ตลาดน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อแต่ยังผันผวนสูง หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมารุนแรงขึ้น ขณะที่การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเผชิญความเสี่ยง ด้านตลาดหุ้นนิวยอร์กมีโอกาสเปิดในแดนลบถึงทรงตัว นักลงทุนกังวลทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หลังตัวเลขจ้างงานออกมาแข็งแกร่ง ขณะที่ราคาน้ำมันในประเทศล่าสุดยังอยู่ในระดับสูง โดยราคาขายปลีกในกรุงเทพฯ จาก 4 สถานีบริการยังต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงจากผู้ค้าน้ำมันอย่างใกล้ชิด
ตลาดน้ำมันดิบแนวโน้มขาขึ้น จับตาช่องแคบฮอร์มุซ
สำหรับแนวโน้มตลาดน้ำมันดิบวันที่ 8 ก.ย. 2569 มีโอกาส “ปรับตัวขึ้นต่อ” แต่ยังต้องเผชิญความผันผวนสูง โดยปัจจัยสำคัญมาจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมารุนแรงขึ้น รวมถึงความกังวลต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ต.ค. ปิดที่ 91.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 18 เซนต์ หรือ 0.2% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือน พ.ย. ปิดที่ 96.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 76 เซนต์ หรือ 0.8% ส่งผลให้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา WTI ปรับตัวขึ้นเกือบ 10% และเบรนท์เพิ่มขึ้น 7.6%
หนึ่งในปัจจัยที่ตลาดจับตาคือความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลาง โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เฉลี่ยประมาณ 10 ลำต่อวันในช่วง 10 วันที่ผ่านมา และยังไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่มาก หรือ VLCC ออกจากช่องแคบดังกล่าวนับตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนถึงความกังวลเกี่ยวกับการขนส่งน้ำมันในภูมิภาค
ขณะเดียวกัน OPEC+ มีมติเมื่อวันที่ 6 ก.ย. ให้คงนโยบายการผลิตน้ำมันสำหรับเดือนตุลาคม ซึ่งช่วยจำกัดโอกาสที่อุปทานใหม่จะไหลเข้าสู่ตลาดและกดดันราคาน้ำมันในระยะสั้น
อีกปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันต่อตลาดคือราคาดีเซลขายปลีกในสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นแตะประมาณ 5.85 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนภาวะตึงตัวของตลาดน้ำมันสำเร็จรูป และอาจเพิ่มต้นทุนด้านการขนส่ง ภาคเกษตร และภาคธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องระวังแรงขายทำกำไร หลัง WTI ปรับตัวขึ้นเกือบ 10% ภายในสัปดาห์เดียว และราคาน้ำมันกำลังเข้าใกล้ระดับจิตวิทยาที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการปรับขึ้นรอบนี้เกิดจากความกังวลและการเก็งกำไรจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าภาวะขาดแคลนน้ำมันอย่างรุนแรง
สำหรับวันที่ 8 ก.ย. มุมมองตลาดยังเป็น “ขาขึ้นแบบผันผวน” โดย WTI มีโอกาสทดสอบบริเวณ 92-95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 95 และ 100 ดอลลาร์ ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 90 และ 88 ดอลลาร์ ส่วนเบรนท์มีโอกาสเคลื่อนไหวเหนือ 95 ดอลลาร์ และทดสอบระดับ 100 ดอลลาร์ หากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยกระดับขึ้นอีก
ช่วงเปิดตลาดเอเชียล่าสุดยังสะท้อนแรงซื้อ โดย WTI ขยับขึ้นแตะประมาณ 92.18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเบรนท์อยู่ที่ประมาณ 96.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลว่าความขัดแย้งอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันมากขึ้น
ตลาดหุ้นนิวยอร์กเสี่ยงเปิดลบ นักลงทุนจับตาเฟด
ด้านตลาดหุ้นนิวยอร์กก่อนเปิดตลาดวันที่ 8 ก.ย. 2569 มีแนวโน้มเปิดในแดนลบถึงทรงตัว และยังมีความผันผวนสูง หลังนักลงทุนกลับเข้าสู่ตลาดจากวันหยุดยาว โดยประเด็นสำคัญยังอยู่ที่ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด
แรงกดดันสำคัญมาจากตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ เดือนส.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้เพียง 56,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานอยู่ที่ 4.1% และตัวเลขการจ้างงานเดือนมิ.ย.-ก.ค. ถูกปรับเพิ่มขึ้นอีก 55,000 ตำแหน่ง สะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง
