยนแปลงไป ทั้งบทบาทของเงินเฟียตหรือเงินตราที่ออกโดยรัฐ การใช้คริปโทเคอร์เรนซี เช่น บิตคอยน์ ตลอดจนรูปแบบการแลกเปลี่ยนสิ่งของ ความเป็นไปได้เหล่านี้สะท้อนถึงความไม่แน่นอนที่ทุกคนควรติดตาม เรียนรู้ และเตรียมพร้อมรับมือ

“อยากให้ทุกคนยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้มั่น และขอเชิญชวนเด็กและเยาวชนเปิดใจศึกษาปรัชญานี้ เพื่อนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวัน ทั้งการบริโภค การใช้จ่าย การเรียนรู้ และการวางแผนอนาคต ให้สามารถดำเนินชีวิตท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีสติและมั่นคง” ดร.ภาคภูมิ กล่าวปิดท้าย

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.khaosod.co.th/pr-news/news_10437085&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ESqRBwgJUZnIJ6CzHgii4