‘วีระยุทธ’ซัดรัฐบาลเดินเศรษฐกิจผิดทาง แขวนทุกอย่างไว้กับ ดาต้าเซ็นเตอร์-ขาดดุลนำเข้ามหาศาล | เดลินิวส์

‘วีระยุทธ’ซัดรัฐบาลเดินเศรษฐกิจผิดทาง-แขวนทุกอย่างไว้กับ-ดาต้าเซ็นเตอร์-ขาดดุลนำเข้ามหาศาล-|-เดลินิวส์

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 ส.ค. ที่รัฐสภา พรรคประชาชน ประชุม ครม. เงา ครั้งที่ 10 นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ นายกรุณพล เทียนสุวรรณ เรื่องประเมินผลงานเศรษฐกิจของรัฐบาลจากจีดีพีไตรมาสสอง และข้อเสนอแก้ปัญหาเศรษฐกิจและวิกฤติยานยนต์จากพรรคประชาชน

นายวีระยุทธ กล่าวว่า สภาพัฒน์แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 2 โต 1.9% หากเทียบแบบปีต่อปี หรือเทียบไตรมาสต่อไตรมาสถือว่าหดตัว -0.2% ในภาพรวมสะท้อนสัญญาณที่ไม่ค่อยดี แต่ก็พอเข้าใจได้เพราะอยู่ในช่วงที่เผชิญกับสงครามตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อวิกฤติพลังงาน แต่กังวลความเห็นของรองนายกฯ และรมว.คลังเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยกำลังโตถูกทาง ซึ่งหากเดินไม่ถูกทางควรมีการปรับนโยบายอย่างไร

หากดูไส้ในคือรัฐบาลปล่อยผีดาตาเซ็นเตอร์เข้ามาโดยไม่ทำ EIA ไม่มีเงื่อนไขโลคอลคอนเทนต์ (การใช้การผลิตในประเทศ) การลงทุนที่ขยายตัว 13% เกิดจากการนำเข้าเครื่องจักรแทบทั้งหมด ในช่วง 6 เดือนแรกทำให้ประเทศไทยขาดดุลการค้า -1 ล้านล้านบาท ทำให้ดาต้าเซ็นเตอร์กลายเป็นเดอะแบกของเศรษฐกิจไทยตัวใหม่ เป็นการเอาเศรษฐกิจไทยในอนาคตไปแขวนไว้กับดาต้าเซ็นเตอร์ และการนำเข้าที่ขาดทุนมหาศาลขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่อุตสาหกรรมและแรงงานไทยกำลังแย่ลงจากปากเหวยังไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างจริงจัง เพราะกำลังการผลิตในไตรมาส 2 ลดเหลือ 57% ต่ำสุดในรอบ 24 ไตรมาส ซึ่งต่ำตั้งแต่ที่มีโควิด สะท้อนได้จากกรณีว่างงาน อย่างผู้ประกันตนมาตรา 33 ในไตรมาส 2 ว่างงานเพิ่มกว่า 5 หมื่นคน  

“ดาต้าเซ็นเตอร์กลายเป็นเดอะแบกเศรษฐกิจไทย ชวนให้ตั้งคำถามว่า เราฝากอนาคตเศรษฐกิจไทย โดยรัฐบาลชุดนี้ไว้กับดาต้าเซ็นเตอร์ จะนำไปสู่เศรษฐกิจท้องถิ่นได้จริงหรือไม่ เพราะผู้ที่ได้รับประโยชน์ที่เห็นชัดคือผู้รับเหมากับเจ้าของที่ดิน ยังไม่เห็นการเชื่อมโยงไปสู่เศรษฐกิจไทยภาคอื่น ซึ่งเป็นความย้อนแย้ง ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการอื่น นอกจากไทยช่วยไทยพลัสที่เน้นกระตุ้นการบริโภค ต้องลงมือแก้ไขจริงจังเรื่องภาคอุตสาหกรรมไทยและแรงงานไทย” นายวีระยุทธ กล่าว และว่า ขอเรียกร้องรัฐบาลให้ความสำคัญกับภาคแรงงานและอุตสาหกรรม ใช้เครื่องมือนโยบายที่มีให้ตรงจุด โดยเฉพาะการกล้าสู้กับต่างประเทศ จีโอโพลิติกและการใช้ทรัพยากรภายในประเทศ (local content) ที่จะให้ประโยชน์กับคนในประเทศไทย

นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ กล่าวว่า ในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราเห็นข่าวบริษัทโตโยต้า ออกมาพูดเรื่องการต่อสู้ที่ไม่เท่าเทียมกันกับผู้นำเข้ารถจากต่างประเทศ  เราเห็นได้ชัดเจนว่ารัฐบาลหวั่นไหวอย่างมาก ทำให้เกิดมาตรการตามมาอย่างรวดเร็ว ว่าจะเตรียมขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ที่นำเข้าจากต่างประเทศทั้งคัน ซึ่งแม้เป้าหมายของรัฐบาลจะเข้าใจได้ว่าต้องการสร้างแต้มต่อให้แบรนด์รถยนต์ที่มีโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศ ให้ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศสามารถต่อสู้กับรถยนต์แบรนด์ที่นำเข้าจากต่างประเทศได้ แต่นี่เป็นมาตรการที่ได้ผลจริงหรือไม่ เพราะอาจเป็นไปได้ว่ารถยนต์ต่างชาติบางยี่ห้อ ที่ไม่มีฐานผลิตรถยนต์ในประเทศไทยและไม่คิดจะมาผลิตในประเทศด้วยซ้ำ เมื่อเจอภาษีสรรพสามิตเข้าไป สุดท้ายแล้วอาจจะถอนตัวหรืออาจไม่เน้นทำตลาดในไทยมากนัก ดังนั้น ตนมองว่าการขึ้นภาษีสรรพสามิตอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรเลยด้วยซ้ำ

