นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศไทยในเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 142.62 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 11.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 18.2% จากเดือนมีนาคม 2569 โดยการใช้น้ำมันส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง ทั้งกลุ่มเบนซิน ดีเซล น้ำมันอากาศยาน ก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือ LPG และก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ หรือ NGV

อย่างไรก็ตาม น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ยังมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากมาตรการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพของภาครัฐ

สำหรับการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินอยู่ที่ 29.23 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 9.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการลดลงของน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 91 และแก๊สโซฮอล์ 95 ขณะที่แก๊สโซฮอล์ E20 มีปริมาณการใช้ 6.12 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 14%

การเติบโตของแก๊สโซฮอล์ E20 ได้แรงหนุนจากมาตรการกำหนดส่วนต่างราคาที่จูงใจเมื่อเทียบกับแก๊สโซฮอล์ 95 ส่งผลให้ผู้ใช้รถยนต์ที่รองรับเชื้อเพลิงดังกล่าวหันมาเลือกใช้ E20 มากขึ้น

ด้านน้ำมันดีเซลหมุนเร็วมีปริมาณการใช้อยู่ที่ 57 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 17.2% สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนในหมวดสินค้าไม่คงทนและการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้การใช้ดีเซลหมุนเร็วธรรมดาลดลง 18.7%

ขณะที่น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นเป็น 1.04 ล้านลิตรต่อวัน จากเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งอยู่ที่ 0.01 ล้านลิตรต่อวัน ถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากนโยบายส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพและการขยายจำนวนสถานีบริการที่รองรับรถยนต์ซึ่งสามารถใช้ B20 ได้

ส่วนน้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ หรือ Jet A1 มีปริมาณการใช้อยู่ที่ 17.04 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 2.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวเดือนเมษายน 2569 ที่อยู่ที่ 2.37 ล้านคน ลดลง 7%

นอกจากนี้ ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางยังส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้น กระทบต้นทุนการดำเนินงานของสายการบินและราคาบัตรโดยสาร จึงส่งผลต่อความต้องการเดินทางทางอากาศ

สำหรับน้ำมันเตามีปริมาณการใช้อยู่ที่ 5.18 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 3.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับภาคการผลิตและการส่งออกของไทยที่ยังขยายตัว

ด้าน LPG มีปริมาณการใช้อยู่ที่ 17.76 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ลดลง 4.4% โดยการใช้ในภาคปิโตรเคมีลดลง 9.8% ภาคขนส่งลดลง 2.3% และภาคครัวเรือนลดลง 1% ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 7.6%

ส่วน NGV มีปริมาณการใช้อยู่ที่ 2.03 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ลดลง 23% และยังมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับจำนวนสถานีบริการที่ทยอยลดลง โดย ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 มีสถานี NGV เปิดให้บริการทั่วประเทศ 258 แห่ง ลดลง 20 แห่งจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับปริมาณการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 834,782 บาร์เรลต่อวัน ลดลง 26.4% จากปีก่อน แบ่งเป็นการนำเข้าน้ำมันดิบลดลง 24.9% และน้ำมันสำเร็จรูปลดลง 27.5%

อย่างไรก็ตาม มูลค่าการนำเข้าน้ำมันรวมเพิ่มขึ้น 17% จากต้นทุนที่ปรับสูงขึ้นตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยประเทศไทยเพิ่มการนำเข้าน้ำมันดิบจากแหล่งตะวันออกไกลและแหล่งอื่น เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาแหล่งนำเข้าจากตะวันออกกลาง

ขณะที่ปริมาณการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 94,190 บาร์เรลต่อวัน ลดลง 41.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากมาตรการระงับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 2/2569 เพื่อป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