ตัวเลขดังกล่าวทำให้นักลงทุนกังวลว่าเฟดอาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อควบคุมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการในวงกว้าง
ในการซื้อขายวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 ตลาดปรับตัวลง โดยดาวโจนส์ลดลง 271.86 จุด หรือ 0.51% ปิดที่ 53,414.25 จุด ดัชนี S&P500 ลดลง 0.38% ปิดที่ 7,718.60 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 0.29% ปิดที่ 26,506.99 จุด
สำหรับการซื้อขายวันที่ 8 ก.ย. นักลงทุนมีแนวโน้มระมัดระวังและลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นเติบโต หากตลาดเพิ่มการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงหรือส่งสัญญาณเข้มงวดด้านดอกเบี้ยต่อไป อย่างไรก็ตาม หากนักลงทุนมองว่าตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่งสะท้อนพื้นฐานเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังดี อาจช่วยจำกัดแรงขายและเปิดโอกาสให้ตลาดฟื้นตัวระหว่างวัน
ราคาน้ำมันประจำวันที่ 7 ก.ย. 2569
ส่วนราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศประจำวันที่ 7 ก.ย. 2569 อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. โดยข้อมูลที่ระบุในรายงานเป็นราคาขายปลีกน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพฯ จาก 4 ผู้ให้บริการ ได้แก่ ปตท. บางจาก พีที และเชลล์ ซึ่งข้อมูลราคาชุดนี้อัปเดต ณ วันที่ 2 ก.ย. 2569 เวลา 05.00 น. มีรายละเอียดดังนี้
ราคาน้ำมัน ปตท. (PTT)
แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 38.29 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 33.29 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 29.23 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 37.92 บาท/ลิตร
ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ราคา 39.14 บาท/ลิตร
เบนซิน ราคา 47.28 บาท/ลิตร
ราคาน้ำมันบางจาก
แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 38.229 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 33.29 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 29.23 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 37.92 บาท/ลิตร
ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ราคา 39.14 บาท/ลิตร
ดีเซลพรีเมียม ราคา 49.25 บาท/ลิตร
ราคาน้ำมัน พีที (PT)
ดีเซล ราคา 39.14 บาท/ลิตร
ดีเซล B20 ราคา 34.14 บาท/ลิตร
เบนซิน ราคา 47.78 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 38.29 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 37.92 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 33.29 บาท/ลิตร
ราคาน้ำมันเชลล์ (Shell)
เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 33.49 บาท/ลิตร
เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 38.42 บาท/ลิตร
เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 38.79 บาท/ลิตร
เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 49.84 บาท/ลิตร
เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล ราคา 39.14 บาท/ลิตร
เชลล์ ดีเซล B20 ราคา 34.14 บาท/ลิตร
เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล ราคา 49.84 บาท/ลิตร
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดังกล่าวอ้างอิงจากรายงานของ สนพ. ซึ่งจะมีการอัปเดตเมื่อผู้ค้าน้ำมันประกาศเปลี่ยนแปลงราคา โดยราคาที่แสดงเป็นราคาขายปลีกในกรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นกรุงเทพฯ ผู้บริโภคควรตรวจสอบราคาที่หน้าสถานีบริการอีกครั้งก่อนเติมน้ำมัน
ภาพรวมตลาดวันที่ 8 ก.ย. 2569 ตลาดน้ำมันดิบยังมีน้ำหนักเป็นบวกจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความกังวลต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบลบ โดยนักลงทุนประเมินทิศทางดอกเบี้ยเฟดควบคู่กับผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น หากสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านรุนแรงขึ้น ราคาน้ำมันมีโอกาสเร่งตัวเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่หากสถานการณ์คลี่คลายก็มีโอกาสเกิดแรงขายทำกำไรอย่างรวดเร็ว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/319841&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2y4o0LuiMykUbRxKycfMDA