รัฐบาลควรเลือกเครื่องมือให้ถูก ภาษีสรรพสามิตเป็นภาษีที่ใช้กำหนดประเภทของสินค้า เช่น เหล้า บุหรี่ หรือรถยนต์ แต่จริงๆ แล้วปัญหาที่เราเจอคือเรื่องการนำเข้ารถจากประเทศจีน ซึ่งเครื่องมือที่เหมาะสมกว่า น่าจะเป็นภาษีศุลกากร และที่มีข้อถกเถียงกันว่ารถที่เข้ามาขายราคาถูกเพราะการทำสัญญา FTA จีน-อาเซียน ซึ่งในอดีตไทยเคยได้ประโยชน์มากจากการส่งออกไปจีน หรือนำเข้าวัตถุดิบจากจีนเพื่อผลิตแล้วส่งออก แต่ปัจจุบันนี้กลายเป็น FTA นี้ทำให้ไทยเสียประโยชน์จากจีนทุกทาง เรื่องรถยนต์น่าจะเป็นกรณีที่เด่นที่สุด 

“ดังนั้นต้องพูดกันเรื่องนี้ และแก้ภาษีศุลกากร รวมถึงกรณีรถจีนผลิตในไทยที่มีปัญหาการใช้ทรัพยากรภายในประเทศ เพราะมาตั้งโรงงานในไทยจริง แต่ใช้ทรัพยากรจากจีนทั้งหมด นี่เป็นอีกเรื่องที่รัฐบางต้องตรวจสอบให้ละเอียด”

นายอิสริยะ กล่าวว่า ทั้งนี้ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ฉบับปัจจุบันเริ่มใช้ 1 ม.ค. 2569 แต่ได้ประกาศล่วงหน้ามาตั้งแต่ปี 2565 เพื่อให้ภาคเอกชนได้ปรับตัว ซึ่งอธิบดีกรมสรรพสามิตในเวลานั้นคือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ แปลว่ารองนายกฯ เอกนิติ รู้เรื่องนี้ดีกว่าใคร ทำไมเพิ่งมาตื่นเต้นตกใจเอาตอนนี้ พอเห็นข่าวโตโยต้าจะย้ายหนีก็รีบจะปรับกลับทันที ซึ่งในแง่กระบวนการภาครัฐเช่นนี้อาจไม่ได้แฟร์กับเอกชนในแง่เวลาเตรียมตัว ดังนั้นการขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ อาจจะเป็นเครื่องมือที่มันผิดฝาผิดตัวกับเป้าหมายของรัฐบาลที่อยากจะให้มีฐานการผลิตมาอยู่ในประเทศ

เมื่อถามถึงกรณีสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศที่ทะลักเข้ามา กระทบอุตสาหกรรมในประเทศ ฝ่ายค้านมีข้อชี้แนะอย่างไร นายวีระยุทธ กล่าวว่า เรื่องสินค้านำเข้าที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ สะท้อนผ่านจากขาดดุลทางการค้า แต่ระลอกใหม่เป็นสินค้า อุปกรณ์ที่นำเข้ามาแล้วทำให้เกิดความไม่สามารถแข่งขันได้ในระบบเศรษฐกิจไทย จุดที่เราอยากให้เปลี่ยนแปลงคือมาตรฐาน ถ้าผลิตแล้วคุณภาพดี ราคาถูกก็ไม่มีปัญหา ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคควรได้รับ แต่ปัญหาที่ผ่านมาคือคุณภาพไม่ได้และขายเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม ที่รัฐส่วนกลางไม่เข้าไปตรวจสอบมาตรฐาน มีการปลอมแปลง หรือสวมมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เป็นต้น

เมื่อถามว่าได้ติดตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 14 หรือไม่ เพราะถ้าบังคับใช้อาจมีผลกระทบกับ GDP นายวีระยุทธ กล่าวว่า เรื่องนี้เราติดตามใกล้ชิด ถ้าออกมาชัดเจนจะมีการแถลงอีกครั้ง แต่ปัจจุบันการใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 4-5 ปีถือว่าไกล เราอยากเห็นมาตรการเฉพาะหน้า โดยเฉพาะเรื่องยานยนต์ที่สะท้อนได้ชัดเจนว่าไม่มีหลักคิดว่าจะพัฒนาอุตสาหกรรมนี้อย่างไร ซึ่งเรื่องนี้จะไม่อยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจ แต่จะเป็นยุทธศาสตร์ของรัฐบาลว่าจะเอาอย่างไรและประเทศไทยจะไปต่ออย่างไร.

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6120040/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1McsH6F4AMgPK0VRfpMBBy