สศอ.หั่นเป้า MPI ปี 69 เหลือ 0-0.5% เศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทยเจอ 4 แรงกดดัน

สศอหั่นเป้า-mpi-ปี-69-เหลือ-0-0.5%-เศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทยเจอ-4-แรงกดดัน
สศอ.หั่นเป้า MPI ปี 69 เหลือ 0-0.5% เศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทยเจอ 4 แรงกดดัน

นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยถึงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกรกฎาคม 2569 ว่า อยู่ที่ระดับ 94.80 ขยายตัว 0.46% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมที่สอดรับกับเทรนด์เทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค 

โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตตามกระแส AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ส่งผลต่อเนื่องไปยังการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงสำเร็จรูปยังเติบโตตามกระแส Pet Humanization และอาหารสำเร็จรูปได้รับอานิสงส์จากพฤติกรรมผู้บริโภคในสังคมเมือง นอกจากนี้ มาตรการภาครัฐในการกระตุ้นกำลังซื้อและบรรเทาต้นทุนพลังงาน รวมถึงเงินบาทที่อ่อนค่าลง ยังช่วยสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกไทย

สศอ.หั่นเป้า MPI ปี 69 เหลือ 0-0.5% เศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทยเจอ 4 แรงกดดัน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม ซึ่งส่งผลต่อความผันผวนของราคาพลังงาน ทำให้ต้นทุนการผลิตและต้นทุนโลจิสติกส์ของภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น ประกอบกับความเสี่ยงด้านการจัดหาวัตถุดิบ ความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน และความไม่แน่นอนจากมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ อาจส่งผลต่อบรรยากาศการส่งออกและการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ 

รวมถึงการปรับตัวของห่วงโซ่อุปทานและการค้า นอกจากนี้ การท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ชะลอลงอาจส่งผลต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม แต่อย่างไรก็ตามภาคอุตสาหกรรมไทยยังสามารถปรับตัว การบริหารจัดการต้นทุน และการรักษาระดับการผลิตได้อย่างเหมาะสม

ระบบเตือนภัยเศรษฐกิจอุตฯส.ค.ปกติ

ด้านระบบการเตือนภัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนสิงหาคม 2569 ส่งสัญญาณปกติเบื้องต้น โดยได้รับผลดีจากการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัว แต่ยังมีแรงกดดันจากกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอและมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อภาคการผลิตในประเทศ ด้านปัจจัยต่างประเทศ ส่งสัญญาณเฝ้าระวัง จากความกังวลต่อมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อภาคการผลิตในบางประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังมีผลดีจากความต้องการสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตได้ต่อเนื่อง

สศอ.หั่นเป้า MPI ปี 69 เหลือ 0-0.5% เศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทยเจอ 4 แรงกดดัน

สำหรับแนวโน้มปี 2569 สศอ. ได้ปรับประมาณการภาคอุตสาหกรรมจากประมาณการเดิม โดยคาดว่าดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) จะขยายตัวที่ในช่วงระหว่าง 0.0 – 0.5% ขณะที่ GDP ภาคอุตสาหกรรมคาดว่าจะขยายตัวในช่วงระหว่าง 0.75 – 1.75% จากเดิมที่เคยประเมิน MPI และ GDP ภาคอุตสาหกรรมไว้ในช่วง 1.0 – 2.0% 

ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยกดดันสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจและมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ปัญหาหนี้ครัวเรือนและการบริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัว รวมถึงการแข่งขันจากสินค้านำเข้าราคาถูก อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการค้าระหว่างประเทศกับคู่ค้าหลักที่ยังมีทิศทางเติบโต มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชน และความต้องการสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center ซึ่งจะเป็นแรงสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะต่อไป

อุตสาหกรรมส่งผลบวก-ลบ

สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อดัชนีผลผลิตเดือนกรกฎาคม 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบด้วย

  • ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม ขยายตัว 9.125 จากน้ำมันเครื่องบิน น้ำมันเตา น้ำมันก๊าด และน้ำมันเบนซิน 95 เป็นหลัก เนื่องจากในปีก่อนผู้ผลิตบางรายหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นครั้งใหญ่ ส่งผลให้ปีก่อนมีฐานต่ำ
  • คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ขยายตัว 28.23% จาก Hard Disk Drive เป็นหลัก เนื่องจากการเติบโตของ Data center และ AI จึงส่งผลให้มีความต้องการใช้อุปกรณ์จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 
  • น้ำตาล ขยายตัว 28.30% จากน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ เป็นหลัก เนื่องจากการเร่งแปรรูปน้ำตาลทรายดิบเป็นน้ำตาลประเภทต่าง ๆ เพื่อส่งมอบตามสัญญา

ด้านอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบต่อดัชนีผลผลิตเดือนกรกฎาคม 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบด้วย

  • น้ำมันปาล์ม หดตัว 22.88% จากน้ำมันปาล์มดิบ และน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ เนื่องจากปริมาณผลปาล์มที่ออกสู่ตลาดลดลง
  • ปุ๋ยเคมีและสารประกอบไนโตรเจน หดตัว 41.31% จากปุ๋ยเคมี เนื่องจากกำลังซื้อของเกษตรกรในประเทศหดตัว ประกอบกับต้นทุนแม่ปุ๋ยมีราคาสูง
  • พลาสติกและยางสังเคราะห์ขั้นต้น หดตัว 12.99% จาก Polyethylene และ Ethylene เป็นหลัก เนื่องจากมีคำสั่งซื้อลดลง ประกอบกับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิต

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/667528&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jFUr8Ge_PcY7riU1HqcTw