“วราวุธ” ปักหมุด 5 จังหวัดใต้ เร่งเครื่องเศรษฐกิจครบวงจร ดัน “ยาง-ฮาลาล-อาหาร” สร้างมูลค่า เชื่อมการค้ามาเลเซีย-อาเซียน สร้างรายได้กลับสู่ประชาชน
วันที่ 30 สิงหาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานการประชุมกลุ่มย่อยที่ 1 ด้านเศรษฐกิจ ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ที่ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตสงขลา เปิดเผยว่าได้ประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค และแนวทางพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยมุ่งเปลี่ยนข้อเสนอจากพื้นที่ให้เป็นมาตรการที่ทำได้จริงและสร้างรายได้กลับสู่ประชาชน
นายวราวุธ กล่าวว่า การพัฒนา 5 จังหวัดต้องใช้พื้นที่เป็นฐาน โดยนำจุดแข็งของแต่ละจังหวัดมาต่อยอดเป็นห่วงโซ่เศรษฐกิจร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างพัฒนา ตั้งแต่ต้นน้ำที่เป็นเกษตรกรและผู้ผลิตรายย่อย ไปสู่การแปรรูป การสร้างแบรนด์ มาตรฐาน และตลาด เพื่อให้วัตถุดิบในพื้นที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้อยู่ในชุมชนมากขึ้น
ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) สะท้อนภาพเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของพื้นที่ยังมีความเหลื่อมกันสูง โดยช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 สตูลมีดัชนีอุตสาหกรรมขยายตัวถึง 26.5% ขณะที่สงขลาขยายตัว 0.3% ยะลา 0.5% ส่วนนราธิวาสหดตัว 1.1% และปัตตานีหดตัว 15.2% ขณะที่ภาคใต้โดยรวมยังหดตัว 2.4% สะท้อนการแก้ปัญหาจำเป็นต้องออกแบบให้ตรงกับศักยภาพและข้อจำกัดของแต่ละพื้นที่
ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมจะผลักดันอุตสาหกรรมที่มีฐานวัตถุดิบและชุมชนรองรับอยู่แล้ว โดยเฉพาะ ยางพารา อาหารทะเล ปาล์มน้ำมัน อุตสาหกรรมชีวภาพ และฮาลาล เปลี่ยนจากการขายวัตถุดิบไปสู่ผลิตภัณฑ์ปลายน้ำมูลค่าสูง เช่น ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารแปรรูป และผลิตภัณฑ์ชีวภาพ พร้อมเชื่อมตลาดมาเลเซีย อาเซียน และตลาดมุสลิม
“หัวใจคือทำอย่างไรให้ของที่มีอยู่ในพื้นที่ขายได้ราคาดีขึ้น และรายได้ไม่ไหลออกจากพื้นที่ โดยการพัฒนาจะต้องเชื่อมผู้ประกอบการรายใหญ่กับเอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชน และเกษตรกร ตั้งแต่การพัฒนามาตรฐาน เทคโนโลยี การแปรรูป ไปจนถึงช่องทางตลาด เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรง”
ขณะเดียวกัน รัฐจะเร่งปลดล็อกปัญหาที่เป็นต้นทุนของการลงทุนและการทำธุรกิจ ทั้งขั้นตอนการขออนุญาต กฎระเบียบ การเข้าถึงเทคโนโลยี และปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยใช้ระบบ Single Window และ e-License ลดขั้นตอนการอนุญาต พร้อมส่งเสริมระบบอัตโนมัติและดิจิทัลเพื่อเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และช่วยให้ผู้ประกอบการในพื้นที่แข่งขันได้
นายวราวุธ กล่าวว่า ข้อเสนอจากการเวิร์กชอปครั้งนี้จะถูกคัดเลือกโดยให้ความสำคัญกับโครงการที่จำเป็น เร่งด่วนและพร้อมทำ รวมถึงเรื่องที่ต้องบูรณาการหลายหน่วยงาน เพื่อให้ทรัพยากรและงบประมาณภาครัฐลงไปแก้ปัญหาที่ประชาชนเผชิญจริง
“ข้อเสนอจากพื้นที่ต้องไม่จบเพียงบนโต๊ะประชุม แต่ต้องนำไปสู่การปฏิบัติและเกิดผลกับประชาชนจริง เพื่อเป้าหมายคือใช้สงขลาเป็นจุดเชื่อมการค้าและโลจิสติกส์กับมาเลเซียและอาเซียน เชื่อมฐานวัตถุดิบและผู้ประกอบการของสตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาสเข้ากับห่วงโซ่การผลิตเดียวกัน ช่วยยกระดับสินค้าจากชุมชน เพิ่มมูลค่าผลผลิต สร้างตลาดใหม่ และทำให้เงินหมุนเวียนกลับสู่เศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม” นายวราวุธ กล่าว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2956299&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0dpA0a5UDv9Y4mD8CuLkqG
