“ศ.สุชาติ” ชี้เศรษฐกิจไทยรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน ต้องสร้างผลผลิต ไม่ใช่กู้เงินมาแจกเพื่อบริโภค

“ศ.สุชาติ”-ชี้เศรษฐกิจไทยรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน-ต้องสร้างผลผลิต-ไม่ใช่กู้เงินมาแจกเพื่อบริโภค

วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 10.53 น.

 ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช ย้ำแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจไทย ต้องมุ่งเพิ่มผลิตภาพ ยกระดับรายได้และเงินออม พร้อมส่งเสริมการลงทุนที่สร้างผลผลิตในอนาคต เตือนการกู้เงินมาใช้จ่ายโดยไม่เพิ่มศักยภาพการผลิต อาจเป็นเพียงการดึงการบริโภคจากอนาคตมาใช้ในวันนี้

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจไทย โดยระบุว่า การสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้ประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ควรมุ่งเน้นเพียงการกระตุ้นให้ประชาชนใช้จ่ายเงินมากขึ้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับการเพิ่มความสามารถในการผลิตของประชาชนและภาคธุรกิจ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว

ชี้หัวใจเศรษฐกิจยั่งยืน ต้องเพิ่มผลิตภาพและรายได้

ศ.ดร.สุชาติ กล่าวว่า การทำให้ประเทศเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสทำงานมากขึ้น มีผลิตภาพสูงขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น และมีเงินออมมากขึ้น ก่อนนำเงินออมไปสู่การลงทุนที่สามารถสร้างผลผลิตและรายได้ในอนาคต

แนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจจากรากฐาน โดยให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่แท้จริง ทั้งการพัฒนาทักษะแรงงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การยกระดับเทคโนโลยี และการส่งเสริมการลงทุนในกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

ตั้งคำถามนโยบายกู้เงินแจก กระตุ้นใช้จ่ายแล้วประเทศได้อะไร

ศ.ดร.สุชาติ ตั้งข้อสังเกตว่า แม้รัฐบาลสามารถกู้เงินมาแจกจ่ายให้ประชาชนนำไปใช้บริโภค กิน เที่ยว หรือซื้อสินค้า เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในระยะสั้นได้ แต่ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ เมื่อเงินกู้ถูกใช้หมดไปแล้ว ประเทศจะมีศักยภาพทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด

ประเด็นสำคัญที่ควรนำมาประเมิน ได้แก่

ประเทศมีโรงงานหรือกิจการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นหรือไม่
คนไทยมีความรู้ ทักษะ และผลิตภาพในการทำงานสูงขึ้นหรือไม่
เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตได้รับการพัฒนาหรือไม่
ต้นทุนการผลิตลดลงและความสามารถในการแข่งขันดีขึ้นหรือไม่
ประชาชนมีรายได้จากการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างถาวรหรือไม่

คำถามเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การประเมินนโยบายเศรษฐกิจไม่ควรพิจารณาเฉพาะเม็ดเงินที่หมุนเวียนในระบบหรือยอดการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ควรพิจารณาด้วยว่านโยบายนั้นช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและสร้างรายได้ให้ประเทศในระยะยาวได้จริงหรือไม่

เตือนบริโภควันนี้ แต่ภาระหนี้อาจตกกับอนาคต

ศ.ดร.สุชาติ ระบุว่า หากการใช้เงินกู้เพื่อกระตุ้นการบริโภคไม่สามารถสร้างการลงทุน เพิ่มผลิตภาพ หรือยกระดับความสามารถในการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ ผลที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพียงการดึงการบริโภคจากอนาคตมาใช้ในปัจจุบัน ขณะที่ภาระหนี้ยังคงอยู่และต้องได้รับการชำระในวันข้างหน้า

ข้อกังวลดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการพิจารณาความคุ้มค่าของการกู้เงินภาครัฐ โดยเฉพาะการประเมินผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง เปรียบเทียบกับต้นทุนการกู้ยืม ภาระดอกเบี้ย และความสามารถในการชำระหนี้ของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ผลของนโยบายกระตุ้นการบริโภคยังขึ้นอยู่กับรายละเอียดของมาตรการ สถานการณ์เศรษฐกิจ และการตอบสนองของภาคธุรกิจด้วย เพราะการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอาจช่วยพยุงธุรกิจ รักษาการจ้างงาน และกระตุ้นการผลิตได้ในบางสถานการณ์ จึงจำเป็นต้องประเมินผลจากข้อมูลและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงควบคู่กันไป

ข้อเสนอของ ศ.ดร.สุชาติ นำไปสู่ประเด็นสำคัญในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจไทยว่า การกระตุ้นการใช้จ่ายในระยะสั้นควรดำเนินควบคู่กับการลงทุนที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาคน การยกระดับเทคโนโลยี การลดต้นทุนธุรกิจ และการสร้างโอกาสให้ประชาชนมีรายได้อย่างยั่งยืน

หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการทำให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น แต่ต้องทำให้ประเทศสามารถผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่ม แข่งขันได้ และเปลี่ยนความสามารถในการผลิตให้เป็นรายได้ของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

แนวคิดสำคัญจากข้อเสนอครั้งนี้ คือ เศรษฐกิจที่มั่นคงในระยะยาวต้องอาศัยการสร้างผลผลิตและเพิ่มผลิตภาพอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการบริหารหนี้สาธารณะอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้ภาระทางการเงินในวันนี้กลายเป็นข้อจำกัดของคนไทยในอนาคต
 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/politic/494133&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-y5cJkynnHXLtjuDWDY4b