ภาพ: USTR

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) รายงานเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ว่า นายเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) เปิดเผยว่า มาตรการภาษีชุดใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเรียกเก็บจากประเทศคู่ค้า 60 แห่ง จากกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าบังคับใช้มาตรการห้ามใช้แรงงานบังคับอย่างไม่เข้มงวด มีแนวโน้มจะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจแตกต่างจากที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

นายกรีเออร์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ “Special Report with Bret Baier” ของสถานี Fox News Channel ว่า อัตราภาษี 10% หรือ 12.5% ใกล้เคียงกับมาตรการภาษีศุลกากรที่มีการใช้ในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ภาษีภายใต้มาตรา 301 ชุดใหม่บังคับใช้กับประเทศจำนวนน้อยกว่า เมื่อเทียบกับมาตรการภาษีชั่วคราวอัตรา 10% ซึ่งสิ้นสุดลงแล้ว และเคยบังคับใช้เป็นการทั่วไป

อย่างไรก็ตาม สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุว่า มาตรการภาษีที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับจะยังครอบคลุมสินค้านำเข้าสู่สหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วน 99.4%

“ผมไม่คิดว่ามาตรการนี้จะส่งผลกระทบใด ๆ” นายกรีเออร์กล่าว เมื่อถูกถามว่าภาษีดังกล่าวจะส่งผลต่อการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในสัปดาห์นี้หรือไม่

นายกรีเออร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้สหรัฐฯ มีมาตรการภาษีที่บังคับใช้กับกลุ่มประเทศที่เล็กลง และไม่ได้ครอบคลุมทั่วโลก ขณะที่อัตราภาษีจำนวนมากใกล้เคียงกับที่เคยใช้ ดังนั้นจึงไม่ควรส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจแตกต่างจากที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว

นอกจากนี้ USTR ยังคงเดินหน้าการสอบสวนด้านภาษีอีกกรณีหนึ่ง ภายใต้มาตรา 301 แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 โดยมุ่งเป้าไปที่ปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินของภาคอุตสาหกรรมในประเทศคู่ค้าสำคัญ 16 แห่ง ซึ่งรวมถึงจีน เวียดนาม เม็กซิโก และสหภาพยุโรป

นายกรีเออร์ กล่าวด้วยว่า สหรัฐฯ หวังว่าจะดำเนินการสอบสวนดังกล่าวให้แล้วเสร็จในเร็ว ๆ นี้ และจะจัดทำข้อเสนอออกมา พร้อมระบุว่า กระบวนการดังกล่าวอาจนำไปสู่การเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม

นายกรีเออร์ ยังปกป้องการใช้มาตรา 301 ซึ่งเป็นบทบัญญัติว่าด้วยการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมเฉพาะรายประเทศ สำหรับการเรียกเก็บภาษีในวงกว้าง โดยระบุว่า ศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้กล่าวถึงบทบัญญัติดังกล่าวในคำวินิจฉัยที่ให้เพิกถอนมาตรการภาษีในวงกว้างของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเรียกเก็บภายใต้กฎหมายว่าด้วยภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ

ทั้งนี้ ในสมัยแรกของประธานาธิบดีทรัมป์ มีการนำมาตรา 301 มาใช้เรียกเก็บภาษีในอัตราสูงต่อสินค้าจีน และมาตรการดังกล่าวยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ แม้จะถูกท้าทายในชั้นศาลหลายครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การสอบสวนประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง ซึ่งสหรัฐฯ ดำเนินการกับประเทศคู่ค้าสำคัญ 16 แห่งนั้น ครอบคลุมประเทศไทยด้วย

โดยสหรัฐฯ กล่าวหาว่าไทยใช้กำลังการผลิตไม่ถึง 60% ในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ยางและผลิตภัณฑ์จากยาง รวมถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์ เนื่องจากภาครัฐให้การอุดหนุนการลงทุนของภาคเอกชนจนมีการลงทุนเกินความต้องการ

ทั้งนี้ ทีมไทยแลนด์ นำโดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ชี้แจงต่อสหรัฐฯ ว่า อัตราการใช้กำลังการผลิตของทั้ง 3 อุตสาหกรรมอยู่ที่ประมาณ 75–95% และรัฐบาลไม่ได้ให้การอุดหนุนการลงทุนของภาคเอกชนเป็นจำนวนมากตามที่สหรัฐฯ กล่าวหา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ไทยโดน 12.5%! สหรัฐเคาะภาษี ม.301 ครอบคลุม 60 เขตเศรษฐกิจ ปมแรงงานบังคับ